เกษตร’จ.เลย’ระทมฝนทิ้งช่วง ข้าวรอวันตาย-สูบน้ำเข้านาชม.ละ80บ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/421817

เกษตร'จ.เลย'ระทมฝนทิ้งช่วง ข้าวรอวันตาย-สูบน้ำเข้านาชม.ละ80บ.

เกษตร’จ.เลย’ระทมฝนทิ้งช่วง ข้าวรอวันตาย-สูบน้ำเข้านาชม.ละ80บ.

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 08.23 น.

จ.เลย ฝนทิ้งช่วง 2 เดือน แปลงนาข้าวเหี่ยวแห้งรอวันตาย เร่งสูบน้ำไกล 3 กม. จ่ายชั่วโมงละ 80 บาท หวังข้าวรอดตาย ไม่เคยเจอในรอบ 30 ปี

24 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่จังหวัดเลยช่วงนี้ประมาณ 3-4 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาบ้างและทิ้งช่วงไปจนถึงวันนี้ ทำให้ไร่นาหวานที่กำลังรอน้ำเพื่อการเจริญเติบโต แห้งเหี่ยว นาข้าวกำลังได้รับผลกระทบจากฝนทิ้งช่วง

นายเมืองมน โต๊ะแสง ชาวตำบลนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย เกษตรกร บ้านนาอ้อกล่าวว่า พื้นที่นาตนอยู่บริเวณท้ายบ้านนาอ้อ ขณะนี้ที่นาไม่มีน้ำเหลือเลย ดินในนาแห้งเหี่ยว ข้าวกำลังยืนต้นตาย ตนไม่รู้จะทำอย่างไร คาดว่าฝนจะตกลงมาให้น้ำแต่ไม่มีน้ำในแปลงนาเลย ตนและเพื่อนที่มีนาอยู่ประมาณ 10 ไร่ ต้องไปติดต่อขอสูบน้ำมาจากแม่น้ำเลยที่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำนั้นไหลมายังนาตนและเพื่อน มีค่าใช้จ่ายต่อไร่ประมาณ 80 บาท สูบชั่วโมงละ 80 บาทและต้องมีการจองคิวเป็นเวลาหลายวันกว่าจะได้น้ำใส่นา มีค่าใช้จ่ายเพื่อก็ต้องยอมเพราะกลัวข้าวตาย

นายเมืองมน  กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ข้าวที่ว่านไว้อยู่ในสภาพแห้งแล้งไม่มีน้ำเพราะฝนทิ้งช่วงมาประมาณ 1-2 เดือน ในรอบ 30 ปี ที่มาอยู่ ยังไม่เคยเจอแล้วขาดช่วงแบบนี้ ซึ่งปกติในเดือนนี้จะมีน้ำเต็มทุ่งแล้ว

สศก.โชว์ผลสำเร็จปั้นSmart Farmer

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/421813

สศก.โชว์ผลสำเร็จปั้นSmart Farmer

สศก.โชว์ผลสำเร็จปั้นSmart Farmer

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลพัฒนาเกษตรกรผู้นำ ภายใต้โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ปี 2561 ซึ่งมีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานหลักพัฒนาเกษตรกรผู้นำ โดยจัดอบรมใน ศพก. ให้เกษตรกร แบ่งเป็น 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรหลัก หลักสูตรบังคับ และหลักสูตรเสริม เพื่อพัฒนาสู่การเป็น Smart Farmer สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริหารจัดการ และการตลาดสินค้าเกษตรได้อย่างมืออาชีพ เป้าหมายพัฒนาเกษตรกรผู้นำในศพก.ทั้ง 882 ศูนยศูนย์์ละ 30 ราย รวม 26,460 ราย รวม 77 จังหวัด ผลการประเมิน พบว่า มีเกษตรกรเข้าอบรมใน ศพก.ครบตามเป้าหมาย 26,460 ราย สัดส่วน 90% เข้ารับการพัฒนา 3 ครั้ง 3 หลักสูตร ตามข้อกำหนดของโครงการ

โดยเกษตรกรทุกรายได้เข้ารับการพัฒนาหลักสูตรหลัก ได้แก่ ลดต้นทุน มาตรฐานสินค้าเกษตร Zoning บัญชีครัวเรือน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรหลักของ ศพก. พืชทางเลือกตามความต้องการของชุมชน และผลิตตามกิจกรรมแปลงใหญ่ รองลงมาเกษตรกร 96% เข้ารับการพัฒนาหลักสูตรบังคับ ได้แก่ เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ และเกษตรผสมผสาน และเกษตรกร 92% เข้ารับการพัฒนาในหลักสูตรเสริม ได้แก่ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า องค์กรเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน แผนธุรกิจ หรือหลักสูตรอื่นๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการและบริบทชุมชน หลังได้รับการพัฒนาจากการเข้าอบรม เกษตรกร 98% นำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพ ปรับเปลี่ยนกิจกรรมทางการเกษตรจากเดิม ได้แก่ ลดใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีหันมาผลิตปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ สารชีวภัณฑ์ใช้เอง และการปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน อีกทั้งให้ความสำคัญกับการใช้ปุ๋ยถูกวิธี นอกจากนี้ เกษตรกรยังปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรแบบผสมผสานโดยประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงประกอบอาชีพ ผลจากการนำองค์ความรู้มาปรับใช้ส่งผลให้เกษตรกร 83% ลดต้นทุนการผลิตลงได้ เช่น ค่าปุ๋ยเคมีลดลงเฉลี่ย 548 บาท/ไร่ ค่าสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชลดลงเฉลี่ย 128 บาท/ไร่ และค่าเมล็ดพันธุ์ลดลงเฉลี่ย 120 บาท/ไร่ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 54,383 บาท/ครัวเรือน นอกจากนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ยังมีผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยในกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกข้าว พบว่า ผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 137 กิโลกรัม/ไร่

 

 

นางอัญชนากล่าวเสริมว่า เกษตรกรผู้นำยังต้องการอบรมหลักสูตรอื่นเพิ่มเติม โดยเฉพาะหลักสูตรด้านการตลาด อาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ และการใช้พลังงานทดแทน ทั้งนี้ ปี 2562 กระทรวงเกษตรฯ ยังคงพัฒนาเกษตรกรผู้นำโดยกำหนดเป้าหมายเกษตรกรเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ เกษตรกรผู้นำที่เป็นเกษตรกรทั่วไป 30 ราย/ศูนย์ และเกษตรกรผู้นำที่เป็นประธานศูนย์เครือข่าย อย่างน้อย 10 ราย/ศูนย์ เน้นกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดฤดูการผลิต เพื่อพัฒนาศักยภาพ เช่น ประเด็นเทคนิคการนำเสนอ การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ความร่วมมือของเครือข่าย ศพก. กับภาคราชการ หรือในประเด็นอื่นๆ ตามความเหมาะสมของพื้นที่ ซึ่ง สศก. จะได้วางแผนติดตามผลการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องในระยะต่อไป

ต่อยอดนวัตกรรมผลิตเรือเก็บวัชพืช n ผลิตลอตแรก100ลำลุยลุ่มเจ้าพระยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/421812

x

ต่อยอดนวัตกรรมผลิตเรือเก็บวัชพืช n ผลิตลอตแรก100ลำลุยลุ่มเจ้าพระยา

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานประสบผลสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมเรือกำจัดวัชพืขขนาดเล็ก Version 3 ซึ่งเป็นการต่อยอดเรือเก็บวัชพืชน้ำขนาดเล็ก Version 2 ที่กรมประดิษฐ์ขึ้นเมื่อปี 2559 โดยเรือกำจัดวัชพืขขนาดเล็กตัวใหม่นี้ มีขีดความสามารถมากกว่าของเดิมคือ เก็บวัชพืชได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มออกซิเจนในน้ำได้ระหว่างปฏิบัติการลุยเหยียบไปบนผักตบชวาได้ ใช้วัสดุที่เบาและแข็งแรงขึ้น จากผลการใช้งานเก็บขยะได้วันละประมาณ 60 ตัน ขณะที่มีอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเบนซินเพียงประมาณ 1.2 ลิตรต่อชั่วโมง (หรือชั่วโมงละ 120 บาท)เท่านั้น

สำหรับเรือกำจัดวัชพืขขนาดเล็ก Version 3 ดังกล่าว มีขนาดความกว้างเพียง 1.7 เมตร จึงมีประสิทธิภาพเข้าทำงานในคลองที่เล็กแคบได้ดี ช่วยเรื่องความปลอดภัยให้กำลังคน ประหยัดค่าแรง นอกจากนี้ เรือถูกออกแบบให้ใส่ล้อระหัดพับได้ ง่ายต่อการขนส่ง เกิดความคล่องตัวที่จะไปปฏิบัติการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำได้อย่างสม่ำเสมอ คาดว่าจะช่วยประหยัดงบประมาณในการกำจัดวัชพืชทางน้ำและผักตบชวาได้เป็นอย่างดี

ผอ.สำนักเครื่องจักรกลกล่าวด้วยว่า ปัญหาวัชพืชและผักตบชวาที่ขวางทางน้ำ ปิดกั้นทางระบายน้ำนอกจากทำให้น้ำท่วมขัง ก่อปัญหามลพิษทางน้ำ น้ำเน่าเสีย จนถึงสร้างความเสียหายให้เครื่องมือชลประทาน กรมดำเนินการกำจัดเพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น หลายครั้งได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานเอกชนอื่น และชาวบ้าน ทำให้ได้เห็นเครื่องจักรเครื่องมือหลากหลายชนิดของแต่ละหน่วยงานที่มาช่วยกันปฏิบัติงาน จึงเกิดแนวความคิดพัฒนาเทคโนโลยีให้กับเรือกำจัดวัชพืชที่มีอยู่เดิมว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถกำจัดวัชพืชและผักตบชวาได้มากขึ้น ทุ่นแรง ทุ่นเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยบำรุงรักษาคลองให้สะอาดปราศจากวัชพืชภายหลังจากมีการกำจัดใหญ่มาแล้ว ซึ่งการกำจัดครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียวแต่ละปีช่วยเคลียร์ทางน้ำได้ระยะหนึ่งเท่านั้น ต้องกำจัดสม่ำเสมอ พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อน “โครงการจิตอาสาเพื่อการพัฒนาลำน้ำกับชีวิต บนวิถีแห่งความพอเพียงเพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชน” จึงได้เกิดเรือนวัตกรรมกำจัดวัชพืชขนาดเล็ก Version 3 ดังกล่าวขึ้น

“กรมชลประทานผลิตเรือนวัตกรรมกำจัดวัชพืชลอตแรก 100 ลำ ปีนี้จะนำออกใช้งานลุ่มเจ้าพระยาเป็นหลักก่อน ได้แก่ คลองบริเวณจังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี คลองพระยาบันลือ รังสิตเหนือ รังสิตใต้ เจ้าเจ็ด-บางยี่หน ภาษีเจริญ ชลหารพิจิตร พระองค์ไชยานุชิต โดยเฉพาะพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล สำนักงานชลประทานที่ 11 ที่มีคลองจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม กรมมีคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำในความดูแลทั่วประเทศรวม 35,800 กิโลเมตร ในอนาคตจะผลิตเรือ หรือนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาเพื่อเข้าไปช่วยงานในพื้นที่ๆ ประสบปัญหาต่อไป” ผู้อำนวยการสำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน กล่าวปิดท้าย

ทั่วทิศถิ่น ส.ป.ก. : ส.ป.ก.นำร่องพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ยกระดับคุณภาพชีวิตยึดศก.พอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ทั่วทิศถิ่น ส.ป.ก. : ส.ป.ก.นำร่องพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่  ยกระดับคุณภาพชีวิตยึดศก.พอเพียง

ทั่วทิศถิ่น ส.ป.ก. : ส.ป.ก.นำร่องพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ยกระดับคุณภาพชีวิตยึดศก.พอเพียง

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แปลงเกษตรกรรุ่นใหม่ ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เป็นศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในเขตปฏิรูปที่ดิน จัดตั้งโดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นพื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ตามโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ซึ่งรับสมัครและคัดเลือกจากประชาชนที่ว่างงาน ถูกเลิกจ้าง หรือคนที่ประสงค์จะทำกิน โดยจะมีการอบรมและเรียนรู้การทำเกษตรในพื้นที่จริง เพื่อให้ทราบถึงความถนัดของแต่ละบุคคล และเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืนในที่ดิน ส.ป.ก.

นายไพรัตน์ โลหณุต ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และการปฏิรูปที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โครงการเกษตรกรรุ่นใหม่ เป็นโครงการที่ ส.ป.ก.ทำ MOU ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ โดยทางส.ป.ก.จะรับสมัครบุคคลที่ว่างงาน ที่ถูกเลิกจ้าง หรือบุคคลที่ประสงค์จะทำกินในที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อเข้าร่วมอบรมกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สำหรับพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จะอบรมที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา ระยะเวลาอบรม 6 เดือน โดย 3 เดือนแรกจะอบรมให้ความรู้ในด้านวิชาการทั้งหมด ทั้งด้านพืชผัก การเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงสัตว์น้ำ การแปรรูป ตลอดจนเรื่องการตลาด จากนั้นอีก 3 เดือน จะเป็นการฝึกปฏิบัติจริงในแปลงเกษตร เมื่อครบ 6 เดือน เกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผ่านการฝึกอบรมก็นำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติจริงในแปลงที่ ส.ป.ก.จัดสรรให้ พร้อมกับมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ให้ต่อไป

 

สำหรับในส่วนของอำเภอปากช่อง ทาง ส.ป.ก.ได้จัดแบ่งที่ดินให้เกษตรกรรุ่นใหม่เป็น 2 ประเภท คือแปลงที่อยู่อาศัย 2 งาน และแปลงเกษตรกรรม 2 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินที่ ส.ป.ก.ยึดคืนจากผู้ที่ขาดคุณสมบัติตั้งแต่ปี 2558 มีเนื้อที่ 635 ไร่ สร้างบ้านให้เกษตรกรจำนวน 40 หลัง โดยได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นที่เรียบร้อย เกษตรกรสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ทันที ส่วนเรื่องของแปลงเกษตรกร 2 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นถนน แหล่งน้ำ
การขุดบ่อเพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี

 

 

ด้าน นางสุภัค พรพิศาล เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เล่าว่า เมื่อก่อนอยู่ที่ปทุมธานี ขับรถส่งของตามบริษัท ซึ่งมีรายได้ที่ไม่แน่นอนและไม่มีความมั่นคงในอาชีพ จึงสนใจทำการเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง เมื่อทราบข่าวว่า ส.ป.ก. เปิดรับสมัครผู้สนใจที่จะทำการเกษตร แต่ไม่มีที่ดินทำกิน เข้าฝึกอบรมเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ เมื่อจบหลักสูตรการอบรมแล้ว ได้รับการจัดสรรที่ดินว่างเปล่า และเริ่มสร้างบ้าน ทำเกษตรผสมผสาน ปลูกผักควบคู่กับการปลูกพืชระยะสั้น เช่น ปลูกผักบุ้ง สลับกับปลูกดาวเรือง ผักสลัด เป็นต้น โดยเน้นตลาดในพื้นที่เป็นหลัก นอกจากนี้ ยังเลี้ยงไส้เดือน เพื่อทำปุ๋ยมูลไส้เดือนไว้ใช้ในแปลงเกษตรของตน ทำให้ต้นทุนในการผลิตลดลง และยังมีรายได้เสริมจากการบรรจุปุ๋ยใส่ถุงจำหน่ายให้กับคนเมืองอีกด้วย ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ และสะดวกในการนำไปใช้ ซึ่งหลังจากที่เข้าร่วมโครงการและเข้ามาทำกินในที่ดินจัดสรรของ ส.ป.ก. ถือว่าชีวิตมีความมั่นคงขึ้น มีรายได้ต่อเนื่องเฉลี่ยสัปดาห์ละ 3,000 บาท ในขณะที่รายจ่ายลดลง เพราะสิ่งที่เราปลูกก็สามารถนำมาบริโภคในครัวเรือนได้ จึงอยากขอบคุณ ส.ป.ก.ที่มอบที่ดินและส่งเสริมให้ไปเรียนรู้ เพื่อให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้จริงในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรนี้

นางสุภัค พรพิศาล จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของเกษตรกรในพื้นที่ แปลงเกษตรกรรุ่นใหม่ ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่นำร่องการยกระดับงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรเชิงคุณภาพ ที่ใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด ทำให้มีความมั่นคงทางด้านอาหาร มีรายได้อย่างต่อเนื่อง และมีชีวิตที่ยั่งยืนตลอดไป

ขยายผลเกษตรอาหารกลางวันจากรร.สู่ชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/421811

x

ขยายผลเกษตรอาหารกลางวันจากรร.สู่ชุมชน

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการบินไทย อ.คลองหาด จ.สระแก้ว พร้อมเยี่ยมเกษตรกรที่ขยายผลจากโรงเรียนไปสู่ชุมชน ซึ่งปัจจุบันสำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้วส่งเสริมสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเกษตร ได้แก่ ผลิตพืชผัก ป้องกันกำจัดศัตรูพืช แปรรูปถนอมอาหาร รวมถึงสนับสนุนปัจจัยการผลิตสำหรับจัดทำแปลงผลิตพืชในโรงเรียนมาต่อเนื่อง จัดทำแผนการผลิตพืชผักและแผนประกอบเลี้ยงอาหารกลางวันให้นักเรียนมีอาหารบริโภคถูกหลักโภชนาการและเพียงพอความต้องการของร่างกาย ซึ่งผลผลิตที่ได้ดำเนินการผ่านอาคาร “เกษตรสิริสุข” ซึ่งเป็นอาคารที่กรมส่งเสริมการเกษตร ได้น้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสืบสานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน และเนื่องในโอกาสที่กรมครบรอบ 50 ปี อีกทั้ง ขยายผลพัฒนาจากโรงเรียนไปสู่ชุมชน โดยชุมชนได้นำองค์ความรู้จากโรงเรียนไปปรับใช้ในครัวเรือน เกิดการพัฒนาช่วยเหลือสนับสนุนการพัฒนาเด็ก เยาวชนและโรงเรียนไปพร้อมๆ กัน

ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรให้ข้อเสนอแนะการดำเนินโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โดยส่งเสริมให้นักเรียนได้มีความรู้และทักษะด้านการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้นำไปใช้ในครัวเรือน และประกอบอาชีพได้ในอนาคต รวมถึงให้มีการถ่ายทอดความรู้เรื่องมาตรฐาน GMP เพื่อนำไปใช้จัดการผลผลิตภายในอาคาร“เกษตรสิริสุข” ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่จำเป็นในการผลิตและควบคุม ทำให้ผลิตอาหารได้ปลอดภัยถูกสุขลักษณะ ซึ่งการปฏิบัติทุกครั้งให้บันทึกข้อมูลกิจกรรม เพื่อทราบถึงความก้าวหน้าในการใช้ประโยชน์อาคารให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด

ชายคาพระพิรุณ : 24 มิถุนายน 2562

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/421810

586851

ชายคาพระพิรุณ : 24 มิถุนายน 2562

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กรมประมง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค เตรียมจัดงาน“วันประมงน้อมเกล้าฯ ครั้งที่ 31” วันที่ 28 มิถุนายน – 7 กรกฎาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. เนรมิตพื้นที่กว่า 7,000 ตร.ม.ทั่วบริเวณชั้น จี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์เป็นจักรวรรดิแห่งสัตว์น้ำที่ยิ่งใหญ่ “อะควาติกเอ็มไพร์” จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 100 สายพันธุ์ อลังการกับการประกวดปลาสวยงามมากถึง 8 ชนิด 67 ประเภท กว่า 2,000 ตู้ ชมสุดยอดราชา-ราชินีแห่งสายพันธุ์, มหัศจรรย์กับสัตว์น้ำสุดแปลกจากแดนใต้ “ปลากะแมะ” ปลาแปลกรูปร่างประหลาดแห่งป่าพรุโต๊ะแดง “กบใบไม้ฮาลาบาลา”นักพลางตัวชั้นยอดจากแดนใต้ และ “แม่หอบ” สัตว์โบราณดำรงเผ่าพันธุ์กว่า 16 ล้านปี เนื้อมีสรรพคุณทางยาสามารถรักษาหอบหืดได้,สุดทึ่งกับสัตว์น้ำต่างถิ่น “เต่ายักษ์อัลลิเกเตอร์”เต่าน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีแรงกัดมหาศาลเป็นอันดับ 3 ของโลก พร้อมภาคภูมิใจในความเป็นไทยกับ “ปลากัดไทย” สัตว์น้ำประจำชาติไทย และสนุกล้ำกับ MAGICFLOOR เทคโนโลยีสุดล้ำ Interactive Floor Projection ที่ทำให้คุณได้ใกล้ชิดกับฝูงปลาเสมือนเดินอยู่บนผืนน้ำ ตลอดจนนิทรรศการความรู้ทางการแพทย์“กระดูกและข้อ” จากคุณหมอโรงพยาบาลศิริราช

นอกจากนี้การประกวดปลาสวยงามชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ปีนี้จะมีการจัดประกวดมากถึง 8 ชนิด 67 ประเภท ได้แก่ ปลากัด ปลาหางนกยูง ปลาตะพัด (ปลาเอเชียอโรวาน่า) ปลาเงินปลาทอง ปลาหมอสี ปลาหมอสีครอสบรีด ปลาปอมปาดัวร์ ปลาตะพัด และปลากัดออนไลน์ โดยไฮไลท์ เป็นการประกวด“ปลากัดสีและลายธงชาติ”และ “ปลากัดไทยสัตว์น้ำประจำชาติ Bettasplendens” คู่ไปกับ การประกวดวาดภาพ “ปลากัดไทย (Siamese Fighting Fish) สัตว์น้ำประจำชาติของนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น และเพื่อร่วมกันภาคภูมิใจในความเป็นไทย ตลอด 10 วัน ของการจัดงาน เชิญร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ตระการตา พร้อมความแปลกมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องน้ำหลากสีสันและสุดยอดปลาสวยงามจากการประกวด ตลอดจนความรู้และบริการเรื่องสุขภาพ ในงาน“วันประมงน้อมเกล้าฯ” ครั้งที่ 31 ได้ ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน- 7 กรกฎาคม 2561 เวลา 10.00–20.00 น. ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ค่าบัตรผ่านประตูเพียง 20 บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิจุฬาภรณ์ โดยในปีนี้ คณะกรรมการจัดงานวันประมงน้อมเกล้าฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีโปรดให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จแทนพระองค์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันประมงน้อมเกล้าฯ ครั้งที่ 31 ในวันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2562 เวลา 17.00 น.

นายพรศักดิ์ นันตะรัตน์ เกษตรจังหวัดเชียงราย ชวนเที่ยวงานเทศกาลข้าวเชียงราย ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2562 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และสนับสนุนช่องทางการตลาดใหม่ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเชียงรายและเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ข้าวคุณภาพของจังหวัดที่มีชื่อเสียง อาทิ ข้าว กข 15 ข้าวเหนียวเขี้ยวงู ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เป็นต้น โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2562 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สาย ภายในงานพบกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ ปลอดภัยหลากหลายชนิด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวของจังหวัดเชียงราย การสาธิตการปรุงอาหารคาว-หวานแปรรูปจากข้าว อาทิ คุกกี้ข้าว น้ำชาข้าว การจัดทำข้าวหลามยักษ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นอำเภอพาน แจกให้รับประทานฟรีในวันเปิดงาน ชมนิทรรศการข้าว และครั้งแรกกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ข้าวจากวิสาหกิจชุมชนพัฒนาข้าวหนองอ้อช่วยชีวิตหมูป่า ซึ่งเป็นข้าวจากกลุ่มชาวนาที่เสียสละพื้นที่นารับน้ำจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ในกรณีการช่วยเหลือ 13 เยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี่ติดถ้ำหลวง

เมื่อเร็วๆ นี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จัดอบรมหลักสูตร ผู้สอบบัญชีสหกรณ์ระดับสูง รุ่นที่ 1 (ครั้งที่ 2) โดยมีนายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการอบรม เพื่อให้ผู้สอบบัญชีสหกรณ์ระดับสูง ได้รับความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจสอบสหกรณ์ที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการบันทึกบัญชี โดยใช้โปรแกรม ACL และ CATS ตรวจสอบการทุจริต รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานสอบบัญชีระหว่างผู้เข้ารับการอบรมด้วยกันเอง และวิทยากร โดยมีข้าราชการที่ปฏิบัติงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้สอบบัญชีสหกรณ์ระดับสูง รวมทั้งมีความสมัครใจและสามารถเข้ารับการอบรมได้ตลอดหลักสูตร จำนวน 80 คน ณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการปฏิรูปที่ดิน อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขุนเกษตรา

ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์กองบัญชาการกองทัพไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/421725

ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์กองบัญชาการกองทัพไทย

ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์กองบัญชาการกองทัพไทย

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 18.42 น.

23 ม.ย.62 บก.ทท. โดย พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทสส. พร้อม พล.อ.ดร. ธนเกียรติ ชอบชื่นชม ผบ. นทพ.และคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูง ของ บก.ทท.ได้เดินทางมาตรวจราชการและส่งมอบโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ให้กับ ผวจ.สุรินทร์ ผบ กกล.สุรนารี ผกก.ตชด.21 ,นอภ.ปราสาท,นอภ.กาบเชิง ณ รร.บ้านโคกตะเคียน ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และเดินทางไปตรวจเยี่ยม นพค.54 สนภ.5 นทพ. , เป็นประธานในพิธีปลูกข้าว ในโครงการ ” ข้าวหอมมะลิอินทรีย์กองบัญชาการกองทัพไทย

พร้อมทั้ง ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด จำนวน 20,000 ตัว  และร่วมกิจกรรมปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์กองบัญชาการกองทัพไทย ณ บริเวณแปลงสาธิตโครงการปลูกข้าว ฯ นพค.54 สนภ.5 นทพ. บ้านลำพุก ต.ตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

กษ.เร่งปลดแอกหนี้สินสมาชิกสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศกว่า1.7แสนล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/421723

กษ.เร่งปลดแอกหนี้สินสมาชิกสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศกว่า1.7แสนล้าน

กษ.เร่งปลดแอกหนี้สินสมาชิกสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศกว่า1.7แสนล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 17.50 น.

กษ.เร่งปลดแอกหนี้สินสมาชิกสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศกว่า1.7แสนล้านบาท พบ”กลุ่มสหกรณ์-เกษตรกร”วนกู้สหกรณ์ นำเงินมาหมุนชำระหนี้ธกส.ก่อหนี้แบบพอกหางหมู จี้ธกส.พักชำระหนี้3ปี ชี้ธปท.เตือนไม่แก้พาลงเหวทั้งระบบ

23 มิ.ย.62 นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เปิดเผยว่า เตรียมผลักดันโครงการส่งเสริมการเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ เสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับสมาชิกสหกรณ์ให้มากขึ้น เพิ่มเติมจากรายได้จากปลูกพืชชนิดเดียวหรือรอรายได้จากการเก็บเกี่ยวผลผลิตปีละเพียงหนึ่งครั้ง ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่พอจ่าย กระทบต่อการชำระหนี้กับสหกรณ์หรือสถาบันการเงิน โดยโครงการดังกล่าวให้แต่ละสหกรณ์ไปคิดว่าต้องการทำอาชีพอะไร เพื่อที่จะได้ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ จากนั้นกรมจะช่วยเหลือในเรื่องทุนให้กับสมาชิกผ่านสหกรณ์

“เป็นผลจากการหารือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ที่พบว่า ลูกค้า ธกส.จะกู้เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ หรือกู้สหกรณ์มาชำระ ธกส.และปรับสัญญาใหม่ ซึ่งกรณีนี้มีรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า กลุ่ม เอส 3 หรือกลุ่มสหกรณ์ – เกษตรกร ไม่ได้ชำระจริง แต่เป็นการกู้เงินจากที่อื่น เพื่อนำเงินมาหมุนชำระหนี้ ธกส.เพื่อขอปรับบัญชีเป็นการเพิ่มหนี้แบบพอกหางหมู ซึ่งเป็นประเด็นที่ทาง ธปท.กังวลว่าอนาคต ธกส.จะมีปัญหา ฉะนั้น ธกส.พร้อมจะช่วยสหกรณ์แก้ไขอย่างจริงจัง เพราะมาตรการพักหนี้ที่ผ่านมาพบว่าเกษตรกรไม่ได้มีการสร้างรายได้เพิ่ม หากไม่ช่วยกันแก้ไขเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ใน 3 – 4 ปี ทั้ง ธกส.และสหกรณ์ มีปัญหาอย่างแน่นอน เพราะเหตุสำคัญที่สมาชิกไม่ชำระหนี้หรือค้างชำระเพราะรายได้ไม่เพียงพอ” นายพิเชษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพบว่า สหกรณ์ส่วนมากไม่ค่อยทำธุรกิจสร้างรายได้ แต่ไปเน้นในเรื่องกิจการปล่อยกู้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสหกรณ์ไม่ค่อยทำบทบาทสร้างรายได้ให้สมาชิก  โครงการนี้จะมาตอบโจทย์ ซึ่งกรมจะใช้เงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ปล่อยกู้สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ โดยให้สหกรณ์ทำแผนงานโครงการเสนอเข้ามา เพื่อนำเงินไปปล่อยให้สมาชิกสหกรณ์กู้ ไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 เพื่อให้สหกรณ์ปล่อยกู้กับสมาชิก นำไปสร้างอาชีพใหม่เพื่อสร้างรายได้ และมีเงินส่งชำระหนี้คืนสหกรณ์

ด้าน นายสุพิทยา พุกจินดา ผู้เชี่ยวชาญกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ต้องเร่งเดินหน้าโครงการเพิ่มรายได้ให้กับสหกรณ์ เพื่อป้องกันความล้มสลายขององค์การสหกรณ์ทั้งประเทศ เนื่องจากพบว่า เงินในระบบสหกรณ์ทั้งประเทศมีประมาณ 2 ล้านล้านบาท แต่พบว่า ปี 2560 สมาชิกมีหนี้ร่วม 175,063 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ของสหกรณ์ภาคเกษตร 163,585 ล้านบาท ภาคประมง 590 ล้านบาท นิคมสหกรณ์การเกษตร 8,227 ล้านบาท หนี้กลุ่มเกษตรกร 2,660 ล้านบาท โดยหนี้สมาชิกทั้งหมดเป็นหนี้ปกติ 133,445 ล้านบาท หนี้เอ็นพีแอล 41,618 ล้านบาท

“ตัวเลขทรัพย์สินสหกรณ์ กว่า 2 ล้านล้านบาท ดูดี แต่ที่น่ากลัว คือ หนี้สมาชิกทั้งสิ้นมี 175,000 ล้านบาท 1.7  แสนล้าน แยกเป็น หนี้ปกติ 1.3 แสนล้านบาท หนี้เตรียมเบี้ยว หรือเอ็นพีแอล 4 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้น หนี้ 1.3 แสนล้านบาท มีหนี้หมกอีกมาก และเมื่อมาดูเอ็นพีแอลพบว่าน่ากังวล เพราะเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี 2558 เอ็นพีแอล 31,367 ล้านบาท ปี 59 เอ็นพีแอล 36,848 ล้านบาท ปี 60 เอ็นพีแอล 40,996 ล้านบาท เพราะฉะนั้นขณะนี้ต้องรวมกันคิดและพัฒนาเพื่อให้สมาชิกมีรายได้เข้ามา” นายสุพิทยา กล่าว

นอกจากนั้น พบว่า สหกรณ์การเกษตร มีเงินออมประมาณ 20,788 บาทต่อคนต่อปี หนี้สิน 27,759 บาท ติดลบ 6,971 บาท ต่อคนต่อปี สหกรณ์ประมง เงินออม 20,252 บาท หนี้สิน 39,562 บาท ติดลบ 19,310 บาทต่อคน สหกรณ์นิคม เงินออม 20,306 หนี้สิน 39,855 หนี้สิน 15,548 บาทต่อคน กลุ่มเกษตรกร เงินออม 2,751 หนี้สิน 5,442 ติดลบ 2,691 บาทต่อคน

นายสุทิน ปันดี ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ใช้น้ำฝายยางประสบสุก จำกัด เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับแนวทางของกรมที่จะส่งเสริมการเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิก เพราะส่วนตนเดิมเข้ามาที่สหกรณ์แห่งนี้ ปี 2543 ก็พบปัญหามาก ท้อแท้มาก สหกรณ์ไม่มีรายได้ ปล่อยกู้ เก็บหนี้ไม่ได้ เมื่อสิบปีก่อนปล่อยกู้ 2 ล้านบาท เก็บหนี้ยาก โดนต่อว่าว่าสหกรณ์ไม่หารายได้เลย หลังจากเราทุ่มเททำงาน ที่จะส่งเสริมอาชีพให้มั่นคงให้เกษตรกรอยู่ได้ เรามุ่งเน้นสร้างรายได้ส่งเสริมอาชีพ สหกรณ์ปลูกพืชเศรษฐกิจ 9 ชนิด เช่น ข้าวโพด ปาล์ม มันสำปะหลัง ถั่ว และกรณีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เริ่มปลูกข้าวโพด ขณะนั้นสมาชิกไม่มั่นใจเพราะเป็นสหกรณ์เล็ก จึงนำร่องในกลุ่มกรรมการ 50 ไร่ เมื่อมีรายได้เกษตรกรเริ่มทำตามขยับเป็นพันไร่ และ 4 พันไร่ และปัจจุบันที่เข้าโครงการ 9 พืช พืชเศรษฐกิจ ทำให้สมาชิกมีรายได้จากการขายผลผลิตมีรายได้ ทำให้สมาชิกมีเงินมาฝากถึง 30 กว่าล้านบาท ต่อไปจะทำเมล็ดพันธุ์พืช เช่น ข้าว

กรมชลฯเร่งสร้างเขื่อนวังร่มเกล้า-แก้มลิง7แห่ง แก้แล้ง-ท่วม’นครสวรรค์-อุทัยธานี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/421702

กรมชลฯเร่งสร้างเขื่อนวังร่มเกล้า-แก้มลิง7แห่ง แก้แล้ง-ท่วม'นครสวรรค์-อุทัยธานี'

กรมชลฯเร่งสร้างเขื่อนวังร่มเกล้า-แก้มลิง7แห่ง แก้แล้ง-ท่วม’นครสวรรค์-อุทัยธานี’

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 15.36 น.

กรมชลฯเร่งสร้างเขื่อนวังร่มเกล้า-แก้มลิง7แห่ง กักเก็บน้ำได้กว่า24ล้านลบ.ม. แก้แล้ง-ท่วม”นครสวรรค์-อุทัยธานี”

23 มิ.ย.62 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะผู้บริหารกรมชลประทาน ร่วมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการเขื่อนวังร่มเกล้า โดยมี นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 พร้อมด้วย นายฐกร กาญจน์จิรเดช ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุทัยธานี และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ โครงการเขื่อนวังร่มเกล้า ต.ทุ่งใหญ่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี

สำหรับ โครงการเขื่อนวังร่มเกล้า เดิมชื่อว่า “ฝายวังรอ” ก่อสร้างในปี 2523 มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก 40,600 ไร่ ในเขต อ.เมือง จ.อุทัยธานี และ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ ลักษณะโครงการเป็นเขื่อนทดน้ำ ทำหน้าที่ทดน้ำเข้าคลองส่งน้ำทั้ง 2 ฝั่ง ได้แก่ คลองส่งน้ำฝั่งซ้ายส่งน้ำให้พื้นที่ในเขต จ.นครสวรรค์ และคลองส่งน้ำฝั่งขวาส่งน้ำให้พื้นที่ในเขต จ.อุทัยธานี อีกทั้งยังมีแก้มลิงในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 7 แห่ง สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 24.6 ล้านลูกบาศก์เมตร

นายทองเปลว กล่าวว่า โครงการชลประทานอุทัยธานี ได้ดำเนินการจัดทำแผนการพัฒนาแหล่งน้ำปี พ.ศ.2562 – 2566 โดยแบ่งเป็นงานปรับปรุงระบบชลประทาน จำนวน 9 โครงการ การจัดการน้ำชลประทาน จำนวน 23 โครงการ โครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน จำนวน 16 โครงการ และโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ จำนวน 16 โครงการ อาธิเช่น โครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำฝั่งซ้ายและขวา โครงการแก้มลิงหินกอง โครงการคันกั้นน้ำแม่นำตากแดดเหนือเขื่อนวังร่มเกล้า เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการมีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอ รวมทั้งเกษตรกรได้รับประโยชน์จากระบบส่งน้ำกระจายน้ำอย่างทั่วถึง อย่างยั่งยืน

‘กฤษฏา’สั่งด่วนคุมโรคระบาดใบด่างมันสำปะหลัง 8 อำเภอ จ.สระแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/421563

'กฤษฏา'สั่งด่วนคุมโรคระบาดใบด่างมันสำปะหลัง 8 อำเภอ จ.สระแก้ว

‘กฤษฏา’สั่งด่วนคุมโรคระบาดใบด่างมันสำปะหลัง 8 อำเภอ จ.สระแก้ว

วันเสาร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2562, 18.08 น.

22 มิ.ย. นายกฤฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการผ่านไลน์ด่วนที่สุดเรื่อง ขอทราบสถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ให้ปลัดเกษตรและอธิบดีกรมวิชาการเกษตรรวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่าเป็นอย่างไรเช่นพื้นที่ระบาดมีกี่ไร่ที่ไหนบ้างและระบาดระดับความรุนแรงอย่างไร จากที่พบโรคระบาดใบด่างมันสำปะหลัง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 มีการระบาดอยู่ 5 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว และเดือนมิถุนายน สำรวจพบการระบาดเพิ่ม เป็น 8 อำเภอ ทั้งนี้ได้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เร่งบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อหยุดยั้งการระบาดและจำกัดต้นตอของโรค พร้อมกับนี้ขอทราบแนวโน้มต่อไปสถานการณ์การระบาดจะมากขึ้นหรือลดลง มีความต้องการช่วยเหลือในเรื่องอะไรบ้างในเรื่องการแก้ไขปัญหาใบด่างระบาดในมันสัมปะหลังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้แพร่กระะจายมากกว่านี้ยังแหล่งเพาะปลูกมันสำปะหลังขนาดใหญ่ของประเทศ

นายกฤษฏา กล่าวว่าให้ปลัดกระทรวงฯเรียกประชุมอธิบดีที่เกี่ยวข้อง ผู้ตรวจราชการเขตและเจ้าหน้าที่ผู้เชียวชาญของกรมวิชาการเกษตร เพื่อระดมสมองหาแนวทางแก้ไขปัญหาเช่น
วิธีระงับปัญหา มาตรการสะกัดกั้น การเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรที่ผลผลิตประสบโรคระบาด การขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆเพื่อระดมกำลังแก้ไขปัญหาด้วย

ทั้งนี้ในเบื้องต้น กรมวิชาการเกษตร ได้ใช้การปฏิบัติควบคุม กำจัด และป้องกันโรค ใบด่างในมันสำปะหลัง

1ปฎิบัติการควบคุมพื้นที่ที่พบการระบาด เช่น ตรวจยืด ควบคุม จำกัดบริเวณท่อนพันธุ์ พาหะโรค เพื่อรอการทำลาย และควบคุมมิให้เคลื่อนย้ายพาหะไปยังพื้นที่อื่น ๆ

2 การระดมวัสดุ/สารเคมีฆ่าเชื้อ และปฏิบัติการทำลายพาหะโรค

3 การบันทึก/พิสูจน์/ตรวจวิเคราะห์ทางห้อง lab เพื่อนำไปสู่การประกาศเขตระบาดโรค และให้การช่วยเหลือตามระเบียบ

4 การตั้งด่านสกัดกั้น และหาข่าวการลักลอบเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์/พาหะโรค ตามแนวชายแดน และ รอบพื้นที่รัศมีการระบาด

5 ในพื้นที่รอบรัศมีการระบาด/หรือมีความเสี่ยง ให้ จนท เกษตรจังหวัด อำเภอ ตำบล อาสาสมัครเกษตร ร่วมกับ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาด ตรวจเยี่ยม แนะนำ และกำกับ ให้เกษตรกรได้จัดการแปลงมันฯ ตามหลักวิชาการ (ค้นหาโรค พ่นสารเคมีทำลาย /ป้องกัน)

6 ระดมสรรพกำลัง เจ้าหน้าที่ และให้ความรู้ก่อนปฏิบัติการตามข้อ 1-4

7 เตรียมงบประมาณเพื่อการจัดหาวัสดุ เครื่องมือ ในการปฏิบัติการ

8 ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร สร้างการรับรู้ แก่เกษตรกร ภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และ องค์กรระหว่างประเทศ ด้านระบาดวิทยา

9 ปฏิบัติการค้นหาโรค scaning/ surviellance อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง

10 ปฏิบัติการร่วมประเทศเพื่อนบ้านเพื่อค้นหาโรคและทำลาย (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)

11 เตรียมห้อง Lab เครื่องมือตรวจวิเคราะห์โรค เพื่อรองรับตัวอย่างที่ส่งตรวจ วินิจฉัย และรายงานโรค ที่เป็นสากล