รักษ์เกษตร : ใช้จุลินทรีย์ EMอย่างรู้คุณค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/445672

news_default

รักษ์เกษตร : ใช้จุลินทรีย์ EMอย่างรู้คุณค่า

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คำถาม การใช้จุลินทรีย์สด หรือ EM สดคืออะไรครับ และมีวิธีใช้อย่างไรบ้างครับ

สุนทร อาจสุวรรณ อ.นาดี

จ.ปราจีนบุรี

คำตอบ

การใช้จุลินทรีย์สด หรือ EM สด คือการใช้จุลินทรีย์ (EM) จากโรงงานผลิต หรือผู้จำหน่ายที่ยังไม่ได้ทำการแปรสภาพ

วิธีใช้ EM สดมีดังนี้

1) เพื่อใช้กับพืช ทำเป็นปุ๋ยน้ำโดยให้ผสมน้ำในอัตรา 1:1,000 ให้ใช้ EM 1 ช้อนโต๊ะ กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ: น้ำ 10 ลิตร ใช้ฉีดพ่นรดราด พืชต่างๆให้ทั่วจากดิน ลำต้น กิ่ง ใบ และนอกทรงพุ่ม สำหรับพืชผัก ให้ฉีดพ่นรดราดทุก 3 วัน ส่วนไม้ดอกไม้ประดับ เดือนละ1 ครั้ง การใช้จุลินทรีย์สดในดิน ควรมีอินทรียวัตถุปกคลุมด้วย เช่น ฟางแห้ง หรือใบไม้แห้ง เพื่อรักษาความชื้น และเป็นอาหารของจุลินทรีย์ต่อไป

2) เพื่อใช้กับสัตว์ โดยไม่ต้องผสมกากน้ำตาล ให้ผสม EM 1 ช้อนโต๊ะ :น้ำ 200 ลิตร ให้สัตว์กินทำให้แข็งแรง ผสม EM 1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 10 ลิตร ใช้พ่นคอกให้สะอาดกำจัดกลิ่น หากสัตว์เป็นโรคทางเดินอาหารให้กิน EM สด1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับอาหารให้สัตว์กิน

3)เพื่อใช้กับสิ่งแวดล้อมให้ใส่ห้องน้ำ ห้องส้วมและในโถส้วมทุกวัน วันละ1 ช้อนโต๊ะ หรือสัปดาห์ละ 1/2 แก้ว จะช่วยให้เกิดการย่อยสลาย ไม่มีกาก ทำให้ส้วมไม่เต็ม ช่วยกำจัดกลิ่นได้ โดยการผสมน้ำและกากน้ำตาลในอัตราส่วน 1 :1 : 1,000 (EM 1 ช้อนโต๊ะ : กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 1 ลิตร) ฉีดพ่นทุก 3 วันส่วนการบำบัดน้ำเสีย 1: 1,000 หรือ EM 2 ช้อนโต๊ะ : น้ำ 200 ลิตร

4) เพื่อใช้กำจัดเศษอาหาร หรือทำน้ำหมักชีวภาพจากเศษอาหาร นำมาแก้ไขท่ออุดตัน ให้ใช้EM 1 ช้อนโต๊ะใส่ 5-7 วัน/ครั้ง และใช้วิธีฉีดพ่นเพื่อปรับสภาพอากาศในครัวเรือน

5) เพื่อใช้กำจัดกลิ่นในแหล่งน้ำให้ใช้ฉีดพ่นหรือราดรดลงไปในแหล่งน้ำ ให้ใช้ EM1 ลิตร:น้ำ 10 ลบ.ม.

6) เพื่อใช้กำจัดกลิ่นจากของแห้ง แข็ง มีความชื้นต่ำ แล้วแต่สภาพความแห้ง หรือความเหม็น โดย ผสมน้ำ1 : 100 หรือ 200 หรือ 500 ส่วนฉีดพ่น หรือราดรด

7) ใช้กำจัดกลิ่นขยะแห้งประเภทกระดาษ ใบตอง เศษอาหาร ให้ใช้ อัตรา EM 1 ส่วนผสมน้ำ 500 ส่วน หรือ EM 1 ลิตร : น้ำ 500 ลิตร ฉีดพ่นหรือราดรดในขยะ

จุลินทรีย์EM มีประโยชน์มากมาย เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์ที่ไม่มีพิษภัย มีแต่ประโยชน์ ถ้าสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง และมุ่งเน้นการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำให้การขยายการใช้ EM ไปสู่เกษตรกรอย่างปลอดภัย และได้ผลจริง เกษตรกรและผู้ที่สนใจ สามารถนำ EM ไปใช้ประโยชน์ได้หลายประการ สามารถใช้กับพืชทุกชนิดใช้กับการปศุสัตว์ใช้กับการประมงใช้กับสิ่งแวดล้อมทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิตผลผลิตที่ได้ปลอดสารพิษและสารเคมี และมีผลผลิตที่ดี มีคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

นาย รัตวิ

แม็คโครหนุนฟาร์มผักตั้งห้องแล็บ เช็คสารตกค้างเพิ่มความเชื่อมั่นช่วงกินเจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/445666

news_default

แม็คโครหนุนฟาร์มผักตั้งห้องแล็บ เช็คสารตกค้างเพิ่มความเชื่อมั่นช่วงกินเจ

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เทศกาลกินเจเป็นช่วงที่ผู้บริโภคบริโภคผัก ผลไม้และวัตถุดิบที่เป็นอาหารเจจำนวนมาก ปีนี้แม็คโครเตรียมพร้อมรองรับความต้องการลูกค้า ผู้ประกอบการไว้พอเพียง รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยในกลุ่มสินค้าอย่าง ผัก ที่สำคัญต่อเทศกาล โดยทีมตรวจสอบคุณภาพทำงานใกล้ชิดและส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยตั้งห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้าง ยกระดับมาตรฐานตรวจสอบถึงโรงคัดบรรจุ

“แม็คโครเห็นความสำคัญของความปลอดภัย และสนับสนุนให้เกษตรกรผลิตผักปลอดภัยอันเป็นนโยบายหลักของแม็คโครมาตลอด ด้วยเหตุผลหลัก 2 ประการคือ 1) ลูกค้าเป็นผู้ประกอบการกว่า 3 ล้านราย ถ้าวัตถุดิบคุณภาพดีจะส่งผลให้ผู้บริโภคมีสุขภาพดีเป็นหลายสิบหลายร้อยล้านครอบครัว 2) การพัฒนาเกษตรกรให้มีมาตรฐานตรวจสอบดีขึ้นแล้วได้ผลตอบรับที่ดี มียอดขายดีขึ้น ทำให้เกษตรกรรายอื่นอยากพัฒนาตาม ดังเช่นส่งเสริมให้ตั้งห้องแล็บเพิ่มเติม ทำให้เกษตรกรขายสินค้าได้ดีขึ้นและพัฒนาตัวเองต่อไป”

ด้านนางจุฑารัตน์ พัฒนาทรผู้อำนวยการฝ่ายประกันคุณภาพ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า แม็คโครสร้างความแตกต่างของผักปลอดภัย โดยส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรขอการรับรองห้องปฏิบัติการตรวจสารจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับความรู้ ความสามารถคัดกรองสินค้าด้วยความปลอดภัยก่อนส่งให้แม็คโคร นอกจากการให้ความรู้แล้ว ยังเชิญหน่วยงานรัฐตรวจสอบสร้างการตระหนักรู้และความรับผิดชอบร่วมกัน เพราะภายใต้สเปคเดียวกัน ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ

“เราทดสอบความชำนาญเทียบกับภาครัฐเพื่อให้มั่นใจว่าผลที่ออกมาน่าเชื่อถือ ทำให้เกษตรกรไม่ถูกเอาเปรียบ ปัจจุบันมีโรงคัดบรรจุหลายแห่งที่ส่งผักให้แม็คโครมีห้องแล็บไว้ตรวจวิเคราะห์แล้ว ซึ่งฟาร์มผักของคุณสมเกียรติเป็นแห่งแรกที่มี โดยแม็คโครช่วยประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมให้เกษตรกรแต่ละพื้นที่ รวมถึงแบ่งปันความรู้ให้เกษตรกรไปต่อยอดเชื่อมโยงเครือข่ายให้แข็งแกร่ง ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง มีรายได้ดีขึ้น”

กษ.เร่งเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยอุบลฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/445670

news_default

กษ.เร่งเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยอุบลฯ

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากการมีพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนราษฎรใน 21 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยจากอิทธิพลของพายุโพดุลและคาจิกิโดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี นายเฉลิมชัยศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรห่วงใยในสวัสดิภาพของประชาชนผู้ประสบภัยเป็นอย่างยิ่ง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ การบริหารจัดการน้ำจ.อุบลราชธานี มอบสิ่งของยังชีพ พร้อมให้กำลังใจผู้ประสบภัย และมอบหมายส่วนราชการในสังกัดช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯยังจัดทำ“โครงการจิตอาสากระทรวงเกษตรฯช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย”ขึ้น ซึ่งเปิดโครงการเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรและประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีกิจกรรมจิตอาสาที่ดำเนินการ 8 ด้าน ประกอบด้วย 1) สำรวจความเสียหายเพื่อเร่งจ่ายเงินทดรองราชการและซ่อมแซม 2) จัดหน่วยเคลื่อนที่ให้คำแนะนำฟื้นฟู ดูแล ด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ 3)เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เกษตรและชุมชน 4)ปรับปรุงบำรุงดิน บำบัดน้ำเสีย 5)แจกพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ 6)ปล่อยปลาสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ 7)ซ่อมแซมเครื่องมือเครื่องจักรกลทางการเกษตร และ8)กิจกรรมจิตอาสา ดูแลช่วยเหลือเกษตรกร ตามคำร้องขอ

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยเร่งสำรวจข้อมูลความเสียหายด้านพืชหลังน้ำลดเพื่อรวบรวมเสนอให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง และให้บูรณาการทำงานกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯในพื้นที่ ดำเนินกิจกรรมจิตอาสากระทรวงเกษตรฯอย่างต่อเนื่อง ในส่วนการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิต ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช (ศทอ.)จัดส่งเชื้อราไตรโคเดอร์มาไปสนับสนุนจังหวัดที่ประสบภัย 12 จังหวัดภายใต้โครงการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร (พืชสวน) โดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อให้ต้นพืชเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้เป็นปกติแล้ว 5,656 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 40.91 ของเป้าหมายขณะที่ศูนย์ขยายพันธุ์พืช (ศขพ.)จัดส่งต้นพันธุ์พืชพันธุ์ดี 28 ชนิด ประกอบด้วย พืชผัก 10 ชนิด ไม้ผลไม้ยืนต้น 14 ชนิด สมุนไพร 3 ชนิด และอ้อยคั้นน้ำจำนวน 85,360 ต้น ให้สำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ เพื่อมอบให้เกษตรกรนำไปปลูกลดรายจ่ายและสร้างรายได้ต่อไป

สำหรับ จ.อุบลราชธานี ดำเนินกิจกรรมตามแผนบูรณาการ “จิตอาสากระทรวงเกษตรฯฟื้นฟูครอบครัวเกษตรกร ดูแลช่วยเหลือหลังน้ำลด” ปี 2562 ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯแล้ว 2 ครั้ง เพื่อมอบปัจจัยการผลิตในพื้นที่หมู่ 6 บ้านปากกุดหวาย ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ เกษตรกร 500 ราย และพื้นที่หมู่ 13 บ้านท่าสนามชัย ต.หนองบ่อ อ.เมืองอุบลราชธานี เกษตรกร 300 ราย โดยวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์และเร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติ และลงพื้นที่ต.ท่าเมือง อ.ดอนมดแดง จ.อุบลราชธานี พร้อมนางดาเรศร์ กิตติโยภาสรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และนายชาตรี บุญนาค รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อมอบพันธุ์พืชและเมล็ดพันธุ์พืช 7,000 ชุด และเชื้อราไตรโคเดอร์มา 250 ชุด ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย 250 รายด้วย

ผลส่งเสริมคุณภาพข้าวหอมมะลิ ช่วยชาวนาลดต้นทุนเมล็ดพันธุ์8.5ล้านบ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/445667

news_default

ผลส่งเสริมคุณภาพข้าวหอมมะลิ ช่วยชาวนาลดต้นทุนเมล็ดพันธุ์8.5ล้านบ.

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยการประเมินผลโครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าวหอมมะลิ ปีการผลิต 2562/63 โดยกรมการข้าวและกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดี เพื่อให้การผลิตข้าวหอมมะลิของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีประสิทธิภาพและผลผลิตมีคุณภาพสูง รักษาระดับปริมาณและความเป็นเอกลักษณ์ของข้าวหอมมะลิไทย โดยโครงการจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบฝนแล้งและฝนทิ้งช่วงปี 2561 ตามพื้นที่ปลูกข้าวจริง ไร่ละ 5 กิโลกรัมแต่ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่หรือ 50 กิโลกรัมเพื่อนำมาใช้เพาะปลูกฤดูนาปี ปี 2562/63 กำหนดเป้าหมายพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ และสุรินทร์ รวมเกษตรกร 112,811 ราย คัดเลือกจากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ปลูกข้าวหอมมะลิ และได้รับผลกระทบภัยแล้ง รวมเมล็ดพันธุ์สนับสนุน 4,423 ตัน พร้อมให้คำแนะนำการใช้เมล็ดพันธุ์ในอัตราปลูกที่เหมาะสม และถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกข้าวที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรจากกรมการข้าว มีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่มกราคม-พฤศจิกายน 2562

จากการติดตามประเมินผลโครงการพบว่า มีเกษตรกรได้รับสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี 112,811 ราย ตามเป้าหมาย แยกเป็นรายจังหวัดได้แก่ นครราชสีมา 37,067 ราย บุรีรัมย์ 21,037 ราย มหาสารคาม 23,115 ราย ร้อยเอ็ด 19,208 ราย ขอนแก่น 11,386 ราย สุรินทร์ 484 ราย และศรีสะเกษ 514 ราย รวมเมล็ดพันธุ์ 4,423 ตัน เกษตรกรนำไปปลูกเพื่อผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ รวมพื้นที่กว่า 232,000 ไร่ หรือเฉลี่ยรายละ 2.06 ไร่

เกษตรกรร้อยละ 97 พอใจต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับ เพราะอัตราการงอกดี พันธุ์ปนน้อย และคาดว่าจะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยเกษตรกรบางส่วนต้องการให้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์มากกว่า 5 กิโลกรัม/ไร่ เนื่องจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ทำนาหว่าน ด้านอบรมให้ความรู้ เกษตรกรที่ผ่านการอบรมนำความรู้ที่ได้ไปใช้ ผลจากการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิและอบรมให้ความรู้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ส่งผลให้เกษตรกรที่ได้รับการอบรมลดอัตราใช้เมล็ดพันธุ์ โดยก่อนเข้าร่วมโครงการเกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะปลูกเฉลี่ย 20.31 กิโลกรัม/ไร่ หลังร่วมโครงการใช้เมล็ดพันธุ์เฉลี่ย 18.90 กิโลกรัม/ไร่ ลดลง 1.41 กิโลกรัม/ไร่ ลดต้นทุนใช้เมล็ดพันธุ์จากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 112,811 ราย คิดเป็นมูลค่า 8.5 ล้านบาท

ชู‘สุพรรณบุรีโมเดล’ นำร่องโครงการตลาดเกษตรออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/445669

news_default

ชู‘สุพรรณบุรีโมเดล’ นำร่องโครงการตลาดเกษตรออนไลน์

วันอังคาร ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการอบรมสินค้าเกษตรออนไลน์ที่หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ว่า ตามที่กระทรวงเกษตรฯกำหนดนโยบายการตลาดนำการผลิต เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้แน่นอน มั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยบูรณาการร่วมกันทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จับคู่กับภาคการผลิตของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เพื่อให้วางแผนการผลิตที่ตรงความต้องการของตลาด ลดปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด ซึ่งปัจจุบันตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ เป็นอีกช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรที่สะดวก รวดเร็ว ทำให้เกษตรกรขายให้ผู้ซื้อโดยตรงไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบาย เลือกซื้อสินค้าเกษตรและแปรรูปได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งยังพัฒนาขีดความสามารถการค้าแก่เกษตรกร ให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้

นายประภัตรกล่าวต่อว่า โครงการตลาดเกษตรออนไลน์ เป็นหนึ่งในโครงการนำร่องของ จ.สุพรรณบุรี มุ่งให้เกษตรกรได้เรียนรู้การขายสินค้าเกษตรผ่านระบบออนไลน์ เป็นผู้จำหน่ายสินค้าด้วยตัวเอง ช่วยเหลือเกษตรกรด้านการตลาดให้เข้มแข็งมั่นคงพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมในวันนี้เป็นการเปิดเวทีให้ความรู้กับเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน เพื่อพัฒนาให้มีความสามารถแข่งขันทางการตลาดสมัยใหม่ ยกระดับตลาดเกษตร 4.0 พัฒนาตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ในลักษณะเศรษฐกิจดิจิทัล เน้นพัฒนาสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน เพื่อให้เกษตรกรได้พบผู้ขายโดยตรง โดยมีกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนใน จ.สุพรรณบุรี มากกว่า 200 คน เข้าร่วม อาทิ ต.บ้านกร่าง ต.วังยาง  ต.หนองสาหร่าย ต.ศรีประจันต์ ต.ดอนปรูต.ปลายนา ต.บางงาม ต.มดแดง นำสินค้าเกษตรหลายชนิด เช่น เครื่องจักสานผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ผ้าทอ ข้าวพันธุ์ กข.43 จากกลุ่มเกษตรกรรวมใจบ้านเขาคีรี อ.เดิมบางนางบวช เป็นต้น

“เกษตรกรไทยมีความสามารถปลูกและผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ แต่จุดอ่อนคือ ไม่มีตลาดรองรับ และยังไม่รู้วิธีการขายจึงอาจถูกเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางวันนี้เราเห็นช่องทางการขายที่หลากหลาย โดยเฉพาะขายในระบบออนไลน์ มีตัวอย่างหลายล้านคนที่ประสบความสำเร็จจากการค้านี้ แต่สินค้าเกษตรและอาหารที่ผลิตผ่านระบบ GAP แล้วติดสัญลักษณ์ Q โดย มกอช. แสดงถึงการผลิตที่ผ่านกระบวนการปลอดภัยด้านอาหาร เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค โดยต้องเน้นย้ำเรื่องดังกล่าวให้เกษตรกรรับทราบ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าของตนเองได้” นายประภัตร กล่าว

ม็อบยอมถอยแล้ว หลัง‘ไชยยศ’ยัน7ข้อเสนอเข้าบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯพรุ่งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/445732

ม็อบยอมถอยแล้ว หลัง‘ไชยยศ’ยัน7ข้อเสนอเข้าบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯพรุ่งนี้

วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 18.50 น.

ม็อบยอมถอยแล้ว หลัง‘ไชยยศ’ยัน7ข้อเสนอเข้าบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.50 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายไชยยศ จิระเมธากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมเกษตรกรที่ปักหลักอยู่หน้าลานพระแม่ธรณีฯ พรรคประชาธิปัตย์ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขู่ปักหลักยาว! ‘ม็อบชาวนา’บุกปชป. ขอพบ’จุรินทร์’ทวงคำตอบแก้ปัญหาหนี้สิน) โดยได้นำแฟ้มวาระการประชุมกรรมการกองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม 2562 มาแสดงต่อหน้าผู้ชุมนุม พร้อมยืนยันว่าได้มีการบรรจุวาระข้อเรียกร้องทั้ง 7 ข้อในที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้มีการบรรจุเรื่องนี้ในวาระการประชุมตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม โดยอยู่ในวาระที่ 4 ซึ่งมีพยานยืนยันได้ แต่อาจจะมีข้อผิดพลาดในการสื่อสาร

นายไชยยศ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ตนมาพบล่าช้าเพราะติดประชุมกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร ที่พิจารณาเรื่องประกันราคายาง และเบี้ยผู้สูงอายุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคนเช่นกัน ดังนั้นขอให้ใจเย็นๆ รอฟังการประชุมในพรุ่งนี้(8 ตุลาคม 2562) ก่อน หากพรุ่งนี้ไม่มีเรื่องนี้ สามารถกลับมาชุมนุมที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เลย

ผู้สื่อข่าวรายว่า หลังจากนายไชยยศได้ชี้แจงทำความเข้าใจเสร็จ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปรบมือและโห่ร้องดีใจ ก่อนที่จะทยอยเดินทางกลับไปปักหลักที่คลองประปา ข้างกระทรวงการคลัง เหมือนเดิม ทั้งนี้นายจุรินทร์ จะประชุมคณะกรรมการดังกล่าวในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ เวลา 09.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล

‘เฉลิมชัย’เปิดพิมพ์เขียวแผนรับมือ‘แบน3สารพิษ’ ลั่นไม่ยอมให้คนไทยตายผ่อนส่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/445717

news_default

‘เฉลิมชัย’เปิดพิมพ์เขียวแผนรับมือ‘แบน3สารพิษ’ ลั่นไม่ยอมให้คนไทยตายผ่อนส่ง

วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.44 น.

“เฉลิมชัย” เร่งเดินเครื่องแผนรับมือแบน 3 สารพิษ เร่งรัดส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ 1 ล้านไร่ สั่งศูนย์วิจัยพืชทั่วประเทศใช้สารชีวภาพทดแทน เตรียมดันกฎหมายเกษตรกรรมยั่งยืน

7 ตุลาคม 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในสังกัดเร่งขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเร่งด่วน 3 เรื่องให้เร็วขึ้นเพื่อรองรับการแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยเร่งส่งเสริมการใช้สารชีวภาพชีวภัณฑ์ทดแทน 3 สารพิษ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ รวบรวมมาให้ได้มากที่สุด

โดยให้ศูนย์วิจัยข้าวพืชไร่พืชสวนใช้ทดสอบในแปลงทดลองทุกภาคทั่วประเทศ พร้อมกับเสนอร่าง พ.ร.บ.เกษตรกรรมยั่งยืน ฉบับที่ พ.ศ….ต่อสภาผู้แทนฯ.โดยเร็ว ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวที่กระทรวงเกษตรฯ เสนออยู่ในชั้นกฤษฎีกาแล้ว จากนั้นจะเข้าสู่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อส่งเข้าสภาผู้แทนฯต่อไป ปัจจุบันมีพื้นที่เกษตรยั่งยืนกว่า 3 ล้านไร่ และจะให้ขยายเป็น5ล้านไร่ในเฟสที่ 1 โดยเร็ว

นอกจากนั้นยังให้ยกระดับการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ซึ่งขณะนี้กระทรวงเกษตรฯสามารถขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ได้ถึง 570,000 ไร่ ที่ผ่านการรับรองออการ์นิคมีอัตราเติบโตร้อยละ 16 ต่อปี เป็นอันดับ 7 ของเอเชีย โดยให้วางเป้าใหม่ต้องเติบโตขยายตัวร้อยละ 25 ต่อปี เพื่อบรรลุเป้าหมายแรก 1 ล้านไร่ โดยกำลังพิจารณาจัดตั้งสถาบันเกษตรอินทรีย์แห่งชาติเป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์แบบบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน

“ผมห่วงใยต่อสุขภาพของเกษตรกรไทยที่ใช้สารเคมีอันตราย รวมถึงคนไทยทั้งประเทศที่บริโภคพืชผักผลไม้ที่มีสารอันตรายตกค้าง จึงมีนโยบายแบนห้ามใช้สารพิษ 3 ชนิดนี้ และมอบหมายให้ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ รับผิดชอบเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ผมจะไม่ยอมให้คนไทยตายผ่อนส่งอีกต่อไป จึงมีแผนเร่งด่วนรองรับนโยบายการแบน 3 สารพิษ ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาเกษตรกรรมแบบยั่งยืน จุดเปลี่ยนครั้งนี้สำคัญต่ออนาคตภาคเกษตรและอาหารของประเทศ จึงต้องมีมาตรการและแผนรองรับตอบโจทย์ทั้งระยะเฉพาะหน้าและระยะยาวตามแนวทางของท่านนายกรัฐมนตรี” นายเฉลิมชัย กล่าว

มติเอกฉันท์คณะทำงาน4ฝ่าย’9 ต่อ 0 ‘ยกเลิกการใช้3สารพิษอันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/445705

news_default

มติเอกฉันท์คณะทำงาน4ฝ่าย’9 ต่อ 0 ‘ยกเลิกการใช้3สารพิษอันตราย

วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.08 น.

“มนัญญา”มอบของขวัญคนไทยทั่วประเทศ มติคณะทำงาน 4 ฝ่าย 9-0 แบน 3 สารพิษ ห้ามใช้ ห้ามจำหน่าย ห้ามผลิต วันที่ 1 ธ.ค.นี้ ส่งถึงมือนายกฯ คณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันสองนี้เร่งแบนทันที คนไทยเที่ยวปีใหม่ได้กินพืชพันธุ์ธัญญาหารปลอดภัย “

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาความเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค( 4ฝ่าย) ต่อการยกเลิก สารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตร 3 สาร คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ตามคำบัญชานายกรัฐมนตรี ให้ตั้งคณะทำงานพิจารณาโดยเร็ว ทั้งนี้กรรมการประกอบด้วย น.ส.มนัญญา ประธานคณะทำงาน นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงษ์ ประธานคณะที่ปรึกษารมช.เป็นกรรมการ น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายอัคคพล เสนาณรงค์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเกษตรวิศวะกรรม กรมวิชาการเกษตร แพทย์หญิงสุมณี วัชรสินธุ์ รักษาการนายแพทย์เชี่ยวชาญกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงศุลีกร ธนธิติกร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ กรมควบคุมโรค น.ส.บุญยืน ศิริธรรม นายกสมาคมสหพันธุ์องค์กรผู้บริโภค น.ส.สุภาวดี ทับทิม ประธานกลุ่มเกษตรอินทรีย์ สังกัดนิคม ชะอำ เพชรบุรี น.ส.เสาวลักษณ์ พรกุลวัฒน์ นายกสมาคมอารักขาพืชไทย นางวิไลวรรณ พรหมคำ ผอ.สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืชกรมวิชาการเกษตร นายมนตรี ปาป้อง นักวิชาการสหกรณ์ชำนาญการ กรมส่งเสริมสหกรณ์ น.ส.นัชชา ช่อมะลิ เลขานุการคณะที่ปรึกษารมช.เกษตรฯทั้งนี้ในการประชุม สมาคมอารักขาพืช ได้มีหนังสือแจ้งที่ประชุมว่าไม่ได้เข้าร่วม ติดภารกิจต่างประเทศ ไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมด้วย

น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ที่ประชุมมติ 9 ต่อ 0 ให้แบน3สารชนิด โดยจะเสนอให้คณะกรรมการวัตถุอันตราย พิจารณาให้สารทั้ง3ชนิดซึ่งอยู่ในบัญชีประเภทที่3ไปเป็นบัญชีประเภทที่4 ตั้งแต่วันที่1 ธ.ค.62 จะเป็นผลให้ห้ามครอบครอง ห้ามจำหน่าย ห้ามนำเข้า ห้ามผลิต โดยหลังจากนี้จะนำมติให้กรรมการทุกคนลงนามรับผลประชุม เพื่อให้นายกรัฐมนตรี ภายในวันสองวันนี้ในฐานะที่บัญชาให้ตั้งคณะทำงานชุดนี้เพื่อพิจารณาให้เกิดความรอบครอบ และหลังจากนั้นนำเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งเดิมมีกำหนดประชุมวันที่27ต.ค. แต่เมื่อคณะทำงาน4ฝ่ายมีข้อยุติในวันนี้ คาดว่าคณะกรรมการวัตถุอันตราย อาจเลื่อนการประชุมชี้ขาดขึ้นมาได้เร็ว จากกำหนดเดิม

“ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย จะมีการพิจารณาลงมติไม่ว่าจะเปิดเผยหรือโดยลับก็ตาม แต่ในส่วนของผู้แทนกระทรวงเกษตร กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเปิดเผยชื่อแสดงตัวต่อสาธารณะ เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะไปละเมิดการลงมติไม่ได้เป็นประเด็น ทั้งนี้กรมวิชาการเกษตร มีรายละเอียดครบสมบูรณ์ในเรื่องสารทดแทน  วิธีการทำเกษตรทดแทน ซึ่งต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยยังมีสารเคมีอีกจำนวน หลายชนิดที่ยังใช้กันอยู่ทั่วไป เพียงแต่วันนี้เราพบว่า3สารนี้เป็นพิษร้ายแรงอันตรายต่อคนและสิ่งแวดล้อม จึงยกเลิกการใช้ทันที และหากในอนาคตพบว่าสารเคมีตัวอื่นที่มีอยู่ในท้องตลาดหลายยี่ห้อ มีความเป็นพิษสูงจะเสนอยกเลิกตามลำดับไป ซึ่งสารทดแทนหรือวิธีการทดแทน มีผลกำจัดศัตรูพืช เพียงแต่ไม่รวดเร็วทันใจที่ราดหญ้า ฆ่าแมลงแล้วตายทันเหมือน3สารนี้ แต่สารตัวอื่นอาจจะใช้เวลาเพิ่มสักขึ้นเล็กน้อยกว่าหญ้าจะตาย อาจช้าไป3-5ชั่วโมง แต่ไม่เป็นอันตรายไม่มีความเป็นพิษสูงเท่า3ตัวนี้ ทั้งนี้เกษตรกรก็รู้วิธีแบบดั้งเดิมทำอย่างไรและ รู้ว่ามีสารอะไรให้ใช้แทน อยู่แล้ว ถ้าไม่มี พาราควอต ไกลโฟเซส คลอร์ไพริฟอส เพราะฉะนั้นเรื่องต้นทุนจึงไม่เป็นปัญหา ”น.ส.มนัญญา กล่าว

รมช.เกษตรฯกล่าวยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีนายทุนรายใหญ่ที่จะรอนำเข้าสารทดแทนตัวใหม่ เข้ามาในประเทศไทย เหมือนที่มีการกล่าวหาพรรคภูมิใจไทย เตรียมเปิดทางให้นายทุนพรรค นำสารเข้ามา ไม่มีทั้งสิ้นและการขออนุญาตนำเข้าไม่ได้ทำได้ในทันที เพราะต้องมีระยะการพิสูจน์พิษวิทยาและการขออนุญาตทำตามกฎหมายของพ.ร.บ.วัตถุอันตราย ดังนั้นอย่าห่วงเรื่องเจ้าสัวนำเข้าสารตัวใหม่ และไม่มีการตัดตอนบริษัทนำเข้า 3 สาร เพราะทั่วโลกก็แบนกัน 58 ประเทศแล้ว

“มติครั้งนี้ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศซึ่งปกติของขวัญปีใหม่เป็นวันที่1ม.ค. แต่ในวันนี้รัฐบาลให้เป็นของขวัญกับประชาชนทันที เพราะต่อไปในเทศกาลปีใหม่ตั้งแต่วันที่1ธ.ค.คนไทยไปเที่ยวที่ไหน มีพืชพันธ์ธัญญาหารปลอดภัย อากาศบริสุทธิ์ให้กับสุขภาพคนไทย ในเรื่องนี้อธิบดี คณะกรรมการ ไม่ต้องกลัวว่าต้องขึ้นศาลเพราะถ้าต้องขึ้นดิฉันจะไปด้วยเพราะเราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งในวันนี้ดิฉันมีความพอใจระดับหนึ่ง แต่หน้าที่ยังไม่จบ ต้องอีก3-4วันถึงจะสำเร็จถือเป็นชัยชนะของคนไทยร่วมกัน”น.ส.มนัญญา กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศในการประชุมใช้เวลากว่า 2 ชม.โดยไม่ให้สื่อเข้าบอกว่าจะเชิญเข้ามาตอนประชุมเสร็จเพื่อให้มาสังเกตการณ์คณะทำงานคนไหนโหวตเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หลังการประชุม น.ส.มนัญญา ได้ให้ที่ประชุมแสดงความเห็นต่อหน้าสื่อและโหวตเรียงบุคคล อย่างไรก็ตามสื่อจับตาเป็นพิเศษกับท่าที ของอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เนื่องจากก่อนหน้ามีแถลงการณ์ออกมาว่าต้องยืนตามหลักวิชาการ โดยปรากฏว่าอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวก่อนโหวตว่า1.เนื่องจากเป็นนโยบายของรมช.เกษตรฯและเป็นนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกและรมว.สาธารณสุข 2.เนื่องจากการจะยกเลิกต้องมีการพิจารณาสารทดแทน ข้อมูลประกอบวิชาการเชิงประจักษ์ว่าเป็นพิษต่อร่างการมนุษย์จึงเห็นด้วยกับมติที่ประชุมที่จะยกระดับ3สารนี้จากบัญชีประเภทเป็นประเภทที่ 4

ขู่ปักหลักยาว! ‘ม็อบชาวนา’บุกปชป. ขอพบ’จุรินทร์’ทวงคำตอบแก้ปัญหาหนี้สิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/445684

ขู่ปักหลักยาว! ‘ม็อบชาวนา’บุกปชป. ขอพบ’จุรินทร์’ทวงคำตอบแก้ปัญหาหนี้สิน

วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.10 น.
กลุ่มเกษตรกร ข้ามคลองประปา – ถ.พระราม 6 บุก ปชป.  ทวงถามข้อเสนอ 7 ข้อเรียกร้องเข้าบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯ จวก “จุรินทร์” ไร้หัวใจ บ่นชุมนุม21วัน “เฉลิมชัย” ไม่เคยมาแล
7 ตุลาคม 2562 เมื่อเวลา 15.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเกษตรกรจากทั่วประเทศ นำโดย นายชุมพร จินตนาวสาร แกนนำเกษตรจังหวัดตาก ซึ่งปักหลักชุมนุมริมคลองประปาข้างกระทรวงการคลัง ซึ่งชุมนุมมาแล้วกว่า 20 วัน ได้เดินเท้าข้ามถนนพระรามหกมายังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทวงสัญญาณ 7 ข้อ จากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร โดยก่อนหน้านี้ทางกลุ่มเกษตรกรฯ ได้ยื่นเรื่องผ่านนายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการรองนายกรัฐมนตรี (ประจำตัวนายจุรินทร์) และชาวเกษตรกรได้เข้าพบนายไชยยศมาถึง 2 ครั้งแล้ว ซึ่งก็ได้รับปากว่าจะบรรจุข้อเรียกร้องเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดของกองทุนที่จะมีการประชุมในวันที่ 8 ตุลาคม นี้ แต่ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ในวาระการประชุมยังไม่มีเรื่องนี้บรรจุไว้

นายชุมพร กล่าวอีกว่า นายจุรินทร์ยังไม่เคยออกมาพูดว่าจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา จึงอยากถามว่านายจุรินทร์ไม่มีหัวใจการเป็นเกษตรกรหรืออย่างไร และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ไม่เคยลงมาดูหรือเยี่ยมผู้ชุมนุมเลยทั้งที่ชุมนุมกว่า 20 วันแล้ว มีแต่เพียงนักการเมืองพรรคอื่นที่มาช่วยดูแล

นายชุมพร กล่าวต่อว่า พ.ร.บ.กองทุนดังกล่าว มีนายชวน หลีกภัย ในฐานะนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการบริหารกองทุน ทำให้เกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์จากกองทุนนี้ แต่กลับเอื้อประโยชน์ให้กับสถาบันการเงินของเอกชน ดังนั้น พวกตนจึงต้องออกมาเรียกร้องต่อพรรคประชาธิปัตย์ หากไม่นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดใหญ่จะปักหลักชุมนุมอยู่ต่อที่พรรค แต่ถ้านำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมก็จะเดินทางกลับข้างกระทรวงการคลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อเรียกร้อง7ข้อ ของกลุ่มเกษตรกรฯ ประกอบด้วย

1.หนี้สหกรณ์การเกษตรที่ฟ้องและกำลังดำเนินคดี ขอให้หยุดดำเนินคดีจนกว่ากองทุนฟื้นฟูฯ จะเข้ามาซื้อหนี้

2.ขอให้เป็นคนกลางในการเจรจาหนี้สหกรณ์การเกษตร กรณีวัตถุประสงค์เข้าหลักเกณฑ์ที่กองทุนฟื้นฟูฯ สามารถซื้อหนี้ได้

3.ขอจำหน่ายหนี้สูญตามกฎกระทรวงการคลังกำหนด ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 186ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้  พ.ศ. 2534 กรณีคุณสมบัติเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนด

4.หนี้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินคดี ขอให้ชะลอไว้จนกว่าจะได้รับการจัดการหนี้จากกองทุนฟื้นฟูฯ

5.กรณีหนี้ค้างชำระให้ชะลอทุกกรณี (หนี้ ธ.ก.ส.)

6.กรณีลูกหนี้เสียชีวิตห้ามไม่ให้หักเงินฌาปณกิจ (ลูกหนี้ ธ.ก.ส.) และ

7.กรณีขอกู้เงินกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน มีการประเมินล่าช้าและไม่ผ่านหลักเกณฑ์ของกองทุนหมุนเวียน

‘อธิบดีปศุสัตว์’จับมือเครือข่ายฯเปิดงาน’วันไข่โลก’ปี62

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/445637

‘อธิบดีปศุสัตว์’จับมือเครือข่ายฯเปิดงาน’วันไข่โลก’ปี62

วันจันทร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 14.32 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”จับมือเครือข่ายฯ เปิดงาน”วันไข่โลก” (World Egg Day 2019) รณรงค์ให้คนไทยบริโภคไข่ไก่300ฟอง/คน/ปี

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่โรงพยาบาลศิริราช นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธานเปิดงาน “วันไข่โลก” ปี 2562 (World Egg Day 2019) พร้อมด้วย นางอุมาพร พิมลบุตร รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รองอธิบดีกรมอนามัย คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานโครงการรณรงค์บริโภคไข่ 300 ฟอง เกษตรกรและสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไข่ไก่ สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยฯ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินงานภายใต้นโยบายพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผลผลิตสินค้าเกษตรได้คุณภาพมาตรฐาน ตั้งแต่การผลิตระดับฟาร์มจนถึงมือผู้บริโภค สินค้าไข่ไก่และผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญ เป็นแหล่งโปรตีนราคาถูก คุณภาพสูงของประชาชน กรมปศุสัตว์ได้มีการกำกับดูแลมาตรฐานการผลิต ตั้งแต่ระดับฟาร์ม สถานที่รวบรวมไข่ สถานที่จำหน่ายไข่สดและสินค้าไข่ โดยผ่านทางการรับรองมาตรฐานทั้งมาตรฐานฟาร์ม GAP มาตรฐาน GMP ศูนย์รวบรวมไข่ สถานที่จำหน่ายไข่สดปศุสัตว์ OK และสินค้าไข่อนามัย (Q mark) โดยประชาชนผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าไข่สดและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยได้

กรมปศุสัตว์ ยังดำเนินงานด้านการส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ทั้งในด้านสุขภาพสัตว์ การควบคุมและป้องกันโรค ส่งเสริมคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการผลิต และเปิดโอกาสในการเข้าถึงตลาดให้กับเกษตรกร จนเพิ่มมูลค่าไข่ไก่ด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทำให้ในปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตไข่ไก่สูงมาก ทั้งยังมีการขยายมาตรฐานการผลิตในรูปแบบการผลิตไข่ไก่อินทรีย์ และไข่ไก่จากฟาร์มแบบเลี้ยงปล่อยอิสระ (Free range) เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภค

สำหรับการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ปี 2562 คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ได้กำหนดให้ดำเนินการจัดงาน “วันไข่โลก 2562” หรือ “World Egg Day 2019” โดยดำเนินโครงการในรูปแบบประชารัฐร่วมกับภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปีนี้งาน “วันไข่โลก 2562” มีกำหนดจัดขึ้น 3 วัน ดังนี้ วันที่ 7 ตุลาคม 2562 ณ โรงพยาบาลศิริราช , วันที่ 9 ตุลาคม 2562 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และวันที่ 11 ตุลาคม 2562 ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี การจัดงานวันไข่โลกในปีนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างโครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง โดยมี คุณเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ เป็นประธานโครงการฯ ภายใต้คณะอนุกรรมการรณรงค์เพิ่มการบริโภคไข่ไก่ และการสนับสนุนของสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและผู้ส่งออกไข่ไก่ต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้ให้คนไทยเห็นคุณประโยชน์การบริโภคไข่ ที่มีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน ประชาชนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย สามารถบริโภคไข่ไก่ได้ทุกวัน