เกษตรฯยกระดับผ่านAIC ให้ความรู้เชื่อมเทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659290

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับฟังการรายงานผลการดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) จ.พังงา โดยประธานกรรมการบริหารศูนย์ AIC จ.พังงา และรับฟังแนวทางการขับเคลื่อนโครงการเกษตรแปลงใหญ่พืชผักเพื่อพัฒนา ปรับปรุง รวบรวมผลผลิต ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และความต้องการของตลาด โดยนางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สส.พังงา ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพังงา หมู่ 7 ต.ถ้ำ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พร้อมเปิดป้ายโครงการอาคารบังคับน้ำ วิทยาลัยเกษตรกรรมพังงา และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ (ปลานิล) 5,000 ตัว

“การเชื่อมโยงการยกระดับขับเคลื่อนภาคการเกษตรผ่านศูนย์ AIC จะเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีการเกษตร แหล่งอบรม แหล่งข้อมูลที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตการเกษตรแปรรูปและการตลาด พร้อมเป็นศูนย์กลางในการให้บริการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร ซึ่งมุ่งเน้นการจัดการในพื้นที่แบบแปลงใหญ่ โดยดึงกลุ่ม Young Smart Farmer เข้ามามีส่วนร่วม และเป็นกำลังสำคัญให้กับภาคการเกษตรต่อไปในอนาคต” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

กรมส่งเสริมฯชูน้ำผึ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659291

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง 35,405 รายสร้างผลผลิตน้ำผึ้ง เกิดรายได้หมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท โดยผลผลิตจากผึ้งของไทยที่มีการส่งออก เป็นผลผลิตที่ได้จากผึ้งพันธุ์มีปริมาณผลผลิตน้ำผึ้งสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 36 ของโลก จึงเดินหน้าพัฒนาคุณภาพและผลักดันผลิตภัณฑ์จากผึ้งในการเสริมสร้างสุขภาพ ยับยั้งเชื้อโรคและเชื้อไวรัส สร้างเสริมภูมิคุ้มกันและความแข็งแรงให้กับร่างกาย จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพแมลงเศรษฐกิจ สร้างจุดเรียนรู้และแปลงรวบรวมพันธุ์ ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตและการตลาดน้ำผึ้ง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตน้ำผึ้งคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และส่งเสริมการแปรรูปสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากผึ้ง ให้เกษตรกรสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจชุมชน ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแปรรูปต่างๆ

นายเข้มแข็งเปิดเผยด้วยว่า ได้วางแนวทางใช้ศูนย์ปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร 5 ศูนย์ ในพื้นที่ 5 จังหวัด คือเชียงใหม่ ชุมพร ขอนแก่น จันทบุรี และอุตรดิตถ์ สร้างจุดเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิตแมลงเศรษฐกิจ เพื่อเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดความรู้และศึกษาดูงานของเกษตรกรและผู้สนใจ รวมถึงจัดทำแปลงขยายและรวบรวมพันธุ์แมลงเศรษฐกิจ ได้แก่ ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง จิ้งหรีด และครั่งซึ่งมีการส่งเสริมให้เป็นแมลงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเลี้ยงผึ้ง ที่ได้มีการส่งเสริมส่งเสริมให้ใช้รังและคอนมาตรฐาน เป็นรูปแบบที่ทำให้ผู้เลี้ยงจัดการรังผึ้งได้สะดวกยิ่งขึ้น สามารถตรวจเช็ครวงผึ้ง เปลี่ยนนางพญา แยกหรือขยายรัง รวมถึงขนย้ายไปในแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ต่อผึ้งได้สะดวก ทำให้ได้ผลผลิตน้ำผึ้งมากขึ้น ตลอดจนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผึ้งถึงบทบาทของการเป็นแมลงช่วยผสมเกสรแก่เกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล อันจะทำให้ผลไม้มีคุณภาพและได้ผลผลิตในปริมาณที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการจัดงานวันผึ้งโลก ตามประกาศของ Food and Agriculture Organization (FAO) โดยดำเนินการจัดงานเป็นครั้งที่ 5 ที่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนผึ้งร่มไทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

‘เฉลิมชัย’โชว์ความสำเร็จ แปลงใหญ่มังคุดลำภีดีเด่นปี2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659293

‘เฉลิมชัย’โชว์ความสำเร็จ  แปลงใหญ่มังคุดลำภีดีเด่นปี2565

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามผลการดำเนินงานแปลงใหญ่มังคุด และพบปะเกษตรกร โดยมี นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สส.พังงา และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่ทำการแปลงใหญ่มังคุด ต.ลำภี หมู่ 2 บ้านตีนเป็ด ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา โดยแปลงใหญ่นี้จัดตั้งขึ้นในปี 2563 โดยสำนักงานเกษตร อ.ท้ายเหมือง มีสมาชิกรวม 85 ราย พื้นที่ให้ผลผลิตมังคุดรวม 380 ไร่ ซึ่งแปลงใหญ่มังคุด ต.ลำภี ได้รับคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2565

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตร จ.พังงา และสำนักงานเกษตร อ.ท้ายเหมือง เข้าไปถ่ายทอดความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิต โดยด้านความรู้
มุ่งเน้นการบริหารจัดการกลุ่ม การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต สนับสนุนแปลงเรียนรู้ 6 แปลง เป็นแปลงเรียนรู้ด้านระบบน้ำ การจัดการต้น และการใช้ปุ๋ย ซึ่งปีงบประมาณ 2564 ได้ถ่ายทอดความรู้ โดยมุ่งเน้นการบำรุงรักษาสวน การพัฒนาคุณภาพผลผลิต และสนับสนุนแปลงเรียนรู้ระบบน้ำ 1 แปลงและในปีงบประมาณ 2565 ถ่ายทอดความรู้ โดยมุ่งเน้นการตลาดและการจัดการผลผลิตหลังเก็บเกี่ยวและสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ อาทิ ตะกร้าใส่ผลไม้ และอุปกรณ์ตรวจวัดดิน เพื่อเป็นพื้นฐานในการจัดตั้งจุดรับซื้อผลผลิตต่อไปในอนาคต

สำหรับแผนพัฒนาแปลงใหญ่มังคุด ต.ลำภี ในอนาคต ได้มีการวางแผนด้านการผลิตเพื่อสานต่อกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรมังคุด ตลอดจนสรุปผล และถอดบทเรียนที่ได้รับนำมาปรับปรุง วางแผนรับมือในปีถัดไป ส่วนด้านการตลาด มีแผนที่จะรวมตัวผลผลิตเพื่อขายในตลาดออนไลน์ และเปิดจุดรับซื้อของกลุ่มที่จะเป็นศูนย์กลางในการส่งไปยังพ่อค้า หรือตลาดค้าส่งโดยตรง อีกทั้งยังจะพัฒนาคุณภาพผลผลิตและการเพิ่มมูลค่าใช้กระบวนการวิสาหกิจชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป และการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้น ทำให้สามารถจำหน่ายผลผลิตมังคุดได้ตลอดทั้งปี

“โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในการปฏิรูปภาคการเกษตรของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ที่พร้อมจะพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน ตามนโยบายตลาดนำการผลิต มุ่งผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดีราคาถูก และใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบต้นกระท่อมและต้นมัลเบอร์รี่ให้กับตัวแทนเกษตรกร เยี่ยมชมกิจกรรมการรวบรวม คัดแยกผลมังคุดทิพย์พังงา และกระจายผลผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่มังคุด ต.ลำภี พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดด้วย

เกษตรฯหนุนปลูกพืชพลังงานเพิ่มรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659012

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมการสร้างความมั่นคงอย่างยั่นยืนให้แก่เกษตรกรด้วยการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อนจากพืชพลังงาน เพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ครั้งที่ 1/2565 โดยมีนางดาเรศร์ กิตติโยภาส คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายสมชวนกล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มีความห่วงใยต่อพี่น้องเกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกในพื้นที่ทำการเกษตรที่ขาดศักยภาพ จึงวางแนวทางในการส่งเสริมการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรโดยการปลูกพืชพลังงานในพื้นที่ทำการเกษตรที่ยังขาดศักยภาพ รวมถึงส่งเสริมให้มีการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อสร้างเสถียรภาพทางด้านพลังงานให้แก่ประเทศ

นายสมชวน กล่าวต่อว่า จากแนวทางดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงนามความร่วมมือการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรด้วยการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อนของพืชพลังงาน เพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 มีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรด้วยการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อนจากพืชพลังงาน 2.เพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากภายใต้แนวทางตลาดนำการผลิต และ 3.เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนและสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งภายใต้ร่างความร่วมมือฯ ดังกล่าว รมว.เกษตรฯ ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรรมการฯ ด้วยการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อนจากพืชพลังงาน เพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก

ในการนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ 7 กิจกรรม และให้ความเห็นชอบร่างกรอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ขับเคลื่อนแต่ละกิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์

ปศุสัตว์ผลักดันนโยบาย ฟาร์มต้นแบบ‘BCG MODEL’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659015

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า โครงการประกวดฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ BCG MODEL ปี 2565 มีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ BCG MODEL และเป็นการเชิดชูฟาร์มที่ได้นำหลักการ BCG model มาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ทั้งนี้ ฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ BCG MODEL เป็นฟาร์มอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์จากกรมปศุสัตว์ และต้องปฏิบัติตามหลักการ 3 ข้อ

ได้แก่ 1.หลักเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Economy: B) ฟาร์มมีการนำความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มายกระดับฟาร์มให้ได้มาตรฐานสอดคล้องตามหลักการปศุสัตว์อินทรีย์ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร 2.หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular-Economy; C) มีการนำทรัพยากรและวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดมีความยั่งยืน พึ่งตนเองได้มาก หมุนเวียนปัจจัยการผลิตได้ดี และใช้หลัก zero-wasteในฟาร์ม 3.หลักเศรษฐกิจสีเขียว (Green-Economy; G) เน้นความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว การประหยัดพลังงาน ลดการปลดปล่อยของเสียจากฟาร์มรวมทั้งเป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม

สำหรับโครงการประกวดฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ BCG MODEL ปี 2565 กรมปศุสัตว์จัดประกวดฟาร์มอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์กับกรมปศุสัตว์ 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทฟาร์มโคนมอินทรีย์ ประเภทฟาร์มไข่ไก่อินทรีย์ และประเภทแปลงพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ คณะกรรมการจะพิจารณาฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ BCG MODEL ปี 2565 โดยพิจารณาจากการนำเสนอของผู้ประกอบการแต่ละประเภท ทั้งนี้จะต้องสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Economy: B) หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular-Economy; C) และหลักเศรษฐกิจสีเขียว (Green-Economy; G) ด้วย

‘เฉลิมชัย’นำทีมขับเคลื่อน งานพัฒนาแหล่งน้ำในจ.พังงา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659017

‘เฉลิมชัย’นำทีมขับเคลื่อน  งานพัฒนาแหล่งน้ำในจ.พังงา

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พังงา ติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ โดยในส่วนของกรมชลประทาน มี นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน นายปริญญา สัคคะนายก ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15และนายสุริยพล นุชอนงค์ ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

นายชูชาติ กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้พัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทานในพื้นที่ จ.พังงา เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำอุปโภค-บริโภค การเกษตร และการท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หลักของจังหวัด รวม 166 โครงการพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 60,960 ไร่ แบ่งเป็นโครงการชลประทานขนาดเล็ก 151 โครงการ โครงการพระราชดำริ ได้แก่ฝายทดน้ำ 7 แห่ง อาคารอัดน้ำอีก 3 แห่งและโครงการชลประทานขนาดกลาง เป็นฝายทดน้ำอีก 5 แห่ง

ปัจจุบันกรมชลประทาน ได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำแล้วเสร็จ ได้แก่การปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายระยะ 2 เริ่มต้น กม.1+790 – กม.5+825 ฝายคลองนางย่อน ต.คุระ อ.คุระบุรี, โครงการฝายคลองบางม่วง (แห่งที่ 1) ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า และโครงการฝายบ้านท่านา ต.ท่านา อ.กะปง ช่วยบรรเทาทั้งปัญหาขาดแคลนน้ำ และอุทกภัยในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก

ในส่วนของโครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ โครงการฝายคลองสวนพลูพร้อมระบบส่งน้ำ ต.คุระ อ.คุระบุรี ผลงานคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 2 หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ให้ราษฎรในพื้นที่ได้กว่า 600 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรอีก 300 ไร่ นอกจากนี้ยังมีโครงการปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย ระยะ 3 เริ่มต้น กม.5+825 – กม.12+135 เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 7,500 ไร่ ราษฎรประมาณ 2,700 คน และอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญ คือ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ ต.บางเหรียง อ.ทับปุด ความจุเก็บกัก 5.60 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว (ปี 2565-2568) หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนไว้ใช้เสริมการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนในช่วงที่เกิดฝนทิ้งช่วง และสนับสนุนการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้งของฝายลำไตรมาศ พื้นที่รับประโยชน์กว่า 6,350 ไร่ ที่สำคัญจะเป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคของราษฎรในพื้นที่ อ.ทับปุด และพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่โครงการ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย

‘มนัญญา’ชูท่องเที่ยว สวนทุเรียนภูเขาไฟ ที่ศรีสะเกษผลิตขาย ผ่านช่องทางออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659010

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการผลิตทุเรียนได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษที่แปลงของ นางสรารีย์ โทชัย สวนทับทิมบ้านซำตารมย์ ต.ตระกาจ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

น.ส.มนัญญา เปิดเผยว่า จ.ศรีสะเกษมีเกษตรกรปลูกทุเรียน 2,350 ราย พื้นที่ปลูกทุเรียน 15,111 ไร่ สำหรับทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ มีพื้นที่ปลูกใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.กันทรลักษณ์ อ.ขุนหาญ และ อ.ศรีรัตนะ มีพื้นที่ให้ผลผลิต 5,596 ไร่ผลผลิตจะออกสู่ตลาด 7,369 ตัน มีการจำหน่ายผลผลิตผ่านทางออนไลน์ ทั้ง Facebook/Line และซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ซึ่งปี 2565 คาดการณ์สถานการณ์ทุเรียนว่า จะมีพื้นที่ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 2,108 ไร่ คิดเป็นร้อยละ58 มีปริมาณทุเรียนเพิ่มขึ้น 2,758 ตัน คิดเป็นร้อยละ 57.8

สำหรับแปลงทุเรียน สวนทับทิมของนางสรารีย์ มีพื้นที่ 13 ไร่ 2 งาน โดยปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พันธุ์ก้านยาว และพันธุ์นกหยิบ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสวนทุเรียน ได้รับการรับรอง GAP 2553 ถึงปัจจุบัน และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน และมีการนำระบบ QR Trace มาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่เข้ามาเลือกซื้อทุเรียนภูเขาไฟ อีกทั้งยังเป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร สนองนโยบายการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ปศุสัตว์บุรีรัมย์แจ้งเตือนเกษตรกร ต้องเฝ้าระวังสัตว์เลี้ยงเป็นพิเศษ เสี่ยงเกิดโรคระบาดในช่วงฤดูฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659011

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์อภิชาติ  สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์ จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ในระยะนี้เข้าสู่ฤดูฝน หลายพื้นที่มีฝนตกชุกหนาแน่น อากาศแปรปรวน สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรมักจะมีสุขภาพอ่อนแอ เจ็บป่วยได้ง่าย

โดยเฉพาะ โค กระบือ แพะ แกะ และสุกร ที่เลี้ยงอยู่ในคอก หรือโรงเรือน หากไม่ดูแลให้ถูกสุขลักษณะ คอกหรือบริเวณโดยรอบชื้นแฉะ จะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงพาหะ ก็มีโอกาสเกิดโรคระบาดได้สูง เช่น โรคไข้สามวัน, โรคปากและเท้าเปื่อย, โรคลัมปี สกิน, โรคคอบวม

ซึ่งจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในฤดูฝน บางวันฝนตกหนักสลับร้อนจัด สัตว์จะอ่อนแอและติดเชื้อโรคระบาดได้ง่าย ดังนั้น เกษตรกรจึงควรจัดเตรียมน้ำ อาหาร และวิตามินให้สัตว์กินเสริม และทำวัคซีนป้องกันโรคไว้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าโรคสัตว์ที่มักมากับหน้าฝนนั้น ในสัตว์ต่างชนิดก็มักจะเป็นโรคที่แตกต่างกันออกไป เช่น ในโค กระบือ แพะ แกะ มักมีปัญหาเรื่องท้องอืด ท้องเสีย จากการกินหญ้าอ่อนเข้าไปเป็นจำนวนมาก และยังมีโรคหวัด โรคปอดบวม โรคคอบวม โรคปากและเท้าเปื่อย ส่วนสุกรต้องระวังโรคปากและเท้าเปื่อย และโรคพีอาร์ อาร์เอส 

นายสัตวแพทย์อภิชาติกล่าวว่า โดยทั่วไปเมื่อโค กระบือ แพะ แกะ และสุกรป่วย จะแสดงอาการผิดปกติที่ สามารถสังเกตได้ คือ ซึม เบื่ออาหาร หากเป็นโค-กระบือ จะมีขี้ตา หายใจลำบาก มีขี้มูก ไอ หรือจาม หรือท้องเสีย นอกจากนี้ อาจมีการแท้งลูกได้  ในเบื้องต้นสัตว์เคี้ยวเอื้องมักจะไม่มีการเคี้ยวเอื้อง จมูกเปียกแฉะ หรือแห้งผิดปกติ ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หนังไม่สั่นไล่แมลง ต้องหมั่นคอยสังเกตอาการของสัตว์เป็นประจำ ดูแลสัตว์เลี้ยงให้ได้รับอาหาร น้ำที่เพียงพอ สะอาด ให้ความอบอุ่น แสงสว่างที่เพียงพอ คอกสัตว์แห้งสะอาดไม่มีแมลงหรือสัตว์พาหะรบกวน กางมุ้งหรือตาข่ายกันแมลง กำจัดพยาธิภายนอกภายในเป็นประจ้า สัตว์กินอิ่ม นอนหลับ วิตามินเสริมบำรุงร่างกายให้แข็งแรง

อย่างไรก็ดี หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยให้รีบดำเนินการรักษาพยาบาล หรือหากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ ตั้งแต่สองตัวขึ้นไปมีอาการใกล้เคียงกันหรือสงสัยว่าเป็นโรคระบาดสัตว์ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อาสาปศุสัตว์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารงานส่วนตำบล  ในพื้นที่ทันที หรือโทรแจ้งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ หมายเลขโทรศัพท์ 044-611988 เพื่อความรวดเร็วในการเข้าควบคุมโรค

‘มนัญญา’ชูสหกรณ์ศรีสะเกษ ขยายพื้นที่เลี้ยงโคนมคุณภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/658766

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่สหกรณ์โคนมศรีสะเกษ จำกัด พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะ ว่าสหกรณ์แห่งนี้เป็นต้นแบบการพัฒนาสหกรณ์ให้เกิดความเข้มแข็งได้รับการสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อจัดหาครุภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้างจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกสหกรณ์ ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรนอกจากนี้ สหกรณ์ฯ ได้ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมเชิงบูรณาการแบบมีส่วนร่วม เพื่อสานต่ออาชีพพระราชทาน สร้างงาน สร้างอาชีพบนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง โดยร่วมกันกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน กองทุนพัฒนาสหกรณ์ โครงการพัฒนาการผลิตน้ำนมโคที่มีคุณภาพ ลดต้นทุน
การผลิต วงเงิน 5,000,000 บาท สนับสนุนอุปกรณ์การตลาดที่จำเป็นแก่สหกรณ์

ส่วนกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แนะนำส่งเสริมการจัดทำบัญชีครัวเรือน กรมปศุสัตว์ แนะนำส่งเสริมการเลี้ยงโคนมที่ถูกสุขลักษณะ ส่งเสริมพัฒนาฟาร์มโคนมตามเกณฑ์มาตรฐาน เป็นต้น ปัจจุบันสหกรณ์มีโคนมทั้งหมด 3,309 ตัว ปริมาณการรวบรวมน้ำนมดิบ 3,253.05 ตัน มูลค่า 57.97 ล้านบาท ปริมาณการจำหน่ายน้ำนมดิบ 3,026 ตัน มูลค่า 59.04 ล้านบาทโดยมีแผนงานในอนาคตจะสร้างโรงงานนมพาสเจอร์ไรส์ เพื่อสร้างตลาดการบริโภคในท้องถิ่น สร้างมูลค่าเพิ่มน้ำนมโคเฉลี่ยปีละ 14.3 ล้านบาท ลดการสูญเสียในระหว่างการขนส่ง ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง 1.44 ล้านบาท สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเลี้ยงโคนมมากขึ้น

ปศุสัตว์สนองพระราชดำริ จัดโครงการสัตวแพทย์ฯ ออกหน่วยตรวจรักษาสัตว์ ป้องกันโรคระบาดสู่คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/658765

วันพุธ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้สนองงานตามพระราชดำริจัดโครงการสัตวแพทย์พระราชทานในพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้บริการด้านสวัสดิภาพสัตว์แก่เกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์ มีการออกหน่วยให้บริการตรวจรักษาพยาบาลสัตว์ บริการผสมเทียม ให้คำปรึกษาแนะนำด้านปศุสัตว์ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์ กำจัดพยาธิ แจกยาและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ ผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวเพื่อช่วยพัฒนาสุขภาพสัตว์เลี้ยง เป็นการป้องกันโรคระบาดสัตว์และโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน ซึ่งการจัดโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ ที่ จ.สงขลา เป็นครั้งที่ 68 แล้ว

ทั้งนี้ การดำเนินงานโครงการสัตวแพทย์พระราชทานฯ ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2550 โดยจัดกิจกรรมปีละ 4 ครั้ง ปีนี้เป็นปีที่ 15 ได้ดำเนินการจัดที่ จ.อุทัยธานี เชียงราย และสงขลา นับเป็นการดำเนินงานครั้งที่ 68 แล้ว โดยครั้งต่อไปกำหนดจัดที่ จ.นครพนม ในเดือนสิงหาคมนี้ กรมปศุสัตว์ ร่วมกับสัตวแพทย์สภา หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษาถวายงานในด้านการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้เกิดความกินดีอยู่ดีของประชาชนชาวไทยตามพระราชประสงค์