ทะลุปรอท เอื้อย โลกเบี้ยว อวดชุดขัดใจแม่ ทำเอาไอจีไฟลุกพรึ่บ

ทะลุปรอท เอื้อย โลกเบี้ยว อวดชุดขัดใจแม่ ทำเอาไอจีไฟลุกพรึ่บ

ทะลุปรอท เอื้อย โลกเบี้ยว อวดชุดขัดใจแม่ ทำเอาไอจีไฟลุกพรึ่บ

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.45 น.

นาทีนี้ถ้าพูดถึงสาวฮอตที่ขยับตัวทำอะไรก็เป็นกระแสไปหมด คงหนีไม่พ้น เอื้อย พรสวรรค์ หรือ เอื้อย โลกเบี้ยว หวานใจตัวจริงเสียงจริงของนักร้องหนุ่ม อาร์ เดอะสตาร์ ที่ล่าสุดทำเอาชาวเน็ตต้องกดหัวใจให้รัว ๆ เมื่อเธอปล่อยเซ็ตภาพในชุดชั้นในลูกไม้สีดำสุดคลาสสิก เผยผิวขาวออร่าและหุ่นสับแบบฉบับสาวไซส์มินิแต่ความแซ่บระดับพริกขี้หนูยกสวน

ในภาพชุดนี้ สาวเอื้อยมาในลุคปล่อยผมสลวย โพสต์ท่าสุดโพสิทีฟบนเตียงนอนสีขาวสะอาดตา ตัดกับฉากหลังที่เป็นวิวตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง แสงแดดรำไรที่ส่องลงมาบอกเลยว่ายิ่งขับความเนียนของผิวให้ดูละมุนตาจนแทบละสายตาไม่ได้ แถมเจ้าตัวยังลงแคปชันขำ ๆ ว่า “รอแม่มาบ่น5555555” ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนในวงการเข้ามาคอมเมนต์แซวกันยกใหญ่ว่างานนี้ไม้เรียวในมือพี่อาร์ต้องสั่นแน ๆ

เอื้อย โลกเบี้ยว
เอื้อย โลกเบี้ยว

สำหรับใครที่อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอดี เอื้อย พรสวรรค์ ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ เพราะเธอคืออดีตเน็ตไอดอลชื่อดังที่มียอดติดตามถล่มทลายมาตั้งแต่สมัยยุค เอื้อย โลกเบี้ยว ซึ่งในตอนนั้นเธอโด่งดังจากการโพสต์รูปสไตล์น่ารักใส ๆ จนกลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นทั่วประเทศ

เอื้อย พรสวรรค์ หรือ เอื้อย โลกเบี้ยว มีชื่อจริงว่า พรสวรรค์ ภู่พันธาซิน ชื่อเล่น เอื้อย แจ้งเกิดจากการเป็นเน็ตไอดอลบนโซเชียลมีเดีย จนได้รับโอกาสในวงการบันเทิง ทั้งงานถ่ายแบบ งานโฆษณา และมิวสิกวิดีโอ ปัจจุบันคบหาดูใจอยู่กับ อาร์ อาณัตพล ศิริชุมแสง หรือ อาร์ เดอะสตาร์ มานานหลายปี แม้จะถูกจับตามองเรื่องช่องว่างระหว่างวัย แต่ทั้งคู่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความหวานไม่เคยลดลง แถมยังขยันเสิร์ฟโมเมนต์น่ารัก ๆ (แกมแซ่บ) ให้แฟน ๆ ได้อิจฉากันอยู่เสมอ

เอื้อย โลกเบี้ยว

จากสาวน้อยลุคแบ๊วในวันนั้น สู่สาวแซ่บที่ดูแลตัวเองจนหุ่นเป๊ะปังในวันนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชื่อของ เอื้อย พรสวรรค์ ถึงยังคงครองใจหนุ่ม ๆ และเป็นไอดอลด้านความเซ็กซี่ที่ดูแพงของสาว ๆ หลายคนในปี 2026 นี้

เอื้อย โลกเบี้ยว
เอื้อย โลกเบี้ยว
เอื้อย โลกเบี้ยว
เอื้อย โลกเบี้ยว
เอื้อย โลกเบี้ยว
เอื้อย โลกเบี้ยว
เอื้อย โลกเบี้ยว
เอื้อย โลกเบี้ยว
เอื้อย โลกเบี้ยว

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม ueay_pornsawan 

หนุ่ม กะลา-จ๊ะโอ๋ ควงคู่เช็กอินร้านแต่งงานหรู แฮชแท็ก #ชุดไทยแต่งงาน มาเต็ม!

หนุ่ม กะลา-จ๊ะโอ๋ ควงคู่เช็กอินร้านแต่งงานหรู แฮชแท็ก #ชุดไทยแต่งงาน มาเต็ม!

หนุ่ม กะลา-จ๊ะโอ๋ ควงคู่เช็กอินร้านแต่งงานหรู แฮชแท็ก #ชุดไทยแต่งงาน มาเต็ม!

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.41 น.

กลิ่นวิวาห์โชยแรง! “หนุ่ม กะลา – จ๊ะโอ๋” ควงคู่เช็กอินร้านพรีเวดดิ้งดัง สายเผือกลุ้นตัวโก่ง…หรือจะมีข่าวดี?

ไม่ต้องพักสายตากันเลย! หลังจากที่มีภาพ “หนุ่ม กะลา” ควง CEO สาวคนสนิท “จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง” ไปลองสูทหรูราคาเฉียดแสนจนเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียล ล่าสุดไม่ต้องเดากันให้เหนื่อยแล้ว เพราะร้านพรีเวดดิ้งระดับไฮเอนด์อย่าง Amata Wedding ออกมาโพสต์ภาพขอบคุณทั้งคู่แบบชัดเจนแจ่มแจ๋ว!

งานนี้ทางร้านระบุข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาหูผึ่งว่า “ขอบพระคุณ คุณหนุ่ม กะลา และ คุณจ๊ะโอ๋ งามพริ้ง นะคะ ที่เลือกให้ Amata ดูแล” แถมยังติดแฮชแท็ก #ชุดไทยแต่งงาน ไปอีก! งานนี้ออร่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวจับพุ่งปรี๊ดยิ่งเป็นการตอกย้ำข้อสังเกตของชาวเน็ตว่า ทั้งคู่อาจกำลังจะมีข่าวดีเรื่องงานวิวาห์ในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากปากของทั้งสองฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง เอ๊ะยังไง? หนุ่ม กะลา บอกชุดแต่งงาน จ๊ะโอ๋เคาะเอาตัวนี้ สูทหลักแสนเนี๊ยบกริบ

สุดโรแมนติก ยิหวา-เปอร์ ปล่อยภาพพรีเวดดิ้งหวานที่อิตาลี

สุดโรแมนติก ยิหวา-เปอร์ ปล่อยภาพพรีเวดดิ้งหวานที่อิตาลี

สุดโรแมนติก ยิหวา-เปอร์ ปล่อยภาพพรีเวดดิ้งหวานที่อิตาลี

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.55 น.

8 มีนาคม 2569 บรรยากาศความรักอบอวลไปทั่วโซเชียล เมื่อ “ยิหวา ปรียากานต์” นางเอกสาวคนดัง ปล่อยภาพพรีเวดดิ้งคู่กับแฟนหนุ่ม “เปอร์ สุวิกรม” ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี ทำเอาแฟน ๆ และเพื่อนในวงการบันเทิงเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม

ภาพเซตดังกล่าวเผยให้เห็นโมเมนต์หวานและเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ โดยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ด้านยิหวาปรากฏตัวในชุดเจ้าสาวสีขาวดีไซน์เรียบหรู ดูสง่างามและละมุนตา ขณะที่เปอร์มาในลุคสุภาพเนี้ยบ แต่ยังคงความอบอุ่นเข้ากับบรรยากาศสุดโรแมนติกของสถานที่

พร้อมแคปชั่น ว่า “I’m so excited #Another15Dude”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาเพื่อนนักแสดงและแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์ร่วมแสดงความยินดี พร้อมชื่นชมความสวยงามของภาพพรีเวดดิ้งและความเหมาะสมของทั้งคู่

ขอบคุณภาพจาก : @yiiiwha

สุดอาลัย มุกดา บุญทอง อดีตนักแสดงดังยุค 90 เสียชีวิตอย่างสงบ

สุดอาลัย มุกดา บุญทอง อดีตนักแสดงดังยุค 90 เสียชีวิตอย่างสงบ

สุดอาลัย มุกดา บุญทอง อดีตนักแสดงดังยุค 90 เสียชีวิตอย่างสงบ

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.19 น.

8 มีนาคม 2569 วงการบันเทิงไทยสูญเสียบุคคลสำคัญ หลัง “มุกดา บุญทอง” อดีตนักแสดงชื่อดังในยุค 90 และภรรยาของ “หนึ่ง นึกคิด บุญทอง” อดีตนักร้องวงมะลิลา บราซิลเลี่ยน รวมถึงเป็นคุณแม่ของอดีตนางเอกสาว “กุญแจซอล” ได้จากไปอย่างสงบ หลังต่อสู้กับโรคร้ายมานานหลายปี ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว เพื่อนพ้องในวงการ และแฟนๆ ที่ติดตามผลงานมาโดยตลอด

ภายหลังการจากไป ลูกสาวทั้งสองคนได้โพสต์ข้อความสุดอาลัยผ่านโซเชียลส่วนตัว เพื่อส่งกำลังใจและอำลาคุณแม่เป็นครั้งสุดท้าย โดยหนึ่งในข้อความระบุว่า “หลับสบายแล้วนะแม่ ไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์นะ ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว” ขณะที่อีกโพสต์หนึ่งเป็นภาพช่วงเวลาที่ลูกสาวกำลังบีบมือคุณแม่ พร้อมข้อความซึ้งว่า “หนูรักแม่มากที่สุด ไม่ต้องห่วงอะไรแล้วน้า หลับให้สบายนะคะนางฟ้าของหนู”

      มีรายงานว่า มุกดา บุญทอง ได้เสียชีวิตอย่างสงบจากโรคมะเร็ง หลังจากเข้ารับการรักษาและต่อสู้กับโรคร้ายดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปี

ทั้งนี้ ทางครอบครัวได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและสวดพระอภิธรรมศพ ณ ศาลา 1 วัดสัมมาชัญญาวาส เพื่อให้ญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด รวมถึงแฟนคลับได้ร่วมไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณของเธอเป็นครั้งสุดท้าย

หม่ำ จ๊กมก เดือด เคลียร์ปมค่าลิขสิทธิ์ แหยม ยโสธร เตือน ชูษี ไม่รู้จริงอย่าพูด

หม่ำ จ๊กมก เดือด เคลียร์ปมค่าลิขสิทธิ์ แหยม ยโสธร เตือน ชูษี ไม่รู้จริงอย่าพูด

หม่ำ จ๊กมก เดือด เคลียร์ปมค่าลิขสิทธิ์ แหยม ยโสธร เตือน ชูษี ไม่รู้จริงอย่าพูด

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.38 น.

8 มีนาคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังมีคลิปที่ ชูษี เชิญยิ้ม อยู่กับ แหยม ยโสธร ตัวจริง และมีการพูดถึงเรื่องลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่อง แหยม ยโสธร พร้อมระบุว่า หากมีการฟ้องร้องจริง เชื่อว่า หม่ำ จ๊กมก อาจต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์

ในคลิปดังกล่าว ชูษีระบุว่า หากมีการฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ “แหยม ยโสธร” ทั้งภาค 1 และภาค 2 ก็มีโอกาสที่หม่ำจะต้องจ่ายเงิน โดยมีการพูดถึงเงินค่าลิขสิทธิ์จำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่ามีการแบ่งเงินให้บุคคลหลายคนที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ต่อมา หม่ำ จ๊กมก ได้ออกมาชี้แจงผ่านคลิปวิดีโอที่โพสต์ในอินสตาแกรมของภรรยา โดยยืนยันว่า ตนได้จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จำนวน 1 ล้านบาทไปแล้วตั้งแต่ช่วงที่ภาพยนตร์ฉายเมื่อกว่า 20 ปีก่อน

หม่ำกล่าวว่า “เรื่องเงินลิขสิทธิ์ พี่ษีไม่รู้ พี่อย่าพูด เงิน 1 ล้านค่าลิขสิทธิ์ แหยม ยโสธร 1 ล้านบาท ผมให้ไอ้หยอง ตอนนั้น ไอ้หยอง เป็นผู้จัดการไอ้แหยม 1 ล้านบาทไม่รู้ถึงไอ้แหยมหรือเปล่า มึงไปหักอะไรกูไม่ทราบ พี่ษีไม่เข้าใจอะไรหรอก พี่อย่าไปพูดเลย

พี่ษีไม่รู้ 1 ล้านบาทให้ค่าลิขสิทธิ์ แหยม ยโสธร เอาไปให้ไอ้แหยม จ่ายกับไอ้หยอง ผมมีหลักฐานหมด เรื่องนี้มัน 20-21 ปีแล้ว เดี๋ยวผมจะเสียหายว่าผมไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์มัน

พอหนังฉายเสร็จผมจ่าย ไอ้หยองมึงไปแบ่งให้ไอ้แหยมนะ ไอ้พลเป็นคนถือตังค์แล้วไปคุยกับไอ้หยอง ตอนนั้น ไอ้หยองเป็นผู้จัดการไอ้แหยม ไอ้พลเป็นผู้จัดการไอ้หยอง เงินผมจ่ายทุกบาททุกสตางค์ ไม่มีบิดไม่มีพลิ้ว ถ้าพี่ษีไม่รู้อย่าพูด อย่ารู้มาก ชูษี เชิญยิ้ม”

ขอบคุณที่มา : ชูษี เชิญยิ้ม , motjokmok

ความเป็นไปได้ต่ำ! ใช้กลไก UN หยุดสงคราม สหรัฐฯ – อิหร่าน

ความเป็นไปได้ต่ำ! ใช้กลไก UN หยุดสงคราม สหรัฐฯ - อิหร่าน

ความเป็นไปได้ต่ำ! ใช้กลไก UN หยุดสงคราม สหรัฐฯ – อิหร่าน

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ UN รวมถึงกลไกภายในสหรัฐฯ สภาคองเกรส-ศาลสูง มีบทบาทอำนาจจำกัด จึงมีความเป็นไปได้ต่ำที่จะยับยั้งสงคราม อเมริกา-อิหร่าน ขณะที่ ทรัมป์ ยังมีช่องให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารได้ ทั้งการอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง-ป้องกันตัวเองและการไม่ประกาศสงครามผ่านสภาคองเกรส
 
เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2569 ดร.ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ อาจารย์สาขาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันจะมีกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรักษาระเบียบโลกอย่างสหประชาชาติ (UN) หากแต่ในกรณีความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน กลไก UN มีบทบาทและอำนาจค่อนข้างจำกัด เนื่องจากการตัดสินใจของ UN ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงระหว่างประเทศ เช่น การอนุญาตให้ใช้กองกำลังนานาชาติ การใช้มาตรการคว่ำบาตร หรือการกำหนดกลไกเพื่อผลักดันให้เกิดการเจรจา ฯลฯ จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ก่อน ซึ่งสมาชิกถาวร 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหรัฐอาณาจักร และสหรัฐฯ มีอำนาจยับยั้ง (veto) มติเหล่านั้นได้

ฉะนั้น ในสถานการณ์ที่สหรัฐฯ เป็นคู่พิพาทโดยตรง จึงมีความเป็นไปได้ค่อนข้างต่ำที่ UNSC จะผ่านมติ ที่เกี่ยวข้องกับการยับยั้งหรือจำกัดการใช้กำลังทางทหารของสหรัฐฯ และในทางตรงกันข้าม หากสหรัฐฯ ต้องการผลักดันวาระใดๆ เพื่อเป็นการจำกัดอำนาจของอิหร่าน ก็มีแนวโน้มที่จะถูกยับยั้งจากรัสเซียหรือจีน ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของ UNSC เช่นเดียวกัน ดังนั้นทางออกเดียวที่จะยุติสงคราม หรือลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์การสู้รบลง จึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสองประเทศคือสหรัฐอเมริกาและอิหร่านว่าจะใช้การเจรจา หรือดำเนินการสู้รบต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายของแต่ละฝ่าย

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปถึงกลไกภายในของสหรัฐฯ ว่า กลไกภายในของสหรัฐฯ ก็มีความเป็นไปได้ต่ำในการยับยั้งสงคราม หรือดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับปฏิบัติการทางการทหารของทรัมป์ เช่น ฝ่ายตุลาการอย่างศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ซึ่งแม้ว่าในอดีตจะเคยเข้าแทรกแซงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสงคราม แต่ส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจภายในประเทศ เช่น การยึดกิจการเอกชนเพื่อวัตถุประสงค์ด้านสงคราม การจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในช่วงสงคราม ฯลฯ ส่วนการใช้กำลังทางทหาร ซึ่งเป็นประเด็นทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจด้านนโยบายความมั่นคงของรัฐ เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้นศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฝ่ายตุลาการมักจะหลีกเลี่ยงการเข้าไปพิจารณา

ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และวุฒิสภาสหรัฐฯ จะเพิ่งมีการโหวตคว่ำร่างญัตติอำนาจในการทำสงคราม (War Powers Resolution) ที่จะจำกัดอำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการโจมตีในอิหร่าน แต่จริงๆ แล้วการตัดสินใจใช้กำลังทางการทหารยังคงขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหารเป็นสำคัญ การโหวตรับหรือคว่ำร่างดังกล่าวจึงไม่มีนัยยะโดยตรงต่อการลดระดับความตึงเครียด ความรุนแรงของสถานการณ์ หรือระยะเวลาของความขัดแย้ง อีกทั้งในทางปฏิบัติยังมีช่องทางให้ทรัมป์ดำเนินปฏิบัติการทางการทหารได้ โดยเฉพาะเมื่ออ้างเหตุผลด้านความมั่นคงหรือการป้องกันตัวเอง แต่ในระยะยาว สภาคองเกรสอาจมีอิทธิพลต่อทิศทางของปฏิบัติการทางการทหารผ่านกลไกการจัดสรรงบประมาณ 

สำหรับ War Powers Resolution เป็นผลโดยตรงจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้อำนาจทางทหารของฝ่ายบริหารในช่วงสงครามเย็น โดยเฉพาะกรณีการส่งทหารสหรัฐฯ เข้าไปยังประเทศต่างๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ทำให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายฉบับนี้ในปี 1973 เพื่อเพิ่มบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบการใช้กำลังทางทหารของประธานาธิบดี โดยกฎหมายดังกล่าวกำหนดว่าประธานาธิบดีสามารถตัดสินใจใช้กำลังทหารได้ แต่ต้องแจ้งต่อสภาคองเกรสภายในเวลา 48 ชั่วโมงหลังการเริ่มปฏิบัติการ 

ทั้งนี้ หากสภาคองเกรสไม่อนุมัติการใช้กำลังดังกล่าวหรือประกาศสงคราม ประธานาธิบดีจะมีเวลา 60 วัน และอาจขยายได้อีก 30 วัน ในการถอนกำลังออกจากพื้นที่ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติประธานาธิบดีมักมีช่องทางตีความกฎหมายดังกล่าวเพื่อดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อไป เช่น ในกรณีของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่มีการแทรกแซงทางการทหารในลิเบียในปี 2011 โดยฝ่ายบริหารให้เหตุผลว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นภารกิจด้านข่าวกรอง สอดแนม และสนับสนุนทางการทหารเท่านั้น โดยไม่มีการส่งกองกำลังทางบนเข้าไป จึงไม่ถือว่าเป็นการส่งกำลังรบเข้าสู่สงครามตามความหมายของกฎหมาย

“อำนาจการใช้กำลังทางทหารเป็นประเด็นที่มีการคัดง้างกันระหว่างประธานาธิบดีในฐานะผู้บัญชาการสูงสุด กับอำนาจการประกาศสงครามที่เป็นอำนาจของสภาคองเกรส ซึ่งสหรัฐฯ ใช้อำนาจนี้อย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1942 เพื่อเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สอง แต่การไม่ได้ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการก็ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะไม่ใช้กำลังทางการทหารเสมอไป เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐฯ ยังดำเนินปฏิบัติการทางการทหารในหลายประเทศทั่วโลกโดยไม่ได้ประกาศสงครามผ่านสภาคองเกรส เนื่องจากปัจจุบันสหรัฐฯ มีกองทัพประจำการขนาดใหญ่ ทำให้ประธานาธิบดีอนุมัติปฏิบัติการทางทหารในต่างประเทศได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการของสภาคองเกรส” ดร.ปองขวัญ กล่าว

จับตาศึกชิงเก้าอี้รองประธานสภาฯ ภท. ดันคนรุ่นใหม่ ‘กรวีร์’ เข้าชิง หวังคุมเกมในสภา

จับตาศึกชิงเก้าอี้รองประธานสภาฯ ภท. ดันคนรุ่นใหม่  'กรวีร์' เข้าชิง หวังคุมเกมในสภา

จับตาศึกชิงเก้าอี้รองประธานสภาฯ ภท. ดันคนรุ่นใหม่ ‘กรวีร์’ เข้าชิง หวังคุมเกมในสภา

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.40 น.

จับตาศึกชิงเก้าอี้รองประธานสภาฯ ภท. ดันคนรุ่นใหม่  ‘กรวีร์’ เข้าชิง หวังคุมเกมในสภา  รับบทเชื่อมฝ่ายบริหาร–ฝ่ายนิติบัญญัติ เจ้าตัวพร้อมยกระดับสภายุคดิจิทัล ใช้AI เปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลกฎหมายสะดวกยิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ใกล้เข้ามา โดยตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเริ่มมีความชัดเจนแล้วว่า นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย จะขึ้นดำรงตำแหน่งดังกล่าว ขณะที่ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และคนที่ 2 ยังมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นระหว่างโควตาของพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ มีกระแสชื่อของนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ว่าอาจได้รับการเสนอชื่อเข้าดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ เพื่อทำหน้าที่คุมเกมในสภาและช่วยงานด้านนิติบัญญัติ

นายกรวีร์ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันในพรรคเกี่ยวกับตำแหน่งดังกล่าว แต่เชื่อว่าพรรคจะคัดสรรบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมเข้าทำหน้าที่ประธานและรองประธานสภาฯ โดยสิ่งที่ตนอยากเห็นคือการพัฒนาสภาให้มีความทันสมัย โปร่งใส และสามารถเชื่อมต่อประชาชนกับฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การทำงานของสมาชิกมีประสิทธิภาพมากขึ้นและใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

นายกรวีร์กล่าวว่า บทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติคือการเชื่อมโยงประชาชนกับสภาและฝ่ายบริหาร ผ่านการพิจารณากฎหมายและการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร เพื่อให้นโยบายของรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง ที่ผ่านมาตนได้ทำหน้าที่สะท้อนปัญหาของประชาชนในพื้นที่เข้าสู่สภา เช่น ปัญหาราคาข้าว น้ำท่วม และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ฝ่ายบริหารนำข้อมูลไปใช้แก้ไขปัญหา ส่วนในระดับประเทศ กฎหมายหลายฉบับสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้ เช่น พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี รวมถึงกฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันอย่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ปลดภาระผู้ค้ำประกัน ยกเลิกเบี้ยปรับ และลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการศึกษา

นายกรวีร์กล่าวอีกว่า ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล บทบาทของพรรคย่อมแตกต่างจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในอดีต เพราะต้องผลักดันนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนให้เกิดผลจริง เช่น การผลักดันราคาสินค้าเกษตร การกระจายอำนาจผ่านนโยบายภาษีบ้านเกิดเมืองนอน และการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเรียนฟรีได้ทุกที่ทุกวัย

พร้อมกันนี้ยังอยากเห็นการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยอธิบายผลงานของสภาให้ประชาชนเข้าใจง่ายขึ้น รวมทั้งเปิดช่องทางให้ประชาชนติดตามขั้นตอนการพิจารณากฎหมายหรือการอภิปรายในสภาได้อย่างโปร่งใส

นายกรวีร์กล่าวด้วยว่า การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ยังเป็นเรื่องที่ประชาชนเข้าถึงได้ยาก จึงควรปรับปรุงระบบให้เข้าใจง่าย และทำให้ประชาชนเห็นผลกระทบของกฎหมายต่อชีวิตของตนเองได้ชัดเจนมากขึ้น

“ผมคิดว่าตำแหน่ง สส. หรือการเป็นนักการเมืองมีความท้าทายอย่างมาก เพราะต้องให้ประชาชนเลือก เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่นใจตัวคุณและได้รับการเลือกตั้งหลายสมัยติดต่อกัน เราต้องเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนได้จริงๆ ไม่เช่นนั้นรอบต่อไปก็จะยากที่เขาจะเลือกคุณเข้ามาอีก บทบาทของเราในการขับเคลื่อนกฎหมายที่มีผลต่อชีวิตของคนทั้งประเทศสำคัญจริงๆ ทำให้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปากท้องประชาชน ให้พวกเขากินดีอยู่ดี ลดภาระของประชาชน เป็นเป้าหมายสำคัญในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ถ้าพรรคให้ความไว้วางใจ เราก็สามารถใช้ประสบการณ์และความรู้ของเราทำงานได้อย่างเต็มที่” นายกรวีร์ กล่าว

ทั้งนี้ นายกรวีร์ถือเป็นหนึ่งในแกนนำคนรุ่นใหม่ของพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับนายไชยชนก ชิดชอบ นายภราดร ปริศนานันทกุล และนายศิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ โดยมีนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต สส.อ่างทอง 9 สมัย และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นบิดา ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า “คนดีศรีสภา”

นายกรวีร์เป็นบุตรชายคนที่สองของครอบครัวปริศนานันทกุล และเป็น สส. คนที่ 4 ของครอบครัว ต่อจากนายสมศักดิ์ นายภราดร และนายภคิน โดยครอบครัวนี้มีบทบาททางการเมืองต่อเนื่องยาวนาน นายสมศักดิ์มีประวัติการเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ยุคเหตุการณ์ 14 ตุลาคม ขณะที่นายภราดรเคยเป็นประธานสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายกรวีร์เคยเป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2545

สำหรับเส้นทางการเมือง นายกรวีร์เป็น สส.อ่างทอง เขต 2 มาแล้ว 4 สมัยในนามพรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อในปี 2562 ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็น สส.อ่างทอง เขต 2 อีกครั้งในปี 2566 และในการเลือกตั้งปี 2569 ล่าสุด สามารถชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนนำคู่แข่งถึง 60,611 คะแนน

ในสภาชุดที่ผ่านมา นายกรวีร์ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง และผลักดันกฎหมายสำคัญหลายฉบับ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการปกครองท้องที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงกฎหมายเทศบาล นอกจากนี้ยังร่วมคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอด้านนโยบาย เช่น การจัดทำแพลตฟอร์มคลังปัญญาแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต การจัดระบบธนาคารหน่วยกิตเชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ และการจัดทำระบบพอร์ตโฟลิโอทักษะ เพื่อให้ตลาดแรงงานสามารถคัดเลือกบุคลากรได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น

สันติ สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เฝ้าระวังราคาสินค้า-น้ำมัน กักตุน เอาเปรียบผู้บริโภค

สันติ สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เฝ้าระวังราคาสินค้า-น้ำมัน กักตุน เอาเปรียบผู้บริโภค

สันติ สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ เฝ้าระวังราคาสินค้า-น้ำมัน กักตุน เอาเปรียบผู้บริโภค

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

“สันติ” มอบนโยบายผู้ว่าฯ ร่วมมือ “กรมการค้าภายใน” ตรวจเข้ม “น้ำมัน-สินค้าอุปโภค-ทองคำ” ป้องกันผู้ประกอบการฉวยโอกาสช่วงวิกฤติตะวันออกกลาง ขึ้นราคา-กักตุน-เอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมสั่งเพิ่มคู่สายด่วนรับเรื่องร้องเรียน

วันที่ 9 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบประชาชนจากสถานการณ์ สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการเป็นวงกว้าง โดยการประชุมวันเดียวกันนี้ได้แจ้งมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ถึง6มาตรการ และ1แผนปฏิบัติการ โดยกำชับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปปฎิบัติเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและชาวต่างชาติ ที่มาพักอาศัยในประเทศ 

นายสันติ กล่าวว่า สคบ.จะตั้งศูนย์ปฏิบัติการเป็นการเร่งด่วนรับเรื่องร้องเรียน โดยเปิดสายด่วนเพิ่มขึ้น 10 คู่สายในการรับแจ้งเหตุที่สืบเนื่องจากสถานการณ์สู้รบ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ประกอบการและผู้ประกอบธุรกิจ ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ เอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำมัน ข้าวสาร อาหาร ยา และเวชภัณฑ์ รวมถึงราคาทองคำ จึงกำชับให้นำมาตรการไปดูแลประชาชน โดยให้จังหวัดเปิดคู่สายรับเรื่องร้องเรียนเพิ่มขึ้นจากปกติ โดยดูจากปัญหาที่มีการร้องเรียนเข้ามา

นายสันติ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในวันนี้เริ่มมีผลกระทบกับสินค้าบางชนิด ที่อาจเกิดการขาดแคลน เช่น น้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล จึงกำชับให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพิ่มความถี่ลงพื้นที่ตรวจสอบว่าขาดแคลนจริงหรือมีการกักตุนสินค้ากับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค เพราะราคาน้ำมันจะกระทบกับสินค้าตัวอื่น ซึ่งจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน จึงปล่อยปละละเลยไม่ได้ 

นายสันติ กล่าวว่า นอกจากนั้นให้เข้มงวดการตรวจสอบปิดฉลากสินค้าให้ถูกต้อง ป้องกันการฉวยขึ้นราคาที่สูงเกินจริง เช่น ราคาทองคำ ที่มีความผันผวนและปรับราคาขึ้น โดยให้แจ้งราคาให้ผู้ซื้อรับทราบก่อนตัดสินใจ รวมถึงเรื่องการซื้อขายสินค้าทางแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะผู้ขายสินค้ามูลค่าสูง เครื่องประดับ บริการลงทุน ให้ตรวจสอบผู้ให้บริการว่าจดทะเบียนตลาดตรงกับทางสคบ.หรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบเรื่องราคาค่าน้ำ ค่าไฟ กับสถานที่เช่าพักอาศัย ให้ควบคุมเรียกเก็บอย่างถูกต้องหรือไม่ 

“รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ ไม่เฉพาะในกรุงเทพมหานครแต่รวมถึงสถานที่อื่นด้วย จึงขอให้ทางจังหวัด ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้สิทธิ์ของตัวเองเรื่องราคามาตรฐานสินค้าและบริการ ก่อนตัดสินใจ ให้เกิดความมั่นใจและปลอดภัย“ นายสันติระบุ 

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีรายงานหรือไม่ว่าจังหวัดใดมีปัญหาเรื่องน้ำมันบ้าง นายสันติ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าตนได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องน้ำมันมาจากจังหวัดพังงา ว่ามีผู้ประกอบการหลายรายที่เริ่มรายงานว่าขาดแคลนจริงๆทำให้การดำเนินงานติดขัด ตนไม่ทราบว่าเป็นเพราะขาดจริงหรือมีการกักตุน แต่ได้กำชับแล้วให้ลงไปตรวจสอบ

คุก 1 ปี นครชัย ขุนณรงค์ อดีต ส.ส.ก้าวไกล ระยอง ไม่รอลงอาญา

คุก 1 ปี นครชัย ขุนณรงค์ อดีต ส.ส.ก้าวไกล ระยอง ไม่รอลงอาญา

คุก 1 ปี นครชัย ขุนณรงค์ อดีต ส.ส.ก้าวไกล ระยอง ไม่รอลงอาญา

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.07 น.

ด่วน !ศาลจังหวัดระยองสั่งจำคุก ”นครชัย ขุนณรงค์“อดีต สส.ระยอง  ก้าวไกล 2ปี สารภาพเหลือติด 1 ปี ไม่รอลงอาญา    ฐานเเจ้งความเท็จ ลงสมัครเลือกตั้งปี 66 ทั้งที่เคยต้องโทษจำคุก 1ปี 6 เดือนมาก่อน เพิกถอนสิทธิ เลือกตั้ง20 ปี รวมทั้งคืนเงินประจำตำแหน่งกว่า 4 แสน ก่อนศาลให้ประกันม1.5 แสนระหว่างอุทธรณ์คดี

วันที่ 9 มีนาคม 2569  เวลา 09.30 น. ทึ่ศาลจังหวัดระยอง ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดระยอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง  นายนครชัย ขุนณรงค์ อดีต สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกลเป็นจำเลย ในความผิดฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน 

อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดจำคุก 1 ปี 6 เดือน ความผิดฐานลักทรัพย์ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2626/2558 ของศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา การต้องโทษดังกล่าวเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42(12) แห่ง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 ทำให้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.

โดยนายณครชัย จำเลยทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวดีอยู่แล้ว แต่ยังคงยื่นใบสมัคร สส.และเอกสารประกอบ พร้อมให้ถ้อยคำต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 มจ.ระยองว่า จำเลยมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่เป็นบุคคลต้องห้าม อันเป็นข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่รับสมัครเลือกตั้ง

ภายหลังการเลือกตั้ง นายนครชัยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ระยอง และดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 14พฤษภาคม- 3 สิงหาคม 2566 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว จำเลยได้รับเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์อื่นจากการดำรงตำแหน่ง รวมเป็นเงินจำนวน 402,055 บาท โจทก์จึงขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปีเเละคืนเงินทั้งหมดเเก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้เเทนราษฎรด้วย

ทั้งนี้นัดสืบพยานจำเลยเมื่อวันที่ 27 มกราคม 69ที่ผ่านมา จำเลยขอถอนคำให้การเดิมที่เคยให้การปฏิเสธไว้ เป็นรับสารภาพตามฟ้อง โจทก์และจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยานพร้อมขอเลื่อนฟังคำพิพากษาเพื่อจัดเตรียมเงินชำระคืนตามที่โจทก์ร้องขอบางส่วน และประสงค์จะคืนเงินประจำตำแหน่งให้ครบถ้วน 

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีมีเหตุอันควรจึงให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 9 มีนาคม โดยการฟังคำพิพากษาวันนี้จำเลย และทนายความเดินทางมาศาล

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137  พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯมาตรา42(12), 151 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่ดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานลงสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่ว่า ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี 

อนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยรู้อยู่ว่าตนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งที่เป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทยและได้รับตำแหน่งจากการเลือกตั้ง โดยจำเลยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยในเขตที่ตนลงสมัครจนชนะการเลือกตั้งได้ดำรงแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่จำเลยกลับเพิกเฉยต่อกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น กรณีจึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด20 ปี กับให้จำเลยคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งเป็นเงิน 402,055 ให้แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 3 มีนาคม2568 ศาลจังหวัดระยอง ได้มีคำพิพากษาคดีแพ่งให้จำเลยชดใช้ฐานทำให้รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ เป็นเงินจำนวน7,735,942บาทรวมดอกเบี้ย 492,806 บาท รวมทั้งสิ้น 8,228,748 บาท

โดยขณะนี้นายนครชัยจำเลย ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ 

ศาลพิจารณาเเล้ว อนุญาตปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 1.5 เเสน บาท 

ผบ.ทอ. สั่ง สำรองน้ำมัน รับกรณีฉุกเฉินเกิดสงคราม ป้องอธิปไตย ประเทศ

ผบ.ทอ. สั่ง สำรองน้ำมัน รับกรณีฉุกเฉินเกิดสงคราม ป้องอธิปไตย ประเทศ

ผบ.ทอ. สั่ง สำรองน้ำมัน รับกรณีฉุกเฉินเกิดสงคราม ป้องอธิปไตย ประเทศ

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.51 น.

ผบ.ทอ. สั่ง สำรองน้ำมัน รับกรณีฉุกเฉินเกิดสงคราม ป้องอธิปไตย-ประเทศ เดินหน้าฝึกCope Tiger กับ สหรัฐ เชื่อ โลกเข้าใจ เข้มสแกนความปลอดภัย หากมีสิ่งบอกเหตุ เลื่อน หรือ ยกเลิก

วันที่ 9 มีนาคม เวลา 10.00 น. ที่อาคาร 2 ท่าอากาศยานกองบิน 6 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วย ผบ.ทอ. เปิดเผยถึง นโยบายกประหยัดพลังงานของ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ.  ตามที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิช รมว.กลาโหม สั่งการในห้วงวิกฤติตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงว่า กองทัพอากาศได้นำมาพิจารณาว่าภารกิจที่สำคัญของกองทัพอากาศคืออะไร อยู่ในกรอบดำเนินการแบ่งเป็นการใช้เชื้อเพลิงภาคพื้นสนับสนุนใช้ด้วยความประหยัด ระมัดระวังและใช้เท่าที่จำเป็น แต่หากเป็นภารกิจที่สำคัญเกี่ยวข้องด้านยุทธการจะดำเนินการเต็มที่ 

สำหรับน้ำมันภาคอากาศ เราเตรียมไว้ 2 ส่วนหลัก คือ การบินในภาวะปกติ พร้อมดำรงต่อเนื่องในภารกิจฝึกบิน และ น้ำมันสำรองสงคราม กรณีใช้ภารกิจฉุกเฉิน

ขอเรียนประชาชนว่า กองทัพอากาศจะพิจารณาและบริหารจัดการให้เพียงพอ หากมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นก็จะใช้ในภารกิจที่ได้รับมอบหมายป้องกันประเทศและอธิปไตยในกรณีฉุกเฉิน สามารถดำเนินการได้

ในขณะที่การใช้พลังงานทั่วไปต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด ให้กำลังพล และประชาชนได้ตระหนักว่าเหตุการณ์ไม่ปกติกรณีความขัดแย้งตะวันออกกลางส่งผลกระทบมาถึงคนไทย แม้เราจะเปิดการจัดหาน้ำมันแหล่งอื่นมาแล้วก็ตาม แต่ไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะยุติเมื่อไหร่ ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ประเมินสถานการณ์ยืดเยื้อ 4 สัปดาห์ ตั้งบนข้อเท็จจริง บางครั้งเราไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในพื้นที่จริงกระทบมากน้อยเพียงใด ขอให้เชื่อข้อมูลจากหน่วยงานประเมิน อย่าไปตื่นตกใจกับภาพข่าวที่ปรากฎ บางครั้งใช้AIสร้างขึ้นมา ซึ่งบางกลุ่มพยายามใช้ความชอบธรรม สภาพแวดล้อมเหมาะสมตัวเองในการดำเนินการต่างๆ แต่ก็ไม่อยากให้ยืดยื้อเพราะกระทบกับประชาชนและประชาคมโลกทั้งหมด หากสามารถเจรจานำสู่แนวทางสันติภาพ เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อย และหากรุนแรงมากกว่านี้น่าเสียดายที่เรามีกฎกติกา เมื่อมาถึงจุดนี้จะเกิดความสูญเสีย สันติภาพอาจเกิดยาก

เมื่อถามถึงการฝึกผสมโคปไทเกอร์ (Cope Tiger) สหรัฐจะเข้ามาร่วมฝึกหรือไม่ พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ไม่กระทบ เรายังคงฝึกต่อเนื่อง แต่มาตรการรักษาความปลอดภัยจะดำเนินการอย่างเข้มแข็ง เข้มข้น รวมถึงตำรวจในส่วนของพื้นที่กองทัพอากาศเราให้ความเชื่อมั่นว่า เฝ้าระวังและดูแล จึงอยากฝากถึงพี่น้องประชาชน พบเห็นสิ่งผิดปกติ ดูมีแนวโน้มจะก่อให้เกิดอันตราย ซึ่งในประวัติศาสตร์ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในพื้นที่ที่มีต่างชาติที่เป็นคู่ขัดแย้งขอให้ระมัดระวังเฝ้าดู และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ยืนยันว่าการฝึกของกองทัพอากาศยังดำเนินการต่อเนื่อง แต่เพิ่มมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัย ให้ข้อคิดและข้อเตือนใจกับผู้ที่เข้าร่วมการฝึกว่าสถานการณ์ไม่ปกติเป็นเรื่องที่อะไร เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่มีรูปแบบเป็นสงครามอสมมาตร ที่เราก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าเรามีงานการข่าวติดตาม เฝ้าตรวจประสานเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอำนวยความสะดวก หวังว่าจะไม่เกิดสิ่งที่เราไม่คาดคิดเกิดขึ้น

การฝึกโกลด์ไทเกอร์เป็นการฝึกเพื่อทบทวน เตรียมการวางแผนในเรื่องของกําลังทางอากาศ มีนักบินใหม่มาฝึกเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ และเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นการซ้อมปกติที่ทําเป็นประจําอยู่แล้ว มีวัตถุ ประสงค์การฝึกชัดเจนรวมถึงห้วงเวลาเน้นความปลอดภัย ความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในส่วนของกําลังทางอากาศ เพื่อให้เข้าใจซึ่งกันและกันหากในอนาคตมีเหตุการณ์อะไรที่ต้องดําเนินการร่วมกัน ในขณะเดียวกันของกองทัพอากาศก็นําบทเรียนมาพัฒนาปรับปรุง ว่าสิ่งที่เหมาะสมกับเราจะทําอย่างไรต่อไปนี่คือประโยชน์ของการฝึก

เมื่อถามว่าประเทศคู่ขัดแย้งจะเข้าใจใช่หรือไม่เพราะเรามีการฝึกกับสหรัฐถี่ที่ผ่านมามี คอบร้าโกลด์  อาจเป็นข้อกังวลว่าเราอาจถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งพล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศรักสงบสันติไม่ใช้กําลังคุกคาม หรือรุกรานประเทศอื่น การฝึกเป็นเรื่องปกติ เราก็ฝึกมาหลายปี ต่อเนื่องกันมา เพื่อให้พร้อมรบถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ เชื่อว่าทั่วโลกเข้าใจว่าทําไมถึงมีการฝึก ยกเว้นอย่างเดียวหากมีสิ่งบอกเหตุหรืออะไรที่ไม่ปลอดภัย เราอาจจะเริ่มหรือยกเลิกและก็หวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น

ทั้งนี้กองทัพอากาศไทยเตรียมจัดการฝึกร่วมผสมทางอากาศครั้งใหญ่ของภูมิภาคอาเซียน “Cope Tiger 2026” โดยร่วมกับกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา และกองทัพอากาศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 15–27 มีนาคม 2569 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารและยกระดับขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางอากาศร่วมกัน

การฝึกครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ด้านการบินรบ รวมถึงการประสานการปฏิบัติการระหว่างประเทศพันธมิตรให้มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “Together We Fly, Stronger We Stand” ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวของกองทัพอากาศทั้งสามประเทศ

นอกจากนี้ การฝึก Cope Tiger ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและความไว้วางใจระหว่างกองทัพอากาศของประเทศพันธมิตร ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านยุทธวิธีการบินและการปฏิบัติการทางทหารสมัยใหม่

สำหรับพื้นที่การฝึกในครั้งนี้ ประกอบด้วยหลายพื้นที่สำคัญของกองทัพอากาศไทย ได้แก่

กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา

กองบิน 2 จังหวัดลพบุรี

สนามฝึกใช้อาวุธชัยบาดาล

กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี

การฝึกร่วมผสม Cope Tiger 2026 นับเป็นหนึ่งในการฝึกทางอากาศระดับนานาชาติที่มีความสำคัญของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความพร้อมรบ การประสานงานระหว่างมิตรประเทศ และยกระดับขีดความสามารถของกองทัพอากาศไทยในเวทีความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค