ปธ.วิปรัฐบาล ขอร่วมมือฝ่ายค้าน แจ้งล่วงหน้าจะถามกระทู้รมต.คนไหน จะได้จัดคิวมาแจง

ปธ.วิปรัฐบาล ขอร่วมมือฝ่ายค้าน แจ้งล่วงหน้าจะถามกระทู้รมต.คนไหน จะได้จัดคิวมาแจง

ปธ.วิปรัฐบาล ขอร่วมมือฝ่ายค้าน แจ้งล่วงหน้าจะถามกระทู้รมต.คนไหน จะได้จัดคิวมาแจง

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.26 น.

ปธ.วิปรัฐบาล ขอร่วมมือ ฝ่ายค้าน แจ้งล่วงหน้าจะถามกระทู้รมต.คนไหน จะได้จัดคิวมาแจง ขอบคุณ นายกฯ-ครม. ให้ความสำคัญงาน นิติบัญญัติ เผยยังไม่มีชงยืนยันร่างกฎหมายจากรบ.เข้ามา ตอบกลับกระแสเรียกร้องทวง แก้รธน. ถึงเวลาพร้อมต้องมาคุยกัน ชี้ขณะนี้รัฐบาลโฟกัส ปากท้อง-ศก.-พลังงาน-ตะวันออกกลาง ไร้กังวลเงื่อน ประชามติ ยังไงก็ต้องพิจารณาในรัฐสภา

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมวิปรัฐบาลนัดแรกว่า เป็นการเตรียมการประชุมสภาฯ ในสัปดาห์นี้ตามปกติ ทั้งการพิจารณาญัตติในวันพุธ และการพิจารณากระทู้ถามต่างๆวันพฤหัสบดี ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านแสดงความกังวลเรื่องการมาตอบกระทู้ของคณะรัฐมนตรี(ครม.)นั้น ก่อนอื่นต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี และครม. ที่ให้ความสำคัญกับการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ทางนายกฯก็ย้ำกับครม.ทุกคนให้ความสำคัญกับการมาตอบกระทู้ โดยในสัปดาห์นี้กระทู้ทั่วไปได้รับการยืนยันจากครม.ว่าจะมาตอบกระทู้ทุกคน ขณะที่กระทู้สด หากเป็นกระทู้ของรัฐบาล จะมีการประสานงานล่วงหน้าเพื่อล็อคคิวให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องใน ครม.มาชี้แจง สำหรับกระทู้ของฝ่ายค้าน ขอความร่วมมือ หากทราบล่วงหน้าว่าจะถามรัฐมนตรีท่านใดขอให้แจ้งมาที่วิปล่วงหน้าว่าจะถามรัฐมนตรีท่านใด ไม่จำเป็นต้องบอกก็ได้ว่าจะถามเรื่องอะไร เพื่อจะได้ประสานล็อคคิวให้รัฐมนตรีมาชี้แจง ยืนยันว่าวิปรัฐบาล และ ครม.จะให้ความสำคัญกับการตอบกระทู้ในสภาฯสมัยประชุมนี้แน่นอน

เมื่อถามว่ามีการส่งสัญญาณจากรัฐบาลในเรื่องการพิจารณายืนยันร่างกฎหมายหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การยืนยันร่างกฎหมาย รัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการตามกรอบเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดแน่นอน วันนี้จะมีการพูดคุยในการประชุมวิปรัฐบาลว่ากรอบเวลาเป็นเช่นใด เรารอเพื่อที่จะเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอกฎหมายเข้าสู่สภาฯ แต่ในสัปดาห์หน้ายังไม่มีการยืนยันกฎหมายมาจาก ครม. 

เมื่อถามถึงกระแสเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกรวีร์ กล่าวว่า รัฐบาลกับสภาฯคงต้องมาคุยกัน ถ้าจะแก้เราจะแก้ในประเด็นใด ถึงเวลาหรือมีเรื่องเร่งด่วนอย่างไรที่จะต้องแก้ ขณะนี้ตนคิดว่ารัฐบาลน่าจะโฟกัสไปที่การแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ พลังงาน สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง เป็นต้น 

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเรื่องของประชามติด้วย นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ได้ผ่านการทำประชามติมาแล้ว จะช้าหรือเร็วยังไงก็ต้องนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาอยู่แล้ว คงต้องมาดูว่าเมื่อถึงเวลาเหมาะสมจะแก้ในประเด็นไหน กฎกลไกที่จะนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นอย่างไร ถึงเวลาก็คงจะเห็นหน้าตา

ยินดีรับฟัง หากสร้างสรรค์ ปธ.วิปรัฐบาล มอง พรรคส้ม ผุด ครม.เงา เป็นเรื่องดี

ยินดีรับฟัง หากสร้างสรรค์ ปธ.วิปรัฐบาล มอง พรรคส้ม ผุด ครม.เงา เป็นเรื่องดี

ยินดีรับฟัง หากสร้างสรรค์ ปธ.วิปรัฐบาล มอง พรรคส้ม ผุด ครม.เงา เป็นเรื่องดี

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.21 น.

วันนี้ 27 เม.ย.2569 เมื่อเวลา 14.10 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)เงา เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลว่า เป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านและเป็นเรื่องที่ดีที่ฝ่ายค้านจะได้มีผู้รับผิดชอบโดยตรงในการติดตามประเด็นต่าง ๆ ของครม. จะต้องดูว่าเนื้อหาสาระการทำงานของครม.เงาจะเป็นอย่างไร เชื่อว่ารัฐบาลยินดีรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะฝ่ายค้าน มีข้อเสนอแนะหรือข้อท้วงติงใด หากเป็นไปโดยสร้างสรรค์ นายกรัฐมนตรี และครม.ชุดนี้ยินดีที่จะรับฟัง เรื่องไหนที่นำมาปรับใช้กับนโยบายของรัฐบาลได้ เชื่อว่ารัฐมนตรีแต่ละคนก็มีความยินดี

เมื่อถามว่ามองว่า เรื่องการทำงานของรัฐมนตรีเงาอย่างไรเพราะในอดีต ครม. เงาของพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำงานอย่างเข้มข้น  นายกรวีร์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นว่าการทำงานจะเป็นอย่างไร ขอรอติดตามการทำงานก่อน แล้วค่อยให้ความคิดเห็นในภายหลัง ส่วนตัวคิดว่าการมีครม.เงา สุดท้ายแล้วที่ได้ประโยชน์ก็คือประชาชน น่าจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบได้ 

กรวีร์ ปริศนานันทกุล
กรวีร์ ปริศนานันทกุล
กรวีร์ ปริศนานันทกุล

วัชระพล เร่งจ่ายเงินเกษตรกร เปิดแนวทางฟื้นฟู อ.ส.ค. พร้อมตรวจสต๊อคนม

วัชระพล เร่งจ่ายเงินเกษตรกร เปิดแนวทางฟื้นฟู อ.ส.ค. พร้อมตรวจสต๊อตนม

วัชระพล เร่งจ่ายเงินเกษตรกร เปิดแนวทางฟื้นฟู อ.ส.ค. พร้อมตรวจสต๊อตนม

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.48 น.

“วัชระพล ”เปิดแนวทางเร่งฟื้นฟู อ.ส.ค. เร่งจ่ายเงินเกษตรกร  พร้อมเดินหน้าตรวจสต๊อตนม ก่อนเดินหน้าปรับสู่การเป็นรัฐวิสาหกิจที่มั่นคง

วันนี้ 27 เมษายน 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงแนวทางการฟื้นฟู องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ให้กลับมาเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดูแลเกษตรกรโคนมอย่างยั่งยืน ว่า แนวทางการปัญหาเบื้องต้นในระยะสั้นคือการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน โดยในระยะด่วนนี้คือต้องให้เกษตรกรได้รับเงินที่ค้างจ่ายให้ครบถ้วนก่อน

วัชระพล ขาวขำ

ส่วน ในระยะกลางมองว่า ต้องปรับโครงสร้างในการทำงานของ อ.ส.ค. โดยย้ำว่า อ.ส.ค. เป็นองค์กรที่มึศักยภาพสูง มีทรัพยากรที่ดี ขาดเพียงการบริหารจัดการ โดยเชื่อว่าหากใช้หลักตลาดนำการผลิตมาเสริม จะสามารถเพิ่มรายได้อย่างแน่นอน ส่วนในระยะยาว มุ่งมั่นที่จะให้ อ.ส.ค. เป็นหน่วยงานที่สามารถยืนได้ตัวเองได้และจะต้องเป็นองค์หลักที่จะต้องดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดูแลเกษตรกรโคนมได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับจำนวนนมกล่องของ อ.ส.ค. ที่คงค้างในสต็อกนั้น ขณะนี้ได้สั่งการเร่งให้มีตรวจสอบจำนวนแล้ว เพื่อนำมาบริหารจัดการอย่างทันท่วงทีต่อไป

สะพัดพรรคส้มเคาะแล้ว ดร.โจ ชัยวัฒน์ ทิ้งเก้าอี้สส. ลงชิงผู้ว่ากทม.

สะพัดพรรคส้มเคาะแล้ว ดร.โจ ชัยวัฒน์ ทิ้งเก้าอี้สส. ลงชิงผู้ว่ากทม.

สะพัดพรรคส้มเคาะแล้ว ดร.โจ ชัยวัฒน์ ทิ้งเก้าอี้สส. ลงชิงผู้ว่ากทม.

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.32 น.

เมื่อวันที่ 26 เมษายน เฟสบุ๊กพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความนัดหมายเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ของพรรค โดยระบุว่า “ใช้ชีวิตในกรุงเทพทุกวันนี้ ยากแค่ไหนสำหรับคุณ? เตรียมพบแคนดิเดตผู้ว่าประชาชน พร้อมทีมงานที่จะมาเสนอแผนการสร้างกรุงเทพ ที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน 5 พ.ค. นี้ เวลา 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ที่มิวเซียมสยาม”

สำหรับการสู้ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. ซึ่งกำหนดเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน หลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากทม.คนปัจจุบันจะหมดวาระลงในวันที่ 21 พฤษภาคม ในส่วนของพรรคประชาชน มีข่าวมาเป็นระยะ ถึงชื่อบุคคลที่จะสวมเสื้อสีส้มลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากทม. อาทิ ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการ Think Forward Center พรรคประชาชน และนายวิโรจน์ ลักขนาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตผู้สมัครผู้ว่ากทม.พรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ปี 2565

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร

อย่างไรก็ตามล่าสุดมีข่าวว่า พรรคประชาชนได้ข้อยุติแล้วว่า จะส่ง ดร.โจ – ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายต่างประเทศ ลงสมัคร โดยจะเปิดตัวในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้

สำหรับประวัติของ “ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” หรือ “ดร.โจ” อายุ 44 ปี จบการศึกษาระดับมัธยม จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท Master of Science (Information Science), Japan Advanced Institute of Science and Technology (JAIST) และปริญญาเอก Doctor of Philosophy (Information Science), Japan Advanced Institute of Science and Technology (JAIST)

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร

ประวัติการทำงาน

2545 วิศวกร บริษัท Schlumberger Overseas S.A.

2551-2554 นักวิจัย Japan Advanced Institute of Science and Technology

2554-2556 นักวิจัยอาวุโส NEC Corporation, Central Research Labs.

2556-2566 ธนาคารแห่งประเทศไทย ตำแหน่งสุดท้ายคือ รองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร

2563-2564 Advisor, Bank for International Settlements (BIS), Innovation Hub

2566-2568 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน

2569 – ปัจจุบัน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร – โจ – Chaiwat Sathawornwichit 

สว.เศรณี โวยราคาน้ำมันปาล์มดิ่งฮวบ ซัดอย่านั่งเทียนเช็กสต็อก ด้าน ศุภจี ฟาด พูดไม่สร้างสรรค์

สว.เศรณี โวยราคาน้ำมันปาล์มดิ่งฮวบ ซัดอย่านั่งเทียนเช็กสต็อก ด้าน ศุภจี ฟาด พูดไม่สร้างสรรค์

สว.เศรณี โวยราคาน้ำมันปาล์มดิ่งฮวบ ซัดอย่านั่งเทียนเช็กสต็อก ด้าน ศุภจี ฟาด พูดไม่สร้างสรรค์

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.28 น.

สว.เศรณี โวยแรงราคาน้ำมันปาล์มดิ่งฮวบ ซัดอย่านั่งเทียนตรวจสอบสต็อก ด้าน ศุภจี สวนกลับนิ่มๆ พูดแบบนี้ไม่สร้างสรรค์ ควรให้เกียรติกันทำงาน แจง ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปลอดเผา ต้องขึ้นทะเบียน-ทำตามมาตรการจัดระเบียบ-แจ้งนำเข้าใน30วัน ช่วยลดฝุ่นพิษ

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามของนายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สอบถามนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ถึงปัญหาราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำว่า แม้เกษตรกรจะทำตามมาตรฐาน นำพันธุ์ที่มีคุณภาพ มีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 25-28% มาปลูก แต่การรับซื้อปาล์มน้ำมันมักตรวจสอบด้วยตา หรืออัตโนตา ให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันเพียง 17%-18% ขอให้กระทรวงพาณิชย์ควบคุมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มให้รับซื้อผลผลิตที่เป็นไปตามชั้นปาล์ม ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสต๊อกน้ำมันให้ตรวจจริง อย่านั่งเทียน  

ด้านนางศุภจี ชี้แจงว่า ราคาน้ำมันปาล์มดิบพบว่า ขึ้น-ลง ขณะนี้อยู่ในช่วงราคาลงต่อเนื่อง ราคาน้ำมันปาล์มดิบมาเลเซีย อยู่ที่ 37.48บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาขายในประเทศอยู่ที่  38บาทต่อกิโลกรัม เมื่อราคาส่งออกไม่ดีกว่าขายในประเทศ จึงไม่มีใครอยากส่งออก  การขึ้น-ลงของราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ยืนยันไม่มีนโยบายห้ามการส่งออก แต่การส่งออกได้ต้องขออนุญาต ส่วนที่บอกอย่านั่งเทียนนั้น ควรให้เกียรติกัน ตนและข้าราชการทำงานเต็มที่ การพูดแบบนี้ไม่สร้างสรรค์ ที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ 

จากนั้นนางศุภจียังตอบกระทู้สดเรื่องมาตรฐานการจัดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อลดปัญหา PM 2.5 ของนายพละวัต ตันศิริ สว.ว่า  กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 ว่า ผู้นำเข้าจะต้องรับรอง และปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบการนำเข้า ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1ม.ค.2569 โดยผู้นำเข้าต้องขึ้นทะเบียนรายปีกับกรมการค้าต่างประเทศก่อนการนำเข้า และมีหนังสือรับรองตัวเองว่า เป็นผลผลิตทำการเกษตรปลอดการเผา เพื่อแสดงต่อกรมศุลกากร รวมถึงต้องแจ้งรายงานการนำเข้าให้กรมการค้าต่างประเทศทราบภายใน 30วัน นับจากวันนำเข้า ถือเป็นมาตรการเบื้องต้นในระยะปรับตัว เพื่อควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แบบปลอดการเผา ส่วนมาตรการระยะยาวนั้น จะยกเลิกการรับรองตัวเองของผู้นำเข้า เป็นมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เป็นสากล มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงมีการตรวจสอบย้อนหลังว่า ภายหลังการนำเข้าแล้ว หากพบว่า แปลงที่นำเข้าสินค้ามีการเผา จะยกเลิกไม่ให้มีการนำเข้าต่อไป

หมอเปรม เหน็บ ครม.อนุทิน สงสัยรัฐบาลนี้ พึ่งสุภาพสตรีกันมาก มีแต่ รมต.หญิงมาตอบกระทู้

หมอเปรม เหน็บ ครม.อนุทิน สงสัยรัฐบาลนี้ พึ่งสุภาพสตรีกันมาก มีแต่ รมต.หญิงมาตอบกระทู้

หมอเปรม เหน็บ ครม.อนุทิน สงสัยรัฐบาลนี้ พึ่งสุภาพสตรีกันมาก มีแต่ รมต.หญิงมาตอบกระทู้

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.14 น.

หมอเปรม เหน็บ ครม.อนุทิน สงสัยรัฐบาลนี้ พึ่งสุภาพสตรีกันมาก มีแต่ รมต.หญิงมาตอบกระทู้ สว. โอด วันนี้กินแห้วอีกแล้ว แซว พัฒนา เมื่อคืนไปกินก๋วยเตี๋ยว นายกฯ แต่ไม่ยอมมาตอบ ถาม นายกฯ ไม่กำชับเหรอ

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. แถลงถึงวาระตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของรัฐมนตรีในที่ประชุมวุฒิสภา ว่า ตนขอขอบคุณนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มาตอบกระทู้ นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีผู้หญิงอีกคน ตนคิดว่ารัฐบาลนี้คงจะพึ่งสุภาพสตรีกันมาก ที่เหลือไม่ออกมาตอบกระทู้เลย ซึ่งรัฐมนตรีที่ตนอยากให้มาตอบคือนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่มาตอบตน วันนี้ก็กินแห้วแล้ว ตนอยากถามกระทู้เรื่องความก้าวหน้าวิชาชีพพยาบาล 

“เมื่อคืนเห็นไปกินก๋วยเตี๋ยวกับนายกรัฐมนตรี ไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้กำชับหรือ หรือก๋วยเตี๋ยวติดคอ ฝากเรื่องพยาบาลทั่วประเทศ เขากำลังรอคำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะแก้ปัญหาเรื่องโครงการพยาบาลที่ประสบปัญหาอย่างอย่างไรบ้าง ถ้าอาทิตย์หน้าไม่มาตอบอีก ก็จะทวงแบบนี้ต่อไป” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

ม็อบชาวนาบุก ก.เกษตรฯ ทวงเงินโครงการงวด 4 ขีดเส้น 7 วัน ไม่จบเจอท่านนายกฯ

ม็อบชาวนาบุก ก.เกษตรฯ ทวงเงินโครงการงวด 4  ขีดเส้น 7 วัน ไม่จบเจอท่านนายกฯ

ม็อบชาวนาบุก ก.เกษตรฯ ทวงเงินโครงการงวด 4 ขีดเส้น 7 วัน ไม่จบเจอท่านนายกฯ

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.02 น.

ม็อบชาวนาชัยภูมิ บุกกระทรวงเกษตรฯร้อง กระทรวงเร่งรัดเดินหน้าช่วยเหลือเกษตกรฯโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี2557 งวดที่4 ที่ยังตกค้างหวั่นไม่ได้รับการช่วยเหลือ 

27 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 10 .00 น ได้มีกลุ่มเกษตรในพื้นที่ ต.บ้านบัวอ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ กว่า 80 คน นำโดยนายเสนอ นราพล ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567งวดที่ 4 (รอบเก็บตก)ที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยขอให้กระทรวงเกษตรเร่งดำเนินการช่วยเหลือให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในส่วนของเกษตรกรที่ยังตกค้างอยู่ 
จากนั้นกลุ่มเกษตรได้ยื่นหนังสือ โดยมี นายกฤษฏิน คำต้น รองอธิบดีกรมการข้าว เป็นผู้รับเรื่อง

ทั้งนี้นายเสนอกล่าวว่า กล่าวว่าได้รับข้อมูลว่าที่ผ่านมากรมการข้าวได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างปัจจัยการผลิต ผ่านระบบอีเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จนเสร็จสิ้นและมีการคัดเลือกผู้รับจ้างตามระเบียบราชการเรียบร้อยแล้วต่อมาอธิบดีได้มีหนังสือให้ชะลอโครงการ และแจ้งว่ามีคนร้องเรียนซึ่งหากล่าช้าออกไปอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรในพื้นที่ โดยเกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่รัฐสนับสนุนได้ทันตามฤดูกาลเพาะปลูก เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากการจัดหาปัจจัยการผลิตด้วยตนเอง สูญเสียโอกาสในการลดต้นทุน และเพิ่มผลิตตามวัตถุประสงค์ของโครงการและยังกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรโดยรวม

อย่างไรก็ตามจากปัญหาที่เกิดขึ้นทางกลุ่มเกษตรกรขอให้ทางกระทรวงเกษตรตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ภายใน 7 วัน ถ้าไม่ทราบข้อเท็จจริงทางกลุ่มจะมาติดตามอีกครั้งจะนำเกษตรกรไปร้องต่อ นายกรัฐมนตรีพร้อมให้เร่งรัดการลงนามอนุมัติในขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการต่อได้ทันที โดยจะต้องให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วและเพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการของภาครัฐอย่างเต็มที่ และทันต่อฤดูกาลผลิต ที่จะช่วยลดต้นทุน และ เสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพของเกษตรกรต่อไป

ด้านนาย กฤษฏิน คำต้น รองอธิบดีกรมการข้าว  กล่าวว่า กรมการข้าว พร้อมเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด ภายใน1สัปดาห์ โดยนำเรื่องข้อข้อเรียนดังกล่าวเสนอต่ออธิบดีกรมการข้าว ก่อนเสนอต่อกระทรวงฯ เพื่อช่วยเหลือเกษตรต่อไป 

สำหรับฤดูการผลิตข้าวปีนี้ ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะประเทศไทย เกิดปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ที่ส่งผลกระทบให้สภาพอากาศร้อนจัดและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ และอาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมเป็นวงกว้างในปีนี้ ซึ่งอาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงได้ โดยคาดว่าจะมีฝนตกในช่วงเดือน กรกฎาคม ถึงจะเริ่มต้นฤดูการเพราะข้าวได้ ซึ่งเกษตรกรจะต้องมีการวางแผนการเพราะปลูกให้ดี และติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดพร้อม ต้องฟังคำแนะข้อมูลทางด้านวิชาการจากกรมการข้าวอย่างใกล้ชิดเพราะป้องกันความเสียหายที่เกิด และยืนยันว่ากรมการข้าวพร้อมที่จะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่

โดยพอหลังรับหนังสือ กลุ่มเกษตรกรได้เตรียมเดินทางกลุ่มเกษตรกร ได้เตรียมเดินทางกลับ โดยระหว่างนั้นนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางแวะมาดูพร้อมกับสั่งให้เจ้าหน้าที่ดูแลเกษตรกรอย่างเต็มที่พร้อมสั่งข้าวให้กับเกษตรกรก่อนเดินทางกลับด้วย

สุริยะ สั่ง ตรวจสอบ อสค. หาสาเหตุขาดทุนต่อเนื่อง ก่อนเดินหน้าแก้ปัญหา

สุริยะ สั่ง ตรวจสอบ อสค. หาสาเหตุขาดทุนต่อเนื่อง ก่อนเดินหน้าแก้ปัญหา

สุริยะ สั่ง ตรวจสอบ อสค. หาสาเหตุขาดทุนต่อเนื่อง ก่อนเดินหน้าแก้ปัญหา

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.00 น.

วันนี้ 27 เมษายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าสุด ตนได้มอบหมายให้นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งคณะกรรมการ สอบสวนข้อเท็จจริง หาสาเหตุการขาดสภาพคล่องและขาดทุนต่อเนื่อง ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนในการแก้ปัญหาให้ถูกทาง และเชื่อว่าน่าจะมีอะไรผิดปกติ เพราะมีการขาดทุนต่อเนื่องมาตลอด โดยจะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด 

“ผมสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่าทำไมเงินส่งไปมันขาดทุนอยู่ตลอดเวลา คงต้องให้รัฐมนตรีช่วยเข้ามาดู้รื่องนี้“ นายสุริยะกล่าว

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ส่วนการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น กรณีที่ อสค.ขาดสภาพคล่องจนไม่สามารถรับซื้อนมดิบจากเกษตรกรได้  ในวันพรุ่งนี้ 28 เม.ย.69 ตนจะนำเรื่องขออนุมัติจัดสรรเงินเพื่อดำเนินโครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิต ระยะที่ 2 ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) วงเงิน 600 ล้านบาท จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร  โดยยืนยันว่าเงินจำนวนดังกล่าว เป็นเงินที่ อสค. ต้องกู้ยืมเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อให้สามารถบริหารจัดการกิจการ อสค. ให้สามารถดำเนินกิจการได้ต่อไปเท่านั้น

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

สว.อิสระ หนุน ปชน. ยื่นศาลฎีกา ตั้งคกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ปม ศักดิ์สยาม

สว.อิสระ หนุน ปชน. ยื่นศาลฎีกา ตั้งคกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ปม ศักดิ์สยาม

สว.อิสระ หนุน ปชน. ยื่นศาลฎีกา ตั้งคกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ปม ศักดิ์สยาม

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.53 น.

สว.อิสระ หนุน ปชน. ยื่นศาลฎีกา ตั้งคกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ลั่น เป็นองค์กรอิสระเดียวที่ให้ตรวจสอบ ดักคอ ปธ.รัฐสภา ไม่ดึงเช็ง ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ เตือน พี่โสภณ อย่าฟังอำนาจมืด ใช้อำนาจผ่านสีน้ำเงิน-บุรีรัมย์ คอนเนกชั่น ถามคนในเงามืดจะทำร้ายองค์กรอิสระอีกนานแค่ไหน ขู่ หากไม่ส่งต่อ เตรียมขยายผลสอบประธานรัฐสภาด้วย

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา สว.อิสระ นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ แถลงข่าวการเริ่มลงชื่อตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เพื่อขอให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.) 

โดย น.ส.นันทนา กล่าวว่า จากบทบาท ป.ป.ช. ที่ประชาชนได้รับทราบในช่วงเวลานี้ ส่งผลให้เกิดข้อกังขาในการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. หากย้อนกลับไปในคดีต่างๆ ที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช. ทั้งกรณีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ป.ป.ช. ก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง เช่นเดียวกับคดีของนายอิทธิพล คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จนหมดอายุความ คดีสินบนสวนปาล์มอินโดนีเซีย ไม่มีความผิด กรณี ป.ป.ช. 3 คน พัวพันสินบน 246 ล้านบาท ซึ่งเป็นทองคำ ไม่ทราบว่าคดีไปถึงไหน ล่าสุดคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าซุกหุ้น แต่ ป.ป.ช. เชื่อว่าเจตนาดี ไม่มีความผิด นี่คือตัวอย่างผลงานของ ป.ป.ช. ที่น่าจะเป็นผลให้ดัชนี การรับรู้การทุจริตหรือ CPI ของไทยตกต่ำลงทุกปี ล่าสุดได้ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 116 จาก 180 ประเทศ และจะตกต่ำไปกว่านี้อีกหรือไม่ ถ้า ป.ป.ช. เชื่อนักการเมืองได้ง่ายขนาดนี้ ซึ่งตรงกันข้ามกับคดี 44 สส. ที่ ป.ป.ช. ดำเนินการอย่างรวดเร็ว และยื่นคำร้องที่ล้อไปกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ดังนั้น กลุ่ม สว. อิสระ จึงรวมตัวกันเพื่อจะสนับสนุนคำร้องของฝ่าย สส. ตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยต้องมี สส. และ สว. รวมกัน 1 ใน 5 หรือ 140 รายชื่อ ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ให้นำส่งไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน นี่คือช่องทางเล็กๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปิดให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระองค์กรเดียวที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดช่องให้มีการตรวจสอบ จึงหวังว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาจะไม่ดึงเช็ง ดึงเรื่อง แล้วใช้ดุลพินิจในการไม่ส่งเรื่อง 

“หวังว่า ประธานรัฐสภาจะรีบนำคำร้องนี้ ไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบ ป.ป.ช. ให้โปร่งใสชัดเจน หากพวกเราช่วยกันทำกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะ ป.ป.ช. ที่เป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการทุจริตโดยตรง เราสามารถรู้ระบบกลไกอุปถัมภ์ ทำให้ ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระ ที่ตรวจสอบนักการเมืองอย่างตรงไปตรงมา และเชื่อว่าดัชนี CPI ปีหน้าจะยกระดับขึ้นมา สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักลงทุน” น.ส.นันทนา กล่าว

น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เปิดโอกาสให้ประธานสภาใช้ดุลพินิจส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่งพรรคประชาชนได้ยื่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนการใช้ดุลพินิจของประธานรัฐสภาแล้ว ขณะนี้เราไม่สามารถยื่นแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้ทั้งฉบับ ดังนั้น การแก้รายมาตราจะเป็นทางออกของประเทศ จึงเรียกร้อง ประธานรัฐสภาให้รีบบรรจุการแก้รัฐธรรมนูญ และเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อเราจะได้เดินหน้าตรวจสอบองค์กรอิสระ แม้จะเป็นช่องทางเล็กน้อย แต่ดีกว่าถูกปิดกั้น 

ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า “การใช้อำนาจ 1 ใน 5 เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประธานรัฐสภา ต้องเปิดทางให้มีการตรวจสอบนายโสภณ ก็เป็นผู้แทนราษฎรในยุคเดียวกับตนที่เคยเป็น จึงอยากจะฝากพี่โสภณครับ พี่อย่าไปดึงเวลานะครับ ไม่ใช่พอมีคนลงนามแล้ว ก็ไปตรวจสอบลายเซ็น ตรวจแล้วตรวจอีก เหมือนอย่างที่ท่านประธานวุฒิสภาให้ตรวจสอบรายชื่อ จนมีการล็อบบี้ให้ตกไปในคดี ฮั้ว สว. ถ้าพี่โสภณสามารถที่จะเป็นทางผ่านของอำนาจสมาชิกรัฐสภาได้ พี่โสภณก็จะเป็นประธานรัฐสภาที่ถือว่าเปิดทางให้กระบวนการได้เดินทางไปอย่างราบรื่น แต่ถ้าพี่ไม่ไม่ทำหรือดึงเช็งไว้ด้วยเทคนิคต่างๆที่เรารู้กันอยู่ จะเป็นการเปิดทางให้เกิดการแทรกแซงของวงจรอุบาทว์ เพราะฉะนั้น จึงเป็นโอกาสที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับพี่โสภณ ในฐานะที่เราเคยร่วมสภาด้วยกันมา อย่าไปฟังพวกอำนาจมืดต่างๆ ที่ผ่านสีน้ำเงินคอนเน็คชันหรือบุรีรัมย์คอนเน็คชัน  ถ้ากระบวนการครั้งนี้ตกไปจะส่งผลร้ายแรงมากต่อระบบการตรวจสอบ”

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า และฝากถึงนายโสภณว่าขอให้ท่านได้ดำเนินการส่งต่อไปที่ประธานศาลฎีกา ให้กระบวนการได้ตั้งกรรมการอิสระ ซึ่งเป็นทางออกเดียวที่ยังมีอยู่ในขณะนี้ ถ้าไม่ดำเนินการ ตนจะไม่ยอมหยุด จะยื่นตรวจสอบการดำเนินงานของประธานรัฐสภาต่อไปด้วย นอกจากนี้ ตนขอฝากไปถึงบุคคลในเงามืดว่าจะทำลายองค์กรอิสระไปถึงไหน จะทำลายระบบตรวจสอบไปถึงไหนถึงจะสาแก่ใจ และทำให้ระบบตรวจสอบต้องหยุดลง เพียงแค่ว่าจะดำรงอำนาจครอบงำบ้านเมืองต่อไป ขณะนี้ เกิดความระส่ำระส่ายมาก อยู่ในการบริหารบุคคลของป.ป.ช. มีการแต่งตั้งรองเลขาธิการขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่าง ปรากฏว่า ป.ป.ช. แต่งตั้งผู้ช่วยเลขาลำดับท้ายๆ มาเป็นรองเลขาธิการในตำแหน่งที่ว่าง ผู้อาวุโสต่างก็หงายท้องเป็นแถบ ทำให้ระบอบธรรมาภิบาลของ ป.ป.ช. หายไป และทำให้เกิดการแทรกแซงคดี ล้วงเอาคดีต่างๆมาดำเนินการอย่างย่ามใจ แล้วจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร ไม่อย่างนั้น จะเป็นการอวสานการตรวจสอบของ ป.ป.ช.

สว.นรเศรษฐ์ ยื่นญัตติอภิปราย ล้มแลนด์บริดจ์ ดักคอสร้างโอกาสนายทุนประมูลล่วงหน้า

สว.นรเศรษฐ์ ยื่นญัตติอภิปราย ล้มแลนด์บริดจ์ ดักคอสร้างโอกาสนายทุนประมูลล่วงหน้า

สว.นรเศรษฐ์ ยื่นญัตติอภิปราย ล้มแลนด์บริดจ์ ดักคอสร้างโอกาสนายทุนประมูลล่วงหน้า

วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.25 น.

สว.นรเศรษฐ์ ยื่นญัตติอภิปราย ล้มโครงการแลนด์บริดจ์ เหตุใช้งบฯ สูง ผลกระทบเยอะ และเร่งรัดเกินไป เมินการศึกษาผลกระทบ ดักคอสร้างโอกาสนายทุนประมูลล่วงหน้า 

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงข่าว “ขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์” ว่า วันนี้ตนจะยื่นต่อวุฒิสภาเพื่อขอให้มีการอภิปรายโครงการดังกล่าว เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีต้นทุนสูงมากทั้งเรื่องเงินลงทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลออกมายืนยันชัดเจนหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าจะเร่งรัดดำเนินโครงการให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ปัจจุบันโครงการนี้ยังอยู่ในกระบวนการศึกษาผลกระทบ ท่าเรือทั้งฝั่งชุมพรและระนอง รวมถึงการทำรถไฟทางคู่และมอเตอร์เวย์ก็ยังอยู่ในโครงการศึกษา EHIA ดังนั้นการพูดว่า จะเร่งรัดให้ดำเนินการนั้นเท่ากับว่าการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเพียงการทำเป็นพิธีการหรือไม่ 

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ เพราะรายงานของสนข. และการที่รัฐมนตรีออกมาพูดว่าโครงการนี้มีความคุ้มค่านั้น ขณะที่รายงานของสภาพัฒน์ ระบุว่าโครงการนี้ไม่มีความคุ้มค่า กระบวนการที่เราจะต้องมาจอดท่าเรือฝั่งหนึ่งแล้วขนถ่าย ด้วยรถไฟเพื่อไปขึ้นท่าเรืออีกฝั่งหนึ่งนั้น ในความเป็นจริงผู้เชี่ยวชาญทางด้านเรือหลายท่านมองว่ากระบวนการลักษณะนี้ไม่น่าจะมีใครประสงค์มาใช้บริการ แต่โฆษกรัฐบาลกลับบอกว่าผู้ที่ผู้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้มีข้อมูลไม่มากพอ ในส่วนนี้ตน ก็อยากบอกรัฐบาล ว่า ข้อมูลไม่ครบถ้วนที่ประชาชนมาวิพากษ์วิจารณ์เกิดจากการที่รัฐบาลไม่ให้มีกระบวนการเรียนรู้หรือการมีส่วนร่วมของประชาชน  ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลผลการศึกษาโดยอ้างว่าจะกระทบกับกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล ตนก็ต้องตั้งคำถามกับรัฐบาลว่าการที่พูดหลายครั้งในการเร่งรัดดำเนินโครงการนี้เกี่ยวข้องกับคำสั่งคสช.ที่ 9/2559 หรือไม่ ที่เปิดโอกาสให้โครงการขนส่ง สามารถเปิดโอกาสให้เปิดประมูลล่วงหน้าได้แม้ รายงาน EIA หรือ EHIA ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ จะเป็นโอกาสเปิดให้กลุ่มทุนเข้ามาประมูลได้ก่อนหรือไม่ และกำลังจะมีการเร่งรัดกฎหมายเอสดีซี ให้เร็วขึ้นหรือไม่ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นการลอกกฎหมายอีอีซี มาทั้งหมด ซึ่งสามารถให้อำนาจคณะกรรมการในการยกเว้นข้อกฎหมายหลายฉบับมาก ทำให้การเดินหน้าโครงการแลนด์บริจด์ให้เร็วขึ้น เป็นการทำ fast track EHIA ให้เร็วขึ้น 

“สิ่งที่ผมพยายามเดินหน้าอยู่คือ วันนี้จะยื่นญัตติเพื่ออภิปราย ประเด็นขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการเดินหน้าแลนด์บริดจ์เพื่อให้สมาชิกต่างๆ ได้มีโอกาสอภิปราย ใครเห็นด้วยใครไม่เห็นด้วยก็มีโอกาสได้อภิปรายทุกท่าน และประชาชนรับทราบว่า โครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ มีต้นทุนทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางวัฒนธรรมในพื้นที่สูงขนาดนี้จำเป็นต้องเร่งรัดขนาดนี้หรือไม่” นายนรเศรษฐ์ กล่าว