คุณแหน : 17 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 17 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 17 มิถุนายน 2569

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สูงสุดตามโบราณราชประเพณี พร้อมพระราชทาน พระโกศทองใหญ่ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 9 สำหรับทรงพระศพ และพระราชทานพระสัปตปฎลเศวตฉัตร คือฉัตรขาวเจ็ดชั้น กลางกั้นพระโกศ

ll พระโกศทองใหญ่ ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 9 เป็นพระโกศทองใหญ่องค์ที่สาม โดยพระโกศทองใหญ่องค์แรก สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ส่วนพระโกศทองใหญ่ องค์ที่สอง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 พระโกศทองใหญ่ รัชกาลที่ 9 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2543 เพื่อใช้ในการพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ll โจ อานันทเดชน์ อมาตยกุล นักธุรกิจใหญ่ผู้แสนจะติดดิน ไปเที่ยวประเทศหนึ่งที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ โดยไปเที่ยวกับเพื่อนผู้ชาย แล้วดันเปิด
ห้องพักเพียงห้องเดียว คราวนี้ก็เลยว้าวุ่นเมื่อพนักงานในโรงแรมมองนักท่องเที่ยวคู่นี้ด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าแสนสงสัย เอ๊ะ ๆ ๆ เขาเป็นอะไรกันหนอ นี่แหละหนอผลของความประหยัดของเจ้าสัวโจ

ll เจม นันทวุฒิ ภิรมย์ภักดี หลานชาย คุณหญิงหมัด ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ มีแววเด่นว่าน่าจะเป็นนักร้องนักดนตรีดัง เพราะเล่นและร้องได้ดี ในขณะเดียวกันก็น่าจะเป็นนักแข่งรถฟอร์มูลาระดับโลกอีกด้วย แต่แม้จะมากความสามารถ คุณแม่คือ บิ๋ง นันทมาลี ภิรมย์ภักดี ก็ยังยืนยันว่าห้ามทิ้งการเรียนเป็นอันขาด ต้องเรียนให้จบแล้วกลับมาช่วยครอบครัวทำธุรกิจ ส่วนจะมีงานอดิเรกหรืออาชีพเสริมใดๆ ก็ให้อิสระเต็มที่ 

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ

ททท. ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย สัมผัสช่วงเวลาแห่งการค้นพบ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยด้านตลาดในประเทศ เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยปี 2569 อย่างต่อเนื่อง ขานรับยุทธศาสตร์ The New Thailand ที่มุ่งเน้นคุณค่ามากกว่าปริมาณ (Value over Volume) พร้อมสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน กระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางและสร้างความทรงจำที่มีคุณค่า ชูแนวคิด Memory of Discovery มุ่งส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม และกระตุ้นให้คนไทยออกไปสร้างความทรงจำอันทรงคุณค่าใน ‘ช่วงเวลาแห่งการค้นพบ’

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า “จากกระแสการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยของกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ประกอบกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y และกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่เริ่มมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แปลกใหม่จากเดิม ททท. จึงเปิดตัวโครงการ ‘ONLY MEN ผู้ชายสายลุย’ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ผ่านกิจกรรมผจญภัยกลางแจ้ง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งตอบโจทย์การท่องเที่ยวแบบ ‘ลงมือทำจริง’ ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สินค้าทางการท่องเที่ยวระดับพรีเมียม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงที่ชอบความท้าทาย โดยนำเสนอผ่านแนวคิด ‘Design your limits with your destination’

โดยต่อยอดโครงการด้วยการจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการขาย ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก MEN ON LEAVE ลา…ออกไปใช้ชีวิต กิจกรรมประกวดภาพถ่ายนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวสายลุย MEN ON DEAL แจกดีลส่วนลดพิเศษสำหรับกิจกรรม เส้นทางท่องเที่ยว และอุปกรณ์สายลุย MEN ON LEAVE: OFF THE MAP EXPERIENCE เอ็กคลูซิฟทริปแนวผจญภัยร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์สายลุยคนดัง ซึ่ง ททท. ได้ร่วมมือกับพันธมิตรและครีเอเตอร์มาช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้เกิดการเดินทาง และสร้างการรับรู้โครงการในวงกว้าง  นายอภิชัย กล่าว

ในการนี้ ททท. โดยด้านตลาดในประเทศ คาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ขยายฐานตลาดใหม่ และเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ พร้อมทั้งยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็น “เวทีแห่งการผจญภัยและการค้นพบตัวตนระดับโลก” สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page: Only Men www.facebook.com/onlymenthailand

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ พร้อมจัดพิธีถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ  พร้อมจัดพิธีถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ พร้อมจัดพิธีถวายความอาลัย ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.14 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ. และ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. ถวายน้ำสรงพระศพ

สำหรับวันที่ 15 มิถุนายน 2569 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย 4 ศูนย์การศึกษา ได้แก่ ท่าพระจันทร์ ศูนย์รังสิต ศูนย์ลำปาง และศูนย์พัทยา จัดพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูปเพื่อน้อมถวายความอาลัย และด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

โดยมีคณะผู้บริหารเข้าร่วมฯ อาทิ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ผศ.ดร.ชยกฤต อัศวธิตานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ รศ.ดร.จิรพล สังข์โพธิ์ รองอธิการบดี ฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และการดิจิทัล รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยาและสุขศาสตร์ รศ.ดร.สุปรีดี ฤทธิรงค์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ผศ.ดร.อรพรรณ ยลระบิล รองอธิการบดีฝ่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และการสร้างคุณค่าทางวิสาหกิจ ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปาง รศ.ดร.ณัฐดนย์ พรรณุเจริญวงษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา รศ.ประไพพิศ มุทิตาเจริญ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร พร้อมทั้งผู้บริหารคณะ คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในระดับปริญญาตรี ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง และได้รับพระราชทานปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารงานยุติธรรม ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ในการธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม พระองค์ทรงเข้ารับราชการในสายงานอัยการ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านกฎหมายอย่างใกล้ชิดกับประชาชน ทรงพระวิริยอุตสาหะเพื่อเสริมสร้างหลักนิติธรรมและความเสมอภาคในสังคม จนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติ และได้รับการถวายพระสมัญญาในสื่อมวลชนว่า “เจ้าหญิงนักกฎหมาย”

ตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการ ทั้งด้านกฎหมาย การยุติธรรม การทหาร การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดจน
การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคม พระกรณียกิจเหล่านี้ล้วนเป็นประจักษ์พยานแห่งพระเมตตา พระปรีชาสามารถ และทรง
อุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย พงษ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการ อาทิ ผาณิต
พูนศิริวงศ์, ดารณี วัธนเวคิน-กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม, สถิตย์ ไม้งิ้ว บุคลากร เจ้าหน้าที่สมาคม ร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป
ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย พงษ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการ อาทิ ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดารณี วัธนเวคิน-กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม, สถิตย์ ไม้งิ้ว บุคลากร เจ้าหน้าที่สมาคม ร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ในศูนย์ท่าพระจันทร์ น้อมถวายความอาลัย

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ในศูนย์ท่าพระจันทร์ น้อมถวายความอาลัย

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. ลงนามถวายความอาลัย

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. ลงนามถวายความอาลัย

ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา พร้อมศิษย์เก่า มธ. ร่วมพิธี
ถวายความอาลัย ณ ศูนย์ท่าพระจันทร์

ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา พร้อมศิษย์เก่า มธ. ร่วมพิธี ถวายความอาลัย ณ ศูนย์ท่าพระจันทร์

ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปาง
นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาศูนย์พัทยา ร่วมพิธี
ถวายความอาลัย

ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์ลำปาง นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาศูนย์พัทยา ร่วมพิธี ถวายความอาลัย

รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาศูนย์พัทยา ร่วมพิธี
ถวายความอาลัย

ชาวธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ น้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาศูนย์พัทยา ร่วมพิธี ถวายความอาลัย ชาวธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ น้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยาและ
สุขศาสตร์ นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา
ศูนย์พัทยา ร่วมพิธีถวายความอาลัย

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยาและ สุขศาสตร์ นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ศูนย์พัทยา ร่วมพิธีถวายความอาลัย

เมื่อประชาชนประสบภัย การมีที่ให้พึ่งพาคือหัวใจสำคัญ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

เมื่อประชาชนประสบภัย การมีที่ให้พึ่งพาคือหัวใจสำคัญ  มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

เมื่อประชาชนประสบภัย การมีที่ให้พึ่งพาคือหัวใจสำคัญ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.05 น.

ยามเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ โดยเฉพาะ “อุทกภัย” ชื่อหน่วยงานที่หลายคนคุ้นหูและภาพจำที่หลายคนคุ้นตา นั่นคือ “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ที่อยู่เคียงข้างและเป็นที่พึ่งของผู้ประสบภัยมายาวนานกว่า 30 ปี โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา
นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย หรือที่ทุกคนคุ้นเคยในพระนามว่า “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา” หรือ “พระองค์ภาฯ” ภาพของพระองค์ที่ทรงลงพื้นที่ประสบภัย พร้อมกับน้ำพระทัยที่หลั่งไหล
ดั่งสายธารแห่งพระเมตตานั้นยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงดวงใจของพสกนิกรไทย ที่พระองค์ทรงเป็นที่พึ่งพิงและเป็นที่พึ่งพาให้กับพวกเขาตราบจนทุกวันนี้

ภาพคุ้นชินของพสกนิกรไทยกับการที่พระองค์ภา ทรงลงไปให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ให้แก่ผู้ที่ประสบภัยด้วยพระองค์เอง ยังคงเป็นภาพที่ประทับอยู่ในจิตใจอันสัมผัสได้ถึงน้ำพระทัยที่ทรงมีอย่างเปี่ยมล้น เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยาก ทั้งภาพที่ทรงแจกถุงยังชีพด้วยพระองค์เอง ภาพทรงช่วยประกอบอาหารร่วมกับพระมารดา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ในโรงครัวพระราชทาน ภาพพระองค์ทรงดูแลผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงภาพแห่งความทรงจำอื่นอีกมากมาย อันสะท้อนถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน โดยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างครบวงจร ทั้งการเฝ้าระวังก่อนเกิดภัย บรรเทาทุกข์ระหว่างเกิดภัย และการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

“มูลนิธิฯ จะเป็นศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์ และจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Relief and Management) ในด้านสังคมและมนุษย์ มีการประสานงานกับภาคีเครือข่ายซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งด้านการป้องกัน เพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด หรือมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการป้องกันการสูญเสีย ด้านการบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี และการฟื้นฟูให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิต
อย่างปกติได้อย่างยั่งยืน ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับหน่วยงานรัฐทุกหน่วยงาน บูรณาการ มุ่งขณะเข้าใจปัญหาแบบองค์รวม ดำเนินการตามเป้าหมายอันเดียวกัน เพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาที่เกิดความยั่งยืนให้กับสังคม”

พระนโยบาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

รวมไปถึงหลักการที่พระองค์พระราชทานเอาไว้ และเป็นที่ยึดถือปฏิบัติของมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นั่นคือ “เข้าก่อนออกทีหลัง”

“มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ พวกเรา เข้าก่อน ออกทีหลัง” นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ กล่าวไว้เมื่อครั้งเหตุการณ์มหาอุทกภัยจังหวัดเชียงราย ในปี 2567 ว่า “เพราะทันทีที่ได้รับข้อมูลจากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติและแหล่งต่างๆ จะลงพื้นที่ และถ้า ณ จุดนั้นขาดอุปกรณ์หรือเครื่องมือในการตอบโต้ภัยพิบัติและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ก็จะแจ้งเข้ามายังมูลนิธิฯ การจัดหาอุปกรณ์สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว”

สถานีโทรมาตรอัตโนมัติเป็นหนึ่งในโครงการที่พระองค์ภา ทรงเล็งเห็นถึงการเตือนภัยก่อนที่จะเกิดเหตุ มีพระดำริให้มูลนิธิฯ ดำเนินการจัดตั้งเสาสถานีโทรมาตรอัตโนมัติขึ้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์เป็นต้นแรก ทำหน้าที่ตรวจวัดอากาศและปริมาณน้ำเพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นและพัฒนาจนสามารถส่งผลแบบทันท่วงที และติดตั้งอีกหลายจุดทั่วประเทศไทยในเวลาต่อมา

“เมื่อน้ำจบแล้ว หลายหน่วยอาจออกจากพื้นที่กันไปแล้ว แต่มูลนิธิฯ ยังคงอยู่ในพื้นที่ ไม่ใช่แค่คอยทำความสะอาด เพื่อส่งผู้ประสบภัยกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่เรายังอยู่เพื่อเยียวยา และฟื้นฟูอาชีพให้ผู้ประสบภัยกลับมามีอาชีพ มีรายได้ สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัว
ได้อย่างที่เคยเป็น และเลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้มาจากพระวิสัยทัศน์ขององค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที” นายวีระศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายถึงพระวิสัยทัศน์ของพระองค์ภา ที่เป็นหลักการในการทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งนั้น

“การฟื้นฟูหลังน้ำลดก็มีความหมายอยู่เหมือนกัน เพราะน้ำท่วมทำความเสียหายให้อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพ ผู้ต้องสร้างรายได้จากอุปกรณ์ต่างๆ … ทางมูลนิธิฯ ก็เลยจัดเงินทุน สิ่งของจำเป็นมาช่วยสนับสนุนให้ฟื้นคืนกลับสู่อาชีพต่างๆ และกลับคืนสู่ชีวิตปกติได้อย่างรวดเร็วที่สุด”

พระดำรัส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อครั้งเสด็จไปทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของแก่ผู้ประสบอุทกภัย หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ จ.อุบลราชธานี วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 นับเป็นอีกหนึ่งวันแห่งความอาลัยอย่างหาที่สุดไม่ได้ เมื่อพระองค์ภาฯ เสด็จสู่แดนสรวง ตลอดพระชนม์ชีพ
ของพระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายเพื่อคนไทย และทรงมีพระวิสัยทัศน์ในการมุ่งมั่น และพัฒนาที่ยังคงจารึกอยู่ในใจพสกนิกรชาวไทยอย่างไม่รู้ลืม อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ทรงเป็นเจ้าหญิงที่เป็นที่พึ่งพาของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง ทุกพระราชปณิธาน
อันแน่วแน่ ทรงห่วงใยและปรารถนาเพื่อที่จะบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยอันจะเป็นแนวพระราชจริยวัตรหลักที่สภากาชาดไทยน้อมนำ มุ่งมั่น และสานต่อสืบไป

น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิรันดร์ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและบุคลากรสภากาชาดไทย

สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.49 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือสมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ ทรงเป็น
พระมิ่งขวัญและเป็นความภาคภูมิใจของชาวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะพระองค์ทรงเป็นบัณฑิตแห่งธรรมศาสตร์ เพราะทรงช่วยประกาศความเกรียงไกรของธรรมศาสตร์ให้ขจรขจายแผ่ไปบนแผ่นดินไทย และนานาชาติ

พระองค์ทรงเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะนิติศาสตร์ เมื่อปีการศึกษา 2540 ระหว่างที่ทรงศึกษา ทรงปฏิบัติพระองค์ให้กลมกลืน
กับนักศึกษา โดยไม่ได้ถือพระองค์ ทรงร่วมกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเป็นประจำ เช่น งานรับเพื่อนใหม่ งานกีฬาในคณะและระหว่างคณะ และทุกครั้งที่ทรงร่วมกิจกรรมก็ไม่เคยทำให้เพื่อนๆ และรุ่นพี่รุ่นน้องเกิดอาการอึดอัดแม้แต่น้อย

ครั้นในยามมีเวลาว่างจากการเรียน อย่างเช่นช่วงเวลาพักเที่ยง ก็ทรงร่วมพระดำเนินไปเสวยอาหารตามร้านต่างๆ บริเวณท่าพระจันทร์ ทำให้พ่อค้า แม่ขายในบริเวณดังกล่าวประทับใจในความเรียบง่ายเป็นกันเองของพระองค์ท่าน

ชาวธรรมศาสตร์ที่ได้ใกล้ชิดพระองค์ บอกตรงกันว่า พระองค์ทรงบอกเสมอว่าเวลาเล่นหรือเรียนด้วยกัน รวมถึงเวลาทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งไปพบเจอภายนอกมหาวิทยาลัยก็ขอให้ทักทายพระองค์ โดยไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์

อาจารย์นริศ ชัยสูตร ระลึกถึงความประทับใจในสมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ โดยบอกว่าตนเองตั้งใจอยากให้พระองค์ทรงเลือกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นที่ศึกษาระดับปริญญาตรีในคณะเศรษฐศาสตร์ เพราะตนเองเป็นคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ ปี 2539

แล้ววันหนึ่ง สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ เสด็จยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างไม่เป็นทางการเพื่อทอดพระเนตรการแข่งขันขี่ม้าในสนามธรรมศาสตร์ ที่คณะเศรษฐศาสตร์เป็นเจ้าภาพจัดงาน ในยุคอาจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัย

สมเด็จเจ้าฟ้าภาฯ เสด็จมาทอดพระเนตรการแข่งขัน โดยไม่มีขบวนใหญ่โต ไม่มีพิธีรีตอง แค่เพียงมีผู้ติดตามเพียงไม่กี่คน แล้วประทับนั่งในเต็นท์ธรรมดาข้างสนามฟุตบอลเหมือนกับผู้ชมทั่วไป

ในช่วงพักการแข่งขัน อาจารย์นริศกราบทูลเชิญเสด็จไปยังห้องรับรองบนตึกโดม ชั้น 2 โดยอาจารย์นรนิติ และอาจารย์สมยศ เชื้อไทย คณบดี คณะนิติศาสตร์ รอเฝ้าอยู่

อาจารย์นริศบอกว่าได้กราบทูลเชิญพระองค์ท่านเข้าศึกษาในโครงการเศรษฐศาสตร์ B.E. ที่ใช้การเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่พระองค์ท่านรับสั่งว่าทรงไม่ถนัดเรียนเศรษฐศาสตร์ แต่สนพระทัยด้านนิติศาสตร์ และรับสั่งอีกว่ายังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มากนัก ทำให้อาจารย์นรนิติและอาจารย์สมยศได้กราบถวายข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย และคณะนิติศาสตร์อย่างโดยละเอียด และพระองค์ท่านทรงบอกว่า หากทรงเข้าศึกษาที่ธรรมศาสตร์ จะทรงใช้ชีวิตนักศึกษาอย่างเช่นคนทั่วไป ไม่ต้องการให้ทหารหรือเจ้าหน้าที่ติดตามเดินประกบในเขตมหาวิทยาลัย

พระองค์ท่านทรงสอบเข้าธรรมศาสตร์ด้วยพระองค์เอง ไม่มีโควตาพิเศษใดๆ จากมหาวิทยาลัย เมื่อทรงเข้าเป็นนักศึกษา ก็ทรงดำเนินชีวิตเรียบง่าย เดินไปเรียน ร่วมทำกิจกรรมเหมือนนักศึกษาทั่วไป แม้แต่รถยนต์ประจำพระองค์ ก็ไม่ได้เข้ามาจอดภายในมหาวิทยาลัย

ตลอดระยะเวลาที่ทรงศึกษาในธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยไม่มีปัญหาเรื่องการถวายการดูแลพระองค์ เพราะพระองค์ไม่เคยสร้างความลำบากใจให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม้แต่น้อย แต่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของความมีวินัย ความเรียบง่าย ความรับผิดชอบ และทรงเป็นกันเองกับทุกคน

พระจริยวัตรที่แสนเรียบง่าย แต่ทรงมุ่งมั่นมุมานะในการศึกษาอย่างจริงจัง และทรงเสียสละเพื่อสังคมตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ปรากฏชัดเจนในสายตาและการรับรู้ของชาวธรรมศาสตร์ตราบนิจนิรันดร์

อั้ม พัชราภา ตัวแม่สายบุญ! ควงแก๊งสี่ขาสลัดลุคสุดจึ้ง แฟนคลับแห่กดไลก์สนั่น

อั้ม พัชราภา ตัวแม่สายบุญ! ควงแก๊งสี่ขาสลัดลุคสุดจึ้ง แฟนคลับแห่กดไลก์สนั่น

อั้ม พัชราภา ตัวแม่สายบุญ! ควงแก๊งสี่ขาสลัดลุคสุดจึ้ง แฟนคลับแห่กดไลก์สนั่น

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.21 น.

กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลทันที เมื่ออินสตาแกรมอย่างเป็นทางการของนิตยสารแฟชั่นชื่อดัง ellethailandofficial ได้เผยแพร่ภาพแฟชั่นเซตสุดน่ารักของซุปเปอร์สตาร์ค้างฟ้า “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” ที่มาร่วมถ่ายทอดความอบอุ่นในแคมเปญการกุศลสุดพิเศษการถ่ายแบบในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำอย่าง Sretsis ในการเปิดตัวเสื้อยืดการกุศล “Comète and Nutella Charity Tees” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันประจำฤดูกาล Spring/Summer 2026 ภายใต้คอนเซปต์ ‘Significant Others’

เสื้อยืดรุ่นพิเศษนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหล่าสัตว์เลี้ยงแสนรักที่เข้ามาเติมเต็มความทรงจำ โดยความพิเศษของผลงานชุดนี้ได้รับความร่วมมือจาก มูลนิธิเดอะวอยซ์ (The Voice Foundation) ซึ่ง Carly Beck ศิลปินชื่อดังที่มาร่วมตีความให้ Comète และ Nutella สุนัขแสนรักของผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ กลายร่างเป็นคู่บ่าวสาวสุดชิคในย่าน West Village ของนครนิวยอร์ก ซึ่งลวดลายดังกล่าวได้ถูกสกรีนลงบนเสื้อยืดสีหวานที่สาวอั้มสวมใส่ถ่ายแบบ

โดย  อั้ม พัชราภา ซุปตาร์ผู้เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ที่รักและสนับสนุนสวัสดิภาพของสัตว์ต่างๆ มาอย่างยาวนานสำหรับผู้ที่สนใจเสื้อยืดในคอลเลกชันนี้ นอกจากจะได้เสื้อผ้าดีไซน์น่ารักไปครอบครองแล้ว ยังได้ร่วมทำบุญใหญ่อีกด้วย โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายเสื้อยืดการกุศล Comète and Nutella Charity Tees จะถูกนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิเดอะวอยซ์โดยตรง เพื่อนำไปใช้สนับสนุนคุณภาพชีวิตและสวัสดิภาพของสัตว์จรจัดที่กำลังต้องการความช่วยเหลือในสังคมต่อไปเรียกได้ว่าเป็นแคมเปญที่อิ่มทั้งใจได้ทั้งสไตล์ สมฐานะตัวแม่สายบุญของวงการบันเทิงไทยจริงๆ

ฝันที่เป็นจริง เอมมี่ มรกต กรี๊ดลั่น เผยโมเมนต์สวมกอด พี่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ยกเป็นนางฟ้าไอดอลในวัยเด็ก

ฝันที่เป็นจริง เอมมี่ มรกต กรี๊ดลั่น เผยโมเมนต์สวมกอด พี่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ยกเป็นนางฟ้าไอดอลในวัยเด็ก

ฝันที่เป็นจริง เอมมี่ มรกต กรี๊ดลั่น เผยโมเมนต์สวมกอด พี่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ยกเป็นนางฟ้าไอดอลในวัยเด็ก

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.02 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สุดอบอุ่นและน่าประทับใจของวงการนางงาม เมื่อ “เอมมี่ – มรกต แสงทวีป” อดีตมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สปี 2547 ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (⁠aimeemorakot⁠) เผยนาทีแห่งความสุขหลังมีโอกาสได้พบและร่วมเฟรมกับนางงามจักรวาลขวัญใจคนไทยตลอดกาลอย่าง “ปุ๋ย – ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก” (มิสยูนิเวิร์ส 1988)โดยในโพสต์ดังกล่าว เผยให้เห็นภาพของทั้งคู่ในลุคเรียบหรูสีขาว-ดำสุดคลาสสิก จากแบรนด์ดัง VVon Sugunnasil มีทั้งช็อตสวมกอดกันด้วยความอบอุ่น ช็อตรอยยิ้มพิมพ์ใจ และการไหว้ทักทายกันอย่างอ่อนน้อมร่วมกับเพื่อน ๆ ในวงการงานนี้ สาวเอมมี่ถึงกับเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ พร้อมระบุแคปชันบรรยายความรู้สึกในใจแบบสุดซึ้งว่า

When you meet your childhood idol ☺ กรี๊ดๆๆๆ ความฝันที่เป็นจริง ตอนเด็กๆ เคยมีคนที่เราใฝ่ฝันอยากเจอ อยากสวย อยากเก่งเหมือนเค้าไหมคะ คนคนนั้นของมี่คือ พี่ปุ๋ย พรทิพย์ค่ะ โตขึ้นอยากเป็นนางงาม อยากเป็นนางฟ้าเหมือนพี่ปุ๋ย  น่าจะเป็นความฝันของคนเด็กหลายๆคนเหมือนกัน แต่ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง นางฟ้านางสวรรค์ พี่ปุ๋ยสวยทั้งภายในและภายนอก แววตา รอยยิ้ม สง่างามที่สุดค่ะ ขอบคุณเพื่อนรัก @vvonsugunnasil ที่สานฝันในครั้งนี้ให้นะคะ “

ตำนาน 90s รีเทิร์น ลูกเกด ซอนญ่า เฮเลน รวมตัวตัวแม่ตัวมัม ทวงคืนบัลลังก์ความแซ่บระดับไอคอนิก

ตำนาน 90s รีเทิร์น ลูกเกด ซอนญ่า เฮเลน รวมตัวตัวแม่ตัวมัม ทวงคืนบัลลังก์ความแซ่บระดับไอคอนิก

ตำนาน 90s รีเทิร์น ลูกเกด ซอนญ่า เฮเลน รวมตัวตัวแม่ตัวมัม ทวงคืนบัลลังก์ความแซ่บระดับไอคอนิก

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.35 น.

ทำเอาวงการรันเวย์และโซเชียลมีเดียต้องสั่นสะเทือน! เมื่อ 3 ตัวแม่ซูเปอร์โมเดลระดับตำนานแห่งยุค 90s อย่าง “ลูกเกด – เมทินี กิ่งโพยม”, “พิม – ซอนญ่า คูลลิ่ง” และ “เฮเลน – ปทุมรัตน์ วรมาลี” ได้กลับมารวมตัวกันแบบครบองค์ประชุม ทำเอาแฟนๆ ยุค Y2K ถึงกับกรีดร้องให้กับมิตรภาพอันยาวนานและความสวยอมตะที่กาลเวลาทำอะไรพวกเธอไม่ได้จริงๆ

โดยในอินสตาแกรมของแม่เกด (@metinee) ได้เผยภาพประทับใจแรร์ไอเทม ขณะที่ทั้งสามคนร่วมเฟรมกันในลุคเรียบหรูโทนสีดำ (All Black) นั่งกอดเอวซบไหล่กันด้วยความสนิทสนม พร้อมแคปชันสั้นๆ แต่ทรงพลังว่า “The Girls are back ” ซึ่งทางด้าน “พิม ซอนญ่า” ก็รีบเข้ามาคอมเมนต์ส่งหัวใจรัวๆ ขณะที่แฟนๆ ต่างเข้ามาคอมเมนต์เป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือการรวมตัวของ ‘ตัวแม่’ ที่แท้จริง!

ไม่ปล่อยให้แฟนคลับพักสายตา แม่เกดสาดความปังต่อในภาพเซตถัดมา ควงคู่เพื่อนซี้ “เฮเลน ปทุมรัตน์” จัดเต็มแฟชั่นเซตสุดเร่าร้อนในชุดคอร์เซ็ทและชุดบอดี้สูทสีแดงเพลิง ประดับขนนกและเครื่องเพชรสุดอลังการ โดยแม่เกดมาในลุคผมสั้นสุดเฉี่ยว ส่วนแม่เฮเลนสวมหมวกท็อปแฮตจิ๋วสีแดงสุดคูตู้ร์ พร้อมแคปชันชวนยิ้มว่า “Reunited  Trouble back together again …” (การกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ตัวป่วนกลับมาอยู่ด้วยกันอีกแล้ว)

เรียกได้ว่าการโคจรกลับมาเจอกันครั้งนี้ของ ลูกเกด-ซอนญ่า-เฮเลน ไม่เพียงแต่ทำให้นึกถึงกลิ่นอายแฟชั่นยุค 90s ที่รุ่งเรือง แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คำว่า “ตัวแม่..ก็คือตัวแม่” ไม่มีใครสามารถโค่นพวกเธอลงจากบัลลังก์ได้จริงๆ!

อ๋อม สกาวใจ ปลาบปลื้มใจที่สุดในชีวิต เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย

อ๋อม สกาวใจ ปลาบปลื้มใจที่สุดในชีวิต เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย

อ๋อม สกาวใจ ปลาบปลื้มใจที่สุดในชีวิต เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตริตาภรณ์มงกุฎไทย

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.09 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่ายินดีและเป็นเกียรติประวัติสูงสุดแก่ครอบครัว เมื่อนักแสดงและพิธีกรชื่อดัง “อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์” ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (oomsakaojai) ขณะสวมเครื่องแบบปกติขาวเต็มยศ พร้อมถือกล่องเครื่องราชอิสริยาภรณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจโดยเธอได้ระบุข้อความบรรยายความรู้สึกใต้ภาพดังกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจว่า“สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสที่ข้าพเจ้า สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันมีเกียรติยศยิ่ง ตริตาภรณ์มงกุฎไทย “

หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนคลับรวมถึงคนในวงการบันเทิงและผู้ติดตาม เข้ามาร่วมกดไลก์และแสดงความยินดีกับความสำเร็จและเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ของเธอกันอย่างล้นหลาม ทางทีมข่าวต้องขอแสดงความยินดีกับคุณอ๋อม สกาวใจ มา ณ ที่นี้ด้วย

แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ ฮาย อาภาพร เฝ้าชิดขอบเตียงหลังคุณแม่เข้าห้องผ่าตัดล่าสุดปลอดภัยแล้ว

แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ ฮาย อาภาพร เฝ้าชิดขอบเตียงหลังคุณแม่เข้าห้องผ่าตัดล่าสุดปลอดภัยแล้ว

แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ ฮาย อาภาพร เฝ้าชิดขอบเตียงหลังคุณแม่เข้าห้องผ่าตัดล่าสุดปลอดภัยแล้ว

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.38 น.

ทำเอาแฟนๆ และเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงต่างพากันเป็นห่วงและร่วมส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม เมื่อนักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่สายฮา “ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์” ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @hi_hiso เผยภาพขณะที่เฝ้าคุณแม่อยู่ข้างเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด

จากภาพในอินสตาแกรม จะเห็นโมเมนต์สุดอบอุ่นที่คุณฮายคอยกุมมือและส่งยิ้มให้กำลังใจคุณแม่ที่นอนพักฟื้นอยู่บนเตียง พร้อมกับเขียนแคปชันระบุข้อความว่า ยายเก่งที่สุด ขอบคุณคุณหมอ พยาบาลที่ดูแลยายเป็นอย่างดี ออกมาจากห้องผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย ตอนนี้หัวเราะได้แล้ว ลูกก็สบายใจ”

นอกจากนี้ อินสตาแกรมส่วนตัว ได้มีการอัปเดตภาพความประทับใจ เผยให้เห็นอีกหนึ่งพลังใจสำคัญ เมื่อนักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่ระดับตำนานอย่าง “พี่นาง-ศิริพร อำไพพงษ์” ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนและส่งกำลังใจให้คุณยายถึงห้องพักฟื้นในโรงพยาบาลด้วยตัวเอง

เป็นโมเมนต์สุดน่ารักและอบอุ่น ทั้ง ฮาย พี่นาง ศิริพร และคุณยาย ต่างพากันชูสองนิ้วสู้ๆ ส่งรอยยิ้มสดใสให้กับกล้อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาการของคุณยายดีขึ้นมากจนสามารถชูสองนิ้วร่วมเฟรมได้อย่างแข็งแรงหลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็มีเพื่อนพ้องในวงการบันเทิง รวมถึงแฟนคลับจำนวนมากที่เข้ามาแสดงความห่วงใยและร่วมอวยพรให้คุณแม่ของฮาย อาภาพร หายป่วย สุขภาพกลับมาแข็งแรงไวๆ ในเร็ววัน