นับหนึ่งแลนด์บริดจ์ปีนี้!! พิพัฒน์ จ่อชง ครม.สานต่อ มิ.ย.-ก.ค.นี้ มูลค่า 1 ล้านล้าน

นับหนึ่งแลนด์บริดจ์ปีนี้!! พิพัฒน์ จ่อชง ครม.สานต่อ มิ.ย.-ก.ค.นี้ มูลค่า 1 ล้านล้าน

นับหนึ่งแลนด์บริดจ์ปีนี้!! พิพัฒน์ จ่อชง ครม.สานต่อ มิ.ย.-ก.ค.นี้ มูลค่า 1 ล้านล้าน

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.01 น.

นับหนึ่งแลนด์บริดจ์ปีนี้!! พิพัฒน์ จ่อชง ครม.สานต่อ มิ.ย.-ก.ค.นี้ มูลค่า 1 ล้านล้าน คว้าโอกาสวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ยันรัฐไม่ได้ออกเงิน ให้แค่สัมปทานที่ดินลงทุน พร้อมเคลียร์ใจ ปชช. ปมผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้ระบุว่าโครงการแลนด์บริดจ์ ควรจะเดินหน้าพิจารณาต่อ ว่า ถูกต้อง เพราะเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซอาจจะมีปัญหาในอนาคต ดังนั้นควรเป็นโอกาสของประเทศไทยในการสร้างท่าเรือสองฝั่งทะเล ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยเพื่อเป็นการเชื่อมโลกทั้งสองฝั่งมหาสมุทร 

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าเราจะไม่ได้ประโยชน์เพราะการขนถ่ายคอนเทนเนอร์ขึ้นๆลงๆทำให้เสียเวลา ก็ขอให้ไปช่วยกันหาข้อมูลมาว่าจริงหรือไม่ แต่จากที่ตนหาข้อมูลเรือที่ขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ เป็นสินค้าถ่ายลำ ซึ่งหมายความว่าไม่ใช่การนำสินค้าจากประเทศหนึ่งไปสู่ปลายทางทั้งหมด 100% แต่เป็นการรวมสินค้าจากแต่ละท่าเรือ และทำการถ่ายลำแยกสินค้าเพื่อไปประเทศต่างๆ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ประโยชน์เรื่องเวลาจากการขนถ่ายแลนด์บริดจ์ หากเขาถ่ายสินค้าที่ชายฝั่งไทย เขาก็ต้องไปถ่ายสินค้าที่สิงคโปร์ด้วย ซึ่งขณะนี้เรากำลังเชิญชวนให้มีการนำสินค้าถ่ายลำเข้ามามากขึ้น 

เมื่อถามว่า โครงการนี้จะเริ่มได้เมื่อไหร่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราจะเริ่มภายในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว และตนจะไปลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนจะเริ่มสร้างที่จุดใดนั้นเราต้องสอบถามผู้ลงทุนก่อน โดยจะเป็นการเรียกประมูลทั้งต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งเราจะให้โอกาสเท่ากัน แต่ก็อยู่ที่เขาจะไปลงทุนในจุดใดก่อน ซึ่งก่อนจะดำเนินการในเรื่องนี้ก็ต้องขอมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน 

เมื่อถามว่า กระทรวงคมนาคมจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เมื่อใด นายพิพัฒน์ กล่าวว่า น่าจะช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะเร่งนับหนึ่งให้ได้ภายในปีนี้ 

เมื่อถามอีกว่า โครงการนี้จะต้องใช้งบประมาณจำนวนเท่าไหร่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เขาตั้งไว้ว่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท แต่ประเทศไทยไม่ได้ลงทุน เราจะให้แค่สัมปทานจัดสรรที่ดินอย่างเดียวแล้วให้เขามาลงทุน 

เมื่อถามว่า จะต้องทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องทำ ซึ่งก็มีปัญหาอยู่ ก็ต้องไปเจรจากับคนในพื้นที่ว่าสิ่งที่เขาต่อต้านเป็นข้อมูลที่แท้จริงกี่เปอร์เซ็นต์ เราก็ต้องไปชี้แจงว่าข้อมูลที่เขาได้รับอาจจะไม่ใช่ NGO เขาก็ตั้งท่าอยู่แล้ว

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า ตนจะลงพื้นที่เพื่อดูแลนด์บริดจ์ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ และจะเปิดให้นักลงทุนเริ่มลงทุนในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

ทำไมคนไทยไม่เชื่อใจ ป.ป.ช. จะตัดสินถูกหรือผิดก็ยังสงสัย

ทำไมคนไทยไม่เชื่อใจ ป.ป.ช. จะตัดสินถูกหรือผิดก็ยังสงสัย

ทำไมคนไทยไม่เชื่อใจ ป.ป.ช. จะตัดสินถูกหรือผิดก็ยังสงสัย

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.57 น.

ทำไมคนไทยไม่เชื่อใจ ป.ป.ช. จะตัดสินถูกหรือผิดก็ยังสงสัย

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 นายมานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ทำไมคนไทยไม่เชื่อใจ ป.ป.ช. จะตัดสินถูกหรือผิดก็ยังสงสัย เมื่อลองถาม Gemini ก็ได้คำตอบว่า สังคมไทยมอง ป.ป.ช. ว่า “ใช้มาตรฐานไม่เท่ากัน, เลือกปฏิบัติ, ล่าช้า, มีอคติทางการเมือง, ขาดความโปร่งใสในการให้เหตุผล”

ตัวอย่างเรื่องดังที่สังคมไทยมักพูดถึงและตั้งคำถาม

1. คดีนายอิทธิพล คุณปลื้ม ทำคดีล่าช้าจนหมดอายุความ ศาลสั่งยกฟ้องโดยระบุว่า ป.ป.ช. ไม่ได้ตั้งใจทำคดีให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลา ทั้งที่พยานหลักฐานชี้ชัดว่าจำเลยกระทำผิดจริง

2. สินบนสวนปาล์ม อินโดนีเซีย ของ ปตท. มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ผู้ต้องหา 17 คน ผ่านไป 10 ปี ป.ป.ช. มีมติไม่ชี้มูลความผิด

3. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อ้างแหวนเพชรเป็นแม่ นาฬิกาหรูเป็นของเพื่อน ป.ป.ช. เชื่อว่าจริง

4. พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ อดีต ผบ.ตร. อ้างลืมระบุบ้านพักที่ลอนดอนมูลค่า 103 ล้านบาท ไว้ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่น ป.ป.ช. สุดท้าย ป.ป.ช. เชื่อว่าลืมจริง

5. พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปล่อยให้ลูกชายตั้งบริษัทในค่ายทหารแล้วประมูลงานจากกองทัพ และหน่วยราชการอื่น บัดนี้เกือบ 10 ปีแล้วไม่รู้เรื่องถึงไหน

6. อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ใช้นาฬิกาหรู – กระเป๋าแบรนด์เนม ที่ไม่เคยแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินฯ ที่ยื่น ป.ป.ช. แล้วอ้างว่ายืมของลูกสาวมาใช้ และเป็นของปลอม ราคาถูก สุดท้าย ป.ป.ช. เชื่อว่าจริง

7. ข่าวฉาวพัวพัน 3 กรรมการ ป.ป.ช. คนหนึ่งมีคลิปหลุดคลุกคลีพลตำรวจเอกผู้อื้อฉาว คนที่สองเคยรับสินบนแลกช่วยเหลือคดีผู้มาวิ่งเต้น คนที่สามรับสินบนทองคำหนัก 246 บาท

8. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ศาล รธน. มีคำพิพากษาว่าผิดฐานซุกหุ้น แต่ ป.ป.ช. ขยับปมแล้วตัดสินโดยเชื่อว่าเขาไม่ผิด เพราะไม่รู้

9. เรื่องเก่าที่เงียบหายไป เช่น เครื่องตรวจหาระเบิด GT200 เรือเหาะตรวจการณ์ อุทยานราชภักดิ์ เป็นต้น

วันนี้ปัญหาใหญ่ของ ป.ป.ช. จึงไม่ใช่แค่ “ตรงไปตรงมา” หรือไม่ แต่คือ “ความชอบธรรม” ในพฤติกรรมและคุณสมบัติ ที่ไม่สอดคล้องกับความคาดหวังหรือบรรทัดฐานของสังคม ความไม่เชื่อมั่นที่เกิดตามมาอาจส่งผลต่อคะแนน CPI ของประเทศไทยก็เป็นได้ครับ”

ปชป. เปิดประชุมใหญ่สามัญปี 69 อภิสิทธิ์ ขอบคุณสมาชิกหลังสู้ศึกเลือกตั้ง​

ปชป. เปิดประชุมใหญ่สามัญปี 69  อภิสิทธิ์ ขอบคุณสมาชิกหลังสู้ศึกเลือกตั้ง​

ปชป. เปิดประชุมใหญ่สามัญปี 69 อภิสิทธิ์ ขอบคุณสมาชิกหลังสู้ศึกเลือกตั้ง​

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.52 น.

25 เม.ย.2569 พรรคประชาธิปัตย์​ จัดประชุมใหญ่สามัญ ประจําปี​ 2569 โดยมีบรรดากรรมการบริหารพรรคและสมาชิกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงกัน​ ทั้งนาย​อภิสิทธิ์​ เวชชาชีวะ​ ​หัวหน้า​พรร​ค​ นายกรณ์​ จาติก​วณิช​ นาง​การดี​ เลียว​ไพโรจน์​ นาย​เมฆินทร์​ เอี่ยม​สะอาด​ นายชัยวุฒิ​ บ​รร​ณวัฒน์​ เลขาธิการ​พรรค​ ขณะเดียวกันก็มีการประชุมผ่านระบบออนไลน์​ สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมา​ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์​วิกฤต​น้ำมันในปัจจุ​บัน

การประชุมใหญ่สามัญ​ ตามกฎหมายพรรคการเมือง​ และตามข้อบังคับของพรรคซึ่งจะต้องมีการจัดประชุมสามัญอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง​ ภายในเดือนเมษายนของทุกปี สำหรับองค์ประชุม​ ตามกฎหมายและตามข้อบังคับขณะนี้ครบองค์ประชุมแล้วคือมีผู้ที่เข้าร่วมการประชุมทั้งสิ้น 299 คน อยู่ในที่นี้ 51 คน​ และอยู่ในระบบออนไลน์ 248 คน 

พรรคประชาธิปัตย์

โดยนายอภิสิทธิ์​ กล่าวว่าประการแรกต้องขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ในการเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา​ ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดี จากทุกฝ่ายด้วยข้อจำกัดหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเวลาที่ทำให้ อาจเกิดความไม่พร้อมในการบริหารจัดการ และเรื่องกระบวนการสรรหาผู้สมัครทุกคนคงเข้าใจในข้อจำกัดนี้ดี ส่วนกันเลือกตั้งที่ออกมาตนก็คิดว่าในส่วนของระบบบัญชีรายชื่อนั้นไม่ได้ห่างจากเป้าหมายและความคาดหมายที่เรามี หากเรียนคร่าวๆ คะแนนของบัญชีรายชื่อกลับไปอยู่สูงกว่า​ หากคิดเป็นสัดส่วนเมื่อปี 2562 เล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นฐานที่เราจะสามารถใช้ในการขยายไปสู่การเติบโตในวันข้างหน้าได้ ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในระบบเขตเลือกตั้งยังไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวังและตนก็ได้รับฟังหลังจากการเลือกตั้งจากทุกภาค ในประเทศนี้ที่มาพูดถึงเงื่อนไขต่างๆที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่ทั้งหมดนี้ก็นำมาสู่การปรับแผนการดำเนินการทั้งหมดและเราก็มั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป มีเวลาในการเตรียมตัวตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จ มา และได้เดินหน้าในการวางรากฐานหลายอย่าง

รวมไปถึงการทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านซึ่งที่ผ่านมาพรรคมีเพียงแค่ 21 เสียง​ แต่เสียงของเราก็เป็นสิ่งที่ดังพอสมควร​ สส.ทุกคน ตั้งใจในการใช้ทุกโอกาสในสภาไม่ว่าจะเป็นการเสนอญัตติ​ และต่อไปงคือเรื่องของการเสนอกฎหมายควบคู่กับการอภิปรายเช่นการอภิปรายนโยบายรัฐบาลให้เห็นถึงการทำงานของเราในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็งมีเหตุและผลมีความพร้อมความสร้างสรรค์และมีข้อเสนอแนะรวมไปถึงฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับประเด็นต่างๆของสังคมเศรษฐกิจการเมืองในทุกๆเรื่อง

พรรคประชาธิปัตย์

การทำงานในสภาไม่เพียงพอแต่ขณะนี้เรากำลังวางแผนในการทำงานให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้นในนอกสภา เพิ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในช่วงปิดสมัยประชุมเป็นต้นไปคือช่วงเดือนกรกฎาค​ม​ แต่ขณะนี้สิ่งที่ทางผู้บริหารพรรคทำก็มีเรื่องของความพยายาม ที่จะใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมโยงเข้าหากันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นแม้กระทั่งการเข้ามายืนยันตัวตนในการประชุมใหญ่ในวันนี้และต่อไปคือการเชื่อมโยงกับสมาชิกทั้งประเทศที่ใช้มีแอพพลิเคชันและระบบที่ทำให้สื่อสารภายในรับรู้รับทราบประเด็นพ่อห่วงใยและความคิดเห็นของสมาชิกควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวในการทำงานของพรรคไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารส.สสาขาตัวแทนจังหวัดและอื่นๆ

ขณะที่การระดมความช่วยเหลือเพิ่มเติมคือขณะนี้สภาได้ข้อยุติแล้วในเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภา มีทั้งสิ้น 35 คณะ แต่เรามีสส.จำนวน ที่ 22 ที่นั่ง เราไม่ได้เป็นกรรมาธิการครบทุกคณะ แต่จะพยายามประสานกับทุกกรรมธิการว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะขอให้มีตำแหน่งของกรรมาธิการเป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ​ ผู้ชำนาญการหรือเลขาฯ​อะไรก็แล้วแต่​ ตามระเบียบของสภา ซึ่งตนอยากให้สภาโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประสบการณ์อดีตรัฐมนตรี​ อดีตสส​ ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในส่วนของกรรมาธิการเหล่านี้​ เร่งแจ้งเข้ามาถึงความสนใจ ถึงได้ให้คนในกรรมาธิการหรือในพรรคร่วมฝ่ายค้านในกรรมาธิการที่เราไม่มีกรรมาธิการช่วยนำเสนอว่าจะสามารถเข้าไปมีบทบาทหรือส่วนร่วมในกรรมาธิการต่างๆได้มากน้อยเพียงใด สำหรับประธานกรรมาธิการ ได้มา 2 คณะคือคณะกรรมาธิการสาธารณสุข และกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดเพราะฉะนั้น 2 คณะนี้อย่างน้อยเราน่าจะมีโอกาสในการที่จะคัดสรรบุคคลหรือบุคลากรเข้าไปเสริมได้ดียิ่งขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์

โดยการประชุมในวันนี้จะเป็นการรายงานผลการดําเนินงานของพรรคในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา รวมไปถึง รับรองงบการเงิน ประจําปี 2568 พระราชบัญญัติ​ประกอบรัฐธรรมนูญ​ หรือ  พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2560  แต่จะไม่แต่งตั้งรองหัวหน้าพรรค​ แทนนายวีระพงษ์  ประภา ที่ลาออกไปดำรงตำแหน่ง​ผู้แทนการค้า​ไทย​ ในรัฐบาลนายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​

พรรคประชาธิปัตย์
พรรคประชาธิปัตย์
พรรคประชาธิปัตย์
พรรคประชาธิปัตย์
พรรคประชาธิปัตย์
พรรคประชาธิปัตย์
พรรคประชาธิปัตย์

เป็นปี่เป็นขลุ่ย! แอมเนสตี้ร้องจัดการIO

เป็นปี่เป็นขลุ่ย! แอมเนสตี้ร้องจัดการIO

เป็นปี่เป็นขลุ่ย! แอมเนสตี้ร้องจัดการIO

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.36 น.

เป็นปี่เป็นขลุ่ย! แอมเนสตี้ร้องจัดการIO

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 เพจเฟซบุ๊ก “Amnesty International Thailand” ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “แอมเนสตี้ชี้ IO คุกคามเสรีภาพออนไลน์-เสรีภาพสื่อ เรียกร้องรัฐยุติการลอยนวลพ้นผิด

หนึ่งในยุทธวิธีสำคัญของ “ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operations) หรือ IO คือการใช้ถ้อยคำรุนแรงควบคู่กับการปลุกเร้าอคติทางสังคมที่มีอยู่เดิม เช่น อคติทางเพศหรืออคติทางชาติพันธุ์ เพื่อนำมาโจมตีบุคคลเป้าหมายอย่างเป็นระบบ วิธีการดังกล่าวไม่ได้มุ่งเพียงทำร้ายชื่อเสียง แต่เป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

IO ทำให้ผู้ถูกโจมตีถูกมองว่า “ไม่น่าเชื่อถือ” หรือ “เป็นคนไม่ดี” หรือ “เป็นภัยต่อสังคม” หรือ “เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ” ในสายตาสาธารณชน และเมื่อภาพลักษณ์ของบุคคลถูกบิดเบือนในลักษณะนี้ อาจทำให้สังคมมีแนวโน้มที่จะเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นกับบุคคลนั้นได้ เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ “สมควรแล้ว” หรือ “ไม่น่าเห็นใจ”

ปัจจุบันยังพบว่า IO พัฒนาเทคนิคในการโจมตีทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จากการใช้บัญชีปลอมที่สังเกตได้ง่าย ไปสู่การสร้างบัญชีที่มีลักษณะเหมือนผู้ใช้งานทั่วไป หรือที่เรียกว่า “Lifestyle IO” ที่มีการโพสต์เรื่องราวชีวิตประจำวันเหมือนคนทั่วไปสลับกับเนื้อหาทางการเมือง จึงทำให้การโจมตีเป็นเหมือนความโกรธหรือความไม่พอใจที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของประชาชนทั่วไป [????] อ่านทั้งหมดได้ที่: https://bit.ly/4e2rRwc

“ตราบใดที่ผู้ทำ IO ยังลอยนวลพ้นผิด ปฏิบัติการเหล่านี้ก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น และเมื่อความหวาดกลัวทำให้นักข่าวและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนต้องถอยออกจากพื้นที่สาธารณะ สังคมก็จะขาดข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และกระทบต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในระยะยาว”

“แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ประโยชน์จากเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์และถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเนื้อหารุนแรง ปลุกปั่นความเกลียดชัง หรือเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เพราะยิ่งมีคนดู คอมเมนต์ และแชร์มากเท่าไร เอนเกจเมนต์ก็ยิ่งสูง และรายได้จากโฆษณาของแพลตฟอร์มก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย”

พิพัฒน์ ชงครม. สัญจรนัดแรกหาดใหญ่ พร้อมวางยุทธศาสตร์พัฒนา 5 จว.ชายแดนใต้

พิพัฒน์ ชงครม. สัญจรนัดแรกหาดใหญ่ พร้อมวางยุทธศาสตร์พัฒนา 5 จว.ชายแดนใต้

พิพัฒน์ ชงครม. สัญจรนัดแรกหาดใหญ่ พร้อมวางยุทธศาสตร์พัฒนา 5 จว.ชายแดนใต้

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.25 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 เมษายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ว่า ตนได้เสนอพื้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนี้พื้นที่มีความพร้อมแล้วหลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะจัดประชุมครม.สัญจรได้ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ 

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนยุทธศาสตร์ทางภาคใต้ได้มีการวางไว้แล้วในการพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการพัฒนาในเรื่องอาชีพ โดยโครงการที่เป็นเรือธงในการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้จะเป็นเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งจะมีเรื่องของฮาลาลด้วย และในส่วนของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะทำเรื่องพืชพลังงาน ในการขอให้มีโรงไฟฟ้าชีวมวลลงในพื้นที่ ซึ่งมีนักลงทุนที่ให้การสนับสนุน ซึ่งจะเป็นการสร้างอาชีพด้วย โดยทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้มีการสำรวจพื้นที่ไปบางส่วนแล้วในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ แต่ทั้งนี้เราจะทำให้ครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัดชายแดน 

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

เมื่อ ‘นิติสงคราม’ ปะทะ ‘ดุลพินิจศาล’ บทเรียนจากคดีจริยธรรม 44 สส.

เมื่อ 'นิติสงคราม' ปะทะ 'ดุลพินิจศาล' บทเรียนจากคดีจริยธรรม 44 สส.

เมื่อ ‘นิติสงคราม’ ปะทะ ‘ดุลพินิจศาล’ บทเรียนจากคดีจริยธรรม 44 สส.

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.31 น.

วัส ติงสมิตร โพสต์ เมื่อ ‘นิติสงคราม’ ปะทะ ‘ดุลพินิจศาล’ บทเรียนจากคดีจริยธรรม 44 สส.

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เมื่อ “นิติสงคราม” ปะทะ “ดุลพินิจศาล”: บทเรียนจากคดีจริยธรรม 44 สส.
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงรับลมร้อนในวันที่ 24 เมษายน 2569 เมื่อ ศาลฎีกา มีคำสั่งรับคำร้องของ ป.ป.ช. ในคดีจริยธรรมร้ายแรงของอดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล กรณีร่วมชื่อแก้ไขมาตรา 112 ป.อาญา ซึ่งถูกมองว่าเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายการปกครองฯ

1. บรรทัดฐานใหม่: “รับคำร้องแต่ไม่ต้องหยุด (หน้าที่)”
จุดที่น่าสนใจที่สุดของคำสั่งศาลวันนี้คือการที่ศาลฎีกาใช้ “ดุลพินิจ” สั่งให้ 10 สส. (ซึ่งปัจจุบันสังกัดพรรคประชาชน) ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แม้จะรับคำร้องไว้พิจารณาก็ตาม โดยศาลให้เหตุผลสำคัญว่า:
ไม่พบพฤติการณ์กระทำซ้ำในปัจจุบัน
ยังมีภารกิจนิติบัญญัติที่ต้องปฏิบัติในฐานะผู้แทนประชาชน
แต่มีเงื่อนไขเหล็ก: ห้ามกระทำซ้ำหรือแสดงความเห็นในพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหา มิฉะนั้นศาลอาจเปลี่ยนคำสั่งได้ทันที!

2. เมื่อ “นักร้อง” จะขอแย้งคำสั่งศาล
ไม่ถึงชั่วโมงหลังจากศาลมีคำสั่ง นายสนธิญา สวัสดี ในฐานะผู้ริเริ่มร้องเรื่องนี้ต่อ ป.ป.ช. ได้ออกมาแสดงเจตนารมณ์ทันทีว่า “ไม่เห็นด้วย” และเตรียมยื่นคำร้องคัดค้านเพื่อให้ศาลสั่งให้ สส. ทั้ง 10 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ให้ได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยอ้างว่าการกระทำที่ผ่านมานั้นเป็น “ต่างกรรมต่างวาระ”

3. วิพากษ์ในมุมกฎหมาย: “มีสิทธิหรือไม่?”
หากเราพิจารณาตาม ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 จะพบประเด็นที่น่าคิดดังนี้:
ใครคือคู่ความ? (ข้อ 3): ระเบียบระบุชัดว่าคู่ความคือ “ผู้ร้อง (ป.ป.ช.)” และ “ผู้คัดค้าน (สส.)” เท่านั้น บุคคลอื่นที่ไปร้องต่อ ป.ป.ช. ไม่ถือเป็นคู่ความในชั้นศาล ดังนั้น การที่นายสนธิญาจะมายื่นคำร้องคัดค้านดุลพินิจของศาลโดยตรง จึงเป็นพฤติการณ์ที่ “ผิดฝาผิดตัว” และแทบไม่มีน้ำหนักในทางกฎหมายที่จะให้ศาลรับไว้พิจารณา
บทบาทพลเมืองดีที่ควรจะเป็น: แทนที่จะรีบร้อนยื่นคำร้องกดดันศาลในขณะที่ตนเองไม่มี “สถานะทางกฎหมาย” (Standing) ที่เป็น “คู่ความ” ในคดี แนวทางที่ถูกต้องและสง่างามกว่าคือ การทำหน้าที่พลเมืองดีในการเฝ้าระวัง หากในอนาคต สส. ทั้ง 10 คนมีการฝ่าฝืน “เงื่อนไขห้าม” ของศาล นายสนธิญาสามารถรวบรวมหลักฐานแจ้งต่อศาลหรือ ป.ป.ช. เพื่อให้ศาลใช้ระบบไต่สวน (ตามข้อ 6) ในการเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้

บทสรุป: กระบวนการยุติธรรมไม่ใช่เครื่องมือทำลายล้าง

การที่ศาลเปิดช่องให้ สส. ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ถือเป็นการรักษาสมดุลระหว่างการตรวจสอบจริยธรรมกับงานนิติบัญญัติที่ค้ำจุนระบอบประชาธิปไตย การเคลื่อนไหวที่เกินขอบเขตของกฎหมายและพยายามก้าวล่วงดุลพินิจของศาลโดยปราศจากสถานะทางคดี อาจถูกมองว่าเป็นการใช้ “นิติสงคราม” เพื่อผลทางอื่นมากกว่าการมุ่งหวังความยุติธรรมที่แท้จริง
การตรวจสอบเป็นเรื่องดี แต่ต้องอยู่ในครรลองของกฎหมายและเคารพในกติกาของ “คู่ความ” อย่างเคร่งครัดครับ”

รัฐบาลสรุปรอบสัปดาห์ ยกเลิก MOU44 เตรียมเซตกรอบเจรจาใหม่ กาง 5 แนวทางดับไฟใต้

รัฐบาลสรุปรอบสัปดาห์ ยกเลิก MOU44 เตรียมเซตกรอบเจรจาใหม่ กาง 5 แนวทางดับไฟใต้

รัฐบาลสรุปรอบสัปดาห์ ยกเลิก MOU44 เตรียมเซตกรอบเจรจาใหม่ กาง 5 แนวทางดับไฟใต้

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.15 น.

รัฐบาลสรุปการต่างประเทศและความมั่นคงรอบสัปดาห์  กระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน สร้างความมั่นคงชายแดนไทย ”ยกเลิก MOU44“ และวาง “5 แนวทางจัดการชายแดนใต้” 

วันที่ 25 เม.ย. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มีการขับเคลื่อนนโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง เป็นไปตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 โดยมุ่งกระชับความสัมพันธ์กับนานาประเทศ ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ

รัชดา ธนาดิเรก

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ในด้านความมั่นคง รัฐบาลได้สานต่อความพยายามในการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติ “ยกเลิก MOU44” เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า การเจรจาภายใต้กรอบดังกล่าวไม่สามารถบรรลุผลได้ตามเป้าหมาย และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ จึงเห็นควรยกเลิกและกำหนดกรอบการเจรจาใหม่ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ที่ประชุม สมช. ได้เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ การเพิ่มศักยภาพอาสาสมัคร การยกระดับความร่วมมือไทย–มาเลเซียในทุกมิติ การแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เพื่อทำหน้าที่ประสาน เชื่อมโยง และสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่

นางสาวรัชดา กล่าวว่า สำหรับด้านการต่างประเทศ รัฐบาลยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับมิตรประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้ให้การต้อนรับนายหวัง อี้ (H.E. Mr. Wang Yi) สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ในโอกาสเยือนไทย เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา โดยทั้งสองได้หารือร่วมกันท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมเห็นพ้องยกระดับการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน โดยเฉพาะการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

“รัฐบาลย้ำบทบาท “การต่างประเทศที่จับต้องได้” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่แถลงไว้และทำจริง ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ ควบคู่กับการคลี่คลายความขัดแย้งและยกระดับความร่วมมือกับนานาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” โฆษกรัฐบาล กล่าว

รัฐบาลเร่ง 5 มาตรการเศรษฐกิจ เดินหน้า FTA เปิดตลาดโลก ลดค่าครองชีพ เพิ่มรายได้คนไทย

รัฐบาลเร่ง 5 มาตรการเศรษฐกิจ เดินหน้า FTA เปิดตลาดโลก ลดค่าครองชีพ เพิ่มรายได้คนไทย

รัฐบาลเร่ง 5 มาตรการเศรษฐกิจ เดินหน้า FTA เปิดตลาดโลก ลดค่าครองชีพ เพิ่มรายได้คนไทย

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.04 น.

รัฐบาลเร่ง 5 มาตรการเศรษฐกิจ–เดินหน้า FTA เปิดตลาดโลก ลดค่าครองชีพ เพิ่มรายได้คนไทย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นอกจากมาตรการบรรเทาค่าครองชีพประชาชน อย่างโครงการคนละครึ่งที่คาดว่าจะเริ่มใช้ในเดือน มิถุนายนรัฐบาลยังเร่งดำเนินการตามแผนเพื่อรับมือความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกในด้านอื่นๆด้วย โดยมุ่งดูแลประชาชน และผู้ประกอบการขนาดต่างๆ โดยเฉพาะ SMEs ให้ผ่านช่วงผันผวน พร้อมเสริมความแข็งแกร่งเศรษฐกิจไทยในระยะกลางและยาวอย่างยั่งยืน

รัชดา ธนาดิเรก

โดยมีกระทรวงพาณิชย์จะเป็นหลักในการขับเคลื่อน 5 มาตรการสำคัญ ที่ประชาชนได้ประโยชน์โดยตรง ได้แก่

1. ลดค่าครองชีพ–เพิ่มรายได้–ยกระดับชุมชน

เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดราคาสินค้าจำเป็นกว่า 3,000 รายการ ผ่านเครือข่ายค้าปลีกทั่วประเทศ เปิดตลาดออนไลน์ให้ SMEs และลดต้นทุนการผลิตผ่าน “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” และ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ช่วยทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และเกษตรกรอย่างครบวงจร

2.รักษาเสถียรภาพ–เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ยกระดับทั้งห่วงโซ่การผลิต เน้นแปรรูปเพิ่มมูลค่า ส่งเสริม “ล้งกลางหรือล้งชุมชน” ผลักดันสินค้า GI และแบรนด์เกษตรไทยสู่ตลาดโลก

3. เสริมความเข้มแข็ง SMEs/ชุมชน

พัฒนาทักษะ ขยายธุรกิจ ยกระดับการแข่งขัน ป้องกันสินค้านำเข้าทะลัก และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ

เศรษฐกิจ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

4. ยกระดับเทคโนโลยี–ปลดล็อกกฎระเบียบ

ปรับปรุงกฎเกณฑ์ อำนวยความสะดวกธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุน

5. สร้างสมดุลการส่งออก–กระจายความเสี่ยง

เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานไทยกับตลาดโลก ลดพึ่งพาตลาดหลัก ขยายตลาดใหม่ และเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการไทย

ในด้านการค้าระหว่างประเทศ รัฐบาลเร่งเดินหน้า FTA เพื่อเปิดตลาดใหม่และดึงดูดการลงทุน โดยอยู่ระหว่างเร่งปิดดีลสำคัญ ได้แก่ ไทย–EU ไทย–เกาหลีใต้ และอาเซียน–แคนาดา ตั้งเป้าสรุปภายในปี 2569

ขณะเดียวกัน FTA ไทย–EFTA ที่ลงนามแล้ว ตั้งเป้ามีผลใช้บังคับ 1 มกราคม 2570 จะช่วยขยายการเข้าถึงตลาดรายได้สูง และยกระดับมาตรฐานการค้าไทย ส่วน FTA ไทย–ศรีลังกา ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการให้มีผลใช้บังคับ จะช่วยเชื่อมโยงการค้าในเอเชียใต้และขยายฐานตลาดภูมิภาค

เศรษฐกิจ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

ทั้งนี้ ในปี 2568 ไทยมีมูลค่าการค้ากับ 18 ประเทศคู่ค้า FTA กว่า 404,963 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 59.2% ของการค้ารวมของประเทศ สะท้อนบทบาทของ FTA ในการสร้างโอกาสใหม่และยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย

“ทั้ง 5 มาตรการเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ลดภาระประชาชน ยกระดับการผลิต เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ไปจนถึงการขยายตลาดผ่าน FTA เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยที่เข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ

เอ็ดดี้ สวน การด่าใครเป็นสลิ่ม ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงหายไป หลังเอฟซีบ่นพรรคส้มโดนเล่น

เอ็ดดี้ สวน การด่าใครเป็นสลิ่ม ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงหายไป หลังเอฟซีบ่นพรรคส้มโดนเล่น

เอ็ดดี้ สวน การด่าใครเป็นสลิ่ม ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงหายไป หลังเอฟซีบ่นพรรคส้มโดนเล่น

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.56 น.

เอ็ดดี้ ลั่นการด่าใครเป็นสลิ่ม ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงหายไป หลังเอฟซีบ่นพรรคส้มโดนเล่น    

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ อัษฎางค์ นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ภาพข้อความของบุคคลหนึ่ง ที่มีเนื้อหาระบุว่า “ที่เล่นพรรคส้มมากสุดก็เพราะคุณคือสลิ่มไง การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามันค้านสายตาผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศมาก คุณไม่คิดบ้างเลยหรือว่าอาจมีใบสั่งมีธง องค์กรอิสระทุกวันนี้มันอิสระจริงหรือไม่มี พรรคการเมืองใดคุมอยู่ ที่มาขององค์กรอิสระไทยมาจากไหนเชื่อถือได้กี่%ในคำตัดสินชื้อนาคตของคนในประเทศนี้” โดยนายอัษฎางค์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “การด่าว่าใครว่าเป็นสลิ่ม ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงหายไป

คำว่า ‘ค้านสายตาคนส่วนใหญ่ของประเทศ’ ถ้าจะอ้าง ก็ต้องมีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่ตั้งตัวเองเป็นตัวแทนคนทั้งประเทศ

ส่วนเรื่องความสงสัยองค์กรอิสระได้ วิจารณ์องค์กรอิสระได้ วิจารณ์ศาลได้ แต่จะอธิบายทุกอย่างด้วยคำว่า ‘ใบสั่ง’ หรือ ‘รัฐพันลึก’ หรือ “มือที่มองไม่เห็น” อย่างเดียว มันง่ายเกินไป และข้ามข้อเท็จจริงสำคัญในโลกประชาธิปไตยไปข้อหนึ่ง นั่นคือ ประชาธิปไตยไม่จำเป็นต้องยืนเฉย ๆ รอให้ตัวเองถูกใช้เสรีภาพมาบ่อนทำลายจากภายใน

หลักนี้มีอยู่จริงในกฎหมายรัฐธรรมนูญเปรียบเทียบ และถูกเรียกว่า ‘ประชาธิปไตยที่ป้องกันตัวเองได้’”

และในแนวคำพิพากษายุโรปก็ยอมรับว่ารัฐมีสิทธิปกป้องสถาบันของตน หากสมาคมหรือพรรคการเมืองนั้นเป็นภัยต่อสถาบันของรัฐได้

“ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปวางหลักไว้ชัดว่า พรรคการเมืองสามารถเสนอให้แก้กฎหมายหรือเปลี่ยนโครงสร้างรัฐได้ แต่ะสิ่งที่เสนอจะต้องสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยพื้นฐานด้วย ถ้าผู้นำพรรคเสนอแนวทางที่มุ่งทำลายประชาธิปไตย รัฐย่อมมีสิทธิเข้าแทรกแซงได้” นี่ไม่ใช่ตรรกะเฉพาะของไทย แต่เป็นหลักที่ ECHR ใช้อธิบายคดีเกี่ยวกับพรรคการเมืองและเสรีภาพในการสมาคมโดยตรง

“ตัวอย่างคลาสสิกที่สุดคือเยอรมนี มาตรา 21 ของกฎหมายพื้นฐานเยอรมนีเขียนตรง ๆ ว่า พรรคที่มุ่งบ่อนทำลายหรือยกเลิกหรือเป็นภัยต่อการดำรงอยู่ของสหพันธ์ อาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นพรรคขัดรัฐธรรมนูญได้

ทางการเยอรมนียังอธิบายว่าการแบนพรรคไม่ใช่เพียงเพราะมีท่าทีไม่ชอบรัฐธรรมนูญ แต่ต้องมีท่าทีเชิงรุกแบบเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบด้วย จึงเห็นได้ว่าระบอบประชาธิปไตยจำนวนมากยอมรับ ‘สิทธิในการป้องกันตัวเอง’

“เพราะฉะนั้น ถ้าจะเถียงกรณีพรรคส้มอย่างมีระดับ การปัดทุกอย่างทิ้งด้วยคำว่า ‘มีใบสั่ง’ ตั้งแต่ต้น เท่ากับข้ามทั้งทฤษฎี ทั้งกฎหมายเปรียบเทียบ และทั้งข้อเท็จจริงของระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ไปหมด”

คดีพรรคก้าวไกลเองก็ถูกอธิบายในกรอบนี้ โดยศาลรัฐธรรมนูญไทยวินิจฉัยว่าการรณรงค์แก้ ม.112 เสี่ยงบ่อนทำลายระบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก่อนจะมีคำสั่งยุบพรรคในปี 2024 ไม่ว่าคนจะเห็นด้วยหรือไม่ นี่คือเหตุผลเชิงกฎหมายที่รัฐใช้ ไม่ใช่คำอธิบายแบบลอย ๆ ว่า “ไม่ชอบเลยยุบ”

อย. ปรับกฎเหล็ก เครื่องมือแพทย์ ยกระดับกำกับการผลิต การนำเข้าและการขาย

อย. ปรับกฎเหล็ก เครื่องมือแพทย์ ยกระดับกำกับการผลิต การนำเข้าและการขาย

อย. ปรับกฎเหล็ก เครื่องมือแพทย์ ยกระดับกำกับการผลิต การนำเข้าและการขาย

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 08.53 น.

วันที่ 25 เมษายน 2569  นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์และแบบฟอร์มเกี่ยวกับสถานประกอบการด้านเครื่องมือแพทย์ จำนวน 3 ฉบับ ครอบคลุมการผลิต การนำเข้า และการขาย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

ลลิดา เพริศวิวัฒนา

การปรับปรุงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการกำกับดูแลให้ทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ และเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบ โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่

เพิ่มการระบุพิกัด GPS (Latitude–Longitude) ของสถานประกอบการและสถานที่เก็บรักษา

เพิ่มช่องทางติดต่อทางดิจิทัล เช่น E-mail และช่องทางออนไลน์อื่น ๆ

เพิ่มรายละเอียด “ผู้ควบคุม” ในแบบคำขอโดยตรง เพื่อความรัดกุมในการกำกับดูแล

เครื่องมือแพทย์

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

รองรับ ซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ (Standalone Software) โดยไม่จำเป็นต้องมีสถานที่เก็บสินค้าในบางกรณี

นอกจากนี้ ยังเป็นการยกเลิกและรวมประกาศเดิมหลายฉบับให้เป็นระบบเดียว ลดความซ้ำซ้อนของกฎหมาย และอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้ง่ายขึ้น

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การปรับปรุงครั้งนี้สะท้อนแนวทาง “Digital Regulatory” ของภาครัฐ ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการกำกับดูแล ควบคู่กับการสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ยุคใหม่ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสุขภาพ

อย.

“รัฐบาลเดินหน้าปรับกฎระเบียบให้ทันสมัย ควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ของประเทศในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลสถานที่ พิกัด GPS ข้อมูลผู้ควบคุม และช่องทางติดต่อให้ครบถ้วน เพื่อให้การยื่นคำขอเป็นไปอย่างราบรื่นภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569