กห.จับมือกษ. ช่วยเกษตรกรรับซื้อ-กระจายสินค้าการเกษตร 42 พื้นที่ทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/584031

กห.จับมือกษ.ช่วยเกษตรกรรับซื้อ-กระจายสินค้าการเกษตร 42 พื้นที่ทั่วประเทศ

กห.จับมือกษ.ช่วยเกษตรกรรับซื้อ-กระจายสินค้าการเกษตร 42 พื้นที่ทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 11.36 น.

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกหระทรวงกลาโหม (กห.) เปิดเผยว่า  พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปล.กห.และ นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ). ได้เป็นผู้แทนระหว่างกระทรวง กห.และ กษ. ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรและการสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตทางการเกษตร โดยบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เป็นการยืนยันความร่วมมือของทั้งสองกระทรวงในการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรและสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตการเกษตร เช่น ผลผลิตทางปศุสัตว์ การประมง ผักผลไม้ตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์นม ไข่ สินค้าเกษตรอินทรีย์ และผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญอื่นๆ เป็นต้น

โดย กษ.จะดำเนินการจัดการผลผลิตทางการเกษตรให้เป็นไปตามกลไกลทางการตลาดเป็นลำดับแรก เมื่อผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดและมีราคาตกต่ำ กห. โดยทุกเหล่าทัพพร้อมให้การสนับสนุนการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรกระจายให้กับหน่วยทหารทั่วประเทศ  รวมทั้งสนับสนุนพื้นที่จำหน่าย กระจายสินค้าการเกษตรให้กับประชาชนในชุมชนต่างๆ รอบหน่วยทหารทุกเหล่าทัพ จำนวน 42 พื้นที่ 26 จว.ทั่วประเทศ  โดยในขั้นต้นจะเร่งดำเนินการในพื้นที่นำร่องกระจายผลผลิตทางการเกษตรใน 6 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, นครสวรรค์, สุราษฎร์ธานี, กระบี่ และสงขลา

โฆษก กห.กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา กห.โดยทุกเหล่าทัพได้สนับสนุน กษ. รับซื้อสินค้าการเกษตรและสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและกระจายผลผลิตการเกษตร ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมา ทั้งนี้การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว จะสามารถสนับสนุนและช่วยเหลือเกษตร ลดค่าขนส่งและกระจายสินค้าการเกษตรได้เร็วขึ้น ในราคาที่เป็นธรรมกับทั้งเกษตรกรและประชาชน เพื่อบรรเทาผลกระทบ กรณีผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด และมีราคาตกต่ำ อันเนื่องมาจากสถานการณ์ต่างๆตามนโยบายของรัฐบาลที่เป็นรูปธรรม

คนมวยบุรีรัมย์ร้องขอจัดชกมวย อบจ.เด้งรับจัดชกผ่านออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583927

คนมวยบุรีรัมย์ร้องขอจัดชกมวย อบจ.เด้งรับจัดชกผ่านออนไลน์

วันพุธ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพุทธิพงษ์ ปลุกรัมย์หัวหน้าค่ายมวย ส.พวงทอง พร้อมตัวแทนบุคคลในวงการมวย มีทั้งโปรโมเตอร์มวย กรรมการมวย เจ้าของค่ายมวย และนักมวยที่อยู่ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ รวมกว่า 50 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือข้อร้องเรียนต่อนายภูษิต เล็กอุดากร นายก อบจ.บุรีรัมย์ ที่ห้องประชุมชั้น 3 อบจ.บุรีรัมย์ (เขากระโดง) ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ก่อนจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อกับ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ (เขากระโดง) ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อขอปรึกษาหารือแนวทางในการจัดการแข่งขันกีฬามวย หรือขอให้ทางจังหวัดมีการอนุญาตจัดให้มีการชกมวยขึ้นในจังหวัด หลังได้รับความเดือดร้อน และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อบุคคลในวงการมวย เนื่องจากนักมวยไม่มีรายการชกจึงทำให้ขาดรายได้ แต่ทางค่ายมวยยังจะต้องมีภาระค่าเลี้ยงดูนักมวยเหมือนเดิม ทั้งค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายๆ อีกทั้งนักมวยจะต้องทำการฝึกซ้อมมวยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีสภาพร่างกายที่พร้อมอยู่เสมอ หากหยุดซ้อมกว่าจะฟื้นคืนสภาพร่างกายกลับคืนมาก็จะยาก บางทีนักมวยก็อาจจะเลิกชกไปเลย ทางตัวแทนบุคคลในวงการมวย จ.บุรีรัมย์ จึงขอความร่วมมือทางจังหวัดได้ส่งเสริมกีฬามวย หากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขอให้มีการผ่อนคลายมาตรการ

เกษตรกรสุโขทัยวอนลุงตู่ เร่งหาวัคซีนคุมโรคลัมปีสกิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583926

เกษตรกรสุโขทัยวอนลุงตู่ เร่งหาวัคซีนคุมโรคลัมปีสกิน

วันพุธ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงวัว หมู่ที่ 10 ต.วังน้ำขาว อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย ได้รวมตัวกันร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ว่าขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนหนัก จากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน ทำให้วัวขุนตัวละ 50,000-60,000 บาท ติดเชื้อล้มตายจำนวนมาก ซ้ำมีการตั้งด่านห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์ วัวอ้วนพร้อมขายก็ส่งขายพ่อค้าไม่ได้ ทำให้ต้องกินทุนไปเรื่อยๆ และไม่มีเงินใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จนเครียดกันทั้งหมู่บ้าน 

นายสนม  โพธิ์ใจ กำนันตำบลวังน้ำขาว บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ที่บ้านเลี้ยงวัวขุนไว้ 40 ตัว เป็นโรคลัมปี สกิน แล้ว 3 ตัวส่วนการดูแลนั้นทางปศุสัตว์ให้วัคซีนมา แต่ไม่เพียงพอ เกษตรกรก็ต้องหากันเอง ตอนนี้ทุกคนเดือดร้อนมาก เริ่มแย่ลงทุกที เพราะเคลื่อนย้ายวัวไปขายไม่ได้ ทำให้เริ่มกินทุนไปเรื่อยๆ

นายนิพนธ์  พ้นเคราะห์ สมาชิก อบต.วังน้ำขาว บอกว่า เฉพาะในหมู่บ้านนี้มีกว่า 140 หลังคาเรือน เลี้ยงวัวกันแทบทุกบ้าน บ้านละไม่ต่ำกว่า 10 ตัวรวมทั้งหมู่บ้านก็ประมาณ 5,500 ตัว เป็นวัวปลายน้ำ พร้อมขาย ถ้าเลี้ยงเกิน75 วัน ก็จะทำให้ขาดทุนอย่างหนักจึงขอวิงวอน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ช่วยเร่งจัดหาวัคซีนมาให้เกษตรกร และเปิดด่านกักกันสัตว์โดยเร็ว เพื่อจะได้เคลื่อนย้ายวัวส่งขายพ่อค้า นำเงินมาใช้หนี้ ธ.ก.ส.

นายเผ่าพันธ์  ปราณีบุตร ปศุสัตว์อำเภอบ้านด่านลานหอย กล่าวว่า โรคลัมปี สกิน เริ่มแพร่ระบาดในพื้นที่ อ.บ้านด่านลานหอย เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2564 ถึงปัจจุบันมีการแจ้งวัวตายแล้ว 66 ตัว ปศุสัตว์ได้เข้ามาช่วยเหลือโดยการแจกยา ฆ่าเชื้อ ฉีดพ่น แต่ก็ไม่เพียงพอกระทรวงมหาดไทยจึงให้เทศบาล กับอบต. เข้ามาช่วยแทน ขณะที่ อบจ.สุโขทัยก็ได้จัดซื้อเวชภัณฑ์ในการฉีดรักษา และยาพ่นฆ่าแมลงให้กับทุกอำเภอ ถ้ายังไม่พออบต. ก็จะจัดซื้อเพิ่มอีก ส่วนกรณีสัตว์ตายจะช่วยเหลือได้เฉพาะเกษตรกร ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์แล้วเท่านั้น

สทนช. ติวเข้มระบบ Thai Water Plan ลดซ้ำซ้อนโปร่งใสแก้ปัญหาน้ำทุกมิติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583930

สทนช.ติวเข้มระบบThai Water Plan  ลดซ้ำซ้อนโปร่งใสแก้ปัญหาน้ำทุกมิติ

สทนช.ติวเข้มระบบThai Water Plan ลดซ้ำซ้อนโปร่งใสแก้ปัญหาน้ำทุกมิติ

วันพุธ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สทนช.ผนึกกำลังหน่วยงานด้านน้ำ จังหวัดและอปท.ทั่วประเทศ ติวเข้มการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านน้ำปี 2566-70 ผ่านระบบบูรณาการแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ หรือ Thai Water Plan มั่นใจช่วยให้การแก้ไขปัญหาน้ำเชิงพื้นที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกมิติ ลดความซ้ำซ้อน ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน พร้อมใช้เสนอแผนต่อ กนช.ปลายปีนี้

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้มอบนโยบายเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำแผนงานด้านน้ำของทุกหน่วยงานจะต้องผ่านกลไกการพิจารณาของคณะกรรมการในระดับพื้นที่ คือ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาในเชิงพื้นที่และเกิดการ”บูรณาการอย่างแท้จริง นอกจากนี้แผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำทั้งหมดต้องให้ กนช. เห็นชอบ ก่อนที่หน่วยงานของรัฐและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะไปขอตั้งงบประมาณประจำปี

อย่างไรก็ตามเพื่อให้การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำปี 2566-2570 ได้ครบถ้วน ถูกต้อง สะดวก และรวดเร็ว สทนช.จึงได้พัฒนาระบบบูรณาการแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ หรือThai Water Plan (TWP) ขึ้นมา ซึ่งล่าสุดได้มีการจัดประชุมชี้แจงการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ปี 2566-2570 ผ่านระบบ TWP ดังกล่่าวให้กับคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด ทั้ง 76 จังหวัด หน่วยงานที่ดำเนินการด้านทรัพยากรน้ำ 48 หน่วยงานจาก 13 กระทรวง จังหวัดและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference) เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจต่อแนวทางการเสนอแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ผ่านระบบ TWP

ทั้งนี้ Thai Water Plan เป็นเครื่องมือสำคัญที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในบูรณาการแผนงาน/โครงการด้านทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ สร้างระบบฐานข้อมูลกลางที่สามารถค้นหา ตรวจสอบความซ้ำซ้อน และวิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญของแผนงานได้ พร้อมใช้เป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์ความเหมาะสม ด้านวิศวกรรม สังคม เศรษฐศาสตร์ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพื่อให้การจัดทำแผนปฏิบัติการด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศครอบคลุมในทุกมิติ สะดวกและรวดเร็ว มีความโปร่งใส สามารถใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

“ความท้าทายของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ส่วนหนึ่งคือมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำจำนวนมาก มีอยู่ทุกตำบล ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทำให้ในแต่ละปี มี
งบประมาณด้านน้ำจำนวนมาก กระจายอยู่ทั้ง 3 มิติงบประมาณ ประกอบด้วย ภารกิจพื้นฐาน (Function) ภารกิจยุทธศาสตร์ นโยบายเร่งด่วน แนวทางปฏิรูปภาครัฐ งบประมาณบูรณาการ (Agenda) และภารกิจพื้นที่ ท้องถิ่นภูมิภาค จังหวัด กลุ่มจังหวัด (Area) สทนช.จึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาการจัดทำแผนปฏิบัติการทรัพยากรน้ำของทุกหน่วยงานอย่างละเอียดและรอบคอบ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของแผนงานและงบประมาณ โดย Thai Water Plan จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สามารถจัดลำดับความสำคัญ และความพร้อมของแผนปฏิบัติการด้านน้ำของหน่วยงานต่างๆ ให้ครบถ้วน ถูกต้อง เพื่อทันต่อการวางแผนแก้ไขปัญหาด้านน้ำในเชิงพื้นที่ที่ครอบคลุมทุกมิติ

ปีนี้เป็นปีแรกที่ สทนช.ได้นำระบบ Thai Water Plan มาใช้ โดยได้ทำการประชุมซักซ้อมทดลองระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้หน่วยงานด้านน้ำทั้งส่วนกลาง หน่วยงานระดับจังหวัดและท้องถิ่น สามารถจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปี 2566 และปี 2566-2570 ผ่านระบบ Thai Water Plan ได้ถูกต้อง โดยระบบจะเปิดให้กรอกข้อมูลตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน – 30กรกฎาคม 2564 ทั้งนี้ การเข้ากรอกรายละเอียดแผนปฏิบัติการดังกล่าว ในส่วนของระดับพื้นที่ สทนช. ได้ประสานกระทรวงมหาดไทยในการแจกจ่ายรหัสเข้าใช้งานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อมอบหมายผู้รับผิดชอบดำเนินการต่อไป ส่วนหน่วยงานราชการในส่วนกลาง สทนช. ประสานแจ้งรหัสการเข้างานกับแต่ละหน่วยงานโดยตรง เพื่อให้ทันต่อการเสนอแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำต่อ กนช. ภายในเดือนธันวาคม 2564 นี้” เลขาธิการ สทนช. กล่าวในตอนท้าย

กรมส่งเสริมการเกษตรจับมือมรภ.พระนคร พัฒนาผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ของชุมชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583932

กรมส่งเสริมการเกษตรจับมือมรภ.พระนคร พัฒนาผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ของชุมชน

กรมส่งเสริมการเกษตรจับมือมรภ.พระนคร พัฒนาผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ของชุมชน

วันพุธ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายขจร เราประเสริฐ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายในการขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร องค์กรเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ซึ่งประกอบด้วย การส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรภาคการเกษตรในทุกระดับผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม ตั้งแต่เยาวชนผ่านกระบวนการพัฒนายุวเกษตรกร (4-H) โดยการสร้างให้เยาวชนเกิดความภาคภูมิใจอาชีพการเกษตรและเตรียมความพร้อมในทักษะด้านต่างๆ เพื่อก้าวสู่การประกอบอาชีพในอนาคต ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็นผู้ประกอบการ โดยพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็น Young Smart Farmer สู่ผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer ที่มีความรู้อย่างถ่องแท้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม นำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการผลิตและการตลาด สามารถบริหารจัดการการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ เป็นผู้นำในการพัฒนาการเกษตรของชุมชนได้ต่อไป

กรมส่งเสริมการเกษตรได้เล็งเห็นโอกาสอันดีที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร (มรภ.พน.) จะเข้ามาสนับสนุนกรมส่งเสริมการเกษตรในการดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนากำลังคนภาคการเกษตร เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยฯมีองค์ความรู้ และนักวิชาการที่มีศักยภาพด้านวิชาการและเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งสามารถขยายผลในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่ชุมชนท้องถิ่น การพัฒนาเด็กและเยาวชน เกษตรกรรุ่นใหม่Young Smart Farmer, Smart Farmer องค์กรเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน และบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน รวมทั้งการพัฒนาคนในภาคการศึกษา ให้สอดคล้องกับการพัฒนากำลังคนภาคการเกษตรของประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืนต่อไป

กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร(มรภ.พน.)ขึ้น ในวันที่ 24 มิถุนายน 2564 ณ ห้องประชุมสมันตเนตร ชั้น 8 อาคารเรียนรวมและอำนวยการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร (มรภ.พน.) โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อให้นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยมีความรู้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเกษตร 2) เพื่อให้เด็ก เยาวชน ยุวเกษตรกร เกษตรกรรุ่นใหม่ มีความรู้ในการบริหารจัดการเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่แบบยั่งยืนในอนาคต 3) เพื่อพัฒนาส่งเสริมความรู้ให้บุคลากรทั้งสองฝ่ายและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมีความรู้ด้านการเกษตรโดยแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน และ 4) เพื่อให้ภาคการเกษตร เคหกิจเกษตร การแปรรูปผลผลิตเกษตร การตลาดสินค้าเกษตร งานวิชาการเกษตรกร เกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer, Smart Farmer องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนได้รับการพัฒนาจนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรเกษตรกร ได้แก่กลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตร กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มยุวเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ โดยกรมส่งเสริมการการเกษตรมีทิศทางการดำเนินงานดังกล่าวอย่างชัดเจนและสอดคล้องกันในทุกระดับ เพื่อมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างครอบคลุม ทั่วถึง และต่อเนื่อง ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร กับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ซึ่งโดดเด่นในด้านงานวิจัยระดับชุมชน เหมาะสมที่จะนำไปส่งเสริมและขยายผลไปสู่เกษตรกร และภาคการเกษตรไทยในวงกว้างต่อไป

บุรีรัมย์ประกวดยุทธวิธีตำรวจ สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583928

บุรีรัมย์ประกวดยุทธวิธีตำรวจ สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน

วันพุธ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์  เป็นประธานเปิดการฝึกและประกวดการฝึก เพื่อควบคุมความประพฤติและระเบียบวินัยของข้าราชการตำรวจ ในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ประจำปี 2564 โดยมี พ.ต.อ.นิรันดร์ แก้วอิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรในสังกัด และผู้เข้ารับการประกวดการฝึกฯ ร่วมในพิธี ที่โดมสวนรมย์บุรี 200 ปี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจมีการพัฒนาตนเองในด้านความรู้ เทคนิคและทักษะความชำนาญในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ปลูกฝังจรรยาบรรณ และจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ข้าราชการตำรวจ และเพื่อให้สายงานป้องกันปราบปรามมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในชีวิต ร่างกาย ของข้าราชการตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยการประกวดการฝึกในครั้งนี้ มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คะแนนในแต่ละท่าการฝึกไว้ โดยมีตำรวจจากทุกสถานีตำรวจภูธร ทั้ง 34 สถานีตำรวจ

โดยการฝึกปฏิบัติ ประกอบด้วย แบบฝึกยุทธวิธีตำรวจ การใช้อาวุธที่ถูกต้องและมีความปลอดภัย นอกจากนั้น ก็เป็นการฝึกระเบียบวินัยต่างๆ เช่น ระเบียบแถวชิด การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และบุคคลท่าอาวุธ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ปฏิบัติมีความปลอดภัยจากการปฏิบัติหน้าที่ 

ศูนย์การฝึกนาวิกโยธินอ.สัตหีบ เตรียมความพร้อมรับทหารใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/583929

ศูนย์การฝึกนาวิกโยธินอ.สัตหีบ เตรียมความพร้อมรับทหารใหม่

วันพุธ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเรือตรี ชัยวัฒน์ คุ้มทิมผู้บัญชาการศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พร้อมด้วย นายกิตติพงษ์ กิติคุณนายอำเภอสัตหีบ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่อำเภอสัตหีบ ร่วมตรวจการซักซ้อมการปฏิบัติในการเข้ารายงานตัวของทหารใหม่ผลัด 1/64 เข้าประจำการระหว่างวันที่1-2 กรกฎาคม 2564 เหมือนวันจริง เน้นมาตรการ Lock Down กองร้อยในการฝึกทหาร เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ภายใต้การกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของกรมแพทย์ทหารเรือ ณ อาคารเรียนหมายเลข 8 ศูนย์การฝึกหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ        

โดยขั้นตอนการปฏิบัติในการเข้ารายงานตัวของทหารใหม่ผลัด 1/64 ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของกองทัพเรือ ประกอบด้วย สถานีที่ 1 จุดลงรถ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจวัดอุณหภูมิพร้อมกับฉีดพ่นเจลแอลกอฮอล์ล้างมือการวัดอุณหภูมิถ้าหากอุณหภูมิเกิน 37.5 จะมีการให้พักคอย 10 นาที จากนั้นจะทำการวัดอุณหภูมิอีกครั้งถ้าหากอุณหภูมิไม่เกิน 37.5 จะส่งไปยังสถานีพักคอยและประชาสัมพันธ์ต่อไปถ้าตรวจพบอุณหภูมิเกินกว่า 37.5 จะทำการส่งกำลังพลไปยังสถานีสอบสวนโรคเพื่อสอบสวนโรคโดยละเอียดทันที สถานีที่ 2 จุดคัดกรองโรค เป็นสถานีซักประวัติการเดินทางของกำลังพลในห้วงเวลาที่ผ่านมาจากนั้นเข้าไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อทำการสอบถามประวัติโดยละเอียดอีกครั้งถ้าหากซักถามประวัติและมีความเสี่ยงในการติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) จะทำการส่งกำลังพลไปยังจุดสอบสวนโรคต่อไป สำหรับกำลังพลที่ไม่มีความเสี่ยงจะดำเนินการส่งตัวไปยังจุดคัดกรองโรคติดต่อทั่วไป  

 สถานีที่ 3  จุดสอบสวนโรคเป็นสถานีที่ทำการตรวจสอบและซักประวัติโดยละเอียด เพื่อวินิจฉัยกำลังพลที่มีความเสี่ยงหรือมีความเสี่ยงสูงเพื่อคัดแยกออกจากกำลังพลกลุ่มทั่วไป ถ้าหากสรุปแล้วเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะทำการส่งตัวแยกไปกักตัวที่ พัน.พ.กรม.สน.พล.นย. เพื่อดำเนินการตรวจสารคัดหลั่ง (SWAB) และรอผลตรวจพร้อมกักกันตัว 14 วัน และสถานีที่ 4 จุดคัดกรองโรคทั่วไป เป็นการคัดกรองโรคติดต่อที่พบในชุมชนทหารได้บ่อย เช่น วัณโรค ตับอักเสบ และ ผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องรับประทานยาเป็นประจำจะให้พบแพทย์เพื่อตรวจให้คำแนะนำและวางแผนการนัดติดตามรักษาอย่างต่อเนื่อง