ภาคีกัลยาณมิตรพิชิตโควิดน่าน ส่งมอบน้ำดื่มแก่ศูนย์ฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600507

ภาคีกัลยาณมิตรพิชิตโควิดน่าน ส่งมอบน้ำดื่มแก่ศูนย์ฉีดวัคซีน

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศูนย์ฉีดวัคซีน ของจังหวัดน่าน  ที่วิทยาลัยสงฆ์ วัดพระธาตุแช่แห้ง ต.ม่วงตึ๊ด อ.ภูเพียง จ.น่านพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน/เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ ของคณะสงฆ์จังหวัดน่าน, พร้อมด้วย ภาคีฯ กัลยาณมิตรพิชิตโควิดฯ น่าน  สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน นำน้ำดื่มมอบให้กับศูนย์ฉีดวัคซีนของจังหวัดน่าน เพื่อนำไปมอบต่อให้กับผู้ที่มารับการฉีดวัคซีน ป้องกันโควิด-19 จำนวน400 แพ็ก โดยมี แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน และคณะทำงานเป็นผู้รับมอบน้ำดื่มครั้งนี้    

แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิชผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน กล่าวว่าต้องขอขอบคุณภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน และทางท่านพระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ที่ได้นำน้ำดื่มมาสนับสนุนเพื่อนำส่งมอบให้ประชาชนที่มาฉีดวัคซีน เพราะวันๆหนึ่งเราฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก ก็อยากจะให้มีน้ำดื่มไว้บริการประชาชน ที่มารับวัคซีน ก็ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

อาตมาภาพพระสุนทรมุนี จังหวัดน่านมีฐานะเป็นผู้กำกับดูแลงานสาธารณสุขของคณะสงฆ์จังหวัดน่านในฐานะประธานที่ปรึกษาอุปถัมภ์ กัลยาณมิตรฯ มีหน่วยงานองค์กรต่างๆเข้าร่วมกันมากมายมีมูลนิธิ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน การบริหารส่วนจังหวัดน่าน บริษัทพีซี จังหวัดน่าน เป็นต้น และก็ประชาชนได้ร่วมกัน เราได้ให้การร่วมมือช่วยเหลือ ส่วนราชการ ที่รับและรักษาผู้ป่วยโควิด-19ตั้งแต่รอบที่ 1 และขณะนี้เป็นรอบที่ 4 โดยเฉพาะวันนี้ ทางโรงพยาบาลจังหวัดน่าน ได้ย้ายศูนย์ฉีดวัคซีนมาที่วิทยาลัยสงฆ์ นครน่าน ซึ่งเดิมนั้นเป็นโรงพยาบาลสนาม แต่ตอนนี้เราเปลี่ยนเป็น ศูนย์ฉีดวัคซีนของจังหวัดน่าน ขึ้น วันนี้ ภาคีกัลยาณมิตรพิชิตโควิดน่าน  ได้น้ำดื่มมา จำนวน 400 แพ็กมามอบให้กับผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่านพร้อมเจ้าหน้าที่ ทีมงาน เพื่อเป็นน้ำดื่มให้กับผู้ที่รับการฉีดวัคซีนแล้วต้องดื่มน้ำมากกว่าปกติ  ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายรวมถึงผู้มีจิตศรัทธาไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยขอเจริญพร

ลุยเกษตรสุดเขตไทย : การจัดการน้ำทั้งระบบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600508

ลุยเกษตร สุดเขตไทย : การจัดการน้ำทั้งระบบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ช่วงนี้ประเทศไทยฝนตกหนักหลายพื้นที่“หนุ่มยูโร” เป็นห่วงสถานการณ์น้ำในประเทศ หวั่นจะเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 อาทิตย์ที่ผ่านมาหลายพื้นที่ต่างประสบกับปัญหาน้ำท่วมกันหนักหน่วงทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก และภาคกลาง

การจัดการเรื่องน้ำของประเทศไทย มีหลากหลายหน่วยงาน ครั้งแรกๆ “หนุ่มยูโร”เข้ามาศึกษายังงงกับระบบการจัดการน้ำของประเทศไทย ทั้งกรมชลประทาน,กฟผ.ที่ดูแลเขื่อนต่างๆ รวมทั้งการก่อกำเนิดของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และสำนักระบายน้ำของกทม.อีก

เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ทำให้รู้จักห้วย หนอง คลองบึง และประตูระบายน้ำมากขึ้น ชื่อประตูระบายน้ำต่างๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด หลังจากนั้นเมื่อปี 2560 ยุคคสช.ก็ตั้งหน่วยงานหนึ่งขึ้นมาดูแลน้ำทั้งระบบ นั้นคือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ได้ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์มาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการสนทช. เทียบเท่าปลัดกระทรวง หรือ ซี 11

แต่มติครม.เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2564 แต่งตั้งนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมการฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)คนใหม่ โดย ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสทนช.คนปัจจุบัน เกษียณอายุราชการ

ดร.สมเกียรติ อธิบดีกรมชลประทานหมาดๆ ในยุคนั้นมาเป็นเสาหลักในการจัดทำยุทธศาสตร์น้ำของประเทศ และจัดทำร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 เพียง 3 ปีออกดอกออกผล ทั้งบูรณาการหน่วยงานน้ำร่วม 40 หน่วย 10 กระทรวง ทั้งจัดระเบียบให้ทุกหน่วยอยู่ในแถว เพื่อขับเคลื่อนภารกิจบริหารจัดการน้ำของประเทศให้เห็นผลจากเดิมที่ต่างคนต่างทำ จากเดิมที่ใครมีแรงมากกว่า วิ่งชิงงบได้ก่อนใคร มาเป็นการหาเจ้าภาพรับผิดชอบแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ไล่ลงขนาดเล็ก 1.4 แสนแห่ง และมีโอกาสเข้าถึงงบเท่าเทียมกัน

ดร.สมเกียรติ จัดวางโครงสร้างกำกับดูแลน้ำ ตั้งแต่ระดับชาติ(คณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ)ระดับลุ่มน้ำ(คณะกรรมการลุ่มน้ำ)และระดับจังหวัด(คณะอนุกรรมการน้ำจังหวัด) โดยมีสทนช.เป็นฝ่ายเลขานุการ ทำให้การขับเคลื่อนเป็นจริงได้

พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เป็นเครื่องมือสำคัญในการออกกฎหมายลูกเพื่อขับเคลื่อนอย่างจริงจัง อาทิ การจัดตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำ จากภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม แล้วคัดเลือกเป็นตัวแทนในกรรมการระดับต่างๆ การจัดทำผังน้ำ การจัดเก็บค่าน้ำ ฯลฯ ถือเป็นผลงานหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เพิ่งผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจหมาดๆ

ผลงานล่าสุด ดร.สมเกียรติประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมชี้แจงว่า ลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่รวมประมาณ 104 ล้านไร่ มีลุ่มน้ำสำคัญ 3 ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมักประสบกับสภาพทั้งปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วม ปัญหาโครงสร้างการจัดการน้ำ และปัญหาคุณภาพน้ำ

โดยพบว่าจากพื้นที่ Area Based อยู่ในภาคอีสาน 16 พื้นที่ เป็นพื้นที่ที่ปัญหาด้านน้ำถึง 14 พื้นที่ แบ่งเป็น พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและภัยแล้ง 13 พื้นที่ อาทิ ลุ่มน้ำโมงตอนบน ลุ่มน้ำห้วยหลวง ลุ่มน้ำแม่น้ำสงคราม ลุ่มน้ำพุง-น้ำก่ำ ลุ่มน้ำชีตอนบน ลุ่มน้ำชีตอนกลาง ลุ่มน้ำมูล และ เมืองบุรีรัมย์-สุรินทร์ รวม 11.7 ล้านไร่ พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 1 พื้นที่ คือ ลุ่มน้ำเลยตอนล่าง มีพื้นที่ 0.063 ล้านไร่ และเขตเศรษฐกิจพิเศษ 2 พื้นที่ ได้แก่ นครพนม และ มุกดาหาร รวม 0.042 ล้านไร่

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล มารับตำแหน่งเลขาฯ สทนช. ทุกคนหวังว่าสทนช.จะเดินหน้าต่อไป เป็นเสาหลักแห่งการบริหารจัดการน้ำของประเทศให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ชาวบ้านดีใจที่ได้มืออาชีพมาบริหารจัดการน้ำแทนคนเก่าครับ

‘หนุ่มยูโร’

รายงานพิเศษ : กรมวิทยาศาสตร์บริการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรยกระดับสู่สากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600295

รายงานพิเศษ : กรมวิทยาศาสตร์บริการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรยกระดับสู่สากล

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ขับเคลื่อนพืชเศรษฐกิจใหม่ “กัญชง”สู่อุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมผลักดันเพื่อเพิ่มมูลค่าใช้ประโยชน์จากตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นของกัญชงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงพัฒนาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานในระดับสากลเพื่อการส่งออกในอนาคตตอบโจทย์เศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

การดำเนินงานที่สำคัญ ตามนโยบายเร่งด่วนของคณะรัฐมนตรีในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรมทางการเกษตร บูรณาการในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกัญชงสู่งเชิงพาณิชย์ โดยดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันอุดมศึกษา ผู้ประกอบการ เกษตรกร มุ่งผลักดันกัญชงจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และการศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้กัญชงและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่ประชาชน มุ่งส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากส่วนอื่นของกัญชงนอกจากเส้นใย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง วัสดุคอมโพสิท อาหารและอื่นๆ รวมถึงการพัฒนากัญชงให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานในระดับสากล

งานวิจัย CBD drink ด้านการทดสอบ CBD/THC ใน CBD drink ตอบสนองความต้องการของตลาดเครื่องดื่มเสริมอาหารซึ่งเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสามารถเก็บรักษาได้นานตลอดจนพัฒนาเครื่องดื่มจากกัญชงให้ถูกหลักวิชาการและมีคุณภาพสอดคล้องตามที่มาตรฐานกำหนด การดำเนินงานบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานเพื่อให้เกิดเป็น NQI for innovationสำหรับกัญชงอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะส่งผลต่อภาพรวมการผลักดันกัญชงสู่พืชเศรษฐกิจใหม่ ในวันที่ 19สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบ สอบเทียบและการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร โดยมี นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการพร้อมคณะผู้บริหาร วศ. และดร.ณัฐวรพลรัชสิริวัชรบุล รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เป็นผู้แทนลงนาม ซึ่งจัดในรูปแบบออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น ZOOM เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)

นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ เปิดเผยหลังการลงนามว่าความร่วมมือฯครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูล บริการทดสอบและสอบเทียบของกรมวิทยาศาสตร์บริการประกอบไปด้วยหน่วยงานภายใน ได้แก่ กองเทคโนโลยีชุมชน กองผลิตภัณฑ์อาหารและวัสดุสัมผัสอาหาร กองความสามารถห้องปฏิบัติการและรับรองผลิตภัณฑ์ และกองพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ พร้อมบูรณาการร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากกัญชง นำความต้องการจากภาคอุตสาหกรรมอาหารมาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มผสมสารสกัด CBD เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ มีกระบวนการวิเคราะห์ทดสอบปริมาณสาร CBD แล THC ในผลิตภัณฑ์ รวมทั้งทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและความปลอดภัยตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งมีปริมาณสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อการผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล ช่วยให้นอนหลับ ทำให้ร่างกายสดชื่น สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานโครงการจึงเป็นการตอบสนองอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่สำคัญของประเทศ และสามารถยกระดับให้กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ส่งผลให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่องยั่งยืน

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์บริการ มีภารกิจให้บริการทางวิทยาศาสตร์ ดูแลส่งเสริมวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากพืชสมุนไพรและการวิเคราะห์ทดสอบ เพื่อเสริมสร้างการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมยกระดับการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (National QualityInfrastructure : NQI) และต่อยอดผลงานด้านสารสกัดจากพืชสมุนไพร ร่วมกันกำหนดทิศทางการศึกษาวิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อพัฒนาต่อยอดการสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร ตามหลัก BCG Model มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าให้มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพพร้อมผลักดันสู่เชิงพาณิชย์ ทั้งในประเทศและระดับสากล เพื่อสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มจากพืชสมุนไพรให้ได้สินค้าที่มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับรวมทั้งบูรณาการในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูล การบริการทดสอบและสอบเทียบ ผ่านระบบ MHESI One stop ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ service ภายใต้กระทรวง อว. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างศักยภาพห้องปฏิบัติการทดสอบสอบเทียบ และยกระดับบุคลากรในระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศไทย ด้วย วทน. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

NIAจัดงานSTARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 #SootinClaimon.Com 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600291

NIAจัดงานSTARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) จัดงาน STARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 ภายใต้แนวคิด การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก นวัตกรรมด่านหน้าแห่งอนาคต วันที่ 15–18 ก.ย.นี้

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA) กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของคนในสังคม ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา NIA ก็ได้ควบรวม 2 งานยิ่งใหญ่แห่งปีด้านสตาร์ทอัพและนวัตกรรมเข้าด้วยกันกลายเป็นงาน “STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO”พร้อมปรับโฉมจากรูปแบบอีเว้นท์จริง (Physical)สู่รูปแบบออนไลน์ (Online) ผ่านแพลตฟอร์มอีเว้นท์ออนไลน์ในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง(Virtual World) เต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งแรกที่เป็นฝีมือคนไทย

สำหรับการจัดงาน “STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2021” หรือ SITE 2021 ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th ทุกกิจกรรมเข้าร่วมฟรี!! ภายใต้แนวคิดหลัก คือ “DEEP TECH RISING: The Next Frontier of Innovation” เพื่อนำเสนอโอกาสการยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึกที่ถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับการขับเคลื่อนประเทศใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตร (AgTech) อาหาร (FoodTech)การแพทย์ (MedTech) อวกาศ (SpaceTech)และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนสําหรับบุคคล ซึ่งในกลุ่มเกษตร อาหารและการแพทย์ ยังสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) อีกด้วย

ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลักได้แก่ 1) Virtual Forum เวทีรวบรวมสุดยอดสตาร์ทอัพนวัตกรชั้นนำของเมืองไทย และวิทยากรชื่อดังจากต่างประเทศ กว่า 60 ท่าน มาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ กว่า 50 หัวข้อ 2) Opportunity โอกาสสำคัญในการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น ทั้ง Marketplace ตลาดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเสมือนกว่า 200 บูธ Online BusinessMatching การจับคู่ธุรกิจกับหน่วยงานธุรกิจกว่า30 บริษัท และ Online Business Consulting ที่บริการให้คำปรึกษาออนไลน์จากสุดยอดเมนเทอร์ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน ใน 10 สาขาธุรกิจ 3) SHOW การแสดงสดผ่านทางออนไลน์ที่นำเรื่องราวที่น่าสนใจด้านดีพเทคที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน และ 4) AWARD พิธีประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600289

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร  คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน

สกู๊ปพิเศษ : ชวนเลือกซื้อสินค้าโอท็อปสมุทรสาคร คัดสรรของดีมีคุณภาพจำหน่ายประชาชน

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางศลิษา ม่วงใหม่ พัฒนาการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ตนอยากให้คนทั่วไปช่วยกันมาสนับสนุนซื้อสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อส่งต่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับคนที่คุณรัก แม้สถานการณ์ตอนนี้จะอยู่ในช่วงไม่ปรกติเกิดโรคระบาดโควิด-19 แต่ขอให้มั่นใจว่าคุณภาพสินค้าของพี่น้องชาวสมุทรสาครที่นี่มีมาตรฐาน จะนำไปรับประทานก็ปลอดภัย หรือจะนำไปใช้ก็ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญพวกเขาไม่หยุดพัฒนาต่อยอดสินค้าเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้นตนจึงภูมิใจนำเสนอสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาครให้กับทุกคนทั่วประเทศ อยากให้มาช่วยกันสนับสนุนผู้ประกอบการโอท็อป ช่วยกันซื้อสินค้าโอท็อป อย่างน้อยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กันและกัน เพราะขณะนี้พวกเขาไม่มีเวทีในการที่จะนำสินค้าไปขายไม่มีการจัดงานอีเว้นท์ ไม่มีงานโชว์สินค้า และที่สำคัญเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

“อยากให้คนทั่วไปรับรู้รับทราบว่าแม้ปัจจุบัน สถานการณ์ไม่ปรกติเหมือนที่ผ่านมาเพราะเกิดโรคระบาดโควิด-19 แต่ขอให้ทุกคนรับรู้ว่าสินค้าโอท็อปของจังหวัดสมุทรสาครยังคงมีมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ จะนำไปรับประทานก็ปลอดภัยและอร่อย หรือของใช้ก็ตอบโจทย์ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีคุณภาพเมื่อซื้อไปฝากใครก็ไม่ผิดหวัง พวกเขามีการต่อยอดไม่หยุดพัฒนา อยากให้มาช่วยกันสนับสนุนเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน และเป็นการส่งต่อสินค้าที่ดีมีคุณภาพให้กับคนที่คุณรัก”นางศลิษากล่าว

สำหรับสินค้าโอท็อปที่โดดเด่นทั้ง 3 อำเภอของจังหวัดสมุทรสาคร ที่จะนำมายกตัวอย่าง เริ่มกันที่อำเภอเมืองก็จะมีหลากหลายเช่นของวิสาหกิจบ้านชายทะเลรางจันทร์กะปิหวาน น้ำปลาหวาน ปลาแดดเดียว น้ำปลาหวานปลาร้า กลุ่มสัมมาชีพบ้านย่าก็จะจำหน่ายเกลือและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกลือเช่นสบู่ดอกเกลือ ดอกเกลือใช้ล้างผักผลไม้ วิสาหกิจชุมชนพิณมิสา ที่ผลิตแชมพูและครีมนวดผมจากกระดูกปลาฉลามและของเหลืออื่นๆ จากอุตสาหกรรมอาหารทะเล กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลบ้านกระช้าขาวที่โดดเด่นเรื่องของกะปิสืบทอดกันมากว่า 100 ปี วิสาหกิจชุมชนกระเป๋าหนังนาเดีย สไบมอญบ้านเกาะ เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นลุงแกละชาใบขลู่ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากกระดาษเปเปอร์อาร์ตไทย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้านจากกระดาษเหลือใช้ที่สวยงาม หรือจะเป็นของฝากที่ทรงคุณค่า เรือฉลอมชายฝั่งจำลอง (สำเภาจีน)เสื้อมัดย้อมบ้านพันท้ายนรสิงห์ ชุดย่ามของขวัญและปลอกหมอน กล่องใส่ทิชชู่แบบรีฟิว พริกกรอบงา เค้กโบราณบ้านสบันงา ปลาทูซาเตี๊ยะ ช้างวางเทียนหอม

ส่วนสินค้าโอท็อปของอำเภอกระทุ่มแบน เช่น กล้วยอบแห้ง ร้านมิสเตอร์ชูเบญจรงค์ ดอนไก่ดี ขึ้นชื่อตัวท็อประดับประเทศไม่ว่าจะเป็น ถ้วยชาม ลายครามรวมถึงข้าวของเครื่องใช้ลายเบญจรงค์ หมี่กรอบช่างรังวัด แชมพูอัญชัน แชมพูสมุนไพร น้ำมันมะพร้าวสวนปานะ วิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดขวัญกะวัลย์ ฟาร์มแปรรูปเห็ดหลากหลายชนิด ฝรั่งหยีปรุงรสของกลุ่มผู้ปลูกไม้ผลตำบลหนองนกไข่ พลูวิคอล ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากสารสกัดใบพลู เห็ดทอดกรอบ มาลัยดอกไม้ประดิษฐ์ มะพร้าวน้ำหอมอบแห้ง ข้าวแต๋นน้ำแตงโม แผ่นข้าวกล้องอบกรอบ

และที่อำเภอบ้านแพ้วนอกจากผลไม้ของสดจากสวนเช่นฝรั่ง มะนาว กล้วย แก้วมังกรและเมล่อนจากสวนพิศิษฐที่ขึ้นชื่อแล้วก็ยังมี ดอกไม้สดอบแห้งของ ณัฐพรดอกไม้สดอบแห้ง ที่นำเอาดอกกล้วยไม้ ดอกบัว ดอกกุหลาบมาอบแห้งด้วยทรายและนำไปจัดลงในโหลแก้ว รูปทรงต่างๆสวยงาม กระเป๋ากระจูดตกแต่งด้วยลายดอกไม้ หมี่กรอบบ้านแพ้ว วิสาหกิจชุมชนกลุ่มงานกะลาเอก น้ำมัลเบอร์รี่สุรวุฒิฟาร์ม น้ำแกงส้มแม่พะนอ น้ำตาลดอกมะพร้าวอัดเม็ด มะนาวแปรรูป ผ้าสไบมอญขนมทองพับ

สินค้าข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างมานำเสนอ ยังมีหลากหลายให้เลือกหา เข้าไปดูหรือซื้อผ่านได้ที่เพจ “สมุทรสาคร OTOPTODAY”…รับรองไม่ผิดหวัง

และที่ลืมไม่ได้เลยเช่นเดียวกันนั่นก็คือ หลังโควิดซา…อย่าลืมมาเที่ยวจังหวัดสมุทรสาครกันนะ ใกล้กรุงเทพฯนิดเดียว

มทร.ธัญบุรีลุยเสริมศักยภาพอาจารย์ ให้คำแนะนำนักศึกษาเครียดยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600290

มทร.ธัญบุรีลุยเสริมศักยภาพอาจารย์ ให้คำแนะนำนักศึกษาเครียดยุคโควิด

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันระบบการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ ทำให้นักศึกษาต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมากและมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถปรับตัวกับระบบการศึกษาและวิธีการเรียนแบบใหม่ รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและการเรียน มีผลให้การเรียนตกต่ำ มีปัญหาการทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียดหรือสภาวะจิตใจที่สับสน หาทางออกไม่ได้ ขาดที่ปรึกษา

ดังนั้น เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น มทร.ธัญบุรี จึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาทักษะอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อสร้างคนคุณภาพในศตวรรษที่ 21 รูปแบบออนไลน์ขึ้นโดยมีการแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร คืออาจารย์ที่ปรึกษาพบผู้บริหารและรักษาสมดุลทางใจ เพื่อการดูแลนักศึกษายุค New Normal และหลักสูตร Work Shop พื้นที่แห่งความเข้าใจ เพื่อป้องกันภาวะเครียดและการฆ่าตัวตาย ซึ่งการจัดการสัมมนาทั้งสองหลักสูตรนี้มีอาจารย์ที่ปรึกษาของ มทร.ธัญบุรี เข้าร่วมกว่า 478 คน โดยมีการเชิญนักจิตวิทยาร่วมบรรยายให้กับคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย ซึ่ง มทร.ธัญบุรี คาดว่าโครงการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถใช้เป็นแนวทางให้คำปรึกษาเพื่อลดภาวะเครียด และเข้าใจบุคคลในภาวะที่สิ้นหวัง มีทักษะเพิ่มขึ้นในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

“สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้การเรียนการสอนแบบออนไลน์ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ อาจารย์ที่ปรึกษาจึงจะต้องมีความพร้อมที่จะเข้าถึงรับรู้และรับฟังนักศึกษา จากเดิมการเรียนแบบปกติ นักศึกษากับอาจารย์มีโอกาสที่จะทำความรู้จักกัน เมื่อนักศึกษามีปัญหาสามารถจัดเวลาพบอาจารย์ที่ปรึกษาได้ แต่การเรียนรูปแบบออนไลน์การมีปฏิสัมพันธ์จะมีระยะห่างเพิ่มขึ้น แต่ในรูปแบบนี้จะมีเวลาให้คำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น ดังนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาจึงจะต้องมีความรู้รอบด้านในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยนักศึกษาได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตามจากการติดตามผลการจัดสัมมนาดังกล่าวปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากอาจารย์ของมหาวิทยาลัยอย่างมาก และเรียกร้องอยากให้จัดการสัมมนาอีกอย่างต่อเนื่อง

ชายคาพระพิรุณ : 6 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600083

ชายคาพระพิรุณ : 6 กันยายน 2564

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ระบบสหกรณ์ ถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และมีส่วนสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจฐานราก การสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสหกรณ์จึงเป็นนโยบายสำคัญที่นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ดำเนินการขับเคลื่อนงานตามภารกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและโปร่งใสในระบบสหกรณ์ ซึ่งการตรวจสอบกิจการสหกรณ์ ถือเป็นกลไกสำคัญของระบบการตรวจสอบด้วยสหกรณ์เอง เป็นการดำเนินงานของสหกรณ์ที่จัดให้มีขึ้นเพื่อให้ความเชื่อมั่นเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานของสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จึงมีนโยบายที่จะพัฒนาการตรวจสอบกิจการสหกรณ์ พร้อมทั้งเสริมองค์ความรู้ให้ผู้ตรวจสอบกิจการ เพื่อเป็นกลไกสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสหกรณ์ดำเนินงานได้อย่างโปร่งใส เพิ่มความเชื่อมั่นให้สมาชิก ให้ได้รับการดูแลจากสหกรณ์และได้รับผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม โดยผู้ตรวจสอบกิจการเมื่อได้รับเลือกตั้งให้ทำหน้าที่แล้ว จำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายสหกรณ์ ระเบียบ ประกาศและคำแนะนำนายทะเบียนสหกรณ์ ระเบียบและข้อบังคับสหกรณ์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งประกอบด้วย การศึกษาและสำรวจ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบกิจการมีความเข้าใจเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสหกรณ์ที่ตรวจสอบ เช่น ลักษณะการดำเนินงาน วิธีปฏิบัติงาน นโยบาย เป้าหมาย กฎหมายและระเบียบปฏิบัติของสหกรณ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการตรวจสอบให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ของสหกรณ์และยังสามารถใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบได้อีกทางหนึ่ง

2.การวางแผนการตรวจสอบ เป็นการคิดล่วงหน้าก่อนที่จะลงมือปฏิบัติงานจริง การวางแผนที่ดีจึงช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ภายในระยะเวลางบประมาณและอัตรากำลังที่มี ตลอดจนเป็นทิศทางให้งานดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

3.การปฏิบัติงานตรวจสอบ เป็นกระบวนการตรวจสอบ สอบทาน และรวบรวมหลักฐานเพื่อวิเคราะห์และประเมินผลการปฏิบัติงานต่างๆ ว่าเป็นไปตามนโยบาย แผนงาน ข้อบังคับและระเบียบปฏิบัติของสหกรณ์ รวมทั้งกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4.การรายงานผลการตรวจสอบกิจการ เป็นการสรุปผลการตรวจสอบที่ผู้ตรวจสอบกิจการเห็นว่า จำเป็นต้องรายงานให้สหกรณ์ทราบ ทั้งในด้านข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารงานของคณะกรรมการดำเนินการการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการในด้านต่าง ๆ รวมทั้งข้อสังเกตที่ตรวจพบ และข้อเสนอแนะที่สหกรณ์ควรแก้ไขปรับปรุง ให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับและระเบียบที่สหกรณ์กำหนด

5.การติดตามแก้ไข ในการปฏิบัติงานตรวจสอบกิจการในคราวต่อไป ผู้ตรวจสอบกิจการต้องติดตามผลการแก้ไขและเขียนไว้ในรายงานผลการตรวจสอบกิจการในคราวนั้นด้วย หากมีกรณีผู้ตรวจสอบกิจการตรวจพบว่า มีเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับสหกรณ์หรือสหกรณ์มีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบคำสั่ง ประกาศหรือคำแนะนำของทางราชการรวมทั้งข้อบังคับระเบียบมติที่ประชุมที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกและสหกรณ์ ให้ผู้ตรวจสอบกิจการแจ้งผลการตรวจสอบกิจการต่อคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ทันที และแจ้งให้สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ในพื้นที่และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดหรือสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานครทราบโดยเร็วในทันที…เห็นว่าเป็นข้อมูลที่ดี มีประโยชน์ต่อสมาชิกสหกรณ์ จึงนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

ขุนเกษตรา

สกู๊ปพิเศษ : มรภ.สวนสุนันทา เดินหน้าสู่นานาชาติ หนุนนักวิจัยส่งผลงานประกวดในเวทีโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600084

สกู๊ปพิเศษ : มรภ.สวนสุนันทา เดินหน้าสู่นานาชาติ  หนุนนักวิจัยส่งผลงานประกวดในเวทีโลก

สกู๊ปพิเศษ : มรภ.สวนสุนันทา เดินหน้าสู่นานาชาติ หนุนนักวิจัยส่งผลงานประกวดในเวทีโลก

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.รจนา จันทราสา ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า ขณะนี้ได้ผลักดันให้มีการจัดทำ “โครงการส่งเสริมการประกวดผลงานวิชาการสู่เวทีระดับชาติและนานาชาติ” มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้อาจารย์ และนักวิจัยของ มรภ.สวนสุนันทา ได้พัฒนาสร้างสรรค์งานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์ โดยเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้มีพื้นที่แสดงความสามารถของตนให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ เรียกได้ว่า “เป็นคลังความรู้ สร้างปัญญาและนวัตกรรมด้านวิจัย บริการวิชาการเพื่อพัฒนาท้องถิ่นสู่สากล” ที่สามารถส่งเสริมในการสร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล ที่สำคัญ คือนักวิจัยสามารถพัฒนาผลงานของตนเองไปสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์ต่อไป

ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สามารถคว้ารางวัลมาได้กว่า 100 รางวัล โดยแต่ละผลงานที่ส่งเข้าประกวดจะมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่ปรึกษาและเป็นผู้พิจารณาประเมินผลงานให้กับนักวิจัยที่ต้องการเข้าร่วมการประกวดผลงานวิชาการในเวทีระดับชาติและนานาชาติ โดยคัดเลือกจากผลงานวิจัยนวัตกรรมที่มีความโดดเด่น และมีศักยภาพ ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยได้ จากนั้นสถาบันวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมนักวิจัยให้ไปแข่งขันยังเวทีของแต่ละประเทศ ประกอบไปด้วยเวที เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง รัสเซีย โรมาเนีย และแคนาดา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผู้เข้าร่วมการประกวดจะต้องนำผลงาน โปสเตอร์ และข้อมูลสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ไปจัดแสดงในแต่ละเวทีเพื่อให้คณะกรรมการตัดสิน แต่นับตั้งแต่ปี 2563 มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงมีการเปลี่ยนเป็นรูปแบบการประกวดออนไลน์ ซึ่งแต่ละเวทีรูปแบบการนำเสนอแตกต่างกัน โดยการส่งผลงานเข้าประกวด จะเป็นการนำเสนอแบบ Poster หรือการนำเสนอแบบ Presentation

โดยในปีนี้มีผลงานเข้าร่วมประกวด ทั้งสิ้นจำนวน 29 ผลงาน ตัวอย่างผลงานที่มีความโดดเด่นและได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติ ได้แก่ ผลงาน “ภาชนะจากเส้นใยหญ้าแฝก Eco-friendly containers from vetiver fibers” ได้รับรางวัล เหรียญทอง (Gold Medal) จากเวที 2020 International Innovation & Invention
Competition (2020IIIC) ประเทศไต้หวัน ผลงาน “กระดาษจากสาหร่ายในนากุ้ง RE-NO-WASTE” ได้รับรางวัล เหรียญทอง(Gold Medal) จากเวที 2020 IIDC Hong Kong International Invention and Design Competition เกาะฮ่องกง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และ ผลงาน “กระดาษจากเปลือกถั่ว Peanut shell Paper” ได้รับรางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จากเวที X European Exhibition of Creativity and Innovation : E U R O I N V E N T 2021 ประเทศโรมาเนีย

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภานุ พัฒนปณิธิพงศ์ รองคณบดีฝ่ายแผนงานและประกันคุณภาพ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา กล่าว ถึงผลงานภาชนะจากเส้นใยหญ้าแฝกว่า จากการวิจัยพัฒนาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจักสานจากใบหญ้าแฝกร่วมกับชุมชนเครือข่ายกลุ่มหัตถกรรมจักสานหญ้าแฝกจังหวัดพะเยา อุดรธานีและสุรินทร์ ซึ่งพบว่าใบหญ้าแฝกสามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากมาย จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเรื่องของการแปรรูปใบหญ้าแฝกที่สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายมากขึ้น หรือมีคุณลักษณะของสมบัติทางกายภาพที่มีคุณภาพสูงขึ้น จนได้ออกมาเป็นผลงานจานจากกระดาษหญ้าแฝก ที่มีคุณสมบัติมีความเหนียว แข็งแรงทนทานต่อการดึงและการฉีกขาดได้ดี สามารถนำไปใช้เป็นภาชนะใส่อาหารที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน สามารถตอบโจทย์ด้านการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า รวมทั้งได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรองรับกระแสนิยมการอนุรักษ์ธรรมชาติของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

ส่วน ผู้ช่วยศาสตราจารย์นภดล สังวาลเพ็ชร รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา กล่าวว่า แนวคิดในการออกแบบผลงาน “กระดาษจากสาหร่ายในนากุ้ง” เป็นการนำทรัพยากรที่มีในธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากสาหร่ายในนากุ้ง ที่ชาวบ้านเรียกว่าสาหร่ายผมนาง (วัชพืชที่เกิดจากกระบวนการเลี้ยงกุ้ง) ลักษะคล้ายเส้นใย มีความเหนียว เงา สีเขียวอ่อน แต่ถ้ามีสาหร่ายมากเกินไปจะทำให้น้ำเน่าเสีย เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจะตักสาหร่ายขึ้นจากบ่อนำไปทิ้งทำให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม จึงเป็นแนวคิดที่จะนำสาหร่ายในนากุ้งนี้มาพัฒนาเป็นวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรได้ จากการวิเคราะห์ทั้งลักษณะของสาหร่ายและสภาพแวดล้อมชุมชน พบว่าการแปรรูปที่มีความเหมาะสม ควรเป็นการแปรรูปเป็นกระดาษสาจากสาหร่ายในนากุ้ง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกพงศ์ อินเกื้อ คณบดีศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา กล่าวถึงผลงานกระดาษจากเปลือกถั่วว่า แนวคิดการออกแบบผลงานกระดาษจากเปลือกถั่ว เริ่มต้นจากต้องการเพิ่มมูลค่ากับสิ่งเหลือทิ้งจากการเกษตรด้วยเทคโนโลยีที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนและชุมชนสามารถผลิตได้เอง กิจกรรมทั้งหมดชาวบ้านสามารถทำได้และได้ผลผลิตที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาด โดยจุดที่น่าสนใจคือการสร้างพื้นผิวของกระดาษจากเปลือกถั่ว ซึ่งปกติไม่เป็นที่นิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ส่วนใหญ่จะพบในการนำไปทำปุ๋ย กระดาษจากเปลือกถั่วจึงมีความน่าสนใจในตัวของมันเอง

ในกระบวนการผลิตก็สามารถใช้กระบวนการที่ไม่ซับซ้อนนั่นคือการทำกระดาษสา แต่เรามีสูตรพิเศษในสัดส่วนและการเตรียมเปลือกถั่วในขั้นต้น นอกจากนี้ยังมีซังข้าวโพดซึ่งมีความเป็นเส้นใยสูงพอสมควรเป็นส่วนประกอบในอัตราส่วนที่เหมาะสมก็จะได้กระดาษที่มีพื้นผิวสวยงามและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับเปลือกถั่วอย่างไรก็ตาม หัวใจของงานออกแบบในลักษณะนี้คือการมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งเหลือทิ้งทางการเกษตร ประเทศไทยยังมีสินค้าเกษตรจำนวนมาก ถ้าเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งเหลือทิ้งเหล่านี้ได้จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาล

เร่งก่อสร้างระบบส่งน้ำอ่างฯนฤบดินทรจินดา หนุนยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ฯใช้น้ำอย่างคุ้มค่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600081

เร่งก่อสร้างระบบส่งน้ำอ่างฯนฤบดินทรจินดา หนุนยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ฯใช้น้ำอย่างคุ้มค่า

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กรมชลประทานเร่งก่อสร้างระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา คาดแล้วเสร็จปีหน้า เผยราษฎร 34 หมู่บ้าน กว่า 110,000 ไร่ ได้รับประโยชน์ พร้อมเดินหน้าบูรณาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ฯ มั่นใจระบบส่งน้ำจะช่วยสร้างความมั่นคง ประชาชนได้รับน้ำอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม

นายวิเชียร เหลืองอ่อน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดากรมชลประทาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี (โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) ในส่วนการก่อสร้างตัวเขื่อนและอาคารประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน ซึ่งมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 65 คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2565

อย่างไรก็ตามแม้การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ แต่ได้เริ่มทำการส่งน้ำจากระบบส่งน้ำในส่วนที่ดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน สามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรไม่ว่าจะเป็น ไม้ผล ปาล์ม น้ำมัน ไผ่ พืชไร่ ข้าว และการอุปโภค-บริโภค ครอบคลุมพื้นที่ 5 หมู่บ้าน กว่า 11,040 ไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์ จำนวน 1,325 ครัวเรือน

“หากการก่อสร้างระบบส่งน้ำเสร็จสมบูรณ์ จะสามารถเปิดพื้นที่ชลประทานฝั่งซ้ายได้ 94,800 ไร่ ครอบคลุม 27 หมู่บ้าน และเปิดพื้นที่ชลประทานฝั่งขวาได้ 16,500 ไร่ ครอบคลุม 7 หมู่บ้าน รวมระบบส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานทั้งหมดจำนวน 111,300 ไร่ ครอบคลุม ต.แก่งดินสอ อ.นาดี ต.บ้านนา ต.บ่อทอง ต.เมืองเก่า และเทศบาลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคตลอดทั้งปีรวมทั้งยังช่วยบรรเทาอุทกภัยและรักษาระบบนิเวศในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีอีกด้วย” นายวิเชียรกล่าว

ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา กล่าวด้วยว่า จากการติดตามความก้าวหน้าโครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยนายจรัญธาดา กรรณสูต องคมนตรี เมื่อวันที่12 กรกฎาคม 2560 ได้มีดำริให้หาแนวทางพัฒนาพื้นที่โครงการฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและใช้งานพื้นที่ได้คุ้มค่ากับการลงทุนจังหวัดปราจีนบุรีจึงได้มีคำสั่งจังหวัดปราจีนบุรีที่ 2699/2563 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2563 แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการน้ำ ด้านการปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร ด้านเมืองสมุนไพร และด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ทั้งนี้ในส่วนของกรมชลประทานนั้นรับผิดชอบในด้านการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งได้มีการผลักให้ภาคเกษตรกรและภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำด้วยการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน ตั้งแต่ปี 2561-2564 จำนวน 32 กลุ่ม และมีแผนดำเนินการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ชลประทานทั้งหมด มีการจดทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำตามพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 แล้วจำนวน 2 กลุ่ม พร้อมร่วมกับสำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง นำระบบการจ่ายน้ำ ระบบคูน้ำ ชักน้ำจากคลองสายใหญ่ให้เข้าถึงพื้นที่ที่ส่งน้ำไปได้ยาก เช่น บริเวณ แก่งดินสอ ซึ่งมีลักษณะพื้นที่สูง ต่ำ ไม่เท่ากันให้ได้รับน้ำโดยทั่วกัน

“เมื่อระบบส่งน้ำฯ ดังที่เรียนข้างต้นแล้วเสร็จสมบูรณ์จะสามารถส่งน้ำเข้าถึงผู้ใช้น้ำในพื้นที่ได้ ทุกครัวเรือน ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ประกอบกับการร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่โครงการฯ จากทุกภาคส่วน จะทำให้การใช้น้ำที่มีอยู่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สร้างความมั่นคง เพิ่มรายได้ และประโยชน์ระยะยาวต่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชน” ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา กล่าวในตอนท้าย

‘กรมชลประทาน’ ชู 3 โครงการ นำร่องหวังแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนให้ชาวขอนแก่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/599647

'กรมชลประทาน'ชู3โครงการ นำร่องหวังแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนให้ชาวขอนแก่น

‘กรมชลประทาน’ชู3โครงการ นำร่องหวังแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนให้ชาวขอนแก่น

วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.31 น.

กรมชลประทาน ชู 3 โครงการ นำร่อง หวังแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนให้ชาวขอนแก่น

กรมชลประทาน จัดกิจกรรมสื่อสัญจร โครงการศึกษาแผนหลักการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทานอย่างยั่งยืน จังหวัดขอนแก่น ชู 3 โครงการนำร่องในพื้นที่ อำเภอสีชมพู หวังแก้ปัญหาแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน

3 กันยายน 2564 นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน ร่วมกับ นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ เปิดเผยภายหลังให้สัมภาษณ์สรุปรายละเอียด โครงการศึกษาแผนหลักการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทานอย่างยั่งยืน จังหวัดขอนแก่น แก่สื่อมวลชนและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบ Video Conference โปรแกรม Zoom ว่า ตามที่ กรมชลประทาน ศึกษาภาพรวมของการดำเนินโครงการดังกล่าว โดยได้ บูรณาการแผนพัฒนาแหล่งน้ำในทุกมิติจากหน่วยงานกรมชลประทานในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งผลการศึกษาได้จัดกลุ่มแผนงานโครงการ ออกเป็น 5 กลุ่ม สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 20 ปี ตามนโยบายของรัฐบาล ประกอบด้วย แผนการจัดการน้ำอุปโภคบริโภค ,แผนพัฒนาโครงการในพื้นที่เกษตรน้ำฝน ,แผนงานแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชลประทาน , แผนพัฒนาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ และแผนการบรรเทาอุทกภัย  ซึ่งหากดำเนินงานตามแผนการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทานตามผลการศึกษาแล้ว จะทำให้จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่กักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น 675 ล้านลูกบาศก์เมตร  มีพื้นที่ชลประทาน 698,622 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์ 289,313 ไร่ รวมทั้งพื้นที่ชุมชนที่ได้รับการป้องกันจากน้ำท่วม 49,920 ไร่

สำหรับ โครงการศึกษาแผนหลักการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทานอย่างยั่งยืน จังหวัดขอนแก่น  มีโครงการสำคัญ 3 โครงการ ในตำบลสีชมพู อำเภอสีชมพู ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องหลักในการแก้ปัญหาแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ได้แก่

1.โครงการอาคารบังคับน้ำลำน้ำพองตอนบน เป็นการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำเพื่อยกระดับน้ำในลำน้าพองและนำน้ำจากลำน้ำพอง เข้าสู่พื้นที่ชลประทานบริเวณฝั่งขวาของลำน้ำพอง

2. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านป่าน2 (ใหม่) เป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านป่าน 2 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรได้เพิ่มขึ้น

3. โครงการประตูระบายน้ำบ้านโคกป่ากุง เป็นการก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อยกระดับน้ำในลำห้วยโคกป่ากุง เพื่อนำน้ำเข้าสู่พื้นที่ชลประทานท้ายลำห้วยสายหนัง

“ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาโดยการมองภาพรวมของปัญหาในเชิงพื้นที่ (Area base) ซึ่งแต่ละพื้นที่อาจมีสภาพปัญหาและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน จำเป็นต้องกำหนดแนวทางการแก้ไขตามบริบทของพื้นที่นั้นๆ รวมถึงการบูรณาการจากทุกภาคส่วนกรมชลประทาน จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาแผนหลักการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทานอย่างยั่งยืน จังหวัดขอนแก่น เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาแหล่งน้ำของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะช่วยให้แหล่งน้ำ มีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้น พื้นที่ชลประทานการเกษตรเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ บรรเทาปัญหาอุทกภัย สามารถแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นได้อย่างยั่งยืนต่อไป” รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าว