ซ่อมอ่างฯห้วยทรายขมิ้นชูท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662890

วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า หลังจากที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริต.พังขว้าง อ.เมือง จ.สกลนคร เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบแล้ว 2 ปี ภายหลังเสียหายจากพายุโซนร้อนเซินกา เมื่อ 24-27 กรกฎาคม 2560 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กรมชลประทาน ได้สนองพระราชดำริในการปรับปรุงเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น จากความจุเดิม 2.40 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็น 3.18 ล้านลบ.ม. ตามข้อจำกัดของสภาพภูมิประเทศ สามารถส่งน้ำสนับสนุนกิจกรรมเพาะปลูกพืชฤดูฝนได้ประมาณ 3,000 ไร่ และฤดูแล้งได้ประมาณ 1,000 ไร่

นอกจากนี้ ในพื้นที่โครงการได้มีการออกแบบภูมิทัศน์ให้สวยงาม ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของ จ.สกลนคร สามารถสร้างได้รายเสริมให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ด้วย

ด้าน นายโรจน์วัฒน์ อินทร์ทุ่ง ผอ.ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า หลังจากที่อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ได้ปรับปรุงแล้วเสร็จ ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ ได้ตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการชลประทานสกลนคร (ลุ่มน้ำย่อยห้วยทรายขมิ้น) หรือ JMC โดยบริหารในลักษณะอ่างฯ พวงที่มีด้วยกัน 5 อ่างฯ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยบ่อ อ่างเก็บน้ำห้วยทรายตอนบน 1-3 และอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ซึ่งกรรมการฯ ประชุมวางแผนการบริหารจัดการน้ำทั้ง 5 แห่ง และแบ่งสันปันส่วนกันสำหรับใช้ในการปลูกพืชทั้งปีในการประชุมมีการนำเสนอปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลจากการมี JMC สามารถลดปัญหาการจัดสรรน้ำได้อย่างน่าพอใจ

เกษตรฯจับมือทุกภาคส่วน ยกระดับบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662392

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการประชุมหารือแนวทางการส่งเสริม สนับสนุน และการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ร่วมกับ Mr.Joseph JD D’Cruz (Chief Executive Officer) ผู้แทนองค์กรเจรจาระหว่างประเทศว่าด้วยปาล์มน้ำมันยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil : RSPO) โดยมีกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เข้าร่วม ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาเรื่องของปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ภายใต้แผนปฏิรูปปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มทั้งระบบปี 2560-2579 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญไว้ คือขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันควบคู่กับการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 จากปัจจุบัน การเพิ่มประสิทธิภาพปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มให้ได้อัตราการสกัดน้ำมันร้อยละ 22-23 เพื่อเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการในอนาคต ตลอดจนการรักษาระดับการส่งออกน้ำมันปาล์มให้อยู่ระดับ 3-7 แสนตันต่อปี

ทั้งนี้ การหารือความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และ RSPO ซึ่งมีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุนให้กลุ่มประเทศสมาชิกได้รับองค์ความรู้เทคโนโลยี และงบประมาณในการพัฒนาการปลูกปาล์มให้เกิดความอย่างยั่งยืนและได้รับมาตรฐาน RSPO เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ สอดคล้องกับเป้าหมายของกระทรวงเกษตรฯ ที่จะยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

ด้าน RSPO พบว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน RSPO แล้วน้อยมาก ส่งผลให้ไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ ซึ่ง RSPO มีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุนให้กลุ่มประเทศสมาชิก มีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้เทคโนโลยี และงบประมาณ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยยึด 7 หลักการ สำหรับการรับรอง RSPO ของผู้ปลูก ประกอบด้วย 1.ประพฤติอย่างมีจริยธรรมและโปร่งใส 2.ดำเนินการตามกฎหมายและเคารพสิทธิ 3.ทำให้เกิดความเหมาะสมที่สุดต่อผลิตภาพ เกิดผลกระทบเชิงบวก มีประสิทธิภาพและความสามารถในการปรับตัวต่อสถานการณ์ 4.เคารพสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชนและส่งมอบผลประโยชน์ 5.สนับสนุนการรวมตัวของเกษตรกรรายย่อย 6.เคารพสิทธิและเงื่อนไขของคนงาน และ 7.การปกป้อง อนุรักษ์และปรับปรุงระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำร่องในพื้นที่ปลูกปาล์ม จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่แรกในเร็วๆ นี้

ปศุสัตว์ตรวจปางช้างป้องกันการทารุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662390

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กองปฏิบัติการพิเศษและปราบปรามการกระทำความผิดด้านปศุสัตว์ (ชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท) กองสวัสดิภาพสัตว์และสัตวแพทย์บริการ สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ ปศุสัตว์ จ.มหาสารคาม ปศุสัตว์ อ.วาปีปทุม ร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ., บก.ปทส. นำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นศูนย์อนุรักษ์ช้าง “ช้างทองคำ” เลขที่ 212 ต.นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ 2557 โดยผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบว่ามีการเลี้ยงช้างเพศผู้ 9 เชือก ปัจจุบันเหลือเพียง 4 เชือก ทั้งหมดมีลักษณะร่างกายผอม ซี่โครงปรากฏเห็นชัดเจน เนื่องจากมีการให้อาหาร น้ำ อาหารเสริม และแร่ธาตุไม่เพียงพอในแต่ละวัน ซึ่งการตรวจสอบกายวิภาคเบื้องต้นของสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ แจ้งว่าช้างได้รับอาหารไม่เพียงพอ จึงมีร่างกายผอม

อย่างไรก็ดี ไม่พบการทารุณกรรมและไม่พบบาดแผลตามตัวช้าง สำหรับที่พักอาศัยเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ มีหลังคาไว้กันแดด ฝน และมีบริเวณในการเลี้ยงช้างเหมาะสม เจ้าหน้าที่จึงลงความเห็นว่าเป็นการกระทำความผิด โดยไม่ปฏิบัติตามหลักการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ตามมาตรา 22 พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ มีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท จึงเสนอเปรียบเทียบความผิดตามระเบียบกรมปศุสัตว์ ว่าด้วยการเปรียบเทียบตามกฎหมายว่าด้วยป้องกันทารุณกรรมฯ 2560 โดยให้ชำระค่าปรับภายใน 15 วัน นับจากวันที่เข้าตรวจสอบ โดยสำนักงานปศุสัตว์ จ.มหาสารคาม จะดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวอีกว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากปางช้างไม่ปฏิบัติตามหลักการจัดสวัสดิภาพสัตว์และปล่อยปละละเลยให้ช้างล้ม จะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 20 พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เกษตรฯกระตุ้นคนไทยดื่มนม เพิ่มรายได้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662389

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงานวันดื่มนมโลก โดยมีนายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่าได้จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคนมโดยในปี 2565 กำหนดแคมเปญว่า “EnjoyDairy” ภายใต้แนวคิด “สร้างความสุข เสริมภูมิคุ้มกัน ดื่มนมทุกวัน ดื่มได้ทุกวัย บริโภคนมได้หลากหลายเมนู” เพื่อกระตุ้นให้คนไทยบริโภคนมเพื่อสุขภาพที่ดี

“กระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนนโยบายของรัฐบาล โดยกิจกรรมในปีนี้ได้รณรงค์ให้ประชาชนหันมาดื่นนม สร้างความเข้าใจ การรับรู้ในวงกว้าง อีกทั้งเป็นการช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไทยมีความมั่นคงด้านอาชีพการเลี้ยงโคนม และให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนโยบายคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม ในการส่งเสริมการบริโภคนมของคนไทยให้เพิ่มขึ้นจาก 18 ลิตร/คน/ปี เป็น 25 ลิตร/คน/ปี ภายในปี 2570” นายประภัตร กล่าว

ด้านนายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายมีกิจกรรม เช่น การออกบูธจำหน่ายสินค้า สาธิตการทำเมนูจากนม ฯลฯ

‘อลงกรณ์’ลุยปักธง ตั้งสตาร์ทอัพเกษตร มีทุกจังหวัดทั่วไทย จุดเปลี่ยนภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662386

วันศุกร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC : Agritech and Innovation Center) ว่า การขับเคลื่อนปฏิรูปภาคเกษตรปีนี้ มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงระดับพื้นที่ โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมระดับจังหวัดและอำเภอ รวมทั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนแห่งชาติ ให้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบล 7,255 ตำบลทั่วประเทศ เป็นกลไกใหม่ที่ลงลึกถึงหมู่บ้านและชุมชนเป็นครั้งแรก จึงเป็นโอกาสที่จะนำเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมของศูนย์ AIC ไปใช้ต่อยอดและขับเคลื่อนภาคการเกษตรในระดับพื้นที่อย่างน้อย 1 จังหวัด 1 อำเภอ 1 ตำบล 1 เทคโนโลยี 1 แปลงอัจฉริยะ และพัฒนาสู่การเป็น Start up และ SME ด้านการเกษตร พลิกโฉมประเทศสู่การพัฒนา

สำหรับคณะกรรมการ AIC ได้จัดประชุมครั้งที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 400 คน ได้แก่ นายวิชัย ไตรสุรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ นายกฤชฐา โภคาสถิตย์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน E-Commerce เป็นต้น โดยมีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน ได้แก่ ด้านเกษตรอัจฉริยะ ด้าน E-Commerce ด้านธุรกิจเกษตร และการบริหารศูนย์ AIC

สภาเกษตรฯพลิกวิกฤตโลกเป็นโอกาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662120

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีผลกระทบที่เกิดจากสงครามรัสเซียและยูเครน ซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้อยาวนาน โดยมีผลกระทบทำให้หลายประเทศเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหาร รวมถึงราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากทั้งรัสเซียและยูเครนเป็นประเทศผู้ส่งออกธัญพืชรายใหญ่ของโลก ซึ่งเป็นสินค้าทั้งอาหารคนและอาหารสัตว์ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนและราคาสูง โดยประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารและสินค้าเกษตร มีเกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก สิ่งที่เป็นผลกระทบกับเกษตรกรและคนไทย คือสินค้าหมวดอาหารและราคาพลังงานสูงขึ้น ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมา และมั่นใจว่าสถานการณ์ราคาธัญพืชของไทยก็จะราคาสูงขึ้นเช่นเดียวกัน รวมทั้งพืชตระกูลแป้ง เช่น ข้าวข้าวโพด มันสำปะหลัง หรืออ้อย น้ำตาล ก็จะมีราคาสูงขึ้นด้วย

ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นทั้งวิกฤตก็มีโอกาส หากรัฐบาลบริหารด้วยความเข้าใจ ก็สามารถสร้างโอกาสและลดวิกฤตในแง่ผลกระทบได้ เม็ดเงินก็จะไหลกลับสู่ประเทศและเกษตรกร จึงฝากถึงรัฐบาลโดยเฉพาะส่วนราชการที่ดูแลเรื่องนี้ ขอให้บริหารอย่างเข้าใจ ประเทศไทยสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการส่งออกสินค้าเกษตร ขอให้เจรจาและสร้างอำนาจต่อรองอย่างมีน้ำหนัก เพราะจากนี้ไปตลาดจะเป็นของผู้ขาย ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าของตน และจะทำให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นภาวะสมดุลก็จะกลับคืนมา

“สถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ไม่น่าไว้วางใจและไม่มั่นใจว่าจะยาวนานแค่ไหน จึงฝากถึงเกษตรกรกรุณาใช้จ่ายอย่างประหยัด ใช้เท่าที่จำเป็น อาหารถ้าสามารถที่จะผลิตบริโภคเองได้ทั้งในครอบครัวและชุมชนก็จะบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนได้ สินค้าเกษตรหลายตัวสามารถสร้างรายได้ให้ดีขึ้นก็ควรเร่งขยายผลเพื่อสร้างโอกาสให้ตนเอง และควรศึกษาหาข้อมูลข่าวสารให้ดี เพราะหากรีบขายออกไปก็อาจทำให้เสียโอกาส แต่หากมีข้อมูลข่าวสารที่ดีพอก็จะสามารถสร้างอำนาจต่อรองได้” นายประพัฒน์ กล่าว

กรมประมงโชว์สัตว์น้ำ หลากประเภทสวยงาม ช่วยกระตุ้นการอนุรักษ์ สัตว์ในแหล่งน้ำของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662124

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “มหัศจรรย์ปลาสวยงาม ดินแดนสยาม The Storyof Native Ornamental Fish in Thailand 2022” ที่ห้างไอคอนสยามซึ่งกรมประมง จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสัตว์น้ำสวยงามพื้นเมืองของไทยเพื่อให้เกิดจิตสำนึกในการร่วมกันอนุรักษ์สัตว์น้ำพื้นเมืองไม่ให้สูญพันธุ์ไปจากแหล่งน้ำธรรมชาติ รักษาระบบนิเวศ และเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันสัตว์น้ำในแหล่งน้ำมีปริมาณลดลงเป็นอย่างมาก และบางชนิดเกิดการสูญพันธุ์อันเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ สภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศที่เกิดการเปลี่ยนแปลง แหล่งต้นน้ำลำธารถูกทำลาย แหล่งน้ำเกิดมลพิษ รวมถึงการจับสัตว์น้ำจากธรรมชาติมาจำหน่าย ซึ่งบางชนิดได้รับความนิยมสูงในตลาดต่างประเทศ ทำให้ต้องมีการจับและรวบรวมเพื่อส่งออก

การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สัตว์น้ำพื้นเมืองให้แก่ประชาชนทั่วไปที่เข้ามารับชมนิทรรศการ ให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสัตว์น้ำพื้นเมืองชนิดต่างๆ ที่มีความสำคัญ สวยงาม และโดดเด่น และมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมืองของไทยให้คงอยู่ต่อไปในอนาคต โดยกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายสนับสนุนให้เกษตรกรพัฒนาศักยภาพการผลิตสัตว์น้ำสวยงามที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก และผลักดันธุรกิจนำไปสู่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกสัตว์น้ำสวยงามระดับโลก

เกษตรฯผนึกสพฐ.ทำMOU บูรณาการจัดทำบัญชีคู่งานสหกรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662123

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการร่วมเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “การถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียงบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือน และสหกรณ์นักเรียน ให้แก่เด็กและเยาวชน” ระหว่างกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายอำพันธุ์ เวฬุตันติอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายพัฒนะพัฒนทวีดล รองเลขาธิการ สพฐ.ลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ที่กระทรวงเกษตรฯ

น.ส.มนัญญากล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลองค์ความรู้ด้านการจัดทำบัญชีของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ให้เข้าถึงสถาบันการศึกษา โดยอบรมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการจัดทำบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียง บัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือนและสหกรณ์นักเรียน เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชน รักการจดบันทึกบัญชีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน รู้จักการใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตสร้างวินัยทางการเงิน รู้จักการออมเงินและวางแผนทางการเงิน นำไปสู่การลงทุนในอนาคตสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ครอบครัวและชุมชน ได้อย่างยั่งยืน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นโรงเรียนสังกัด สพฐ.ระดับประถมศึกษา และโรงเรียนในสังกัดคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ มีพื้นที่ดำเนินการทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

“ปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนให้ตรงจุด ต้องมีการให้ความรู้ด้านการเงิน สร้างวินัยทางการเงินและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยเริ่มจากเด็กและเยาวชน ซึ่งคำว่าระบบบัญชีสหกรณ์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของกระทรวงเกษตรฯ แต่มีความหลากหลาย อยากให้ทุกครัวเรือน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนมีความเข้าใจและสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายตนเองได้” น.ส.มนัญญา กล่าว

ทั้งนี้ มีแนวทางดำเนินงานใน 3 ลักษณะ คือ On-site Online และ Onweb ในส่วนการดำเนินงานของ สพฐ.จะให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียง บัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือน รวมทั้งการจัดกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียน โดยแจ้งโรงเรียนในสังกัด บูรณาการเข้าสู่กลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อการจัดกิจกรรมดังกล่าวไม่น้อยกว่าปีการศึกษาละ3 คาบเรียน คาบเรียนละไม่น้อยกว่า 50 นาที และร่วมกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการจัดทำบัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียง และบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือน กำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2565-2569 เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา ในสังกัด สพฐ.19,795 แห่ง รวม 1,023,243 คน

กยท.มั่นใจจัดสรรปุ๋ยได้ ให้เกษตรกรทันฤดูปลูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662121

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ปุ๋ยเคมีขาดแคลนอย่างหนัก และราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่ออาชีพสายเกษตรกรรมทุกภาคส่วนไม่เฉพาะแต่พืชยางพาราเท่านั้น และอาจกระทบต่อปริมาณผลผลิตยางของเกษตรกร ทาง กยท.จึงมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยปรับลดสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมีและเพิ่มปริมาณการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และจัดหาปุ๋ยให้กับเกษตรกรโดยตรงแทนการจ่ายเงินให้เกษตรกรไปซื้อปุ๋ยที่มีราคาสูงในขณะนี้ ซึ่งเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในการลดต้นทุนการปลูกยาง ควบคู่กับการช่วยลดปัญหาการค้าปุ๋ยปลอมที่เกิดขึ้นได้

ผู้ว่าการ กยท.กล่าวต่อว่า ได้เร่งจัดหาปุ๋ยให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับการสนับสนุนปลูกแทนในปีนี้ ยืนยันว่าทันต่อฤดูกาลใส่ปุ๋ยในรอบฤดูปลูก (พฤษภาคม-สิงหาคม) อย่างแน่นอน ทั้งนี้ กยท.ไม่นิ่งนอนใจและเชื่อมั่นว่าสามารถจัดสรรปุ๋ยให้เกษตรกรชาวสวนยางได้โดยไม่กระทบต่อผลผลิตยาง

‘เฉลิมชัย’เผยข่าวดี ยอดส่งออกสินค้าปศุสัตว์เพียงแค่ 5 เดือนแรกปี 65 รวมแล้วกว่า 1 แสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/662093

'เฉลิมชัย'เผยข่าวดี ยอดส่งออกสินค้าปศุสัตว์เพียงแค่ 5 เดือนแรกปี 65 รวมแล้วกว่า 1 แสนล้าน

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.47 น.

“เฉลิมชัย”เผยข่าวดี ยอดส่งออกสินค้าปศุสัตว์เพียงแค่ 5 เดือนแรกปี 65 รวมแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท มูลค่าเพิ่มขึ้น 21% ชี้ครึ่งปีหลังยังปังส่งออกเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เผยข่าวดีว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัส (COVID-19) ทั่วโลกที่มีแนวโน้มดีขึ้น มีการเปิดประเทศและอุตสาหกรรมเศรษฐกิจทั่วโลกมีการขยายและฟื้นตัว ส่งผลให้สินค้าปศุสัตว์ของประเทศไทยเป็นที่ต้องการทั่วโลก โดยเพียงแค่ 5 เดือนแรกของปี 2565 (มกราคม-พฤษภาคม) ยอดส่งออกยังคงพุ่งแรงเทียบกับ 5 เดือนแรกปี 2564 ก่อน รวมมูลค่ากว่า 106,656.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.82 % ปริมาณกว่า 1,014,611 ตัน เพิ่มขึ้น 2.08% ผลจากความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้าในการตรวจสอบ กำกับและควบคุมกระบวนผลิตด้านความปลอดภัยอาหารของกรมปศุสัตว์ ประเทศไทย เผยครึ่งปีหลังคาดการณ์จากเจรจาและเปิดตลาดคู่ค้าเพิ่มสำเร็จ ผลทำให้การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยยังคงพุ่งปังเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหน้าที่ในการกำกับควบคุมดูแลการผลิตสินค้าปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่การผลิต ให้ได้คุณภาพมาตรฐานเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคด้านความปลอดภัยอาหาร ตั้งแต่แหล่งที่มาของสัตว์จากฟาร์มมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) โรงฆ่าและโรงแปรรูปที่มีการปฏิบัติทางสุขลักษณะที่ดี (Good Hygiene Practices: GHPs) และระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม (Hazard Analysis and Critical Control Points: HACCP) สอดคล้องตามข้อกำหนดของกฎหมายในประเทศ ตามระเบียบของประเทศคู่ค้า และตามหลักสากล โดยยอดส่งออกสินค้าปศุสัตว์ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2565 (มกราคม-พฤษภาคม) เปรียบเทียบกับช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 ( 5 เดือนแรกปี 64 ปริมาณ 993,916 ตัน มูลค่า 88,277.50 ล้านบาท) มีปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นคิดเป็น 2.08%  มูลค่าเพิ่มขึ้น 20.82% ซึ่งในช่วงแค่ 5 เดือนแรกของปี 2565 นี้ได้มีการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปแล้วปริมาณกว่า 1,014,611 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 106,656.17 ล้านบาท แบ่งเป็นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูปปริมาณ 415,348.23 ตัน มูลค่า 54,016.07 ล้านบาท (สินค้าประเภทเนื้อไก่แปรรูปมากที่สุดคิดเป็น 61% คู่ค้าหลักคือญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป) สินค้ากลุ่ม Non-frozen ประกอบด้วย ไข่และผลิตภัณฑ์ไข่ นมและผลิตภัณฑ์นม น้ำผึ้งและผลิตภัณฑ์ผึ้ง รังนกและผลิตภัณฑ์รังนก ซุปไก่สกัด อาหารกระป๋อง และอื่นๆ รวมปริมาณ 125,077.39 ตัน มูลค่า 10,784.77 ล้านบาท (สินค้านมและผลิตภัณฑ์นมมากที่สุดคิดเป็นประมาณ 80% รองลงมาคือกลุ่มสินค้าไข่และผลิตภัณฑ์ และกลุ่มสินค้าปลากระป๋อง ตามลำดับ) อาหารสัตว์เลี้ยง (Pet food) ปริมาณ 366,317.07 ตัน มูลค่า 36,888.73 ล้านบาท (อาหารสัตว์เลี้ยงในภาชนะบรรจุปิดสนิทมากที่สุด รองลงมาคืออาหารเม็ด คู่ค้าหลักสำคัญคือ สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป) และอาหารปศุสัตว์ ปริมาณ 107,868.31 ตัน มูลค่า 4,966.61 ล้านบาท (เป็นปลาป่นมากที่สุด รองลงมาคืออาหารสำเร็จรูป และพรีมิกซ์ ตามลำดับ)

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ในช่วงครึ่งหลังปี 65 นี้ ได้มีการเจรจาเปิดตลาดและขยายตลาดการส่งออก ส่งผลให้แนวโน้มปริมาณและมูลค่าการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงเพิ่มปริมาณและมูลค่าได้อย่างต่อเนื่อง จากสิงคโปร์มีการผ่อนปรนมาตรการนำเข้าสินค้าเนื้อสัตว์ปีกดิบทำให้ไทยส่งออกได้มากขึ้น มาเลเซียมีการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากไทยมากขึ้นและจะมาตรวจประเมินพิจารณาขึ้นทะเบียนโรงงานนมเพิ่มเติม องค์การอาหารและยาของซาอุดิอาระเบีย (SFDA) อนุญาตให้นำเข้าไก่จากไทยได้หลังจากที่ระงับมานานและได้ขึ้นทะเบียนโรงงานสัตว์ปีกไทยเพิ่มอีก 11 โรงงาน ทำให้เป็นโอกาสในการเพิ่มตลาดส่งออกได้มากขึ้น นอกจากนี้แคนาดาจะตรวจประเมินโรงงานสัตว์ปีกเพื่อพิจารณาการนำเข้าเนื้อเป็ดแปรรูปปรุงสุกจากไทย และอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นที่ต้องการในตลาดโลกส่งออกเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีโรงงานผลิตอาหารคนที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์แล้วกว่า 337 แห่ง และโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแล้วกว่า 90 แห่ง ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการข่าวสารหรือข้อมูลเพิ่มเติมสามารถค้นหาได้ที่ http://www.dld.go.th หรือที่แอปพลิเคชัน DLD 4.0 หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ 063-225-6888 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

– 006