เกษตรโชว์ผลสัมฤทธิ์ ดำเนินการแปลงใหญ่ มะยงชิดที่นครนายก ส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644211

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกมะยงชิดรวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่ ส่งผลให้มีแปลงใหญ่มะยงชิด 6 แปลง เกษตรกรสมาชิก 283 ราย พื้นที่ 1,389.25 ไร่ ซึ่งผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าสามารถลดต้นทุนและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการส่งเสริมด้านการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพ การตลาด และการบริหารจัดการ ตามหลักการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ 5 ด้าน

ทั้งนี้ จ.นครนายก มีเกษตรกรปลูกมะยงชิด 2,642 ราย พื้นที่ปลูก 7,956 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.เมือง อ.บ้านนา และ อ.ปากพลี บางส่วน โดยในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี เป็นฤดูกาลที่มะยงชิดในพื้นที่ให้ผลผลิตออกสู่ตลาด และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคเป็นอย่างดี เป็นผลไม้อัตลักษณ์ของจังหวัด พันธุ์ที่ปลูกส่วนใหญ่ คือพันธุ์ทูลเกล้า ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ในชื่อมะยงชิดนครนายก โดยในปี 2565 มะยงชิด จ.นครนายก ให้ผลผลิตประมาณ 1,800 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 226 กิโลกรัมต่อไร่ เกษตรกรมีการจำหน่ายผลสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะยงชิด เช่น กล้วยอบซอสมะยงชิดมะยงชิดลอยแก้ว น้ำมะยงชิดปั่น เค้กมะยงชิด เป็นต้น จากสวนเกษตรกรโดยตรง จำหน่ายที่ตลาดเกษตรกรนครนายก บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ทุกวันศุกร์ และผ่านเว็บไซต์ http://www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com อีกด้วย

กรมข้าวมุ่งพัฒนาผลิตพันธุ์พื้นเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644215

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฎฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม ภายใต้โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2565 โดยนายกฤษณะ ศิริรัตน์ ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชน เข้าร่วมงาน ที่แปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี นอกจากนี้ อธิบดีกรมการข้าว ยังเป็นประธานมอบรางวัลแก่ผู้ชนะประกวดข้าวพื้นเมือง พร้อมเยี่ยมชมแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ซีบูกันตัง 5และนิทรรศการเทคโนโลยีการผลิตข้าวและแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวอีกด้วย

นายณัฎฐกิตติ์กล่าวว่า การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม ภายใต้โครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2565 กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม จัดขึ้นเพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ด้านการพัฒนาการผลิตข้าวที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้ รวมไปถึงการแสดงพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมที่ให้ผลผลิตสูง การแสดงเทคโนโลยีการผลิตข้าวเครื่องจักรกลที่ใช้ในการลดต้นทุนการผลิตข้าว การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากข้าว การแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผู้ผลิตข้าวในจังหวัดชายแดนภาคใต้แก่ผู้มาร่วมงาน อีกทั้งยังมีนิทรรศการจากหลายหน่วยงาน และมีกิจกรรมต่างๆ มากมายที่เป็นประโยชน์แก่ผู้มาร่วมงาน

อธิบดีกรมการข้าวกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2565 ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงด้านอาหารของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพัฒนาศักยภาพพื้นที่ผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมือง เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้แก่ครัวเรือนเกษตรกรผู้ทำนา ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่ 1.กิจกรรมพัฒนาศักยภาพพื้นที่ผลิตข้าวจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2.กิจกรรมส่งเสริมการผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมือง และ 3.กิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในพื้นที่เหมาะสม

กรมหม่อนไหมรุกอบรม สร้างองค์ความรู้ให้ขรก.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644216

วันอังคาร ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบเน้นหนักให้ข้าราชการบรรจุใหม่ และข้าราชการที่ยังไม่เคยผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรดังกล่าว ที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา เพื่อให้ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักวิชาการด้านหม่อนไหม ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เห็นคุณค่าและความสำคัญของอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทั้งยังสร้างการรับรู้ สร้างเครือข่ายนักวิชาการหม่อนไหมรุ่นใหม่ เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมุมมองใหม่ๆ ในการพัฒนางานด้านหม่อนไหม นำไปปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ การฝึกอบรมดังกล่าว มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องการปลูกหม่อน การจัดการดูแลแปลงหม่อน พันธุ์หม่อน การปรับปรุงพันธุ์หม่อน การเลี้ยงไหมตั้งแต่การผลิตไข่ไหม การปรับปรุงพันธุ์ไหม การเลี้ยงไหมแต่ละวัยโรคศัตรูไหม การสาวไหม การฟอกกาว การย้อมสีเส้นไหม การตรวจสอบคุณภาพการรับรองมาตรฐานหม่อนไหม การอบรมมีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ สอดแทรกด้วยความรู้ด้านระเบียบพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อให้ข้าราชการรุ่นใหม่สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดให้เกษตรกร สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ต่อยอดองค์ความรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรมและผลงานใหม่ๆ และสามารถพัฒนางานด้านหม่อนไหมให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

เกษตรฯ-พาณิชย์รับมือราคาวัตถุดิบแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644031

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือกับ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับแนวทางการเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ราคาและการนำเข้า/ส่งออก ทั้งปุ๋ย อาหารสัตว์ และผลไม้ โดยเรื่องราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมหามาตรการช่วยเหลือ มีการพิจารณาเรื่องต้นทุนที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี หากมีการปรับราคาปุ๋ยสูงขึ้นก็จะหาช่องทางให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยในราคาถูก มีโครงการลดราคาปุ๋ยเคมี ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ให้ได้ 5 ล้านตัน จากปัจจุบันที่มีการผลิตประมาณ 3.2 ล้านตัน เพื่อเป็นมาตรการเสริมใช้ช่วงปุ๋ยแพงต่อไป

สำหรับการส่งออกผลไม้ไทยช่วงฤดูเก็บเกี่ยวคาดว่าจะมีผลผลิตออกมาจำนวนมาก จึงมีการหารือเรื่องตลาดส่งออก โดยตลาดสำคัญคือ จีน ซึ่งทูตเกษตรฯ ได้ประสานกับหน่วยงานของจีนอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันจีนยังคงยึดมาตรการ Zero COVID โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจีนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้จีนมีมาตรการควบคุมทั้งคนและการขนส่งสินค้าอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผลไม้ไทยสามารถส่งออกไปจีนได้

นอกจากนี้ ได้หารือถึงวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ (ข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง) ที่มีราคาสูงขึ้น ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ประกอบการ และสมาคมต่างๆ กระทรวงพาณิชย์ จึงเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ เพื่อเสนอความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว โดยมีการชะลอมาตรการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ อัตราส่วน1 ต่อ 3 ของกระทรวงพาณิชย์ ไว้ชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้รวมถึงกำหนดปริมาณที่จะนำเข้าว่าไม่เกินเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ มีการตั้งคณะทำงานวงเล็ก เพื่อหารือประเด็นดังกล่าว

กรมชลฯจี้ติดสถานการณ์น้ำ รุกจัดการให้สอดคล้องพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644032

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 50,418 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือ 66% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 26,480 ล้านลบ.ม. (51% ของความจุอ่างฯรวมกัน) มีการใช้น้ำไปแล้ว 15,382 ล้านลบ.ม. (69%) เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 11,776 ล้านลบ.ม. (47% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 5,080 ล้านลบ.ม. (28% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) จัดสรรน้ำไปแล้ว 4,316 ล้านลบ.ม. (76%) ส่วนผลการทำนาปรังในช่วงฤดูแล้งปี 2564/65 ทั้งประเทศมีการทำนาปรังไปแล้วกว่า 7.54 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 117.58 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วประมาณ 4.40 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 156.46 ของแผนฯ

ทั้งนี้ ได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เน้นย้ำน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ต้องไม่ขาดแคลน ระบบนิเวศเกิดความสมดุล รวมถึงคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพียงพอสำหรับทุกภาคส่วน ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำให้ประชาชนและเกษตรกรในแต่พื้นที่รับทราบอย่างต่อเนื่อง

‘เฉลิมชัย’ดันสินค้าเกษตร ส่งออกยูเออี-ชงรับรองกรมปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644033

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือด้านความร่วมมือด้านการเกษตร ร่วมกับ ดร.ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รัฐมนตรีด้านการค้าระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่กระทรวงเศรษฐกิจแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยหารือในเรื่องการส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหาร ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีมูลค่าประมาณ 303 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี หรือประมาณ 10,029 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.6 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ มุ่งหวังให้มีการผลักดัน ส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมร่วมมือและสนับสนุนให้ยูเออี บรรลุวัตถุประสงค์ในการเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหาร ในปีค.ศ. 2051 โดยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านการเกษตร รวมถึงการลงทุนในประเทศอื่นๆ และการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารจากประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยสูง มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ตลอดห่วงโซ่การผลิต จึงมุ่งหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถผลักดันให้มีกลไกความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านการลงทุนด้านการเกษตรของภาคเอกชนระหว่างทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ ยังหารือถึงการรับรองให้กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานหลักในการขึ้นทะเบียนรับรองโรงงานแปรรูปไก่ ส่งออกไปยังยูเออี แทนการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบรับรองเป็นรายโรงงาน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การเดินทางมีความยากลำบาก โดยระบบนี้จะทำให้เกิดความสะดวกและประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

สำหรับภาพรวมการค้าสินค้าเกษตร ยูเออีเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 27 ของไทย ในระหว่างปีพ.ศ. 2562-2564 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 0.53 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก โดยในปี 2562 มีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร 9,554 ล้านบาท แต่ในปี 2563 มีมูลค่าลดลงเหลือ 8,638 ล้านบาท และในปี 2564 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 10,462 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ยปีละ 9,551 ล้านบาท มีอัตราการค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.64 ต่อปี ทั้งนี้ ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับยูเออี โดยตลอด

ด้านการส่งออกสินค้าเกษตร ยูเออี เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับที่ 24 ของไทย ในระหว่างปี 2562-2564 ไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปยูเออี ร้อยละ 0.60 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปทั่วโลก โดยในปี 2562 ไทยส่งออกไปยูเออี เป็นมูลค่า 7,468 ล้านบาท และในปี 2563 มีมูลค่าลดลงเหลือ 6,939 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2564 เป็น 8,487 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยปีละ 7,631 ล้านบาทโดยมีอัตราการส่งออกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 6.60 ต่อปี

ฝนหลวงฯช่วงชิง ใช้สภาพอากาศช่วย เพิ่มความชุ่มชื้นป่า ก่อนออกปฏิบัติการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/644034

วันจันทร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า หลังจากเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งปี 2565 อย่างเป็นทางการ ที่สนามบินนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ เนื่องจากในขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยเริ่มมีประสบสถานการณ์ภัยแล้ง น้ำต้นทุนในแหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ เริ่มมีปริมาณลดลง และในช่วงฤดูร้อนมักจะเกิดสถานการณ์ไฟป่า ปัญหาหมอกควัน ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนรวมถึงการเกิดพายุลูกเห็บที่มักจะเกิดในช่วงระยะนี้ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมฝนหลวงฯ จึงจัดทำแผนปฏิบัติการ ฝนหลวง ปี 2565 จำนวน 10 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการน้อมนำศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

นายสำเริงกล่าวอีกว่า ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงมาตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือบรรเทาปัญหาดังกล่าว ซึ่งผลปฏิบัติการ 2 วัน 10 เที่ยวบิน ทำให้มีฝนตกช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้บริเวณ อ.นาน้อย จ.น่าน ทั้งนี้ ในการดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวง ยังบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งในด้านข้อมูลอา

ไทยเดินหน้าผลักดันส่งออกผลไม้ไทยไปจีน ชิมลางดัน’ทุเรียน-มะพร้าว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643964

ไทยเดินหน้าผลักดันส่งออกผลไม้ไทยไปจีน ชิมลางดัน'ทุเรียน-มะพร้าว'

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 22.05 น.

“อลงกรณ์”เผยไทยเดินหน้าผลักดันส่งออกผลไม้ไทยไปจีน ระบบขนส่งแบบผสมผสาน“ราง-รถ” (Multi Modal-Transportation) ภายใต้พิธีสารผลไม้ไทย-จีน ชิมรางดันขนส่งทุเรียน-มะพร้าว พร้อมดันขนุนใต้ ลำใยเหนือ สร้างรายได้เข้าประเทศ

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2565 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ (เฉพาะกิจ) เปิดเผยวันนี้ (27 มี.ค.) ว่าล่าสุดได้มี การขนส่งทุเรียน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ และมะพร้าวจำนวน 6 ตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟ จากจังหวัดระยองในภาคตะวันออก ไปยังสถานีรถไฟหนองคาย เพื่อตรวจและออกใบรับรองตรวจโรคพืชไฟโตที่ด่านหนองคายตามพิธีสารผลไม้ไทย-จีน

จากนั้นขบวนรถไฟจะขนส่งผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงไปยังท่าบก ท่านาแล้ง ก่อนยกขึ้นหัวลากจากท่านาแล้ง 2.9 กม. ไปขึ้นรถไฟลาว-จีนที่ สถานีเวียงจันทน์ ก่อนขนส่งไปสถานีรถไฟนาเตยแล้วยกขึ้นรถหัวลากเดินทางไปด่านบ่อเตนของลาวข้ามพรมแดนลาว-จีน ไปตรวจปล่อยที่ด่านโมฮ่านในมณฑลยูนนานของจีนเป็นระบบการขนส่งหลายรูปแบบ หรือ Multi Modal Transportation ที่เริ่มดำเนินการเป็นครั้งแรกเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กรณีที่ยังไม่สามารถขนส่งผลไม้ทางรถไฟจากลาวข้ามแดนไปด่านรถไฟโมฮ่านโดยตรง เนื่องจากจีนกำลังก่อสร้างอาคารและลานตรวจโรคพืชที่ด่านรถไฟโมฮ่าน จึงต้องไปใช้การตรวจโรคพืชที่ด่านโมฮ่าน ซึ่งเป็นด่านใหญ่ด่านเดิมไปก่อน นอกจากนั้นยังมีเตรียมการส่งออกขนุนจากภาคใต้ และผลไม้ อื่นโดยเฉพาะลำไยจากภาคเหนือด้วย

“รมว.เกษตรฯ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้มอบนโยบายในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ หรือฟรุ้ทบอร์ดให้ผมประชุมทางไกลกับผู้ประกอบการจีน-ไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องการทดสอบทดลองใช้ระบบขนส่งผสมผสานทางรางทางรถ จะดูทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งผลไม้จากไทยไปจีน และปัญหาข้อขัดข้องที่ต้องปรับปรุงแก้ไข โดยมีบริษัทผู้ส่งออกผลไม้และบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระบบ Cold Chain ได้รับอนุญาตให้ร่วมในการทดสอบครั้งนี้ ซึ่งมีหลายบริษัทที่ทางการจีนได้อนุมัติให้ดำเนินการทดสอบทดลอง ซึ่งต้องขอบคุณสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of China Customs: GACC)  และทางการยูนนาน สถาบันโลจิสติกส์คุนหมิง และสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยตลอดจนภาคเอกชนของ 3 ประเทศ และฟรุ้ทบอร์ด ที่ร่วมมือกันส่งเสริมการค้าการส่งออกทุเรียนมะพร้าวและผลไม้อื่นๆ ภายใต้พิธีสารแม้จะมีปัญหาอุปสรรค ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ไทย-ลาว-จีน” นายองลงกรณ์ กล่าว

‘รมช.มนัญญา’เปิดงานเทศกาลควายไทยอุทัยธานี กระตุ้นตลาดซื้อขายกระบือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643972

'รมช.มนัญญา'เปิดงานเทศกาลควายไทยอุทัยธานี กระตุ้นตลาดซื้อขายกระบือ

วันอาทิตย์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2565, 21.45 น.

“รมช.มนัญญา”เปิดงานเทศกาลควายไทยอุทัยธานี กระตุ้นตลาดซื้อขายกระบือ เร่งพัฒนาสายพันธุ์เพิ่มมูลค่ากระบือไทย

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2565 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงาน “เทศกาลควายไทยอุทัยธานี” ครั้งที่ 10 ณ บริเวณกองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดอุทัยธานี ตำบลสะแกกรัง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ว่า การตัดงานครั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง และผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนเพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์ พัฒนา ปรับปรุงสายพันธุ์กระบือของจังหวัดอุทัยธานีให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มของกระบือ ช่วยกระตุ้นการซื้อขายกระบือในจังหวัดอุทัยธานี ให้มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในรูปแบบกระบือสวยงาม และกระบือเนื้อ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญในอาชีพด้านปศุสัตว์ของเกษตรกร โดยกระบือจัดเป็นสินค้าเกษตรที่มีความสําคัญ 1 ใน 3 ของจังหวัดอุทัยธานี นอกจากข้าวและปลาแรด อีกทั้งจังหวัดอุทัยธานี โดยสมาคมพัฒนาพันธุ์ควายไทย ก็ได้ร่วมขับเคลื่อนและให้ความสําคัญกับภาคปศุสัตว์เป็นอย่างสูง โดยเฉพาะการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์กระบือ ทั้งกระบือสวยงามและกระบือเนื้อ ทั้งนี้ จากการรายงานการสำรวจข้อมูลเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ ของสํานักงานปศุสัตว์จังหวัดอุทัยธานี พบว่า ในปี 2563 – 2564 มีจํานวนเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 จํานวนกระบือเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.5 ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.4 และมีมูลค่ารวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.5 โดยในปี 2563 มีเกษตรกรผู้เลี้ยง จํานวน 2,067 ราย จํานวนกระบือ 23,379 ตัว ปริมาณผลผลิต 8,270 ตัว มูลค่ารวม 296.9 ล้านบาท และในปี 2564 มีเกษตรกรผู้เลี้ยง จํานวน 2,600 ราย จํานวนกระบือ 28,336 ตัว ปริมาณผลผลิต 10,655 ตัว มูลค่ารวม 382.5 ล้านบาท ซึ่งการจัดงานเทศกาลควายไทยอุทัยธานีในครั้งนี้ จะส่งผลให้เกษตรกรหันมาสนใจในอาชีพการเลี้ยงกระบือเพิ่มมากขึ้น เป็นการเพิ่มรายได้ เพิ่มองค์ความรู้รวมทั้งการพัฒนาสายพันธุ์กระบือให้ดียิ่งขึ้นไป

โดยภายในงานเทศกาลควายไทยอุทัยธานีมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การประกวดกระบือลุ่มน้ําสะแกกรัง กระบือทั่วไป และกระบือแกรนด์แชมป์ (Grand Champion) ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นอกจากนี้ ยังมีการจําหน่ายสินค้าด้านปศุสัตว์ ในงาน “Buffalo Night” อีกด้วย

กรมการค้าภายใน รับซื้อมะม่วงฟ้าลั่นตั้งแต่ต้นฤดูการผลิต ช่วยชาวสวน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643875

กรมการค้าภายใน รับซื้อมะม่วงฟ้าลั่นตั้งแต่ต้นฤดูการผลิต ช่วยชาวสวน

วันเสาร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.07 น.

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า วันนี้ได้มาลงพื้นที่จังหวัดพิจิตร ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายมะม่วงฟ้าลั่น ณ จุดรวบรวมกลุ่มบ้านวังคล้าย  อำเภอวังทรายพูน และจุดรวบรวมกลุ่มบ้านหนองสองห้อง อำเภอสากเหล็ก ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก ตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2565 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ตั้งแต่ต้นฤดูกาลผลิต และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กรมการค้าภายใน จึงได้เร่งขับเคลื่อนดำเนินการรับซื้อมะม่วงฟ้าลั่น เพื่อเร่งกระจายผลผลิตออกจากแหล่งผลิตตั้งแต่ต้นฤดูการผลิต ต้นเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งเป็นการรับซื้ออย่างต่อเนื่องในราคา กก.ละ 10 บาท เป็นราคานำตลาดส่งผลให้เกษตรกรมีความพอใจในราคาเป็นอย่างมาก โดยได้นำผลผลิตมะม่วงไปจำหน่ายในโครงการรถโมบายพาณิชย์ช่วยประชาชน ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงในเคหะชุมชนต่างๆ

​ทั้งนี้ในปัจจุบัน เป็นช่วงปลายฤดูการผลิตของมะม่วงฟ้าลั่น ซึ่งผลผลิตในช่วงนี้มีลักษณะแก่จัด เกษตรกรจำเป็นต้องเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้ผลผลิตออกมาสู่ตลาดในปริมาณมาก โดยเฉพาะผลผลิต
ตกเกรดที่ไม่มีตลาดรองรับ กรมฯ จึงได้ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตร สถานีบริการน้ำมัน PT รับซื้อผลผลิตตกเกรดจากกลุ่มเกษตรกรเพื่อแปรรูป นำไปเป็นของสมนาคุณให้แก่ผู้ใช้บริการในปั๊มน้ำมัน รวม 300 ตัน โดยรับซื้อในราคา 5 บาท ซึ่งเป็นราคานำตลาด เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายในช่วงปลายฤดู