มทร.ธัญบุรีเปิด 8 คณะ ระบบเทียบโอนความรู้ รองรับพัฒนากำลังคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/530574

มทร.ธัญบุรีเปิด8คณะ ระบบเทียบโอนความรู้ รองรับพัฒนากำลังคน

วันจันทร์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า มทร.ธัญบุรี เปิดรับนักศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิตในระบบเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ (ธนาคารหน่วยกิต : CREDITS BANK) ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 เปิดรับการเรียนในระบบเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ ( ธนาคารหน่วยกิต : CREDITS BANK) เพื่อรองรับการพัฒนากำลังคน Re – Skill, Up Skill,New – Skill

โดยได้รับประกาศนียบัตร วุฒิบัตร สัมฤทธิบัตร ในการประกอบอาชีพสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ EEC อีกทั้งหากเทียบโอนผลการเรียนและสะสมหน่วยกิตเพียงพอ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถขอสำเร็จการศึกษาและได้รับคุณวุฒิในระดับปริญญาตรี ของแต่ละหลักสูตรได้

โดยเปิดรับผู้เข้าร่วมโครงการ 8 คณะ 18 หลักสูตร ได้แก่ คณะศิลปศาสตร์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีการเกษตร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัคร จะไม่จำกัดอายุ และวุฒิการศึกษา โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ – 16 พ.ย.2563 ผ่านระบบออนไลน์ www.oreg.rmutt.ac.th/CreditBank สอบถามรายละเอียด
เพิ่มเติมฝ่ายรับสมัคร โทร. 0-2549-3613-5 หรือทาง Facebook : สำนักวิชาการและงานทะเบียน มทร.ธัญบุรี

‘มนัญญา’ ประสานสหกรณ์เกษตร เปิด ‘ลานตาก’ ให้ชาวนา สกัดซ้ำรอย ‘เผาข้าวเปลือก’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/530472

‘มนัญญา’ประสานสหกรณ์เกษตร เปิด‘ลานตาก’ให้ชาวนา สกัดซ้ำรอย‘เผาข้าวเปลือก’

‘มนัญญา’ประสานสหกรณ์เกษตร เปิด‘ลานตาก’ให้ชาวนา สกัดซ้ำรอย‘เผาข้าวเปลือก’

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 12.43 น.

‘มนัญญา’ประสานสหกรณ์เกษตรทั่วประเทศ เปิดพื้นที่‘ลานตาก’ให้ชาวนา สกัดซ้ำรอยคนแอบ‘เผาข้าวเปลือก’ที่ตากไหล่ถนน

8 พฤศจิกายน 2563 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับทราบข่าวจากนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรณีมีเหตุการณ์เผาข้าวของชาวนาที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเกษตรกรเพิ่งเก็บเกี่ยวและนำมาตากไว้บริเวณไหล่ถนนทำให้ข้าวเปลือกเสียหาย

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนาที่ประสบปัญหา จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ มีหนังสือไปยังสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศที่มีโกดัง ลานตาก หรือลานเท ขอความร่วมมืออำนวยความสะดวกเปิดพื้นที่ของสหกรณ์เพื่อให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวในการตากข้าว เพื่อบรรเทาผลกระทบและป้องกันเหตุเกิดซ้ำรอย ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะต่อไปให้กรมส่งเสริมสหกรณ์สำรวจด้วยว่าในแต่ละแห่งมีเกษตรกรที่มีปัญหาไม่มีลานตากข้าวประมาณกี่ราย เพื่อจะได้ช่วยกันหาแนวทางการช่วยเหลือในรอบการผลิตต่อไป

“เห็นข่าวแล้วต้องบอกว่าสะเทือนใจเพราะคนไทยมีนิสัยช่วยเหลือกัน เอื้ออารีกัน โดยเฉพาะข้าวคนไทยจะมีความนับถือแม่โพสพ ซึ่งเข้าใจว่าเกษตรกรเดือดร้อนไม่มีที่ตากข้าว จึงต้องมาอาศัยไหล่ถนนเป็นที่ตากข้าว เพราะทุกฝ่ายไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ลอบเผาข้าว เพื่อบรรเทาปัญหาเร่งด่วนก็ขอความร่วมมือสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ ให้ร่วมด้วยช่วยกันเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรอาศัยลานตากชั่วคราว คาดว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดี เพราะแต่ละชุมชนก็ต้องดูแลกันอยู่แล้ว ระยะต่อไปจะได้วางแผนแก้ไขเพื่อไม่ให้มีปัญหากรณีนี้อีก” นางสาวมนัญญา กล่าว

ด้านนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังปรากฏข่าวที่มีการโพสต์เหตุการณ์มีคนมาเผาข้าวเปลือกของเกษตรกรที่ตากไว้บนถนน ก็ได้สอบถามไปยังสหกรณ์ในพื้นที่ช่วยกันตรวจสอบว่าเป็นข่าวจริงหรือไม่ ก็พบว่าเกิดขึ้นจริง เป็นเหตุการณ์ที่ขึ้นใน ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งสหกรณ์จังหวัดศรีสะเกษได้ประสานกับเกษตรอำเภอ เกษตรตำบล และป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดศรีสะเกษแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม และจะได้ประสานให้มาใช้ลานตากของสหกรณ์ในพื้นที่ตามข้อสั่งการของรมช.เกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ กรมฯได้มีหนังสือถึงสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดประสานกับสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ ตามข้อสั่งการของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีความห่วงใยต่อสถานการณ์  เพื่อขอความร่วมมือสหกรณ์การเกษตรในแต่ละจังหวัด เพราะเบื้องต้นพบว่าเกษตรกรหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มทยอยเกี่ยวข้าว และต้องเกี่ยวข้าวสดเพื่อหนีฝน บางพื้นที่มีน้ำท่วมขังในช่วงเดือนที่ผ่านมา เช่น นครราชสีมาและร้อยเอ็ด เกษตรกรไม่มีที่ตากข้าวเปลือกเช่นกัน

“ทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัด ได้ประสานขอความร่วมมือกับสหกรณ์ที่พอจะมีพื้นที่ว่างประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทั้งที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นสมาชิกนำข้าวมาตากได้เป็นการชั่วคราว และในส่วนของผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีนโยบายขอความร่วมมือโรงเรียน ที่มีพื้นสนามฟุตบอล วัด หรือ อบต.ที่มีพื้นที่ช่วยเหลือเกษตรกรตากข้าวในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวนี้ด้วย” นายวิศิษฐ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สหกรณ์การเกษตรในหลายพื้นที่ได้เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก โดยแต่ละวันจะมีเกษตรกรขนข้าวมารอเข้าคิวเพื่อขายข้าวสดกันเป็นแถวยาวตั้งแต่เช้าจนค่ำ โดยเฉพาะที่ จ.ร้อยเอ็ด  พบว่า สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด รับซื้อข้าวเปลือกวันละประมาณ 1,000 กว่าตัน ส่วนใหญ่เป็นข้าวสดซึ่งสหกรณ์จะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 10 บาท ดังนั้นกรมจะประสานและทำหนังหนังสือแจ้งให้สหกรณ์จังหวัดได้ลงพื้นที่เพื่อไปติดตามปัญหาเรื่องเกษตรกรไม่มีที่ตากข้าว เพื่อขอความร่วมมือจากสหกรณ์ที่มีลานตากและโกดัง ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้บริการสมาชิกและเกษตรกรในพื้นที่ สามารถนำข้าวเปลือกมาตากได้ เพื่อลดปัญหาที่เกษตรกรต้องนำข้าวเปลือกไปตากบนถนน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่รถสัญจรไปมาได้

‘รมว.เกษตรฯ’ เรียกถกด่วน เตรียมเคาะมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรสัปดาห์หน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/530184

'รมว.เกษตรฯ'เรียกถกด่วน เตรียมเคาะมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรสัปดาห์หน้า

‘รมว.เกษตรฯ’เรียกถกด่วน เตรียมเคาะมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรสัปดาห์หน้า

วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 15.50 น.

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เรียกประชุมด่วนอันเนื่องมาจากสถานการณ์ราคายางผันผวนต่อเนื่อง เพื่อวางมาการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางเป็นการด่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคายางที่ผันผวนอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ซึ่งมีผลมาจากปัจจัยภายในประเทศ เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงปัจจัยภายนอกประเทศ ซึ่งมีผลมาจากผู้ซื้อในตลาดล่วงหน้ามีการเทขายเพื่อทำกำไร และสต็อกยางของตลาดโลก โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคายางในประเทศช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีความผันผวน และเริ่มลดลงต่อเนื่องในปัจจุบัน

ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เร่งจัดการประชุมหารือเพื่อกำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบแก่เกษตรกรชาวสวนยางอย่างเร่งด่วน ในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน นี้ โดยจะเชิญตัวแทนจากกรมการค้าภายใน สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กรมวิชาการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุม

นอกจากนั้น ยังได้รับความร่วมมือจากกระทรวงพาณิชย์ในการเข้าตรวจสอบสต็อกยางของผู้ประกอบการรายใหญ่ภายในประเทศ เพื่อหาทางออกในการเจรจากับผู้ประกอบการในการรับซื้อยางจากเกษตรกรต่อไปด้วย

รายงานพิเศษ : ‘มหกรรมวิทย์’63’ วิถีใหม่เริ่ม13-23พย. สัมผัสนิทรรศการเสมือน3มิติ2ช่องทาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/530013

รายงานพิเศษ : ‘มหกรรมวิทย์’63’วิถีใหม่เริ่ม13-23พย.  สัมผัสนิทรรศการเสมือน3มิติ2ช่องทาง

รายงานพิเศษ : ‘มหกรรมวิทย์’63’วิถีใหม่เริ่ม13-23พย. สัมผัสนิทรรศการเสมือน3มิติ2ช่องทาง

วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2563 ภายใต้แนวคิด“จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน”

ถึงเวลาที่น้องๆจะได้สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วิทย์วิถีใหม่ผ่านนิทรรศการเสมือน 3 มิติได้ 2 ช่องทางคือ เข้าชมงานในสถานที่จริง (on ground) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-23 พ.ย.2563 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และรับชมแบบออนไลน์ ผ่าน http://www.thailandnstfair.com ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.2563 เป็นต้นไป

งานนี้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) จัดแบบไฮบริดอีเว้นท์ ผสมผสานระหว่างการเข้าชมงานในฮอลล์หรือเลือกรับชมจากที่บ้านก็ได้ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตวิถีใหม่ พร้อมผนึกพันธมิตร 88 หน่วยงาน จาก 11ประเทศ ร่วมโชว์ผลงานและศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย

“งานมหกรรมวิทย์ปีนี้ ได้สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เยาวชนได้มีบทบาทภายในงานมากขึ้น มีส่วนร่วมและมีการแสดงออกมากขึ้น เช่น การแสดงละครวิทยาศาสตร์ กิจกรรมการสื่อสารวิทยาศาสตร์ รวมถึงให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมแบบออนไลน์และการจัดนิทรรศการทั้งในและต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก 88 หน่วยงาน 11 ประเทศ เพื่อสร้างความตระหนักและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ นำไปสู่การต่อยอดความคิดสู่การเป็นนวัตกรรุ่นใหม่ของประเทศในอนาคต ตลอดจนโชว์ศักยภาพผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่นำไปใช้ได้จริง”ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. กล่าว

และย้ำว่า “งานมหกรรมวิทย์จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าชาติที่จะเจริญจะขาดวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ดั่งเช่นที่พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์มาโดยตลอด และทรงนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาประเทศ อาทิ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระราชบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ“พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”, พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ที่ทรงมีคุณูปการต่องานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งในส่วนนี้จะนำมาจัดแสดงภายในโซนนิทรรศการเทิดพระเกียรติ (Royal Pavillion) ทั้งหมดนี้งานมหกรรมวิทย์ จะแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาประเทศจะขาดวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ประเทศที่เจริญต้องตระหนักและให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ การลงทุน การวิจัยและการพัฒนา, ประเทศยิ่งจนต้องยิ่งวิจัย ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือคำกล่าวของอดีตนายกรัฐมนตรีอินเดีย ชวาหะร์ลาลเนห์รู ว่า “เพราะอินเดียจน อินเดียจึงต้องวิจัย อินเดียสละงบประมาณมาสร้างคนและทำวิจัย จนบัดนี้กลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมหนึ่งในสิบของโลก”

สำหรับไฮไลท์ของงาน อว. ได้คัดเลือกนิทรรศการหลักที่มีเนื้อหาอยู่ในกระแสความสนใจของประชาชน มีความเป็นสากลและมุ่งเน้นการนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ มาจัดแสดงในรูปแบบออนไลน์ (Virtual Science Fair) เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าชมงานให้แก่เยาวชนและผู้สนใจทั่วประเทศ อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ I RoyalPavillion, นิทรรศการเจาะนวัตกรรมเกม I Tech behind Games เรียนรู้นวัตกรรมในการพัฒนาเกมจนกลายมาเป็นกีฬาออนไลน์, ตื่นตาตื่นใจกับการจำลองชีวิตบนดาวอังคาร! ในนิทรรศการหนึ่งวัน… (บนดาว)อังคาร | A Day on Mars, มาเรียนรู้สู้มหันตภัยจิ๋วในนิทรรศการมหันตภัยจิ๋ว| Micro Monster, เรียนรู้และสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม ในนิทรรศการอนาคตออกแบบได้ I Sustainable Design

ด้านผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า งานมหกรรมวิทย์ปีนี้ไม่เพียงลดช่องว่างการเข้าถึงงานจากผู้เข้าชมงานที่อยู่พื้นที่ห่างไกลหรือผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมา แต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสการเรียนรู้และเสนอช่องทางเลือกให้ผู้เข้าชมงาน สามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมและเปิดมุมมองการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านช่องทางใหม่ 2 ช่องทางในการเข้าชมงาน รวมทั้งการถ่ายทอดสดในมุมมอง 360 องศา ทางเฟสบุ๊กของงาน NSTFair Thailand http://www.facebook.com/nstfairTH รวมทั้งร่วมสนุกกับกิจกรรมแจกของรางวัล Limited Edition ตลอดการจัดงานทุกวัน

ศ.ดร.เอนกกล่าวทิ้งท้ายว่า วิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่อุปสรรคของการจัดงานมหกรรมวิทย์ แต่เป็นโอกาสที่จะทำให้คนไทยได้มีโอกาสเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างทั่วถึง เท่าเทียมกันผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งสนุกไม่น้อยกว่าการมาชมงานที่สถานที่จริง พร้อมขอเชิญชวนพ่อแม่ครูอาจารย์ เยาวชนและประชาชนทุกท่านเข้าชมงานมหกรรมวิทย์ ในปีนี้ เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนไทย ให้คิดอย่างสร้างสรรค์มีเหตุมีผล มองรอบด้าน โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นพื้นฐาน

สำหรับโรงเรียนที่ต้องการเข้าชมงานเป็นหมู่คณะ ติดต่อจองเข้าชมงานได้ที่เว็บไซต์งาน หรือ ติดต่อ อพวช. โทร.0-2577-9960 ติดตามข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียดงาน ได้ที่ http://www.thailandnstfair.com หรือ Facebook งาน NSTFair Thailand http://www.facebook.com/nstfairTH

ชุมทางอีสาน : 6 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/530009

ชุมทางอีสาน : 6 พฤศจิกายน 2563

วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

nn…ที่ห้องประชุมชมรม อสม. เทศบาลนครขอนแก่น น.ส.ศิริกัลยา โพธิ์จันทร์ ผอ.สำนักการสาธารณสุขฯ เป็นประธานเปิดอบรมหลักสูตร “โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแบบยั่งยืน” เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่นับวันจะมีจำนวนสูงเพิ่มขึ้น…

nn การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแบบยั่งยืน ที่มีผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน ติดเตียง มีการจัดอาสาสมัครเข้าไปดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง จัดทำข้อมูลช่วยเหลือทั้งเชิงรับและเชิงรุกเป็นรายบุคคล และเชื่อมประสานกับทีมสหวิชาชีพหน่วยบริการ อปท.และเครือข่าย…

nn นอกจากนี้ ยังเปิดรับการลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้ความพิการ และผู้ป่วยเอดส์ ประจำปี 2564 เปิดลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึง ก.ย. 2564 ณ สำนักสวัสดิการสังคม ทน.นครขอนแก่น (ในวันเวลาราชการ) สอบถามรายละเอียด โทร. 0-4327-1210…

nn หลัง กกต.ประกาศวันรับสมัครเลือกตั้งนายก และ ส.อบจ. วันที่ 2-6 พ.ย. 2563  ที่ห้องประชุม อบจ. ขอนแก่น บรรยากาศคึกคักมีผู้สมัคร ประกอบด้วย นายพงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ (อดีตนายก อบจ.หลายสมัย) เบอร์ 6  นายอัษฎางค์ แสวงการ เบอร์ 4 น.ส.ณัฎฐณิชา สารบรรณ เบอร์ 2 น.ส.กรชฎาพิชญ์ ภูมิเขต เบอร์ 3  นายภัทรพันธุ หงส์วัฒนาพิเชษฐ เบอร์ 1 และนายชัยอนันต์ วูดเลย์จูเนียร์ เบอร์ 5 ขอนแก่น มี 42 เขต 26 อำเภอ มี 3,002 หน่วยเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1.4 ล้านคน  มีคนดังในท้องถิ่นลงสมัครหลายคน และผู้สมัครหน้าใหม่จำนวนมาก ส่วนวันเลือกตั้งวันที่ 20 ธ.ค.2563…

nn ด้าน อภินันท์ จันทร์อุปละ ผอ.กกต.สนง.ขอนแก่น ได้เตรียมความพร้อมเต็มที่ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่เป็น อสม. ประจำหน่วยเลือกตั้งเพื่อคัดกรองและป้องกันการระบาด หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งพบว่าชื่อตกหล่นให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพิ่มชื่อได้…

nn ขณะที่ พัฒนาวดี วิริยปิยะ ปลัด อบจ.ขอนแก่น ผอ.กกต.อบจ.ขอนแก่น บอกว่าผู้สมัคร นายก และ ส.อบจ.จะต้องศึกษาและปฏิบัติตามระเบียบการเลือกตั้งในข้อต่างๆ อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง  การเปิดรับสมัครวันแรก (2 พ.ย.) มีผู้มาสมัคร นายก อบจ.ขอนแก่น 6 คน และ ส.อบจ.ขอนแก่น ทั้ง 42 เขตเลือกตั้ง 123 คน…

nn ยินดีต้อนรับกลับถิ่นเก่าจักราวุธ สอนโกษา ผอ.สพม.22 (นครพนม-มุกดาหาร) ที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.สพม.25 (ขอนแก่น) แทน อดิศักดิ์ มุ่งชูคนเก่าที่เกษียณอายุราชการ…

nn และขอแสดงความยินดีกับ บุญเหลือ ทองอ่อน ผอ.โรงเรียนบ้านแฮดศึกษา ที่ได้ย้ายมานั่งเก้าอี้ผอ.โรงเรียนพล เป็นโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม…nn 

สมใจ นามสุดตา

สกู๊ปพิเศษ : กองกำลังผาเมืองชวนเที่ยวพลับพลาที่ประทับฯ ย้อนประวัติการต่อสู้ปกป้องประเทศ-วิถีชีวิตชนเผ่าปะหล่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/530012

สกู๊ปพิเศษ : กองกำลังผาเมืองชวนเที่ยวพลับพลาที่ประทับฯ  ย้อนประวัติการต่อสู้ปกป้องประเทศ-วิถีชีวิตชนเผ่าปะหล่อง

สกู๊ปพิเศษ : กองกำลังผาเมืองชวนเที่ยวพลับพลาที่ประทับฯ ย้อนประวัติการต่อสู้ปกป้องประเทศ-วิถีชีวิตชนเผ่าปะหล่อง

วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ชวนเที่ยวพลับพลาที่ประทับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎร ปี 2546 และประวัติการต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศวิถีชีวิตชนเผ่าปะหล่อง ที่ฐานปฏิบัติการบ.นอแล ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 5 ได้ปรับปรุงพลับพลาที่ประทับ ศาลาทอดพระเนตร บริเวณฐานปฏิบัติการ บ.นอแล ที่ครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2546 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพร้อมพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของพระราชทานให้แก่ทหารฐานปฏิบัติการ บ.นอแล  เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน ในพื้นที่ห่างไกลด้วยความยากลำบาก

ฐานปฏิบัติการ บ.นอแลตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530 เป็นส่วนหนึ่งของดอยอ่างขาง มีพื้นที่ติดแนวชายแดนไทย – เมียนมา ที่มีการอพยพของชนกลุ่มน้อย ขุนส่า ชาวว้าไทยใหญ่และชนเผ่าปะหล่อง ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่เข้ามาตั้งแหล่งที่อยู่โดยการถวายฎีกาแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งเสด็จฯทรงงานที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ในปี พ.ศ.2523 พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้ชนเผ่าปะหล่องอาศัยอยู่ที่ บ.นอแล เพื่อดำเนินชีวิตตามวิถีของชนเผ่า

เริ่มแรกเป็นที่ตั้งของวัดปะหล่องและห้องเรียนเคลื่อนที่โดยมีครูซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโครงการเกษตรหลวงอ่างขาง ซึ่งมีหน้าที่สอนประจำโรงเรียนบ้านขอบด้งมาทำการสอนเป็นครั้งคราว ห้วงปี พ.ศ.2528-2530 ได้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มขุนส่า กลุ่มว้าและกลุ่มไทยใหญ่ โดยมีกลุ่มว้าตั้งฐานปฏิบัติการใหญ่อยู่ที่วัดปะหล่องและห้องเรียนเคลื่อนที่ในตอนนั้น

ในปี พ.ศ.2530 ได้เกิดการต่อสู้อย่างรุนแรงบริเวณพื้นที่วัดปะหล่องและห้องเรียนเคลื่อนที่โดยมีกลุ่มว้ายึดครองพื้นที่นั้นไว้แล้วเกิดการต่อสู้กับทหารเมียนมา จนในที่สุดทหารเมียนมาก็สามารถยึดพื้นที่นั้นไว้ได้ และได้มีการเชิญธงชาติเมียนมาขึ้นคู่กับธงชาติไทย ที่มีอยู่แล้วของห้องเรียนเคลื่อนที่

ในขณะนั้น ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ได้ส่งกำลังทหารมาปฏิบัติงานที่ บ.ขอบด้งโดยตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่ บ.ขอบด้ง เมื่อเกิดปัญหาอย่างรุนแรงที่ บ.นอแล และมีการยึดครองพื้นที่โดยทหารเมียนมา ทางกองกำลังทหารไทยจึงได้เจรจากับทหารเมียนมา จนเป็นที่เข้าใจ ทหารเมียนมาจึงถอนกำลังออกจากพื้นที่บริเวณวัดปะหล่อง แล้วตั้งฐานปฏิบัติการ บ.นอแล ในปี พ.ศ.2530 จนมาถึงทุกวันนี้

กองกำลังผาเมือง ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้ามาท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์ พลับพลาที่ประทับ ศาลาทอดพระเนตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎร ปี พ.ศ.2546 เพื่อให้เห็นถึงประวัติการต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศ วิถีชีวิตชนเผ่าปะหล่อง ที่สำคัญได้เห็นในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีรับสั่ง ให้เจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือชาวปะหล่อง ถึงแม้ว่าชนเผ่าปะหล่องจะไม่ใช่คนไทยแท้ อีกทั้งยังมีการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรม วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าชาวปะหล่องอีกด้วย

รมช.ธรรมนัสลงพื้นที่ตรวจงาน ปรับเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นผสมผสาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/530011

รมช.ธรรมนัสลงพื้นที่ตรวจงาน ปรับเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นผสมผสาน

วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเยี่ยมชมโครงการปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรเชิงเดี่ยว (ปลูกปาล์มน้ำมัน) เป็นเกษตรผสมผสาน พร้อมพบปะเกษตรกร ณ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินประจำตำบลปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ว่า จากนโยบายของกระทรวงเกษตรฯดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรตามแผนที่การเกษตรเชิงรุก (Zoning by Agri-Map) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม เป็นการผลิตที่เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ตลาดและตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีหน่วยงานต่างๆ บูรณาการร่วมกัน ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับกรมประมงกรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมหม่อนไหมสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งมีสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ติดตามประเมินผลโครงการ

“โดยจะใช้แนวคิดทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยมีแนวคิดทำงานคือ “คิด ทำ สำเร็จ บอกต่อ” โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่จากพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับปลูกปาล์มน้ำมันมาทำเกษตรผสมผสาน พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เริ่มจากทำนาน้ำน้อย ปลูกข้าวในบ่อซีเมนต์ สร้างโรงสีข้าว เพื่อสีข้าวไว้บริโภค และให้บริการสีข้าวแก่เกษตรกรในชุมชน ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผลิตผักอินทรีย์ นำมูลสัตว์และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดต้นทุนการผลิตและทำสารไล่แมลงจากพืชสมุนไพรในระบบปลูกพืช” ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

ปัจจุบันมีสมาชิกศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีพัฒนาที่ดินดังกล่าว 65 ราย โดยเกษตรกรที่เป็นสมาชิก ได้นำหลักแนวคิดดังกล่าวไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเองจนเกิดรายได้อย่างยั่งยืนแก่ตนเองและครอบครัว ซึ่งทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นพึ่งพาตนเองได้ เกษตรกรต้องการผลิตอาหารที่ปลอดภัยให้ผู้บริโภค เป็นแปลงต้นแบบบริหารพื้นที่และกลุ่มเกษตรกรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ และขยายผลสู่เกษตรกรในพื้นที่อื่น นำไปปฏิบัติ เพื่อทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กกต.ขอนแก่นติวเข้มจนท. เลือกตั้งนายก-สมาชิกอบจ. เน้นป้องกันทุจริต-โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/530010

กกต.ขอนแก่นติวเข้มจนท. เลือกตั้งนายก-สมาชิกอบจ. เน้นป้องกันทุจริต-โควิด-19

วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น นายอภินันท์ จันทร์อุปละ ผอ.กกต.ขอนแก่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมมอบนโยบายการสนับสนุนการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น ที่ห้องประชุมแก่นเมืองศาลากลางจังหวัดขอนแก่น

นายอภินันท์เปิดเผยว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาและผู้บริหาร อบจ.ขอนแก่น ครั้งนี้ ถือเป็นการเลือกตั้งใหญ่อีกวาระหนึ่ง เพราะมีเขตเลือกตั้งครอบคลุมทั้งจังหวัด และการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีบางข้อกำหนดที่แตกต่างไปจากการเลือกตั้งเดิม เช่น กกต.ได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยแบ่งเขตการเลือกตั้ง จำนวน 42 เขต หน่วยเลือกตั้งเพิ่มมากขึ้นจำนวน 3,002 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ประมาณ 1.4 ล้านคน และการจัดเตรียมคูหาพิเศษสำหรับผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่มีอุณหภูมิสูง เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 

ดร.สมศักดิ์กล่าวว่า ในการจัดการเลือกตั้งผู้บริหาร อบจ.ขอนแก่น ได้เปิดรับสมัคร ในระหว่างวันที่ 2-6 พ.ย. 2563 ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น และการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 08.00-17.00 น. ขอให้นายอำเภอทั้ง 26 อำเภอ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส โดยบริหารจัดการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งในแต่ละอำเภอเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งในระดับต่างๆ ต่อไป

พร้อมทั้งได้กำชับให้มีการเสนอแผนมาตรการด้านสาธารณสุขในเชิงป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิค -19 ในกรณีที่จะมีคนจำนวนมากมารวมตัวกัน ทั้งในการเปิดรับสมัคร การจัดอบรมเตรียมความพร้อมของคณะกรรมการประจำหน่วย การแจกจ่ายหีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้งและการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 20 ธ.ค. 2563 นี้ อย่างเคร่งครัด

เกษตรฯเตรียมรับมือ ‘หมอกควัน-ฝุ่นPM2.5’ เน้นป้องกัน-ยับยั้ง-แก้ไข-ฟื้นฟู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/529991

เกษตรฯเตรียมรับมือ'หมอกควัน-ฝุ่นPM2.5' เน้นป้องกัน-ยับยั้ง-แก้ไข-ฟื้นฟู

เกษตรฯเตรียมรับมือ’หมอกควัน-ฝุ่นPM2.5′ เน้นป้องกัน-ยับยั้ง-แก้ไข-ฟื้นฟู

วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 17.26 น.

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืช หรือวัชพืชและเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร ครั้งที่ 3/2563 ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า จากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่มักทวีความรุนแรงในช่วงเดือนธันวาคม – เดือนมีนาคม ของทุกปี ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการเผาเศษซากพืชหรือวัชพืชและเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร

ทั้งนี้ นานเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ ร่วมบูรณาการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ตลอดจนสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกรในการนำเอาเศษซากพืช หรือวัชพืชและเศษวัสดุทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ด้านอื่นแทนการเผา

สำหรับแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมนั้น กระทรวงเกษตรฯ ได้เริ่มดำเนินงานในเบื้องต้นแล้ว แต่จะเข้มข้นขึ้นตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2563 – 31 พฤษภาคม 2564 มีพื้นที่เป้าหมายนำร่อง 9 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และตาก โดยเห็นชอบมาตราการแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม 3 มาตราการ ดังนี้ มาตราการที่ 1 การป้องกัน ด้วยการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แก่เกษตรกร ผ่านโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และยังต้องเน้นการป้องกันและเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง มาตราการที่ 2 การยับยั้ง โดยให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนข้อมูลและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงประสานการปฏิบัติงานร่วมกับศูนย์อำนวยการฯ ระดับจังหวัด ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดตั้ง รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในช่วงเวลาห้ามเผา และมาตราการที่ 3 การแก้ไข/ฟื้นฟู ลดการกระจายตัวของปัญหาฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ โดยให้หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ อาทิ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมชลประทาน และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนในด้านการใช้น้ำเพื่อลดการฟุ้งกระจายของหมอกควัน PM 2.5 ตลอดจนกระทรวงเกษตรฯ จะร่วมถอดบทเรียนเหตุการณ์ไฟป่าหมอกควัน เพื่อทบทวนแผนการปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในปีต่อไป

อย่างไรก็ตาม คณะทำงานป้องกันและเฝ้าระวังการเผาเศษซากพืช หรือวัชพืชและเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่การเกษตร ได้มีมติรับร่างแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ประจำปี 2564 และยังมอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้อง กลับไปทบทวนแผนปฏิบัติการและรายละเอียดต่างๆ ตามภารกิจที่หน่วยงานรับผิดชอบ เพื่อให้แผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประกาศรับรองข้าวพื้นนุ่ม ‘พันธุ์ใหม่ กข87’ กระตุ้นส่งออกหลังราคาร่วง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/529976

ประกาศรับรองข้าวพื้นนุ่ม‘พันธุ์ใหม่ กข87’ กระตุ้นส่งออกหลังราคาร่วง

ประกาศรับรองข้าวพื้นนุ่ม‘พันธุ์ใหม่ กข87’ กระตุ้นส่งออกหลังราคาร่วง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 16.25 น.

“กรมการข้าว” ประกาศรับรองข้าวพื้นนุ่ม “พันธุ์ใหม่ กข87” กระตุ้นการส่งออกข้าวไทย หลังราคาข้าวร่วง

5 พฤศจิกายน 2563 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.เกษตรและสหกรณ์) เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การส่งออก โดยการเชิญโรงสี และผู้ที่เกี่ยวข้อง มาประชุมร่วมกันกับผู้ปลูกข้าว มีการกำหนดประเภทข้าวออกมา 5 ประเภท คือ 1.ข้าวหอมมะลิ 2.ข้าวหอมไทย 3.ข้าวพื้นแข็ง 4.ข้าวพื้นนุ่ม 5.ข้าวเหนียว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในขณะนี้ราคาข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียว มีราคาตกลงเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันตลาดมีความต้องการข้าวพื้นนุ่มที่สูงขึ้น แต่ขณะเดียวกันพื้นที่ปลูกข้าวพื้นนุ่มในประเทศไทยกลับมีเพียงแค่ 300,000 ไร่โดยประมาณ ถือว่าเป็นจำนวนน้อย ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ส่งผลให้ไม่สามารถนำไปแข่งขันสู้กับตลาดต่างประเทศได้

นายประภัตร กล่าวอีกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว จึงได้เริ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยการลดพื้นที่การปลูกข้าวแข็งลง และหันมาเพิ่มพื้นที่การปลูกข้าวนุ่มมากขึ้นตามที่ผู้ส่งออกต้องการ โดยกรมการข้าวมีการวิจัยข้าวพื้นนุ่มสายพันธุ์ใหม่ คือ ข้าวพันธุ์ กข87 ที่มีการเริ่มทดสอบแล้วให้ผลเป็นที่น่าพอใจ สามารถให้ผลผลิตได้มากถึง 1,200 กิโลกรัม/ไร่ มีความต้านทานโรคแมลง โดยได้ทำการทดสอบและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้กรมการข้าวได้ประกาศรับรองพันธุ์ข้าว พันธุ์ กข87 อย่างเป็นทางการแล้ว คาดว่าพันธุ์ข้าวดังกล่าวจะมีส่วนช่วยกระตุ้นตัวเลขการส่งออกข้าวไทยให้มีปริมาณที่สูงขึ้น

ด้านนายมนัส กำเนิดมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า สำหรับในวันนี้กรมการข้าวได้ประกาศรับรองพันธุ์ข้าวจำนวน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กข85 กข87 และข้าวขาวเจ๊กชัยนาท 4 โดยแต่ละพันธุ์มีลักษณะเด่น ดังนี้

1.ข้าวเจ้าพันธุ์ กข85 เป็นชนิดข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง อมิโลสสูง เป็นข้าวชนิดแข็ง ผลผลิตเฉลี่ย 826 กิโลกรัม/ไร่ ลักษณะเมล็ดยาวเรียว ท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดี ค่อนข้างต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

2.ข้าวเจ้าพันธุ์ กข87 มีปริมาณอมิโลสต่ำ ให้ผลผลิต 734 กิโลกรัม/ไร่ แต่มีศักยภาพสูงสุดที่ให้ผลผลิตได้ถึง 1,500 กิโลกรัม/ไร่ หุงสุกนุ่ม ไม่ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยกระโดดหลังขาว โรคขอบใบแห้ง และโรคไหม้

3.ข้าวขาวเจ๊กชัยนาท4 ผลผลิต/ไร่โดยเฉลี่ยสูงกว่าข้าวหอมมะลิ เมล็ดข้าวมีความยาวมาก เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง มีท้องไข่น้อย

ส่วนนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว เปิดเผยว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว ดำเนินการประสานงานกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีการทดลองนำข้าวหอมมะลิไปทำการทดสอบผ่านรังสีไอออนระดับต่ำ ผลปรากฏว่าสามารถแตกเมล็ดพันธุ์ออกมาเป็นพันธุ์ใหม่ได้ โดยให้ผลผลิตมากถึง 1,500 กก./ไร่ ให้ความหอมที่มากขึ้น และสามารถปลูกได้ทั้งปี จึงเห็นสมควรให้กรมการข้าวนำมาทดลองปลูก

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกองเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ดำเนินการประสานไปยังสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นการเบื้องต้นแล้ว แต่ได้รับการแจ้งว่ายังไม่สามารถลงนามความร่วมมือ (MOU) กันได้ในขณะนี้ เนื่องจากทางสถาบันฯ จะขอดำเนินการทดสอบต่อไปอีกระยะหนึ่ง เมื่อผลการทำสอบมีความแน่ชัดแล้ว ทางสถาบันฯ จะดำเนินการจัดส่งเมล็ดพันธุ์ให้แก่กรมการข้าวเพื่อเป็นตัวอย่างในการทดลองปลูก จำนวน 20 กิโลกรัม ซึ่งกรมการข้าวจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปโดยเร็วที่สุด