คุณแหน : 2 มิถุนายน 2569

คุณแหน :  2 มิถุนายน  2569

คุณแหน : 2 มิถุนายน 2569

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

พยายามลอบสังหาร ประธานาธิบดีทรัมป์ อีกแล้ว!   นับเป็น 4th attempt on his life  หลังจาก 3rd attempt  เพิ่งผ่านพ้นไปเพียงหนึ่งเดือน   ย้ำเตือนสิ่งที่ บารอนเนส ได้เขียนไว้ในคอลัมน์ “คุณแหน” ลวท. 12/5/69   ว่าสังคมในสหรัฐฯกว้างใหญ่ไพศาลแถมยังมีสังคมย่อยของชนชาติอีกหลายชั้น   ในมุมหนึ่งนี่คือป่าดงดิบของบุคคลอันตรายยิ่ง “LONE  WOLF” (หมาป่าเดียวดาย) ผู้มีปัญหาจิตเวชเสมือนระเบิดเวลาที่รอเวลาทำงาน   อันตรายมาก เพราะแม้แต่ Secret Service, FBI, ตำรวจท้องที่หรือเพื่อนร่วมงานต่างไม่รู้เบาะแสของบุคคลดังกล่าวเลย   จึงขอย้ำว่านี่คือเหตุผลที่ทางการสหรัฐฯซีเรียสมาก  กรณีที่มีผู้พยายามส่งสัญญาณอันตราย   บางครั้งสัญญาณครั้งเดียวอาจจะกระตุ้น LONE WOLF สร้างโศกนาฏกรรมที่เราหวาดกลัวได้…

 ฤาครั้งนี้จะเป็นฝันสลาย…กรณีการถ่ายทอดสด  World  Cup  26  สำหรับเมืองไทย   ฟังจากคำแถลงของท่าน อดีตบิ๊กข้าราชการ   อ้างว่า “ฟรีทีวี”  ไม่มีเงินพอซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ FIFA ตั้งราคาแพงเกินไป   ถ้าจะว่าไปแล้วเดิมทีก่อนหน้าที่หน่วยงานรัฐจะมาแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฟรีทีวี   พวกเขาก็แข็งแรงดีอยู่แล้ว (บางช่องกำไรหลายพันล้านบาทต่อปี)   และการถ่ายทอดสด World Cup เขาก็บริหารจัดการไปด้วยดีทุกครั้ง   เพราะฟรีทีวีเขารู้งานรู้ธุรกิจการค้าดี   พอท่านมาเปลี่ยนแปลงแก้ไขทีวีแต่ละช่องกลายเป็นขาดทุนร่อแร่   ผู้นำรัฐบาลเองก็เพิ่งประกาศว่าชาวไทยจะได้ดูถ่ายทอดสด World  Cup  26  ชัวร์   ดังนั้นการที่ท่านมาแนะนำให้ไทยใช้วิธียอม “อดดูซักรอบ” เพื่อกดดันตีกลับไปที่ FIFA และ  Main  sponsors  จนในที่สุดฝรั่งต้องย้อนกลับมาอ้อนวอนไทย   ฟังแล้วน่าจะเป็นฝันกลางแดดมากกว่า…อย่างไรก็ตามขอให้เหล่า FC มีกำลังใจไว้   เพราะ บารอนเนส ฟังมาว่าขณะนี้มีการดำเนินการระดับสูงเพื่อหาทางออกที่ดีให้ชาวไทย…

ชื่นชมที่ กระทรวงวัฒนธรรม ได้เสนอให้ “ชุดไทย”ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ของไทย ต่อ องค์การยูเนสโก เพื่อคุ้มครองสิทธิระดับชาติ…ยอมรับว่าเห็น”ชุดไทย” เมื่อใด ก็เกิดความรู้สึกภูมิใจในความเป็นชาติไทยเมื่อนั้น

ยังคงเป็น”ลูกกตัญญู” อย่างมั่นคง  ดาราหนุ่ม โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ  ทุ่มเทแรงกาย-แรงใจ และแรงเงินหลายล้านบาทสร้าง สถานปฏิบัติธรรม”เรือนธรรม” ในเนื้อที่ 2ไร่ แถวลาดกระบัง ให้ คุณแม่ปราณี  และเปิดให้คนทั่วไปมาปฏิบัติธรรมฟรีๆ ทั้งนี้สถานที่แห่งนี้เป็นทุนของโป๊ปล้วนๆ ไม่เปิดรับบริจาค เขาทำด้วยความเต็มใจ  เพราะ”ความสุขของแม่ไม่มีคำว่าแพง”…ซาบซึ้งจัง…

รศ.ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ นักวิชาการพุทธ – สอนพระพุทธศาสนาตามพระไตรปิฎกสไตล์คนรุ่นใหม่ เล่าให้ฟังว่า อาจารย์จัด ธรรมะทอล์ค เป็นลักษณะ นาฏยธรรม โดย เบสออนทรูสตอรี่ เป็นเรื่องราวของ ความรัก การผูกพัน ข้ามภพ ข้ามชาติ  การตื่นรู้ การให้อภัย  ทั้งนี้ใช้ชื่อว่า”จิ๊กซอว์กรรม”จัดในวันที่ 27-28 มิ.ย. (มี 3 รอบ) ณ โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ โดยมี ตั๊ก-นภัสกร เป็นผู้แสดงนำในการถ่ายทอด นาฏยธรรม ครั้งนี้…ซึ่งขณะนี้ตั๋วเข้าชมยังพอมีอยู่บ้าง สนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.the concert.com …

ช่วงนี้ พล.ร.ท.พงศ์ชาญ เพ็ชรเทศ ยกครอบครัวไปเยี่ยมหนึ่งในลูกสาวฝาแฝด ที่กำลังเรียนปริญญาโท ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย…

อดีตท่าน ออท.นริศโรจน์ เฟื่องระบิล เป็นกรรมการคอยติดตามคณะถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ ที่มาไทย พร้อมพาไปชมอาหารอร่อยๆให้คนอ่านนำ้ลายสอ…

ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำๆ ไข้หวัดใหญ่เริ่มอาละวาดแล้ว ตอนนี้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ประกาศฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฟรี โดยให้ walk in ไปได้ เริ่ม 2 มิ.ย.นี้…ใครว่า ของฟรีไม่มีในโลก ขอบอกว่า ที่นี่มีของฟรีแน่นอน…

ข่าวดีอีกเรื่อง มีข่าวเพิ่มเติมว่ารถไฟฟ้า 8 สาย ใช้ ไทยช่วยไทย พลัส 60 | 40 ได้ เริ่มตั้งแต่ 1 มิ.ย.- 30 ก.ย.นี้ !!…

บารอนเนส

เจี๊ยบ พิจิตตรา ออร่าพุ่งกลางปารีส! สวยละมุนทุกมุม จนแฟนๆ แห่ชมไม่หยุด

เจี๊ยบ พิจิตตรา ออร่าพุ่งกลางปารีส! สวยละมุนทุกมุม จนแฟนๆ แห่ชมไม่หยุด

เจี๊ยบ พิจิตตรา ออร่าพุ่งกลางปารีส! สวยละมุนทุกมุม จนแฟนๆ แห่ชมไม่หยุด

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.50 น.

ทำเอาโซเชียลสดใสขึ้นทันที เมื่อ เจี๊ยบ พิจิตตรา ปล่อยภาพเช็กอินกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในลุคเรียบหรูสุดคลาสสิก ท่ามกลางแลนด์มาร์กชื่อดังของเมืองแห่งความรัก ไม่ว่าจะเป็นหอไอเฟล คาเฟ่สุดชิค หรือย่านแฟชั่นสุดหรู

งานนี้แฟนๆ ต่างพร้อมใจชื่นชมความสวยละมุน ผิวออร่า และรอยยิ้มหวานที่ดูอ่อนเยาว์ไม่เปลี่ยน เรียกได้ว่าไม่ว่าจะโพสท่ามุมไหนก็เปล่งประกายสะกดทุกสายตา จนหลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่งเซ็ตภาพที่สวยที่สุดของเจี๊ยบในปีนี้เลยทีเดียว

คนบันเทิงร่วมบุญงานใหญ่ ห่มผ้าพระธาตุ เสริมบารมี สืบสานพระพุทธศาสนา ประจำปี ๒๕๖๙

คนบันเทิงร่วมบุญงานใหญ่ ห่มผ้าพระธาตุ เสริมบารมี สืบสานพระพุทธศาสนา ประจำปี ๒๕๖๙

คนบันเทิงร่วมบุญงานใหญ่ ห่มผ้าพระธาตุ เสริมบารมี สืบสานพระพุทธศาสนา ประจำปี ๒๕๖๙

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.41 น.

เรียกได้ว่าเป็น “งานบุญ” สุดยิ่งใหญ่ เมื่อ สมัชชาส่งเสริมคุณธรรมและวัฒนธรรมแห่งชาติ (สส.วช)  โดย ดร.กัญฐณา สนเจริญ ประธานฯ และคณะกรรมการ ร่วมกับ “ชมรมเรารักษ์ศีล ๕” และ กลุ่มศิลปินดาราจิตอาสา นำทีมโดย ดร.เกศริน เอกธวัชกุล ร่วมมือกันจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ต่อสังคม ส่งเสริมคุณธรรม วัฒนธรรม และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ชาติไทยสืบไปใน โครงการ “ห่มผ้าพระธาตุ เสริมบารมี ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ประจำปี ๒๕๖๙” โดยชักชวนคนบันเทิง และบุคคลทั่วไป  เข้าร่วมกิจกรรมในช่วงเทศกาล “วันวิสาขบูชา” ในวันเสาร์ที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙  ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ. นครศรีธรรมราช

โดยถือฤกษ์ดีช่วงเวลา ๑๑.๓๙ นาที มีพิธีบวงสรวง “พระธาตุเมืองนคร”, “มุจลินทร์นาคราช” พญานาคทุกๆ ตระกูล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดพระมหาธาตุฯ ทำพิธีโดย พรามหณ์ช้าง-สุทธิพงษ์ พินิจสุวรรณ์ และ พรามหณ์ปาริยัติ โพธิ์ศรี และได้รับเกียรติจากเหล่านางรำคณะ “ลายแดนซ์คุณทิพย์” มาร่วมรำในพิธีบวงสรวงด้วย

จากนั้นเริ่มพิธีการภายในศาลา ๑๐๐ ปี ดร.นุ้ย กล่าวนมัสการพระสงฆ์ทั้ง ๙ รูป ได้แก่ พระเทพสิริวชิรเวที,ดร. เจ้าคณะภาค 16 ธรรมยุต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิการ (ประธานฝ่ายสงฆ์), พระครูเมธีธรรมโภช เจ้าคณะตำบลในเมือง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, พระครูสุนทรเจติยาภิมนต์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, พระครูจิตการปราสาท เจ้าคณะตำบลบางจาก-ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, พระครูธรรมธรสุริยา อาภาโค เจ้าคณะตำบลปากพูน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, พระครูสังฆรักษ์ วิรัตน์ เปมสีโล วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, พระมหาอดิศักดิ์ คเวสโก เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชธรรมยุต, พระปลัดวิริทธ์พล อายุวฑฺฒโก อาจาริยสาครูสมาธิ รุ่น14/3 เลขานุการเจ้าคณะตำบลเกาะเพชร และพระครูวินัยธรภูวดล โชติปัญโญ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

พิธีกรเชิญ ดร.หนุ่ย-กัญฐณา ประธาน สส.วช. จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และพิธีสงฆ์ ได้แก่ ถวายผ้าไตร, ถวายสังฆทาน และเครื่องไทยธรรม โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปภัสรา เตชะไพบูลย์ ผู้จัดละครค่ายปภัสราโปรดักชั่น ช่อง 7HD และทีมคนบันเทิง ร่วมถวายได้แก่ คุณดี้-ปัทมา ปานทอง ผู้จัดซีรีส์วาย “แฟ้มรักต้องห้าม” ค่ายหนุนนำสตูดิโอ้, ดร.วโรดม ศิริสุข ผู้จัดซีรีส์วายพีเรียด “ลอยแก้ว” – พิธีกรรายการ ชีวิตต้องวิน, มายาไอดอล, หรั่ง-กฤษฎากร พระเอกละครเรื่อง “ไกรทอง” ช่อง MVTV, มาดามเพี๊ยซ-กนกลดา, คุณแพม สุชานุช, น้องไอด้า-พิชาญชุ์ สมเลิศ นักแสดงจากละคร “บ้านนางรำ” ช่อง 7HD และคุณย่า ดร.ปิ๊งปิ๊ง-รภัทร เอกนิธิเศรษฐ์ นักแสดงจากซีรีส์แนวตั้ง “ปานดวงใจ Signature” และเจ้าของเพลงฮิต “โสดนะจีบได้”, เฟอร์รี่ ณัฎฐนิชา นักแสดงจากซีรีส์ เรื่องเล่าอาจารย์ยอด ตอน นารีผล ช่อง 7 HD เจ้าของตำแหน่ง Miss Model Universe Thailand2025 และ มาดามเกรซ-พลอยพิชชา ยอดไชยเกียรติ

นอกจากนี้ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิ และกัลยาณมิตรสายบุญมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ อาจารย์วันชัย สุพรรณ  ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญด้านพระเครื่อง และ เจ้าของรายการ “คุยเฟื่องเรื่องพระ” คุณโจ้-เชาวฤทธิ์ หวังประกอบกุล (บ้านสังข์แม่กำไล), อาจารย์พิมพ์ เศรษฐีมหาลาภ สุรยุทธ์ พูนทอง เจ้าของเพจ ของดีประเทศไทยและมูเตลู Station, อาจารย์จิ๊บ-สุภาวดี ตะก้อง บ้านมหทรัพย์ สายเสน่ห์ เจิมลายมือ ละนะหน้าทอง, ครูบิ๊ก-สุทธิพงษ์ ทองด้วงช่างหนึ่ง เมืองคอนท่านรองสมใจ ศรีระษา และครอบครัว, คุณแม่หนูเรียง กุดกลางคุณคุณนะโม กุดกลาง, คุณแสนดีพลโทพิชิต โชติแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก และภริยา, คุณวิภาวดี โชติแก้วโปรก้อย และทีมงานจากสถาบันเคาะหน้าเรียว วีเชฟ, คุณวรศักดิ์ อุไรโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีไวท์ 168 จำกัด, คุณอุษา วิเศษนาวิน รองประธานฯ, ดร.วชิรวิทย์ สมประสิทธิ์ (ครูริช วรพล) ที่ปรึกษาฯ , คุณอุ๊บ วิริยะ และคณะผู้บริหาร บริษัท บีไวท์ 168 จำกัด, คุณทวิช วงศ์เมฆ, คุณสุจิตรา วงศ์เมฆ, คุณภูผา วงศ์เมฆ, สิริภัสร หมวดอ่อน, จุรีรัตน์ ชัยพรหมประสิทธิ์, อภิลักษณ์ ธัญประทีป และ อินทรีย์ แก้ววิชิต

หลังจากนั้น พระสงฆ์กล่าวอนุโมทนา กรวดน้ำ-รับพร พิธีกรนำผู้เข้าร่วมงานนั่งสมาธิ อธิษฐานจิต เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  

ในงานนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณมีเกียรติ อ้นทอง (เอก ลิกอร์) ประธานแหล่งเรียนรู้บูชาพระมหาธาตุ นครศรีธรรมราช เล่าถึงความสำคัญของ “องค์พระธาตุเมืองนคร” ที่ องค์การยูเนสโก้” จะประกาศขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” โดยจะมีการตัดสินในเร็วๆ นี้ ซึ่งหากได้รับการขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” อ.เมือง จ. นครศรีธรรมราช จะเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแหล่งที่ 6 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในภาคใต้ 

ต่อจากนั้นเป็นพิธีมอบใบประกาศนียบัตร โดย ดร.ปภัสรา เตชะไพบูลย์ ให้กับผู้สนับสนุนการจัดงาน รวมทั้ง อาจารย์วันชัย สุพรรณ และ คุณโจ้ เชาวฤทธิ์ มอบของที่ระลึกให้ คุณกบ ปภัสรา และ คุณดี้ ปัทมา ตบท้ายด้วยการแสดงพื้นเมือง “รำตารีกีปัส” จาก มาดามเพี๊ยซ และน้องไอด้า และการรำมโนราห์ จาก คุณสัมพันธ์ ศรีวิชัย (น้องสาว เอกชัย ศรีวิชัย) ที่สวยสดงดงามมากๆ  จากนั้นทีมคนบันเทิง และเหล่ากัลยาณมิตรสายบุญ ก็ตั้งขบวน “แห่ผ้าขึ้นธาตุ”  และถ่ายรูปร่วมกันหน้าองค์พระธาตุเมืองนคร เป็นอันเสร็จพิธี

งานบุญใหญ่ครั้งนี้ได้รับความเมตตาจาก “กัลยาณมิตรสายบุญ” หลายภาคส่วน อาทิ คุณพีช-สุพิชญา ไพฑูลย์ เจ้าของตลาด เพชรพิชญา และกรรมการผู้จัดการบริษัท เพชรวดีก่อสร้าง จำกัด, คุณฮันนี่-ณภัค มุทธาเสถียร และ คุณมาธร ธรรมอชิระกุล, คุณอำนาจ สุวัตถิพงศ์, บริษัท บีไวท์ 168 จำกัด, ครัวภูผาริมน้ำ ทุ่งสง, ร้านหนำตามฝันคาเฟ่ ณ วังปริง, โปรก้อย และคณะจากสถาบันเคาะหน้าเรียว วีเชฟ (อาหารกลางวัน), คุณธรารดา มีสุทธา (เครื่องบวงสรวง), คุณกฤตธน การะเกตุ คุณคุณนะโม กุดกลาง และอาจารย์เอกราช ลูกพ่อจตุคาม ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เป็นต้นกราบขออนุโมทนาบุญกับทุกๆ ท่าน!!!   

สยม-บริพันธ์-ทศพล-โอบะ-เปาวลี นำทีมศิลปินศิษยานุศิษย์สักการะ ร่วมงาน วิสาขบูชารำลึก

สยม-บริพันธ์-ทศพล-โอบะ-เปาวลี นำทีมศิลปินศิษยานุศิษย์สักการะ ร่วมงาน วิสาขบูชารำลึก

สยม-บริพันธ์-ทศพล-โอบะ-เปาวลี นำทีมศิลปินศิษยานุศิษย์สักการะ ร่วมงาน วิสาขบูชารำลึก

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.33 น.

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จ.นครปฐม ประกอบพิธีไหว้ครูบูรพาจารย์ สืบตำนานหลวงพ่อพูล ละสังขาร 20 ปี วิสาขบูชารำลึก มีศิษยานุศิษย์ คนดังหลายแวดวงร่วมพิธีวันวิสาขบูชา และร่วมพิธีเปลี่ยนผ้าครอง ประเพณีสืบตำนานความกตัญญูต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล อัตตรักโข พร้อมปิดงาน “แสงแห่งธรรม นิรันดร์แห่งบารมี 20 ปี หลวงพ่อพูล ละสังขาร วิสาขบูชารำลึก” ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 22-31พฤษภาคม โดยประสบความสำเร็จทั้งงานวิชาการ การแสดงการสืบสานงานศิลปะวัฒนธรรม การค้าชุมชน รวมพลังองค์กรรัฐ สถานศึกษาและภาคเอกชน

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.09 น. ที่วิหารพรพุทธเมตตาประทานพร วัดไผ่ล้อมฯ จ.นครปฐม พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) นำคณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ นำโดย นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ นายกสมาคมนักเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย ประธานฝ่ายฆราวาส, ลอร์ด-สยม สังวริบุตร ผู้บริหารค่ายสามเศียร, ดร.ทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม ผู้บริหารค่ายท็อปไลน์ไดมอนด์, ทศพล หิมพานต์ นายกสมาคมนักร้องลูกทุ่งแห่งประเทศไทย , โอบะ เสียงเหน่อ นายกสมาคมตลก(แห่งประเทศไทย), ปัทมนิธิ เสนาณรงค์ หัวหน้าสำนักงานบริหารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์,  ตี๋-นฤพนธ์ พานทอง, หมู-กิตติศักดิ์ สายน้ำทิพย์ สมทบด้วยศิลปินนักร้อง ดารานักแสดงจำนวนมาก อาทิ  เปา เปาวลี, สลักจิต ดวงจันทร์, จอมขวัญ กัลยา, ปุ๋ย-รุ่งทิวา, เอก ชัชวาล, ภูพาน เพชรปฐมพร, ลูกปัด พิมพ์ชนก, ปอร์เช่ เซเว่นสตาร์, มิลลี่ เซเว่นสตาร์, กานต์ การัณย์, ภาวนา ชบาไพร, น้องผึ้ง บึงสามพัน, แอร์ ออดิโอ, ทวี ศรีนคร, แป้งฝุ่น ปายุด ฯลฯ

พร้อมทัพนักแสดงนำ อาทิ ปูเป้ เกศรินทร์, กุ๊กกิ๊ก กชกร, ปิ่น ชรินพร, เบน สันติราษฎร์, มิ้นท์ พรทิวา, มิตร มิตรชัย, อ๋อม ปัณชญาปุ๊กกี้ กุสุมา, หนึ่ง มาฬิศร์ , นาตาลี สตีลลัท, เลม่อน วงสวัสดิ์, ปอนด์ โอภาภูมิ, อาร์ม ศุภกร, ตู่ จารุศิริ , ปอนด์ รุ่งรัตน์, ทัศนีย์ สีดาสมุทร์, เซน กุลปริยา, น้ำตาล นงนภัส, มิ้ง อพิชญ์ชญาณ์ , ปื๊ด ณธีพัฒน์, ติ๊ก ฉัตรมงคล, เสา สิดาภา ฯลฯ 

ร่วมด้วยศิษยานุศิษย์นักธุรกิจการค้า สาธุชนของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพูล อัตตรักโข เข้าร่วมพิธีเต็มพื้นที่วิหารพระพุทธเมตตาประทานพร ซึ่งมีนายเติมศักดิ์ ปิติธนสารสมบัติและภริยาเป็นประธานจุดเทียนชัยเริ่มพิธีการ โดยกำหนดจัดพิธีไหว้ครู บูรพาจารย์ ตรงกับวันวิสาขบูชา ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและเป็นวันสากลโลก

ทางด้าน “นก-บริพันธ์ ชัยภูมิ” ประธานในพิธีกล่าวว่า “ขอขอบคุณผู้บริหาร ศิลปินนักร้อง ดารานักแสดง ทุกท่าน ที่มาร่วมเป็นกำลังสำคัญให้วัดไผ่ล้อมฯ มาโดยตลอด สำหรับที่มาของการไหว้ครูวันวิสาขบูชา คือ หลวงพ่อพูล ท่านเลือกจัดงานวันนี้เพราะ “พระพุทธเจ้า” คือครูคนแรก และ “วันวิสาขบูชา” คือวันพระใหญ่ จึงเหมาะสมที่สุดในการรำลึกถึงคำสอน ซึ่งสอดคล้องกับคำสอนที่หลวงพ่อพูลมักเน้นเรื่องความกตัญญู ซึ่งถือเป็นรากฐานของความเจริญในชีวิต”

“ลอร์ด-สยม สังวริบุตร” ผู้จัดละครเผยว่า สำหรับค่ายสามเศียรและครอบครัว สังวริบุตร เราเคารพศรัทธา หลวงพ่อพูล มาตั้งแต่ท่านยังอยู่ และมาทำบุญที่วัดไผ่ล้อมฯ บ่อยๆ ในวันนี้ได้พาดารานักแสดงมาร่วมพิธีไหว้ครูเพื่อระลึกถึงพระคุณครู และทำบุญใหญ่ในวันวิสาขบูชาซึ่งทุกคนที่มาก็ประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรือง”

“ดร.ทวีชัย จริยะเอี่ยมอุดม” นายห้างท็อปไลน์ไดมอนด์ กล่าวว่า “ผมเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อพูล และหลวงพี่น้ำฝน ด้วยความเคารพศรัทธาจึงเดินทางมาพร้อมจัดคณะสิงโตมาเชิดถวายเป็นประจำทุกปีไม่เคยขาด ทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล และขอพรให้ศิลปินในค่ายท็อปไลน์มีความเจริญรุ่งเรืองครับ”

“ทศพล หิมพานต์” กล่าวส่งท้ายว่า “ศิลปินทุกคนมีครู การไหว้ครูจึงเป็นสิ่งที่ดีและสำคัญมาก แม้จะไปไหว้ครูมาหลายที่ แต่ที่วัดไผ่ล้อมฯ ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและมีพลังมากเป็นพิเศษ ทุกคนจึงพร้อมใจกันมาร่วมงานด้วยความยินดีครับ”

สำหรับการจัดงาน “แสงแห่งธรรมนิรันดร์ แห่งบารมี 20 ปี หลวงพ่อพูล ละสังขาร วิสาขบูชารำลึก  ” ได้รับความร่วมมือจากหลากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มหาวิทยาลัยศิลปากร  เรือนจำกลางนครปฐม โรงเรียนในเขตพื้นที่ใกล้เคียง กลุ่มผู้ประกอบการ SME จังหวัดนครปฐม ผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่และภาคประชาชน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในปีนี้

เมื่อเวทีดนตรีไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือพื้นที่สร้างการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพมนุษย์

เมื่อเวทีดนตรีไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือพื้นที่สร้างการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพมนุษย์

เมื่อเวทีดนตรีไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือพื้นที่สร้างการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพมนุษย์

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.19 น.

ในโลกการศึกษายุคใหม่การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงภายในห้องเรียนหรือจากตำราเท่านั้น แต่ยังเกิดจากประสบการณ์จริงที่ช่วยหล่อหลอมผู้เรียนให้เติบโตทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณค่าทางสังคม โดยเฉพาะในศาสตร์ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน งานศึกษาว่าด้วยแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการดำเนินกิจกรรมด้านศิลปกรรมศาสตร์ จากกรณีศึกษาการประกวดดนตรีระดับอุดมศึกษา ภายใต้โครงการ MHESI MUSIC VARIETY AWARDS 2025 สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กิจกรรมทางศิลปะไม่ได้เป็นเพียงเวทีแห่งการแข่งขันหรือพื้นที่แสดงความสามารถเท่านั้น หากแต่เป็น “ห้องเรียนแห่งประสบการณ์” ที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพผู้เรียนในมิติที่ลึกซึ้งกว่าที่หลายคนคาดคิด  การประกวดดนตรีในระดับอุดมศึกษาไม่ได้มุ่งหมายเพียงการค้นหาผู้ชนะ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะรอบด้าน ทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารเวลา ความรับผิดชอบ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมก่อนขึ้นเวที การเผชิญกับแรงกดดันจากสถานการณ์จริง ตลอดจนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ล้วนเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจและความเข้มแข็งทางอารมณ์ให้แก่ผู้เรียน กระบวนการเหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ของ Kolb (1984) ที่ชี้ว่า การลงมือปฏิบัติจริงคือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

การประกวดดนตรีระดับอุดมศึกษา สร้างผลลัพธ์แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศซึ่งไม่ได้เกิดจากความสมบูรณ์ของเวทีหรือความสำเร็จของกิจกรรมเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการออกแบบกิจกรรมอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมายชัดเจน สามารถเชื่อมโยงกับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เข้าร่วมอย่างแท้จริง กิจกรรมศิลปกรรมศาสตร์ที่มีคุณภาพจึงควรเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ ทดลอง สร้างสรรค์ และพัฒนาตนเองจากประสบการณ์จริง มากกว่าการเป็นเพียงกิจกรรมเสริมในระบบการศึกษานอกจากนี้ กิจกรรมการประกวดดนตรียังมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ข้ามศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม แม้ดนตรีจะเป็นศาสตร์ด้านศิลปะ แต่ในความเป็นจริงกลับเกี่ยวข้องกับหลายมิติของมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน ความเข้าใจวัฒนธรรม การแสดงอัตลักษณ์ หรือแม้แต่ภาวะผู้นำและการอยู่ร่วมกันในสังคม การทำงานเป็นวงดนตรีหรือทีมแสดงจึงไม่เพียงพัฒนาความสามารถทางศิลปะ แต่ยังฝึกฝนทักษะชีวิตที่จำเป็นในโลกปัจจุบัน เช่น การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การเคารพความคิดเห็นที่หลากหลาย และการปรับตัวภายใต้ข้อจำกัดร่วมกัน

อีกหนึ่งประเด็นที่โดดเด่นจากการศึกษาคือ การประเมินผลควรถูกใช้เป็น “เครื่องมือเพื่อการพัฒนา” มากกว่าการตัดสินแพ้หรือชนะเพียงอย่างเดียว ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ การสะท้อนผลจากการแสดงจริง และการประเมินตนเอง ล้วนช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนา กระบวนการดังกล่าวไม่เพียงยกระดับทักษะด้านดนตรีและการแสดง แต่ยังช่วยส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21นอกเหนือจากการพัฒนาศักยภาพรายบุคคล กิจกรรมด้านศิลปกรรมศาสตร์ยังมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างองค์ความรู้ร่วมกันในระดับองค์กรและชุมชนการเรียนรู้ การทำงานร่วมกันระหว่างผู้เรียน อาจารย์ ผู้ฝึกสอน และผู้เชี่ยวชาญ ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เทคนิค และแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาได้ แนวคิดของ Nonaka และ Takeuchi (1995) อธิบายว่า องค์ความรู้ใหม่มักเกิดจากการปฏิสัมพันธ์และการเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดในกิจกรรมที่อาศัยทั้งการฝึกปฏิบัติ การถ่ายทอดประสบการณ์ และการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง

ที่สำคัญไปกว่านั้น ศิลปกรรมศาสตร์ยังมีคุณค่าในฐานะ “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่สามารถยกระดับทั้งผู้เรียนและสังคม Pierre Bourdieu (1986) อธิบายว่า ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ทางวัฒนธรรม คือทุนสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสและคุณค่าทางสังคมให้กับมนุษย์ ในบริบทของเวทีดนตรี ผู้เรียนไม่ได้เพียงพัฒนาความสามารถเฉพาะด้าน แต่ยังได้สะสมประสบการณ์ ความมั่นใจ เครือข่ายทางสังคม และศักยภาพที่สามารถต่อยอดสู่เส้นทางวิชาชีพในอนาคต ขณะเดียวกัน องค์การ UNESCO (2013; 2022) ยังยืนยันว่า วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะสามารถสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เสริมสร้างอัตลักษณ์ของชุมชน และขับเคลื่อนสังคมให้เติบโตอย่างสมดุล

ประกวดดนตรีระดับอุดมศึกษา สะท้อนให้เราเห็นว่า กิจกรรมด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมเสริม หรือเวทีแสดงออกชั่วคราวเท่านั้น หากได้รับการออกแบบอย่างมีคุณภาพและมีเป้าหมายที่ชัดเจน กิจกรรมหนึ่งกิจกรรมสามารถกลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ทรงพลัง สร้างทั้งทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และคุณค่าทางสังคมให้กับผู้เรียนได้อย่างยั่งยืน ท้ายที่สุด “เวทีดนตรี” อาจดูเป็นเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงและแสงไฟ แต่แท้จริงแล้ว เวทีนั้นอาจเป็นมากกว่าการแข่งขัน เพราะสามารถกลายเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่หล่อหลอมผู้คน สร้างแรงบันดาลใจ และผลักดันให้การศึกษาเดินหน้าไปสู่การพัฒนามนุษย์อย่างแท้จริง

วงศิษย์ลูกแม่ไท้ (รำไพพรรณี) ผู้ชนะการประกวด “MHESI MUSIC VARIETY AWARDS 2025”

รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

พร้อมเกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท

การประกวดวงดนตรีผสมผสานประกอบการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่นไทยระดับอุดมศึกษาระดับประเทศ

“MHESI MUSIC VARIETY AWARDS 2025” 

เอกสารอ้างอิง

Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. Greenwood.

Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice Hall.

Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company. Oxford University Press.

UNESCO. (2013). Creative economy report 2013. UNESCO.

UNESCO. (2022). Re|shaping policies for creativity: Addressing culture as a global public good. UNESCO.

สังเคราะห์จากเอกสารบทความ แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการดำเนินกิจกรรมด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์: กรณีศึกษาการประกวดดนตรีในระดับอุดมศึกษา ภายใต้โครงการ MHESI MUSIC VARIETY AWARDS 2025.

เปิดใจ มาร์ค ธาวิน ถมแบรนด์เนมทั้งตัวกว่า 10 ล้าน โดนมองว่า เสร่อ วันนี้รู้แล้วว่ามีเงินอย่างเดียวไม่ได้

เปิดใจ มาร์ค ธาวิน ถมแบรนด์เนมทั้งตัวกว่า 10 ล้าน โดนมองว่า เสร่อ วันนี้รู้แล้วว่ามีเงินอย่างเดียวไม่ได้

เปิดใจ มาร์ค ธาวิน ถมแบรนด์เนมทั้งตัวกว่า 10 ล้าน โดนมองว่า เสร่อ วันนี้รู้แล้วว่ามีเงินอย่างเดียวไม่ได้

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.08 น.

เรียกได้ว่าใช้ประสบการณ์กว่าครึ่งชีวิต กับการคลุกคลีอยู่กับแบรนด์เนม ที่ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ไม่มีใครไม่รู้จัก “มาร์ค ธาวิน” เซเลเบอตี้ ชื่อดังผู้ที่คร่ำหวอดในวงการไฮโซมาอย่างยาวนาน เพราะตั้งแต่หัวจรดเท้า พูดเลยว่าแบรนด์เนมทั้งตัว ชนิดที่ว่ามีทุกคอลเลคชั่น ทุกสี และทุกแบบ วันนี้มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 เล่าย้อนกลับไปในอดีต เคยถมแบรนด์เนมกว่า 10 ล้านบาทออกงาน จนคนเม้าท์ให้แฟ่ด!! ว่า “เสร่อ” และวันนี้มาร์ค ธาวิน มาเล่าให้ฟังว่าใส่แบรนด์เนมยังไงให้ปัง! ให้มีพลังผลักดันชีวิตให้มีออร่า!!

ล่าสุดเลิกเป็นช่างตัดผมแล้ว ?
“คือพี่ไม่ได้อยากเป็นช่างผมตั้งแต่แรก พี่เหมาะกับการเป็นอาร์ทติส เหมาะแก่การทำงานคนเดียว แล้วตอนที่พี่เปิดร้าน แล้วทำงานกับน้องๆ คาแรคเตอร์ของเรากับน้องที่ร้านไปด้วยกันไม่ได้”

และเวลาเราไปออกงานสังคม เราจะไม่ค่อยแฮปปี้?
“ไม่ใช่ครับ แฮปปี้ ชีวิตเรามีเงิน เรามีชีวิตสบายและการที่เราออกสังคม ไม่ใช่ว่าเราอยากดังนะ แต่เราแค่อยากแสดงให้เห็นว่าตัวเรามีคุณค่า มีโอกาสที่จะใส่เสื้อผ้าสวยๆ แต่ด้วยความที่เราเป็นช่างทำผม ยอมรับว่าแต่งตัวไม่เป็น เราตัดผมอย่างเดียว ทำอะไรที่ไม่แมตช์ชิ่งทั้งตัว และการที่เรามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ต้องเรียนรู้จากการเดินทาง การใช้ของแบรนด์เนม
ช่วงแรกของชีวิต มาร์คสงสารตัวเองมาก เหมือนว่าอยากออกงานสังคม แต่เหมือนเราเป็นคนเสร่อ ที่มีเงินและเข้าใจว่าการซื้อกระเป๋าแพงๆ แล้วคนจะยอมรับเรา แล้วคิดว่าการที่เราแต่งตัวถมทุกอย่าง คือการแต่งตัวดี เข้าใจว่าการถมทุกอย่างสังคมจะยอมรับ จึงทำให้เราไม่มีจุดหมายในการใช้เงิน
แค่รู้สึกว่าฉันอยากมีตัวตน แล้วพอมองกลับไป ดูเหมือนว่าเราพยายามมากเกินไป เป็นคนชอบอวดของ ถือกระเป๋าราคาแพง และแต่งตัวประหลาดๆ เวลาเข้าสังคม หรือไปงานสังคม ต่อหน้าเขาก็ชื่นชมเรา แต่ลับหลังเขาก็เม้าท์สนั่น เพราะเราคิดว่าการถูกยอมรับคือ ต้องใส่ของแบรนด์เนมแพงๆ ตลอดระยะเวลา 10 ถึง 20 ปีที่ผ่านมา เพิ่งเข้าใจว่าการที่คนเรามีจะชื่อเสียง การสร้างตัวตนในสังคม ต้องสร้างระบบมารองรับ เพื่อให้ตัวตนนั้นมีความน่าเชื่อถือ มั่นคง และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่การซื้อของแพงใส่ เพราะบางชุดที่เราใส่ออกงานเมื่อก่อน อย่างน้อยก็ 10 ล้าน หรือมากกว่านั้น จริงๆ มันเป็น 10 ล้าน ที่เสร่อมาก“

แต่ ณ วันนี้เราตกตะกอนแล้วว่าสิ่งไหนไม่เหมาะกับเรา ?
“อย่างทุกวันนี้ หลายคนก็จะทำคอนเทนท์ว่าแบรนด์เนมเป็นสิ่งที่อันตราย แบรนด์เนมทำให้ชีวิตพัง แต่มาร์คจะบอกว่าแบรนด์เนมทำให้มาร์คมีวันนี้ เรามีแบรนด์เนมเยอะ จนต้องทำบ้านให้เขาอยู่ เพื่อนมาร์คหลายคนก็ทำเหมือนกัน“



แต่พออยู่มาวันนึงก็เลิกซื้อแบรนด์เนม ?
“จะให้มาทำบ้านหลังที่สามหลังที่สี่เพื่อเก็บแบรนด์เนมเหรอครับ (ยิ้ม) มาร์คอยากเตือนสติใครหลายๆ คน ถ้าเรามีเงิน และเราสะดวกในการใช้แบรนด์เนม ก็ไม่มีใครว่าเราได้ แต่เราต้องใช้แบรนด์เนมแบบฉลาด รู้จักแบบเลือกให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพของตัวเรา มาร์ครักแบรนด์เนมและใช้แบรนด์เนมอย่างถูกต้อง คือต้องสร้างสนามพลังงานให้กับเรา ต้องลงทุนแบบพลังงานไม่รั่ว เลือกใช้แบบถูกต้องและถูกกับคาแรคเตอร์ (Character) ของแต่ละบุคคล เพราะแบรนด์เนมแต่ละยี่ห้อเค้าจะมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน“

แต่จุดเปลี่ยนของเรา เกิดในช่วงโควิด?
”มาร์คเป็นคนชอปปิงแบบพรีออเดอร์ ก่อนโควิดมาหกเดือน เราจ่ายไปแล้ว และเราไม่คิดว่าโควิดมันจะอยู่ถึงสี่ปี ซึ่งเราต้องพรีออเดอร์ เพราะเราต้องรักษายอด ซึ่งจำเป็นสำหรับความวีวีไอพี (VVIP) ที่ติดอันดับท็อป สเปนเดอร์ (Top Spender) เราซื้อแบบกวาดทั้งราว แล้วพอมาวันนี้ของที่ชอบจริงๆ มีไม่ถึง 10% แล้วก็เลยมองว่าทำไมเราถึงเบื่อ เพราะว่าเราซื้อแบบไม่รู้ แต่สิ่งที่มาร์คอยากจะบอกว่าทำยังไงคนที่มีเงินเยอะ แต่ไม่มีข้อมูล มาร์คอยากให้ข้อมูล มาร์คอยากแนะนำว่าให้เค้าซื้อชิ้นแรกแล้วปังไปเลย ต้องรักในการจ่ายเพื่อลงทุน เมื่อก่อนเราจ่ายเพราะฟุ่มเฟือย ปัญหาของคนที่มีเงิน คือเขาไม่มีข้อมูล มีแต่ความอยาก เขาจะซื้อเพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเขามีตัวตน“

แต่บางคนก็บอกว่าซื้อแบรนด์เนมมันฟุ่มเฟือย จนติดกับดักนิวมันนี่?
”มาร์คว่าเราต้องคิดใหม่ คนที่ไม่เคยใช้ อย่าพูด แต่สำหรับมาร์คคือใช้แล้ว เพราะว่า แบรนด์เนมเหมาะกับคนที่มีชีวิตที่ดี คนที่ใช้คุณควรมีข้อมูล คือหลายคนมองข้ามเรื่องบุคลิกภาพ ร่างกาย เมื่อเริ่มต้นเริ่มซื้อแบรนด์เนม หลายคนมักจะซื้อกระเป๋า เครื่องเพชร แต่ไม่ได้เริ่มจากบุคลิกภาพ ร่างกายของตัวเรา ไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขในบุคลิก บางคนแต่งชุดแบรนด์เนมทั้งตัว แต่ทาแป้งครีมแล้วยังบ้วน ทุกอย่างคือภาพรวมทั้งหมด เสื้อผ้าที่ราคาแพง เราถมเท่าไหร่ แล้วเราดูไม่แพง เราจะโดนแบรนด์เนมขี่ มันก็ไม่ได้ขยายศักยภาพในตัวเรา แบรนด์เนมหลายคนชอบซื้อตามคนอื่น เราควรเริ่มจากบุคลิกภาพ ร่างกายของตัวเรา เริ่มจากการมีภาพลักษณ์ที่ดี และถ้าคุณประคองมันได้ การที่คุณจะเข้าสังคม สังคมจะหันมาจับจ้องคุณ คุณจะเปล่งประกาย เราต้องทำให้ได้ภายใน 3 วินาทีแรก ทำให้เค้ารู้ว่าเราเป็นคนพิเศษสำหรับงานนี้“

แล้วเราจะถือแบรนด์เนมยังไงให้มีพลัง ?
”คุณรู้ว่าแบรนด์เนมมีระดับชั้น หลายคนเข้าใจผิดว่า พอมีเงินเราก็ต้องซื้อของที่แพงที่สุด แต่คุณรู้มั้ยว่า ภาพลักษณ์ของคุณอาจจะดูต่ำสุด ไม่เปล่งประกาย อยากเป็นคนใช้แล้วเปล่งประกายมาจากข้างในต่อให้ไม่ใช้แบรนด์เนมก็ตาม แต่เราต้องทำให้ตัวเราทรงพลังในทุกกระเบียดนิ้ว แบรนด์เนมจะมีลำดับชั้น ว่าเหมาะกับตัวคุณไหม เพราะว่าการใช้
แบรนด์เนมต้องทำให้ชีวิตดีขึ้น ไม่ใช่ใช้แล้วมีชีวิตที่อยู่เฉยๆ มาร์คจะบอกว่าการใช้ แบรนด์เนมทุกวันนี้ เราต้องไม่โง่ เราต้องหาข้อมูลตรงนี้ ใครอยากที่จะพัฒนาตัวตน ใครที่อยากมีพลัง คุณต้องใช้พลัง อย่างทรงพลัง เพราะว่าเราเคยผ่านมาแล้วว่าตอนเรามีเงินใครลากไปไหนเราก็ซื้อ เพราะว่าลักชูรี่ก็ต้องเลือกเหมือนกัน“

จุดเริ่มต้นที่ให้คำปรึกษา luxury intelligence?
“การที่เลือกของแบรนด์เนมให้ถูกและมีพลัง และเลือกใช้แล้ว จะพาเราไปไหน การลงทุนที่เราจะต่อยอดในสังคมที่เราอยู่ยังไง อาจจะไม่เหมาะกับคนที่มีชีวิตที่ไม่พร้อม แต่ถ้าใครพร้อม แล้วใครเหมาะ ก่อนนี้มาร์คเป็นคนกระหายการที่อยากให้สังคมยอมรับ การใช้เงินโดยที่เราอยากมีตัวตน ซึ่งตอนนี้มาร์คไม่อยากให้ใครเสียเวลาขนาดนั้น อยากให้ทุกคนรู้ว่าเดี๋ยวนี้เวลาสำคัญ การเดินทางครั้งนี้ ทำให้มาร์คตกตะกอนชีวิต ชีวิตตอนนี้กับตอนนั้นพลังมันต่างกัน เราจะเลือกใช้ให้มันถูกต้องกับชีวิต และเราต้องสอนให้คัดพลังอย่างมีคุณค่า และศาสตร์ที่มาร์คสอนนั้น มาร์คตกตะกอนมากว่า 20 ปี มาร์คไม่ใช่โค้ช แต่มาร์คอยากให้คนที่มาเรียนกับมาร์คมองว่า มาร์คเป็นรุ่นพี่ เพราะว่าก่อนหน้านี้เรามีเงิน แล้วเราคัน ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง ตอนนี้ที่มาร์ค์พูดอยู่ ไม่ใช่เพราะว่ามาร์คไม่รู้แต่ตลอด 20 ปีที่ผ่านมามาร์คมีประสบการณ์ และเหมือนมาร์คเปิดญาณของเราเอง เราก็ถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดให้คนใกล้ตัว“

”เราสร้างตั้งแต่มายด์เซ็ท สร้างคาแรคเตอร์ใหม่ ซึ่งอย่างที่มาร์คบอกว่า อาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่ทุกคนสามารถถามมาร์คได้ มาร์คเปิดคลาสสอน บางทีเราก็สอนฟรีด้วยซ้ำ แต่ก็อยากจะบอกทุกคนว่าอย่าเกลียดของลักชูรี่ ต่อให้คุณไม่มีเงิน แต่คุณก็ควรจะเข้าใจ และถ้าวันไหนที่คุณมีเงิน คุณก็ควรใช้ให้มันถูก และก็บอกเราว่าของลักชูรี่ก็ไม่ได้เป็นของที่ทุกคนต้องใช้ มันเหมาะสำหรับบางคน เพราะว่าของลักชูรี่ คนรวยเค้าใช้เค้าไม่เดือดร้อน ตราบใดที่เค้าใช้แล้วเค้ายังมีความสุข แต่สำหรับคนชั้นกลาง ใช้เพื่อยกระดับฐานะ เพราะว่าเราพูดจากตัวเราเองว่าเราได้ผ่านจุดนั้นกับการถูกยกสถานะมาแล้ว เหมือนว่าเราต้องสร้างตัวตนด้วยตัวเอง“

เห็นบอกว่าการใช้แบรนด์เนม ไม่ใช่การลงทุน ?
“ถูกต้องครับ มาร์คไม่ได้แนะนำให้ทุกคนไปลงทุนนะ ถ้าคุณไม่มีข้อมูล คุณไม่สามารถลงทุนได้ เพราะว่าในอดีตมาร์คไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะดัง เราแค่คาดหวังว่า เราพอจะมีเงินซื้อเสื้อผ้าหรือกระเป๋าราคาแพง เราจะสะสมได้มากขนาดไหน จนทำให้เราคิดว่าเราจะจ่ายต่อเพื่อจะสร้างบ้านให้แบรนด์เนมไปเรื่อยๆ เหรอ แบรนด์เนมไม่ได้เหมาะแก่การต้องมาขายต่อ แต่พลังแบรนด์เนมเหมาะกับการใช้เพื่อสู้กับพลังงานในสังคม ให้เรายกระดับ“

และการที่บางคนซื้อแบรนด์เนมมาเพื่อเกร็งกำไร มันถูกต้องไหม?
“วันนี้คงต้องเลิกหลอกตัวเอง มันคือการเล่นเกมส์ มาร์คอยากให้เข้าใจเกมส์การเล่น แบรนด์เนม แบรนด์เนมไม่ได้มีประโยชน์ในการเกร็งกำไร ถ้าจะเอาประโยชน์ตรงนั้น คุณต้องเป็นพ่อค้าแม่ค้าเท่านั้น แต่ถ้าคุณซื้อมาแล้วบอกเป็นลิมิเต็ด แล้วคุณใช้ ตอนสุดท้ายราคาก็ร่วง และเราก็เคยหลงกลว่าที่มันเป็นลิมิเต็ดแล้วเราก็เก็บไว้ แล้วถึงเวลาที่จะเอาไปขาย มันเลยเวลานั้นไปแล้ว ราคามันก็ตก แล้วถ้าใครจะใช้แค่ใบ สองใบ ให้ไปซื้อมือสอง ถ้าคุณไม่ได้ตั้งใจจะสร้างแอคเคาท์ ซื้อแค่ติดไว้เก๋ๆ และมายืนยันว่าซื้อแบรนด์เนมแล้วได้กำไร ไม่มี กว่าคุณจะได้กำไรชิ้นนี้ ทั้งบ้านคุณเสียหมดแล้ว เพราะว่าเราจ่ายเงินไปเยอะมาก”

 

จับตาความสัมพันธ์ วิล ชวิน ปิดไอจีเงียบ ด้าน เบลล่า โพสต์ภาพเดินป่าคู่ชายปริศนา

จับตาความสัมพันธ์ วิล ชวิน ปิดไอจีเงียบ ด้าน เบลล่า โพสต์ภาพเดินป่าคู่ชายปริศนา

จับตาความสัมพันธ์ วิล ชวิน ปิดไอจีเงียบ ด้าน เบลล่า โพสต์ภาพเดินป่าคู่ชายปริศนา

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.58 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนที่แฟนคลับและชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างมากในขณะนี้ เมื่อมีคนตาดีสังเกตเห็นว่านักธุรกิจหนุ่ม “วิล-ชวิน เจียรวนนท์” ได้ทำการปิดอินสตาแกรมส่วนตัวลงอย่างเงียบๆ โดยเมื่อลองค้นหาบัญชีผู้ใช้ ⁠schwin.i.am⁠ ในอินสตาแกรมของนางเอกสาว “เบลล่า-ราณี แคมเปน” แล้ว กลับขึ้นข้อความว่า “ไม่พบผู้ใช้”

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทางด้านของ “เบลล่า ราณี” ได้มีการเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยการโพสต์ภาพกิจกรรมเดินป่าสุดชิล แต่สิ่งที่สะดุดตาแฟนๆ คือภาพคู่กับ “ชายปริศนา” ที่มีการใช้อีโมจิรูปหน้าแมวปิดบังใบหน้าเอาไว้

งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้าไปคอมเมนต์และวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา โดยส่วนใหญ่พุ่งเป้าและฟันธงว่า ชายปริศนาใต้ภาพอีโมจิแมวนั้นน่าจะเป็น “พี่วิล” อย่างแน่นอน พร้อมทั้งมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณของความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เรียบง่าย และไม่ได้ปิดบังอะไร

หลังจากกระแสดังกล่าวถูกแชร์ออกไป แฟนคลับจำนวนมากต่างพากันเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น และส่งกำลังใจให้แก่ทั้งคู่กันอย่างอบอุ่นล้นหลาม ส่วนสาเหตุการปิดไอจีของฝ่ายชายและการเปิดตัวแบบน่ารักๆ นี้จะเป็นอย่างไร คงต้องรอติดตามความคืบหน้าจากปากของทั้งคู่กันต่อไป

ทัวร์ลงยับ แฟนคลับไร้มารยาท ตะโกนไล่ โอปอล ปาณิสรา กลางงานอีเวนต์ จวกยับไม่ให้เกียรติพิธีกร

ทัวร์ลงยับ แฟนคลับไร้มารยาท ตะโกนไล่ โอปอล ปาณิสรา กลางงานอีเวนต์ จวกยับไม่ให้เกียรติพิธีกร

ทัวร์ลงยับ แฟนคลับไร้มารยาท ตะโกนไล่ โอปอล ปาณิสรา กลางงานอีเวนต์ จวกยับไม่ให้เกียรติพิธีกร

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.44 น.

เป็นประเด็นดราม่าร้อนฉ่าบนโลกออนไลน์ทันทีเมื่อมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ในงานอีเวนต์หนึ่ง ซึ่งมีพิธีกรสาวมากความสามารถอย่าง “โอปอล-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ” กำลังทำหน้าที่ดำเนินรายการอยู่บนเวทีร่วมกับศิลปินชื่อดัง

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เพจ โขมงโฉงเฉง ได้มีการเผยแพร่ภาพข้อความที่เกิดขึ้นเมื่อมีแฟนคลับรายหนึ่งที่อยู่บริเวณมุมข้างเวที พยายามจะถ่ายภาพศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ แต่เนื่องจาก “โอปอล ปาณิสรา” นั่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ริมสุดของฝั่งนั้นพอดี ทำให้บดบังมุมกล้อง แฟนคลับคนดังกล่าวจึงตัดสินใจตะโกนขึ้นมาบนเวทีด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมว่า“พี่โอปอล หลบหน่อย”

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ยังมีเสียงบุคคลในบริเวณดังกล่าวพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “ถอยให้ด้วย ชอบว่ะ”สปิริตแรงกล้า ยอมหลบให้เพื่อตัดปัญหาหลังจากได้ยินเสียงตะโกนดังกล่าว ด้วยสปิริตและการควบคุมสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยม โอปอล ปาณิสรา จึงได้ขยับตัวหลบมุมให้เพื่อความสบายใจของแฟนคลับกลุ่มนั้น ซึ่งเมื่อตัวศิลปินหนุ่มบนเวทีเห็นเหตุการณ์และรับรู้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ก็ได้หันมาพูดคุยกับโอปอลด้วยความใส่ใจว่า “ไม่เป็นไรครับ” เพื่อเป็นการเซฟความรู้สึกของพิธีกรรุ่นพี่

ทัวร์ลงสนั่น ชาวเน็ตชี้พฤติกรรม “ต่ำกว่ามาตรฐานมารยาท”

หลังจากคลิปเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปในวงกว้าง ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงจากชาวเน็ตและแฟนคลับคนอื่นๆ โดยส่วนใหญ่ต่างมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไร้มารยาทและไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง พร้อมทั้งแสดงความเห็นในเชิงตำหนิ เช่น เป็นการกระทำที่ไร้มารยาทขั้นสุด ไม่ให้เกียรติทั้งพิธีกรที่กำลังทำงานและตัวศิลปินเอง พิธีกรเขากำลังทำหน้าที่ของเขาอยู่บนเวที ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของแฟนคลับคนใดคนหนึ่ง สงสารและเห็นใจพี่โอปอลมาก แต่ชื่นชมในความใจเย็นและสปิริตการทำงานที่มืออาชีพจริงๆ

ขอบคุณภาพจากเพจ โขมง โฉงเฉง

ขอบคุณภาพเพจ โขมง โฉงเฉง

ขอบคุณภาพเพจ โขมง โฉงเฉง

แฟนคลับส่งกำลังใจห่วง อาม่าแต้ว ทรุดวูบล้มหมดสติ เผยผลตรวจพบไขมันอุดตันบริเวณคอ

แฟนคลับส่งกำลังใจห่วง อาม่าแต้ว ทรุดวูบล้มหมดสติ เผยผลตรวจพบไขมันอุดตันบริเวณคอ

แฟนคลับส่งกำลังใจห่วง อาม่าแต้ว ทรุดวูบล้มหมดสติ เผยผลตรวจพบไขมันอุดตันบริเวณคอ

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.28 น.

ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเป็นห่วงและร่วมส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม หลังจากบัญชีอินสตาแกรมชื่อดัง amahtaew ได้โพสต์ภาพและข้อความอัปเดตอาการป่วยของ “อาม่าแต้ว” ซึ่งเผยให้เห็นภาพของอาม่าแต้วขณะนอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีเจ้าหน้าที่พยาบาลและตัวแทนจากโรงพยาบาลร่วมมอบของเยี่ยมและดูแลอย่างใกล้ชิด

โดยทางอินสตาแกรมของอาม่าแต้วระบุว่า อาม่ามีอาการวูบล้มและหมดสติไป ทำให้ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ซึ่งจากการตรวจเช็กของทีมแพทย์อย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่ามีภาวะไขมันสะสมบริเวณคอที่ไปเลี้ยงหลอดเลือดสมอง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการวูบหมดสติดังกล่าว นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการรอตรวจเช็กการบีบตัวของหัวใจเพิ่มเติมเพื่อความแน่ชัดทางครอบครัวของอาม่าแต้วได้โพสต์ข้อความแสดงความขอบคุณไปยังทีมแพทย์และบุคลากรของ โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ ที่ให้การดูแลรักษาอาม่าเป็นอย่างดี พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณทุกๆ กำลังใจและความห่วงใยที่แฟนคลับส่งเข้ามาให้อย่างไม่ขาดสาย พร้อมติดแฮชแท็ก #สินแพทย์เสรีรักษ์

“ขอบคุณ รพ สินแพทย์ เสรีรักษ์ ที่ช่วยดูแลอาม่าเป็นอย่างดี หลังมีอาการวูบล้มไม่ได้สติ พบไขมันบริเวณคอที่ไปเลี้ยงหลอดเลือดสมอง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งด้วย และรอตรวจการบีบตัวของหัวใจ ขอบคุณทุกกำลังใจจ้า”หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับอาการของอาม่าแต้วเพิ่มเติม ทางสำนักข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

เปิดภาพล่าสุด แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ในวัย 78 ปี ศิลปินแห่งชาติผู้เป็นตำนานเพลงอีแซว

เปิดภาพล่าสุด แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ในวัย 78 ปี ศิลปินแห่งชาติผู้เป็นตำนานเพลงอีแซว

เปิดภาพล่าสุด แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ในวัย 78 ปี ศิลปินแห่งชาติผู้เป็นตำนานเพลงอีแซว

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.21 น.

เปิดภาพล่าสุดของ “แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์” (นางเกลียว เสร็จกิจ) ศิลปินแห่งชาติ สาขศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน – อีแซว) พุทธศักราช 2539 ซึ่งได้รับการเผยแพร่หลังจากที่คณะผู้แทนกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมเดินทางเข้าเยี่ยมเยียน ณ บ้านพักในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

จากภาพ จะเห็นได้ว่า แม่ขวัญจิตในวัย 78 ปี ยังคงมีรอยยิ้มที่แจ่มใสและเปี่ยมด้วยความเมตตา หน้าตาอิ่มเอิบในชุดเสื้อลายดอกสีสันสดใส แม้ว่าในปัจจุบันจะเริ่มมีปัญหาด้านการได้ยินและการเคลื่อนไหวไปบ้างตามวัย จนต้องเริ่มใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน (Walker) ในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่แฟนเพลงหลายคนเห็นภาพนี้แล้วต่างพากันโล่งใจและร่วมส่งกำลังใจให้แม่เพลงเมืองสุพรรณบุรีท่านนี้มีสุขภาพที่แข็งแรงและอยู่เป็นมิ่งขวัญของวงการเพลงพื้นบ้านไทยไปอีกนานแสนนาน