‘คณะทำงาน รมว.กษ.-กรมหม่อนไหมฯ’มอบกี่ทอผ้าให้กลุ่มทอผ้าไทยทรงดำ บ้านดอนมะนาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656956

'คณะทำงาน รมว.กษ.-กรมหม่อนไหมฯ'มอบกี่ทอผ้าให้กลุ่มทอผ้าไทยทรงดำ บ้านดอนมะนาว

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.56 น.

‘คณะทำงาน รมว.กษ.’ พร้อมด้วยกรมหม่อนไหมฯ มอบกี่ทอผ้า จำนวน 6 ตัว ให้กับกลุ่มทอผ้าไทยทรงดำ บ้านดอนมะนาว – ‘เมฆินทร์’ ชี้เป็นการส่งเสริมให้ผ้าทอไทยทรงดำอยู่คู่กับประเทศไทยและพร้อมสนับสนุนให้ก้าวไปสู่ระดับโลก 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอนุชิต ชุ่มใจ ตำแหน่งที่ปรึกษากรมหม่อนไหม และ นางพรไสว ชุ่มบุญชู ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯกาญจนบุรี เป็นประธานในการมอบมอบกี่ทอผ้าขนาดเล็ก จำนวน 6 ตัว ซึ่งได้รับการบริจาคจาก บริษัท ตั้งเซียะปิงโลหะกิจ จำกัด และ ‘ธันย่า-ธันยลักษณ์ พรหมมณี’ ดีไซน์เนอร์และเซเลบริตี้ชื่อดัง โดยมี นางขวัญยืน ทองดองจุย ประธานกลุ่มทอผ้าไทยทรงดำ ตำบล ดอนมะนาว อำเภอสองพี่น้อง เพื่อสืบสานวัฒนธรรมการทอผ้าของไทยทรงดำ สู่เด็กและเยาวชน เพื่อสืบทอดและเป็นมรดกต่อไปอย่างยืนยาว 

ทั้งนี้ นายเมฆินทร์และคณะ ได้เยี่ยมชมการสาธิตการทอผ้าไทยทรงดำ ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตและภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยเป็นผ้าทอมือจากฝ้ายแท้ ทอด้วยกี่พุ่งแบบกระตุก ย้อมด้วยสีธรรมชาติจากเปลือกไม้ ซึ่งเมื่อทอผ้าจนเรียบร้อยแล้ว เนื้อผ้าจะมีความนุ่ม สีไม่ตก มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีความสวยงามเป็นอย่างมาก โดยผ้าทอของชาวไทยทรงดำนั้น  จะสวมใส่ในชีวิตประจําวันและการสวมใส่ในงานพิธีกรรมต่างๆ ของชาวไทยทรงดำ ซึ่งสอดแทรกวิถีชีวิตและแนวคิดในการใช้ชีวิตของชาวไทยทรงดำไว้อย่างแยบยลอีกด้วย 

โดยนายเมฆินทร์ ระบุว่า ถึงแม้ว่า วิสัยทัศน์ของทางกระทรวงเกษตรฯ จะเน้นหนักในเรื่องการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ในการเพิ่มผลิตทางการเกษตร เพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆ ที่ผันผวนอยู่ในขณะนี้ แต่อย่างไรก็ดี การรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรนั้น ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ทั้งนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการรักษาภูมิปัญญาของชาวไทยทรงดำ ในการทอผ้าเพื่อเป็นเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งถือเป็นการอนุรักษ์ไม่ให้สูญหาย ดังนั้น ตนจึงได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการนำกี่ทอผ้าฯ จำนวน 6 ตัว มามอบให้กับทางกลุ่มฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผ้าทอไทยทรงดำอยู่คู่กับชาวจังหวัดสุพรรณบุรี และประเทศไทยตลอดไป รวมทั้ง พร้อมสนับสนุนให้สามารถก้าวไปสู่ระดับโลกได้ในอนาคตอันใกล้นี้

‘ประภัตร’จัดมหกรรมเกษตรสร้างชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656812

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานมหกรรมเกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 1 สานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนจัดงานโคเนื้อแห่งชาติ ครั้งที่ 19 และกิจกรรมด้านปศุสัตว์ ภายในงานมหกรรมเกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 1 โดยมีการประกวดโคเนื้อพันธุ์อเมริกันบราห์มัน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และชิงถ้วยรางวัล รมว.เกษตรฯ ที่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรสนามชัย หมู่ 5 ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

นายประภัตร กล่าวว่า ได้เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพสร้างรายได้โดยโครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อต่อยอดสร้างอาชีพ ทั้งนี้ การจัดงานมหกรรมเกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 1 สานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร ทุกภาคส่วนต่างร่วมมือร่วมใจกันจัดขึ้น เพื่อนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัยไปปรับใช้ในแปลงของตนเอง นอกจากนี้ยังมีสินค้าราคาถูก สินค้าจากกลุ่มอาชีพต่างๆ มาจำหน่าย

ส่วนการจัดงานโคเนื้อแห่งชาติ ครั้งที่ 19 และกิจกรรมด้านปศุสัตว์ที่จัดขึ้นภายในงานมหกรรมเกษตรสร้างชาตินั้น กรมปศุสัตว์ เล็งเห็นความสำคัญของการเลี้ยงโคเนื้อ จึงส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรมีความรู้ในการเลี้ยงโคเนื้อ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สามารถพัฒนาฟาร์มของตนเองไปสู่ฟาร์มมาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพื้นที่เลี้ยงโคเนื้อ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกษตรกรมีความเข้มแข็ง สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายโคเนื้อให้เกิดการพัฒนาการผลิต และการบริหารจัดการด้านการตลาดโคเนื้อร่วมกัน สามารถเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

สภาเกษตรฯหนุน ยกร่างก.ม.วิชาชีพ ใช้กับชาวประมง ชี้เกิดผลระยะยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656815

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติกล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือเพื่อพิจารณาประเด็นความซ้ำซ้อนของร่าง พ.ร.บ.สภาการประมงแห่งประเทศไทย พ.ศ. …กับภารกิจและอำนาจหน้าที่ของสภาเกษตรฯ ร่วมกับนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง พร้อมคณะ และผู้ที่เกี่ยวข้องที่สำนักงานสภาเกษตรฯ ว่าก่อนหน้านี้ได้รับทราบเรื่องร่าง พ.ร.บ.สภาการประมงฯ บ้างแล้ว นับเป็นโอกาสดีที่รองอธิบดีกรมประมง พาคณะทำงานมาหารือประเด็นความซ้ำซ้อนของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกับภารกิจและอำนาจหน้าที่ของสภาเกษตรฯ

ทั้งนี้ การทำการเกษตรภาคประมงเป็นสาขาอาชีพหนึ่งที่มีสำคัญและมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่มาก โดยหลักการแล้วสภาเกษตรฯ สนับสนุนสภาการประมงฯ ถ้าว่าด้วยกฎหมาย ได้เสนอกรมประมง ให้จำกัดกรอบในการยกร่างกฎหมาย เพื่อป้องกันเรื่องการทับซ้อนกับกฎหมายอื่นๆ และเน้นที่การทำให้เกิดสภาวิชาชีพของกลุ่มชาวประมง ซึ่งในสาขาการผลิตภาคการประมง มีการประมงน้ำลึก การประมงพาณิชย์ การประมงชายฝั่ง การประมงพื้นบ้าน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการเลี้ยงกุ้ง ถือว่ามีความหลากหลายมากเน้นเรื่องความร่วมมือการจัดสรรประโยชน์ของกลุ่มสาขาการผลิตแต่ละสาขา ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามีความขัดแย้งกันเยอะ เรื่องการแย่งชิงทรัพยากร หากใช้โอกาสนี้ให้สภาการประมงฯ ทำหน้าที่ในการจัดสรรประโยชน์ของกลุ่มสมาชิกในระยะยาวต่อไปในอนาคต

กรมชลฯเกาะติดภาคใต้ พร้อมรับพายุถล่มพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656813

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 14-17 เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาและเน้นย้ำให้มีการตรวจสอบอาคารชลประทานให้มีสภาพพร้อมใช้งาน พร้อมบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม โดยให้พิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ รวมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ได้ประสานแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลาก และสั่งการให้สำนักเครื่องจักรกล จัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำ ประจำจุดพื้นที่เสี่ยง ให้สามารถนำไปช่วยเหลือได้ทันที หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอด24 ชั่วโมง

‘เฉลิมชัย’ชูพัฒนาสมุนไพร สินค้าเกษตรพิเศษร่วมกับFAO

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656814

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และ ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ ร่วมกิจกรรมการดำเนินงานระดับโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้โครงการหนึ่งประเทศหนึ่งผลิตภัณฑ์ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (The Global Action on Green Development of Special Agricultural Products: “One Country One Priority Product” (OCOP) FAO Regional Office for Asia and the Pacific) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ฉบับใหม่ของ FAO ที่มุ่งเน้นการพลิกโฉมระบบการเกษตรและอาหารที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม ยืดหยุ่นและยั่งยืนมากขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่สนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ได้ดำเนินนโยบายการเกษตร 3S ว่าด้วย 1.ความปลอดภัยของอาหาร (Safety) 2.ความมั่นคงของภาคการเกษตรและอาหาร (Security) และ 3.ความยั่งยืน (Sustainability) และวาระแห่งชาติตามกรอบยุทธศาสตร์โมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวของภาคการเกษตรและอาหาร นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินงานพัฒนาภาคการเกษตรในรูปแบบระบบเกษตรกรรมยั่งยืน มุ่งเน้นการพัฒนาแบบบูรณาการทรัพยากรธรรมชาติทั้ง 5 อย่าง ได้แก่ ระบบนิเวศ ดิน ป่าไม้ ที่ดิน และน้ำ ซึ่งการพัฒนาจะครอบคลุมวิถีชีวิตของเกษตรกร กระบวนการผลิต และการจัดการตลอดห่วงโซ่ เพื่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ นำไปสู่การพึ่งตนเองและการพัฒนาคุณภาพชีวิต แผนงานการพัฒนาสินค้าเกษตรชนิดพิเศษสีเขียว (SAP – Special Agricultural Products) เป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์นำร่องในโครงการหนึ่งประเทศหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OCOP) เนื่องจากประเทศไทยมีสินค้าที่มีศักยภาพและมีคุณสมบัติเป็นสินค้าเกษตร SAP ได้หลากหลายชนิด จึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำเสนอตัวอย่างการพัฒนาสินค้าเกษตร SAP ได้แก่ พืชผักสมุนไพร จนมีความต้องการและเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้สนับสนุนและส่งเสริมพืชผักสมุนไพรไทยมาอย่างต่อเนื่อง มีการนำ BCG Model เข้ามาร่วมพัฒนาในด้านเศรษฐกิจรากฐานชีวภาพ เน้นใช้วัตถุดิบหลากหลายผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมการผลิตที่มีมาตรฐาน GAP การวิจัยและพัฒนา ในการปลูกพืชผักสมุนไพร อีกทั้งยังช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการสนับสนุนการรวมกลุ่มของเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและสร้างความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ โดยความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นส่วนหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนา เพื่อนำไปสู่ระบบเกษตรและอาหารที่มีความยั่งยืน

‘เฉลิมชัย’นำขรก.เกษตรฯ ชมสวนขับเคลื่อนแปลงใหญ่การผลิตทุเรียนนนท์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656427

'เฉลิมชัย'นำขรก.เกษตรฯ ชมสวนขับเคลื่อนแปลงใหญ่การผลิตทุเรียนนนท์

วันศุกร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.12 น.

“เฉลิมชัย “นำขรก.เกษตรฯ ชมสวนขับเคลื่อนแปลงใหญ่การผลิตทุเรียนนนท์ สร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ ให้พื้นที่นนทบุรีมีปลูกทุเรียนให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเยี่ยมเยียนสวนเกษตรกรพร้อมตัดทุเรียนนนท์ ณ สวนยายละมัย ตำบลบางกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายการทำงานปี 2565 ในการวางรากฐานการพัฒนาภาคการเกษตรให้สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อยกระดับภาคการเกษตรในยุค Next Normal ทั้งการผลิตที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง ใช้การตลาดสมัยใหม่ หรือการตลาด 5.0 ผลักดันให้ไทยเป็น 1 ใน 7 ประเทศสำคัญของผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงของโลกภายในปี 2580

ทั้งนี้ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนายกระดับสินค้าเกษตรด้วยโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด โดยจังหวัดนนทบุรีมีกลุ่มแปลงใหญ่อยู่หลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น ที่สวนทุเรียนยายละมัย ซึ่งเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ทุเรียนอำเภอเมืองนนทบุรี ได้ดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรในการนำเอาองค์ความรู้การปลุกทุเรียนแบบชาวสวนนนทบุรีดั้งเดิมมาใช้ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการปลูกทุเรียน พร้อมทั้งนำไปเป็นแบบอย่างต่อยอดพัฒนาให้กับกลุ่มแปลงใหญ่อื่นๆ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายแปลงใหญ่ที่เข้มแข็ง เป็นพลังในการปฏิรูปภาคการเกษตรที่ทันสมัย ทันสถานการณ์ และทันต่อการเปลี่ยนแปลง

“วันนี้ต้องการมาประชาสัมพันธ์ว่าทุเรียนของไทยมีอยู่หลากหลายพื้นที่ และทุเรียนนนทบุรีเป็นทุเรียนพันธุ์ดั้งเดิมของไทย จึงอยากเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนคนไทยมาบริโภคทุเรียน อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ จะเข้ามาส่งเสริมให้พื้นที่จังหวัดนนทบุรีมีการปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันมีปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งทุเรียนเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงที่สุด โดยถือเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ แม้จะอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 แต่มีมูลค่าส่งออกกว่าแสนล้านบาท ซึ่งภาคการเกษตรเป็นภาคที่ช่วยผยุง GDP ของประเทศ จึงอยากให้เกษตรกรภาคภูมิใจที่เป็นส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยยังคงเดินไปข้างหน้าได้ และเชื่อมั่นว่าภายใน 2 – 3 ปีข้างหน้า มูลค่าการส่งออกทุเรียนจะสามารถเป็นอันดับ 1 ของประเทศ เนื่องจากมีผลผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องและมีมาตรการบริหารจัดการที่ชัดเจน จึงอยากขอให้เกษตรกรยังคงรักษาคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพออกมาให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้บริโภคกันต่อไป” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ขณะที่ นายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นกลไกขับเคลื่อนหลักในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี มุ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อย เพื่อรวมกันผลิต รวมกันจำหน่าย และบริหารจัดการร่วมกัน ส่งผลให้มีแปลงใหญ่ทุเรียนจำนวน 5 แปลง ในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมืองนนทบุรี 1 แปลง อำเภอบางใหญ่ 1 แปลง อำเภอบางกรวย 1 แปลง และอำเภอปากเกร็ด 2 แปลง สำหรับสวนทุเรียนยายละมัย เป็นสมาชิกแปลงใหญ่อำเภอเมืองนนทบุรี โดยมีนายสำเริง สุนทรแสง เป็นเจ้าของสวน ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการแปลงใหญ่ทุเรียนอำเภอเมืองนนทบุรี และศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอเมืองนนทบุรี ด้านไม้ผล (ทุเรียน) รวมทั้งเป็นประธานขับเคลื่อนการรวมกลุ่มแปลงใหญ่อย่างเข้มแข็ง และเป็นจุดเรียนรู้ด้านการปลูกทุเรียนในพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรที่สนใจและเข้ามาศึกษาเรียนรู้ได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองต่อไป

จังหวัดนนทบุรี มีพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 107,938.72 ไร่ เกษตรกร 12,159 ครัวเรือน มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว 88,804 ไร่ ไม้ผล 10,415.97 ไร่ ไม้ดอกไม้ประดับ 4,195.23 ไร่ และผัก 2,887.19 ไร่ ซึ่งทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและมีชื่อเสียงของจังหวัดและมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น หมอนทอง ก้านยาว ชะนี กระดุม กำปั่น สาวน้อย กบ เป็นต้น เมื่อปี 2553 พื้นที่ปลุกทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีมีมากถึง 3,475 ไร่ แต่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยในปี 2554 ทำให้พื้นที่การเกษตรเสียหาย เหลือพื้นที่ปลูกทุเรียนเพียงแค่ 43 ไร่ ส่งผลให้ผลผลิตทุเรียนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ปัจจุบันเกษตรกรมีการปลูกและฟื้นฟูสวนใหม่ ทำให้พื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 2,280 ไร่ เกษตรกร 1,162 ครัวเรือน พื้นที่เก็บเกี่ยว 112.95 ไร่ ปริมาณผลผลิต 9,110 ลูก ผลผลิตเฉลี่ย 119.85 กิโลกรัม/ไร่ ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนนทบุรี 5,976 ลูก อำเภอบางใหญ่ 1,744 ลูก อำเภอบางกรวย 810 ลูก อำเภอปากเกร็ด 555 ลูก อำเภอบางบัวทอง 23 ลูก และอำเภอไทรน้อย 2 ลูก โดยผลผลิตจะออกมากที่สุดในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน ของทุกปี

– 006

เกษตรฯ-พาณิชย์จับมือส่งออกผลไม้ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656253

วันศุกร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาผลไม้ล่วงหน้าในคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ตบอร์ด) กล่าวว่า ได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าโปรโมทผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศ ตั้งแต่เริ่มฤดูกาลผลไม้ปีนี้ เพื่อเพิ่มการส่งออกในตลาดหลักและขยายตลาดใหม่ เช่น จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ออสเตรเลียอียู อิตาลี เบลเยียม สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย ตามนโยบาย ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานฟรุ้ตบอร์ด ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายการส่งออกผลไม้ไทยทั้งผลไม้สด ผลไม้แช่แข็ง ผลไม้แห้ง และผลไม้แปรรูปในปี 2565 เป็นมูลค่า 280,000 ล้านบาท เพิ่มจากการส่งออกในปี 2564 ซึ่งมีมูลค่า 250,000 ล้านบาท

นายอลงกรณ์กล่าวต่อว่า สำนักงานที่ปรึกษาฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ นครกว่างโจว ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ และหน่วยงานทีมประเทศไทย เมืองเซี่ยเหมิน โปรโมทผลไม้ไทยในงานเทศกาลอาหารไทย เมืองเซี่ยเหมิน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากและจะจัดงานเทศกาลผลไม้ไทย นครหนานหนิง ในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านร้านพาโกดาในพื้นที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประมาณ 80 สาขา และจะจัดงานเทศกาลผลไม้ไทย เมืองเซินเจิ้น โดยก่อนหน้านี้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง ร่วมกับซีพีเซ็นเตอร์ สำนักงานใหญ่เครือเจริญโภคภัณฑ์ เขตประเทศจีน สถานเอกอัครราชทูต กรุงปักกิ่ง และสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงปักกิ่งจัดงานเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2565ร่วมกับกรมหม่อนไหม มีการประชาสัมพันธ์ผ้าไหมไทย โดยจัดแฟชั่นโชว์ ประชาสัมพันธ์ทุเรียนของไทย เพื่อเป็นการผสมผสานกิจกรรมและขยายตลาดสินค้าเกษตรของไทย

กรมข้าวประชุมวิชาการ ระดมนักวิจัยโชว์ผลงาน พัฒนาการปลูกข้าวไทย ใช้หลักเกษตรแม่นยำสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656256

วันศุกร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการข้าวกลุ่มศูนย์วิจัยข้าวภาคกลางและตะวันตก และกลุ่มศูนย์วิจัยข้าวภาคตะวันออก ปี 2565 โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีที่ศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมการข้าวได้เยี่ยมชมนิทรรศการผลงานดีเด่นของศูนย์วิจัยข้าว ในกลุ่มศูนย์วิจัยข้าวภาคกลางและตะวันตก และกลุ่มศูนย์วิจัยข้าวภาคตะวันออก โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ ภูมิสารสนเทศการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวนาน้ำลึก จากศูนย์วิจัยข้าวปราจีนบุรี “ข้าวหอมพื้นนุ่ม ผลผลิตสูง ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลสายพันธุ์ CCS12009-KLG-18-1-1-3-1” จากศูนย์วิจัยข้าวคลองหลวง การบริหารงานการปลูกข้าวแบบเกษตรแม่นยำสูง (การปลูกข้าวแบบอัจฉริยะของนาแปลงใหญ่ ยกระดับชาวนาสู่ Smart Famer) ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี

น.ส.นนทิชากล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้นักวิจัย นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานตามภารกิจต่างๆ ได้รายงานผลงานวิจัยและพัฒนา และผลงานการดำเนินงานตามภารกิจ เป็นการเผยแพร่ความรู้ความก้าวหน้าในงานวิจัยและพัฒนาข้าว และเป็นแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีการนำเสนอผลงานนักวิจัยภาคบรรยาย 17 เรื่อง ภาคแผ่นภาพ 24 เรื่อง

‘เฉลิมชัย’เร่งบริหารจัดการน้ำ ยันเป็นไปตามแผนรับมือฤดูฝนปี’65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656257

‘เฉลิมชัย’เร่งบริหารจัดการน้ำ  ยันเป็นไปตามแผนรับมือฤดูฝนปี’65

วันศุกร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงสรุปการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 และเตรียมรับมือฤดูฝน ปี 2565 โดยมีนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานน.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ร่วมแถลงข่าว ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน และปล่อยคาราวานเครื่องจักรกลและเครื่องมือต่างๆ ที่ประจำอยู่ที่ศูนย์บริหารเครื่องจักรกลที่ 1-7 ของสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน รวม 5,382 หน่วย เพื่อเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศตลอดช่วงฤดูฝนนี้

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมาโดยมีการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภครักษาระบบนิเวศ การเกษตร รวมถึงการควบคุมค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักต่างๆ เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเพียงพอตลอดฤดูแล้ง โดยปฏิบัติตามมาตรการรองรับสถานการณ์การขาดแคลนน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 ทั้ง 8 มาตรการอย่างครบถ้วน อีกทั้งยังมีปริมาณน้ำสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนปี 2565 ด้วย

สำหรับการจัดสรรน้ำในภาพรวมทั้งประเทศ พบว่ามีการใช้น้ำไปทั้งสิ้น 23,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศจัดสรรไว้รวมทุกกิจกรรม 22,280 ล้าน ลบ.ม. สำรองน้ำต้นฤดูฝน 15,557 ล้าน ลบ.ม. เกินแผนที่ตั้งไว้เล็กน้อย ด้านผลการเพาะปลูกฤดูแล้งทั้งประเทศ มีการเพาะปลูกรวมกว่า 8.11ล้านไร่ (จากแผนที่วางไว้ 6.41 ล้านไร่)ทั้งนี้ กรมชลประทานส่งน้ำเกินแผนไปประมาณ 700 ล้าน ลบ.ม. ทำให้เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งได้อีก 1.7 ล้านไร่ ซึ่ง 2-3 ปีก่อนหน้านี้ ได้ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรให้ชะลอการทำนาปรัง เนื่องจากมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอแต่ในฤดูแล้งที่ผ่านมา สามารถบริหารจัดการน้ำตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ได้อย่างเต็มศักยภาพ ส่วนน้ำสำรองต้นฤดูฝนที่คาดการณ์ไว้ว่าจะต้องสำรองประมาณ 15,557 ล้าน ลบ.ม. ปรากฏว่าในวันเริ่มต้นฤดูฝน วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 มีน้ำต้นทุน 19,950 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ 4,393 ล้าน ลบ.ม.

ส่วนแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูฝนปี 2565 ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำ โดยส่งเสริมการปลูกพืชฤดูฝนให้ใช้น้ำฝนเป็นหลัก และใช้น้ำชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งช่วงหรือปริมาณฝนตกน้อยกว่าคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่สำคัญได้วางแผนบริหารจัดการน้ำภายใต้มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2565 ทั้ง 13 มาตรการ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 พฤษภาคม 2565

สำนักวิจัยฯทำธนาคารน้ำ หนุนอบต.ถ้ำสิงห์ช่วยเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656252

วันศุกร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ชุมชน ต.ถ้ำสิงห์ อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อฟังบรรยายสรุปโครงการวิจัย เรื่องธนาคารน้ำใต้ดิน นวัตกรรมการแก้ปัญหาภัยแล้งทางการเกษตรของ อบต.ถ้ำสิงห์ สืบเนื่องจากปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำสวนทางกับสภาวะปัจจุบันที่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง โดยทาง วช.เล็งเห็นถึงปัญหาจึงให้การสนับสนุนโครงการธนาคารน้ำใต้ดินฯ ของ อบต.ดังกล่าว ซึ่งมีส่วนช่วยในการนำความรู้ทางด้านวิชาการมาประยุกต์ใช้ความคิดใหม่และเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ในพื้นที่ดังกล่าวในชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ทางสังคมที่ดีขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหา ปาก ท้องลดความเหลื่อมล้ำและความยากจนเป็นงานวิจัยที่ท้าทายปัญหาสังคมนับเป็นตัวอย่างของการบูรณาการความรู้ทางด้านวิชาการและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถบริหารการจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ด้านนายนิคม ศิลปะศร ประธานกลุ่มธนาคารน้ำใต้ดิน ต.ถ้ำสิงห์ กล่าวว่า ได้ระดมความคิดกับชาวบ้านเพื่อการแก้ปัญหาในพื้นที่นำไปสู่การบริหารจัดการน้ำโดยการนำน้ำไปฝากไว้ใต้ดิน พบว่าช่วยลดปริมาณน้ำท่วม มีน้ำกักเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง เพิ่มประสิทธิภาพในพื้นที่เพาะปลูกเพื่อการเกษตร ทุเรียนพืชเศรษฐกิจ และลดปัญหาการขาดแคลนน้ำนวัตกรรมธนาคารน้ำใต้ดินนี้เป็นระบบปิดมีการออกแบบบ่ออย่างเหมาะสมตามระบบบริหารจัดการน้ำ ช่วยเสริมให้น้ำในบ่อ หรือสระ มีเพียงพอตลอดทั้งปีสร้างสมดุลทางธรรมชาติ