รายงานพิเศษ : สหกรณ์ฯบ้านต๊ำเมืองพะเยา..แหล่งผลิตปลานิลคุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/453466

รายงานพิเศษ : สหกรณ์ฯบ้านต๊ำเมืองพะเยา..แหล่งผลิตปลานิลคุณภาพ

รายงานพิเศษ : สหกรณ์ฯบ้านต๊ำเมืองพะเยา..แหล่งผลิตปลานิลคุณภาพ

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สหกรณ์เลี้ยงปลาบ้านต๊ำเมืองพะเยา จำกัด จังหวัดพะเยา เป็นสหกรณ์ประเภทประมง ที่เกิดจากการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรสมาชิกที่ประกอบอาชีพเลี้ยงปลานิลเชิงพาณิชย์ในบ่อดินเพื่อแก้ไขปัญหาด้านราคา และสร้างอำนาจการต่อรองทำให้สามารถจำหน่ายปลานิลได้ในราคายุติธรรม

สหกรณ์เลี้ยงปลาบ้านต๊ำเมืองพะเยา จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2553 ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 151 ราย มีพื้นที่เลี้ยงปลานิลกว่า 300 ไร่ ดำเนินธุรกิจ 5 ด้าน ประกอบด้วย ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจรวบรวม ธุรกิจการให้บริการและส่งเสริมการเกษตร และธุรกิจรับฝากเงิน

นางสาวรัชฎาพร หงษ์หิน ผู้จัดการสหกรณ์เลี้ยงปลาบ้านต๊ำเมืองพะเยา จำกัด เล่าว่า ปัจจุบันสหกรณ์ฯ มีการดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจรมีการดูแลสมาชิกทั้ง 151 รายอย่างทั่วถึงโดยมีเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ฯ เข้าไปดูแลสมาชิกอย่างเป็นระบบ เริ่มตั้งแต่การขึ้นทะเบียนสมาชิก จำนวนบ่อปลา การวางแผนรอบการเลี้ยงปลานิลให้แก่สมาชิก เพื่อให้สหกรณ์ฯ สามารถบริหารจัดการด้านปริมาณของปลานิลให้ออกสู่ตลาดอย่างเหมาะสม และดูแลเรื่องคุณภาพของปลานิลให้ได้มาตรฐาน

นอกจากนี้ สหกรณ์ฯ ยังจัดหาสินค้ามาจำหน่ายเพื่อให้ตรงตามความต้องการของสมาชิก ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป อาทิ ลูกพันธุ์ปลา โดยสหกรณ์ฯ จะสั่งซื้อพันธุ์ปลามาจำหน่ายให้กับสมาชิกในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดตัวละ 3 สตางค์ รวมไปถึงอาหารปลา สหกรณ์ฯก็จำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ประมาณ 5-10 บาท ช่วยลดต้นทุนการผลิตของสมาชิกลงได้มาก และเมื่อปลาสามารถจับขายได้ ทางสหกรณ์ฯ ก็จะเข้าไปจับถึงบ่อสมาชิกเพื่อรวบรวมผลผลิตส่งขายให้กับพ่อค้า ซึ่งปัจจุบันสามารถนำผลผลิตปลานิลจากสมาชิกออกสู่ตลาดเพื่อการบริโภคได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน ประมาณวันละ2-2.5 ตัน คิดเป็นมูลค่า 147,500 บาท

สำหรับจุดเด่นของปลานิลที่สมาชิกสหกรณ์ฯ ผลิตได้นั้น จะเป็นปลาที่สุขภาพดีมีความสด ไม่มีกลิ่นสาปโคลน เนื่องจากใช้แหล่งน้ำจากธรรมชาติในการเลี้ยงปลานิลเพียงแห่งเดียวในจังหวัดพะเยา มีการบริหารจัดการน้ำ และบ่ออย่างเป็นระบบ สามารถผลิตปลานิลที่มีคุณภาพเพื่อจำหน่ายให้แก่พ่อค้าที่มารับซื้อปลานิลได้ในราคาที่เป็นธรรม และรวบรวมปลานิลออกสู่ตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งสหกรณ์ฯยังดูแลเรื่องการคัดเกรดปลานิลได้อย่างดี เพื่อเพิ่มอำนาตการต่อรองให้แก่สมาชิก ส่งผลให้สมาชิกมีรายได้มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

“ที่ผ่านมาธุรกิจของสหกรณ์ฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในสหกรณ์ฯรวมถึงสนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการตลาด ตามโครงการพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจสินค้าเกษตรในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร (งบกลาง) ปี 2560 จำนวน1,293,000 บาท สหกรณ์สมทบ 400,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,693,000 บาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการตลาดต่างๆ ประกอบด้วยตู้เย็นสำเร็จรูปพร้อมเครื่องทำความเย็น อุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส และรถบรรทุกพร้อมห้องเย็นขนาด 4 ล้อ ซึ่งสหกรณ์ฯนำไปใช้ประโยชน์ในการขนส่งปลานิล และลูกปลา ให้แก่สมาชิก ส่วนตู้เย็นสำเร็จรูปพร้อมเครื่องทำความเย็นสหกรณ์ฯ มีแผนที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการแปรรูปลูกชื้นปลาและข้าวเกรียบปลา เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้มากขึ้น” นางสาวรัชฎาพร กล่าว

จากการดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจรของสหกรณ์เลี้ยงปลาบ้านต๊ำเมืองพะเยา จำกัด ทำให้สหกรณ์ฯสามารถตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้สมาชิกมีอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนสมาชิกเกิดความศรัทธาต่อสหกรณ์ฯ ที่สหกรณ์สามารถเป็นที่พึ่งของมวลสมาชิกได้ ส่งผลให้สมาชิกมีความกินดีอยู่ดี และมีสันติสุขในสังคม

ราชบุรีสะเทือน! ผู้ว่าฯถกด่วนปมที่ดินส.ป.ก.-เตรียมบุกพิสูจน์ฟาร์มไก่’ปารีณา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/453576

ราชบุรีสะเทือน! ผู้ว่าฯถกด่วนปมที่ดินส.ป.ก.-เตรียมบุกพิสูจน์ฟาร์มไก่'ปารีณา'

ราชบุรีสะเทือน! ผู้ว่าฯถกด่วนปมที่ดินส.ป.ก.-เตรียมบุกพิสูจน์ฟาร์มไก่’ปารีณา’

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 18.53 น.

พ่อเมืองราชบุรีเรียกประชุมด่วนทุกฝ่ายถกปมปัญหาถือครองที่ดินทั้งจังหวัด ขณะที่ป่าไม้-สปก.เตรียมลงพื้นที่ดินฟาร์มไก่ของ’ส.ส.ปารีณา’หลังตรวจสอบพบว่าส่อครอบครองไม่เป็นไปตามกฎหมาย

จากกรณีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. กรณี ฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์มของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ พบว่าอยู่เขต ส.ป.ก.กว่าพันไร่จากที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวในแผนที่แสดงตำแหน่งที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินบริเวณพื้นที่ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 หมู่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งยังเป็นชื่อนายทวี ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี บิดาของ น.ส.ปารีณา เป็นผู้ถือครองนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง ฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์มของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ตั้งอยู่ใน ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จ.ราชบุรี โดยพื้นที่ฟาร์มดังกล่าวอยู่ห่างจากถนนเข้าไปประมาณ 300 เมตร เป็นถนนพื้นที่ลูกรัง และที่หน้าฟาร์มไม่มีป้ายระบุชื่อฟาร์มไก่แต่อย่างไร มีแต่ข้อความเขียนไปไว้เพียงว่า พื้นที่ฟาร์มไก่ เท่านั้น และที่บริเวณด้านหน้าทางเข้ามีเจ้าหน้าที่ของฟาร์มดูแลประตูทางเข้าออกและ มีป้ายข้อความขนาดใหญ่เขียนระบุว่า ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต

ส่วนอีกป้าย ระบุว่า เขตควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพ ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ส่วนที่บริเวณตู้จดหมายมีป้ายข้อความกระดาษเขียนข้อความว่า ขี้ไก่ กก. ละ 16 บาทเท่านั้น  เมื่อผู้สื่อข่าวได้เดินเข้าไปสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ว่าผู้บริหาร หรือ คุณทวี ไกรคุปต์ เจ้าของอยู่หรือไหม ทางเจ้าหน้าที่ตอบเพียงสั้นๆว่าไม่อยู่ท่านยังไม่เข้ามา” นอกจากนี้ที่บริเวณหน้าฟาร์มยังไม่มีข้อความประกาศของทางราชการมาปิดไว้แต่อย่างไร ซึ่งการประกอบกิจการฟาร์มไก่ยังเป็นไปอย่างปกติ

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง ส.ป.ก.ราชบุรี เพื่อขอเข้าพบ นายสุรินทร์ หามนัสเวช หัวหน้าสำนักงานปฎิรูปที่ดิน (สปก.) ราชบุรี เพื่อสอบถามรายละเอียด ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า “ไม่อยู่ และไม่ทราบเบอร์โทรที่สามารถติดต่อได้”

จากนั้นจึงติดต่อไปยัง นายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้ จ.ราชบุรี เพื่อขอรายละเอียดข้อมูลพื้นที่ และการติดตามตรวจสอบ โดยได้รับคำตอบว่า พื้นที่ดินทั้งหมดจากข้อมูลที่มีการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่ามีการครอบครองที่ดินทั้งหมดจำนวน 1,706 ไร่ และวันนี้ 12 พ.ย.62 เวลา 10.00 น. นายชยาวุทธ จันทร ผวจ.ราชบุรี ได้ประชุมพร้อมด้วย นายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้ จ.ราชบุรี และ นายสุรินทร์ หามนัสเวชหัวหน้าสำนักงานปฎิรูปที่ดิน (สปก.) ราชบุรี เกี่ยวกับปัญหาการครอบครองที่ดินของรัฐทั่วไปในพื้นที่ จ.ราชบุุรี

ในส่วนของที่ดินของ ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ จากการตรวจสอบพบว่า เบื้องต้นพบเป็นพื้นที่ดิน สปก.จำนวน 800 ไร่ที่มีการแจ้งไว้ จากทั้งหมด 1,706 ไร่ ส่วนที่ดินที่เหลืออีกจำนวน 906 ไร่ นั้น จะต้องตรวจสอบว่าได้มาอย่างไร ซึ่งการครอบครองที่ดินทำกิน สปก.ผู้ครองครองจะได้รายละไม่เกิน 50 ไร่ และเกินจำนวน 100 กว่าไร่ขึ้นไปจะไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินได้ตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบการได้มาของที่ดินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ด้านนายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้ จ.ราชบุรี ยังกล่าวอีกว่า ในวันพรุ่งนี้ (13 พ.ย.62) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนัดกันเข้าไปตรวจสอบและชี้เขตที่ดิน เพื่อหาข้อมูลที่ชัดเจนซึ่งเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ตามคำสั่งของ นายกรัฐมนตรี ต่อไป ส่วนจะได้ผลประการใดคงต้องรอการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่โดยอย่างละเอียดก่อนพร้อมทั้งต้องมาตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ต่างๆ ถึงการครอบครอง และเอกสารอื่นๆ เพื่อความชัดเจน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เพื่อสอบถามรายละเอียดตามข้อเท็จจริง ซึ่ง ทาง น.ส.ปารีณา ตอบผู้สื่อข่าวสั้นๆเพียงว่า เมื่อวานให้สัมภาษณ์ไปหมดแล้ว

 

‘ปารีณา’งานเข้า! สปก.ราชบุรีบุกถึงบ้านขอดูหลักฐานที่ดินสปก.พรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/453573

'ปารีณา'งานเข้า! สปก.ราชบุรีบุกถึงบ้านขอดูหลักฐานที่ดินสปก.พรุ่งนี้

‘ปารีณา’งานเข้า! สปก.ราชบุรีบุกถึงบ้านขอดูหลักฐานที่ดินสปก.พรุ่งนี้

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 18.50 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงการให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงการถือครองที่ดินส.ป.ก.กรณีฟาร์มไก่เขาสนฟาร์มของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ว่า ทราบเรื่องการครอบครองที่ดินของบิดาน.ส. ปารีณาแล้ว เบื้องต้นคาดว่า พื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับส.ป.ก. โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีเป็นประธาน ซึ่งจะดำเนินการรังวัดและตรวจสอบแนวเขตในวันพรุ่งนี้(13 พ.ย.)

รายงานข่าวจากส.ป.ก.จังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่ าพื้นที่ส.ป.ก.1,454 ไร่ ถือครองโดยนายทวี ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี โดยบริเวณพื้นที่ตรงกลาง เป็นภูเขา อยู่ฝั่งซ้ายมือ อยู่ในเขตส.ป.ก.อ.สวนผึ้ง และขวามืออยู่ในเขตส.ป.ก.อ.จอมบึง ประมาณ 800 กว่าไร่ และเขตสวนผึ้ง 600 กว่าไร่ โดยพรุ่งนี้(13พ.ย.)ได้นัดผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ดำเนินการรังวัดที่ดินทั้งหมด นัดเวลาไว้ 09.00 น.

สำหรับพื้นที่ทั้งแปลงนี้ที่มีเกือบ 2 พันไร่ บางส่วนอยู่นอกเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นเขตป่าไม้สงวนแห่งชาติ และฟาร์มไก่ ของส.ส.ปารีณา อ้างว่าครอบครองมาหลายสิบปี ประมาณ 40 กว่าปี ก่อนยกให้พื้นที่ให้ประกาศเขตปฎิรูปที่ดิน

“ตอนนี้ส.ส.ปารีณาลูกสาวนายทวีทราบแล้วว่าฟาร์มไก่ อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซี่งในส่วนของส.ส.ปารีณา จะต้องมีหลักฐานมาแสดงว่ามีการครอบครองที่ดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ โดยได้นัดขอหลักฐานแล้ว แต่ส.ส.ปารีณา บอกว่าติดประชุมอยู่ที่กรุงเทพฯไม่สะดวกคุยโดยจะนัดกับ ส.ส.ปารีณาวันพรุ่งนี้(13 พ.ย.)ที่จ. ราชบุรี ที่บ้านของส.ส.ปารีณา“แหล่งข่าวระบุ

และว่า ในแผนที่แสดงเขตที่ดิน ส.ป.ก.ฟาร์มไก่ ซี่งเป็นฟาร์มปิด อยู่ด้านฝั่งอำเภอจอมบึง อยู่ในเขต ส.ป.ก.ประมาณ 800 ไร่ ส่วนที่เหลืออยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ และฝั่งอำเภอสวนผึ้งอยู่ในเขตส.ป.ก. ประมาณ 600 กว่าไร่ ทั้งนี้พื้นที่ทั้งหมดรวมพื้นที่ที่กรมป่าไม้รับผิดชอบด้วยก็เกือบ 2 พันไร่ จะต้องตรวจสอบว่ารายชื่อที่แจ้งการครอบครองว่าเป็นนอมินีหรือไม่

‘พ่อปารีณา’เดือด! บุกสภาโต้ปมลูกสาวรุกที่สปก. ซัดแหลกนี่คือฤทธิ์ของ’ทักษิณ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/453541

'พ่อปารีณา'เดือด! บุกสภาโต้ปมลูกสาวรุกที่สปก. ซัดแหลกนี่คือฤทธิ์ของ'ทักษิณ'

‘พ่อปารีณา’เดือด! บุกสภาโต้ปมลูกสาวรุกที่สปก. ซัดแหลกนี่คือฤทธิ์ของ’ทักษิณ’

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 17.43 น.

“พ่อปารีณา” ขอความเป็นธรรม ยัน ลูกสาวไม่บุกรุกป่าแต่ซื้อต่อจากเกษตรกร โอด เอ๋เจอเล่นแรงเหตุพูดถึง 2 อดีตนายกฯ

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ที่รัฐสภา นายทวี ไกรคุปต์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และบิดาของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปที่รัฐสภาเพื่อแถลงข่าวถึงกรณีน.ส.ปารีณาถูกร้องเรียนบุกรุกที่ดินป่าสงวน ว่า ความจริงลูกสาวอยากให้อยู่เฉยๆ แต่เห็นว่าข่าวดังกล่าวสร้างความเสียหายให้ลูกสาวและวงศ์ตระกูล ในฐานะที่ตนเป็นพ่อและรู้เรื่องนี้ดี จึงขอความเป็นธรรม ขอเรียนว่าน.ส.ปรีณาไม่ได้บุกรุกป่าสงวนตามที่ปรากฏเป็นข่าว เขาถือครองที่ดินแปลงดังกล่าวและทำประโยชน์เป็นเวลานานมาก

“สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้เพราะเอ๋เล่นแรง พูดถึงสองนายกฯหนีคดี ติดคุก เสวยสุขต่างประเทศ ลูกน้องติดคุกหัวโต เขากล้าพูด จึงสะท้อนว่าที่โดนร้องเรียนเป็นเกมการเมือง ทำให้เอ๋เสียหาย เป็นการดิสเครดิตกัน จึงขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาวด้วย และ คนที่ร้องก็รู้กันอยู่ว่าเป็นแกนนำของพรรคการเมืองใด เขาไม่ได้บุกรุก เขาเป็นเกษตรกร และไม่ใช่เกษตรกรเถื่อน” นายทวี กล่าว

นายทวี กล่าวอีกว่า เขาได้มาจากการซื้อต่อเกษตรกรที่ทำประโยชน์อยู่แล้ว เป็นที่ดินปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกสับปะรด จึงไม่ใช่ผู้บุกรุกใดๆทั้งสิ้น แต่ซื้อตามประมวลกฏหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 แต่มีการอ้างพ.ร.บ.ป่าไม้ ปี 2484 ซึ่งเขาไม่ได้นำกฏหมายที่ดินดังกล่าวมาประกอบ จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้นในขณะนี้ และที่บอกว่าน.ส.ปารีณาไม่ใช่เกษตรกร และไม่มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรถือว่าทำให้เสียหาย เพราะความจริงเขามีฟาร์มไก่ ฟาร์มวัวมานานแล้ว ถือว่าเป็นปศุสัตว์ ก็คือเกษตรกร จึงไม่เป็นธรรมที่กล่าวหากันแบบนี้

นายทวี กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าที่ดินครอบครองมานาน ได้มาโดยสุจริต ไม่ได้บุกรุก แต่ตอนออกประกาศเป็นที่ดินสปก.เมื่อปี 2537 พื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่เขตสปก.เพราะเขาเห็นว่ามีการครอบครองและทำประโยชน์อยู่แล้ว จึงไม่ประกาศให้เป็นสปก. ต่อมาปี 2554 ซึ่งกรมป่าไม้ยกที่ดินบริเวณดังกล่าวให้เป็นสปก. และทางสปก.ก็ประกาศเป็นเขตปฏิรูปในปีเดียวกัน แต่เราได้ทักท้วงไปแล้ว เพราะในพื้นที่ดังกล่าวได้ทำประโยชน์ทางปศุสัตว์ก่อนปี 2554 อยู่แล้ว จึงถือว่าเราครอบครองตามสิทธิ์ เราไม่ได้หัวหมอ เพราะทำปศุสัตว์ตั้งนานแล้ววไม่ใช่สร้างรีสอร์ทเหมือนวังน้ำเขียวที่เป็นการขัดวัตถุประสงค์ในการถือครองที่ดิน หากเห็นว่าน.ส.ปารีณาทำผิด ทำไมไม่แจ้งจับตั้งแต่ตอนนั้น แต่กลับเพิ่งมาเป็นประเด็นตอนนี้ ถือเป็นเกมการเมืองเล่นงานน.ส.ปารีณา นี่คือฤทธิ์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีกทั้งที่ร้องเรียนเรื่องนี้รู้กันอยู่ว่าเป็นแกนนำพรรคการเมืองใด ไม่ใช่ชาวบ้านเป็นผู้ร้อง เพราะเขารู้มานานแล้วว่า น.ส.ปารีณาเป็นเกษตรกร

รอด’ม.44’มาได้ไง? เช็คพิกัดโป๊ะเชะฟาร์มไก่’ปารีณา’กว่าพันไร่ อยู่ในเขต’ส.ป.ก.’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/453462

รอด'ม.44'มาได้ไง? เช็คพิกัดโป๊ะเชะฟาร์มไก่'ปารีณา'กว่าพันไร่ อยู่ในเขต'ส.ป.ก.'

รอด’ม.44’มาได้ไง? เช็คพิกัดโป๊ะเชะฟาร์มไก่’ปารีณา’กว่าพันไร่ อยู่ในเขต’ส.ป.ก.’

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 14.59 น.

“เลขาฯส.ป.ก.”เป็นงง ทำไมรอดม.44 ระบุตรวจสอบฟาร์มไก่ ปารีณา รุกที่ส.ป.ก.พันกว่าไร่ สั่งส.ป.ก.ราชบุรี เร่งเชิญตัวมาสอบปากคำก่อน ถ้าฟังไม่ขึ้น ต้องคืนยึดหลวงตามกฎหมาย เผย”ธรรมนัส”จี้ทุกจังหวัดเคาะพื้นที่บุกรุกยึดคืนทั่วประเทศ ลั่นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.)เปิดเผยว่าร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงการถือครองที่ดินส.ป.ก.กรณีฟาร์มไก่ เขาสนฟาร์มของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ พบว่าอยู่เขตส.ป.ก.กว่าพันไร่ จากที่ปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวในแผนที่แสดงตำแหน่งที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินบริเวณพื้นที่ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข85 หมู่6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งยังเป็นชื่อนายทวี ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี บิดาของน.ส.ปารีณา เป็นผู้ถือครอง โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้ากระบวนการกระจายสิทธิ ทั้งนี้ได้รายงานข้อเท็จจริงให้ร.อ.ธรรมนัส ทราบแล้วในการตรวจสอบเชิงพื้นที่

“ผมรายงาน รมช.ธรรมนัส แล้วท่านมีนโยบาย ยึดความโปร่งใสตรงไปตรงมาทำทุกแปลง ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ได้ให้สำนักกฎหมายส่วนกลางลงพื้นที่ ร่วมกับส.ป.ก.จังหวัดราชบุรี ตรวจสอบพิกัดขอบเขต ตรงไหนอย่างละเอียด และสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ เชิญน.ส.ปารีณา มาสอบถาม การเข้าอยู่พื้นที่นี้ มาอยู่ตั้งแต่ปีไหน ดูข้อเท็จจริงในพื้นที่ด้วยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ใช้เวลาเก็บรายละเอียด 2วัน หากน.ส.ปารีณา บอกอยู่มาก่อน ฟังขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่ขึ้นต้องคืนพื้นที่ตามหลักกฎหมายส.ป.ก.”นายวิณะโรจน์ กล่าว

เลขาธิการส.ป.ก.กล่าวว่าตอนนี้ได้ไล่ถามทุกจังหวัด เมื่อเกิดเหตุนี้ขึ้น จังหวัดอื่นมีแบบนี้อีกหรือไม่ เพราะมีข้อสังเกตุว่าเมื่อปี60 ส.ป.ก.ได้บังคับใช้ตามมาตรา44 ที่มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่36/60 ยึดคืนพื้นที่ส.ป.ก.แปลงใหญ่ถือครองเกินกว่า500ไร่โดยมิชอบด้วยกฎหมายทั่วประเทศ  ทำไมแปลงนี้จึงรอดมาได้ หลุดหูหลุดตาหรือเปล่า ตนสันนิฐานด้วยใจตัวเองและในช่วงนั้นตนยังไม่เข้ามาเป็นเลขาธิการส.ป.ก. ซึ่งตนยืนยันว่าทำทุกอย่างไม่มีนอกใน ตั้งแต่รมช.ธรรมนัส เข้ามาเป็นรมช.เกษตรฯได้แจกที่ดินให้คนยากจนไปแล้วเกือบทุกจังหวัด

“รมช.ธรรมนัส สั่งเป็นเรื่องเร่งด่วนทำสแกนรายละเอียดทุกจังหวัด เจอตรงไหน เคาะออกมาเข้าสู่การฟ้องร้องยึดคืนหลวงทั้งหมด ซึ่งเหตุครั้งนี้ ทำให้ต้องไปดูปัญหาว่ามีอย่างไร ทำไมส.ป.ก.จังหวัดไม่ดู ให้ทำรายงานเหตุและผล ถ้ามีปัญหาแบบนี้เยอะ จะต้องมีการบริหารจัดคนลงไปดูให้เต็มที่ พบครอบครองผิดกฎหมาย ต้องเอาคืนมา แจกให้พี่น้องประชาชน ผู้ยากไร้ที่ดินทำกิน แก้ปัญหาความยากจนเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล”นายวิณะโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ปัญหาบุคคลากรของส.ป.ก.มีน้อย มีนิติกรจังหวัดละ2คน ตอนนี้ได้จัดตั้งทีมส่วนกลาง ลงไปช่วยจังหวัดที่มีปัญหาบุกรุกมาก เพราะพื้นที่มีข้อจำกัดในการทำงาน ได้จัดทีมไปลุย ช่างนิติกร ช่างรังวัด ขณะนี้เข้าไปทำมาหลายพื้นที่ เช่นสวนปาล์ม จ.กระบี่ จะยึดคืนมาจัดสรรให้กับคนในพื้นที่ ได้ให้เวลาต้องเสร็จภายใน30ไร่ ส่วนสวนปาล์มจ.สุราษฏร์ธานี กำลังฟ้องยึดคืน และพื้นที่ส.ป.ก.จังหวัดภูเก็ต รีสอร์ทบุกรุกที่ส.ป.ก.กระจายไปหลายพื้นที่ล้วนทำเลทอง ทั้งอ.กระทู้ อ.กำมะลา อ.ป่าตอง ซึ่งผู้ว่าฯจ.ภูเก็ต เป็นเจ้าภาพไล่ตรวจสอบเริ่มมีทิศทางชัดเจน พื้นที่เป็นของใครกันแน่ ตั้งโต๊ะคุยกัน ทับซ้อนหน่วยงานไหน ใช้กฎหมายของหน่วยงานนั้นดำเนินคดีเข้ากระบวนการยึดคืน

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่าเมื่อยึดรีสอร์ทมาแล้วจะเข้ากองทุนส.ป.ก.ไปบริหารและปรับปรุง จัดเป็นพื้นที่อบรมให้เช่าราคาถูก ได้เงินรายได้เข้ากองทุน จะนำมาจัดทำสาธารณูปโภคในแปลงส.ป.ก.ให้สมบูรณ์ โดยจากนี้ในการจัดแปลงพื้นที่ส.ป.ก.ที่จะแจกให้คนยากจน ทุกแปลงจะต้องทำถนนสายหลัก ราดยาง หรือ คอนกรีต มีไฟ้ฟ้าใช้ ทำแหล่งน้ำ ไม่ใช่เป็นถนนลูกรังเละเทะ  แหล่งน้ำก็ไม่มี คนได้ที่ดินไปยังไม่รู้ทำอะไรกิน ตนสั่งทุกพื้นที่ก่อนแจกที่ดินโครงสร้างพื้นฐานต้องให้เสร็จสมบูรณ์ มีอาชีพและหาตลาดให้ด้วย

ส่วนรีสอร์ทวังน้ำเขียว 124แห่ง ได้แต่งตั้งปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา คนใหม่ให้นโยบายว่าต้องรื้อมาดูเอามาให้ทั้งหมด ยังค้างคดีไหนบ้าง สั่งให้ฟ้องยึดคืนทุกแปลงแล้ว ทั้งนี้แปลงใดที่ฟ้องไปนานแล้ว ไม่เดินหน้า ไปสะดุดตรงไหน ต้องหาพยานหลักฐานเพิ่มขึ้นหรือไม่ ให้เร่งดำเนินการอย่าปล่อยเรื้อรังแบบเดิมไม่ได้ รวมทั้งจะแก้กฎหมายส.ป.ก.ทำให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น บางพื้นที่เป็นประโยชน์การเกษตรก บางพื้นที่ทำเกษตรไม่ได้ เช่นเชิงผา เชิงเขา ต้องไปดูทำให้เกิดประโยชน์ทางสังคม ตอบสนองคนในพื้นที่ให้ได้  ต้องไม่อยู่อย่างผิดกฎหมายทุกที่เป็นไปตามกฎหมาย

นายวิณะโรจน์ กล่าวว่าสำหรับปัญหาความล่าช้าเกิดข้อพิพาทในการเพิกถอนพื้นที่สวนปาล์มจ.กระบี่ จากผู้ถือครอบครองเดิมโดยบริษัทอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม กว่า1หมื่นไร่ และปัจจุบันบางส่วนบริษัทยังเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์ม รวมทั้งมีม็อบ กลุ่มมวลชนจากนอกพื้นที่เข้าไปจับจองสวนปาล์มด้วย โดยล่าสุด รมช.ธรรมนัส สั่งการทำให้พื้นที่ให้เป็นที่ว่าง ทุกคนถอยออกมาหมด และจัดคนลงใหม่ จะต้องเสร็จใน30วัน ส่วนบางแปลงเอกชนไปร้องคัดค้าน ม.44 แต่ฟังไม่ขึ้น ได้จัดคนลงและปักแนวเขตส.ป.ก. ประเมินค่าความเสียหายฟ้องดำเนินคดีผู้บุกรุกที่รัฐ ซึ่งต้องทำให้พื้นที่ว่าง โดยผู้ว่าฯและคทช.มีมติ ขอจัดแปลงพื้นที่ให้คนกระบี่ก่อน ตามคุณสมบัติ

สำนักชลประทานที่6ขอความร่วมมืออปท. งดสนับสนุนค่าไฟฟ้าสถานีสูบน้ำท้ายเขื่อนอุบลรัตน์-จุฬาภรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/453454

สำนักชลประทานที่6ขอความร่วมมืออปท. งดสนับสนุนค่าไฟฟ้าสถานีสูบน้ำท้ายเขื่อนอุบลรัตน์-จุฬาภรณ์

สำนักชลประทานที่6ขอความร่วมมืออปท. งดสนับสนุนค่าไฟฟ้าสถานีสูบน้ำท้ายเขื่อนอุบลรัตน์-จุฬาภรณ์

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 14.45 น.

12 พฤศจิกายน 2562 นายศักดิ์ศิริ อยู่สุข ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 6 กล่าวว่า เขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนจุฬาภรณ์มีน้ำในเกณฑ์น้อย กรมชลประทานวางแผนบริหารจัดการไว้เฉพาะการอุปโภค-บริโภคเท่านั้น ไม่เพียงพอสำหรับการทำการเกษตร จึงได้ขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) งดสนับสนุนค่าไฟฟ้าแก่สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าซึ่งอยู่ริมแม่น้ำและลำห้วยท้ายเขื่อนเพื่อไม่ให้เกษตรกรสูบน้ำไปใช้ทำการเกษตร

สำหรับเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ปริมาตรเก็บกักต่ำสุดอยู่ที่ 581 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ขณะนี้น้ำในอ่างมีอยู่ 571 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 23 ของความจุอ่าง ดังนั้นจึงใช้น้ำก้นอ่างไปแล้ว 10 ล้านลบ.ม. จากแผนบริหารจัดการที่วางไว้ น้ำจะเพียงพอสำหรับการอุปโภค-บริโภคเท่านั้น โดยระบายวันละ 650,000 ลบ.ม. ซึ่งมั่นใจว่า เพียงพอไปจนถึงต้นฤดูฝนหน้าในเดือนกรกฎาคม 63 แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดคือ ไม่ให้มีการสูบน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรระหว่างทาง ในลำน้ำพองจากท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ไปบรรจบลำน้ำชีและจากลำน้ำชีไปถึงเขื่อนวังยาง จังหวัดมหาสารคามรวมระยะทาง 230 กิโลเมตร

ส่วนเขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ มีน้ำใช้การได้ 13 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 10 ของความจุอ่างซึ่งสงวนไว้เพื่อการทำน้ำประปาเท่านั้น จากท้ายเขื่อนจุฬาภรณ์จะต้องส่งน้ำให้ถึงการประปาที่อำเภอภูเขียว ระยะทาง 60 กิโลเมตรซึ่งต้องประสานอปท. งดสนับสนุนค่าไฟฟ้าแก่สถานีสูบน้ำระหว่างทางเช่นกัน เพื่อไม่ให้มีการสูบน้ำไปใช้ด้านอื่น ทางจังหวัดเตรียมประสานงานกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลหาแหล่งน้ำใต้ดินเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีน้ำสำรองไว้ที่เขื่อนห้วยกุ่ม 5 ล้านลบ.ม.

นายศักดิ์ศิริกล่าวถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า เป็นเขื่อนขนาดใหญ่แห่งเดียวในตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีน้ำใช้การมากถึงร้อยละ 74 ของความจุอ่าง รวม 1,467 ล้านลบ.ม. ซึ่งเพียงพอที่จัดสรรให้เกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และบางส่วนของอุบลราชธานีทำนาปรังและการเกษตรอื่นๆ โดยส่งน้ำวันละ 130,000 ลบ.ม. ทั้งนี้เขื่อนลำปาวปรับลดการระบายน้ำลงจากเดิมซึ่งระบายวันละ 2-3 ล้านลบ.ม. เมื่อฤดูนาปีเสร็จสิ้น ความต้องการใช้น้ำทางการเกษตรลดลงจึงเก็บกักน้ำในอ่างไว้ให้มากที่สุด

“หากสามารถควบคุมการใช้น้ำอย่างเคร่งครัดให้เป็นไปตามแผนบริหารจัดการที่วางไว้ มั่นใจว่า พื้นที่ 5 จังหวัดตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่ ขอนแก่น มหาสารคาม ชัยภูมิ  ยโสธร และร้อยเอ็ดจะมีน้ำใช้เพียงพอตลอดฤดูแล้งแน่นอน” นายศักดิ์ศิริกล่าว

‘โรคใบร่วง’ลามกินสวนยาง3.3แสนไร่ ‘เกษตรฯ’เตรียมบิน‘โดรน’พ่นยานำร่องนราธิวาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/453415

‘โรคใบร่วง’ลามกินสวนยาง3.3แสนไร่ ‘เกษตรฯ’เตรียมบิน‘โดรน’พ่นยานำร่องนราธิวาส

‘โรคใบร่วง’ลามกินสวนยาง3.3แสนไร่ ‘เกษตรฯ’เตรียมบิน‘โดรน’พ่นยานำร่องนราธิวาส

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 13.02 น.

‘โรคใบร่วง’ลามกินสวนยาง3.3แสนไร่ ‘เกษตรฯ’เตรียมบิน‘โดรน’พ่นยานำร่องนราธิวาส

12 พฤศจิกายน 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) สำรวจพื้นที่เสียหายจากโรคใบร่วงในยางพารา ซึ่งพบที่ จ.นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และตรัง รวมพื้นที่กว่า 330,000 ไร่แล้ว

สำหรับโรคนี้เป็นโรคอุบัติใหม่ซึ่งไม่เคยเกิดในยางพารา ต้นยางที่ติดโรคจะใบร่วง ส่งผลต่อการเจริญเติบโต และน้ำยางลดลงร้อยละ 30-50 ตั้งแต่พบการระบาดในเดือนกันยายน ประมาณการณ์ว่าผลผลิตยางลดลงกว่า 40,000 ตันแล้ว จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไข โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Pestalotiopsis sp. แพร่กระจายโดยลมและฝน หากมีมรสุมและฝนตกชุกในภาคใต้อีกครั้งจะทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดได้ยาก จึงเน้นย้ำให้หาแนวทางป้องกันไม่ให้ลุกลามในพื้นที่ปลูกยางทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้

ด้านนายกฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมฯได้ร่วมกับ กยท. ส่งเจ้าหน้าที่แนะนำเกษตรกรให้หมั่นสำรวจต้นยาง หากสังเกตเห็นทรงพุ่มไม่สดชื่น ใบเหลืองแจ้ง กยท.พื้นที่เพื่อตรวจสอบอาการ หากเป็นโรคใบร่วงต้องใส่ปุ๋ยบำรุงดินเพื่อให้ต้นยางพาราสมบูรณ์แข็งแรงและใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราได้แก่  Benomyl Hexaconazole Thiophanate Methyl Triadimefon และ Difenoconazole พ่นบริเวณทรงพุ่มยาง นอกจากนี้ยังพบเชื้อราชนิดเดียวกันในวัชพืชใต้ต้นยางจึงจำเป็นต้องฉีดพ่นสาร Thiophanate Methyl ลงพื้นดินด้วย

นอกจากนี้กำลังประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีพื้นที่เกิดโรคมากที่สุดเพื่อขออนุญาตฝ่ายความมั่นคงในการใช้อากาศยานไร้คนขับ(โดรน) ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อราในแปลงใหญ่ยางที่อำเภอแว้ง เป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากระดับทรงพุ่มต้นยางสูงถึง 15-20 เมตร รวมทั้งจะจัดหาเครื่องฉีดพ่นแรงดันสูงมาเสริม นอกจากพื้นที่ที่พบการระบาดแล้ว ยังจำเป็นต้องฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดเชื้อราในพื้นที่โดยรอบที่มีความเสี่ยงติดเชื้อด้วย หากสปอร์เชื้อราถูกลมพัดพาไปจะเกิดโรคในพื้นที่ใหม่ได้

นายกฤษดากล่าวต่อว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ร่วมประชุมทางวิชาการกับประเทศสมาชิกสภาวิจัยและพัฒนายางระหว่างประเทศ (IRRDB) ที่มาเลเซีย ขณะนี้ประเทศอื่นที่พบโรคใบร่วงได้แก่ อินโดนีเซียเสียหาย 2.3 ล้านไร่ มาเลเซีย 16,000 ไร่ อินเดีย ศรีลังกา 6,000 ไร่ นอกจากนี้ยังพบอาการใบร่วงของสวนยางในอินเดีย แต่ทางอินเดียระบุว่า เกิดจากเชื้อราสายพันธุ์อื่น ขณะนี้ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรงดเคลื่อนย้ายทั้งยางชำถุง กิ่งตา และใบออกนอกพื้นที่ระบาดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรนั้น ทางกยท. กำลังหาแนวทางที่เหมาะสมซึ่งอาจเป็นการจ่ายค่าชดเชยตามพ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย มาตรา 49 (5) ใช้งบประมาณของกยท. จ่ายให้เกษตรกร 3,000 บาทต่อราย  ส่วนอีกแนวทางหนึ่งที่กำลังพิจารณาคือ ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในการประกาศเขตภัยพิบัติซึ่งจะทำให้กรมส่งเสริมการเกษตรของบกลางจากรัฐบาลช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง หรืออาจสนับสนุนเป็นค่าสารป้องกันกำจัดเชื้อราและปุ๋ยบำรุงต้นยาง โดยอยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาด่วนที่สุด

บ่ายนี้รู้เรื่อง!‘ธรรมนัส’สั่งส.ป.ก.สอบที่ดิน‘ปารีณา’ ลั่นเช็คหมดไม่สนเป็นคนพปชร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/453398

บ่ายนี้รู้เรื่อง!‘ธรรมนัส’สั่งส.ป.ก.สอบที่ดิน‘ปารีณา’ ลั่นเช็คหมดไม่สนเป็นคนพปชร.

บ่ายนี้รู้เรื่อง!‘ธรรมนัส’สั่งส.ป.ก.สอบที่ดิน‘ปารีณา’ ลั่นเช็คหมดไม่สนเป็นคนพปชร.

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 11.07 น.

บ่ายนี้รู้เรื่อง!‘ธรรมนัส’สั่งส.ป.ก.สอบที่ดิน‘ปารีณา’ ลั่นเช็คหมดไม่สนเป็นคนพปชร.

12 พฤศจิกายน 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ระบุพร้อมถูกตรวจสอบที่ดิน ภบท.5 กว่า 1,700 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่า ตนได้มอบหมายให้เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) ตรวจสอบที่ดินแปลงดังกล่าวของ น.ส.ปารีณา ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และเป็นที่ดินที่เข้าสู่ขั้นตอนการปฏิรูปที่ดินแล้วหรือไม่ หากพบว่าเข้าสู่การปฏิรูปที่ดินแล้วต้องตรวจสอบว่าเดิมที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของใคร อยู่ในกำกับดูแลของหน่วยงานใด เพราะบางพื้นที่อาจอยู่ในการครอบครองของชาวบ้านมาก่อน จึงต้องดูว่าการที่ที่ดินอยู่ในระหว่างครอบครองกับการบุกรุกนั้นต่างกัน จากนั้นให้รายงานผลการตรวจสอบมาให้ตนทราบในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ จากนั้นจึงจะพิจารณาว่าจะให้ น.ส.ปารีณา ส่งเอกสารข้อมูลต่างๆมาชี้แจงด้วยหรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตว่าน.ส.ปารีณา อยู่พรรคพปชร.จะมีการตรวจสอบเต็มที่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ยืนยันต้องทำตามกฎหมายทุกอย่าง

เมื่อถามว่าบุคคลที่เข้าไปทำกินไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรตั้งแต่ต้น สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ต้องไปตรวจสอบวัตถุประสงค์ว่ามีข้อกำหนดหรือข้อยกเว้นในการเข้าไปใช้พื้นที่อย่างไรบ้าง

ส่วนที่มีการเปรียบเทียบที่ดินของ น.ส.ปารีณา กับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ที่ดินนางสมพร เป็นพื้นที่ป่าชุมชน

‘ปารีณา’ลุ้น!ทส.ดีเดย์2วันรู้เรื่อง ที่ดิน1.7พันไร่เป็นเขต‘ป่าไม้-ส.ป.ก.’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/453373

‘ปารีณา’ลุ้น!ทส.ดีเดย์2วันรู้เรื่อง ที่ดิน1.7พันไร่เป็นเขต‘ป่าไม้-ส.ป.ก.’

‘ปารีณา’ลุ้น!ทส.ดีเดย์2วันรู้เรื่อง ที่ดิน1.7พันไร่เป็นเขต‘ป่าไม้-ส.ป.ก.’

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 09.29 น.

‘ปารีณา’ลุ้น!ทส.ดีเดย์2วันรู้เรื่อง ที่ดิน1.7พันไร่เป็นเขต‘ป่าไม้-ส.ป.ก.’

12 พฤศจิกายน 2562 ที่ จ.กาญจนบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(รมว.ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ยินดีให้ตรวจสอบที่ดิน ภบท.5 กว่า 1,700 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่า ตอนนี้ได้ให้กรมป่าไม้ตรวจสอบว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร เพราะที่ดิน ภบท.นั้น มีอยู่มากมายเหลือเกิน ในเบื้องต้นต้องดูก่อนว่าพื้นที่ที่ดินดังกล่าว 1,700 ไร่นั้น เป็นของหน่วยราชการใดที่เป็นคนรับผิดชอบ ป่าไม้ หรือ ส.ป.ก.

“ถ้าเป็นของกรมป่าไม้ก็ต้องมาพิจารณากันว่าหลักเกณฑ์การได้มานั้น ได้มาตั้งแต่เมื่อไร อย่างไร แล้วถึงว่ากันตามระเบียบเพราะทุกอย่างเขียนไว้ชัดเจน ไม่มีอะไรซับซ้อนเช่นกัน คงต้องใช้เวลาตรวจสอบ อีก 1-2 วัน เนื่องจากขณะนี้ประชุมคณะรัฐมนตรีกันอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี” นายวราวุธ กล่าว

ลุ่มแม่โขง-ล้านช้างจับมือบริหารทรัพยากรน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/453209

x

ลุ่มแม่โขง-ล้านช้างจับมือบริหารทรัพยากรน้ำ

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยหลังร่วมประชุมคณะทำงานร่วมสาขาทรัพยากรน้ำสมัยวิสามัญ ครั้งที่ 3 ตามกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong – Lancang Cooperation : MLC) ที่นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า กรอบความร่วมมือดังกล่าวสำคัญต่อประเทศลุ่มแม่น้ำโขงมาก ในฐานะเป็นเวทีในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงสามารถพบปะหารือกับประเทศต้นน้ำ คือ จีน ในประเด็นความร่วมมือด้านน้ำ ทั้งด้านเทคนิคและนโยบาย สาระสำคัญการประชุมครั้งนี้เพื่อหารือ 3 ประเด็นหลัก คือ 1.เตรียมจัดประชุมโต๊ะกลมสำหรับระดับรัฐมนตรีด้านจัดการทรัพยากรน้ำ (MLC) ครั้งที่ 1 ช่วงต้นเดือนธันวาคม ณ กรุงปักกิ่งของจีน 2.พิจารณาถ้อยแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) นำไปสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือด้านน้ำระหว่างประเทศให้เป็นรูปธรรม ซึ่งสทนช.จะสรุปผลประชุมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบให้รัฐมนตรีด้านน้ำของไทยเข้าประชุม 6.รัฐมนตรีด้านน้ำภายใต้กรอบความร่วมมือน้ำแม่โขงและล้านช้างที่จีน และ 3.ที่ประชุมพิจารณาลำดับความสำคัญของกิจกรรมโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการ 5 ปี สาขาทรัพยากรน้ำ ซึ่งฝ่ายไทยเสนอโครงการที่จะดำเนินการปี 2562 รวมถึงยังเสนอให้สนับสนุนงบวิจัยร่วมกับประเทศสมาชิก เพื่อหาสาเหตุที่ส่งผลทำให้ระดับน้ำโขงลดลงด้วย

“การประชุมคณะทำงานฯ ภายใต้กรอบ MLC ถือเป็นเวทีสำคัญด้านยุทธศาสตร์ ไทยสนับสนุนและมีส่วนร่วมดำเนินงานของคณะทำงานฯ และทำแผนปฏิบัติการ 5 ปี โดยสทนช. เป็นหน่วยงานหลักมุ่งเน้นผลักดัน ความร่วมมือด้านการบริหารทรัพยากรน้ำผ่านการวิจัย รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลอุทกวิทยาทันท่วงที สม่ำเสมอ และครอบคลุมตลอดปีซึ่งสำคัญมากสำหรับประเทศท้ายน้ำในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะปัจจุบันที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงในปี 2560 ไทยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก MLC ดำเนินโครงการความร่วมมือข้ามพรมแดนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากการศึกษาไทยสนับสนุนให้ตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญ หรือคณะที่ปรึกษา เพื่อกำหนดหลักการแบ่งปันข้อมูลน้ำ รวมทั้งขั้นตอนแลกเปลี่ยนเสริมสร้างศักยภาพให้สมาชิก และพัฒนาให้เป็นระดับ Working Committee ซึ่งไทยจะนำเสนอผลการศึกษาต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีในเดือนธันวาคมด้วย”ดร.สมเกียรติ กล่าว

นอกจากนี้ จะใช้โอกาสนี้หารือร่วมกับจีน เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์น้ำของจีนและไทยช่วงฤดูแล้งเพื่อให้การวิเคราะห์คาดการณ์สถานการณ์น้ำโขง รวมถึงลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงได้ตลอดปี รวมถึงต้นสัปดาห์หน้า สทนช.จะหารือกับลาวเพื่อทำความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลน้ำ แผนบริหารจัดการน้ำโดยตรงเพื่อความรวดเร็ว ทั้งนี้ สทนช.จะนำเสนอสถานการณ์น้ำโขง ประเด็นปัญหาภัยแล้งที่เกิดในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงทั้งจีน ลาว และไทย เข้าคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบกับการประกอบอาชีพของประชาชน และโครงสร้างที่ติดกับลำน้ำโขงฝั่งไทย 8 จังหวัดโดยเร่งด่วนต่อไป