เฉลิมชัยชู Young Smart Farmer จัดอบรมเพิ่มศักยภาพเกษตร ลดต้นทุนเพิ่มคุณภาพการผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643290

เฉลิมชัยชู Young Smart Farmer จัดอบรมเพิ่มศักยภาพเกษตร ลดต้นทุนเพิ่มคุณภาพการผลิต

วันพุธ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.42 น.

“เฉลิมชัย” ชู Young Smart Farmer จัดอบรมเพิ่มศักยภาพ การ เกษตร ลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการสินค้าสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรแห่งอนาคต

23 มีนาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรเพิ่มศักยภาพ Young Smart Farmer ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตร ภายใต้โมเดลเกษตรเขต 2 ประกอบด้วย จังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 24 มีนาคม 2565 ณ อาคารศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี 

ทั้งนี้นายเฉลิมชัยกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายในการพัฒนาเกษตรกรให้มีแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการเกษตร สามารถเป็นต้นแบบด้านองค์ความรู้ในการทำการเกษตร รวมถึงสนับสนุนให้มีการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มคุณภาพการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรแห่งอนาคต ซึ่งจะต้องมีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่มุ่งหวังให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อขับเคลื่อนเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) สู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตร และการเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรรุ่นใหม่เกิดการพัฒนาและขยายขีดความสามารถของตนเอง กลุ่ม และองค์กร

 ซึ่งการจัดอบรมหลักสูตรเพิ่มศักยภาพ Young Smart Farmer ในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำพาให้เกษตรกรไทยและเครือข่าย Young Smart Farmer ได้พัฒนาศักยภาพให้สามารถตอบโจทย์การเกษตรเชิงธุรกิจ ที่ส่งผลถึงการเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรได้ และไม่ลืมที่จะประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ผู้ผลิต ผู้บริโภค ได้รู้จัก เข้าใจ และเข้าถึงสินค้าเกษตรที่มีคุณค่า และเกิดขึ้นมาจากเกษตรกรที่เป็นกำลังสำคัญของการผลิตอาหารให้ประเทศ

 อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งหวังจะสร้าง Young Smart Farmer ให้เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิรูปภาคการเกษตรของประเทศไทย จึงต้องมีการทำงานอย่างต่อเนื่องและชัดเจน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ พร้อมจะสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนา Young Smart Farmer ให้มีความเข้มแข็ง มีการพัฒนาต่อยอด เน้นการทำน้อยได้มาก การทำสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทั้งการแปรรูป การนำเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงงานวิจัยด้านการเกษตร มาใช้ให้เกิดประโยชน์และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงจะทำให้ภาคการเกษตรของไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอให้เชื่อมั่นว่า กระทรวงเกษตรฯ พร้อมจะเป็นพี่เลี้ยงและเป็นที่ปรึกษาให้เกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และรองรับการเป็นครัวโลกอย่างแท้จริงในอนาคตต่อไป

รมช.กษ. ลงพื้นที่ตรวจราชการตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643282

รมช.กษ. ลงพื้นที่ตรวจราชการตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันพุธ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.56 น.

รมช.กษ. ลงพื้นที่ตรวจราชการตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “โครงการต้นกล้าความดี สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง” โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ณ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา บ้านกองแหะ จ.เชียงใหม่

วันที่ 23 มีนาคม 2565 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จัดโครงการต้นกล้าความดี สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง การจัดทำบัญชีกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน กิจกรรมผลิตผลทางการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน บัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียง และบัญชีรายรับ – รายจ่ายในครัวเรือน ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยนางพิศมัย อรรถธรรมสุนทร ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 7 นางสายฝน กิติบุตร หัวหน้าสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เชียงใหม่ และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา บ้านกองแหะ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบอุปกรณ์เครื่องเขียนและกีฬาให้แก่นักเรียน จำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอาโอยาม่า โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหนองแขม โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเฉลิมพระเกียรติ และโรงเรียนบ้านกองแหะ พร้อมทั้งเยี่ยมชมโครงการการจัดทำบัญชีกิจกรรมบัญชีสหกรณ์นักเรียน และนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับโครงการ “ต้นกล้าความดี สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง” จัดทำโดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้วิธีการจดบันทึกบัญชีกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน กิจกรรมผลิตผลทางการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และมีความรู้ความเข้าใจในหลักการของสหกรณ์ ทำให้นักเรียนรู้จักการจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายของตนเอง รู้จักการวางแผนการใช้จ่ายของตนเอง การจัดการเรียนรู้กิจกรรมสหกรณ์ในสถานศึกษา ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง รู้จักฝึกการพึ่งพาตนเอง การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความรับผิดชอบ และความซื่อสัตย์สุจริต สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน โดยมีผู้เข้ารับการอบรมกิจกรรมหลักสูตร “การจัดทำบัญชีกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน กิจกรรมผลิตทางการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน บัญชีต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียง บัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน” เป็นครูและนักเรียนของโรงเรียนในสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 3 โรงเรียน โรงเรียนละ 6 คน แบ่งเป็นครูและนักเรียน จำนวน 5 คน ผู้ปกครอง จำนวน 1 คน และผู้เข้ารับการอบรมกิจกรรมหลักสูตร “การจัดทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ” เป็นครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านกองแหะ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 5 คน และเกษตรกรในโครงการเกษตรวิชญา จำนวน 3 คน รวมทั้งสิ้น 26 คน โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มีโรงเรียนในความรับผิดชอบ จำนวน 447 โรงเรียน อยู่ในความรับผิดชอบและการกำกับแนะนำของสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์เชียงใหม่ จำนวน 28 โรงเรียน โดยแบ่งเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 16 โรงเรียน และโรงเรียนในความดูแลของสำนักเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) จำนวน 12 โรงเรียน

การดำเนินงานของโครงการ“ต้นกล้าความดี สู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง” เริ่มต้นจากโครงการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียน และสานต่อด้วยโครงการผลิตผลเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารให้ “เด็กและเยาวชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา” โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School Based Development) ในการพัฒนาคน พัฒนาการเกษตร สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม และเป็นการพัฒนาแบบองค์รวม (Holistic Development) เชื่อมโยงทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม ให้เยาวชนเป็นผู้ส่งต่อความรู้ทางบัญชีให้กับครอบครัว เครือญาติ และขยายผลสู่ชุมชน โดยบูรณาการงานร่วมกับหน่วยงานที่ร่วมสนองงานตามพระราชดำริทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และในโครงการเกษตรวิชญา ภายใต้โครงการส่งเสริมการจัดทำบัญชีแก่กลุ่มเป้าหมายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มุ่งเน้นให้มีการจัดทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ และนำข้อมูลจากการบันทึกบัญชีมาปรับใช้ในการวางแผนในการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม มีเหตุ มีผล สร้างวินัยทางการเงินและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำไปสู่การพัฒนาตนเองและสร้างภูมิคุ้มกันให้สามารถปรับตัวได้สอดคล้องกับสถานการณ์อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ทำให้รู้จักการใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยดำเนินการในโรงเรียนบ้านกองแหะ กลุ่มเป้าหมายจำนวน 17 คน

เกษตรฯเสนอ‘ยูเออี’รับรองกรมปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643068

วันพุธ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าพบนายเซฟ อัล ชารา ปลัดด้านเกษตรและอาหารของกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ที่ทำการกระทรวงฯ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยการเข้าพบในครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการหารือระหว่าง รมว.เกษตรฯ ของไทยกับ รมต.ด้านการค้าระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ของยูเออีในประเด็นเรื่องการรับรองให้กรมปศุสัตว์ เป็นหน่วยงานหลักในการขึ้นทะเบียนรับรองโรงงานแปรรูปไก่ เพื่อการส่งออกไปยังยูเออี

ในการเข้าพบดังกล่าว ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ยื่นหนังสือที่ รมว.เกษตรฯ ลงนามให้แก่ปลัดด้านเกษตรและอาหารของยูเออี โดยหวังว่าไทยและยูเออี จะผลักดันการรับรองให้กรมปศุสัตว์ให้เป็นหน่วยงานหลักในการขึ้นทะเบียนรับรองโรงงานแปรรูปไก่ ให้สำเร็จ ซึ่งหากยูเออี พิจารณาตามข้อเสนอของฝ่ายไทย จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนและต่ออายุโรงงานส่งออกให้กับผู้ประกอบการไทย

“ยูเออี มีนโยบายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของโลก (Hub ทั้งทางบกทางน้ำ) เพื่อเป็นศูนย์กลางส่งต่อไปยังทวีปต่างๆ เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวสร้างความมั่นคงด้านอาหาร จึงต้องการเปิดตลาดรับซื้อสินค้าเกษตรจากประเทศไทยโดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์มีชีวิต ที่ผ่านมาตรฐานของยูเออี โดยในเรื่องมาตรฐานทั้งหมด ยูเออียินดีที่จะประสานความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของประเทศไทย เพื่อให้สามารถส่งออกไปยังยูเออีได้ โดยมีสถานเอกอัครราชทูตไทย
ประจำกรุงอาบูดาบี ช่วยประสานงาน นอกจากนี้ ยูเออีเสนอความร่วมมือด้านการส่งออกนมอูฐมายังประเทศไทยด้วย ซึ่งไทย และยูเออี ได้เน้นย้ำความสำคัญของการส่งออกให้เป็นไปตามกฎระเบียบและมาตรฐานของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะมาตรฐานยูเออี มาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช และมาตรฐานฮาลาล” ดร.ทองเปลว กล่าว

กรมหม่อนไหมลงพื้นที่ เยี่ยมกลุ่มกันตาผ้าไหม ปลูกหม่อนทำครบวงจร แนะนำในการดูแลรักษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643071

วันพุธ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายศรัญญู พูลลาภ รองอธิบดีกรม หม่อนไหม พร้อมด้วย นายชัพพาคมประกอบทรัพย์ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา และนายวัตรธร ศรีล้ำ คณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นราธิวาส ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมี ดร.พัชรินทร์ โพธิ์ทอง ผอ.ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นราธิวาส และคณะ ต้อนรับ โดยมีการติดตามผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2564 และปีงบประมาณ 2565 ทั้งด้านการบริหารงานบุคลากร ด้านผลิตพันธุ์หม่อนไข่ไหม วัสดุย้อมสี และงานโครงการต่างๆเช่น โครงการศูนย์เรียนรู้เชิงอนุรักษ์ด้านหม่อนไหม, โครงการส่งเสริมและพัฒนาหม่อนไหมหัตถกรรมโดยใช้นวัตกรรมใหม่เป็นต้น

จากนั้น นายศรัญญู พร้อมคณะ เข้าให้กำลังใจและติดตามการดำเนินงานของกลุ่มกันตาผ้าไหม ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบครบวงจร มีสมาชิก 10 คน โดยมี น.ส.กันตา สมานนิตย์ เป็นประธานกลุ่มฯ ซึ่งจากเดิมมีภูมิลำเนาอยู่ จ.สุรินทร์ แต่ได้อพยพมาอาศัยอยู่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส จึงคิดเริ่มทอผ้าโดยการสั่งการทำเส้นยืนและสั่งเส้นไหมเพื่อเป็นเส้นพุ่ง จาก จ.สุรินทร์ นำมาทอผ้า และเริ่มมีการเลี้ยงไหมบ้างแต่ปริมาณเล็กน้อย นำไข่ไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านจากภาคอีสานมาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์เอง โดยอาศัยใบหม่อนของเกษตรกรและหน่วยงานราชการที่ปลูกไว้เพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันได้แบ่งพื้นที่ในการปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงไหมพันธุ์สกลนคร 2 ไร่ โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นราธิวาส ได้สนับสนุนท่อนพันธุ์หม่อนล้างราก 3,000 กิ่ง และให้คำแนะนำการปลูกและดูแลรักษา

กรมชลฯเปิดงานนิทรรศการ ก้าวใหม่การบริหารจัดการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643067

วันพุธ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานเปิดนิทรรศการ NEW STEP TO WATER MANAGEMENT ก้าวใหม่…สู่การบริหารจัดการน้ำ presented by สบอ.โดยมี ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา พร้อมกับผู้เกี่ยวข้องร่วมพิธีฯที่อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กทม.โดย ดร.ทวีศักดิ์กล่าวว่า การนำเสนอนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำ ภายใต้ชื่องาน “NEW STEP TO WATER MANAGEMENT ก้าวใหม่…สู่การบริหารจัดการน้ำ presented by สบอ.” เกิดจากความร่วมมือกันอย่างดีจากหลายหน่วยงานภายใต้สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพงานด้านบริหารจัดการน้ำก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการจัดแสดงและนำเสนอนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำ 11 ผลงาน อาทิ ผลงานการพัฒนาระบบคาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางการพัฒนาเครื่องมือสำรวจระยะไกล ซึ่งทั้งสองงานวิจัยนี้ ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการน้ำที่น่าสนใจอื่นๆ ด้วย

ชูสหกรณ์โคนมสีคิ้วต้นแบบ ผลิตน้ำนมดิบคุณภาพรับการค้าเสรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643072

วันพุธ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการ โคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมรับมือนโยบายเปิดการค้าเสรี ที่ประเทศไทยจะเปิดสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมปี 2568 โดยจะยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้า รวมถึงยกเลิกมาตรการจัดสรรโควตานำเข้านมผงขาดมันเนย ซึ่ง น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายสั่งการให้ อ.ส.ค. เร่งหามาตรการเสริมเขี้ยวเล็บอุตสาหกรรมนมไทยเพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปิดการค้าแบบเสรี โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานไปพร้อมๆ กัน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตน้ำนมดิบให้มีคุณภาพและมาตรฐานแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และสหกรณ์โคนมฯ มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมนมของประเทศ ในการจัดสรรน้ำนมดิบที่มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการรับซื้อ

ทั้งนี้ อุปสรรคที่สำคัญต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม คือโรคเต้านมอักเสบแบบแสดงอาการและไม่แสดงอาการ ที่เกิดจากการจัดการฟาร์มไม่ดีส่งผลให้จำนวนเม็ดเลือดขาว จำนวนจุลินทรีย์ในน้ำนมโค เพิ่มสูงขึ้น และปริมาณเนื้อนมไม่รวมมันเนยต่ำลง โดยเฉพาะโรคเต้านมอักเสบแบบไม่แสดงอาการ ก่อให้เกิดการสูญเสียด้านผลผลิตและองค์ประกอบน้ำนมดิบคุณภาพต่ำ ดังนั้น การค้นหาโรคเต้านมอักเสบ สามารถทำได้โดยการคัดกรองน้ำนมดิบหน้าศูนย์สหกรณ์ โคนมฯโดยการตรวจน้ำยาซีเอ็มที และความสะอาดในน้ำนมดิบโดยการตรวจ เน้นการจัดการด้านอาหารข้น อาหารหยาบรายฟาร์ม เพื่อให้ได้น้ำนมดิบที่มีคุณภาพ

อ.ส.ค.ได้จัดทำโครงการพัฒนาสหกรณ์โคนมในเขตภาคกลาง ให้เป็นสหกรณ์โคนมต้นแบบ ด้านคุณภาพขึ้นที่สหกรณ์โคนมสีคิ้ว จำกัด โดยการคัดกรองน้ำนมดิบหน้าศูนย์สหกรณ์โคนมฯ และลงพื้นที่จัดการฟาร์ม แก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำนมดิบ สุขศาสตร์การรีดนม บำรุงรักษาระบบเครื่องรีดนมและการจัดการด้านอาหารโคนม รวมทั้งการคัดกรองน้ำนมดิบรายฟาร์มและหน้าศูนย์สหกรณ์โคนมฯ เพื่อให้ได้น้ำนมดิบที่มีคุณภาพสู่โรงงาน สอดคล้องกับแผนแม่บทส่งเสริมการเลี้ยงโคนม อ.ส.ค. 4.0 พ.ศ.2560-2565 โดยโครงการดังกล่าวดำเนินการระหว่างเดือนตุลาคม 2564-กันยายน 2565 นี้

สำหรับเป้าหมายของโครงการ คือ อ.ส.ค.ต้องการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้สหกรณ์โคนมฯที่ส่งน้ำนมดิบให้ อ.ส.ค.ในเขตภาคกลาง มีขีดความสามารถในด้านต่างๆ ตามเกณฑ์ชี้วัดที่กำหนดและสามารถนำไปเป็นสหกรณ์โคนมต้นแบบและเพิ่มประสิทธิภาพด้านคุณภาพน้ำนมดิบของสหกรณ์โคนมฯ และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ในเขตส่งเสริมการเลี้ยงโคนมภาคกลาง เขต 1 และเขต 2 และเพื่อสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเองของสหกรณ์โคนมฯ ให้มีขีดความสามารถเทียบเท่าสหกรณ์โคนมอื่นๆ

ไทยพร้อมร่วมงาน’มหกรรมพืชสวนโลก โชว์ศักยภาพนวัตกรรมอาหารสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/643009

ไทยพร้อมร่วมงาน'มหกรรมพืชสวนโลก โชว์ศักยภาพนวัตกรรมอาหารสินค้าเกษตร

วันอังคาร ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565, 10.15 น.

กระทรวงเกษตรฯ บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานรัฐและเอกชน เข้าร่วมงาน “มหกรรมพืชสวนโลก EXPO 2022 Floriade Almere” ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ หวังสร้างชื่อสินค้าเกษตรนวัตกรรมสู่ตลาดโลก พร้อมนำเสนอ ศิลปวัฒนธรรมอาหาร วิถีชีวิตความเป็นไทยผ่านอาคารนิทรรศการ Thailand Pavilion 

ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 อนุมัติให้เข้าร่วมงาน มหกรรมพืชสวนโลก The International Horticultural Expo (EXPO 2022 Floriade Almere) ซึ่งจะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 13  เมษายน – 9 ตุลาคม 2565 ณ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์  เป็นโอกาสอันดีที่จะร่วมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ครบรอบ 418 ปี ในปี 2565 นี้ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีมาโดยตลอด ทั้งในระดับพระราชวงศ์  รัฐบาล และประชาชนและมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการในนามประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานราชการอี่น และภาคเอกชน

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  “ การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความก้าวหน้าด้านการเกษตรของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพมาตรฐานของสินค้าเกษตรและสินค้าเพื่อสุขภาพของไทย การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือเรื่องพืชสวนระหว่างกัน รวมทั้งสร้างความตระหนักรู้ถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยไปสู่ผู้บริโภคหรือคู่ค้าในระดับสากล ในครั้งนี้ประเทศไทยเข้าร่วมจัดงานภายใต้แนวคิดหลัก “TRUST Thailand” เชื่อมั่นประเทศไทย โดยจะนำเสนอนโยบาย BCG model และนโยบาย 3S  (3S : Safety Security and Sustainability) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดหัลักของจัดงาน “Growing Green Cities”  ที่ให้ความสำคัญในการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” 

สำหรับไฮไลต์ของการเข้าร่วมงาน จะนำเสนอทุกเรื่องราวของประเทศไทยผ่านอาคารนิทรรศการ Thailand Pavilion ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ออกแบบให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของประเทศไทย โดยจะเน้นไปที่ภาคการเกษตร ทั้งโครงการ Young smart farmer  การพัฒนากระบวนการผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน GMP ความก้าวหน้าในด้านนวัตกรรมอาหารและสินค้าเกษตร  การนำเสนอสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในการส่งออก รวมทั้งจะเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกสินค้าเกษตรของไทย กับผู้นำเข้าสินค้าของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสในการขยายธุรกิจสินค้าพืชสวนของไทยสู่ตลาดโลก 

ด้าน นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การเข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก The International Horticultural Expo (EXPO 2022 Floriade Almere) ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในครั้งนี้ ประเทศไทยเข้าร่วมจัดงานภายใต้แนวคิดหลัก “TRUST Thailand”  โดยจะนำเสนอนโยบาย BCG model และนโยบาย 3S  (3S : Safety Security and Sustainability) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สอดคล้องกับแนวคิดหลักในการจัดงาน “Growing Green Cities”  ความก้าวหน้าในด้านนวัตกรรมอาหารและสินค้าเกษตรของไทย  การพัฒนากระบวนการผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง นำเสนอสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในการส่งออก รวมทั้งจะเป็นเวทีเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกสินค้าเกษตรของไทย กับผู้นำเข้าสินค้าของเนเธอร์แลนด์ เพื่อเปิดโอกาสในการขยายธุรกิจสินค้าพืชสวนของไทย ซึ่งการเข้าร่วมการจัดงาน Floriade ของประเทศไทยในอดีตสามารถเปิดตลาดสินค้ากล้วยไม้ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้สำเร็จมาแล้ว

สำหรับพื้นที่จัดแสดงภายในอาคาร Thailand Pavilion แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 : Welcome to Thailand นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทย เช่น ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์ ตัวอย่างโครงการตามแนวคิด BCG Model การท่องเที่ยวไทยและท่องเที่ยวเชิงเกษตร  โซนที่ 2 : Future Products นำเสนอระบบการรับรองมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ สินค้ากลุ่ม Future food เช่น เห็ดแครง จิ้งหรีด มะพร้าว ลำไย ขมิ้นชัน ที่พลาดไม่ได้คือ Landmark สุดอลังการ สูง 5 เมตร ซึ่งประดับด้วยกล้วยไม้สกุลหวายและแวนด้า โดยเฉพาะกล้วยไม้สกุลแวนด้า ซึ่งในปี 2565 นี้ กรมส่งเสริมการเกษตรมีเป้าหมายที่จะกระตุ้นตลาดประเทศเนเธอร์แลนด์อีกครั้ง และโซนที่ 3 : Showroom นำเสนอตัวอย่างสินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออก เช่น สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร สปา และเวชสำอาง กลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน และอุปกรณ์ตกแต่ง กลุ่มผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากไหม เป็นต้น

สำหรับกิจกรรมพิเศษ ประกอบด้วย พิธีเปิดอาคาร Thailand Pavilion ในวันที่ 14 เมษายน 2565 นำเสนอกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมที่สอดคล้องกลับช่วงเวลา คือ เทศกาลสงกรานต์ โดยเชิญชวนชุมชนไทยในประเทศเนเธอร์แลนด์เข้าร่วมงาน ส่วนกิจกรรมสัปดาห์ประเทศไทย กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะนำชุดการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยไปจัดแสดงตามแนวคิดเทศกาลลอยกระทง เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้รู้จักวัฒนธรรมไทยที่สวยงาม รวมถึงนิทรรศการหมุนเวียนด้านพืชสวน 6 เรื่อง ได้แก่ กล้วยไม้ไม้ฟอกอากาศ ผลไม้ภาคตะวันออก สมุนไพร ผัก  ผลไม้ภาคใต้ และไม้ดอกไม้ประดับ 

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมชมงานในสถานที่จริงได้  กรมส่งเสริมการเกษตรขอเชิญเข้าชมความสวยงามของอาคาร Thailand Pavilion นิทรรศการ และกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://thailandfloriade2022.com ซึ่งจะมีข้อมูลข่าวสารการจัดงาน และกิจกรรม Live สด พาชมบรรยากาศภายในงาน EXPO 2022 Floriade Almere ตลอดระยะเวลาการจัดงาน พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกรับของที่ระลึกจากงานอีกด้วย

‘ประภัตร’เยียวยาเกษตรกร 4จว.อีสานรับผลกระทบโรคลัมปี สกิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642593

วันจันทร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีมอบเงินเยียวยาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี สกิน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ4 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ หลังจากรัฐบาลอนุมัติงบกลาง 684,218,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมโรค ทางกรมปศุสัตว์ ได้จัดซื้อวัคซีนลัมปี สกิน และกระจายวัคซีนไปทั่วประเทศ ส่งผลให้สถานการณ์การระบาดดีขึ้น หลายพื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จากข้อมูลสัตว์ป่วยรายวันลดเหลือจำนวนน้อยมาก และจากการคาดการณ์ของกรมปศุสัตว์ คาดว่าประเทศไทยจะสามารถขอคืนสถานะปลอดโรคลัมปี สกิน ได้ในไม่ช้า

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบและเก็บข้อมูลของกรมปศุสัตว์ พบสัตว์ป่วย 69 จังหวัด 624,800 ตัว หายป่วย 541,568 ตัว อยู่ระหว่างรักษา 17,944 ตัวสัตว์ตาย 64 จังหวัด 65,288 ตัว ไม่ขอรับความช่วยเหลือ 3 จังหวัด 4 ตัว ขอรับความช่วยเหลือ 61 จังหวัด 65,288 ตัว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ช่วยเหลือแล้ว 6 จังหวัด 371 ตัว ได้แก่ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา พะเยา ลำพูน และอุตรดิตถ์ วงเงินประมาณ 3 ล้านบาท ขอความช่วยเหลือจากส่วนกลางแล้ว 55 จังหวัด 64,913 ตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดส่งเอกสารให้กรมปศุสัตว์ 5 จังหวัด และมีการส่งเอกสารขอรับความช่วยเหลือให้กรมปศุสัตว์แล้ว 50 จังหวัด เกษตรกร 59,835 ราย รวมสัตว์ 66,362 ตัว เป็นเงินทั้งสิ้น 1,362,888,330 บาท ให้การช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว 36,949 ราย รวมสัตว์ 41,393 ตัว วงเงิน841,980,500 บาท ใน 47 จังหวัด เป็นการโอนเงินในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2564-2 มีนาคม 2565 เกษตรกร 15,015 ราย สัตว์ 17,211 ตัว เป็นเงิน 357,077,500 บาท และวันที่ 4 มีนาคม 2565 เกษตรกร 21,934 ราย สัตว์ 24,182 ตัว เป็นเงิน 484,903,000 บาท และสามารถปิดภัยได้แล้ว 8 จังหวัด ได้แก่ กทม. มุกดาหาร หนองบัวลำภู อุทัยธานี บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ น่าน และแพร่

สำหรับอัตราการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโค-กระบือตายจากโรคลัมปี สกิน ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2564 ซึ่งมีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 นั้น โค ได้ไม่เกินรายละ 5 ตัวอายุน้อยกว่า 6 เดือน 13,000 บาท อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี 22,000 บาท อายุมากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี 29,000 บาท อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป 35,000 บาท ส่วนกระบือ ไม่เกินรายละ 5 ตัว อายุน้อยกว่า 6 เดือน15,000 บาท อายุ 6 เดือน ถึง 1 ปี 24,000 บาท อายุมากกว่า 1 ปี ถึง 2 ปี 32,000 บาท อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป 39,000 บาท

นายประภัตรกล่าวอีกว่า ได้เร่งส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะการเลี้ยงโครุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนที่เสียหายจากการระบาดของโรค พร้อมช่วยเหลือโดยร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินโครงการ “สานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร” ปล่อยสินเชื่อสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตร หรืออาชีพนอกภาคเกษตร ที่มีตลาดรองรับชัดเจน

ส.ป.ก.เร่งยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642594

วันจันทร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครบรอบ 47 ปี พร้อมมอบรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นและผู้ได้รับการเสนอชื่อประจำปี 2564, รางวัล Talent of the Year และผู้ได้รับการเสนอชื่อ พ.ศ. 2564, รางวัลชนะเลิศการประกวด LOGO ส.ป.ก.47 ปี และรางวัลชนะเลิศการเขียนบทความทางวิชาการ ขณะที่ ดร.ทองเปลวกองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานพิธีสงฆ์ โดยมี ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าวรายงานเนื่องในกิจกรรมดังกล่าว

น.ส.มนัญญากล่าวว่า ส.ป.ก.เป็นหน่วยงานสำคัญในด้านการบริหารจัดการที่ดิน ช่วยให้เกษตรกรและผู้ไร้ที่ดินทำกิน หรือมีไม่เพียงพอต่อการประกอบอาชีพ ได้เข้าถึงที่ดิน ผ่านการจัดที่ดินทำกิน ปรับปรุงเกี่ยวกับสิทธิและการถือครองที่ดิน การตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรตามแนวทางของเกษตรกรรมยั่งยืน สร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

สำหรับก้าวต่อไปก็อยากเห็น ส.ป.ก.เร่งรัดการจัดที่ดินให้แก่พี่น้องเกษตรกรทั้งแบบปกติและแบบคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่รวดเร็ว เด่นชัด และเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดี มีคุณภาพ และมีความสุข

กรมชลฯใช้นวัตกรรม พัฒนาระบบควบคุมน้ำ สำรวจพื้นที่อย่างฉับไว บริหารใหม่รับยุคดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/642591

วันจันทร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพีระพงศ์ รัตนบุรี วิศวกรชลประทานชำนาญการ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และคณะ ผู้จัดทำโครงการพัฒนาระบบคาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลพื้นฐานและสถานการณ์น้ำจากข้อมูล Big Dataกรมชลประทาน มาใช้วิเคราะห์ ประเมิน คาดการณ์ และช่วยวางแผนการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีอยู่ทั่วประเทศ 412 แห่ง ในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดการน้ำครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยลดผลกระทบปัญหาภัยแล้ง และอุทกภัยได้ ทั้งในและนอกเขตพื้นที่ชลประทาน อีกทั้งยังมีการพัฒนาให้ข้อมูลแสดงผลแบบออนไลน์

สำหรับเครื่องมือสำรวจระยะไกลสุดล้ำ เป็นการพัฒนาเครื่องมือสำรวจระยะไกลขึ้นใช้เอง เป็นอากาศยานไร้คนขับชนิดปีกตรึง ขึ้น-ลงแนวดิ่ง สนับสนุนภารกิจด้านการบริหารจัดการน้ำ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยสำรวจพื้นที่ได้อย่างครอบคลุม สามารถวิเคราะห์และประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยอันเกิดจากน้ำ ทั้งภัยแล้งและอุทกภัย เพื่อเตรียมแผนการป้องกันและเตือนภัยได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ นวัตกรรมด้านบริหารจัดการน้ำดังกล่าว เป็นก้าวสำคัญสู่ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำ ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตยุคดิจิทัล ซึ่งจะอยู่ภายในงาน “NEW STEP TO WATER MANAGEMENT ก้าวใหม่…สู่การบริหารจัดการน้ำ presented by สบอ.”