กรมชลฯเร่งติดตาม สถานการณ์น้ำทุกที่ ปรับแผนเพาะปลูก ให้ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634177

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 55,184 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 73  ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 31,254 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 60 ของความจุอ่างฯ รวมกัน ซึ่งได้จัดสรรน้ำไปแล้ว 9,788 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 44 เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 13,219 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯ รวมกัน ปริมาณน้ำใช้การได้ 6,523 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 36 ของความจุอ่างฯ รวมกัน จัดสรรน้ำไปแล้ว 2,521 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 44

สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ปี 2564/65 ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว 5.36 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 83.61 เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เพาะปลูกไปแล้ว 3.63 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 129.03 ของแผนฯ

ทั้งนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์น้อย ประกอบกับปัจจุบันมีการเพาะปลูกเกินแผนที่กำหนด จึงได้กำชับให้โครงการชลประทานโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา บริหารจัดการน้ำด้วยการหมุนเวียนน้ำในพื้นที่ให้ทั่วถึง เพื่อไม่ให้พื้นที่เพาะปลูกแล้วเกิดความเสียหาย ด้านการเพาะปลูกพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้ควบคุมการเพาะปลูกให้เป็นไปตามแผน รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการรองรับฤดูแล้งปี 64/65 ทั้ง 8 มาตรการอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำ และแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ  รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดทรัพยากรน้ำ

การยางฯโอนเงินช่วยเหลือ ชาวสวนได้รับ560ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634176

วันพุธ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 ได้ดำเนินการจ่ายเงินส่วนต่างชดเชยรายได้ให้กับชาวสวนยางแล้ว 3 งวด คือ งวดที่ 1 เดือนตุลาคม 2564 และงวด 2 เดือนพฤศจิกายน 2564 ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2564 และล่าสุด งวดที่ 3 เดือนธันวาคม 2564 โดยเริ่มโอนเข้าบัญชีของชาวสวนยางแล้วตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2565 เป็นต้นมา ซึ่งยอดเงินส่วนต่างงวดล่าสุด งวดที่ 3 เข้าบัญชีชาวสวนยางแล้วกว่า 560 ล้านบาท และมียอดโอนรวมตั้งแต่งวดที่ 1-3 แล้วกว่า 1,552 ล้านบาท โดยทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ได้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีชาวสวนยางโดยตรง

 “อย่างไรก็ตาม กยท.ได้เตรียมจ่ายเงินส่วนต่างงวดที่ 4 เดือนมกราคม 2565 ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมทั้งประสานงานข้อมูลเกษตรชาวสวนยางที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการฯ ให้พี่น้องชาวสวนยางได้รับเงินประกันรายได้อย่างรวดเร็ว ครบถ้วนและถูกต้องทุกราย จนครบ 6 งวด ตามโครงการฯ อย่างแน่นอน” ผู้ว่าการ กยท.กล่าวทิ้งท้าย

‘เลขาฯส.ป.ก.’เปิดผลสอบที่ดินอ้างของ‘ทิดสมปอง’ ไล่บี้เช็คชื่อผู้ถือครอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/634031

‘เลขาฯส.ป.ก.’เปิดผลสอบที่ดินอ้างของ‘ทิดสมปอง’ ไล่บี้เช็คชื่อผู้ถือครอง

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 12.30 น.

‘เลขาฯส.ป.ก.’เปิดผลสอบที่ดินอ้างของ‘ทิดสมปอง’ ไล่บี้เช็คชื่อผู้ถือครอง

8 กุมภาพันธ์ 2565 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีมีข่าวว่าอดีตพระมหาสมปอง ตาลปุตโต หรือนายสมปอง นครไธสง กว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก. ในท้องที่ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ กว่า 300 ไร่ เพื่อปลูกยางพารา หรือให้ญาติถือครองที่ดินแทน ว่า เจ้าหน้าที่กำลังลงไปตรวจสอบที่ดินตามที่อยู่ของนายสมปอง ทั้งในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และนครราชสีมา แล้ว ซึ่งมีรายงานจาก ส.ป.ก.ชัยภูมิ ที่เข้าไปตรวจสอบทุกแปลงที่ที่เปิดเผยอยู่ในสังคมออนไลน์ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่นอกเขต ส.ป.ก. แต่มีบางแปลงที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. พื้นที่ดังกล่าวมีการทำประโยชน์เป็นสวนมะพร้าว สวนหมาก ซึ่งเป็นการทำกินของเกษตรกรตามจุดประสงค์ของ ส.ป.ก. แต่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นไปตรวจสอบการถือครองด้วยว่าเป็นเกษตรกรตัวจริงหรือไม่ หรือเป็นไปตามที่ข่าวเสนอว่าเป็นที่ดินของนายสมปอง

“เราตรวจพบว่าเป็นสวนมะพร้าวกับสวนหมากมีประมาณ 6 ไร่ ไม่เยอะ ถ้าอยู่ใน ส.ป.ก. เรามีทะเบียนอยู่แล้ว แต่ไม่เป็นอะไร เราจะเข้าไปตรวจสอบ แต่เราพบว่าแปลงนี้เป็นแปลงที่เกษตรกรเขาทำกิน ต้องตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ด้วย เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ในส่วนของที่ดินนอกเขต ส.ป.ก. มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูอยู่แล้ว ผมให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูอยู่ และจะดำเนินการในอำนาจหน้าที่ ส่วนเรื่องของการทำกิน ตรงนี้เป็นเขตป่าสงวนเดิม คิดว่ามีชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ทำมาหากินยังชีพอยู่” นายวิณะโรจน์ กล่าว

‘ส.ป.ก.’ลุยรังวัด-ตรวจสอบที่ดิน 300 ไร่‘ทิดสมปอง’ พบส่วนใหญ่อยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633985

‘ส.ป.ก.’ลุยรังวัด-ตรวจสอบที่ดิน 300 ไร่‘ทิดสมปอง’ พบส่วนใหญ่อยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดิน

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 07.31 น.

‘ส.ป.ก.’ตรวจสอบ-รังวัดที่ดิน 300 ไร่‘ทิดสมปอง’ พบส่วนใหญ่อยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดิน มีเพียง 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ ที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน

8 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ชี้แจงว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวในสังคมออนไลน์ และสื่อต่างๆ เกี่ยวกับกรณีอดีตพระมหาสมปอง ตาลปุตโต หรือนายสมปอง นครไธสง กว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก. ในท้องที่อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ กว่า 300 ไร่ เพื่อปลูกยางพารา หรือให้ญาติถือครองที่ดินแทนนั้น

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ขอเรียนชี้แจงว่า พื้นที่ที่เป็นข่าวเดิมเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม (E) ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 538 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 90 ตอนที่ 81 วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2516 โดย ส.ป.ก. ได้รับที่ดินมาและมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอคอนสาร อำเภอหนองบัวแดง กิ่งอำเภอภักดีชุมพล อำเภอหนองบัวแดง อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอแก้งคร้อ และอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2531 ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 105 ตอนที่ 241 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2531 ซึ่งเป็นการประกาศให้อำเภอคอนสารเป็นเขตปฏิรูปที่ดินทั้งอำเภอ

จากนั้นสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดชัยภูมิ (ส.ป.ก.ชัยภูมิ) จึงได้เข้าดำเนินการสำรวจรังวัดที่ดินเมื่อปี 2532 และ 2537 เพื่อให้ได้ขอบเขตเนื้อที่ของแปลงที่ดินแต่ละแปลงและรายชื่อผู้ครอบครองที่ดิน ต่อมาในปี 2539 ส.ป.ก. และกรมป่าไม้ ได้ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบกันพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม (E) จังหวัดชัยภูมิ ในส่วนที่ยังเป็นป่าออกจากเขตปฏิรูปที่ดินตามบันทึกข้อตกลงเพื่อกันคืนพื้นที่ป่าออกจากเขตปฏิรูปที่ดิน (RF) พ.ศ.2538 ออกมาได้เป็น 2 แปลง คือ RF แปลงที่ 15 เนื้อที่ประมาณ 10,997 ไร่ และ RF แปลงที่ 20 เนื้อที่ประมาณ 4,223 ไร่

เมื่อทราบข่าว ส.ป.ก. ได้มอบหมายให้ส.ป.ก.ชัยภูมิลงพื้นที่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ชัยภูมิได้ลงพื้นที่เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยได้สืบหาข้อมูลเพิ่มเติมจากทั้งผู้ปกครองท้องที่และราษฎรในพื้นที่เกี่ยวกับตำแหน่งและขอบเขตของแปลงที่ดินเทียบกับแผนที่แนวเขตปฏิรูปที่ดิน รวมทั้งตรวจสภาพการทำประโยชน์ในแปลงที่ดินที่เป็นข่าวแล้ว พบว่า ที่ดินส่วนใหญ่อยู่นอกเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน และมีเพียง 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ ที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน และเกษตรกรผู้ซึ่งได้รับอนุญาตฯ ยังคงทำประโยชน์ในที่ดินด้วยตนเองโดยการปลูกหมากและมะพร้าว

ทั้งนี้ ส.ป.ก. ไม่ได้นิ่งนอนใจและยังคงเดินหน้าตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปจากข้อมูลการร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน หนังสือร้องเรียน สายด่วน ส.ป.ก. และการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบตามภารกิจอย่างต่อเนื่อง

‘มนัญญา’ติวผู้ประกอบการ คัดผลไม้ชูโมเดล‘ล้งปลอดโควิด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633863

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมและมอบนโยบายแนวทางการส่งออกผลไม้ของกระทรวงเกษตรฯ ฤดูกาลผลิตปี 2565 ให้แก่ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุภาคตะวันออก ว่าได้มอบหมายกรมวิชาการเกษตร ติดตามสถานการณ์การส่งออกผลไม้ไปยังประเทศจีน อย่างใกล้ชิด และเร่งหาแนวทางจัดฝึกอบรมผู้ประกอบการ ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในการทำสวนผลไม้ โดยให้ล้งต่างๆ ร่วมมือกันสร้างโมเดล ‘ล้งปลอดภัยโควิด-19’ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าต่างประเทศ รวมทั้งมีนโยบายตั้งศูนย์ปฏิบัติเฝ้าระวังศัตรูพืชกักกัน หรือห้องแลป ให้ทันสมัยเพื่อตรวจสอบสารตกค้าง แมลงศัตรูพืช และเชื้อไวรัสโควิด-19 สร้างความมั่นใจให้กับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยไปยังประเทศปลายทาง โดยนำร่องที่ จ.หนองคาย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนตั้งงบประมาณปี 2566 แล้ว

 น.ส.มนัญญา กล่าวอีกว่า ได้รับรายงานจากนายสุธี ทองแย้ม ผวจ.จันทบุรี ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีผลผลิตทุเรียนกว่า 7 แสนตัน เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 20% กระทรวงเกษตรฯ จะช่วยเหลือเกษตรกรโดยประสานระบบการขนส่งทั้งทางบก เรือ และอากาศ เพื่ออำนวยความสะดวกกระจายผลผลิตส่งออกให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ได้เชิญทูตเกษตรจีน และประเทศคู่ค้าผลไม้ภาคตะวันออก หารือร่วมกันถึงความต้องการสินค้า รวมถึงมาตรการนำเข้าส่งออก ว่ามีกฎเกณฑ์การพิจารณาอย่างไร เพื่อนำมาปรับปรุงผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง ลดอุปสรรคและลดเวลาการตรวจที่ด่านต้นทางและปลายทาง

ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรได้เตรียมความพร้อมเกี่ยวกับมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในโรงคัดบรรจุพื้นที่ภาคตะวันออก โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6  ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข จ.จันทบุรี สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) และสมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ (MAFTA) จัดฝึกอบรมมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในโรงคัดบรรจุ ให้กับผู้ประกอบการและผู้ควบคุมคุณภาพประจำโรงคัดบรรจุ 400 คน รวมทั้งจัดทำคู่มือและคลิปวีดีโอ การบริหารจัดการโรงคัดบรรจุที่ถูกต้องตามมาตรฐาน GMP และมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 ในโรงคัดบรรจุ เพื่อให้ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง มุ่งหวังให้ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุเข้าใจในกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ  ในการส่งออกผลไม้ โดยจะมีการเพิ่มมาตรการในการตรวจติดตามโรงคัดบรรจุ GMP Plus (มาตรการ GMP Covid-19 ) ควบคู่กับมาตรการตรวจสอบคุณภาพทุเรียนเพื่อป้องกันทุเรียนด้อยคุณภาพปะปนไป รวมทั้งได้เตรียมแผนรองรับการตรวจปิดตู้คอนเทนเนอร์ของด่านตรวจพืช และการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC)

กระชับสัมพันธ์ไทย-จีน เกษตรฯรุดเดินหน้าส่งออกสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633860

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมคณะทำงานด้านการเกษตรไทย-จีน ครั้งที่ 12 กับกระทรวงเกษตรฯ จีน เพื่อขยายความร่วมมือและเร่งผลักดันขยายมูลค่า และปริมาณการส่งออกสินค้าเกษตรฯ ไทย โดยที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการความร่วมมือไทย-จีน ใหม่อีก 12 โครงการ ทั้งนี้ นายระพีภัทร์ กล่าวขอบคุณฝ่ายจีนที่สนับสนุนงบประมาณราว 100 ล้านบาท ผ่านกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไทย จีน และประเทศที่เชื่อมโยงเส้นทางดังกล่าว

 นอกจากนี้นายระพีภัทร์ ได้หารือและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในประเด็นความร่วมมือเชิงนโยบายกับฝ่ายจีน โดยทั้ง 2 ฝ่ายชูนโยบายด้านเกษตรกรรมยั่งยืน นโยบาย 3S ว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหาร ความมั่นคงด้านเกษตรกรรม และความยั่งยืนภาคการเกษตร นโยบาย BCG การพัฒนาเกษตรกรอัจฉริยะ การขจัดปัญหาความยากจน และการพัฒนาและวิจัยวัคซีนปศุสัตว์ เพื่อเตรียมพร้อมและปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะโลกในยุค Post Covid อันใกล้ ซึ่งฝ่ายจีนเห็นด้วยกับฝ่ายไทยที่จะกำหนดประเด็นความร่วมมือในอนาคตโดยอ้างอิงจากนโยบายข้างต้น

นายระพีภัทร์ กล่าวว่า ตระหนักถึงความสำคัญในประเด็นการค้าและการเปิดตลาดการค้าสินค้าเกษตรและอาหารกับจีนอย่างมาก เนื่องจากเป็นตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของสินค้าเกษตรและอาหารของไทย กระทรวงเกษตรฯ จึงจัดประชุม JTC-SPS ครั้งที่ 7 กับกระทรวงศุลกากรจีน โดยมีสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะ

‘อลงกรณ์’ร่วมพิธี ทำขวัญเกลือทะเล เริ่มต้นฤดูกาลผลิต เติมแรงใจเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633859

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานสืบสานพิธีทำขวัญเกลือและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเกลือทะเลเพื่อการเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ที่แปลงนาเกลือ หมู่ 9 ต.บ้านแหลม อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ซึ่งสถาบันเกลือทะเล และเครือข่ายชาวนาเกลือ 7 จังหวัด จัดขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เกษตรกรชาวนาเกลือ และรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมการทำนาเกลือ

“การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นการรื้อฟื้นประเพณีโบราณของนาเกลือเพื่อความเป็นศิริมงคลฤกษ์งามยามดีเสริมสร้างขวัญและกำลังใจสู่ผลผลิตที่สมบูรณ์ต่อยอดด้วยมาตรฐานและคุณภาพใหม่ (มาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายสร้าง Story สร้างแบรนด์ด้วยการตลาดยุคดิจิทัล” นายอลงกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ เกลือทะเลมีประวัติศาสตร์ยาวนานคู่กับประวัติศาสตร์ไทย ส่วนประวัติศาสตร์โลกนั้นในยุโรปยุคกรีก-โรมัน เรียกเกลือว่า สสารแห่งพระเจ้า เป็นยุทธปัจจัยและสารอาหารที่สำคัญมาก การฟื้นฟูให้ความสำคัญกับพิธีทำขวัญเกลือจึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเกลือทะเลไทยเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและสร้างแบรนด์เกลือทะเลไทย นอกจากนี้ ยังมีพิธีกรรมคือพิธีแรกนาเกลือในเดือนแรกของการเริ่มต้นฤดูกาลทำนาเกลือ เมื่อแดดแรกมาถึงหลังจากสิ้นฤดูฝนในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน

กรมชลฯเร่งงาน4ประตูระบายน้ำยม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633862

วันอังคาร ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตาม 4 โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่ จ.พิษณุโลก และพิจิตร เพื่อเร่งรัดให้แล้วเสร็จตามแผนเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำในแม่น้ำยม บรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยนายชูชาติ กล่าวว่า ได้วางแผนก่อสร้างประตูระบายน้ำตลอดช่วงแม่น้ำยม เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง และทำหน้าที่หน่วงน้ำเพื่อผันเข้าทุ่ง หรือแก้มลิง ในช่วงฤดูน้ำหลาก บรรเทาปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ ปัจจุบันได้ก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ โครงการประตูระบายน้ำท่านางงาม จ.พิษณุโลก เก็บกักน้ำได้ประมาณ 7.60 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ระยะเวลาในการก่อสร้าง 5 ปี (2562–2566) หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 51,375 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 2,568 ครัวเรือน โดยสั่งการให้เร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จในปีนี้

โครงการประตูระบายน้ำท่าแห จ.พิจิตร สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 12.60 ล้าน ลบ.ม. ระยะเวลาในการก่อสร้าง 6 ปี (2562–2567) หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 81,111 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 1,412 ครัวเรือน ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จในปีนี้เช่นกัน

โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังจิก จ.พิจิตร ระยะเวลาในการก่อสร้าง 8 ปี (2559-2566) หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 37,397 ไร่ ได้เร่งรัดให้แล้วเสร็จในต้นปี 2566 และโครงการประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ระยะเวลาในการก่อสร้าง 5 ปี (2564–2568) หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 28,868 ไร่ ได้สั่งการให้ปรับแผนงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2567 ทั้งนี้ เชื่อว่าประตูระบายน้ำทั้ง 4 แห่ง จะสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

ประกาศ‘ปิดอ่าวไทย’ปี65 เปิดช่อง‘สัตว์น้ำ-ปลาทูสาว’เจริญพันธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633818

ประกาศ‘ปิดอ่าวไทย’ปี65 เปิดช่อง‘สัตว์น้ำ-ปลาทูสาว’เจริญพันธุ์

วันจันทร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 14.47 น.

“กรมประมง” ประกาศ “ปิดอ่าวไทย ปี 2565” ในพื้นที่ “ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี” บริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลอ่าวไทย 90 วัน พร้อมขยายต่อเขตต่อเนื่องปลายแหลมเขาม่องไล่ ถึงหัวหิน ต่ออีก 30 วัน

7 กุมภาพันธ์ 2565 นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ล่าสุดกรมประมงเตรียมประกาศปิดอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 พฤษภาคม 2565 ในเขตพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลอ่าวไทย 90 วัน ให้ปลาได้วางไข่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าช่วงดังกล่าวเป็นช่วงพ่อแม่พันธุ์ปลาทูมีความสมบูรณ์เพศ และพร้อมผสมพันธุ์ และมีการแพร่กระจายของลูกปลาทู-ปลาลัง และปลาเศรษฐกิจขนาดเล็ก

ขณะที่ช่วงวันที่ 16 พฤษภาคม-14 มิถุนายน 2565 ในเขตชายฝั่งทะเลตามแผนที่แนบท้ายของประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลางของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี พบลูกปลาวัยอ่อนที่เกิดบริเวณพื้นที่มาตรการมีโอกาสเลี้ยงตัวบริเวณชายฝั่ง และเขตต่อเนื่องปลายแหลมเขาม่องไล่ ถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และพบลูกปลาขนาดเล็กเดินทางเคลื่อนเข้าสู่อ่าวไทยรูปตัว ก. เพื่อให้ปลาทูสาวให้เจริญเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป

ทั้งนี้ มาตรการ “ปิดอ่าวไทย” เป็นมาตรการสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในฝั่งทะเลอ่าวไทย มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์พ่อแม่พันธุ์สัตว์น้ำที่มีไข่แก่ พร้อมสืบพันธุ์วางไข่ และอนุรักษ์สัตว์น้ำวัยอ่อนให้เจริญเติบโตเป็นสัตว์น้ำรุ่นใหม่ สามารถฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืน และเป็นมาตรการที่สำคัญของกรมประมงที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยกรมประมงดำเนินมาตรการอนุรักษ์เพื่อรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีความยั่งยืนและให้เกิดความสมดุลและเหมาะสมกับการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวประมง

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและสุ่มเก็บตัวอย่างปลาทูในช่วงมาตรการปิดอ่าวไทย ในรอบปี 2564 พบว่า พ่อแม่ปลามีความสมบูรณ์เพศ โดยเฉพาะปลาทู พบพ่อแม่พันธุ์ มีขนาดความยาวเฉลี่ย 18.5 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังพบลูกปลาเศรษฐกิจ ลูกปลาทู-ลัง และปลาทูขนาดเล็กมีการเคลื่อนย้ายจากเขตปิดอ่าวตอนกลางขึ้นมาอาศัยเลี้ยงตัวในอ่าวไทยรูปตัว ก. จึงแสดงให้เห็นว่า ห้วงเวลา พื้นที่ และเครื่องมือที่อนุญาตให้ทำการประมงตามประกาศมาตรการปิดอ่าวไทย  มีความเหมาะสม สอดคล้องกับวงจรชีวิตสัตว์น้ำ เพื่อให้ปลาทูสาวให้เจริญเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป

ทั้งนี้ กรมประมง ยังดำเนินมาตรการปิดอ่าวไทย ในช่วงเวลาและพื้นที่เดิม โดยอนุญาตให้ใช้เฉพาะเครื่องมือประมงบางชนิดซึ่งเป็นของกลุ่มประมงขนาดเล็กและไม่กระทบกับมาตรการปิดอ่าวไทย ดังนี้

(1) เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนลากคานถ่างที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 16 เมตร   ต้องทำการประมงในเวลากลางคืนและทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง

(2) เครื่องมืออวนติดตาปลาที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส มีช่องตาอวนตั้งแต่สองนิ้วขึ้นไป สำหรับกรณีการทำการประมงในเขตทะเลชายฝั่งความยาวอวนที่ใช้จะต้องไม่เกิน 2,500 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำ และหากจะใช้ความยาวอวนเกินกว่า 2,500 เมตร จะต้องใช้บริเวณนอกเขตทะเลชายฝั่ง เท่านั้น

(3) เครื่องมืออวนปู อวนลอยกุ้ง  

(4) เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก ที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า(เครื่องปั่นไฟ) ต้องทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง

(5) ลอบปู ต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนด

(6) ลอบหมึกทุกชนิด

(7) ซั้งทุกชนิดที่ใช้ประกอบทำการประมงพื้นบ้าน. สามารถทำการประมงได้ในเขตทะเลชายฝั่ง

(8) คราดหอย ต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนด

(9) อวนรุนเคย ต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยประกาศกระทรวงฯ

(10) จั่น ยอ แร้ว สวิง แห เบ็ด สับปะนก ขอ ลอบ ฉมวก และเครื่องมืออื่นใดที่ไม่ใช้ประกอบเรือกลขณะทำการประมง

(11) เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้าไม่ถึง 280 แรงม้า ประกอบเครื่องมือทำการประมงที่มิใช่เครื่องมือตามประเภท วิธีการทำการประมงที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนดให้เป็นประมงพาณิชย์ทำการประมง ยกเว้น อวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกปลากะตัก ที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) และเครื่องมือทำการประมงที่ห้ามตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเครื่องมือทำการประมง วิธีการทำการประมง และพื้นที่ทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 ที่ไม่สามารถทำการประมงได้ 

สำหรับช่วงระยะเวลาปิดอ่าว 16 พฤษภาคม-14 มิถุนายน 2565 อนุญาตให้เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนลากคานถ่าง ไม่ได้จำกัดความยาวของเรือที่ใช้ทำการประมง และเวลาในการทำการประมง ทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่งของพื้นที่บางส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี สำหรับเครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกปลากะตัก ที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ประกอบเรือกลที่มีขนาด 10 ตันกรอส อนุญาตให้ทำการประมงได้นอกเขตทะเลชายฝั่ง เฉพาะบริเวณเขตต่อเนื่องปลายแหลมเขาม่องไล่ ถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ -005

กรมชลฯชูผันน้ำทุ่งหน่วงน้ำบางระกำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/633692

วันจันทร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ THA 2022 ในหัวข้อ “การมุ่งสู่การจัดการน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืนหลังโควิด-19” โดยมีนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ในการบริหารจัดการน้ำ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกระแสการพัฒนาอย่างยั่งยืนในช่วงหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเป็นเวทีนำเสนอและเผยแพร่ผลงานวิจัย สำหรับนักวิจัยนักวิทยาศาสตร์ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ ทั้งทางภาครัฐและเอกชนในสาขาที่เกี่ยวข้องจากนานาชาติ ร่วมแบ่งปันและนำเสนอมุมมอง ประสบการณ์ ความก้าวหน้าในงานวิจัยและต่อยอดงานวิจัยเพื่อประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม และส่งเสริมการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

ด้าน ดร.ชคพล สิงห์โต นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ส่วนวิศวกรรม สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทานนำเสนอบทความเรื่อง “โครงการผันน้ำแบบชุมชนมีส่วนร่วมในทุ่งหน่วงน้ำบางระกำ” ที่ได้รับรางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทรางวัลสัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ปี 2564 มีการใช้พื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งเป็นพื้นที่นาอยู่ระหว่างลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่านใน จ.สุโขทัย และพิษณุโลก เป็นพื้นที่รองรับน้ำเพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้นประจำทุกปี

ทั้งนี้ ได้อาศัยแนวคิดการเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการจากการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นปันประโยชน์ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม พัฒนาจากวิถีชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยไม่ใช้สิ่งก่อสร้างและบูรณาการทุกภาคส่วนในการปรับปฏิทินการเพาะปลูก ด้วยการเริ่มปลูกนาปีให้เร็วขึ้น ก่อนฤดูน้ำหลาก ใช้พื้นที่หลังการเก็บเกี่ยวเป็นพื้นที่หน่วงน้ำ ซึ่งได้รับการยินยอมจากชุมชนและบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ โดยกรมชลประทาน จะต่อยอดขับเคลื่อน “บางระกำโมเดล” มุ่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเหมาะสม