รักษ์เกษตร : ผลดี…ผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459155

news_default

รักษ์เกษตร : ผลดี…ผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คำถาม ตอนนี้ผมต้องการจะเลือกบริโภคผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้นอยากขอทราบผลดีที่จะเกิดขึ้นในมุมกว้างๆ ด้วยครับ เพื่อเป็นแรงจูงใจแก่คนทั่วไปด้วยครับ

วิบูลย์ นาคจันทรา

อ.เมือง จ.สุรินทร์

คำตอบ

การใช้สารเคมีการเกษตรอาจเป็นอันตราย อันได้แก่ ยาฆ่าแมลง สารป้องกันเชื้อรายาฆ่าหญ้า ปุ๋ยเคมี (บางอย่าง)และการปนเปื้อนของสารเคมีทางการเกษตรจากแปลงข้างเคียง เหล่านี้ ทำให้ผลผลิตเกษตรที่ได้มีสารพิษตกค้างปนเปื้อนอย่างมากผลผลิตไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้อัตราการป่วยไข้และเสียชีวิตของประชาชนทั้งประเทศเพิ่มขึ้น

ผลผลิตจากเกษตรอินทรีย์ จึงเป็นผลผลิตจากกระบวนทำแบบเกษตรอินทรีย์ จึงมีความปลอดภัยกว่าอาหารที่ปลูกตามแบบเกษตรที่ใช้สารเคมี โดยมีผลดีดังนี้

ปลอดภัยจากสารปรุงแต่งอาหารในการผลิตอาหารแปรรูปผลผลิตอินทรีย์ มีข้อกำหนดไม่ให้มีการใช้สารเคมีสังเคราะห์ต่างๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นสารกันบูด สารให้สี สารแต่งกลิ่นและรส รวมทั้งกรรมวิธีแปรรูป จะต้องไม่ใช้วิธีการที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เช่น การฉายรังสี การหมักโดยใช้สารเร่งเนื้อแดง และการฟอกสีให้ขาวเป็นต้น

วิตามินและคุณค่าทางโภชนาการมีการเพาะปลูกที่เป็นธรรมชาติ และเอาใจใส่ทุกขั้นตอน ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพที่ดี มีวิตามินและสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ทางโภชนาการและต่อสุขภาพสูง มีรสชาติที่ดี เพื่อให้คงคุณค่าทางโภชนาการเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เป็นธรรมชาติมากกว่าอาหารที่ผลิตจากระบบเกษตรทั่วไปที่มีการใช้สารต่างๆ ในการเร่งการเจริญเติบโต ทั้งในพืชและสัตว์

อนุรักษ์ดินและน้ำหลักการสำคัญประการหนึ่งของเกษตรอินทรีย์ก็คือ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเรื่องของดินและน้ำ เกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ จะต้องปรับปรุงบำรุงดิน ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การไม่เผาตอซัง การป้องกันการชะล้างหน้าดิน การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดินเค็มทำให้ทรัพยากรดินได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟู เกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์จะต้องใช้ทรัพยากรน้ำอย่างประหยัด ไม่ใช้น้ำฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น และต้องระมัดระวังไม่ให้น้ำที่อยู่ใต้ดิน หรือบริเวณใกล้เคียงปนเปื้อน หรือเสื่อมคุณภาพลง

คืนความหลากหลายทางชีวภาพการไม่ใช้สารเคมีการเกษตร เกษตรอินทรีย์ จึงมีพืชและสัตว์ต่างๆ หลากหลายชนิดมากกว่า มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีพืชพรรณพื้นบ้านที่เป็นทั้งอาหาร ยา และไม้ใช้สอย หรือสัตว์ต่างๆ ทั้งที่อยู่ใต้ดิน และบนดิน หรือตามต้นไม้ความหลากหลายทางชีวภาพทำให้ฟาร์มเกษตรอินทรีย์มีความแน่นอน จากการรบกวนของโรคและแมลงศัตรูพืช เพราะธรรมชาติควบคุมกันเองอนุรักษ์ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมให้สมบูรณ์ ทำให้ห่วงโซ่อาหารที่ถูกทำลายไปโดยสารเคมีกลับฟื้นคืนดี ทำให้ประชาชนมีอาหารที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา กบ เขียด นก เป็นต้น

ราคายุติธรรมการลดต้นทุนการผลิต ทำให้เกษตรกรได้กำไรมากขึ้น เกษตรกรที่ยากจนสามารถปลดเปลื้องหนี้สินให้ลดลงและหมดไปได้ผลผลิตขายได้ราคาสูงกว่าผลผลิตจากการผลิต โดยใช้สารเคมี ทั้งในตลาดในประเทศและต่างประเทศประสิทธิภาพการผลิตต่อพื้นที่เพิ่มมากขึ้นในระยะยาว เพราะดินได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรที่ผลผลิตอินทรีย์ จะได้รับการประกันราคาผลผลิต ซึ่งราคาประกันนี้ พิจารณาจากต้นทุนในการผลิตต่างๆ ที่รวมถึงค่าตอบแทนที่เป็นธรรมต่อเกษตรกร  ราคาผลผลิตที่ยุติธรรมนี้ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม เมื่อเปรียบเทียบกับระบบการเกษตรทั่วไป  ที่เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่ต่ำ เกิดปัญหาหนี้สิน และยากจน สำหรับผู้บริโภค อาหารจากเกษตรอินทรีย์มีราคาที่ยุติธรรม เพราะเป็นอาหารที่ปลอดภัย มีคุณภาพสูง และดีต่อสิ่งแวดล้อม

แก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าการเกษตร ที่มีสารเคมีที่เป็นพิษเจือปน และถูกประเทศผู้นำเข้าตั้งข้อขีดกั้นที่จะนำเข้าสินค้าการเกษตรจากประเทศไทย หากปรับเปลี่ยนมาใช้การผลิตโดยวิธีเกษตรอินทรีย์ จะทำให้ประเทศส่งออกสินค้าการเกษตรได้มากขึ้น ทั้งปริมาณและมูลค่า

ลดการนำเข้าปุ๋ยเคมี และสารเคมีกำจัดศัตรูพืชลง ประเทศไทยสามารถลดการนำเข้าปุ๋ยเคมี และสารเคมีกำจัดศัตรูพืชลงได้มาก ประหยัดเงินตราต่างประเทศ และสามารถสร้างงาน และรายได้ในส่วนนี้ให้กับคนไทยที่ผลิตปุ๋ยชีวภาพ และสารธรรมชาติกำจัดศัตรูพืชขึ้นทดแทนได้อีกด้วย

ลดภาระงบประมาณของรัฐ ในการดำเนินการควบคุมตามกฎหมาย และตรวจวิเคราะห์สารพิษตกค้างในผลผลิตการเกษตรลงได้ คิดเป็นมูลค่าปีละมหาศาล

ลดโลกร้อนการผลิต การขนส่ง และการใช้สารเคมีการเกษตร ทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นสาเหตุของโลกร้อน  ระบบเกษตรอินทรีย์ปฏิเสธการ ใช้สารเคมีเหล่านี้จึงมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่า วิธีการจัดการฟาร์มของเกษตรอินทรีย์ ก็ทำให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงอีกด้วย ที่สำคัญก็คือ ฟาร์มเกษตรอินทรีย์ยังช่วยตรึงและเก็บกักคาร์บอน ในรูปของอินทรียวัตถุใต้ดินและบนดิน รวมทั้งในชีวมวลต่างๆ ซึ่งทำให้มีก๊าซเรือนกระจกลดลง

ระบบเกษตรอินทรีย์ มีผลดีที่กล่าวมาแล้วนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นสูตรสำเร็จทางเดียวที่ใช้แก้ไขปัญหาการเกษตรของประเทศเกษตรอินทรีย์เหมาะสมกับบางพื้นที่ของประเทศเท่านั้น ซึ่งต้องมีการสำรวจและทำโซนนิ่งออกมาให้ชัดเจน และส่งเสริมกันอย่างจริงจัง

นาย รัตวิ

APPPCจับมือปราบหนอนข้าวโพด-โรคใบด่างมัน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459151

news_default

APPPCจับมือปราบหนอนข้าวโพด-โรคใบด่างมัน

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปี 2562 ประเทศไทยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการอารักขาพืชระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (APPPC) ให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมาธิการอารักขาพืชฯครั้งที่ 31 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบให้กรมวิชาการเกษตรในฐานะองค์กรอารักขาพืชแห่งชาติและสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม

จากการประชุมดังกล่าว ผู้แทนสมาชิกแต่ละประเทศรายงานสถานการณ์ของประเทศสมาชิกระหว่างปี 2560-2562 ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงด้านกักกันพืช การบริหารจัดการวัตถุอันตรายทางการเกษตร และการบริหารจัดการศัตรูพืชแบบบูรณาการ ซึ่งประเด็นสำคัญที่หารือในการประชุมคือ การระบาดของหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดและโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลัง ศัตรูพืชอุบัติใหม่ของภูมิภาคที่สร้างความเสียหายวงกว้าง ปัจจุบันพบหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดระบาดเกือบทั่วโลกแล้ว ประเทศที่พบการระบาดได้แก่ จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น พม่า ไทย ลาว กัมพูชา  เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังพบระบาดที่อินเดีย ศรีลังกาเวียดนาม กัมพูชา จีนตอนใต้ อินโดนีเซีย  และไทย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อลดการระบาดของศัตรูพืชดังกล่าว

นอกจากนั้น ที่ประชุมยังรับรองร่างมาตรฐานระหว่างประเทศด้านมาตรการสุขอนามัยพืชระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นมาตรฐานสินค้าเรื่องแรกของโลกด้านสุขอนามัยพืชเห็นชอบหลักการจัดทำมาตรฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ตามแนวทางที่ประเทศไทยเสนอสำหรับใช้ในภูมิภาค โดยไทยจะเป็นผู้นำยกร่างมาตรฐานร่วมกับนิวซีแลนด์ สำหรับแผนงานปี 2563-2564 ด้านกักกันพืชได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรวม 9 กิจกรรม โดยไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดทำร่างมาตรฐานระหว่างประเทศด้านมาตรการสุขอนามัยพืชระดับภูมิภาค สร้างความเชื่อมั่นลดความเสี่ยงศัตรูพืช สำหรับการค้าเมล็ดพันธุ์ระหว่างประเทศ โดยกรมวิชาการเกษตรร่วมกับ มกอช. รับเป็นเจ้าภาพยกร่างมาตรฐาน การประชุมคณะกรรมาธิการอารักขาพืชฯเป็นการประชุมประจำปีของประเทศสมาชิกที่จัดขึ้นทุก 2 ปี เพื่อพิจารณาแผนดำเนินการร่วมกัน โดยการประชุมครั้งต่อไปที่ประชุมเห็นชอบตามข้อเสนอของจีน ที่รับเป็นเจ้าภาพจัดประชุมครั้งที่ 32 และออสเตรเลียรับเป็นเจ้าภาพประชุมครั้งที่ 33

ของร้อน! กรมป่าไม้โยนกลับส.ป.ก.ต้องเป็นเจ้าภาพแจ้งความเอาผิด’ปารีณา’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459186

news_default

ของร้อน! กรมป่าไม้โยนกลับส.ป.ก.ต้องเป็นเจ้าภาพแจ้งความเอาผิด’ปารีณา’

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 17.22 น.

กรมป่าไม้เร่งแปลภาพถ่ายดาวเทียมปี 2495-2562 เพื่อนำข้อมูลหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า ที่ดินที่มอบให้ส.ป.ก.ไปแล้วและ“ปารีณา ไกรคุปต์” เข้าไปทำฟาร์มไก่ยังอยู่ในอำนาจทางกฎหมายที่กรมป่าไม้ทำได้หรือไม่ โยนกลับส.ป.ก.ต้องเป็นเจ้าภาพหลักจัดการทางกฎหมายกรณีมีการบุกรุกที่ดินเขตปฏิรูป

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 นางนันทนา บุณยานันต์ โฆษกกรมป่าไม้ พร้อมด้วยฝ่ายกฎหมาย แถลงภายหลังการประชุมพิจารณาที่ดิน 29 แปลง เนื้อที่กว่า 600 ไร่ที่น.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ครอบครองและเพิ่งส่งมอบคืนให้สำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร (ส.ป.ก.) ว่า การประชุมวันนี้(9 ธ.ค.) กรมป่าไม้ ยังไม่ได้ข้อสรุปและได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมป่าไม้ ให้เร่งดำเนินการการแปลภาพถ่ายของกรมป่าไม้ทุกชั้นปีเท่าที่มี ตั้งแต่ปี 2495-2562 ซึ่งปกติถ่ายทุกๆ 5 ปีเพื่อเป็นข้อมูลวิเคราะห์การบุกรุกที่จะนำไปหารือกับส.ป.ก.ถึงเหตุผลที่ส.ป.ก.ระบุว่า ที่ดินที่ถูกบุกรุกอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้มีข้อมูลอย่างไร พร้อมกับทำหนังสือขอหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป ว่า ที่ดินที่มอบให้ส.ป.ก.ไปแล้ว ทางกรมป่าไม้ ยังมีอำนาจเข้าไปใช้อำนาจตามฎหมายหรือไม่

“ขอทำความเข้าใจจากประชาชนว่า กรมป่าไม้จะต้องทำงานอย่างรอบคอบ และจะเร่งดำเนินการโดยด่วน หากพบมีการกระทำผิดจริงๆ ก็พร้อมที่จะดำเนินการ” นางนันทนา กล่าว

นายจุมพฏ ชอบธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย กรมป่าไม้ กล่าวว่า เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฎิรูปที่ดินปี พ.ศ.2554 และกรมป่าไม้ส่งมอบพื้นที่ให้กับส.ป.ก.ไปแล้ว อำนาจหน้าที่จึงเป็นของส.ป.ก. ดังนั้นหากมีการบุกรุกหรือครอบครองเกิดขึ้น หน่วยงานที่มีอำนาจดูแลที่ดินดังกล่าวคือ ส.ป.ก. ถึงตอนนี้ ยังตอบไม่ได้ กรณีนางสาวปารีณา ได้เข้าไปครอบครองแล้วก่อนที่จะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฎิรูปที่ดิน จะเป็นความผิดหรือไม่ ซึ่งทาง ส.ป.ก.ระบุว่า ไม่น่าสามารถเอาผิดดำเนินคดีอาญาได้

ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย กรมป่าไม้ กล่าวอีกว่า ส.ป.ก. เป็นเจ้าภาพหลักเมื่อพบความเสียหาย มีหน้าที่ต้องไปกล่าวโทษ หากต้องการความช่วยเหลือ ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลจับกุมเพราะไม่มีอำนาจจับกุม ก็แจ้งประสานงานมายังกรมป่าไม้ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ดูแลตามพระราชบัญญัติป่าไม้ได้อยู่แล้ว หรือแจ้งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือร้องทุกข์โดยตรงต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ดังกล่าวได้ แต่จะต้องให้ความเป็นธรรมในพื้นที่ด้วย เพราะเมื่อมีการกำหนดเขต ส.ป.ก.แล้ว ประชาชนทุกคนที่อยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติในแปลงบุกรุกที่ทำกินอยู่แล้วไปให้ส.ป.ก.ทุกคนล้วนบุกรุกอยู่แล้ว เมื่อส.ป.ก.ตรวจสอบสิทธิจะต้องมีสถานะเป็นเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง มีฐานะยากจน ถ้าบุคคลที่ไม่มีสิทธิจะต้องส่งมอบพื้นที่คืนมา เพื่อดำเนินการปฎิรูปให้เกษตรกรที่มีสิทธิต่อไป

ส่วนที่ดินที่นางสาวปารีณาบุกรุก ขณะนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า จำนวนกี่ไร่ เนื่องจากไม่การปักรั้วกำหนดเขตไว้ชัดเจน  จะต้องดูสภาพความเป็นจริงขอบเขตการบุกรุกว่า เป็นอย่างไรต่อไป

ด้านนายพัฒนะ ศิริมัย ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ ราชบุรี กล่าวว่า การทำผิดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เกิดขึ้นในเขต ส.ป.ก. ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายป่าไม้ด้วย หน่วยงานที่ควรจะต้องร้องทุกข์คือ ส.ป.ก. ซึ่งส.ป.ก.จะขอให้กรมป่าไม้ไปร่วมกล่าวโทษด้วย ก็มีความพร้อม เพราะทราบว่าพื้นที่ดังกล่าว มีสถานะเป็นพื้นที่ป่า หรือป่าสงวนแห่งชาติตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่กรมป่าไม้จะขอหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและจะหารือกับทาง ส.ป.ก.ก่อน เพื่อความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายต่อไป และเมื่อมีความชัดเจน กรมป่าไม้จะลงพื้นที่ตรวจสอบต่อไป

‘ธรรมนัส’ย้ำปารีณาหมดสิทธิ์ครองที่ส.ป.ก. รุกขอข้อมูลปปช.ฟันนักการเมืองฮุบที่หลวง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459144

news_default

‘ธรรมนัส’ย้ำปารีณาหมดสิทธิ์ครองที่ส.ป.ก. รุกขอข้อมูลปปช.ฟันนักการเมืองฮุบที่หลวง

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.23 น.

‘ธรรมนัส’ย้ำปารีณาหมดสิทธิ์ครองที่ส.ป.ก. รุกขอข้อมูลปปช.ฟันนักการเมืองฮุบที่หลวง

9 ธันวาคม 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการคดีกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีปัญหาเรื่องการครอบครองที่ดิน ว่า ล่าสุดได้สั่งการให้ทางทีมกฎหมายสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร(ส.ป.ก.) เร่งดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างเต็มที่ ซึ่งจากการตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.ปารีณา พบว่า ไม่มีคุณสมบัติที่เข้าเงื่อนไขที่จะได้จับการจัดสรรที่ดินจาก พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. เนื่องจากมีอาชีพ เป็น ส.ส.ชัดเจน ใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงานด้านการเมือง ไม่ใช้เวลาส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม จึงขาดเงื่อนไขความเป็นเกษตรกรที่จะได้รับการจัดสรรที่ดินอย่างเด็ดขาด

ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบเอกสารที่ขอส่งมอบคืน จากการตรวจสอบ พบว่า มีเงื่อนไขในการคืนที่ดินมาด้วย จึงให้ทางฝ่ายกฎหมาย  ส.ป.ก. ประสาน ไปยัง น.ส.ปารีณา เพื่อทำหนังสือส่งมอบมาใหม่อีกครั้ง เพื่อป้องกันการเรียกร้องสิทธิ์ภายหลัง โดยยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการละเว้นแน่นอน

“น.ส.ปารีณา คิดอย่างไรผมไม่ทราบเพราะที่ผ่านมาเขาเข้าใจผิดมาโดยตลอด ซึ่งเราชัดเจนตามหลักฐานที่มีว่ากรมป่าไม้ส่งให้เราเมื่อไร เราประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินเมื่อไร ส่วน น.ส.ปารีณา จะมาบอกว่าเสียภาษีบำรุงท้องที่เป็นสิทธิ์เขา มันไม่ใช่ มันต้องเอากฎหมาย ส.ป.ก.เป็นหลัก เขาไม่มีสิทธิ์เป็นเกษตรกร เพราะเป็น ส.ส.ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่สภาฯ ไม่ใช่ทำการเกษตร ส.ป.ก. ส่วนเรื่องการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ป่าไม้เป็นส่วนของป่าไม้รับผิดชอบ เราในฐานะกำกับดูแลเรื่องการจัดสรรและให้สิทธิแก่เกษตรกร ต้องดูว่าขอบเขต ส.ป.ก.ทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ทำนอกกรอบกฎหมาย ส.ป.ก. ไม่ได้ เดี๋ยวจะเป็นศรย้อนกลับมาหาตัวเอง ส่วนจะดำเนินคดีร่วมกันอย่างไร ผมมอบนโยบายชัดเจนให้ประสานงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งฝ่ายกฎหมายจะเป็นคนดำเนินการทั้งหมด ต้องไปดูรายละเอียดให้ชัดเจน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบุคคลอื่นที่มีการครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก. โดยขาดคุณสมบัติความเป็นเกษตรกร โดยเฉพาะนักการเมืองนั้น ตนยืนยันว่าระหว่างที่ตนดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ที่ดูแลหน่วยงาน ส.ป.ก.ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามเมื่อเป็นพื้นที่ของหลวง ถ้าไม่มีคุณสมบัติความเป็นเกษตรกร ตามกรอบกฎหมาย ส.ป.ก. ต้องคืนพื้นที่ให้กับทาง ส.ป.ก.ทุกคน เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด และยืนยันว่าทุกคนที่ได้ที่ดิน ส.ป.ก.มาโดยมิชอบ ต้องคืนพื้นที่กลับมาเป็นของ ส.ป.ก. จากนี้ไปตนมอบให้ทางฝ่ายกฎหมาย ส.ป.ก. ไปดำเนินการยึดคืนทั้งหมด โดยจะเริ่มมาตรการจากเบาไปหาหนัก ตามขั้นตอน เริ่มจากการเจรจา ดีๆโดยไม่ต้องใช้บังคับตาม ม.44 หากไม่คืนจะต้องใช้ ม.44 ทั้งหมด ขณะนี้กำลังประสานงานไปยัง ป.ป.ช.เพื่อขอข้อมูลทั้งหมด  จากนั้นจะดำเนินการตรวจสอบทุกแปลงก่อนยึดคืน เพื่อนำไปจัดสรรให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ต่อไป

ผมอยู่สเปน! ‘วราวุธ’บอกไม่ได้หายไปไหน ยันเอาจริงถ้าผิดดำเนินคดี‘ปารีณา’แน่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459108

news_default

ผมอยู่สเปน! ‘วราวุธ’บอกไม่ได้หายไปไหน ยันเอาจริงถ้าผิดดำเนินคดี‘ปารีณา’แน่

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 15.14 น.

ผมอยู่สเปน! ‘วราวุธ’บอกไม่ได้หายไปไหน ยันเอาจริงถ้าผิดดำเนินคดี‘ปารีณา’แน่

9 ธันวาคม 2562 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลายฝ่ายเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในข้อหาบุกรุกที่ป่าไม้ 682 ไร่ ว่า จากที่มีข่าวหลายฝ่ายเป็นห่วงนั้นตนยืนยันว่า การดำเนินคดีในพื้นที่เกือบ 700 ไร่นั้นต้องใช้ความรอบคอบ ไม่อยากทำอะไรลวกๆ การมาจี้ให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯดำเนินคดีนั้น อยากให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ว่าเราดำเนินคดีแน่นอน และในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงาน คือ กรมป่าไม้ ดำเนินการอย่างรอบคอบ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดปัญหาฟ้องร้องกันในภายหลังได้ ตนต้องให้ความสำคัญกับสถานะทางกฎหมายของตัวส่วนราชการเองด้วย ดังนั้นการเร่งรัดทำอะไร ทำแบบถูกใจทำได้ง่าย แต่การทำแบบถูกต้องนั้นต้องรอบคอบให้มาก

“การจะยึดเอาผิดเลยในทันทีเรียกว่าทำแบบถูกใจ แต่ถึงที่สุดแล้วหลายฝ่ายที่ออกมาแสดงความเป็นห่วง ท่านไม่ได้เป็นคนโดนฟ้องกลับ กลายเป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯเป็นคนโดนฟ้องร้องกลับ ดังนั้นในการทำงานผมจึงได้ให้นโยบายกับทางส่วนราชการว่าให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ ซึ่งการดำเนินการแบบถูกต้องกับถูกใจนั้น อาจจะไม่เหมือนกัน อาจจะไม่ทันใจ คนบางกลุ่มบางท่านก็ต้องขออภัย แต่ผมยึดเอาความถูกต้อง และความรอบคอบเป็นหลัก” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ ระบุว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการรุกป่าเกิดขึ้นจริง ยืนยันว่าเราดำเนินการอย่างแน่นอน ดำเนินคดีแน่นอนไม่ละเว้นแต่อย่างใด ดังนั้นอย่าสับสนระหว่างคำว่าละเว้นกับคำว่ารอบคอบ ยืนยันตนไม่เคยมีความคิดที่จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ความรอบคอบก็ต้องมี และตนให้ความสัมคัญกับเจ้าหน้าที่ในกระทรวงเป็นหลัก และในความเป็นจริงแล้วเรื่องของ น.ส.ปารีณา เป็นเรื่องของกระบวนการที่ส่วนราชการมีระเบียบในการดำเนินการอยู่แล้ว ฉะนั้นทุกฝ่ายไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง

“ผมก็ไม่ได้หายหน้าไปไหนตอนนี้อยู่ที่ประเทศสเปนมาเข้าร่วมประชุมสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งมีผู้นำทุกประเทศทั่วโลกมาร่วมประชุมกันที่สเปน ก่อนหน้านี้จะจัดการประชุมนี้ที่ประเทศชิลี แต่เมื่อมีปัญหาจึงย้ายมาจัดที่สเปน และผมได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มาปฎิบัติหน้าที่แทน ส่วนการดำเนินการของส.ป.ก.นั้น เราตอบแทนไม่ได้ เป็นเรื่องที่ส.ป.ก.ต้องอธิบาย แต่ในส่วนของกรมป่าไม้ที่มีการบุกรุกนั้นฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอน” รมว.ทส.กล่าว

คึกคัก! ชาวสวนเมืองคอน แห่ถอนเงินรัฐบาลจ่ายชดเชยราคายางปาล์ม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459105

คึกคัก! ชาวสวนเมืองคอน แห่ถอนเงินรัฐบาลจ่ายชดเชยราคายางปาล์ม

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.58 น.

วันที่ 9 ธันวาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร สาขาทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้มีประชาชนเป็นจำนวนมาก แห่เดินทางมาถอนเงินที่ธนาคาร ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก จากการสอบถามนายถาวร เพ็ชราการ ผู้ช่วยผู้จัด ธ.ก.ส.สาขาทุ่งใหญ่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา มีชาวสวนปาล์ม สวนยาง จำนวนมากเดินทางมาตรวจสอบเงินชดเชยราคาผลผลิต ที่รัฐบาลชดเชยให้เนื่องจากราคาพืชผลตกต่ำ หลังจากมีเงินเข้าบัญชี จึงมีชาวสวนแห่กันมาตรวจสอบ และถอนเงินไปใช้ในช่วงสิ้นปีเก่า ต้อนรับปีใหม่กันอย่างคึกคัก ธนาคารจึงต้องเพิ่มเคาน์เตอร์ให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเกษตรกร และคาดว่าประชาชนยังคงแห่กันมาใช้บริการจนถึงปีใหม่

ส.ป.ก.กางข้อกม.เช็คสิทธิ‘ปารีณา’ ‘ป่าไม้’เร่งตีความที่ดิน ยันพบบุกรุกดำเนินคดีแน่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/459065

news_default

ส.ป.ก.กางข้อกม.เช็คสิทธิ‘ปารีณา’ ‘ป่าไม้’เร่งตีความที่ดิน ยันพบบุกรุกดำเนินคดีแน่

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.56 น.

ส.ป.ก.กางข้อกม.เช็คสิทธิ‘ปารีณา’ ‘ป่าไม้’เร่งตีความที่ดิน ยันพบบุกรุกดำเนินคดีแน่

9 ธันวาคม 2562 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาด่วนที่สุดว่าที่ดิน 29 แปลง เนื้อที่ 682 ไร่ที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ครอบครองอยู่ โดยเป็นพื้นที่กรมป่าไม้ส่งมอบให้สำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร(ส.ป.ก.) และ ส.ป.ก.ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินตั้งแต่ พ.ศ.2554 แล้ว แต่ยังไม่นำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธินั้น ยังคงถือเป็นที่ดินตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ หรือไม่ หากชัดเจนว่ายังคงเป็นที่ดินป่าไม้จะดำเนินคดีฐานความผิดบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม

นอกจากนี้ได้กำชับให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด เนื่องจากยังมีความเห็นเป็น 2 ด้าน โดยด้านหนึ่งยึดถือตามการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งระบุว่าเขตปฏิรูปที่ดินซึ่ง ส.ป.ก.มีแผนการดำเนินการงานและงบประมาณเพื่อจัดสรรสิทธิแล้ว ถือว่าเป็นที่ดินของ ส.ป.ก. ส่วนอีกด้านหนึ่งยึดถือตามคำตัดสินของศาลฎีกาที่พิพากษาลงโทษผู้ครอบครอบเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งยังไม่เข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิว่ายังคงถือเป็นที่ดินตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ดังนั้นจะเข้าข่ายบุกรุกที่ป่าไม้ ซึ่งพร้อมจะดำเนินคดีแก่ผู้ครอบครองตามมาตรฐานเดียวกันทุกราย

แหล่งข่าวจาก ส.ป.ก. แจ้วว่า วันนี้(9 ธันวาคม 2562) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 4/2562 ซึ่งเป็นการเรียกประชุมด่วน โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าทาง ส.ป.ก.ได้รับแจ้งการประชุมหลังจากที่ น.ส.ปารีณา ทำหนังสือถึง ส.ป.ก. แสดงความประสงค์เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจาก ส.ป.ก. ระบุเพิ่มเติมว่า จากหนังสือขอส่งคืนพื้นที่ตาม ภบท.5 เพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมของ น.ส. ปารีณา ซึ่งมอบอำนาจให้ผู้แทนส่งมอบให้แก่ ร.อ.ธรรมนัส และนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. ซึ่งเดินทางไปยังที่ตั้งฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2562 โดยส.ป.ก. ลงเลขรับหนังสือที่ 20280 วันที่ 6 ธันวาคม 2562 นั้น ในหนังสือดังกล่าว น.ส. ปารีณา ระบุว่า “ข้าพเจ้าและ/หรือบุคคลในครอบครอง ขอสงวนการใช้สิทธิเป็นอันดับแรกตามที่กฎหมายกำหนด” นั้น

หากหมายถึงขอสงวนสิทธิในการขอรับหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน เมื่อ ส.ป.ก.นำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจาก น.ส. ปารีณา ขาดคุณสมบัติการเป็นเกษตรกรตามพ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 และไม่ได้เป็นผู้ยากไร้ที่ไม่มีที่ดินทำกินตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)

นอกจากนี้แหล่งข่าวจาก ส.ป.ก. ยังระบุว่า หากยึดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาหลายคดี ซึ่งกรมป่าไม้จับกุมและแจ้งความเอาผิดแก่ผู้ครอบครองที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน ที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการจัดสรรสิทธิแล้ว ที่ดิน 29 แปลง เนื้อที่ 682 ไร่ที่ครอบครองโดย น.ส.ปารีณา มีลักษณะเดียวกัน จึงเป็นอำนาจของกรมป่าไม้ที่จะดำเนินคดี โดยไม่ต้องรอให้ ส.ป.ก.สรุปว่าที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก.หรือไม่ แต่กรมป่าไม้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่จะดำเนินคดีตามมาตรฐานเดียวกับคดีอื่นๆได้ทันที​

เตือนชาวสวนผักรับมือราน้ำค้าง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/458949

news_default

เตือนชาวสวนผักรับมือราน้ำค้าง

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้อากาศเย็นมีหมอกตอนเช้า และมีอุณหภูมิลดต่ำลง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด อาทิ กะหล่ำปลีกะหล่ำดอก กวางตุ้ง คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดหอม และบรอกโคลี เตรียมรับมือการระบาดของโรคราน้ำค้าง สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช ระยะต้นกล้า ใบเลี้ยงจะเกิดจุดแผลสีน้ำตาล ทำให้ลำต้นเน่าหรือแคระแกร็น ระยะต้นโต จะพบอาการเริ่มแรกบริเวณด้านบนใบเป็นจุดแผลสีเหลือง หรืออาจเป็นปื้นสีเหลือง กรณีสภาพอากาศชื้นในตอนเช้า ถ้าพลิกดูด้านใต้ใบมักจะพบเส้นใยเชื้อราสีขาวหรือเทาคล้ายปุยฝ้าย หากพบโรคระบาดรุนแรง แผลจะลามมีขยายใหญ่ ทำให้เนื้อใบเป็นสีน้ำตาลและแห้งตาย ส่วนในกะหล่ำดอกและบรอกโคลี ถ้าพบเชื้อราเข้าทำลายรุนแรง ก้านดอกจะยืดและดอกอาจจะบิดเบี้ยวเสียรูปทรงได้

เกษตรกรควรเลือกใช้เมล็ดพันธุ์สะอาดที่มีคุณภาพดีจากแหล่งปลอดโรค และก่อนปลูกควรแช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 50 องศาเซลเซียส (ต้มน้ำจนเดือดแล้วเติมน้ำอุณหภูมิปกติลงไปผสมอีก 1 เท่า) นาน 20-30 นาที หรือคลุกเมล็ดพันธุ์ด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชเมทาแลกซิล 35% ดีเอส อัตรา 10 กรัมต่อเมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม จากนั้น ควรปลูกพืชให้มีระยะห่างกันพอสมควร ไม่เบียดแน่นเกินไป เพราะทำให้ความชื้นสูง อากาศไม่ถ่ายเท และโรคระบาดเร็ว หลังเก็บเกี่ยวให้เกษตรกรเก็บเศษซากพืช หมั่นกำจัดวัชพืชในแปลงนำไปเผาทำลาย เพื่อลดการสะสมเชื้อราสาเหตุโรค หลีกเลี่ยง ปลูกพืชชนิดเดียวกันซ้ำในพื้นที่แปลงเดิม และทำความสะอาดเครื่องมือการเกษตรที่ใช้กับต้นเป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่กับต้นปกติทุกครั้ง

หากพบโรคเริ่มระบาด ให้พ่นสารเมทาแลกซิล 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดเมโทมอร์ฟ 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ+เมทาแลกซิล-เอ็ม 64%+4% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นให้ทั่วทั้งด้านบนใบและใต้ใบทุก 5-7 วัน

กรมชลฯสั่งเฝ้าระวัง44จุดเสี่ยงน้ำท่วมใต้ ผนึกกำลังเพิ่มประสิทธิภาพคลอง9จังหวัด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/458950

news_default

กรมชลฯสั่งเฝ้าระวัง44จุดเสี่ยงน้ำท่วมใต้ ผนึกกำลังเพิ่มประสิทธิภาพคลอง9จังหวัด

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 16 กรมชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์ฝนในภาคใต้ตอนล่าง 4 จังหวัดคือ สงขลา พัทลุง ตรัง และสตูลว่า ฝนตกแต่ละครั้งติดต่อกันเพียง 2-3 ชั่วโมงจึงยังมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ทำให้สถานการณ์น้ำท่าอยู่ในการควบคุม แม้ที่จ.พัทลุง จะมีฝนตกบางวันมากถึง 160 มิลลิเมตร เกิดเหตุน้ำท่วมเล็กน้อยบริเวณที่ลุ่ม

“กรมชลประทานเตรียมพร้อมก่อนเข้าฤดูฝนภาคใต้ทุกปี โดยร่วมกับท้องถิ่น เทศบาล ระดมเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองต่างๆ ด้วยการกำจัดขยะ วัชพืช และสิ่งกีดขวาง 40 สายใน 4 จังหวัดดังกล่าว ระยะทางรวม 110.72 กิโลเมตร พร้อมกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำท่วม 16 จุดคือที่จ.พัทลุง ได้แก่ ประตูระบายน้ำท่าแนะ ชุมชนกุโบ บ้านโคกยา พื้นที่บริเวณขอบทะเลสาบในเขตอำเภอเมืองพัทลุง จ.สงขลา ได้แก่ พื้นที่เศรษฐกิจเทศบาลนครหาดใหญ่ ชุมชนริมคลองธรรมชาติ อ.หาดใหญ่ คาบสมุทรสทิงพระ ตรัง ได้แก่ ตลาดนาโยง วัดท่าจีน ตลาดเทศบาลตำบลย่านตาขาว และสตูล ได้แก่ เขตอำเภอควนโดน อำเภอเมือง อำเภอละงู อ.ทุ่งหว้า อำเภอมะนัง และ อำเภอท่าแพ”ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กล่าว

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังมีแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 113 เครื่อง โดยติดตั้งแล้ว 65 เครื่อง และแผนติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 115 เครื่อง ติดตั้งแล้ว 6 เครื่อง ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว พร้อมเตรียมเครื่องจักรเครื่องมืออีกกว่า 418 หน่วย ประจำการที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ อำเภอหาดใหญ่ สำหรับการดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองหาดใหญ่ระยะที่ 2 อยู่ระหว่างดำเนินการต่อเนื่อง โดยปรับปรุงคลองระบายน้ำเดิมให้มีประ สิทธิภาพระบายน้ำได้มากขึ้น 3 เท่าตัว จากเดิมเคยระบายน้ำได้ 465 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เป็น 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาทีผลงานความก้าวหน้าร้อยละ 70 คาดว่าโครงการฯ จะแล้วเสร็จปลายปี 2563

ส่วนการเตรียมความพร้อมในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 15 ซึ่งดูแลภาคใต้ตอนกลางได้เตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนเช่นกัน โดยกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังคือ จ.สุราษฎร์ธานี บริเวณเทศบาลตลาดไชยา ที่ลุ่มริมแม่น้ำตาปี พื้นที่โครงการฝายทองท่าทอง จ.พังงา 4 จุด เช่น เทศบาลเมืองตะกั่วป่า เทศบาลตำบลคุระบุรี จ.ภูเก็ต 5 จุด จ.กระบี่ อีก 4 จุด และ จ.นครศรีธรรมราช 11 จุด รวมเครื่องจักรเครื่องมือที่พร้อมเข้าปฏิบัติการ 350 หน่วย พร้อมกันนี้จังหวัดสนับสนุนติดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เพื่อให้ปฏิบัติการสูบน้ำออกทำได้รวดเร็วขึ้น และกำจัดสิ่งกีดขวางในลำน้ำธรรมชาติสายหลัก คือ คลองคูพาย คลองนครน้อย คลองป่าเหล้า คลองสวนหลวง และคลองท่าชัก กำจัดวัชพืชไปทั้งสิ้น 7,163 ตัน คิดเป็น 100% ของวัชพืชทั้งหมดในลำน้ำ

บึงกาฬจัดยิ่งใหญ่‘งานวันยางพาราบึงกาฬ2563’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/458944

news_default

บึงกาฬจัดยิ่งใหญ่‘งานวันยางพาราบึงกาฬ2563’

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จังหวัดบึงกาฬ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เดินหน้าจัดงาน “วันยางพาราบึงกาฬ 2563” สวนกระแสยางราคาตก นำนวัตกรรม ความรู้ เร่งเผยแพร่สู่เกษตรกร เพื่อเพิ่มมูลค่ายางพาราให้ชาวสวนยาง พร้อมชูศักยภาพการเป็นศูนย์กลางยางพาราระดับประเทศ พร้อมเตรียมยกระดับไปสู่ความเป็นสากลเชื่อมโยงการค้ากับกลุ่มประเทศ CLMV คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม โดยรัฐบาลอนุมัติโครงการก่อสร้าง “สะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขง ไทย-ลาว แห่งที่ 5” (บึงกาฬ -ปากซัน) จังหวัดบึงกาฬจึงเป็น “ทิศทางแห่งอนาคต” ที่ได้รับการจับจ้องทั้งในฐานะเขตเศรษฐกิจใหม่ของอุตสาหกรรมยางพาราและการท่องเที่ยว

จังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และองค์กรหน่วยงานราชการ – เอกชน พร้อมใจจัด “งานวันยางพาราบึงกาฬ 2563” ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 ระหว่าง วันที่ 12–18 ธันวาคม ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จ.บึงกาฬ ยืนยัน“คำว่าทิศทางแห่งอนาคต” ของจ.บึงกาฬให้เป็นที่ประจักษ์ และสร้างการรับรู้ให้สาธารณชนภายใต้แนวคิด “บึงกาฬโมเดล 2020” ซึ่งเป็นต้นแบบความสำเร็จในการแก้ปัญหายางพาราแล้วยังเป็นต้นแบบพัฒนาเมือง เศรษฐกิจ
การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และพร้อมก้าวสู่“สมาร์ทซิตี้” หรือเมืองที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นระบบ เช่น สาธารณูปโภค ถนนหนทาง การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 การก่อสร้างสนามบิน ฯลฯ โดยมีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในยุค 4.0

ทั้งนี้ งานวันยางพาราบึงกาฬ 2563 วัตถุประสงค์การจัดงานคือ 1.ส่งเสริม จ.บึงกาฬ ให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยางพาราและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ของภูมิภาค และประเทศไทย 2.ผลักดันให้เกิดการค้าขายและการลงทุนของอุตสาหกรรมยางพาราและอุตสาหกรรม ต่อเนื่องเพื่อให้เศรษฐกิจของบึงกาฬเติบโต 3.ประชาสัมพันธ์นโยบายประกันรายได้ ยางพารา ข้าว และพืชเศรษฐกิจอื่นๆ ของรัฐบาล เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร 4.ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว จ.บึงกาฬ สร้างอาชีพ เพิ่มช่องทางการตลาด ให้ชาวบึงกาฬทุกกลุ่ม 5.สร้างกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชน และคนในพื้นที่ผ่านกิจกรรมอบรม ให้ความรู้ตลอดจนการแข่งขันด้านต่างๆ เพื่อย้ำว่าจ.บึงกาฬเป็นเมืองศูนย์กลางยางพาราของประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยางพาราระดับอาเซียนและระดับโลกต่อไป

ภายในงาน นอกจากสาระ และความสนุกสนานในกิจกรรมต่างๆ แล้วยังจัดแข่งขันกีฬาวันยางพาราจังหวัดบึงกาฬ ชิงเงินรางวัลกว่า 1,345,000 บาท อาทิ มวยไทยศึกวันทรงชัยสัญจร เปตอง วอลเลย์บอล ฟุตบอล เซปัคตะกร้อ จักรยาน มอเตอร์ครอส และโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ผู้สนใจสมัครสอบถามข้อมูลได้ที่ สมาคมกีฬาจังหวัดบึงกาฬ หรือ โทร. 0-4249-0652, 0-4249-0757