‘ธรรมนัส’หนุนแบน3สารพิษ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ส.ป.ก.แปลงใหญ่ทำเกษตรอินทรีย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/447057

news_default

‘ธรรมนัส’หนุนแบน3สารพิษ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ส.ป.ก.แปลงใหญ่ทำเกษตรอินทรีย์

วันอาทิตย์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 18.06 น.

“ธรรมนัส”หนุนแบน3สารพิษ ปรับเปลี่ยนพื้นที่ส.ป.ก.แปลงใหญ่ทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมลุยกวาดล้างอิทธิพลยึดคืนที่สวนปาล์มบุกรุกส.ป.ก.กระบี่-สุราษฎร์ฯ

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีเรื่องแบน 3 สารพิษ ว่า ส่วนตัวสนับสนุนเกษตรอินทรีย์อยู่แล้ว มึนโยบายใช้ที่ดินแปลงใหญ่ของ ส.ป.ก.จัดสรรให้เกษตรกรทำการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งขณะนี้ได้ใช้แปลงที่บ้านบางเจริญ หมู่ที่ 5 ต.เหนือคลอง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ นำร่อง โดยน้อมนำเอาศาสตร์พระราชาเศษรฐกิจพอเพียงมาใช้ทำการเกษตรผสมผสาน

เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และกรมป่าไม้ได้ให้บริษัท จิตรธวัชสวนปาล์ม จำกัด ใช้ประโยชน์ในการปลูกปาล์มน้ำมัน และได้หมดอายุการอนุญาต เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2543 ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2552 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่ ต.เขาเขน ต.เขาต่อ อ.ปลายพระยา และ ต.นาเหนือ ต.เขาใหญ่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน โดยชาวชุมชนตำบลนาเหนือ มีความต้องการแหล่งน้ำชุมชนเพื่อการเกษตร และมีการทำประชาพิจารณ์ของชุมชนผ่านทางองค์การบริหารส่วนตำบลนาเหนือ ให้มีการของบประมาณจากกรมพัฒนาที่ดิน ผ่านสถานีพัฒนาที่ดินกระบี่ และได้ขออนุญาตใช้พื้นที่กับสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ เพื่อก่อสร้างแหล่งน้ำขนาด 77,000 ลูกบาศก์เมตร ดำเนินการในปี 2558 และในปี 2560 ได้วางระบบท่อส่งน้ำความยาว 3,000 เมตร และจัดทำโครงการนำร่องการบริหารจัดการดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง โดยการปรับสภาพพื้นที่และแบ่งเป็นแปลงย่อยขนาด 2 ไร่ จำนวน 60 แปลง รวมพื้นที่ที่ขออนุญาตใช้จากสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ จำนวนกว่า 215 ไร่

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จะดำเนินการยึดคืนที่ดินที่ถูกครอบครองโดยมิชอบกลับคืนมาจัดสรรให้กับเกษตรกรที่ไร้ที่ทำกินทั้งหมด และจะจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็ว เดินหน้าแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ไม่ยอมออกจากพื้นที่ ส.ป.ก.ยังถือครองทำสวนปาล์มน้ำมันหลายพันไร่ จ.กระบี่ และ จ.สุราษฎร์ธานี

‘ธรรมนัส’มอบส.ป.ก. 4-0กระบี่ หนุนเกษตรกรมีที่ทำกิน สร้างรายได้ สร้างอาชีพแก่ชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446933

‘ธรรมนัส’มอบส.ป.ก. 4-0กระบี่ หนุนเกษตรกรมีที่ทำกิน สร้างรายได้ สร้างอาชีพแก่ชุมชน

วันเสาร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 19.36 น.

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีมอบหนังสืออนุญาตการเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) จำนวน 335 ราย ณ โรงเรียนพนมเบญจา ตำบลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ และลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จังหวัดกระบี่ ว่า พื้นที่ของบริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) ที่ได้บุกรุกครอบครองและทำประโยชน์ด้วยการปลูกปาล์มน้ำมัน เนื้อที่รวมประมาณ 11,907 ไร่ แบ่งเป็น 2 แปลง ซึ่งในวันนี้ได้เข้ามาติดตามความก้าวหน้าในแปลงที่ 2 มีเนื้อที่ประมาณ 7,186 ไร่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ส.ป.ก. ได้ดำเนินการประกาศเป็นพื้นที่เป้าหมายในการยึดพื้นที่คืนตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 36/2559 แปลง No.601 เนื้อที่ประมาณ 973 ไร่ และจะเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ส่วนที่เหลือเพื่อประกาศเป็นเป้าหมายยึดคืนต่อไป

ทั้งนี้ สปก .จะ ต้องเร่งคัดเลือกเกษตรกร และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่ดำเนินการให้มีความพร้อม เพื่อให้สถาบันเกษตรกร ได้เข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดิน และเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์สามารถดำรงชีวิต และประกอบอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่ได้จริง ทั้งนี้ ควรสนับสนุนการพัฒนาอย่างครบวงจรให้ตรงตามความต้องการของเกษตรกร ส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานบูรณาการจนเกิดเป็นรูปธรรมในพื้นที่ ทั้งด้านการผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์ จนถึงการพัฒนาด้านการตลาด โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา เน้นเกษตรกรเป็นศูนย์กลางในการรับประโยชน์ ตลอดจนสนับสนุนกระบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัยแก่กลุ่มเกษตรกร ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และขับเคลื่อนการจัดทำแผนการผลิตภายใต้แนวทางการตลาดนำการผลิตและโครงการเกษตรแปลงใหญ่ด้วย

สำหรับแปลงที่ 1 ของบริษัท สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) นั้น ส.ป.ก. ได้ดำเนินการนำพื้นที่เสนอเข้าคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ (คปจ.กระบี่) พิจารณาพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการจัดที่ดิน โดยให้มีอัยการจังหวัด หรือยุติธรรมจังหวัดเข้าร่วมเป็นคณะทำงานด้วย เพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการสอบสวนสิทธิ์เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน

ในโอกาสนี้ รมช.ธรรมนัส ได้เป็นประธานในการมอบเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4-01 ให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จำนวน 335 ราย ณโรงเรียนพนมเบญจา อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ด้วย

‘มนัญญา’กางปฏิทิน!จบศึกเคาะปิดตาย1ธ.ค.62แบน3สารพิษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446886

news_default

‘มนัญญา’กางปฏิทิน!จบศึกเคาะปิดตาย1ธ.ค.62แบน3สารพิษ

วันเสาร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.46 น.

“มนัญญา” ลั่นแบน3สารวันที่1ธ.ค.62 เร่งเดินส่งหนังสือถึงนายกฯรมว.3กระทรวงด้วยตนเอง ให้ทันเข้าที่ประชุมกก.วัถตุอันตราย22ต.ค.นี้  พร้อมเชิญสื่อร่วมนั่งเฝ้าหน้าห้องรอมติ เพื่อดูเจตนาและความมีมนุษยธรรม ชี้หากทุกฝ่ายทำในสิ่งที่ถูกต้องประเทศไทยจะรุ่งโรจน์มาก 

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2562 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าหลังจากออกจากรพ.สมิติเวชเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ได้รีบมารวบรวมเอกสารเพื่อแบน 3 สารเคมี คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต เสนอ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร และสหกรณ์ ลงนามตามขั้นตอนก่อนส่งให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรม โดยเอกสารทั้งหมดได้ทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว และไปยื่นให้รมว.เกษตรฯด้วยตนเอง ที่ห้องทำงานท่านรัฐมนตรีว่าการฯได้ทราบว่า ท่านเดินทางไปจ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงต้องรอให้ท่านรมว.เกษตรฯมาลงนามก่อนจึงส่งไปหน่วยงานนอกกระทรวงได้  ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะไปเดินหนังสือเอกสารการแบน 3 สาร ด้วยตนเอง ไปส่งถึงท่านนายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ลงนามเพื่อให้ทันวันที่ 22 ต.ค.ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย

“ดิฉันจะไปนั่งเฝ้าห้องประชุม รอฟังผลมติของที่คณะกรรมการฯพร้อมเชิญสื่อมวลชนไปร่วมฟังด้วยกัน โดยรัฐมนตรี 3 กระทรวงมีความเห็นตรงกันที่ขอให้การลงมติของคณะกรรมการฯทุกท่านเป็นไปอย่างเปิดเผยถึงความเห็นว่า แบนหรือไม่แบน แต่ละรายมีเหตุผลอย่างไรให้สาธารณะชนรับทราบอย่างชัดเจน” รมช.เกษตรฯ กล่าว

รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า ช่วงนี้รมว.เกษตรฯกำลังอ่านเอกสาร โดยในวันที่13 ต.ค.ดิฉันไปเปิดงานที่จ.อุทัยธานี และเป็นตัวแทนรมว.เกษตรฯเดินไปประชุมที่ประเทศบูรไน วันที่14 ต.ค.จะเร่งกลับมาก่อนถึงไทยในวันที่ 17 ต.ค.เพื่อมาเร่งดำเนินการให้เสร็จ ส่วนคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะมีมติอย่างไรนั้น เชื่อว่า ของทุกอย่างอยู่ที่ความเป็นมนุษยธรรม และต้องดูที่เจตนาของคณะกรรมการ

“ขณะนี้พี่มาดูงานสหกรณ์ปากพะยูน จ.พัทลุง แม้แต่เกษตรกรภาคใต้ เข้ามายื่นหนังสือสนับสนุนยกเลิกใช้สารเคมี เพราะเกษตรกรหลายพื้นที่ไม่ใช่สารเคมีมานานแล้ว ทุกคนตื่นตัวมากขึ้น ซึ่งนโยบายของพี่ ทำจากข้างล่างขึ้นสู่ข้างบน เอาความต้องการทุกคนขึ้นจากพื้นที่เป็นหลักจะทำงานให้กับชุมชนได้ทุกอย่างถูกจุด” น.ส.มนัญญา กล่าว

น.ส.มนัญญา กล่าวถึงกรณีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จ.อุทัยธานี และเป็นพี่ชาย ตนเองไม่พอใจข้าราชการไม่ปฏิบัติตามนโยบายว่า คงโมโห ที่เห็นพี่ป่วยจากความเครียด ทั้งทำงานหนัก และโดนกดดันมาตลอดเรื่องแบน3สาร ยังตระเวนไปตรวจบริษัทนำเข้าสาร ต้องทวงเอกสารสตอกสารด้วยตนเอง จากหน่วยงานที่พี่ดูแลด้วย ท่านจึงหงุดหงิด และไม่เข้าใจข้าราชการ ที่ผ่านมาอนุญาตให้สารเคมีเข้ามาขายเป็นร้อยๆบริษัท หลายร้อยชนิดในท้องตลาด ทั้งที่รู้ว่า เป็นสารเคมีที่ทิ้งแล้วของต่างประเทศ เทมาราคาถูกๆไปเอาเข้ามาบ้านเรา ถึงขนาดนี้แล้วพี่น้องประชาชนทั่วประเทศเขาไม่ยอมรับ ซึ่งประเทศไทยจะต้องเลิกวันที่ 1ธ.ค.นี้ ก่อนที่ประเทศมาเลเซีย แบนสารวันที่ 1 ม.ค.63 ในส่วนงานต่อจากนี้จะไปตรวจด่านพืชผัก 3 ด่าน ที่ภาคเหนือ ซึ่งน่าแปลกใจไม่มีเครื่องตรวจสารพิษ ในพืชผัก ผลไม้ ที่ทะลักเข้ามาทุกวัน ก่อนหน้านี้ไปตรวจมะพร้าว นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย พบมะพร้าวมีงอก จึงไล่มะพร้าวกลับประเทศต้นทางทั้งหมด ผู้นำเข้าโทรหาพี่ชาดา ให้ช่วยแต่พี่ชาดา ปฏิเสธหมดบอกว่า คนทำผิดกฎหมาย ไม่ต้องมาขอ และไม่ช่วยเด็ดขาด ส่งผลให้วันนี้มะพร้าวไทยราคาสูงขึ้น จากเดิมผลละ5 บาทเป็น 15 บาทแล้ว

“ พี่ยืนยันว่า หากทุกฝ่าย ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ประเทศไทยจะรุ่งโรจน์อีกมาก ประชาชนส่งกำลังใจให้พี่ต่อสู้กับเรื่องที่ผิด เขายกย่องพี่เป็นวีรสตรี ซึ่งการยกเลิกใช้สารเคมี ถึงเวลาแล้วประเทศไทย ต้องทำจริงๆ พี่เตรียมมาตรการดูแลเกษตรกร รักษาแหล่งปลูกพืชผักปลอดสารเคมีในประเทศอยู่รอดได้ มีความเป็นอยู่ดีมากขึ้นด้วยกว่าที่ผ่านมา แค่ผลิตให้คนกินในประเทศยังไม่พอ ต่อไปค่อยขยายส่งออก  จากนี้หน่วยงานกระทรวงเกษตรฯต้องคิดให้ดีทำให้ถูก” รมช.เกษตรฯ กล่าว

น.ส.มนัญญา กล่าวถึงอาการก่อนเข้ารักษาตัวรพ.สมิติเวช ว่า จากจมูกบวม เกิดอาการแน่นจมูก ไปถึงหน้าผาก และปวดหัวจนเส้นขึ้น ลามไปลงกระเพาะ ไปใหญ่โต ก่อนหน้านี้ที่จะป่วยได้ไปตรวจสารเคมีที่โรงงาน ซึ่งแต่ละโรงไม่ได้มีแค่3สาร เพราะนำเข้าส่งออก ไม่เสียภาษี ยกเหตุเรื่องช่วยลดต้นทุนการเกษตร ทั้งได้ไปเข้าดูสตอกต่างๆ ทีมงานที่ไปด้วยทุกคนต่างบอกว่ากลิ่นแรงมากติดเสื้อผ้า จนแสบจมูก และล่าสุดได้มีผู้บริโภคแจ้งว่าขอให้เร่งจับ น้ำยาตัวหนึ่งลักษณะเป็นน้ำข้นๆ ซึ่งพ่อค้าได้นำน้ำยาตัวนี้มาให้เจ้าของสวนผัก ถึงแปลงผัก โดยให้จุ่มผักกองไว้เพื่อให้ผักสดใบเขียวคงทนอยู่ได้นานโดยไม่เหี่ยว ส่งรถมารับผักขึ้นมาส่งที่ตลาดกลางหลายแห่งใกล้กรุงเทพฯ ตนจะไปจับสารเคมีตัวนี้พิสูจน์ว่า มีความเป็นพิษต่อสุขภาพอย่างไรหรือไม่เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและเกษตรกร

‘ประภัตร’เตือนคนไทยญี่ปุ่น!เกาะติด‘ฮากิบิส’ยันปลอดภัยดีกลับ14ตุลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446857

news_default

‘ประภัตร’เตือนคนไทยญี่ปุ่น!เกาะติด‘ฮากิบิส’ยันปลอดภัยดีกลับ14ตุลา

วันเสาร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 13.04 น.

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2562  ที่ประเทศญี่ปุ่น นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนและคณะเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อหารือความร่วมมือด้านเกษตรและตรวจเยี่ยมตลาดปลาโทโยสุ ที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นประกาศแจ้งเตือน ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ฮากิบิส ที่คาดว่า จะเคลื่อนผ่านหมู่เกาะโองาซาวาระ มุ่งหน้ามายังภูมิภาคคันโต ทางตะวันออกของเกาะฮอนชู ญี่ปุ่น รวมทั้งกรุงโตเกียว เมืองหลวง ในคืนวันเสาร์ที่ 12 ต.ค. เข้าเช้าวันอาทิตย์ที่ 13 ต.ค. คาดการณ์ว่า ความรุนแรงของพายุลูกนี้ จะเทียบเท่าเฮริเคนระดับ 5 อาจจะใหญ่ และรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก นั้น อย่างไรก็ตามขอให้พี่น้องชาวไทยที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ตามประกาศของรัฐบาลญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัย

ในส่วนของตนและคณะ นั้นทางการญี่ปุ่นส่งเจ้าหน้าที่คอยดูแลภายในโรงแรมที่พัก ซึ่งปลอดภัยดี และต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่แสดงความห่วงใยตน และคณะอยู่ตลอดเวลาเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามคาดว่า  จะสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้ในวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคมนี้

ชี้ชะตา3สารพิษ กก.วัตถุอันตรายถก22ต.ค. รอแค่ก.เกษตรชงเรื่องแบน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446801

news_default

ชี้ชะตา3สารพิษ กก.วัตถุอันตรายถก22ต.ค. รอแค่ก.เกษตรชงเรื่องแบน

วันเสาร์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คณะกรรมการวัตถุอันตราย นัดประชุม 22 ตุลาคมนี้ หากกระทรวงเกษตรฯยื่นเรื่องขอยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตรายเข้ามา จะบรรจุในวาระพิจารณาทันที ด้าน“สุริยะ” เชื่อส่งเข้ามาทันตามกำหนด ขณะ“ลูกชายมนัญญา” ยันคุณแม่พร้อมเดินหน้าแบน 3สารพิษ ให้มีผล 1 ธันวาคมนี้

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายประกอบ วิวิธจินดา รักษาการอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตราย กล่าวถึงความคืบหน้าการยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตราย คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ว่า คณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้นัดประชุมวันที่ 22 ตุลาคมนี้ โดยมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ฉบับเดิม พ.ศ.2535 จะพิจารณาตามที่หน่วยงานต่างๆ ยื่นเรื่องเข้ามาแล้ว เช่น กรอ., กรมปศุสัตว์ , สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอพิจารณากฎหมายลูกที่จะรองรับพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)วัตถุอันตรายฉบับใหม่ พ.ศ.2562 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเรื่องการยกเลิก 3 สารพิษ จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยื่นเข้ามา ซึ่งหากยื่นก่อนวันที่ 22 ตุลาคม คณะกรรมการฯ พร้อมจะบรรจุในวาระการพิจารณาทันที

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ลงมติเปิดเผยต่อสาธารณะชน ช่วงโหวตยกมือให้แบน 3 สารเคมีนั้น นายประกอบ กล่าวว่า โดยปกติที่ประชุมจะเปิดเผยมติจำนวนเสียงของคณะกรรมการที่โหวตอยู่แล้วว่า มีมติเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงมีจำนวนเท่าไร แต่ถ้าจะให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการแต่ละรายว่า ใครออกเสียงอย่างไรนั้น ต้องมีการหารือในที่ประชุมอีกครั้งหนึ่งว่า ยินยอมให้เปิดเผยรายชื่อต่อสาธารณะหรือไม่ เพราะถือเป็นเรื่องสิทธิเฉพาะบุคคล หากคณะกรรมการยินดี ก็พร้อมที่จะเปิดเผยรายชื่อได้

“ผมไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะทุกอย่างเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายฯ ถ้าภายในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ทางกระทรวงเกษตรฯ ยังไม่เสนอเรื่องมา ก็จะไม่สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ แต่ทางคณะกรรมฯ ก็สามารถเรียกประชุมใหม่ได้ภายในเดือนตุลาคมได้เช่นกัน โดยให้คณะกรรมการทั้ง 29 รายมีความพร้อมร่วมกัน แต่ถ้าส่งมาหลังวันที่ 27 ตุลาคม พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฯ ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ จะเปลี่ยนประธานเป็น รมว.อุตสาหกรรม มีคณะกรรมการ 27 ราย” นายประกอบ กล่าว

ทางด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องการยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตราย จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทางคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้แจ้งว่าจะมีประชุมในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า กระทรวงเกษตรฯ จะส่งเรื่องเข้ามาพิจารณาทันในวันดังกล่าว

ขณะที่ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ส.ส.จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และลูกชาย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ เปิดเผยว่าคุณแม่ออกจาก รพ.สมิติเวช ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 10 ตุลาคม เพื่อมาเร่งดูเอกสารข้อมูลในการแบน 3 สารเคมีอันตราย เสนอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พร้อมลงนามในมติแบน3สาร ให้มีผลวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ส่งไปยังคณะกรรมการวัถตุอันตรายแล้ว ซึ่งในวันนี้คุณแม่เดินทางไปจ.พัทลุง เพื่อดูงานสหกรณ์การเกษตร ปากพะยูน ตรวจเยี่ยมโครงการฝึกอบรมเกษตรกรสมาชิก ผสมปุ๋ยใช้เอง

“ไปเยี่ยมคุณแม่ที่โรงพยาบาลเมื่อวานผมดีใจเห็นหน้าตาท่านสดใสขึ้นแล้ว ท่านบอกพักสองวัน มีแรงลุยงานของกระทรวงเกษตรฯ แก้ปัญหาเกษตรกรได้เต็มที่ พร้อมเดินหน้าแบน3สารเคมีจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ”นายเจเศรษฐ์ ย้ำ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีคำสั่งให้เปลี่ยนตัวกรรมการวัตถุอันตรายในส่วนผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ นายเจเศรษฐ์กล่าวว่าไม่ทราบว่าคุณแม่ทราบเรื่องนี้ หรือไม่ แต่คุณแม่เป็นคนจริงจังมากทุกเรื่อง เมื่อลงมือทำอะไรแล้วต้องให้จบและสำเร็จ ไม่ยอมปล่อยในเรื่องที่ผิดเด็ดขาด

‘มนัญญา’ลุยยกสอง! ยื่นหนังสือถึง’เฉลิมชัย’ให้เซ็นยกเลิก 3 สารพิษ มีผล1ธันวาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446810

news_default

‘มนัญญา’ลุยยกสอง! ยื่นหนังสือถึง’เฉลิมชัย’ให้เซ็นยกเลิก 3 สารพิษ มีผล1ธันวาฯ

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 20.58 น.

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 มีรายงานว่า นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำบันทึกข้อความ ที่ กษ.0100/5227 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2562 เรื่อง แจ้งผลการลงมติคณะทำงานเพื่อพิจารณาความคิดเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิกคลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต  ถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยหนังสือดังกล่าว ระบุว่า ตามที่หนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งว่านายกรัฐมนตรีบัญชาให้พิจารณาดำเนินการหารือกับ 4 ภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหา วิธีการ ผลกระทบ เพื่อจะได้เข้าใจกัน โดยหาวิธีซึ่งไม่ใช่รัฐบาลเอื้อประโยชน์ผู้นำเข้าสาร 3 ประเภท และคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯเป็นหน่วยงานหลักในการนำบัญชานายกรัฐมนตรีไปดำเนินการนั้น กระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินการประชุมแล้วเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 มติของคณะทำงานที่เข้าประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ให้ปรับพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็น วัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และโปรดพิจารณาส่งมติข้างต้น ให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายโดยด่วนต่อไป

งานนี้ส่อเดือด! ‘มนัญญา’ยอมรับ27ตุลาฯนี้ ยังไม่ชัวร์100%’แบน’สารพิษหรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446769

news_default

งานนี้ส่อเดือด! ‘มนัญญา’ยอมรับ27ตุลาฯนี้ ยังไม่ชัวร์100%’แบน’สารพิษหรือไม่

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 19.10 น.

‘มนัญญา’ มาแล้ว! สัมมนาภท.สัญจรพัทลุง รับซมปม3สารพิษมีส่วนทำเข้ารพ. เชื่อ‘รมว.เกษตรฯ‘ เซ็นลงนาม 4 ฝ่าย  แต่ไม่ชัวร์แบนหรือไม่ ขอทุกฝ่ายเปิดหน้าคุย อย่าใช้อารมณ์ ยันต้องลงมติเปิดเผย

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2562 ที่โรงแรมศิวา รอยัล จังหวัดพัทลุง น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรากฎตัวครั้งแรก หลังออกจากโรงพยาบาล และเดินทางเข้าร่วมงานสัมมนาสัญจรของคณะรัฐมนตรี(ครม.) และ ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย โดยให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าอาการป่วยก่อนหน้านี้ว่า ขณะนี้หายดีแล้ว มีสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมทำงาน อาการป่วยที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะช่วงที่รับตำแหน่งรัฐมนตรีโดนแดดและโดนฝนลุยงานต่างๆมาโดยตลอดจนสะสมและวันที่เข้าโรงพยาบาลตรงกับวันที่แพทย์นัดตรวจพอดี จึงถูกแพทย์ล็อกตัวไว้ให้พักอยู่ที่โรงพยาบาล ยอมรับว่า เรื่องการแบน3สารพิษมีส่วนที่ทำให้เกิดอาการเครียด แต่ก็ไม่ทั้งหมด

“ตำแหน่งรัฐมนตรีต้องฟังเสียงประชาชนทุกฝ่ายเพื่อถ่วงน้ำหนักไม่ให้ทุกคนเกิดความกดดัน ไม่อยากให้เป็นการต่อสู้ที่มีคำว่าแพ้หรือชนะ แต่อยากให้ทุกคนมานั่งโต๊ะคุยกันบนเวที โดยจะไม่รับเป็นเอกสาร แต่จะลงมติอย่างเปิดเผย” น.ส.มณัญญา กล่าว

รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยังกล่าวถึงขั้นตอนหลังที่ประชุม 4 ฝ่าย ได้แกา รัฐบาล ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ยกระดับ 3 สารเคมีกำจัดศัตรูพืช พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพริฟอส จากประเภทที่ 3 มาเป็นประเภทที่ 4 คือ ห้ามผลิตนำเข้า ส่งออก หรือ มีไว้ครอบครองว่า มติดังกล่าวจะต้องส่งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้เซ็นอนุมัติ ซึ่งเอกสารเพิ่งส่งไปวันนี้ แต่ตอนนี้รมว.เกษตรฯไม่อยู่ ซึ่งหากกลับมา มั่นใจว่าจะได้รับการอนุมัติ เพราะต้นเรื่องต้องเริ่มจากกระทรวงเกษตรฯก่อน จากนั้นก็เป็นไปตามลำดับ เข้าใจว่าหากทุกอย่างผ่านกระบวนการ  เชื่อว่า วันที่ 1 ธ.ค.นี้ จะต้องไม่มีการใช้ 3 สารกังกล่าว เพราะถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า มีสิทธิ์ที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะไม่ยืนยันตามมติของที่ประชุม 4 ฝ่ายหรือไม่นั้น น.ส.มนัญญา กล่าวว่า คาดว่า การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะมีขึ้นในวันที่ 27 ต.ค.นี้ ซึ่งถ้าจะปฏิเสธ หรือไม่เอาคงไม่ได้ เพราะต้องรับไว้พิจารณา อย่างไรก็ตามตนก็ไม่มั่นใจ เพราะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่สิ่งที่เราส่งไปให้ตามที่ประชาชนเรียกร้อง เชื่อว่าสมบูรณ์แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจหรือไม่ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะมีมติแบน 3 สารพิษดังกล่าว น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ไม่มีอะไร 100 เปอร์เซ็นต์ แต่หากคณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติแบน 3 สารพิษ โดยผู้ที่มีสต็อกสารไว้ครอบครอง ก็ขอให้มาพูดคุยกัน แต่ขอให้มาด้วยความจริงใจ ประนีประนอม อย่าใช้อารมณ์ ใครที่ไม่เห็นด้วยก็คงมีการเปิดเผยเหตุผลว่าไม่เห็นด้วยเพราะอะไร ส่วนการที่ตนโพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัวว่า “สุภาพสตรีอย่างดิฉันนี้ ไม่มีถอยอยู่แล้ว“ เกิดจากการถูกข่มขู่หรือไม่นั้น เป็นเพราะตนอาจจะหายหน้าไป แต่เพื่อให้เห็นว่าไม่ได้หลบหน้าไปไหนเท่านั้น

ชี้ชะตา3สารพิษ! จับตาคณะกก.วัตถุอันตรายถก‘แบน’ 22 ต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446686

news_default

ชี้ชะตา3สารพิษ! จับตาคณะกก.วัตถุอันตรายถก‘แบน’ 22 ต.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 19.01 น.

ชี้ชะตา3สารพิษ! จับตาคณะกก.วัตถุอันตรายถก‘แบน’ 22 ต.ค.นี้

11 ตุลาคม 2562 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องการยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตราย คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทางคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้แจ้งว่าจะมีประชุมในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 เชื่อว่า กระทรวงเกษตรฯ จะส่งเรื่องเข้ามาพิจารณาทัน โดยการประชุมวันดังกล่าว ตนยังไม่ได้เป็นประธาน แต่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานประชุม ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับเดิม พ.ศ.2535 ส่วนหลังจากวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ซึ่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ ยืนยันว่าพร้อมจะเข้ามาทำหน้าที่ตามที่ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับใหม่ระบุไว้

ด้านนายประกอบ วิวิธจินดา รักษาการอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.)​ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการวัตถุอันตราย กล่าวว่า​ ความคืบหน้าการยกเลิกใช้ 3 สารเคมีอันตราย ​เบื้องต้นคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้นัดประชุมวันที่ 22 ตุลาคม 2562 โดยมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ฉบับเดิม พ.ศ.2535 จะพิจารณาตามที่หน่วยงานต่างๆยื่นเรื่องเข้ามาแล้ว เช่น กรอ. , กรมปศุสัตว์ , สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอพิจารณากฎหมายลูกที่จะรองรับ พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฉบับใหม่ พ.ศ.2562 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเรื่องการยกเลิก 3 สาร จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยื่นเรื่องเข้ามา หากยื่นก่อนวันที่ 22 ตุลาคม 2562 คณะกรรมการฯ พร้อมจะบรรจุในวาระการพิจารณาทันที

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย ลงมติเปิดเผยต่อสาธารณะชน ช่วงโหวตยกมือให้แบน 3 สารเคมีนั้น โดยปกติที่ประชุมจะเปิดเผยมติจำนวนเสียงของคณะกรรมการที่โหวตอยู่แล้วว่ามีมติเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงมีจำนวนเท่าไร แต่ถ้าจะให้เปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการแต่ละรายว่าใครออกเสียงอย่างไรนั้น ต้องมีการหารือในที่ประชุมอีกครั้งหนึ่งว่า ยินยอมให้เปิดเผยรายชื่อต่อสาธารณะหรือไม่ เพราะถือเป็นเรื่องสิทธิเฉพาะบุคคล หากคณะกรรมการยินดี ก็พร้อมที่จะเปิดเผยรายชื่อได้

“ผมไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะทุกอย่างเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ถ้าภายในวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ทางกระทรวงเกษตรฯ ยังไม่เสนอเรื่องมา ก็จะไม่สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ แต่ทางคณะกรรมการสามารถเรียกประชุมใหม่ภายในเดือนตุลาคมได้เช่นกัน โดยให้คณะกรรมการทั้ง 29 ราย มีความพร้อมร่วมกัน แต่ถ้าส่งมาหลังวันที่ 27 ตุลาคม 2562 พ.ร.บ.วัตถุอันตรายฯ ฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ จะเปลี่ยนประธานเป็นรมว.อุตสาหกรรม มีคณะกรรมการ 27 ราย” นายประกอบ กล่าว

‘นราพัฒน์’ลุยจันทบุรี ชี้มาตรฐานGAPเพิ่มความมั่นใจคู่ค้าทั้งใน-ตปท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446744

‘นราพัฒน์’ลุยจันทบุรี ชี้มาตรฐานGAPเพิ่มความมั่นใจคู่ค้าทั้งใน-ตปท.

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.59 น.

‘นราพัฒน์’ลุยจันทบุรี ชี้มาตรฐานGAPเพิ่มความมั่นใจคู่ค้าทั้งใน-ตปท.

11 ตุลาคม 2562 นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมงาน “รวมพลังชาวสวนภาคตะวันออกเข้าสู่ระบบรับรองมาตรฐานการผลิตพืช GAP” ณ ลานขนถ่ายสินค้า องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี พร้อมย้ำมาตรฐาน GAP และ GMP จะส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้ส่งออกไปขายต่างประเทศได้มากขึ้น โดยเฉพาะกับประเทศจีน

ทั้งนี้ ภาคตะวันออกเป็นแหล่งผลิตไม้ผลส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย มะม่วงและกล้วยไข่ โดยมีจีนเป็นคู่ค้าหลัก แต่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 จีนได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างหน่วยงานที่รับผิดชอบการตรวจสอบสินค้านำเข้า เป็นทบวงการศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ GACC ทำให้มีความเข้มงวดเรื่องการนำเข้าผลไม้จากประเทศไทยมากขึ้น โดยมีข้อตกลงให้ทั้งสองฝ่ายแจ้งข้อมูลสวนและโรงคัดบรรจุผลไม้ ทำให้เกษตรกรชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออกตื่นตัวกับการยื่นคำร้องขอรับรองแหล่งผลิต GAP และผู้ประกอบการต้องยื่นคำร้องการขอมาตรฐาน GMP

นายนราพัฒน์ ระบุว่า ที่สำคัญกว่าการยื่นคำร้องเพื่อขอรับรองมาตรฐาน GAP ของเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกร คือความเข้าใจถึงการมีมาตรฐาน GAP ที่ประเทศคู่ค้าหลายประเทศให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย และประเทศไทยเป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตร เกษตรกรไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงถึงกฏระเบียบด้านการนำเข้าของต่างประเทศ

“นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร และรับรองมาตรฐานการผลิตพืชตามมาตรฐาน GAP โดยกำหนดรูปแบบการดำเนินงานแบบ Fast track เพราะเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรให้ได้รับมาตรฐานอย่างครบถ้วน” นายนราพัฒน์ กล่าว

นายนราพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พี่น้องเกษตรกรต้องมองการตลาดนำการเกษตร ปลูกอะไรต้องเป็นตามความต้องการของตลาด โดยกระทรวงเกษตรฯกำลังเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาฐานข้อมูลให้ทันสมัย เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ สังเคราะห์ พยากรณ์การพัฒนาภาคการเกษตรในอนาคตและปัจจัยพื้นฐานด้านการผลิต ได้แก่ แหล่งน้ำ ที่ดิน ความอุดมสมบูรณ์ของดิน องค์ความรู้ด้านการแปรรูป การตลาด ระบบขนส่งสินค้า เป็นต้น

‘ธรรมนัส’ฮึ่ม!ไม่คุยพวกเขมือบป่า เร่งดัน‘วันแมป’เข้าครม. ไล่ยึดคืน140รีสอร์ทวังน้ำเขียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/446735

‘ธรรมนัส’ฮึ่ม!ไม่คุยพวกเขมือบป่า เร่งดัน‘วันแมป’เข้าครม. ไล่ยึดคืน140รีสอร์ทวังน้ำเขียว

วันศุกร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.23 น.

‘ธรรมนัส’ฮึ่ม!ไม่คุยพวกเขมือบป่า เร่งดัน‘วันแมป’เข้าครม. ไล่ยึดคืน140รีสอร์ทวังน้ำเขียว

11 ตุลาคม 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้กับเกษตรกรกว่า 200 ราย และจัดการที่ดินชุมชนตามนโยบายรัฐบาล(คทช.)

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า ตนพร้อมผลักดันนโยบายแผนที่หนึ่งเดียวหรือวันแมป (One map) นำมาแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนกับพื้นที่ป่าไม้ อุทยาน และหน่วยงานอื่นอ้างสิทธิในพื้นที่ ส.ป.ก.ทั่วประเทศ โดยขณะนี้ตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้เกษตรกรให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะเดินตามแผนที่วันแมปของ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา อดีตรมว.เกษตรฯและองคมนตรี ที่ดำเนินการทำไว้เสร็จสมบูรณ์ จะเร่งนำเสนอเข้าครม.อนุมัติแล้วสามารถนำมาใช้ได้ทันที

ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางแก้ปัญหารื้อรังในพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน กับพื้นที่ ส.ป.ก.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่ส่งผลให้นายทุน นักการเมือง บุกรุกสร้างรีสอร์ท และมีข่าวว่าหลายรายเตรียมเข้าเจรจากับผู้ใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ เพื่อขอให้สั่งระงับ ส.ป.ก.โคราช ฟ้องขับไล่ยึดคืนพื้นที่ ทาง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มาคุยกับตน ไม่ได้แน่นอน ใครทำผิดวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินของส.ป.ก. ทั้งนายทุน ผู้มีอิทธิพล ยึดคืนทันที เมื่อแผนที่วันแมปผ่าน ครม.จะทำให้แก้ปัญหาที่ยืดเยื้อทุกพื้นที่ได้ รวมทั้งที่พิพาทชาวบ้านอยู่ก่อนป่า หรือป่าประกาศเขตก่อน ที่โดนขับไล่หลายพื้นที่จะได้จบปัญหาทั้งหมด

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก.วังน้ำเขียว ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินตั้งแต่ปี2521 แต่ถูกแนวเขตประกาศของพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ทับซ้อนหลายหมื่นไร่ ในปี 2524 โดยชาวบ้าน อ.วังน้ำเขียว ที่แยกตัวออกจาก อ.ทับลาน และหลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ฟ้องร้องผู้ตรวจการแผ่นดินจนมีมติให้กรมอุทยานแห่งชาติฯต้องกันคืนพื้นที่ให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน ที่จะครบกำหนดเดือนตุลาคมนี้ ให้กับ ส.ป.ก.ตามแนวเขตอุทยานปี2543 ที่มีมติ ครม.รองรับไว้ชัดเจน หากกรมอุทยานฯไม่ดำเนินการตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีความผิดข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และยื่นฟ้องทางอาญาต่อ ป.ป.ช.ด้วย

สำหรับพื้นที่ทับซ้อนมีรีสอร์ทกว่า 140 แห่ง จะอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก.ทั้งหมด หากกรมอุทยานฯ ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก.จะเร่งดำเนินเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ยึดคืนพื้นที่ที่อยู่ในการครอบครองของนายทุน นำมาจัดสรรให้เกษตรกร ผู้ยากไร้ ถ้าจะให้เช่าต้องเช่าตามระเบียบที่กำหนดไว้แล้ว ในมาตรา30 กิจการสนับสนุน เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดิน การใช้พื้นที่เข้าข่ายนี้สามารถให้เช่าได้ ซึ่งระเบียบเขียนไว้ชัดเจน เปิดช่องให้กับฟาร์ม โรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรกร จำหน่ายสินค้าผลิตผลทางการเกษตร แต่โรงแรม รีสอร์ท ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์นี้