‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมกับ’สมาคมผู้ผลิตถั่วเหลืองและรำข้าว’ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย-ผู้ได้รับผลกระทบพื้นที่ชายแดน

'กรมส่งเสริมการเกษตร'ร่วมกับ'สมาคมผู้ผลิตถั่วเหลืองและรำข้าว' ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย-ผู้ได้รับผลกระทบพื้นที่ชายแดน

‘กรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมกับ’สมาคมผู้ผลิตถั่วเหลืองและรำข้าว’ ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย-ผู้ได้รับผลกระทบพื้นที่ชายแดน

วันอังคาร ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 20.17 น.

กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับสมาคมผู้ผลิตถั่วเหลืองและรำข้าว ร่วมสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และนายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งมอบน้ำมันพืชจำนวน 100 ลัง และร่วมบริจาคสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม เครื่องใช้ที่จำเป็น นำไปส่งมอบให้กับเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ในพิธีส่งมอบสิ่งของบริจาคช่วยเหลือผู้ใด้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบชายแดนไทย – กัมพูชา ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการศุล ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันจันทร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.22 น.

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีของฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ และผู้บริหาร ข้าราชการ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

– 006

ปลัด ก.แรงงาน นำคณะผู้บริหาร ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ปลัด ก.แรงงาน นำคณะผู้บริหาร ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ปลัด ก.แรงงาน นำคณะผู้บริหาร ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันจันทร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.30 น.

ปลัด ก.แรงงาน นำคณะผู้บริหาร ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นำคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยได้เข้าถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันจันทร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.23 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลา 08.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรฯ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง และบริเวณโถงกลาง หน้าห้อง 112 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘รมช.อัครา’สั่งเร่งฟื้นฟู-เยียวยาประชาชน พร้อมเดินหน้าโครงการน้ำ สร้างอนาคตมั่นคงให้ชาวพะเยา

'รมช.อัครา'สั่งเร่งฟื้นฟู-เยียวยาประชาชน พร้อมเดินหน้าโครงการน้ำ สร้างอนาคตมั่นคงให้ชาวพะเยา

‘รมช.อัครา’สั่งเร่งฟื้นฟู-เยียวยาประชาชน พร้อมเดินหน้าโครงการน้ำ สร้างอนาคตมั่นคงให้ชาวพะเยา

วันจันทร์ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.18 น.

ด้วยความห่วงใยจากใจ“รมช.อัครา” สั่งเร่งฟื้นฟู-เยียวยาประชาชน พร้อมเดินหน้าโครงการน้ำ สร้างอนาคตมั่นคงให้ชาวพะเยา

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพะเยาอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบถุงยังชีพจำนวนกว่า 1,000 ชุด แก่ประชาชนในเขตอำเภอปง และอำเภอเชียงม่วน ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “วิภา” ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักระหว่างวันที่ 22 – 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนเกิดน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้น โดยมี นายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ พร้อมด้วยนายอุดมศักดิ์ สีธิสาร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพะเยา และผู้เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เบื้องต้นกรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 ได้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกล อาทิ เครื่องสูบน้ำ รถขุด รถตัก และรถฉีดน้ำ ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือทำความสะอาดที่พักอาศัยของประชาชน พร้อมทั้งเร่งฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเต็มกำลัง พร้อมผลักดันแผนโครงการระยะยาวเพื่อจัดการปัญหาน้ำในพื้นที่อย่างยั่งยืน ป้องกันปัญหาการเกิดอุทกภัยซ้ำซาก และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำทำการเกษตรในฤดูแล้งและระหว่างที่ฝนทิ้งช่วงให้แก่ประชาชน โดยมีโครงการฯที่สำคัญ อาทิ โครงการก่อสร้างฝายลู โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำรวบ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ปั๋ง โครงการอ่างเก็นน้ำห้วยก้างปลา โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำน้ำม่าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากโครงการฯดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภค-บริโภคและการเกษตรในพื้นที่ต่อไป

ในการนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้กำชับให้กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ บรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด

– 006

รมช.เกษตรฯลงพื้นที่พะเยาช่วยเกษตรกรประสบอุทกภัย

รมช.เกษตรฯลงพื้นที่พะเยาช่วยเกษตรกรประสบอุทกภัย

รมช.เกษตรฯลงพื้นที่พะเยาช่วยเกษตรกรประสบอุทกภัย

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.32 น.

“อัครา” ลงพื้นที่ช่วยเกษตรกรพื้นที่น้ำท่วม ฟื้นฟูแหล่งน้ำ ชวนเกษตรกรเปลี่ยนโรงเรียนร้าง เป็น “ศูนย์ข้าวชุมชน” สร้างวิสาหกิจชุมชน ยกระดับชีวิตเกษตรกร

วันนี้ (27 ก.ค.) นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.พะเยา อย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่โรงเรียนบ้านหนองบัว ต.งิม อ.ปง จ.พะเยา และสำนักงานเทศบาลตำบลงิม อ.ปง จ.พะเยา โดยได้รับฟังปัญหาของเกษตรกร และมอบหมายกรมชลประทาน ในการจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจออกแบบก่อสร้าง/ปรับปรุง และขุดลอกฝายลูที่ถูกน้ำกัดเซาะตลิ่ง ฝายบ้านวังบง และฝายวังจันที่ดินทับถมจนตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ รวมถึงฝายน้ำแม่ม่าวที่ชำรุดทรุดโทรมให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในระยะยาว

นอกจากนี้ รมช.เกษตรฯ ได้แนะนำให้ผู้นำชุมชนสำรวจโรงเรียนที่ไม่ได้ใช้งานนำมาปรับเป็นศูนย์ข้าวชุมชน โดยให้กรมการข้าวจัดหาเครื่องจักรสำหรับไถหว่าน เก็บเกี่ยวข้าว และโดรนเพื่อการเกษตรให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และนำสนามฟุตบอลเป็นลานตากข้าว ยุ้งฉางจัดเก็บข้าวเป็นอาคารเรียน สามารถเก็บข้าวนำไปเข้าโครงการชะลอการขายข้าว สร้างรายได้หมุนเวียนในกลุ่ม นำไปต่อยอดอาชีพการปลูกข้าวอินทรีย์ หรือผลิตสุราชุมชน ทั้งนี้ กรมการข้าวจะนำเครื่องมือการผลิต และเจ้าหน้าที่อบรมมาช่วยพัฒนาอาชีพสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น นายอัครา พร้อมคณะ เดินทางต่อไปยังเทศบาลตำบลเชียงม่วน อ.เชียงม่วน จ.พะเยา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้กับเกษตรกร เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร

015

‘โฆษก กษ.’เป็น ปธ.พิธีมอบโคกระบือ โครงการธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

'โฆษก กษ.'เป็น ปธ.พิธีมอบโคกระบือ โครงการธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

‘โฆษก กษ.’เป็น ปธ.พิธีมอบโคกระบือ โครงการธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.48 น.

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 ดร.เอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายเอกรัฐ พลซื่อ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบโคกระบือ โครงการธนาคารโคกระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ  จำนวน 50 ตัว ณ เทศบาลตำบลเชียงใหม่ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด

– 006

ปศุสัตว์ส่งมอบฟาง-หญ้าแห้งช่วยเกษตรกรที่บุรีรัมย์

ปศุสัตว์ส่งมอบฟาง-หญ้าแห้งช่วยเกษตรกรที่บุรีรัมย์

ปศุสัตว์ส่งมอบฟาง-หญ้าแห้งช่วยเกษตรกรที่บุรีรัมย์

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์บุรีรัมย์ กรมปศุสัตว์ เร่งนำฟางและหญ้าแห้งอัดก้อน มอบให้เกษตรกรในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้นำไปให้โค-กระบือ ได้มีอาหารรับประทาน หลังเริ่มได้รับผลกระทบจากการสู้รบแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้เกษตรไม่กล้าอออกหาตัดหญ้าได้ตามปกติ

วันนี้ (27 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ต่างนำรถกระบะ และรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง มาขนบรรทุกเอาฟางและหญ้าแห้งอัดฟ่อน ที่ทางเจ้าหน้าที่จาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์บุรีรัมย์ กรมปศุสัตว์ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้นำรถบรรทุก 6 ล้อ 2 คันใหญ่ บรรทุกฟางและหญ้าแห้งอัดก้อนจำนวน 400 ฟ่อน นำมาส่งมอบให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือในพื้นที่ อ.บ้านกรวด ได้นำไปให้โค-กระบือที่เลี้ยงไว้ได้มีอาหารรับประทาน หลังเริ่มได้รับผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา จนทำให้เกษตรกรมีความไม่มีความปลอดภัย จึงทำให้ไม่กล้าอออกหาตัดหญ้าหาอาหารให้โค-กระบือ ได้กินตามปกติเหมือนก่อนหน้านี้ ซึ่งเบื้องต้นมีเกษตรกรอยู่ประมาณ 100 ราย ที่ได้แจ้งความประสงค์ไว้กับผู้นำชุมชน ว่าโค-กระบือที่เลี้ยงไว้รวมกว่า 500 ตัว กำลังขาดแคลนอาหาร ไม่ว่าจะเป็นหญ้าสดหรือหญ้าแห้ง

นายเลียด มีมาก อายุ 47 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวใน ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่าตนเลี้ยงวัวไว้ 4 ตัว ตอนนี้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบแนวชายแดน ทำให้กล้าออกไปหาเกี่ยวหญ้าให้วัวได้กินตามปกติ และในวันนี้โชคดีที่ได้หญ้าแห้งอัดก้อน ที่ทางปศุสัตว์นำมาแจกจ่ายให้ ก็สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้เป็นอย่างดี โดยฟาง 5 ก้อนนี้ถ้าให้วัวกินทั้งฟางแห้ง และออกหาหญ้าสดให้ด้วย ก็น่าจะบรรเทาไปได้ประมาณ 1 สัปดาห์

ส่วนนายขาล ฉิมงาม อายุ 58 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่าเลี้ยงวัวไว้ 30 ตัว และได้ผูกล่ามไว้ในคอก ตอนนี้กำลังขาดอาหาร เนื่องจากตนต้องคอยวิ่งหลบลูกกระสุนปืนใหญ่ จึงไม่ค่อยได้ออกตัดหญ้าให้วัว โชคที่กรมปศุสัตว์นำหญ้าแห้งมาให้ก็จะช่วยวัวได้มีอาหารกินไปในระยะหนึ่ง

ขณะที่ นายเดชา จันทร์โนนม่วง อายุ 53 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวใน ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ บอกว่า เลี้ยงวัวไว้ 10 ตัว ตอนนี้ก็เดือดร้อนเพราะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สู้รบกันขึ้น ทำให้ไม่กล้าที่จะออกไปหาตัดหญ้าให้วัว เพราะไม่รู้ว่าลูกปืนใหญ่ของกัมพูชาจะยิงตกลงมาตอนไหน ประกอบกับเสียงเครื่องตัดหญ้าก็ดังด้วย จึงทำให้ไม่กล้าออกไปหาตัดหญ้ามาให้วัว ก็ต้องขอขอบคุณกรมปศุสัตว์ที่ได้จัดหาฟางและหญ้าแห้งให้วัวได้มีหญ้ากินไปในระยะหนึ่ง

ด้าน น.ส.เรืองรอง ชาติเพชร เจ้าพนักงานสัตว์บาล ปฎิบัติงาน ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์บุรีรัมย์ กรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์บุรีรัมย์ กรมปศุสัตว์ ได้นำเสบียงสัตว์หญ้าแห้งมามอบช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือ ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ตามบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้แจ้งความประสงค์ไว้กว่า 100 ราย มีโค 523 ตัว และกระบือ 56 ตัว

วันเดียวกันนี้ ได้ส่งมอบให้จำนวน 400 ฟ่อน จากที่วานก่อนนำมามอบให้บ้างแล้ว 230 ฟ่อน ซึ่งทางศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์บุรีรัมย์ กรมปศุสัตว์ จะทยอยนำฟางและหญ้าแห้งอัดก้อน มาส่งมอบให้กับเกษตรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ

พร้อมกันนี้ ผู้สื่อข่าวยังรายงานด้วยว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ จนถึงขณะนี้ 10.18 น. วันที่ 27 ก.ค.68 ยังไม่ปรากฎความเคลื่อนไหว และเหตุการณ์สู้รบกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา หรือมีรายงานลูกกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชาตกลงมาในพื้นที่แนวชายแดนของ จ.บุรีรัมย์ แต่อย่างใด

ทั้งนี้ ฝ่ายปกครองอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้รายงานลำดับเหตุการ์กรกณีการปะทะแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 26 ก.ค.68 ที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 12.45 น. เริ่มได้มีกระสุนปืนใหญ่ ซึ่งคาดว่าเป็นกระสุนจรวดหลายลำกล้อง BM21 ของฝ่ายกัมพูชา ตกลงมาในพื้นที่ ต.สายตะกู และ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับชายแดนไทย-กัมพูชา รวมแล้วตลอดทั้งวันที่ผ่านมามีกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชาตกลงมาจำนวนประมาณ 48 ลูก รวมตลอดทั้ง 3 วันของการสู้รบพบว่ามีกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชาตกลงมาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ประมาณ 200 ลูก

015

อธิบดีกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ให้กำลังใจ จนท.ประจำศูนย์รับรองพื้นที่สำหรับสัตว์อพยพ

อธิบดีกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ให้กำลังใจ จนท.ประจำศูนย์รับรองพื้นที่สำหรับสัตว์อพยพ

อธิบดีกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ให้กำลังใจ จนท.ประจำศูนย์รับรองพื้นที่สำหรับสัตว์อพยพ

วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.47 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ประจำศูนย์รับรองพื้นที่สำหรับสัตว์อพยพ จากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568  เวลา 17.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมนายสัตวแพทย์อุดม เจือจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบคุณภาพสินค้าปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ยุทธนา โสภี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ซึ่งอยู่ประจำศูนย์รับรองพื้นที่สำหรับสัตว์อพยพ จากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ได้แก่ โรงพยาบาลสนามด้านปศุสัตว์ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จังหวัดสุรินทร์ ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ และสถานที่อพยพสัตว์และเสบียงอาหารสัตว์ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนากระบือ ตำบลนาบัว อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ 

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่สุโขทัย สั่งชลประทานเร่งคุมน้ำยม

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่สุโขทัย สั่งชลประทานเร่งคุมน้ำยม

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่สุโขทัย สั่งชลประทานเร่งคุมน้ำยม

วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดสุโขทัยอย่างใกล้ชิด โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน นายทวีวัฒน์ สืบสุขมั่นสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และรายงานสถานการณ์น้ำ ณ ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ ต.ป่ากุมเกาะ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ก่อนจะเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณ ประตูระบายน้ำคลองหกบาท อ.สวรรคโลก 
และจุดก่อสร้างรางรถไฟ (คลองยม-น่าน) อ.ศรีนคร และประตูระบายน้ำ กม.22 ปากพระ อ.เมืองสุโขทัย

ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย อยู่ในช่วงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลากอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนบนอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำไหลหลากลงสู่ลำน้ำอย่างรวดเร็ว โดยที่สถานีวัดน้ำ Y.14B อ.ศรีสัชนาลัย เมื่อเวลา 10.00 น. มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,072 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนที่ตัวเมืองสุโขทัย เช้าวันนี้ จุดกั้นกระสอบทรายบริเวณช่องบันไดหลังวัดคูหาสุวรรณ ฝั่งขวาของแม่น้ำยมได้พังทะลาย ทำให้น้ำไหลเข้าเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยเฉพาะที่บริเวณชุมชนวัดคูหาสุวรรณและชุมชนพระแม่ย่า ทางเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีได้เร่งนำบิ๊กแบ็คเข้าปิดกั้นและสูบน้ำกลับลงแม่น้ำยมต่อไป

ในส่วนของกรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำรวม 9 เครื่อง ใน 3 จุดสำคัญ ได้แก่ ต.ธานี ต.บ้านกล้วย และ ต.ปากแคว เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากเขตเมืองให้เร็วที่สุด 

ขณะเดียวกัน บริเวณประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก ได้มีการหน่วงน้ำไว้ทางตอนเหนือของประตู พร้อมระบายผ่านคลองหกบาท คลองยมน่าน แม่น้ำยมสายเก่า และแม่น้ำน่าน เพื่อชะลอยอดน้ำก่อนเข้าสู่เขตเมือง รวมทั้งควบคุมการระบายน้ำผ่าน ปตร.บ้านหาดสะพานจันทร์ ลงสู่แม่น้ำยมสายหลักอย่างระมัดระวัง เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ เร่งเสริมแนวกระสอบทรายริมตลิ่งแม่น้ำยม พร้อมนำเครื่องจักรเข้ากำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงาน ทั้งระดับส่วนกลางและท้องถิ่น บูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเน้นให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำอย่างเข้มงวด ควบคุมสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลาย พร้อมเร่งลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด