ตั้ง2ผู้เชี่ยวชาญ นั่งกรรมาธิการฝั่งไทย สู้ศึกเขมรถกUNCLOS

ตั้ง2ผู้เชี่ยวชาญ  นั่งกรรมาธิการฝั่งไทย  สู้ศึกเขมรถกUNCLOS

ตั้ง2ผู้เชี่ยวชาญ นั่งกรรมาธิการฝั่งไทย สู้ศึกเขมรถกUNCLOS

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กองทัพเรือ ย้ำมาตรการ “ปิดด่าน 100%” เผยเห็นผลต่อเนื่องจับ 3 เขมร หนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วน ครม.ไฟเขียว ตั้ง 2 อดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศ แอฟริกาใต้-เยอรมนี เป็นคณะกรรมาธิการประนอมฝ่ายไทย เจรจา UNCLOS โดยมี “สีหศักดิ์-ทรงชัย” เป็นหัวหน้า

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า มาตรการควบคุมชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเข้มงวดตามนโยบาย “ปิดด่าน 100%” ยังคงส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยกองทัพเรือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ดำเนินการเฝ้าระวัง ลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบเข้า–ออกราชอาณาจักรตามช่องทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่องตลอดแนวชายแดน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้เข้าจับกุมชาวกัมพูชา 3 ราย เป็นชาย 1และหญิง 2ราย พร้อมสัมภาระลักลอบเดินเท้าเข้ามาตามแนวสวนลำไย จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าบุคคลทั้ง 3 ราย ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร ทั้งหมดรับสารภาพว่าเดินทางมาจากจังหวัดโพธิสัตย์และจังหวัดไพรแวง ประเทศกัมพูชา เนื่องจากไม่มีงานทำและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา จึงตัดสินใจลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อเข้ามาหางานทำในพื้นที่ จ.จันทบุรี

ทั้งนี้ ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สภ.สะตอน เพื่อรับไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนและพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัดต่อไป

สำหรับการจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการ “ปิดด่าน 100%” และการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งทำให้ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายไม่สามารถใช้ช่องทางปกติได้ และต้องหันไปใช้ช่องทางธรรมชาติ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมได้ในที่สุด กองทัพเรือยืนยันว่าจะยังคงดำเนินมาตรการปิดจุดผ่านแดนและควบคุมพื้นที่ชายแดนตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มงวดต่อไป พร้อมบูรณาการกำลังกับทุกภาคส่วนในการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูตกรุงคูเวตรองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)

จากนั้นนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ครม.แต่งตั้งคณะกรรมาธิการประนอมฝ่ายไทยอีก 2 คน ได้แก่Judge Albert Hoffmann ชาวแอฟริกาใต้ และ Judge RudigerWolfrumชาวเยอรมัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคน ทางกระทรวงการต่างประเทศคัดเลือกมาเป็นอย่างดีโดยทั้งสองเป็นอดีตประธานศาลทะเลระหว่างประเทศอยู่แล้ว ถือว่าเป็นที่ยอมรับและมีประสบการณ์

ทั้งนี้เมื่อฝ่ายไทยและกัมพูชามีผู้ประนอมครบฝ่ายละ2คนแล้ว ก็ต้องหาคนที่ 5 มาเป็นประธานเพื่อทำงานระหว่างกัน โดยจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน1เดือน จึงจะเริ่มพูดคุย

นายสีหศักดิ์ กล่าวยืนยันว่าขอบเขตหน้าที่ของคณะประนอมไม่ใช่ศาล ผลการทำงานจะสนับสนุนแนวทางในการแก้ปัญหาต่างๆ และฝ่ายไทยต้องไปคุยกับฝ่ายกัมพูชาต่ออีก แต่สิ่งที่เราคิดว่า ขอบเขตของการประนอม ควรจำกัดในเบื้องต้น คือเรื่องการกำหนดเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีป ส่วนกรณีที่ฝ่ายกัมพูชาต้องการให้พูดคุยเรื่องพื้นที่พัฒนาร่วมนั้น ตนคิดว่าไม่ควร แต่ควรจะเน้นในเรื่องเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน เมื่อถามว่าใครจะเป็นผู้ตัดสินเรื่องข้อเสนอของกัมพูชา ในเมื่อสองประเทศเห็นไม่ตรงกัน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คณะประนอมต้องไปดู พร้อมทั้งย้ำว่าควรเน้นเรื่องเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจนให้ถึงที่สุด หลังจากไปพูดถึงเรื่องเขตทับซ้อนว่าทับซ้อนมากแค่ไหน และค่อยดูพื้นที่พัฒนาร่วมใต้ทะเลอย่างไร

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“การมาประชุมสภาคือหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมีใครมาซื้อ มาจ้าง หรือมาตอบแทนเป็นพิเศษเพื่อให้เป็นองค์ประชุม”

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล

สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย

คุกตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ อัยการไม่ฎีกา ปิดฉากคดีโกงภาษี 3 พันล้าน

คุกตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ อัยการไม่ฎีกา ปิดฉากคดีโกงภาษี 3 พันล้าน

คุกตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ อัยการไม่ฎีกา ปิดฉากคดีโกงภาษี 3 พันล้าน

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.45 น.

16 มิถุนายน 2569 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคดีทุจริตการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้ นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร มีความผิดตามกฎหมายอาญา และ ป.ป.ช.จากการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ส่งผลให้ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องรายอื่นก็ถูกลงโทษตามบทบาทความผิดในคดีเดียวกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคืนภาษีเท็จ

ศาลมีคำสั่งให้จำเลยในคดีร่วมกันชดใช้เงิน จำนวน 3,097,016,533.99 บาท แก่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เพื่อชดเชยความเสียหายจากการทุจริตในระบบคืนภาษี VAT ซึ่งถือเป็นความเสียหายต่อรัฐในระดับพันล้านบาท และเป็นหนึ่งในคดีสำคัญด้านการทุจริตภาษีของประเทศ

ทั้งนี้ ภายหลังสำนักงาน ป.ป.ช.และอัยการสูงสุด มีมติเห็นชอบไม่ยื่นฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ทำให้คดีเข้าสู่บทสรุปในชั้นศาลอุทธรณ์ ส่งผลให้คำพิพากษาในคดีนี้มีผลสิ้นสุด และเดินหน้าสู่ขั้นตอนการบังคับโทษและการชดใช้ค่าเสียหายตามคำสั่ง

พม.ปักหมุดขอนแก่น เดินหน้าโครงการ ‘แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ’ คืนการมองเห็น ช่วยสร้างโอกาสชีวิต

พม.ปักหมุดขอนแก่น เดินหน้าโครงการ 'แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ' คืนการมองเห็น ช่วยสร้างโอกาสชีวิต

พม.ปักหมุดขอนแก่น เดินหน้าโครงการ ‘แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ’ คืนการมองเห็น ช่วยสร้างโอกาสชีวิต

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.10 น.

17 มิถุนายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดโครงการ “แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ” ภายใต้ความความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย และห้างแว่นท็อปเจริญ อีกทั้งมอบแว่นตาแก่ผู้แทนผู้สูงวัยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และพบปะพูดคุยให้กำลังใจผู้สูงวัยที่มารับบริการตรวจวัดสายตาและประกอบแว่นโดยผู้เชี่ยวชาญจากห้างแว่นท็อปเจริญ นอกจากนี้ เยี่ยมชมนิทรรศการกิจกรรมและผลงานของทีมหน่วยงาน พม. จังหวัดขอนแก่น และเครือข่ายท้องถิ่น โดยมี นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. พร้อมด้วนนางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และคณะผู้บริหารกระทรวง พม. , นายอภิชา เลิศพชรกมล และ นายวัชรากร เลิศด้วยลาภ  คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.  , นายภูร์ผา ไทยแท้ โฆษกกระทรวง พม. , นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น , นางปิติมา รักพานิชมณี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น , นายนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแว่นท็อปเจริญ และผู้แทนเครือข่ายท้องถิ่น เข้าร่วม ณ โรงเรียนอุบลรัตน์พิทยาคม อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น

นายนิกร กล่าวว่า โครงการ “แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ” เกิดขึ้นจากพระราชประสงค์อันเปี่ยมด้วยพระเมตตาของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยผู้สูงวัยที่มีฐานะยากจนในพื้นที่ห่างไกลธุรกันดาร ให้สามารถเข้าถึงการดูแลด้านสายตาอย่างเหมาะสม เพราะการมองเห็นไม่ใช่เพียงเรื่องสุขภาพ แต่เป็น “โอกาสของชีวิต” ที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิต การประกอบอาชีพ การดูแลครอบครัว และการพึ่งพาตนเอง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 ด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจเอกชน เพื่อช่วยเหลือผู้สูงวัยที่ประสบปัญหาด้านสายตาในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารทั่วประเทศ โดยตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา ได้ช่วยเหลือผู้สูงวัยแล้ว จำนวน 79,812 ราย สำหรับปี 2569 กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 12 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยการให้บริการตรวจวัดสายตาและประกอบแว่นตาแก่ผู้สูงวัยรวม 4,800 คน โดยในส่วนของจังหวัดขอนแก่น จะมีผู้สูงวัยได้รับความช่วยเหลือเป็นจำนวน 400 คน ซึ่งกระทรวง พม. โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้มอบหมายนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับภาคีเครือข่ายท้องถิ่น พิจารณาคัดเลือกผู้สูงวัย และประชาชนที่มีปัญหาด้านสายตา อายุ 45 ปีขึ้นไป มีฐานะยากจน เข้าร่วมโครงการฯ

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ “แว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ” ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ดำเนินการต่อเนื่องในระยะปี พ.ศ. 2568 – 2572 สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการน้อมนำพระมหากรุณาธิคุณสู่การปฏิบัติในการช่วยเหลือผู้สูงวัยในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ซึ่งไม่ใช่เพียงการมอบแว่นตา แต่เป็นการคืนโอกาส คืนศักดิ์ศรี และคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้สูงวัย เพื่อสร้างสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง

ฉีกทุกกฎการประกวด! ‘THE TOM THAILAND 2569’ ยกระดับศักยภาพทอมไทยสู่ระดับประเทศ

ฉีกทุกกฎการประกวด! 'THE TOM THAILAND 2569' ยกระดับศักยภาพทอมไทยสู่ระดับประเทศ

ฉีกทุกกฎการประกวด! ‘THE TOM THAILAND 2569’ ยกระดับศักยภาพทอมไทยสู่ระดับประเทศ

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.06 น.

ฉีกทุกกฎการประกวด! “THE TOM THAILAND 2569” เวทีทอมแรกของไทย ไม่ขายหล่อ-ไม่สนหุ่น ขอแค่มี “ของ” พร้อมยกระดับศักยภาพทอมไทยสู่ระดับประเทศ ท่ามกลางงานแถลงข่าวสุดยิ่งใหญ่

วงการประกวดเมืองไทยถึงคราวสั่นสะเทือนครั้งประวัติศาสตร์ กับการเปิดตัว “THE TOM THAILAND 2569” เวทีประกวดทอมแห่งแรกของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ คาลิปโซ่ คาบาเร่ต์ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ ภายใต้แนวคิดสะท้อนคุณค่าของ “คนคุณภาพ” ที่พร้อมจะเปลี่ยนมุมมองสังคม และเปิดโอกาสครั้งสำคัญให้กลุ่ม Transman และทอมไทยทั่วประเทศได้ก้าวออกจากกรอบมาโชว์ศักยภาพสู่สายตาคนทั้งประเทศต้อนรับ Pride Month

งานแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ นำโดย เล็ก – บุณณดา ทิพย์ภิบาล ผู้ก่อตั้งและผู้ถือลิขสิทธิ์ พร้อมด้วย ผู้อำนวยการกองประกวด แนน – วิไลลักษณ์ ศิริสาคร (Bern) และ แม่น็อต แม็กซิม ซึ่งเป็นการรวมตัวของเหล่าไอคอนระดับท็อปของประเทศที่จะมาร่วมเสริมทัพปรับลุค ดึงศักยภาพของผู้เข้าประกวด นำโดย 3 Masters ตัวแม่ตัวพ่อ ได้แก่ แม่อ้วน รีเทิร์น, พี่ป้อม วินิจ บุญชัยศรี และ เก่ง ธชย ประทุมวรรณ พร้อมด้วยทีม Coach สุดสตรองอย่าง ป๋าต๊อบ – ปฏิญญา ควรตระกูล, ปีใหม่ – สุมนต์รัตน์ และ วิว – ปิยวรรณ ชื่นตะโก โดยมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มดเอ็กซ์ จากช่องหมวยมดเอ็กซ์พริตตี้สอนอิ้ง324 และพระเอกหนุ่ม ธนพล เขียวอ่อน รับหน้าที่พิธีกรดำเนินงาน

เล็ก – บุณณดา ทิพย์ภิบาล ผู้ก่อตั้งและผู้ถือลิขสิทธิ์ เผยถึงแรงผลักดันและเป้าหมายสูงสุดในการจัดตั้งเวทีนี้ว่า

“ยุคสมัยอาจเปลี่ยนไป แต่สิ่งหนึ่งที่จะยังคงอยู่ได้ในทุกยุคคือ ‘คนคุณภาพ’ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของชื่อเสียง แต่คือเรื่องของคุณภาพความคิด การวางตัว และการใช้ชีวิต เล็กมองว่าทอมไทยในสังคมปัจจุบันมีศักยภาพสูงมาก มี ‘ของ’ ที่ยังไม่ได้ปล่อยออกมาอีกเยอะ เวที THE TOM THAILAND 2569 จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สังคมได้รับรู้ถึงความสามารถของเพศทางเลือกอย่างแท้จริง และเราต้องการสร้างตัวตน สร้างโอกาสทางอาชีพที่มั่นคง ให้พวกเขามีจุดยืนในสังคมอย่างภาคภูมิใจ”

ทางด้าน แนน – วิไลลักษณ์ ศิริสาคร (Bern) ผู้อำนวยการกองประกวด ได้เปิดใจอย่างลึกซึ้งถึงมุมมองต่อกลุ่มทอมในสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงเกณฑ์การคัดเลือกที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์การประกวด

“ถ้าพูดถึงสมัยก่อน ทอมในสังคมไทยมักไม่ค่อยได้รับการยอมรับและโดนเหยียดหยามบ่อยครั้ง พี่แนนจำได้ฝังใจกับคำว่า ‘ทอมแบร์’ ที่ชอบแซะกันว่าสุดท้ายก็ต้องกลับไปหาผู้ชาย หรือมองว่าพวกเราแค่อยากเป็นผู้ชาย ทำกร่าง ทำเป็นเท่ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและเจ็บปวดสำหรับพวกเรามาก ทั้งที่จริง ๆ แล้วเราคือมนุษย์คนหนึ่งที่มีความเก่ง มีสมอง มีมือมีเท้า และสร้างตัวตนขึ้นมาจากความพยายามได้เหมือนกัน

เกณฑ์คัดเลือกของเรา รูปร่างหน้าตาหรือความหล่อไม่สำคัญเลยค่ะ เพราะความหล่อของแต่ละคนมองไม่เท่ากัน อ้วนหรือผอมก็ไม่เกี่ยว ขอแค่เป็นตัวของตัวเองและมีความตั้งใจ เวทีนี้ไม่ได้ต้องการคนเก่งมาตั้งแต่แรก แต่เราต้องการคนที่พร้อมจะเรียนรู้และพยายามไปกับเรา เราพร้อมจะปั้นคุณให้เก่ง เพื่อให้คุณนำทักษะไปต่อยอดทำมาหากิน เลี้ยงชีพ และกล้าที่จะเดินออกจากกรอบเดิม ๆ ออกมาแสดงให้ครอบครัวและสังคมเห็นว่าหนูทำได้”

ขณะที่ แม่น็อต แม็กซิม ร่วมเสริมทัพถึงรางวัลสุดพิเศษและโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่หลังจบการประกวดที่จะเปลี่ยนชีวิตผู้เข้าร่วมประกวดไปตลอดกาล

“เวทีของเราเทียบเท่าเวทีประกวดระดับสากลของผู้ชาย ผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินสด 100,000 บาท กิฟวอชเชอร์และของรางวัลรวมมูลค่ากว่าล้านบาท พร้อมถ้วยรางวัลสุดเท่ และที่สำคัญเราไม่ได้จบแค่บนเวทีประกวด น็อตและทีมงานวางแผนจะปั้นน้อง ๆ ในรูปแบบบริษัทเพื่อเป็นศิลปินนักร้องทอม 4 ภาค และเราเตรียมโปรเจกต์สร้างซีรีส์และหนังสั้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของทอมในหลากหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรักที่สุข สมหวัง หรือบทเรียนชีวิตต่าง ๆ เพื่อสะท้อนให้สังคมเข้าใจชีวิตของพวกเราอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้เรายังเตรียมสร้างชุมชน (Community) ด้วยการจัดกิจกรรม ปาร์ตี้รวมนักร้องดีเจที่เป็นทอม เพื่อสร้างพลังและความเข้มแข็ง พร้อมเชิญชวนทอมที่มีชื่อเสียงมาร่วมขับเคลื่อนไปด้วยกันครับ”

เวที THE TOM THAILAND 2569 ได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะสปอนเซอร์ที่โดดมาร่วมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง อาทิ โรงพยาบาลยันฮี, เคียโฮซาน, ผึ้งหลับ Sleep Like Royalty หลับลึก หลับสบาย ตื่นมาสดชื่น, Burn Tom Diiz, The Knot 6 Sene Mutelu Presented By Crow Clinic Uthaithani, มหาราณีแกรนด์, ลักษณ์ สตูดิโอ, ลักษณ์จามูดี, NAN remover eyebrow, PKT PLOTLOCK Remover Tattoo, อร่อยกะต๊อบ สูตรลับเชฟประจำบ้าน, Lerner และ Code Man deodorant roll on น้ำหอมพรีเมี่ยมนำเข้าจากอังกฤษ ฯ

เวที THE TOM THAILAND 2569 เปิดรับสมัครทอมไทยและกลุ่ม Transman ที่มีความฝันและพร้อมจะพิสูจน์ตัวเอง โดยมีรายละเอียดดังนี้ คุณสมบัติผู้สมัคร อายุ 18-40 ปี เป็น ทอม / ทรานส์แมน (Transman) มีความสามารถหรือมีความโดดเด่นในแบบของตัวเอง (ร้อง, เต้น, หรือความสามารถพิเศษอื่น ๆ)

หลักฐานการสมัคร ประวัติส่วนตัว (Profile) รูปถ่าย 3-5 ภาพ (ทั้งครึ่งตัวและเต็มตัว) คลิปวิดีโอแนะนำตัว (ความยาวไม่เกิน 3 นาที) โดยมีเนื้อหา: แนะนำตัว, เล่าประวัติ อาชีพ ไลฟ์สไตล์, โชว์ความสามารถพิเศษ และบอกเหตุผลที่อยากเข้าประกวดเวทีนี้

ช่องทางการสมัคร ส่งข้อมูลและหลักฐานการสมัครได้ทาง Inbox เพจ Facebook: TomThailand ทอมไทยแลนด์ https://www.facebook.com/profile.php?id=61589334792332

มาร่วมพิสูจน์ว่า “เพราะความแตกต่างไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือพลังที่ทำให้คุณโดดเด่นกว่าคนอื่น”

เปิดลงทะเบียนแล้วเวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้วยข้อมูลคาร์บอน ‘Climate Intelligence Forum 2026’

เปิดลงทะเบียนแล้วเวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้วยข้อมูลคาร์บอน 'Climate Intelligence Forum 2026'

เปิดลงทะเบียนแล้วเวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้วยข้อมูลคาร์บอน ‘Climate Intelligence Forum 2026’

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.00 น.

เปิดลงทะเบียนแล้ว “เวทีขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้วยข้อมูลคาร์บอน (Climate Intelligence Forum 2026: Driving Climate Action Through Data-Driven Resilience and Eco-Efficiency)”

สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (CBiS) ภายใต้คณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ ขอเชิญชวนผู้บริหาร นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ที่มีความสนใจในด้านความยั่งยืนและการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เข้าร่วม “งาน Climate Intelligence Forum 2026” เวทีเสวนาที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยข้อมูลคาร์บอน พร้อมทั้งการเปิดตัวแพลตฟอร์มการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภาคส่วนต่าง ๆ  ใช้ข้อมูลกิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  ในการคำนวณปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ได้ตามมาตรฐานและข้อกำหนดขององค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมทั้งการเสนอแนะแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ทางสถาบันฯ กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มการประเมินเพิ่มเติมในมิติของผลิตภัณฑ์ (CFP) และโครงการ (Project) โดยงานนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมเห็นมุมมองความสำคัญของข้อมูลคาร์บอนเพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) รวมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างภาคส่วนต่างๆ ผ่านการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจและพัฒนากลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

งานจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00–16.30 น. ณ หอประชุมใหญ่คณะวิศวกรรมศาสตร์ (Hall of INTANIA) ชั้น 1 ตึก 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผู้ที่สนใจเข้าร่วมสามารถ ลงทะเบียนผ่าน QR Code บนโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณลลิตา 081-297-6268 หรือ คุณปณิชา 081-979-7609 (สื่อสารมวลชน)

ประธานศาลรธน.นำนศ.หลักสูตรบยร1.ศึกษาดูงานจ.เชียงราย

ประธานศาลรธน.นำนศ.หลักสูตรบยร1.ศึกษาดูงานจ.เชียงราย

ประธานศาลรธน.นำนศ.หลักสูตรบยร1.ศึกษาดูงานจ.เชียงราย

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.56 น.

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ศ.ดร.นครินทร์ เมฒไตรรัตน์ พร้อมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย นาย อุดม สิทธิวิรัชธรรม นาย อุดม รัฐอมฤต นาย สุเมธ รอยกุลเจริญ และ นาย สราวุธ ทรงศิวิไล พร้อมทั้งเลขาธิการ นางสาว ร่มปรางค์ สวมประคำ รองเลขาธิการ นาง ฉัตรแก้ว เลิศไพฑูรย์ ได้นำผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร “ผู้บริหารในกระบวนการยุติธรรมทางรัฐธรรมนูญ”(บยร.1) อาทิเช่น คุณ ภรณี  ลีนุตพงษ์  (ประธานรุ่น) คุณ โอฬาร แพพ่วง คุณ วรเดช วีระเวคิน คุณ อัจราพร นาคสาร คุณ สิริยา หอมสุวรรณ รศ.ดร.ธาตรี มหันตรัตน์ คุณ พจีกานต์ สวัตติวงศ์ คุณ พรพินี ปลูกเจริญ คุณ อลิศรา  พรหมโชติชัย คุณ ยุทธกิจ  เจียรสุวรรณภาส คุณ เสรี ลีเกษม เป็นต้น ไปรับฟังบรรยายสรุปที่หอประชุมจังหวัดเชียงราย เพื่อทราบข้อมูลต่างๆ ของจังหวัดชายแดน ทั้งด้านความมั่นคงในหลากมิติ เศรษฐกิจ การค้าชายแดน การคมนาคม (รถไฟทางคู่ ที่จะมีมาถึงจ.เชียงรายเป็นครั้งแรก) ศาสนา ศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น ตลอดจน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดจากเขื่อนกาลัมป้าในจีนส่งผลกระทบอย่างไรต่อแม่น้ำโขง โดยมีท่านผู้ว่าราชการ จังหวัด คือ นาย ชูชีพ พงษ์ไชย ได้บรรยายในภาพรวมอย่างเป็นระบบ ไม่มีการเขียนบทเพื่อมาบรรยาย แต่สามารถทำให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เห็นภาพรวมในมุมมองต่างๆได้อย่างกระจ่างชัดอย่างยิ่ง เป็นประโยชน์อย่างมาก

จากนั้นได้ไปที่วัดพระแก้ว เพื่อทำบุญและสวดมนต์ ทำสมาธิ “ขอถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” ทุกคนตั้งจิตด้วยใจภักดีอย่างสำรวมในธรรมอย่างสงบ การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ใช้เวลา3วัน 15-17มิถุนายน  วันนี้จึงเป็นกิจกรรมวันแรกของการมาศึกษาดูงานภายในประเทศครั้งที่สอง

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสองสมาคมนักเรียนเก่าภาคพื้นยุโรป-ฝรั่งเศส ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพฯ

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสองสมาคมนักเรียนเก่าภาคพื้นยุโรป-ฝรั่งเศส ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพฯ

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสองสมาคมนักเรียนเก่าภาคพื้นยุโรป-ฝรั่งเศส ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพฯ

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.47 น.

สองนายกสมาคมนักเรียนเก่าฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพฯ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา นายศิรเวท ศุขเนตร นายกสมาคมนักเรียนเก่าภาคพื้นยุโรป ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย คุณเปรมิกา สุจริตกุล นายกสมาคมนักเรียนเก่าฝรั่งเศส ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังในการนี้ คณะผู้บริหารและตัวแทนจากทั้งสองสมาคมฯ ได้ร่วมในพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ด้วยความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและต่อนักเรียนเก่าภาคพื้นยุโรปและฝรั่งเศสเสมอมา ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง คืออะไร ดูแลโรคอะไรบ้าง?

ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง คืออะไร ดูแลโรคอะไรบ้าง?

ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง คืออะไร ดูแลโรคอะไรบ้าง?

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.34 น.

ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง คืออะไร รักษาโรคเกี่ยวกับอะไร

อาการปวดศีรษะเรื้อรัง เวียนหัว บ้านหมุน หรือชาปลายมือปลายเท้า อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเกี่ยวข้องกับโรคระบบประสาทและสมองโดยตรง ซึ่งการเข้ารับการตรวจที่ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมองจะช่วยให้วินิจฉัยสาเหตุได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น

หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมองดูแลโรคอะไรได้บ้างและควรเข้ารับบริการเมื่อมีอาการระดับไหน บทความนี้จะพาไปรู้จักตั้งแต่ขอบเขตการรักษา ไปจนถึงแนวทางการดูแล เพื่อให้ตัดสินใจดูแลสุขภาพสมองได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง คืออะไร?

ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง (Neurology Center) คือหน่วยบริการทางการแพทย์เฉพาะทางที่มุ่งดูแล วินิจฉัย และรักษาความผิดปกติของระบบประสาท ครอบคลุมทั้งสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท และกล้ามเนื้อ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท (Neurologist) เป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการหรือความเสี่ยงของโรคระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ไมเกรน โรคลมชัก พาร์กินสัน หรือภาวะสมองเสื่อม

ภายในศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมองจะมีการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อช่วยในการวินิจฉัย เช่น การตรวจ MRI, CT Scan และ EEG เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมวางแผนการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล ทั้งการใช้ยา การฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง รักษาโรคอะไรได้บ้าง?

ความผิดปกติของระบบประสาทและสมองเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่อาการเล็กน้อยไปจนถึงภาวะรุนแรง ซึ่งศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมองดูแลและรักษาโรคได้อย่างครอบคลุม ดังนี้

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): เกิดจากหลอดเลือดในสมองตีบ อุดตัน หรือแตก ทำให้สมองขาดเลือด ส่งผลให้มีอาการอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือสูญเสียการมองเห็น หากไม่รักษาทันอาจเสี่ยงอัมพาตหรือเสียชีวิตได้
  • โรคปวดศีรษะและไมเกรน (Headache & Migraine): อาการปวดศีรษะที่เกิดจากความเครียดหรือหลอดเลือดสมองผิดปกติ มักปวดข้างเดียว ร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน และไวต่อแสงเสียง
  • โรคสมองเสื่อม (Dementia): ภาวะที่การทำงานของสมองลดลง ทำให้ความจำเสื่อม สับสน และไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
  • โรคใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s Palsy): เส้นประสาทใบหน้าอักเสบ ทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก ยิ้มไม่ได้ หรือปิดตาไม่สนิท
  • โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease): ความเสื่อมของเซลล์สมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหว ทำให้เกิดอาการสั่น เคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อแข็ง และทรงตัวลำบาก
  • โรคปลายประสาทอักเสบ (Peripheral Neuropathy): เส้นประสาทส่วนปลายถูกทำลาย ทำให้มีอาการชา ปวดแสบปวดร้อน หรืออ่อนแรงที่แขนและขา ส่งผลต่อการเดินและการใช้ชีวิต

โรคเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยการวินิจฉัยที่แม่นยำและการดูแลอย่างต่อเนื่อง การเข้ารับบริการที่แผนกอายุรกรรมประสาทและสมองจึงช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง ทำหน้าที่อะไรบ้าง?

นอกจากการดูแลรักษาโรคระบบประสาทแล้ว ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมองยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพสมองและระบบประสาทตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยไปจนถึงการฟื้นฟูและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

  • ตรวจประเมินและวินิจฉัยอาการทางระบบประสาท: หมอระบบประสาทและสมองจะตรวจประเมินอาการผิดปกติ เช่น ปวดศีรษะเรื้อรัง เวียนศีรษะ ชา อ่อนแรง แขนขาไม่มีแรง หรือมีความผิดปกติด้านความจำ
  • ตรวจด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์เฉพาะทาง: ใช้เครื่องมือวินิจฉัยที่ทันสมัย เช่น MRI, CT Scan, EEG และการตรวจระบบประสาทอื่น ๆ เพื่อช่วยให้แพทย์วิเคราะห์ความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ
  • วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: แพทย์ระบบประสาทและสมองจะออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะกับอาการและความรุนแรงของโรคในแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การปรับพฤติกรรมสุขภาพ หรือการรักษาร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ
  • ดูแลภาวะฉุกเฉินทางระบบประสาท: หมอระบบประสาทจะให้การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะเร่งด่วน เช่น โรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน หรืออาการชัก เพื่อให้ได้รับการรักษาทันเวลา ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
  • ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยระบบประสาท: สนับสนุนการฟื้นฟูผ่านกายภาพบำบัด การฝึกการเคลื่อนไหว หรือการฟื้นฟูด้านการสื่อสาร เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
  • ติดตามอาการและดูแลระยะยาว: สำหรับโรคเรื้อรัง เช่น พาร์กินสัน สมองเสื่อม หรือโรคลมชัก ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมองจะมีการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม
  • ให้คำแนะนำในการป้องกันและดูแลสุขภาพสมอง: แพทย์จะให้ความรู้เกี่ยวกับการลดปัจจัยเสี่ยง การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และแนวทางดูแลสุขภาพสมอง เพื่อช่วยป้องกันการเกิดโรคในอนาคต

อาการทางระบบประสาท มีอะไรบ้าง?

อาการผิดปกติของระบบประสาทอาจเริ่มจากสัญญาณเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงได้ หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องควรพิจารณาเข้ารับการตรวจที่ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง

  • ปวดศีรษะเรื้อรังหรือปวดรุนแรงผิดปกติ
  • เวียนศีรษะ บ้านหมุน เสียการทรงตัว
  • ชาหรืออ่อนแรงที่แขน ขา หรือใบหน้า
  • พูดไม่ชัด สื่อสารลำบาก
  • การมองเห็นผิดปกติ เช่น มองภาพซ้อน เห็นภาพไม่ชัด หรือสูญเสียการมองเห็นบางส่วน
  • ความจำลดลง หรือสับสนง่าย
  • อาการชัก เกร็ง หรือหมดสติ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเคลื่อนไหวผิดปกติ
  • ปวดแสบ ปวดร้อน หรือเสียวซ่าตามร่างกาย

หากมีอาการเหล่านี้โดยเฉพาะแบบเฉียบพลันหรือเป็นต่อเนื่องไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ การเข้ารับการตรวจอย่างเหมาะสมจะช่วยให้วินิจฉัยและรักษาได้ทัน

ศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมอง ทางเลือกเพื่อการดูแลสมองอย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบประสาทและสมองเป็นศูนย์กลางสำคัญของร่างกาย เมื่อเกิดความผิดปกติย่อมส่งผลต่อการใช้ชีวิตในหลายด้าน สำหรับผู้ที่กำลังมองหาว่าจะเข้าไปใช้บริการศูนย์ระบบประสาทและสมองที่ไหนดี โรงพยาบาลวิภาวดี ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่มีศูนย์อายุรกรรมประสาทและสมองให้บริการอย่างครบครัน ด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมถึงมีการดูแลอย่างต่อเนื่องและฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ จึงเหมาะสำหรับทั้งผู้ที่มีอาการผิดปกติและผู้ที่ต้องการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้สามารถดูแลสมองและระบบประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • Facebook: Vibhavadi Hospital
  • Line: @Vibhavadihospital
  • Email: custserv@vibhavadi.com
  • Tel: 02-058-1111 หรือ 02-561-1111

Life & Health : รู้จักบทบาทเภสัชกรไทย..ผู้พิทักษ์ความปลอดภัยด้านยาและสุขภาพ คู่สังคมไทย

Life&Health : รู้จักบทบาทเภสัชกรไทย..ผู้พิทักษ์ความปลอดภัยด้านยาและสุขภาพ คู่สังคมไทย

Life&Health : รู้จักบทบาทเภสัชกรไทย..ผู้พิทักษ์ความปลอดภัยด้านยาและสุขภาพ คู่สังคมไทย

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

ในโลกปัจจุบันที่นวัตกรรมทางการแพทย์ก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง “ยา” ไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยสี่ในการรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่มีทั้งคุณอนันต์และโทษมหันต์หากใช้ไม่ถูกวิธี ท่ามกลางกระบวนการดูแลสุขภาพที่ซับซ้อนนี้ “เภสัชกร” คือวิชาชีพที่ยืนหยัดอยู่แถวหน้าในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยาที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างตัวยากับผู้ป่วย เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าสูงสุดในการรักษา

ข้อมูลจาก เภสัชกรปรีชา พันธุ์ติเวช นายกสภาเภสัชกรรม เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติวิชาชีพ พศ.2537 ฉบับปรับปรุงปัจจุบัน “วิชาชีพเภสัชกรรม”[ หมายความว่า วิชาชีพที่เกี่ยวกับการกระทำในการเตรียมยา การผลิตยา การประดิษฐ์ยา การเลือกสรรยา การวิเคราะห์ยา การควบคุมและการประกันคุณภาพยา การปรุง และการจ่ายยาตามใบสั่งยาของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ การปรุงยา การจ่ายยา การขายยา และการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยยาและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับยา การให้คำแนะนำปรึกษาและการคุ้มครองผู้บริโภคด้านยา รวมทั้งการดำเนินการหรือร่วมกับผู้ประกอบวิชาชีพด้านการแพทย์และสาธารณสุขในการค้นหา ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ยา

สภาเภสัชกรรม ในฐานะองค์กรควบคุมวิชาชีพ ตาม พ.ร.บ. วิชาชีพเภสัชกรรม ตระหนักดีว่าบทบาทของเภสัชกรไทยในปัจจุบันได้วิวัฒนาการไปไกลกว่าการ “จ่ายยา” ตามใบสั่งยาเพียงอย่างเดียว แต่บทบาทของเภสัชกรได้แทรกซึมอยู่ในทุกมิติของวงจรสุขภาพ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อเคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน ดังนี้

1. เภสัชกรอุตสาหการ: ต้นน้ำแห่งคุณภาพและความมั่นคงทางยา

เบื้องหลังยาทุกเม็ด ทุกขวด ทุกหลอดที่ส่งถึงมือประชาชน คือการทำงานอย่างเข้มงวดของเภสัชกรในภาคอุตสาหกรรม เริ่มตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) การควบคุมคุณภาพการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล (GMP) ไปจนถึงการขึ้นทะเบียนตำรับยาเพื่อให้มั่นใจว่ายาที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้ามีมาตรฐานความปลอดภัยเท่าเทียมระดับโลก บทบาทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้าง “ความมั่นคงทางยา” ให้แก่ประเทศไทย โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตที่การพึ่งพาตนเองด้านยาเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด

2. เภสัชกรขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์: จุดเริ่มต้นของความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ยาและเครื่องมือแพทย์จะสามารถนำเข้าในประเทศได้หรือไม่ เภสัชกรชึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์มีตวามสำคัญเป็นอย่างมากในการจัดทำรายละเอียดงาน เตรียมและยื่นเอกสาร ติดตามผลการยื่นขึ้นทะเบียนยาและเครื่องมือแพทย์ จนกว่าจะได้รับการอนุมัติในประเทศไทย จัดทำเอกสารขึ้นทะเบียน การต่อใบอนุญาตและขอใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กับผลิตภัณฑ์ให้ทันกับการนำเข้าและจำหน่าย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ติดต่อและประสานงานกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน ในการเตรียมเอกสาร สนับสนุนข้อมูล สำคัญ ในการ
ยื่นขึ้นทะเบียนยาและเครื่องมือแพทย์ ทบทวนข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาและเครื่องมือทางการแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ควบคุมการจัดทำฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้เป็นปัจจุบัน และรายงานต่อฝ่ายบริหาร สรุปข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่จะหมดอายุและข้อมูลอื่น ๆ และนำเสนอต่อฝ่ายบริหาร ปฏิบัติข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย

3. เภสัชกรโรงพยาบาลและบริบาลเภสัชกรรม: หัวใจสำคัญในระบบการรักษา

ในสถานพยาบาลทุกระดับไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาล
ส่งเสริมระดับตำบล ศูนย์บริการทางการแพทย์ โรงพยาบาลเอกชน เภสัชกรทำหน้าที่ทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ ทั้งแพทย์และพยาบาล เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย (Individualized Medicine) เภสัชกรทำหน้าที่ตรวจความถูกต้องของชนิดยา ขนาดยาที่ใช้ สอบความซ้ำซ้อน ป้องกันการแพ้ยา และเฝ้าระวังอันตรกิริยาระหว่างยา (Drug Interaction) การส่งมอบยาและการให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ยา นอกจากนี้ บทบาทเภสัชกรโรงพยาบาลเฉพาะทาง เช่น เภสัชกร โรคมะเร็ง หรือเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญด้านการติดเชื้อ ยังเป็นกลไกหลักที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยโรคซับซ้อน

4. เภสัชกรชุมชน (ร้านยา): “ที่พึ่งแรก” ของประชาชน

ร้านยามาตรฐาน กว่าหลายหมื่นแห่งทั่วประเทศ คือด่านหน้าของระบบสาธารณสุข เภสัชกรชุมชนทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านสุขภาพเบื้องต้นที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด เราไม่เพียงจ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการ แต่ยังทำหน้าที่คัดกรองโรคเรื้อรัง ให้คำแนะนำการส่งต่อผู้ป่วย และที่สำคัญที่สุดคือการเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ด้านสุขภาพ” ในชุมชน ช่วยให้คนไทยหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม ยาชุด หรือยาสมุนไพรที่ปนเปื้อนสารอันตราย

5. เภสัชกรปฐมภูมิ: การดูแลสุขภาพเชิงรุกถึงครัวเรือน

ในยุคของการดูแลสุขภาพเชิงรุก เภสัชกรปฐมภูมิได้ก้าวออกจากเคาน์เตอร์จ่ายยาลงพื้นที่สู่บ้านของผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง เพื่อติดตามผลการใช้ยาในสภาพแวดล้อมจริง ตรวจสอบการเก็บรักษายาที่บ้าน ยาเหลือใช้ และลดปัญหาการใช้ยาผิดพลาด ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพระดับครอบครัว ทำให้การรักษามีความต่อเนื่องและไร้รอยต่อ

6. เภสัชกรคุ้มครองผู้บริโภค: เกราะป้องกันความปลอดภัยของสังคม

เภสัชกรที่การทำงานในหน่วยงานภาครัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เภสัชกรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นยา เครื่องสำอาง อาหารเสริม หรือเครื่องมือแพทย์ เพื่อคุ้มครองประชาชนจากการโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริง และป้องกันผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานไม่ให้เข้าสู่ร่างกายของคนไทย

7. เภสัชกรการตลาด: ข้อมูลถูกต้องสู่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน

บริหารเภสัชกิจ เป็นงานเภสัชกรรมการตลาด คือบทบาทที่รวมทักษะความรู้ทางเภสัชกรรมกับการตลาดเข้าด้วยกัน ซึ่งนอกจากจะมีหน้าที่ดูแลข้อมูลผลิตภัณฑ์ยาอย่างละเอียด เพื่อช่วยทีมขายและผู้แทนจำหน่ายในการนำข้อมูลผลิตภัณฑ์ถูกต้องให้กับบุคคลากรทางการแพทย์และประชาชนแล้ว ยังต้องประสานงานกับฝ่ายขึ้นทะเบียนและโรงงานผลิตอย่างใกล้ชิด หลายคนเข้าใจว่าผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ยาเป็นแค่ผู้แทนขาย แต่จริงๆ แล้วตำแหน่งนี้ทำหน้าที่มากกว่า เช่น การเป็นวิทยากรฝึกอบรมข้อมูลผลิตภัณฑ์กับทีมขาย การวางแผนกลยุทธ์การตลาดเพื่อส่งเสริมสินค้า รวมถึงออกบูธตามงานสัมมนาหรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความรู้และเพิ่มการรับรู้แบรนด์ให้กับกลุ่มเป้าหมาย จุดเด่นของงานนี้คือโอกาสได้เรียนรู้ด้านธุรกิจและเภสัชกรรมไปพร้อมกัน รวมทั้งได้เป็นพิธีกรงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสบการณ์และความภูมิใจในงานที่ทำ สำหรับใครที่สนใจงานนี้ ควรเตรียมความรู้ทั้งด้านเภสัชกรรมและการตลาดให้แข็งแรง ลงมือฝึกฝนการสื่อสาร และเรียนรู้วิธีประสานงานหลายฝ่าย เพราะงานนี้ต้องทำงานร่วมกับฝ่ายต่างๆ ตั้งแต่โรงงานไปจนถึงฝ่ายขายเพื่อให้สินค้าประสบความสำเร็จในตลาด สุดท้ายแล้ว  เภสัชกรการตลาด ถือเป็นสายงานที่มีความหลากหลายและเปิดโอกาสพัฒนาอย่างต่อเนื่องเหมาะสำหรับเภสัชกรที่ต้องการก้าวไปสู่บทบาทที่ท้าทายและสนุกกับการเรียนรู้ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายและก้าวต่อไปของวิชาชีพ

ในวาระที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” และการมาถึงของเทคโนโลยี Digital Health บทบาทของเภสัชกรต้องปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็น “ที่ปรึกษาด้านสุขภาพดิจิทัล” (Digital Health Advisor) การใช้ระบบเภสัชกรรมทางไกล (TelePharmacy) เพื่อให้
คำปรึกษาทางไกล และการประยุกต์ใช้ระบบฐานข้อมูลยา (Big Data) เพื่อติดตามความปลอดภัยในระดับประชากร เป็นสิ่งที่สภาเภสัชกรรมกำลังมุ่งเน้นส่งเสริม อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปเพียงใด หัวใจหลักของวิชาชีพเภสัชกรรมยังคงเดิม คือ “จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ คุณธรรม และความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์”

โดยสรุป เภสัชกรไทยในทุกแขนง ไม่ว่าจะทำงานในสถานพยาบาลที่มีผู้ป่วยแออัด หรือในร้านยาที่ใกล้ชิดชุมชน หรือเภสัชกรการตลาดในภาคเอกชน เภสัชกรคุ้มครองผู้บริโภค เภสัชกรในภาคการศึกษา เภสัชกรวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทุกท่านคือฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ระบบสาธารณสุขไทยเข้มแข็ง สภาเภสัชกรรมขอให้คำมั่นว่า จะมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของเภสัชกรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เภสัชกรเป็นวิชาชีพที่ประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจเสมอมา สภาเภสัชกรรมเคียงข้าง สร้างวิชาชีพชั้นนำ ทำให้ประชาชนวางใจ (Together Talent Trust) เพราะความปลอดภัยของผู้ป่วย คือความภาคภูมิใจของเรา เภสัชกรไทยจะยังคงทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มครองสุขภาพ เคียงข้างสังคมไทยในทุกย่างก้าว เพื่อสร้างสังคมที่ใช้ยาอย่างสมเหตุผลและประชาชนมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนตลอดไป

ผศ.(พิเศษ) ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

กรรมการ ราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย