พิษฝนตก ทำราคาผักแพง ต้นหอม แตะกิโลฯละ 200

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675237

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ตลาดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา พบพริกขี้หนูสวนราคาจำหน่ายราคา 250-300 บาท ต่อกิโลกรัมและจากการสอบถาม แม่ค้า พบว่า ขณะนี้ พริกทุกชนิดจะขึ้นราคาอันมีผลมาจากเหตุฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังในพื้นที่เพาะปลูก ส่วนผักชนิดต่างๆ มีการปรับขึ้นราคาเช่นกัน

เจ้าของแผงผักสด ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง กล่าวว่า ราคาผัก ตอนนี้ปรับขึ้น เช่น คะน้า เดิม 40 บาท ต่อ กก.ปรับขึ้นเป็น กก.ละ 50 บาทต้นหอมจากเดิม กก.ละ 100 บาทขยับขึ้นราคาเป็น กก.ละ 150 บาทผักชี จากเดิม 150 บาท ปรับขึ้นเป็น กก.ละ 200 บาท สำหรับ มะเขือเทศขึ้นราคาทุกชนิดมาได้ 2 อาทิตย์แล้ว จากราคา กก.ละ 40 บาท ขึ้นราคาเป็น กก.ละ 60 บาท ส่วนผักพื้นเมือง อย่าง ผักน้ำ ก็ปรับราคา จากเดิมราคา กก.ละ 60 บาท ขณะนี้ปรับขึ้นเป็น 90 บาทแล้ว

แม่ค้าผัก เผยเหตุที่ราคาผักขึ้นราคาเพราะมาจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักแทบทุกวัน ส่งผลให้ พืช ผัก ชนิดต่างๆ รวมถึงพริก ต่างทยอยขึ้นราคา สาเหตุเป็นเพราะพื้นที่เพาะปลูกผักเกิดมีน้ำท่วม ทางร้านได้แจ้งลูกค้าให้ทราบตลอดถึงการปรับขึ้นราคา ซึ่งลูกค้าต่างก็เข้าใจ

ส่วนที่ร้านแม่ค้าผัก เผย ยังดีที่ได้ขายส่งให้กับ โรงแรม และร้านอาหารหลายแห่งในเมืองเบตง ซึ่งช่วงนี้เปิดประเทศทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ทำให้ ร้านอาหารหลายแห่งในพื้นที่ ต่างมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเดิม จึงทำให้พอพยุงตัวเองให้ขายต่อไปได้

สกู๊ปพิเศษ : ทม.ชุมเห็ด ติวเข้มผู้นำหมู่บ้าน ขยายพันธุ์ปลาตะเพียน ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/675233

สกู๊ปพิเศษ : ทม.ชุมเห็ด ติวเข้มผู้นำหมู่บ้าน ขยายพันธุ์ปลาตะเพียน  ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

สกู๊ปพิเศษ : ทม.ชุมเห็ด ติวเข้มผู้นำหมู่บ้าน ขยายพันธุ์ปลาตะเพียน ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เทศบาลเมืองชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับประมงจังหวัดบุรีรัมย์ จัดโครงการส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพด้านประมง หลักสูตร “การฝึกอบรมเพาะเลี้ยงและการขยายพันธุ์ปลาตะเพียน รุ่นที่ 1” เพื่อให้เกิดการส่งเสริมการประกอบอาชีพของประชาชน โดยเฉพาะเพาะเลี้ยงและการขยายพันธุ์ปลาตะเพียนในพื้นที่ตำบลชุมเห็ด โดยมี ร.ต.ต.สมชาย ภิรมย์ชาติ นายกเทศมตรีเมืองชุมเห็ด เป็นประธานพิธีเปิดมีรองนายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล พนักงาน เจ้าหน้าที่เทศบาล ผู้นำหมู่บ้าน ชุมชน และเกษตรกร เข้าร่วมที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงด้านประมง หมู่ที่ 6 บ้านหนองไผ่ใหญ่ต.ชุมเห็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้อาชีพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และเกษตรกรสามารถผลิตสัตว์น้ำเพื่อบริโภคในครัวเรือน มีอาหารโปรตีนจากสัตว์น้ำ
ไว้บริโภค ถือเป็นการลดค่าใช้จ่ายเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นแหล่งผลิตอาหารในพื้นที่ โดยเน้นโปรตีนจากสัตว์และขยายผลสู่การค้า เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพพึ่งพาตนเอง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้  อีกทั้งเพื่อขยายผลของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงด้านการประมงระดับตำบล และเพื่อจัดตั้งเป็นกลุ่มอาชีพด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

โดยมีนายวชิรวิทย์ ตันติบรรณกุล ประมงอำเภอเมืองบุรีรัมย์ พร้อมวิทยากรจากสำนักงานประมงจังหวัดบุรีรัมย์ มาบรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาน้ำจืดในประเทศไทย, การเลี้ยงปลาตะเพียน, การฝึกปฏิบัติการ “การเพาะพันธุ์ปลาตะเพียน ด้วยชุดเครื่องอุปกรณ์เพาะฟักพันธุ์ปลาเคลื่อนที่

ซึ่ง นายพิชัย เรืองสุขศรีวงศ์ หจก.เรืองแสงไทยได้มอบชุดเครื่องอุปกรณ์เพาะฟักพันธุ์ปลาเคลื่อนที่ จำนวน 1 เครื่อง ให้แก่เทศบาลเมืองชุมเห็ด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมอาชีพด้านการประมงให้กับชุมชนครั้งนี้ด้วย

ร.ต.ต.สมชาย ภิรมย์ชาติ นายกเทศมนตรีเมืองชุมเห็ด กล่าวว่า วันนี้ ทางเทศบาลเมืองชุมเห็ด โดยกองเกษตร เทศบาลเมืองชุมเห็ด ร่วมกับประมงจังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดอบรมให้ความรู้ในการเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำ โดยอย่างยิ่งปลาตะเพียน ซึ่งเป็นปลาเศรษฐกิจ ซึ่งในพื้นที่ตรงนี้เราได้ทดลองขยายพันธุ์ปลาเสร็จแล้ว ก็จะดำเนินการมอบพันธุ์ปลาให้กับพี่น้องเกษตรกร ไปปล่อยในสระน้ำ แหล่งน้ำของชุมชนในพื้นที่เขตเทศบาล ให้ครอบคลุม เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่

อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนที่เข้ารับการอบรมให้สามารถไปดำเนินการเพาะขยายพันธุ์ และส่งจำหน่าย ก็จะเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และที่สำคัญเป็นการแบ่งปันอาหารในเขตเทศบาลเมืองชุมเห็ด เพื่อที่จะเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำลงในแหล่งน้ำต่างๆ อีกด้วย

‘โพธิ์ประทับช้าง’จัดแข่งเรือยาวประเพณี เปิดศึกเจ้าลำน้ำยมชิงถ้วยพระราชทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674981

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พระครูศรีรัตนวิเชียรดร เจ้าอาวาสวัดท่าบัวทอง เจ้าคณะตำบลวังจิก นายหัฏฐะพล เมฆอาภา นายอำเภอโพธิ์ประทับช้าง นายนฤพล สังเกต ท่องเที่ยวและกีฬา จ.พิจิตร และนายสมยศ เอมใจ นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์ประทับช้าง ร่วมแถลงความพร้อมการจัดงานแข่งเรือยาวประเพณี ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ศึก “แชมป์ ชน แชมป์” ประจำปี 2565 ที่ลำน้ำยม หลังศาลสมเด็จพระเจ้าเสือ หน้าวัดท่าบัวทอง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร             

นายสมยศกล่าวว่า กำหนดการจัดการแข่งขันจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 ก.ย.2565 โดยการจัดงานในปีนี้นับว่ายิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมาโดยมีการจัดงาน 7 วัน โดยมีการแข่งขันเรือ 7 ฝีพาย ทั้งประเภททั่วไปและชุมชนในเขตเทศบาล การแข่งขันเรือกลางคืนประกอบแสง สี เสียงการแข่งขันเรือประเภท 12, 30 และ 55 ฝีพาย ซึ่งมีเรือยาวทั้งจาก จ.พิจิตร และเรือยาวจากภูมิภาคต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขันแล้วกว่า 50 ลำ รวมถึงมีการออกร้านจำหน่ายสินค้า การแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินดังทั่วฟ้าเมืองไทยเช่น เนสกาแฟ ศรีนคร,โชค โชคมงคล, ทศพล หิมพานต์, กาน ทศน, พลอย เดอะวอยซ์

ทั้งนี้เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อนุรักษ์สืบสานประเพณีไทยส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยกีฬาไทย เพื่อความสนุกสนานของประชาชน และยังเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ชื่อเสียงของ จ.พิจิตร ให้แพร่หลายอีกด้วย

เกษตรฯชูอัตลักษณ์กาแฟไทยสู่ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674978

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีรับถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีการประกวดสุดยอดกาแฟไทย ปี 2565 (Thai Coffee Excellence 2022) ที่โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี ว่าได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมการประกวดสุดยอดกาแฟไทยเป็นปีที่ 2 เพื่อสร้างการรับรู้กาแฟไทยที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ของรสชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและสานต่อแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงปลูกกาแฟเพื่อสร้างรายได้และดูแลผืนป่า และยังเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ เพิ่มทักษะให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟ รวมทั้งเกษตรกรด้วย

ทั้งนี้ จากผลสำเร็จของการประกวดสุดยอดกาแฟไทย ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีการนำกาแฟที่ได้คะแนนสูงสุด ลำดับที่ 1-10 จากการประกวดไปจัดประมูล โดยกาแฟโรบัสตาได้ราคาประมูลสูงถึงกิโลกรัมละ 20,000 บาท เกษตรกรสามารถจำหน่ายกาแฟได้ในราคาที่สูง ไม่มีผลผลิตคงค้างได้เรียนรู้และมีการพัฒนาการผลิตกาแฟพิเศษ หรือ specialty coffee มากขึ้น โดยเฉพาะในกาแฟโรบัสตา ตลอดจนกาแฟไทยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในกลุ่มผู้ที่นิยมบริโภคกาแฟพิเศษที่มีอัตลักษณ์ของเฉพาะถิ่น เกิดการเชื่อมโยงตลาด และลดช่องว่างระหว่างเกษตรกร ผู้ผลิตกาแฟ กับผู้บริโภค ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตกาแฟที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งสามารถกำหนดราคาได้ หากพัฒนาการผลิตและแปรรูปให้ตรงกับความต้องการ นอกจากนี้ ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 5 อันดับแรกของแต่ละประเภท จะร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมพืชสวนโลก EXPO 2022 Floriade Almere ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์

‘ธนา’ถกปัญหามวลชน รับผลกระทบเรื่องที่ดิน ก่อสร้างเขื่อนราษีไศล เร่งจัดการข้อเรียกร้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674973

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของมวลชนกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2565 โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้แทนภาคประชาชน เข้าร่วม เพื่อแก้ปัญหากรณีกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสานกลุ่มสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน และกลุ่มอื่นๆ ขอรับสิทธิการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพ จากที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนราษีไศล จ.สุรินทร์ โดยที่ประชุมมีมติแนวทางการดำเนินการ คือ 1.รับทราบและเห็นชอบในหลักการการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนราษีไศล ตามที่คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีราษฎรขอรับสิทธิการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพ และกรณีที่ทางราชการไม่สามารถจัดหาที่ดินแห่งใหม่ให้อาศัยและทำกินได้ ขอให้จ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินเป็นกรณีพิเศษ แก่ผู้มีสิทธิ ในอัตราไร่ละ 80,800 บาท

2.มอบหมายกรมชลประทาน แจ้งยืนยันขนาดของโครงการเขื่อนราษีไศล ว่าเป็นโครงการประเภทใด (ขนาดใหญ่ หรือขนาดกลาง) เพื่อให้มีความชัดเจนในการพิจารณา ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 3.มอบฝ่ายเลขานุการประสานคณะทำงานชุดอื่นๆ ได้แก่ คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ จ.ศรีสะเกษ จ.ร้อยเอ็ด และคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ จ.สุรินทร์ ของกลุ่มเกษตรกรฝายราษีไศล กลุ่มสมาพันธ์แม่มูลยั่งยืน กลุ่มพัฒนาเขื่อนราษีไศล และกลุ่มอิสระ เพื่อนำเสนอแนวทางดังกล่าวข้างต้น ตลอดจนมติที่ประชุมในครั้งนี้ ให้ได้รับทราบ และ 4.ให้นำข้อเรียกร้องของกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และกลุ่มอื่นๆ เสนอคณะกรรมการกำกับติดตามการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน เพื่อทราบและพิจารณาต่อไป

สกู๊ปพิเศษ : ขับเคลื่อน2โครงการรักษาเสถียรภาพยาง กยท.มั่นใจยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674982

สกู๊ปพิเศษ : ขับเคลื่อน2โครงการรักษาเสถียรภาพยาง  กยท.มั่นใจยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคต

สกู๊ปพิเศษ : ขับเคลื่อน2โครงการรักษาเสถียรภาพยาง กยท.มั่นใจยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคต

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กยท.เผยสถานการณ์ยางในช่วง 2 ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้แม้จะแกว่งตัวตามกลไกตลาด แต่ยังมีแนวโน้มที่ดีเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน 2 โครงการรักษาเสถียรภาพราคายางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง มั่นใจปัจจัยเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวในอนาคตหนุน ความต้องการใช้ยางเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ยางในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2565 ว่า จะใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ราคายังเป็นไปตามกลไกทางการตลาดอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ทั้งนี้ ต้องการยอมรับว่า ปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อ และความขัดแย้งระหว่างไต้หวัน จีน และสหรัฐมีผลโดยตรงต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของโลก ประกอบกับอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ยางมากที่สุดมีการชะลอลง ในขณะที่การระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ทำให้การใช้ถุงมือยางลดลง แต่ในขณะเดียวกัน หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยมีการคลายล็อก ทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ภาคการท่องเที่ยว ภาคการขนส่ง มีการขยายตัว ทำให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ เช่น หนังยางชนิดต่างๆ เป็นต้น ในชีวิตประจำวันมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงยังทำให้ราคายางมีเสถียรภาพ แม้จะมีการแกว่งตัวบ้างก็ตาม แต่ก็ช่วงแคบๆ

อย่างไรก็ตามเพื่อให้ราคายางมีเสถียรภาพ กยท.ยังคงดำเนินโครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางต่อเนื่อง 2 โครงการคือ โครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง โดย กยท.จะดำเนินการซื้อขายยางผ่านตลาดกลางยางพารา เพื่อไม่ให้ราคาเกิดการผันผวนมากเกินไป เป็นไปตามกลไกการตลาด และโครงการชะลอการขายยางของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อชะลอปริมาณผลิตยางพาราออกสู่ตลาดในช่วงนี้ รวมทั้งเพื่อให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางมีสภาพคล่องทางการเงินในระหว่างการอขายผลผลิต ทั้งนี้ กยท.มั่นใจว่า จากสถานการณ์ยางในปัจจุบันและการดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรดังกล่าว จะทำให้ยางมีเสถียรภาพมากขึ้น และเป็นการยกระดับราคาซื้อขายยางในตลาด รวมทั้งทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นไปตามกลไกตลาดอีกด้วย

“แม้ขณะนี้ราคายางจะทรงตัวแต่ยางพารายังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่นๆ และหากพิจารณาจากความต้องการใช้ยางกับปริมาณผลผลิตแล้ว จะเห็นได้ผลผลิตในตลาดโลกยังมีน้อยกว่าความต้องการถึง 604,000 ตัน ซึ่ง ANRPC วิเคราะห์ว่า ในปี 2565 ปริมาณผลผลิตอยู่ที่ 14.420 ล้านตัน และปริมาณการใช้ยางอยู่ที่ 15.204 ล้านตัน นอกจากนี้จากการดำเนินนโยบายลดภาษีรถใหม่ของจีน คาดว่าจะทำให้ยอดขายรถเพิ่มขึ้น 24% ประกอบกับ ความมุ่งมั่นในการลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทำให้การผลิตรถ EV (รถยนต์ไฟฟ้า) เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ความต้องการยางจะเพิ่มขึ้นประมาณ 4% อีกด้วยขณะเดียวกับธนาคารโลกได้ประกาศค่า PMI ซึ่งเป็นดัชนีชี้นำ GDP ของประเทศผู้ใช้ยางรายใหญ่ในเดือนกรกฎาคม 2565ที่ผ่านมาหลายประเทศยังอยู่เหนือระดับ 50 หรือใกล้เคียง ทั้งนี้ หากมีค่า PMI มากกว่า 50 หมายถึงเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวจากระดับปัจจุบัน โดยประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 52.20 ประเทศญี่ปุ่น 52.10 ยุโรป อยู่ที่ 49.80 และประเทศจีนอยู่ 49.00 ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวจึงคาดการณ์ราคายางในอนาคตน่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน” ผู้ว่าการ กยท.กล่าว

สำหรับผลผลิตยางในประเทศไทยนั้น ปริมาณผลผลิตยางในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาเล็กน้อย โดยผลผลิตในเดืิอนสิงหาคม 2564 อยู่ที่ 451,955 ตัน ในขณะที่เดือนสิงหาคม 2565 อยู่ที่ 455,932 ตัน อย่างไรก็ตาม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้ปรับลดคาดการณ์ผลผลิตยางทั้งปีลง 1% จากที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อต้นปีโดยมีผลผลิตยางเป็นเนื้อยางแห้งเท่ากับ 4.799 ล้านตัน และคาดว่าการส่งออกจะอยู่ที่ 4.275 ล้านตัน ทั้งนี้เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนจากการปลูกยางไปปลูกพืชชนิดอื่นโดยเฉพาะทุเรียน มากขึ้น ประกอบกับฝนตกหนักในช่วงไตรมาสที่ 3 ทำให้เกษตรกรไม่สามารถกรีดยางได้ อย่างไรก็ตามเกษตรกรต้องระวังเรื่องน้ำป่าไหลหลากท่วมสวนยาง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และตะวันออก พร้อมทั้งให้ระวังตรวจสอบการระบาดโรคใบร่วงชนิดใหม่ที่มักจะมาพร้อมกับความชื่นอีกด้วย

กรมชลฯสร้างอ่างลำกระจวน เสร็จปี2566แก้ปัญหาขาดน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674977

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยนายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง นายเกียรติศักดิ์ หนูแก้ว ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 6 นายสนฑ์ จินดาสงวนผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 6 และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้างานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำพระอาจารย์จื่อ(ลำกระจวน) อ.ซับใหญ่ จ.ชัยภูมิ

ทั้งนี้ โครงการอ่างเก็บน้ำพระอาจารย์จื่อ (ลำกระจวน) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในปี 2566 หากแล้วเสร็จจะสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 33.45 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสนับสนุนสถานีสูบน้ำบ้านซับสายออ อ.ซับใหญ่ เพิ่มพื้นที่ชลประทานในฤดูฝนได้ประมาณ 15,000 ไร่ และพื้นที่ชลประทานในฤดูแล้งประมาณ 10,000 ไร่ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคของประชาชนในพื้นที่โครงการฯและพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้งยังจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด ส่งเสริมอาชีพประมงให้กับราษฎร ทำให้ราษฎรในพื้นที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ในการนี้ อธิบดีกรมชลประทาน ได้สั่งการให้เพิ่มเครื่องจักรและเครื่องมือให้มากขึ้น เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำพระอาจารย์จื่อ (ลำกระจวน) ให้แล้วเสร็จ
โดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อสร้างอาคารท่อระบายน้ำลงลำน้ำเดิม เพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำในช่วงฤดูฝนได้มากขึ้น

ทม.กาฬสินธุ์เปิด ตลาดชุมชนเมืองเก่า เพิ่มช่องค้าขายปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674979

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายจารุวัฒน์ บุญเพิ่ม นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า เทศบาลเมือง (ทม.) กาฬสินธุ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร และทุกภาคส่วนจัดตลาดย่านเมืองเก่าขึ้น เพื่อนำสินค้าของประชาชนมาจำหน่ายทุกๆ วันพฤหัสบดีของสัปดาห์ เพื่อขับเคลื่อนโดยการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมมาเสริมเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติโควิด-19 ให้พี่น้องประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ลืมตาอ้าปากได้ เพราะสามารถนำสินค้นของตนเองที่มีอยู่มาขาย

นอกจากนี้ยังถือเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนของจังหวัด ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า เพิ่มรายได้ให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน และเกษตรกร เพื่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนเศรษฐกิจของจังหวัด

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ จังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม และสัมผัสตลาดย่านเมืองเก่า ตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งมีขึ้นทุกวันพฤหัสบดี โดยภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าทางภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน และการแสดงศิลปวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านของเยาวชน เดินกิน ชิม เที่ยว ช้อปสินค้าทางวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชน สินค้าทางการเกษตรมากมาย และชมการแสดงพื้นบ้าน

กรมประมงเตือนเกษตรกร ระวังสัตว์น้ำช่วงฤดูฝนลดสูญเสีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674975

วันอังคาร ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง อาจก่อให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง จึงขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้เฝ้าระวังและหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้ 1.วางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล เพื่อให้สามารถจับสัตว์น้ำได้ก่อนฤดูน้ำหลาก โดยเลือกซื้อลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่แข็งแรงและทนต่อโรคจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในอัตราความหนาแน่นที่เหมาะสมหรือน้อยกว่าปกติ และควรทยอยจับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อช่วยลดปริมาณสัตว์น้ำที่อาจสูญเสียได้

2.ปรับปรุงและเสริมคันบ่อ ขุดร่องระบายน้ำและลอกตะกอนดิน เพื่อให้น้ำไหลเข้าออกอย่างสะดวก พร้อมทั้งตรวจสอบความแข็งแรงของกระชังอยู่เสมอ และจัดวางกระชังให้มีระยะห่างกัน เพื่อให้น้ำหมุนเวียนถ่ายเทได้สะดวก 3.เลือกใช้อาหารคุณภาพดี มีเลขทะเบียนรับรอง และให้อาหารในปริมาณที่เหมาะสมเสริมสารอาหารหรือวิตามินที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เช่น โปรไบโอติก วิตามินรวม เป็นต้น

4.วางแผนจัดการคุณภาพน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยควบคุมปริมาณและคุณภาพน้ำให้เหมาะสมได้แก่ การรักษาปริมาณน้ำให้พอเหมาะ หรือปริมาณ 2 ใน 3 ส่วนของบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ หากสภาพอากาศปิด มีฝนตก ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลงอย่างฉับพลัน เกษตรกรควรเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำโดยการเปิดเครื่องตีน้ำหรือใช้เครื่องสูบน้ำในบ่อพ่นให้สัมผัสอากาศส่วนกรณีที่ฝนตกหนัก ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำจะมีค่าลดลง ควรโรยปูนขาวหรือปูนมาร์ล เพื่อควบคุมค่า pH และเติมเกลือแกงเพื่อลดความเครียดของสัตว์น้ำในอัตราที่เหมาะสม

5.ระหว่างเลี้ยงควรทำสะอาดพื้นบ่อหรือกระชังอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปริมาณสารอินทรีย์ เศษอาหาร มูลของเสีย ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของปรสิต รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ และ 6.หมั่นตรวจสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ กรณีมีสัตว์น้ำป่วยตายควรกำจัดโดยการฝังหรือเผา ไม่ควรทิ้งซากสัตว์น้ำที่ป่วยบริเวณบ่อหรือกระชังที่เลี้ยง เนื่องจากจะเป็นแหล่งแพร่กระจายของเชื้อโรค

ทั้งนี้ ในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องอาจทำให้คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ส่งผลให้สัตว์น้ำทั้งในบ่อดินและกระชังปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดโรคหรือตายอย่างฉับพลันได้ เกษตรกรควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของสัตว์น้ำ เช่น การกินอาหาร การว่ายน้ำ ลักษณะอาการภายนอก หากพบความผิดปกติให้รีบหาสาเหตุและแก้ไข หากไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านโรคและด้านการจัดการคุณภาพสัตว์น้ำ นอกจากนี้ในช่วงฤดูฝน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมักประสบปัญหาความเค็มและอุณหภูมิของน้ำที่แปรปรวน อาจทำให้เกิดโรคในกุ้ง เช่น ตัวแดงดวงขาว ทอร่า และโรคอื่นๆ

กรมการข้าวเปิดตัว‘4 พันธุ์ข้าว’น้องใหม่ ชูจุดเด่นให้ผลผลิตสูง ประเดิมผลิตล็อตแรก 300 ตัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674922

กรมการข้าวเปิดตัว‘4 พันธุ์ข้าว’น้องใหม่ ชูจุดเด่นให้ผลผลิตสูง ประเดิมผลิตล็อตแรก 300 ตัน

กรมการข้าวเปิดตัว‘4 พันธุ์ข้าว’น้องใหม่ ชูจุดเด่นให้ผลผลิตสูง ประเดิมผลิตล็อตแรก 300 ตัน

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.11 น.

กรมการข้าวเปิดตัว ‘4 พันธุ์ข้าว’ น้องใหม่ ชูจุดเด่นให้ผลผลิตสูง ประเดิมผลิตล็ตแรก 300 ตัน เริ่มจำหน่ายเกษตรกรเดือนธันวาคม เตรียมดึงกองทุนหมู่บ้านเป็นศูนย์กระจายเมล็ดพันธุ์

22 สิงหาคม 2565 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ ครั้งที่ 1/2565 โดยมีผู้บริหาร ผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมการพิจารณารับรองพันธุ์ ณ ห้องประชุมรวงข้าว

อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่าการประชุมครั้งนี้ได้มีการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวของคณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ 4 พันธุ์ได้แก่ กข93 กข95 กข97 และ กข101โดย

+ พันธุ์ข้าว กข93 (พุ่มพวงเมืองสองแคว) เป็นผลงานการพัฒนาจากศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก เป็นข้าวขาวอมิโลสปานกลาง  มีลักษณะประจำพันธุ์ คือเป็นข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง มีลักษณะเด่น คือ อายุเก็บเกี่ยวปานกลาง ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 767 กก./ไร่ (มีศักยภาพการให้ผลผลิต 934 กก./ไร่) ความสูง 131 ซม. ปริมาณอมิโลสปานกลาง 22.82 % ท้องไข่น้อย ตุณภาพการสีดีมาก ต้นเตี้ย ต้านทานการหักล้ม ต้านทานต่อโรคไหม้และค่อนข้างต้านทานโรคขอบใบแห้ง เหมาะสำหรับนาน้ำฝนในเขตภาคเหนือตอนล่าง และเกษตรกรที่ต้องปลูกข้าวอายุปานกลาง แต่มีข้อจำกัดคืออ่อนแอต่อเพลี้ยกระโดสีน้ำตาล และเพลี้ยกระโดหลังขาว

+ พันธุ์ กข95 (ดกเจ้าพระยา) เป็นผลงานการพัฒนาจากศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท เป็นข้าวขาวพื้นแข็ง มีลักษณะประจำพันธุ์ คือ เป็นข้าวเจ้านุ่มไม่ไวต่อช่วงแสง ความสูง 110 ซม. คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย มีปริมาณอมิโลสสูงร้อยละ 29.78 อายุการเก็บเกี่ยว 95 – 100 วัน  มีลักษณะเด่น คือ ผลผลิตสูงเฉลี่ย 885 กก./ไร่ (มีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุด 1,213 กก./ไร่) ต้านทานต่อโรคไหม้และค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เหมาะสำหรับนาชลประทานภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง แต่มีข้อจำกัดคือ อ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดหลังขาว

+ พันธุ์ กช97 (หอมรังสิต) เป็นผลงานการพัฒนาจากศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี เป็นข้าวหอมไทย มีลักษณะประจำพันธุ์ คือ อายุการเก็บเกี่ยว 111-114 วัน (ปักดำ) 106 วัน (หว่านน้ำตม) ผลผลิตสูงเฉลี่ย 767 กก./ไร่ (ศักยภาพการให้ผลผลิตสูงถึง 934 กก./ไร่) ความสูง 107 ซม. ปริมาณอมิโลสต่ำร้อยละ 15.25 เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง มีลักษณะเด่น คือ เป็นข้าวอมิโลสต่ำ ข้าวสุกนุ่มค่อนข้างเหนียว มีกลิ่นหอมเล็กน้อย ผลผลิตสูง 737 กก./ไร่ ศักยภาพการให้ผลผลิต 976 กก./ไร่ ที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก เป็นข้าวเจ้าเมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้ สำหรับพื้นที่แนะนำควรปลูกพื้นที่นาชลประทาน ข้อจำกัดคืออ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้ง และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

+ พันธุ์ กข101 (ทุ่งหลวงรังสิต) เป็นผลงานการพัฒนาจากศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี มีลักษณะประจำพันธุ์ คือ ข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง อายุการเก็บเกี่ยว 118 วัน (ปักดำ) ผลผลิตสูงเฉลี่ย 779 กก./ไร่ (มีศักยภาพการให้ผลผลิต 1,070 กก./ไร่) ความสูง 117 ซม. ปริมาณอมิโลสปานกลางร้อยละ 21.67 ข้าวสุกค่อนข้าวนุ่ม ไม่เหนียว ไม่ร่วน และไม่มีกลิ่นหอม มีลักษณะเด่น คือ ต้านทานต่อโรคไหม้ พื้นที่แนะนำควรปลูกในพื้นที่นาชลประทาน ข้อจำกัดคืออ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้ง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยกระโดดหลังขาว

ทั้งนี้ ข้าว กข 95 คาดว่าจะสามารถจำหน่ายให้เกษตรกรตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป จำนวน 300 ตัน และจะมีการขยายในการปลูกทั่วประเทศตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามในอนาคตกรมการข้าวมีแนวทางในการที่จะส่งเสริมผลิตข้าวคุณภาพให้ได้มากที่สุด โดยกรมการข้าวจะมีการประสานงานไปยังกองทุนหมู่บ้านเพื่อที่จะเป็นพื้นที่จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ที่ผ่านมายอมรับว่าเกษตรกรโดยรวมจะต้องไปซื้อที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ทำให้ยากต่อการกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพสู่มือเกษตรกรอย่างไรก็ดีในอนาคตอีก3-4 ปี จะทำให้ประเทศเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวคุณภาพ

-005