‘เฉลิมชัย’เร่งสร้าง อ่างฯคลองน้ำเขียว ให้น้ำต้นทุนที่ระยอง แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657315

วันพุธ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำคลองน้ำเขียว โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่โรงเรียนบ้านหนองน้ำขุ่น อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องการศึกษาความเหมาะสม การสำรวจ-ออกแบบ การขออนุญาตใช้พื้นที่ และการจัดหาที่ดิน โดยมีแผนการดำเนินงานก่อสร้างในปีงบประมาณ 2567-2569

สำหรับโครงการดังกล่าว หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุน16.82 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่รับประโยชน์ในฤดูฝน10,700 ไร่ ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคและการเกษตร ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด ให้ราษฎรสามารถทำการประมงเพื่อเป็นรายได้เสริม

“ปัจจุบัน จ.ระยอง มีการขยายตัวของชุมชนเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้มีความต้องการใช้น้ำมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่จะสามารถสนับสนุนด้านการเพาะปลูกได้ กระทรวงเกษตรฯ จึงมอบหมายให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะมีแนวทางที่จะพัฒนาทั้งในส่วนของแหล่งน้ำและท่อส่งน้ำ เพื่อให้สามารถสนับสนุนน้ำให้กับประชาชนและเกษตรกรชาว จ.ระยองได้มีน้ำกินน้ำใช้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของค่าชดเชยที่ดินที่จะใช้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น จะชดเชยให้อย่างเป็นธรรม จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องในพื้นที่ให้การสนับสนุนในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำดังกล่าวเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้อง จ.ระยอง และพื้นที่ใกล้เคียง ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

เกษตรฯจับมือสอท.ชุดใหม่ ลุยยกระดับมุ่งสู่เกษตรมูลค่าสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657319

วันพุธ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรกอ.)นำคณะกรรมการและผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ชุดใหม่ โดยมีสถาบันอาหารกระทรวงอุตสาหกรรม และสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร ร่วมประชุมที่สภาอุตสาหกรรมฯ โดยแสดงความยินดีกับนายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานส.อ.ท.และคณะผู้บริหารชุดใหม่

จากนั้นได้มีการประชุมหารือถึงการพัฒนาความร่วมมือภายใต้คณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และ ส.อ.ท.เกี่ยวกับโครงการความร่วมมือที่ได้ดำเนินการก่อนหน้านี้ 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเกษตรแม่นยำ 2 ล้านไร่ โดยจะขยายเป้าหมายโครงการจาก 2 ล้านไร่ เป็น 5 ล้านไร่ 2.โครงการ 1 กลุ่มจังหวัด1 เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรอาหารครอบคลุม 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ3.โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว (GreenIndustry)

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือและเห็นพ้องกันในโครงการริเริ่มใหม่ที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไป อาทิ โครงการพัฒนาแบรนด์สินค้าเกษตร สู่เกษตรมูลค่าสูง โครงการอาหารแห่งอนาคต โครงการส่งเสริมการลงทุนเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม โครงการส่งเสริมสตาร์ทอัพเกษตร และ SMEs เกษตร โครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร ระหว่างสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) และสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตรของ ส.อ.ท. เป็นต้น

เร่งพัฒนาครูบัญชีอาสาสู่‘Smart Farmer’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657069

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ขับเคลื่อนการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร โดยสร้างแกนนำเกษตรกรเป็นอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชี (ครูบัญชี) เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ด้านการจัดทำบัญชี การใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อการวางแผนอาชีพ การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สู่เพื่อนเกษตรกรและประชาชนทั่วไป สามารถทำให้เกษตรกรและสมาชิกในชุมชนยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดี รวมถึงสร้างเครือข่ายถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกรในชุมชนของตนเองและพื้นที่ต่างๆ ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ได้กำหนดแผนการส่งเสริมการพัฒนาเครือข่ายด้านบัญชี เพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตรด้านบัญชีหรือครูบัญชีให้เป็น Smart Farmer ด้านบัญชี เป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการจัดทำบัญชีและการนำบัญชีมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนการผลิต จำหน่ายผลผลิตแก่เกษตรกร ส่งเสริมให้มีครูบัญชีประจำศูนย์การเรียนรู้ ให้สามารถให้บริการความรู้ด้านการจัดทำบัญชีแก่เกษตรกรที่ขอรับบริการ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่มีส่วนร่วมในการทำงานและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนของตนเอง รวมถึงการขยายเครือข่ายชมรมครูบัญชีอาสา ทั้งในระดับภาคและระดับประเทศ

นายอำพันธุ์ เปิดเผยด้วยว่า ปัจจุบันมีครูบัญชี ที่ขึ้นทะเบียนและปฏิบัติงานกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 7,636 รายในแต่ละพื้นที่จะคัดเลือกครูบัญชีที่มีความรู้ ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรควบคู่กับการนำบัญชีไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถนำข้อมูลทางบัญชีไปใช้ในการวางแผนประกอบอาชีพ และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เครือข่ายในชุมชนให้เข้มแข็งมีภูมิคุ้มกัน และพึ่งพาตนเองได้ เพื่อคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาบัญชีฟาร์ม ระดับภาคและระดับประเทศ เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานให้ปรากฏต่อสาธารณชนต่อไป

‘เฉลิมชัย’ดันประจวบฯขึ้นชั้น เมืองหลวงสับปะรดโลก-ตั้งศูนย์พัฒนาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657065

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่Field Day 2565 ที่แปลงสับปะรดของนายสมชาย ทองประเสริฐ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรีโดยมีนางกุลฤดี พัฒนะอิ่ม ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ และเกษตรกรกว่า 200 คน เข้าร่วมงาน โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ วางนโยบาย “5 ยุทธศาสตร์เฉลิมชัย” มุ่งกระตุ้นการสร้างเศรษฐกิจรากฐานมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรกรรม จึงได้วางแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรกรรม5 ยุทธศาสตร์ เป็นเครื่องมือในการบริหารให้บรรลุเป้าหมาย

สำหรับ 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิต, เทคโนโลยีเกษตร 4.0, “3’s” (Safety-Security-Sustainability-เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน), การบริหารเชิงรุกแบบบูรณาการกับทุกภาคส่วน และยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา ภายใต้ 15 นโยบายหลัก เช่น นโยบายการส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา เพื่อสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพการผลิตอย่างยั่งยืนระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ มุ่งหวังยกระดับรายได้เกษตรกรและสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างมั่นคงและยั่งยืน อีกทั้งให้หน่วยงานในพื้นที่ร่วมกันดำเนินงานใน 2 โครงการใหญ่ ที่กระทรวงเกษตรฯ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกันขับเคลื่อน คือโครงการพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่ และโครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหาร

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า กำลังเร่งขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ 15 นโยบายปฏิรูปภาคเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง โดยร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ เดินหน้าโครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรใน 18 กลุ่มจังหวัด ครอบคลุมทุกจังหวัดเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรทั่วประเทศ

สำหรับกิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเตรียมความพร้อมของเกษตรกรก่อนเข้าสู่ฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2565 เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการปลูกสับปะรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตเพิ่มขึ้นและมีคุณภาพ สร้างผลตอบแทนให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ จ.เพชรบุรี มีพื้นที่ปลูกสับปะรดกว่า 67,000 ไร่ ได้ผลผลิตกว่า 130,000 ตันต่อปีส่วนใหญ่ป้อนให้กับโรงงานใน จ.ประจวบคีรีขันธ์

นอกจากนี้จะมีการตั้งศูนย์สับปะรดที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัยให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเมืองหลวงสับปะรดของโลก ขณะที่กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนาสับปะรดโรงงาน “พันธุ์เพชรบุรี 2” สำเร็จแล้ว เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงและเริ่มเผยแพร่หน่อพันธุ์ไปยังเกษตรกรแล้ว

จันทบุรีจัดงาน ของดีเมืองจันท์ ดันสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657067

จันทบุรีจัดงาน  ของดีเมืองจันท์  ดันสินค้าเกษตร

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสุพจน์ ภูติเกียรติขจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดงานเทศกาลของดีเมืองจันท์ ประจำปี 2565“CHAN FUN FRESH 2022”ณ ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี

นายสุพจน์กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2561 เห็นชอบให้สนับสนุนภาคตะวันออกเป็นมหานครผลไม้โลก นับเป็นโอกาสสำคัญของ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกที่เป็นแหล่งปลูกผลไม้เมืองร้อนหลากหลายชนิดที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด ลองกอง เงาะ และลำไย ด้วยสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่เหมาะสมในการปลูกพืชผลทางการเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ที่มีเอกลักษณ์ รสชาติดี จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนสู่มหานครผลไม้โลก จ.จันทบุรี จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรสู่สากล ภายใต้งานเทศกาลของดีเมืองจันท์ ประจำปี 2565” “CHAN FUN FRESH 2022” ขึ้นระหว่างวันที่ 1-5 มิ.ย.2565 ที่บริเวณถนนด้านหน้าศาลาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี

เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะผลไม้ ให้เป็นที่รู้จักแก่คนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากขึ้นโดยภายในงานดังกล่าวจะยกขบวนสินค้าเกษตรคุณภาพมาตรฐาน ทั้งผลไม้นานาชนิด สินค้าประมง ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าของดีของเด่นที่มีชื่อเสียงของจังหวัดจันทบุรี มาไว้ให้ผู้บริโภคได้เลือกชม ชิม ช็อป อย่างจุใจในราคายุติธรรม อีกทั้งมีโปรโมชั่นจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมให้ร่วมลุ้นของรางวัลอีกมากมาย

สกู๊ปพิเศษ : วช.หนุนทีมวิจัย มจธ.ถ่ายทอดเทคโนโลยี การตรวจพิสูจน์การปลอมแปลงเอกสาร ใช้นวัตกรรมวัสดุนาโนสีเขียวแก่นิติวิทย์ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657074

สกู๊ปพิเศษ : วช.หนุนทีมวิจัย มจธ.ถ่ายทอดเทคโนโลยี  การตรวจพิสูจน์การปลอมแปลงเอกสาร  ใช้นวัตกรรมวัสดุนาโนสีเขียวแก่นิติวิทย์ทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า เอกสารที่ถูกปลอมแปลงจากแหล่งต้องสงสัย ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายคดีความ และจากสถิติคดีศาลยุติธรรมทั่วราชอาณาจักร ประจำปี พ.ศ. 2558 ยังพบว่าความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารมีมากสุดถึง 95% ของความผิดที่เกี่ยวกับการปลอมแปลงในคดีอาญาทั้งหมด และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกปีดังนั้น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) จึงได้ให้ทุนสนับสนุนโครงการ “การถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์การปลอมแปลงเอกสารแบบไม่ทำลายตัวอย่างโดยใช้นวัตกรรมวัสดุนาโนสีเขียวแก่นักนิติวิทยาศาสตร์” เพื่อให้เกิดการนำเอาองค์ความรู้ที่สมบูรณ์แล้วไปขยายผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว และยังช่วยลดงบประมาณในการนำเข้าเทคโนโลยีราคาแพงจากต่างประเทศอีกด้วย

สำหรับเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์การปลอมแปลงเอกสารแบบไม่ทำลายตัวอย่างโดยใช้นวัตกรรมวัสดุนาโนสีเขียวที่เรียกว่า Green colloidal SERSเป็นผลงานที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช ประจำปี2564 โดยมีผศ.ดร.เขมฤทัย ถามะพัฒน์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นหัวหน้าโครงการ และมีผู้ร่วมประดิษฐ์ประกอบด้วย ดร.นพดลนันทวงศ์ และดร.พิทักษ์ เอี่ยมชัย จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) พ.ต.อ.หญิง ศิริพร จันทขันธ์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนางสาวอภิญญา เกตุก้อง จาก มจธ.

ผศ.ดร.เขมฤทัย ถามะพัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์และวิศวกรรมศาสตร์เพื่อคำตอบของสังคม และรองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเผยว่า การปลอมแปลงเอกสารที่เป็นความผิดในคดีอาญาซึ่งมีลักษณะที่มีการต่อเติมหรือเขียนแทรก เช่น การปลอมแปลงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินของธนาคาร โฉนดที่ดิน หนังสือเดินทาง และหนังสือพินัยกรรมนั้น ในบางกรณีจำเป็นต้องตรวจพิสูจน์การปลอมแปลงโดยการเปรียบเทียบชนิดของหมึกพิมพ์หรือหมึกปากกา

ทั้งนี้ด้วยข้อจำกัดของวิธีการตรวจแบบเดิมๆ เช่น การใช้เครื่อง VSC ที่แสดงให้เห็นแค่ความแตกต่างในการตอบสนองต่อแสงระหว่างหมึกปากกาที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ ไม่สามารถตรวจเปรียบเทียบชนิดของหมึกได้ หากหมึกปากกาในบริเวณต้องสงสัยเรืองแสงเหมือนกัน หรือไม่เรืองแสงเหมือนกัน และแม้จะมีการนำเทคนิคต่างๆ มาใช้เพิ่มขึ้น แต่ยังมีต้องสกัดหมึกปากกาออกมาจากเอกสารเพื่อตรวจพิสูจน์ เป็นการทำลายสภาพเอกสาร ทำให้เกิดความยุ่งยากในขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ อีกทั้งยังต้องทำการขออนุญาตจากศาลก่อนทำลายสภาพเอกสาร

ปัจจุบันหน่วยงานด้านการตรวจพิสูจน์เอกสาร จึงได้นำเทคนิครามานสเปกโทรสโกปี (Raman spectroscopy หรือ RS) มาประยุกต์ใช้ในการตรวจพิสูจน์หมึกปากกาบนเอกสารได้โดยตรง โดยเป็นการตรวจพิสูจน์แบบไม่ทำลายตัวอย่างและสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับองค์ประกอบทางเคมีของหมึกปากกาได้

ผศ.ดร.เขมฤทัยกล่าวว่า เนื่องจากการใช้เทคนิค RS ในการตรวจพิสูจน์หมึกปากกา ยังมีความไวต่ำ จึงมีการนำเทคนิคพื้นผิวขยายสัญญาณรามาน (SERS) ด้วยการนำพื้นผิวของอนุภาคนาโนโลหะเข้ามาช่วยในการขยายสัญญาณรามานและลดสัญญาณรบกวน ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในเชิงพาณิชย์มีการพัฒนาตัวขยายสัญญาณเป็น 2 รูปแบบคือ รูปแบบแผ่นรองรับสำหรับขยายสัญญาณรามาน (SERS – substrate) และรูปแบบของคอลลอยด์สำหรับขยายสัญญาณรามาน (colloidal SERS) เพื่อออกมาจำหน่าย

สำหรับ SERS – substrate แม้จะสามารถขยายสัญญาณรามานได้ดี แต่มีข้อเสียคือ ยุ่งยากในการสร้าง มีราคาแพง ในขณะที่colloidal SERS สามารถเตรียมขึ้นโดยใช้กระบวนการที่ง่ายกว่าและมีราคาถูกกว่า แต่มีอายุการใช้งานที่สั้นและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

“ทีมวิจัย จึงร่วมกันพัฒนานวัตกรรม Green colloidal SERS ขึ้น สำหรับจำแนกหมึกปากกาในงานตรวจพิสูจน์เอกสารต้องสงสัย โดยมีราคาถูก สามารถผลิตขึ้นเองได้อย่างง่ายและรวดเร็ว ด้วยเครื่องไมโครเวฟ โดยใช้เวลาในการเตรียมเพียงแค่ 3 นาที ใช้วัสดุจากธรรมชาติที่มีภายในประเทศไทย และมีอายุการใช้งานนานกว่า 6 เดือน สามารถนำ Green colloidal SERS ไปหยดลงบนหมึกปากกาบนวัตถุพยานประเภทเอกสาร ณ ตำแหน่งต้องสงสัยได้โดยตรง แล้วนำไปตรวจวัดด้วยเครื่องรามานสเปกโทรสโกปีได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้แห้ง สารขยายสัญญาณรามานที่พัฒนาขึ้นนี้จะไม่ทำละลายหมึก ตัวอักษรที่อ่านได้ยังคงลักษณะเดิม จึงไม่จำเป็นต้องทำลายสภาพเอกสารเพื่อสกัดหมึกออกมาตรวจวัด โดยการตรวจหนึ่งตำแหน่งจะใช้สารในราคาเพียง 25 สตางค์ เท่านั้น”

นักวิจัย กล่าวว่า นวัตกรรมดังกล่าวสามารถขยายสัญญาณรามานได้มากกว่า 10 เท่าของสัญญาณรบกวน ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับองค์ประกอบทางเคมีของหมึกปากกา สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการจำแนกโมเลกุลองค์ประกอบ สีของหมึกปากกา และประเภทของตัวทำละลายซึ่งจะบ่งบอกถึงชนิดของหัวปากกา เช่น ปากกาลูกลื่น ปากกาหมึกซึม และปากกาโรลเลอร์บอล ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบกัน เพื่อชี้ให้เห็นว่าเอกสารต้องสงสัยนั้นถูกปลอมแปลงหรือไม่ โดยการตรวจพิสูจน์จากหมึกปากกา

การผลิต Green colloidal SERS หรือ สารสำหรับขยายสัญญาณเพื่อการตรวจพิสูจน์หมึกปากกาด้วยวิธีรามานสเปกโทรสโกปี ได้เองนี้ ถือเป็นเพิ่มศักยภาพในการตรวจพิสูจน์หลักฐานของหน่วยงานต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้จากการสนับสนุนของ วช. ทีมวิจัยจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต Green colloidal SERS และกระบวนการตรวจพิสูจน์หมึกปากกาแบบไม่ทำลายวัตถุพยานเอกสารและไม่ทำละลายหมึกปากกาให้แก่ตัวแทนเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจเอกสารและกลุ่มงานตรวจทางเคมี ฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง และศูนย์พิสูจน์หลักฐานทั้ง 10 ศูนย์ ทั่วประเทศไทย เพื่อประโยชน์เชิงความมั่นคง และยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือให้แก่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจกับหน่วยงานที่มีเครื่องรามานสเปกโตรมิเตอร์ซึ่งกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ให้ผู้ปฏิบัติงานประจำเครื่องมือสามารถสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจได้ในอนาคต

กรมชลฯขับเคลื่อน3ปตร.ในพื้นที่เชียงราย พัฒนาแหล่งน้ำให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657064

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย กรมชลประทานเปิดเผยว่า ภูมิประเทศส่วนใหญ่ของจังหวัดเชียงรายจะเป็นพื้นที่สูง แม่น้ำสายหลักจะไหลย้อนขึ้นทางทิศเหนือลงสู่แม่น้ำโขง สภาพตลิ่งจึงค่อนข้างสูง ทำให้การนำน้ำในแม่น้ำสายหลักดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ไม่สะดวก ดังนั้น การดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อนำน้ำที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญโดยเฉพาะโครงการประตูระบายน้ำ (ปตร.) น้ำอิงบ้านร่องริว ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นโครงการที่ออกแบบให้สามารถควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำอิงให้คงอยู่ อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลิ่ง 1.5 เมตร

สำหรับโครงการประตูระบายน้ำอิงเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง เกิดขึ้นเนื่องจากราษฎรในพื้นที่ตำบลเวียงและพื้นที่ใกล้เคียง ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภค-บริโภค และทำการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ราษฎรต้องทำฝายชะลอน้ำชั่วคราวอยู่ตลอดทุกปีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเวียง ได้ทำหนังสือถึงกรมชลประทานขอให้พิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการโครงการประตูระบายน้ำน้ำอิงขึ้นในปี 2561 โดยก่อสร้างประตูระบายน้ำแบบบานประตูตรง ขนาด 10.00 x 8.00 เมตรจำนวน 6 ช่อง ความกว้างช่องระบายน้ำ 60.00 เมตร ขณะนี้ได้ดำเนินเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถเก็บกักน้ำได้ 2.47 ล้านลบ.ม. เพื่อเป็นน้ำต้นทุนให้โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จำนวน 3 แห่ง ส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในช่วงฤดูฝน 10,350 ไร่และฤดูแล้ง 6,210 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ต.เวียงต.งิ้ว ต.สันทรายงาม อ.เทิง จ.เชียงราย

นอกจากนี้ประชาชนที่อาศัยใกล้แม่น้ำอิง จำนวน 16,635 ครัวเรือนรวม 58,061 คน ในพื้นที่ 6 อำเภอตั้งแต่ อ.จุน อ.เชียงคำ จ.พะเยา อ.เทิง อ.ขุนตาล อ.พญาเม็งราย อ.เชียงของ จ.เชียงราย ยังได้รับประโยชน์จากประตูระบายน้ำดังกล่าวอีกด้วย

พร้อมนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำบ้านแก่นเจริญ ตำบลห้วยซ้อ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ผลการดำเนินงาน 54.57% พื้นที่ได้รับประโยชน์ 27,370 ไร่ และเตรียมดำเนินโครงการประตูระบายน้ำบ้านทุ่งซาง ตำบลศรีดอยชัยอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย อีกโครงการซึ่งขณะนี้ได้ทำการสำรวจ ออกแบบ เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการจัดหาที่ดินในบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง

กรมชลฯเปิดประตูน้ำเร่งระบาย จุดท่วมขังในลุ่มแม่น้ำปากพนัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657076

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า จากอิทธิพลของพายุไซโคลน “อัสนี”บริเวณอ่าวเบงกอล เคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน ทำให้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทย อ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้เกิดอุทกภัย ปัจจุบันมีน้ำล้นตลิ่งจากคลองบางกลม ซึ่งเป็นคลองสาขาของแม่น้ำปากพนัง เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำทางการเกษตรบริเวณพื้นที่ ต.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ระดับน้ำสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไหลลงสู่แม่น้ำปากพนังในลำดับต่อไป

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เปิดประตูระบายน้ำ (ปตร.) อุทกวิภาชประสิทธิ ปตร.ชะอวด-แพรกเมือง ปตร.ฉุกเฉิน ปตร.บางจาก ปตร.เปี๊ยะ ปตร.บางลึก ปตร.สุขุม และปตร.ท่าพญา เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำปากพนัง ออกสู่ทะเลอ่าวไทยให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ดี ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรศัพท์สายด่วนกรมชลประทาน 1460

เกษตรฯรุกแก้ไขปัญหา กลุ่มประมงที่เดือดร้อน รับผลกระทบหลายส่วน ตั้งองค์กรฯใน50จังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657063

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย กล่าวภายหลังประชุมร่วมระหว่าง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ กับนายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริหารสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย (ชุดใหม่) ว่าสมาคมการประมงฯ เสนอประเด็นความเดือดร้อนจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งกฎหมาย กฎระเบียบ พ.ร.ก.การประมง

ทั้งนี้ ดร.เฉลิมชัย ยืนยันว่าจะติดตามดูแลทุกประเด็นข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงทุกกลุ่ม ส่วนเรื่องกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ประมง อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ แต่ก็ยินดีจะช่วยประสานในกรณีเกิดปัญหา และได้มอบหมายกรมประมง เร่งรัดดำเนินการในประเด็นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสั่งการให้ตั้งคณะทำงานพิจารณาประเด็นการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ให้เป็นธรรมเหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วนกรณีปัญหาแรงงานตามมาตรา 83 ซึ่งจะได้ประสานกับ รมว.แรงงาน

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า ได้ทำงานแบบมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับชาวประมงทุกกลุ่ม ภายใต้คณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย และกรมประมง จัดตั้งองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นกว่า 2,600 องค์กร ใน 50 จังหวัด พร้อมสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาอาชีพและศักยภาพองค์กรละ 1 แสนบาท ปีละ 200 องค์กร ในการพัฒนาอาชีพและเสริมสร้างศักยภาพของประมงพื้นบ้าน

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับจังหวัดลำปางกระจายสับปะรดออกนอกแหล่งผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657061

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับจังหวัดลำปางกระจายสับปะรดออกนอกแหล่งผลิต

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.19 น.

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกปี 2565 ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยร่วมกับจังหวัดลำปาง ประสานผู้ประกอบการรับซื้อสับปะรดจากเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด กระจายออกนอกแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยในวันที่ 30 พฤษภาคม 2565 กระจายผลผลิตครั้งแรก จำนวน 6 ตัน และจะรับซื้อต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งจะช่วยเหลือเกษตรกรระบายผลผลิตสับปะรดของจังหวัดลำปางในช่วงที่ผลผลิตออกมากในเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม นี้

นอกจากนี้ จังหวัดลำปางได้ดำเนินมาตรการเพิ่มเติม ดังนี้

1. ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ โดยจัดกิจกรรมรณรงค์การบริโภคผลไม้ “พาณิชย์ Fruit Festival 2022” ระหว่างวันที่ 2 – 8 พ.ค. 2565 ณ ศาลากลางจังหวัดลำปางและห้างโลตัส ลำปาง, งานตลาดนัดพาณิชย์รวมใจ ระหว่างวันที่14 – 20 พ.ค 2565 ณ ศูนย์การค้าเซนทรัลพลาซ่า ลำปาง, งาน Otop Shopping week ระหว่างวันที่ 23 – 29 พ.ค. 2565 ณ ลานเพ็ญทรัพย์ ลำปาง

2. ประสานงานกับห้างท้องถิ่นและปั๊มน้ำมันต่างๆ เปิดพื้นที่จำหน่ายผลไม้ให้กับเกษตรกร ได้แก่ สวนสาธารณะเขลางค์นคร, ศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง, ที่ว่าการอำเภอเมืองลำปาง , ห้าง Modern Trade จำนวน 6 จุด, ปั๊มน้ำมันในจังหวัดลำปาง 8 จุด และสถานที่ในต่างจังหวัด เช่น นิคมอุตสาหกรรมลำพูน, สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน, ปั๊มน้ำมัน ปตท. จังหวัดลำพูน, ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่และศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565

3. ช่วยเกษตรกร ผู้ประกอบการ ล้ง กระจายผลผลิตผลไม้ออกนอกแหล่งผลิต โดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการไม่เกิน กิโลกรัมละ 3 บาท เพื่อกระตุ้นการรับซื้อในแหล่งผลิตและระบายผลผลิตออกไปจังหวัดปลายทาง

4. สนับสนุนกล่องบรรจุสับปะรด พร้อมค่าจัดส่งฟรีผลไม้จากเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ไปยังผู้บริโภคโดยตรง โดยได้ส่งมอบกล่องบรรจุผลไม้ให้แก่วิสาหกิจแปลงใหญ่สับปะรดปลอดภัยบ้านเสด็จ 

5. ทีมเซลล์แมนจังหวัดลำปาง ช่วยระบายสับปะรดของเกษตรกร โดยได้ดำเนินการระบายผ่านหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัด 

6. การเชื่อมโยงโดยส่งสับปะรดไปจำหน่ายใน Top Supermarket สัปดาห์ละ 1.5 ตัน