เตือนชาวสวนระวัง ด้วงงวงฯระบาด กัดใบอ่อนมะม่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/388596

x

เตือนชาวสวนระวัง ด้วงงวงฯระบาด กัดใบอ่อนมะม่วง

วันจันทร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้มีอากาศเย็น อุณหภูมิลดต่ำลง มีหมอกตอนเช้าและมีแดดแรงตอนกลางวัน กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงให้เฝ้าระวังสังเกตการเข้าทำลายของด้วงงวงกัดใบมะม่วง มักพบระบาดในระยะที่มะม่วงแตกใบอ่อน จะพบตัวเต็มวัยเป็นด้วงงวงขนาดเล็ก โดยก่อนวางไข่ ตัวเต็มวัยเพศเมียจะใช้อวัยวะที่อยู่ปลายงวงเจาะด้านข้างของเส้นกลางใบมะม่วง จากนั้นจะวางไข่ตามแกนกลางใบอ่อนประมาณ 2-14 ฟองต่อใบ วางไข่เสร็จแล้ว ด้วงงวงกัดใบมะม่วงจะกัดใบอ่อนห่างจากขั้วใบประมาณ 1-2 เซนติเมตรจนเหลือแต่โคนใบไว้บนต้น ภายในระยะเวลา 2-3 วัน ทำให้ใบอ่อนส่วนที่มีไข่ติดอยู่ร่วงหล่นลงดิน ลักษณะรอยกัดจะเป็นเส้นตรงเหมือนใช้กรรไกรตัด เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนจะเจาะเส้นกลางใบและแทรกตัวเข้าไปกัดกินเนื้อเยื่อใต้ ผิวใบ หนอนจะเจริญเติบโตอยู่ภายในใบมะม่วงที่ร่วงลงดิน จากนั้นจะเข้าดักแด้ตามพื้นดินที่มีความชื้นโดยใช้ดินสร้างเป็นรังดักแด้

เกษตรกรควรเก็บใบอ่อนมะม่วงที่ถูกกัดร่วงตามโคนต้นนำไปเผาหรือฝังทำลายทิ้งทันที เพื่อทำลายไข่และหนอนด้วงงวงกัดใบมะม่วง จากนั้น ให้เกษตรกรไถพรวนดินเพื่อช่วยลดความเสียหายลงได้ สำหรับระยะที่มะม่วงแตกใบอ่อน หากพบการเข้าทำลายของด้วงงวงกัดใบมะม่วง เกษตรกรควรพ่นด้วยสารคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร การใช้สารกำจัดแมลงควบคุมแมลงศัตรูมะม่วงชนิดอื่นๆ มีส่วนช่วยลดการเข้าทำลายด้วงงวงกัดใบมะม่วงด้วย

‘ปาบึก’ซัดพื้นที่เกษตร11จว. เสียหายเกือบ2แสนไร่-เร่งเยียวยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/388597

x

‘ปาบึก’ซัดพื้นที่เกษตร11จว. เสียหายเกือบ2แสนไร่-เร่งเยียวยา

วันจันทร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเปิดเผยว่า จากพายุโซนร้อน “ปาบึก” กรมส่งเสริมการเกษตรตรวจสอบพบพื้นที่ได้รับผลกระทบข้อมูล ณ วันที่ 9 มกราคม มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 11 จังหวัดคือ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง ปัตตานี ชุมพร พัทลุง กระบี่ นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ และยะลา มีเกษตรกรเดือดร้อน 231,282 ราย พื้นที่เสียหาย 192,485 ไร่ แยกเป็น ข้าว 34,567 ไร่ พืชไร่ 3,884 ไร่ พืชสวนและพืชอื่นๆ 154,034 ไร่ โดยมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 6 จังหวัดคือ นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ชุมพร สงขลา และสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบและอยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน สามารถยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือ (กษ 01) เพื่อรับเงินช่วยเหลือได้ตามชนิดพืชคือ ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท นอกจากนี้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวยังได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจากโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2561 ในอัตราไร่ละ 1,260 บาท โดยเกษตรกรที่ประสงค์ยื่นแบบความจำนงขอรับการช่วยเหลือต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัยพิบัติ แจ้งขอรับการช่วยเหลือครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่

สำหรับการฟื้นฟูไม้ผลหลังน้ำลด กรมส่งเสริมการเกษตรขอแนะนำให้เกษตรกรปฏิบัติ ดังนี้ 1) ให้เร่งระบายน้ำออกจากสวน เสริมคันดินให้สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร ทำทางระบายน้ำ เติมอากาศลงในดินด้วยเครื่องจักรหรือนำไม้ไผ่เจาะรูปักไว้โคนต้นไม้เพื่อระบายความร้อนและก๊าซพิษ 2) ปรับปรุงดินหลังน้ำลดโดยการขุดดิน ทราย และตะกอนต่างๆ ออก จากนั้นพรวนดินและใส่ปุ๋ยหมักผสมสารเร่ง ระมัดระวังการนำเครื่องจักร คน สัตว์ เข้าไปในพื้นที่ เพราะอาจทำให้โครงสร้างดินและรากของไม้ผลถูกทำลาย  3) ตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่มหลังน้ำลด หากต้นไม้มีผลติดอยู่ให้ตัดผลออกเพื่อไม่ให้ผลแย่งสารอาหารที่นำไปฟื้นฟูรากและลำต้น หากต้นไม้ผลโค่นล้ม ควรตัดแต่งกิ่งและพยุงต้นให้ตั้งตรง พร้อมทำไม้ค้ำยันไว้รอบด้าน

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้สั่งการให้กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย พร้อมศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการอารักขาพืช 2 ศูนย์คือ ศูนย์ฯสงขลาและสุราษฎร์ธานี สนับสนุนเชื้อราไตรโครเดอร์มา 100,000 กิโลกรัม ช่วยป้องกันโรคที่อาจเกิดกับพืชหลังน้ำลด ใส่ลงไปในดินช่วยป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า ซึ่งเชื้อราไตรโครเดอร์มานี้เป็นสารชีวภัณฑ์ที่ปลอดภัย ผลิตง่าย ต้นทุนต่ำทดแทนการใช้สารเคมีได้

‘กฤษฎา’ชี้ไทยกำลังลงทุนครั้งใหญ่ หวังสร้างเสถียรภาพราคา’ยางพารา’ระยะยาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/388558

'กฤษฎา'ชี้ไทยกำลังลงทุนครั้งใหญ่ หวังสร้างเสถียรภาพราคา'ยางพารา'ระยะยาว

‘กฤษฎา’ชี้ไทยกำลังลงทุนครั้งใหญ่ หวังสร้างเสถียรภาพราคา’ยางพารา’ระยะยาว

วันอาทิตย์ ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.34 น.

“กฤษฎา”ไอเดียกระฉูด ชงคมนาคมใช้แผ่นยางรองรางรถไฟ ชี้ไทยกำลังลงทุนครั้งใหญ่ในโครงการระบบรางมูลค่ากว่า2ล้านล้านบาท หวังสร้างเสถียรภาพราคายางพาราระยะยาว พร้อมส่งคลิปแบบผนังทางโค้งป้องกันอุบัติเหตุให้หน่วยงานเกษตรฯเร่งศึกษาใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมทดแทนนำเข้าได้

13 ม.ค.62 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ส่งไลน์ด่วนที่สุดถึงปลัดกระทรวงเกษตฯ ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รวมทั้งทูตเกษตรในต่างประเทศ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องในกระทรวงเกษตรฯ ขอให้ศึกษาคลิปแบบผนังป้องกันอุบัติเหตุถนนโค้ง ที่ส่งมาพร้อมนี้ ว่ามีส่วนประกอบของยางพาราใช่หรือไม่ และต้นทุนการผลิตสูงกว่าคันกั้นถนนโค้ง ทางโค้งทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบทในประเทศไทยหรือไม่ สามารถใช้ทดแทนกันได้หรือไม่อย่างไร เพื่อ กษ.จะได้นำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณานำไปใช้ตามนโยบายสนับสนุนการใช้ยางพาราภายในประเทศของรัฐบาลต่อไป

รวมทั้งจากการที่ประเทศไทยกำลังมีการเตรียมลงทุนระบบรางครั้งใหญ่มูลค่าประมาณ 2 ล้านล้านบาท เพื่อรองรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หากมีการเพิ่มใช้ยางในประเทศมากขึ้น จะทำให้ไทยไม่ต้องไปอิงตลาดล่วงหน้าเลย โดยจะเสนอกระทรวงคมนาคม เลือกใช้แผ่นยางรองรางรถไฟ อย่างน้อย 50% ของโครงสร้างระบบรางทั้งหมด เชื่อว่าชาวสวนยางจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขายน้ำยางสด แล้วเชื่อว่าราคายางจะมีเสถียรภาพในระยะยาว

นอกจากนี้ เตรียมเสนอแผนการใช้ยางพาราอื่นๆ ให้คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) เห็นชอบ และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์จากยางพาราที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้หน่วยงานอื่นๆ นำไปจัดซื้อจัดจ้างได้ทันที อาทิ แผ่นยางปูพื้นสนามกีฬา บล็อกยางปูพื้นตัวหนอน ให้กับ อปท.ทั่วประเทศ นอกจากนี้ กำลังศึกษาแนวทางการใช้ยางพาราในการผลิตเป็นอะไหล่เชื่อมจุดวางหมอนรถไฟ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นและเพิ่มปริมาณการใช้ยางภายในประเทศมากขึ้น ทำให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดผลกระทบจากสถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำ สร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง

ชาวนากาฬสินธุ์แห่ทำนาปรัง หลังราคาข้าวพุ่งสูงขายได้กำไรดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/388155

x

ชาวนากาฬสินธุ์แห่ทำนาปรัง หลังราคาข้าวพุ่งสูงขายได้กำไรดี

วันศุกร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562, 10.46 น.

ชาวนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ในเขตใช้น้ำชลประทานเขื่อนลำปาว แห่ทำนาปรังเกือบเต็มพื้นที่ ซึ่งมีการเพาะปลูกทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า หวังขายผลผลิตได้ราคาสูง ตันละ 9,000 – 12,000 บาท เหมือนกับการขายข้าวนาปีที่ผ่านมา หลังจากประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซากมาหลายปี  พร้อมขอบคุณรัฐบาล “บิ๊กตู่”ที่บริหารงานทำให้ราคารับพุ่งสูงขึ้น เป็นความหวังใหม่ให้ชาวนาขายข้าวได้กำไรและหายจน

11 ม.ค.62 จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของชาวบ้านใน จ.กาฬสินธุ์ ช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะในเขตใช้น้ำชลประทานลำปาว หรือเขื่อนลำปาว  พบว่านอกจากจะมีการปลูกพืชผักตามฤดูกาล เพื่อยังชีพและจำหน่ายในชุมชนสร้างรายได้ให้กับครอบครัวแล้ว ยังพบว่าเกษตรกรมีการทำนาปรังเกือบเต็มพื้นที่  ซึ่งมีการเพาะปลูกทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า ตามสภาพดินและเมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่  เพื่อหวังขายผลผลิตได้ราคาสูง ตันละ 9,000 – 12,000 บาท เหมือนกับการขายข้าวนาปีที่ผ่านมา หลังจากประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซากมาหลายปี  พร้อมขอบคุณรัฐบาล นำโดยพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่สามารถบริหารงานทำให้ราคารับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

นายนาคินทร์ ภูจ่าพล ผญบ.บ้านดอนยานาง หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ต.ดอนสมบูรณ์ นับเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ดินดี น้ำดี โดยได้รับน้ำจากคลองชลประทานลำปาวเกือบ 100% จึงเหมาะต่อการทำการเกษตรตลอดปี นอกจากจะมีการปลูกข้าวเป็นหลักแล้ว  ยังปลูกข้าวโพด ถั่วลิสง ถั่วฝักยาว พืชตระกูลแตง และพืชผักสวนครัวต่างๆ  จำหน่ายในตลาดชุมชน ตลาดสดในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และขนส่งจำหน่ายตลาดสดต่างจังหวัดอีกด้วย

นายนาคินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเพาะปลูกในฤดูแล้งปีนี้ ในเขต ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด และภาพรวมหลายอำเภอในเขตใช้น้ำชลประทานลำปาว  จะเห็นว่ามีการทำนาปรังเกือบเต็มพื้นที่ หลังจากที่หลายปีที่ผ่านมาพื้นที่ทำนาปรังลดหายไปมาก  เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง ราคาตกต่ำ ต้นทุนการทำนาสูง และมีการส่งเสริมพืชทางเลือกหลายชนิด แต่ในฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปรังปีนี้ ชาวนาต่างหันมาเพาะปลูกข้าวนาปรังเกือบทุกราย  ซึ่งเป็นผลพวงมาจากปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาล มีมาตรการช่วยเหลือชาวนาอย่างต่อเนื่อง เช่นมอบปัจจัยการผลิต  ปรับราคารับซื้อสูงขึ้น รวมทั้งช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว  และโครงการปรับปรุงคุณภาพข้าวด้วย

นายนาคินทร์ กล่าวอีกว่า จากการสอบถาม ทราบว่าสาเหตุที่พากันหันมาทำนาปรังมากขึ้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากการขายผลผลิตข้าวนาปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ราคาดีมาก ตันละ 9,000 – 12,000 บาท บางรายขายข้าวเจ้ามะลิได้สูงถึงตันละ 13,000 – 14,000 บาท  โดยรัฐบาลสามารถบริหารงานทำให้ราคารับพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งมาตรการช่วยเหลือชาวนาดังกล่าว  จึงเป็นแรงจูงใจให้หันมาทำนาปรังกันมากขึ้น  ทั้งนี้ ได้เน้นทำนาอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมีตามนโยบายนายไกรสร  กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์  อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่าราคารับซื้อผลผลิตข้าวนาปรัง ราคารับซื้อจะอยู่ในระดับเดียวกับข้าวนาปี ที่จะทำให้ชาวนาขายข้าวได้ราคาดี มีกำไร มีเงินใช้หนี้และเหลือเก็บ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และหายจากสภาพความยากจน

“ในนามตัวแทนชาวบ้านต้อง ขอบคุณรัฐบาล นำโดยพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตระหนักในความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกร ที่แบกรับค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการทำนาที่สูงขึ้น และหามาตรการที่จะโอบอุ้มช่วยเหลือชาวนาอย่างต่อเนื่อง เช่น จัดมอบปัจจัยการผลิตภาคการเกษตร จัดโครงการประชารัฐ โครงการ 9101 โครงการไทยนิยมยั่งยืน รวมทั้งมอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ชาวบ้านฐานะยากจน ผู้มีรายได้น้อย ด้อยโอกาส และผู้ป่วยติดเตียง เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และได้รับการบริการและสิทธิอย่างเท่าเทียม”   นายนาคินทร์กล่าว

บรรยายภาพ//นายนาคินทร์ ภูจ่าพล ผญบ.บ้านดอนยานาง หมู่ 9 ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ทำการเพาะปลูกทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้า หวังขายผลผลิตได้ราคาสูง ตันละ 9,000 – 12,000 บาท เหมือนกับการขายข้าวนาปีที่ผ่านมา  หลังจากประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซากมาหลายปี  พร้อมขอบคุณรัฐบาล “บิ๊กตู่”ที่บริหารงานทำให้ราคารับพุ่งสูงขึ้น เป็นความหวังใหม่ให้ชาวนาขายข้าวได้กำไรและหายจน

ส่องสหกรณ์ : ข้าวไรซ์เบอร์รี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/388057

ส่องสหกรณ์ : ข้าวไรซ์เบอร์รี่

ส่องสหกรณ์ : ข้าวไรซ์เบอร์รี่

วันศุกร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับความนิยมจากผู้รักสุขภาพเป็นอย่างมากเนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากกว่าข้าวสายพันธ์อื่นๆ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ช่วยบำรุงระบบไหลเวียนโลหิต บำรุงสายตา อีกทั้งยังช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี เพราะมีไฟเบอร์สูงไม่ทำให้ท้องผูก ตลอดจนสามารถช่วยลดระดับไขมันและคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย

ในช่วงเทศกาลปีใหม่เช่นนี้ หลายคนนิยมมอบของขวัญให้แก่กัน ข้าวไรซ์เบอร์รี่ จึงถือเป็นของขวัญที่สามารถส่งต่อความปรารถนาดี ให้กับญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อนสนิทมิตรสหายได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ หากหน่วยงานต่างๆ หรือประชาชนที่สนใจจะสั่งซื้อสินค้าดังกล่าว สามารถติดต่อโดยตรงไปได้ที่ สหกรณ์ผู้ผลิตข้าวเพื่อสุขภาพ จังหวัดลพบุรี จำกัด เลขที่ 134/2 หมู่ 2 ต.ท่าวุ้ง อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี โทร. 085-424-4073 หรือสามารถสั่งซื้อและจัดเป็นกระเช้าของขวัญได้ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ โทรศัพท์ 0-2280-7506 หรือ 06-2610-7842 ซึ่งกรมฯมีโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป บริการจัดส่งกระเช้าสินค้าสหกรณ์ฟรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

กรมข้าวเร่งช่วยชาวนาเหยื่อปาบึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/388055

x

กรมข้าวเร่งช่วยชาวนาเหยื่อปาบึก

วันศุกร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.กฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล อธิบดีกรมการข้าวเปิดเผยว่า จากกรณีพายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK)เคลื่อนเข้าภาคใต้ของไทย ทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม ส่งผลให้พื้นที่นาในจ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง ปัตตานี พัทลุงและชุมพร ได้รับผลกระทบจากน้ำไหลผ่านและท่วมขังต้นข้าวระยะเติบโต ส่งผลกระทบต่อนาข้าว ชีวิตและทรัพย์สินประชาชน จากข้อมูลศูนย์อำนวยการและบัญชาการสถานการณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีพื้นที่การเกษตรประสบภัย 14 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ทำนาได้รับผลกระทบ 25,596 ไร่ กรมการข้าวมอบให้ศูนย์วิจัยข้าวนครศรีธรรมราช ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุราษฎร์ธานี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุงและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวปัตตานี เร่งทำแผนฟื้นฟูช่วยชาวนาที่ได้รับผลกระทบร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทันทีหลังน้ำลด

นายพีรพล รัตนะ ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง กล่าวว่า ศูนย์ฯส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจ ตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำชาวนาเร่งระบายน้ำออกจากแปลงนาที่ถูกน้ำท่วม เพื่อลดระยะเวลาสุกแก่ของข้าวและลดการสูญเสียคุณภาพข้าวด้านต่างๆ เนื่องจากเมล็ดข้าวจะแช่น้ำนานเกินไป ทำให้เปอร์เซ็นต์เมล็ดข้าวที่ได้จากการขัดสีลดลง ถ้าชาวนาจะปลูกข้าวใหม่แนะนำให้ใช้พันธุ์ กข59, กข55, ปทุมธานี 1, กข49, กข41, กข29 และพันธุ์สังข์หยดพัทลุง โดยเฉพาะพันธุ์สังข์หยดพัทลุงจะต้องปลูกไม่เกิน 25 มกราคม 2562

นางจำเนียร เจียมสวัสดิ์ ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง กล่าวว่า ศูนย์ฯส่งเจ้าหน้าที่ออกเยี่ยมชาวนา ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว และเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในอ.ระโนด จ.สงขลา อ.หัวไทร อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยแนะนำให้เกษตรกรและตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบพายุปาบึก พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมให้ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์การเกษตร เมล็ดพันธุ์ข้าว ที่อาจเสียหายจากความชื้น สัตว์พาหะและแมลง โดยให้เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวเก็บในที่สูง ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

เลาะรั้วเกษตร : ข่าวดีรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/388054

281225166

เลาะรั้วเกษตร : ข่าวดีรับปีใหม่

วันศุกร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

หลังจากเตรียมการต้อนรับปาบึก โดยฝากภาระไว้กับกรมชลประทาน และ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เรียบร้อยแล้ว รองนายกรัฐมนตรี พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะก็พาผู้สื่อข่าวกระทรวงเกษตรฯ บางสำนักเดินทางไปกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมอย่างเงียบๆ

การไปต่างประเทศครั้งนี้ ภารกิจสำคัญคือ การเจรจาหารือกับกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อมและกิจการทางทะเลและประมง เกี่ยวกับปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายที่สหภาพยุโรปชูธงเหลืองให้กับประเทศไทยมาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2558 รัฐบาลไทยใช้เวลาแก้ปัญหานี้เกือบ 4 ปี ถึงวันนี้ สหภาพยุโรปยอมปลดธงเหลืองให้กับไทยแล้วคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่าการทำประมงผิดกฎหมายของไทยเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไร ได้ยินอยู่บ้างก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น การใช้เครื่องมือทำประมงที่ไม่เหมาะสม เรื่องใหญ่หน่อย ก็คือการรุกล้ำน่านน้ำของประเทศอื่นและการใช้แรงงานต่างด้าว

เมื่อมีการพูดถึงการค้ามนุษย์มาเกี่ยวข้องกับการประมงของไทยจึงรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกเลยทีเดียว ยิ่งสินค้าประมงของไทยถูกส่งไปขายยังตลาดโลกในยุคที่การกีดกันทางการค้าใช้เงื่อนไขต่างๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรโลก ต้องยอมจำนนให้เขาชูใบเหลือง เพื่อย้อนกลับมาดูตัวตนและสะสางปัญหาให้หมดไป

การทำประมงผิดกฎหมายที่ว่านี้ เรียกกันสั้นๆ ตามประสาของคนในวงการประมงคือ ไอยูยู (IUU :Illegal Unreported and Unregulated Fishing) คือ การทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และขาดการควบคุม มีข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวบรวมไว้เกี่ยวกับการทำประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ตั้งแต่ปี 2558-2561 ว่ามีทั้งหมด 4,448 คดี ในจำนวนนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการที่เรือประมงไม่ติดตั้งระบบ VMS มากที่สุดถึง 2,054 คดี (VMS คือ ระบบติดตามเรือประมง ที่เรือประมงทั่วโลกต้องติดตั้งเพื่อใช้ควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมาย)คดีที่มีจำนวนรองลงมาคือ เรือประมงที่ทำผิดกฎหมายในน่านน้ำไทยประมาณ 1,000 คดี นอกนั้นเป็นคดีอื่นๆ

ตั้งแต่สหภาพยุโรปประกาศให้ใบเหลืองแก่ประเทศไทยกรณี IUU หัวหน้า คสช. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เร่งรัดกระทรวงเกษตรฯ ให้แก้ไขปัญหาพร้อมทั้งมีการออกพระราชกำหนดการประมง 2 ฉบับ พระราชกำหนดบริหารแรงงานต่างด้าว 1 ฉบับ ตั้งคณะผู้พิพากษาคดีประมงขึ้นมาพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับการประมงเป็นการเฉพาะ

นอกจากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายแล้ว ยังมีการแก้ปัญหาด้านการบริหารจัดการประมง การบริหารจัดการกองเรือ การติดตามควบคุมและเฝ้าระวัง การตรวจสอบย้อนกลับ และการบังคับใช้กฎหมาย บิ๊กฉัตร ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหา IUU ไปเจรจาความเมืองครั้งนี้ ได้ไปนำเสนอแผนงานความร่วมมือกับสหภาพยุโรป 3 แผน คือ การจัดตั้งคณะทำงานไทย-สหภาพยุโรปต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ตั้งคณะทำงานร่วมอาเซียนเพื่อป้องกันและปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) และส่งเสริมการประมงปลอดจากสัตว์น้ำและสินค้าประมงจากการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU)

นับว่าโชคดีที่สหภาพยุโรปเล็งเห็นถึงความพยายามของรัฐบาลไทยในการแก้ปัญหา IUU ด้วยการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายประมง และบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐานสากล จึงยอมปลดใบเหลืองให้ภายในรัฐบาลชุดนี้ ไม่ค้างคาไปถึงรัฐบาลหน้าที่มาจากการเลือกตั้ง

ว่าแต่…เรื่องนี้ใช้หาเสียงได้หรือเปล่าหนอ……..อะไรไม่อะไรเมื่อปลดใบเหลืองแล้วอย่าชะล่าใจปล่อยปละละเลยจนทำให้ได้ใบเหลืองกลับอีกครั้งก็แล้วกัน

ข่าวดีรับปีใหม่อีกข่าว คือ การเตรียมการรับมือกับพายุปาบึกของรัฐบาลในครั้งนี้ ชาวบ้านต่างชื่นชมว่าเตรียมการได้ดีสามารถป้องกันการสูญเสียชีวิตของประชาชนได้เป็นอย่างดี แม้ทรัพย์สิน และพื้นที่เกษตรจะสูญเสีย หรือได้รับความเสียหายบ้างก็ยังพอฟื้นฟูได้ในเวลาอันรวดเร็ว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กฤษฎา บุญราช สั่งการให้ปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวง อธิบดีที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือชาวประมง และเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะนาข้าว ที่ให้เร่งปลูกใหม่ทดแทน และสวนส้มโอทับทิมสยาม ที่ให้เร่งสูบน้ำออกจากสวน

หวังว่าปี 2562 จะเป็นปีที่ภาคการเกษตรจะมีปัญหาน้อยกว่าปีที่ผ่านมา…….

แว่นขยาย

สยบลือปลด‘ผู้ว่าฯกยท.’ กฤษฏายัวะคนปล่อยข่าวแน่จริงโละภารโรงยัน รมต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/388129

สยบลือปลด‘ผู้ว่าฯกยท.’ กฤษฏายัวะคนปล่อยข่าวแน่จริงโละภารโรงยัน รมต.

สยบลือปลด‘ผู้ว่าฯกยท.’ กฤษฏายัวะคนปล่อยข่าวแน่จริงโละภารโรงยัน รมต.

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 20.28 น.

สยบลือปลด‘ผู้ว่าฯกยท.’ กฤษฏายัวะคนปล่อยข่าวแน่จริงโละภารโรงยัน รมต.

10 ม.ค.62 นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีกระแสข่าว่าจะมีการปลดนายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สะพัด! ปลด‘ผู้ว่าฯการยาง’แก้ราคาดิ่งไม่ได้ ดันคนสนิท‘กฤษฏา’เสียบ) ว่า ไม่เป็นความจริง แล้วจะมาให้ใช้มาตรา 44 (ม.44) เด้งก็ไม่ได้ เพราะกำลังจะเลือกตั้ง แล้วจะแต่งตั้งนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อดีตอธิบดีกรมที่ดิน ที่ปัจจุบันทำหน้าที่เลขานุการ รมว.เกษตรฯ ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กยท. ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย

“ไม่มีมูลความจริง เพราะในขณะนี้ 1.นายเยี่ยม ไม่ได้เงินเดือน คนเก่ายังอยู่ 2.ไม่มีเรื่องทุจริต แต่ถ้าจะปลด อยากจะโละทั้งกระทรวงเกษตรฯ ตั้งแต่รัฐมนตรียันภารโรงไปเลย จึงขอให้ยุติข่าวดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะกระทบกับราคายางพาราในช่วงนี้” รมว.เกษตรฯ กล่าว

สะพัด! ปลด‘ผู้ว่าฯการยาง’แก้ราคาดิ่งไม่ได้ ดันคนสนิท‘กฤษฏา’เสียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/388080

สะพัด! ปลด‘ผู้ว่าฯการยาง’แก้ราคาดิ่งไม่ได้ ดันคนสนิท‘กฤษฏา’เสียบ

สะพัด! ปลด‘ผู้ว่าฯการยาง’แก้ราคาดิ่งไม่ได้ ดันคนสนิท‘กฤษฏา’เสียบ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 18.10 น.

สะพัด! ปลด‘ผู้ว่าฯการยาง’แก้ราคาดิ่งไม่ได้ ดันคนสนิท‘กฤษฏา’เสียบ

10 ม.ค.62 แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ประเมินการทำงานของนายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) พบว่า ไม่สามารถแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำได้ ทำให้ฝ่ายการเมืองนำไปโจมตี และยังโดนโจมตีจากกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราอย่างหนัก ล่าสุดนายกฤษฏาเตรียมปลดนายเยี่ยม ออกจากตำแหน่ง โดยมีกระแสข่าวว่าจะแต่งตั้ง นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อดีตอธิบดีกรมที่ดิน ที่ปัจจุบันทำหน้าที่เลขานุการ รมว.เกษตรฯ ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่า กยท. แทนนายเยี่ยม

สำหรับนายอภินันท์ ถือเป็นคนสนิทและเป็นทีมงานของนายกฤษฏา ที่เข้ามาช่วยวางระบบการบริหารจัดการแก้ปัญหาภาคเกษตร โดยนายอภินันท์ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย สมัยที่นากฤษฏา เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอภินันท์ถือเป็นคนที่นายกฤษฎาไว้วางใจ โดยนายอภินันท์ เป็นชาว อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนยางได้เรียกร้อง ให้นายเยี่ยม ปลดกลุ่มที่ปรึกษาที่มาจากตัวแทนกลุ่มบริษัทผู้ส่งออกยางรายใหญ่ 5 เสือ ทำให้ กยท.ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้ เพราะข้อมูลรั่วไหล และก่อนหน้านี้นายกฤษฏา เคยเตือนหลายครั้งให้นายเยี่ยม ปลดกลุ่มที่ปรึกษา แต่ไม่เคยทำ ได้แต่รับปากไปอย่างนั้น เป็นเหตุให้การวางระบบแก้ปัญหาขับเคลื่อนไม่ได้มาถึงปัจจุบัน โดยจะให้นายอภินันท์ มาทำหน้าที่แทน ซึ่งจะทำให้การแก้ปัญหาไปทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการเร่งรัดทำถนนยางพาราทั่วประเทศกว่า8 หมื่นกิโลเมตร ในงบประมาณกว่า9 หมื่นล้านบาท เป็นอันดับแรก เพื่อยกระดับราคายางให้ได้ผลจริง

เร่งกู้สวนส้มโอทับทิมสยาม หลังท่วมกว่า 2.6 พันไร่-คาด 7 วันเมืองคอนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/387973

เร่งกู้สวนส้มโอทับทิมสยาม หลังท่วมกว่า 2.6 พันไร่-คาด 7 วันเมืองคอนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

เร่งกู้สวนส้มโอทับทิมสยาม หลังท่วมกว่า 2.6 พันไร่-คาด 7 วันเมืองคอนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562, 14.28 น.

“กรมชลฯเร่งกู้สวนส้มโอทับทิมสยาม กว่า1.6 พันไร่ เมืองคอน น้ำลดแล้ว ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำ คาดว่าอีก 7 วันสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ขณะที่แม่น้ำตรังลดลงไม่กระทบตัวเมือง”​

10 ม.ค. 62 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำท่วมสวนส้มโอทับทิมสยาม ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กว่า 1.6 พันไร่ ปริมาณน้ำได้ลดลง และกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา ส่วนน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำเขต อ.ชะอวด อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร และ อ.เฉลิมพระเกียรติ กรมชลประทานได้เดินเครื่องสูบน้ำ จำนวน 31 เครื่อง และเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 24 เครื่อง พร้อมทั้งเปิด-ปิด ประตูระบายน้ำที่ติดกับทะเลตามจังหวะการขึ้น-ลง ของระดับน้ำทะเล เพื่อช่วยเพิ่มการระบายน้ำอีกทางหนึ่ง

ส่วนสถานการณ์น้ำแม่น้ำตรัง หลังจากกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำตามสะพานและจุดเสี่ยงรวมทั้งบริเวณจุดเฝ้าระวัง ที่สถานี X.233, X.56 อ.ห้วยยอด และที่สถานี X.47 อ.เมือง ทำให้น้ำระบายได้ดีขึ้น ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง สถานการณ์โดยรวมมีแนวโน้มลดลง และไม่ส่งผลกระทบต่อเทศบาลเมืองตรังอย่างแน่นอน  ทั้งนี้จะเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยทุกพื้นที่กลับสู่สภาวะปกติภายใน 7 วัน