เตือนชาวสวนมะพร้าวระวังไรสี่ขา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619031

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายศรุต สุทธิอารมณ์ ผอ.สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ช่วงเข้าสู่ฤดูแล้งขอแจ้งเตือนชาวสวนมะพร้าว เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไรสี่ขามะพร้าว ศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายและระบาดในแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมในหลายประเทศ ปัจจุบันเริ่มระบาดและมีแนวโน้มรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เช่น สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และ ฉะเชิงเทรา ซึ่งจะทำให้มะพร้าวผลเล็ก ร่วง หรือขนาดเล็กลีบจนจำหน่ายไม่ได้ เกษตรกรจึงจำเป็นต้องสำรวจและกำจัดไรสี่ขา อย่างต่อเนื่อง

สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช ได้ลงพื้นที่สวนมะพร้าวที่พบการระบาดของไรสี่ขา พร้อมกับให้คำแนะนำวิธีการป้องกันกำจัดไรสี่ขามะพร้าวแก่เกษตรกร โดยให้ตัดทำลายจั่นช่อดอก และช่อผลของมะพร้าวทั้งหมด จนกว่าจะไม่พบอาการลูกลาย ซึ่งวิธีกำจัดไรหลังจากตัดช่อดอกและช่อผล สามารถทำได้หลายวิธี คือการนำไปฝังกลบโดยให้มีหน้าดินลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ถ่วงน้ำโดยต้องกดให้จมน้ำทั้งหมด ใส่ถุงพลาสติกดำตากแดดไว้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ แล้วเผาทำลายจั่นช่อดอกและช่อผลทั้งหมด หลังจากตัดจั่นช่อดอกและช่อผล ให้พ่นสารฆ่าไรอย่างน้อย 4 ครั้ง ห่างกัน 1 สัปดาห์ทุกครั้ง จนกว่าจะไม่พบอาการเข้าทำลาย หากยังพบอาการลูกลายให้เปลี่ยนชนิดสารฆ่าไรตามกลุ่มสารออกฤทธิ์โดยสารป้องกันกำจัดไรสี่ขามะพร้าว ตามคำแนะนำ ดังนี้ โพรพาร์ไกต์ 30% WP อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร อะมิทราซ 20% EC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตรกำมะถันผง 80% WP อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ20 ลิตร และไพริดาเบน 20% WP อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

“ไรสี่ขามะพร้าวไม่สามารถพ่นยาฆ่าไรอย่างเดียวแล้วกำจัดได้สิ้นซาก เนื่องจากยาฆ่าไรเป็นยาประเภทถูกตัวตายเท่านั้น โดยไรจะเข้าทำลายขั้วผลมะพร้าว ดังนั้นจึงต้องตัดทำลายจั่นช่อดอกและช่อผลของมะพร้าวทั้งหมด รวมทั้งไรสี่ขายังแพร่กระจายโดยอาศัยลมพัดพาจึงควรปลูกไม้กันลม” นายศรุต กล่าว

สปสช. ร่วม อบจ.ปทุมธานี ตั้งกองทุนผู้พิการ-สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619035

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 4 สระบุรี จัดพิธีลงนามในข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพระดับจังหวัด โดยมี นายแพทย์ชลอ ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 4 สระบุรี พลตำรวจโทคำรณวิทย์ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายแพทย์ภุชงค์ ไชยชินนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี หน่วยรับเรื่องร้องเรียนอื่นที่เป็นอิสระจากผู้ถูกร้องเรียนพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีความจำเป็นต้องฟื้นฟูสมรรถภาพในท้องถิ่นให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายแพทย์ชลอ ศานติวรางคณา ผอ.สปสช.เขต 4 สระบุรี กล่าวว่า สปสช. ได้ดำเนินการ ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 โดยกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพระดับจังหวัด เพื่อให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มีส่วนร่วมในการสร้างหลักประกันสุขภาพด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพให้กับบุคคลในพื้นที่ได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ โดยการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่วนหนึ่งสมทบกับเงินงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อีกส่วนหนึ่งในจำนวนที่เท่ากัน เพื่อให้คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในระยะที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ในเขตพื้นที่จังหวัดได้รับบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อสุขภาพจากหน่วยบริการ สถานบริการ หรือองค์กรอื่นๆ รวมทั้งได้รับเครื่องช่วยกายอุปกรณ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับบริการทางการแพทย์ ในกรณีที่มีผลการตรวจวินิจฉัย หรือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่คนพิการผู้สูงอายุและผู้อยู่ในระยะที่จำเป็นจะต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามหลักเกณฑ์และรายการที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประกาศกำหนด

ผู้เลี้ยงไก่แนะรัฐหนุน อาหารสัตว์ไร้คาร์บอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619032

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ในประเทศ อยู่ในสถานการณ์ลำบาก เนื่องจากวัตถุดิบอาหารสัตว์หลายตัวมีราคาแพงขึ้นมาก อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สูงกว่า 11 บาท/กิโลกรัมกากถั่วเหลืองราคากิโลกรัมละ 20 บาท ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อยต้องแบกรับต้นทุนที่สูง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลมีมาตรการผลักดันให้พืชเกษตรมีราคาสูง แต่ด้วยความที่ไก่ เป็นสินค้าส่งออกสำคัญ มีผลต่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรมไก่เนื้อทั้งระบบ สมาคมฯ จึงต้องการให้รัฐสนับสนุนและช่วยดูแลทั้งระบบ คือ การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไร้คาร์บอน ซึ่งเป็นทิศทางที่ตลาดหลักของไทยอย่างสหภาพยุโรป (อียู) ให้ความสำคัญ

ทั้งนี้ อียู ต้องการซื้อสินค้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ได้มาจากการรุกป่า หากประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตไก่ที่ปราศจากการทำลายป่า หรือไก่ไร้คาร์บอน อาจถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าตามจำนวนคาร์บอนที่ปล่อย ซึ่งหมายถึงความสามารถในการแข่งขันของไก่ไทยจะลดลง และกระทบมาถึงไก่เนื้อทั้งอุตสาหกรรม สำหรับวัตถุดิบอาหารเลี้ยงไก่ มีส่วนผสมของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นหลัก จึงอยากให้รัฐบาลเน้นส่งเสริมการเลี้ยงไก่ด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ไม่มีการรุกป่า เผาตอซัง และส่งเสริมข้าวโพดหลังนา

รายงานพิเศษ : อำนาจเจริญ ลงนาม MOU ใช้ศูนย์แสดงสินค้า โกยเงินเข้าชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619038

รายงานพิเศษ : อำนาจเจริญ ลงนาม MOU  ใช้ศูนย์แสดงสินค้า โกยเงินเข้าชุมชน

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จังหวัดอำนาจเจริญ ลงนาม MOU การใช้ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ Love Farmer & Biz Shop Amnatcharoen บูรณาการความร่วมมือส่งเสริมการขายสินค้าและผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ  

นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธาน พร้อมร่วมเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง การประสานความร่วมมือ ขอใช้พื้นที่ศูนย์แสดงสินค้าและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ Love Farmer & Biz Shop Amnatcharoen บูรณาการความร่วมมือส่งเสริมการขายสินค้าของ บริษัทประชารัฐรักสามัคคี อำนาจเจริญ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และเครือข่ายบิสคลับอำนาจเจริญ โดยมีนายธนูสินธ์ ไชยสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตและผู้ประกอบการจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมในพิธี ที่ศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ Love Farmer &Biz Shop Amnatchoroen  ด้านทิศใต้ หอนาฬิกา สวนมิ่งมงคลต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ 

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มุ่งเน้นในการส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐ ให้สามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงาน รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ สร้างรายได้และความเจริญ ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ประกอบกับยุทธศาสตร์จังหวัดอำนาจเจริญ ประเด็นการพัฒนาที่ 2.การส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การลงทุนของจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้แก่ชุมชน ให้สามารถแข่งขันได้  

จังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้บูรณาการร่วมกันสามฝ่าย  ประกอบด้วย ภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานธนารักษ์อำนาจเจริญ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำนาจเจริญ สำนักงานพาณิชย์อำนาจเจริญ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ ภาคเอกชน ได้แก่ เครือข่ายบิสคลับอำนาจเจริญ และบริษัท ประชารัฐ(วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด และภาคประชาชน ได้แก่ กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตผู้ประกอบการจังหวัดอำนาจเจริญ ในการลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพคนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้เข้มแข็ง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง อีกทั้ง เป็นการส่งเสริมสินค้าเกษตรผลิตภัณฑ์จังหวัดอำนาจเจริญ ให้มีมูลค่ามีช่องทางการตลาดและมีรายได้เพิ่มมากขึ้น  

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ภายในศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าเคลื่อนที่ฯ พร้อมเยี่ยมชมการออกร้านจำหน่ายสินค้า จากเครือข่ายธุรกิจบิสคลับจังหวัดอำนาจเจริญอีกด้วย… 

กรมปศุสัตว์เดินหน้า หยุดเชื้อดื้อยาในสัตว์ ยึด‘สุขภาพหนึ่งเดียว’ แนวทางใช้ดำเนินการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619036

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ปัญหาเชื้อดื้อยาหรือการดื้อยาของเชื้อโรค เป็นปัญหาวิกฤตระดับโลก สร้างความสูญเสียและส่งผลต่อชีวิตคน โดยทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาประมาณ 700,000 คน/ปีมีสาเหตุจากการใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านแบคทีเรียมากจนเกินความจำเป็นทั้งในคนและสัตว์ ทำให้เชื้อแบคทีเรียพัฒนาตัวเองสามารถสู้กับยาปฏิชีวนะได้ หรือที่เรียกว่าดื้อยา และมีการถ่ายทอดยีนดื้อยาของแบคทีเรีย จึงวางแนวทางและมาตรการจัดการปัญหาดังกล่าว ภายใต้หลักการ “สุขภาพหนึ่งเดียว” ประกอบด้วย สุขภาพ คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม โดยกรมปศุสัตว์ได้ขับเคลื่อนโดยมีเป้าหมายลดการใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์ลง 30% ภายในปี 2564

สำหรับการบังคับใช้กฎหมาย ได้ออกกฎหมายกำกับดูแลอาหารสัตว์ที่ผสมยา ต้องขึ้นทะเบียนจาก อย.ภายใต้ พ.ร.บ.ยา เท่านั้น และต้องมีสัตวแพทย์ควบคุมระบบการผลิตอาหารสัตว์ที่ผสมยา ที่ได้รับการฝึกอบรมจากกรมปศุสัตว์ และต้องรายงานปริมาณการใช้ยาผสมอาหารสัตว์ต่อกรมปศุสัตว์ ครอบคลุมในสุกร ไก่ไข่ ไก่เนื้อ สัตว์ปีกเลี้ยงปล่อยอิสระ และหมูหลุม

ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องตระหนัก คือปัญหาเชื้อดื้อยาทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วม สำหรับภาคปศุสัตว์ หลักการคือ การใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผล ร่วมกับ
การจัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์อย่างเหมาะสม เพื่อชะลอปัญหาเชื้อดื้อยาในคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม

กรมชลฯเร่งทำอุโมงค์เติมน้ำเขื่อนแม่กวงฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618793

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 35 แห่งทั่วประเทศ ว่ามีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 54,732 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 77 ของปริมาณการเก็บกัก โดยเป็นน้ำใช้การได้ 31,190 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 66 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว มีปริมาณน้ำมากกว่าถึง 10,372 ล้าน ลบ.ม.สามารถจัดสรรให้ปลูกพืชฤดูแล้งได้กว่า 11 ล้านไร่ อย่างไรก็ดี ยังมีเขื่อนที่ปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณเก็บกัก เช่น เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ มีความจุถึง 263 ล้าน ลบ.ม.แต่อยู่ในพื้นที่อับฝน จึงทำให้ปริมาณน้ำไม่เต็มอ่าง ทั้งนี้ ได้ดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา โดยสร้างอุโมงค์ส่งน้ำความยาว 49 กิโลเมตร ยาวที่สุดในประเทศไทย เพื่อผันน้ำในลำน้ำแม่แตง ไปลงเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ซึ่งจะได้ปริมาณน้ำปีละประมาณ 160 ล้าน ลบ.ม.

ดร.ทวีศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างซึ่งมีความคืบหน้าไปมากกว่าร้อยละ 65 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 ซึ่งจะทำให้เขื่อนแม่กวงอุดมธารา มีปริมาณที่มั่นคงเพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในทุกกิจกรรม ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และลำพูน ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ทำการเกษตร อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม โดยเฉพาะภาคการเกษตร จะสามารถส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ช่วงฤดูฝนได้ถึง 175,000 ไร่ และในช่วงฤดูแล้งอีก 76,129 ไร่ นอกจากนี้ยังจะสามารถส่งน้ำประมาณ 25 ล้าน ลบ.ม.ให้โครงการ
ส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง ในการจัดสรรเพื่อการปลูกพืชในฤดูแล้งได้อีกกว่า 14,500 ไร่ สร้างความมั่นคงด้านน้ำสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีของรัฐบาล

ส.ป.ก.ลงพื้นที่เยี่ยม โครงการ‘พอกะเพียง’ ใช้เทคโนโลยีพัฒนา ทำแปลงสมาร์ทฟาร์ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618794

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) แปลงหมายเลข No 83 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยมีนายสมภพ ศรีเจริญ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร รายงานผลการดำเนินงาน และนำชมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแปลงเกษตรปราดเปรื่อง การพัฒนาแหล่งน้ำภายในแปลง โดยกรมทรัพยากรน้ำ และร่วมปล่อยปลาในแหล่งน้ำ การนำชี้แปลงเกษตรกรรมของเกษตรกรชุดที่ 2 การรวบรวมผลผลิตและแปรรูปในรูปแบบของกลุ่ม “พอ กะ เพียง” ร่วมปลูกต้นไม้และอุดหนุนผลผลิตแปรรูปจากกลุ่ม

ทั้งนี้ สำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน (สพป.) มีโครงการพัฒนาแปลงดังกล่าวเป็นชุมพรสมาร์ทฟาร์มมิ่ง แบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ คือ 1.พัฒนางานโครงสร้างพื้นฐาน 2.ส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมการเกษตร และ 3.นวัตกรรมในแปลง รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลาง ในด้านของการส่งเสริมการรวมกลุ่ม การดำเนินกิจกรรมชุมชน ทั้งในส่วนของตลาดชุมชน อาคารจัดจำหน่ายและแสดงสินค้า ประสานความร่วมมือกับบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี เครื่องจักรกล และระบบบริหารด้านการเกษตรโดยทางบริษัทฯ ได้นำเจ้าหน้าที่เข้ามาศึกษาสภาพพื้นที่เพื่อเลือกเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

‘ปศุสัตว์’ใช้อิเล็กทรอนิกส์ นำเข้า-ส่งออกอาหารสัตว์เบ็ดเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618796

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้นำร่องการใช้งานระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบการนำเข้า-ส่งออก ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ โดยบริการทุกขั้นตอนเบ็ดเสร็จเชื่อมโยงหนึ่งเดียว ลดความซ้ำซ้อน ลดขั้นตอน และระยะเวลาในการให้บริการ ซึ่งกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานภาครัฐ 4.0 ที่มุ่งอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชนตลอดมา ได้ประยุกต์นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาปรับปรุงและพัฒนากระบวนงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยพัฒนาและปรับปรุงระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริการด้านทะเบียนใบอนุญาตอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ มาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งรองรับงานบริการด้านการอนุญาตนำเข้า-ส่งออก การผลิต การ
ขาย การออกหนังสือรับรอง Health Certificate ของอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์

ต่อมาได้มีการพัฒนาการชำระเงินผ่านระบบ e-Payment และได้เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
กรมศุลกากร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เป็นต้น โดยล่าสุดในปี 2564 ได้มีการพัฒนาระบบการตรวจสอบอัตโนมัติ (Automated service) เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร อีกทั้งยังมีระบบการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ซึ่งเป็นการบริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่
ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว รองรับการดำเนินชีวิตวิถีถัดไป และการขยายตลาดด้านอาหารสัตว์ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ นายสัตวแพทย์สรวิศ ได้เป็นประธาน โดยมีนายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รวมทั้งผู้บริหารสำนัก/กองต่างๆเข้าร่วมพิธีเปิดการใช้งานดังกล่าวที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กทม. ซึ่งทางอธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ให้เกียรติลงลายมือชื่อในระบบอิเล็กทรอนิกส์ใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะฉบับแรก

อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวอีกว่า การบริการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้านอาหารสัตว์และวัตถุอันตรายด้านการปศุสัตว์รูปแบบใหม่เป็นการให้บริการเบ็ดเสร็จเชื่อมโยงในหนึ่งเดียว เป็นช่องทางการให้บริการมิติใหม่แบบไร้พรมแดน ซึ่งปัจจุบันมีการใช้บริการแล้วมากกว่า 100,000 ครั้งต่อปี และเมื่อเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ จะสามารถตรวจสอบและอนุมัติได้ทันทีเมื่อเอกสารถูกต้องครบถ้วนภายใน 1 วันทำการ ผู้ประกอบการสามารถดาวน์โหลดใบอนุญาตเพื่อนำไปใช้งานได้ โดยไม่ต้องเดินทางมารับเอกสารเอง

ทหารร่วมลงแขก เกี่ยวข้าวหนีน้ำ ช่วยเหลือชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618791

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พ.ท.กิตติศักดิ์ บังพิมาย ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 11 หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กกล.สุรนารี กองทัพภาคที่ 2 นำกำลังพลจิตอาสา จำนวน 12 นาย ร่วมกับผู้ช่วยคนพิการ อ.กันทรลักษ์ ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวข้าวช่วยเหลือครอบครัวของ นายพวง สายแก้ว อายุ 65 ปี และนางบุญ สายแก้ว อายุ 63 ปี สองสามีภรรยา ที่บ้านหนองตอนาเจริญ หมู่ที่ 7
ต.เมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งได้ร้องขอผ่านผู้ใหญ่บ้านว่าได้รับความเดือดร้อนน้ำท่วมนาต้องการเก็บเกี่ยวข้าว โดยนาข้าวได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง จนต้องใช้รถไถนาสูบน้ำออกจากนาแล้วจึงทำการเกี่ยวข้าว

นายไพรวรรณ์ หงษ์ศิลา ผู้ใหญ่บ้านหนองตอนาเจริญ กล่าวว่า 2 สามีภรรยา เป็นลูกบ้านของตน ซึ่งเพื่อนบ้านเห็นว่ายากจนลำบากไม่มีที่นาเป็นของตัวเอง จึงยกนาให้ปลูกข้าวไว้กิน แต่ปีนี้ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในนาข้าว ตนจึงได้ประสานหน่วยทหารในพื้นที่เข้ามาดูแล สูบน้ำออกช่วยกันเกี่ยวข้าวในครั้งนี้

ด้านพ.ท.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารบกท่านได้มีนโยบายว่า ทหารไปอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ต้องเข้าไปช่วยเหลือดูแลชาวบ้าน โดยชุมชนได้แจ้งว่ามีตายายอยู่กัน 2 คน อายุมากแล้วที่นายังไม่ได้เกี่ยวข้าว น้ำก็ยังท่วมอยู่ก็เลยประสานกับผู้นำชุมชน มาลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งก็ได้น้องๆ ทหารที่ออกมาราชการสนาม ซึ่งที่บ้านก็ทำนาอยู่แล้ว และตนก็ทำนาที่บ้านอยู่เช่นเดียวกัน ก็ได้มาช่วยกัน เกี่ยวข้าว ช่วยตายาย โดยมีชาวบ้านมาร่วมกันลงแขกหลายคน

เจ้าหน้าที่คัดกรองเข้มป้องกันโควิด ประชาชนบุรีรัมย์เลือกตั้ง145อบต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/618792

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (นายก อบต.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) ทั้ง 145 อบต. ใน 23 อำเภอ ของ จ.บุรีรัมย์ พบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางเข้าใช้สิทธิ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 1,950 หน่วย ก็ได้มีการตรวจคัดกรองเข้มประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทุกคน ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย หากใครไม่มีหน้ากากจะไม่อนุญาตให้เข้าไปใช้สิทธิ์ บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้ง 

หากใครถูกตรวจพบว่ามีอุณหภูมิในร่างกายเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ก็จะมีการแยกออกไปให้รออยู่ยังจุดพักคอยที่ได้มีการจัดไว้ และจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิอีกครั้ง ถ้าอุณหภูมิกลับมาปกติก็จะให้ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนตามปกติ และถ้ายังพบว่ามีอุณหภูมิยังอยู่ที่ 37.5 องศาเซลเซียส หรือเกินกว่านี้ ก็จะอนุญาตให้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง แต่จะให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในคูหาพิเศษ ซึ่งแยกออกมาจากคูหาปกติ เมื่อเสร็จแล้วจะให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรับตัวไปดำเนินการตรวจรักษาตามขั้นตอนต่อไป เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  

สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ แบ่งออกเป็น 145 อบต.ใน 23 อำเภอ 1,859 หมู่บ้าน 1,851 เขตเลือกตั้ง มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งจำนวน 1,950 หน่วย  ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 808,607 คน คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบปัญหาหรือข้อมูลรายงานการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน มีองค์การบริหาร ส่วนตำบล ที่มีผู้สมัครนายกอบต. เพียง 1 คน จำนวน 16 อบต. ได้แก่ อบต.บ้านปรือ อ.กระสัง, อบต.บ้านแพ อ.คูเมือง, อบต.ดงพลอง อ.แคนดง, อบต.ลำไทรโยง อ.นางรอง, อบต.โนนขวาง อ.บ้านด่าน, อบต.หนองแวง อ.บ้านใหม่ ไชยพจน์, อบต.แดงใหญ่ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์, อบต.ละเวี๊ย อ.ประโคนชัย, อบต.บ้านจาน อ.พุทไธสง, อบต.บัวทอง อ.เมือง, อบต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ, อบต.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ, อบต.บุโพธิ์ อ.ลำปลายมาศ, อบต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ, อบต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ และ อบต.ท่าม่วง อ.สตึก ขณะเดียวกัน สมาชิกสภา อบต.เขตที่มีผู้สมัคร 1 คน มีจำนวน 274 เขต ใน 23 อำเภอ