หล่มเก่าพิทยาคม ผงาดแชมป์ชิงช้าสวรรค์ 2026 คว้าถ้วยพระราชทานฯ

หล่มเก่าพิทยาคม ผงาดแชมป์ชิงช้าสวรรค์ 2026 คว้าถ้วยพระราชทานฯ

หล่มเก่าพิทยาคม ผงาดแชมป์ชิงช้าสวรรค์ 2026 คว้าถ้วยพระราชทานฯ

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.11 น.

เดินทางมาถึงบทสรุปอย่างยิ่งใหญ่เป็นที่เรียบร้อย สำหรับการแข่งขันวงดนตรีลูกทุ่งระดับมัธยมศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ “ชิงช้าสวรรค์ 2026” รอบชิงชนะเลิศ ที่เป็นการประชันฝีมือของ 3 โรงเรียนสุดแกร่งจากทั่วประเทศ ซึ่งต่างขนโชว์ทีเด็ดมาฟาดฟันกันแบบไม่มีใครยอมใคร ท่ามกลางแรงเชียร์จากแฟนรายการ

เปิดเวทีการแข่งขันด้วย “โรงเรียนเทศบาล 5 (วัดหัวป้อมนอก) จ.สงขลา” นำทีมโดย “น้องเพลง” ที่มาในบทเพลง “หลวงปู่ทวดเหยียบใจ – ภูมิใจใต้” ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความศรัทธา และเสน่ห์แห่งแดนใต้ ผ่านการเดินทางไหว้พระบนหลังช้าง พร้อมนำเสนอวัฒนธรรมอันงดงามของภาคใต้ได้อย่างมีสีสันและน่าประทับใจ ต่อด้วย “โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี จ.นนทบุรี” นำโดย “น้องยู่อี่” ที่หยิบวรรณคดีเรื่อง “สังข์ทอง” มาตีความใหม่ผ่านบทเพลง “น้ำตาเมียหลวง” และ “กล่อม” ถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดของได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมคืนภาพจำของโชว์ไทยเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงเรียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปิดท้ายด้วย “โรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม จ.เพชรบูรณ์” นำทัพโดย “น้องเนย” ที่สะกดผู้ชมทั้งสตูดิโอด้วยบทเพลง “อาลัยรัก” ถ่ายทอดตำนานความรักและการรอคอยของพ่อขุนผาเมือง ก่อนส่งท้ายอย่างยิ่งใหญ่ในเพลง “พระเทพทรงบุญ” ที่สะท้อนวิถีชีวิตและความภาคภูมิใจของชาวหล่มเก่าได้อย่างทรงพลัง

ก่อนจะเข้าสู่วินาทีแห่งการตัดสินที่คนไทยทั้งประเทศรอคอย และผลการแข่งขันปรากฏว่า “โรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม จ.เพชรบูรณ์” สามารถคว้าตำแหน่ง “แชมป์ชิงช้าสวรรค์ 2026” ไปครองได้สำเร็จ พร้อมควบรางวัล “ชิงช้าสวรรค์มหาชน” ได้อีกหนึ่งรางวัล รับถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา 1,000,000 บาท จาก “แลคตาซอย” ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลื้มปีติและน้ำตาแห่งความสำเร็จ

ภายหลังคว้าชัย ตัวแทนจากโรงเรียนหล่มเก่าพิทยาคม เปิดเผยด้วยความตื้นตันใจว่า “การได้ครองแชมป์ในครั้งนี้คือความฝันที่รอคอยมานาน พร้อมขอบคุณรายการชิงช้าสวรรค์ คณะครู เพื่อนร่วมทีม และทุกแรงสนับสนุนที่ร่วมต่อสู้กันมา แม้จะมีเวลาเตรียมตัวไม่มาก แต่ทุกคนต่างทุ่มเทเกินร้อยจนสามารถก้าวมาถึงความสำเร็จในวันนี้ได้”

และแม้การแข่งขันจะจบลง แต่ความประทับใจยังไม่สิ้นสุด เพราะในวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.นี้ เวลา 15.45 น. แฟน ๆ รายการเตรียมร่วมเฉลิมฉลองใน “ชิงช้าสวรรค์ 2026 รอบฉลองแชมป์” พบกับโชว์สุดพิเศษจากแชมป์ชิงช้าสวรรค์ 2026 รองแชมป์อันดับ 1 และรองแชมป์อันดับ 2 พร้อมการกลับมารวมตัวกันของแม่ทัพและตัวแทนผู้เข้าแข่งขันจากทั้ง 9 โรงเรียน ที่จะมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงแห่งความสุข ความทรงจำ และมิตรภาพบนเวทีแห่งนี้อีกครั้ง พิเศษสุด! กับงานประกาศรางวัล “ชิงช้าอวอร์ด 2026” ที่จะร่วมปิดฉากฤดูกาลแห่งความประทับใจอย่างยิ่งใหญ่

ทำไมยิ่งอด ยิ่งอ้วน? ความจริงเรื่องอินซูลินที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้

ทำไมยิ่งอด ยิ่งอ้วน? ความจริงเรื่องอินซูลินที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้

ทำไมยิ่งอด ยิ่งอ้วน? ความจริงเรื่องอินซูลินที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.06 น.

ลงพุง หิวบ่อย ง่วงหลังกินหวาน ลดเท่าไหร่ก็ไม่ลง อาจไม่ใช่เพราะคุณขี้เกียจ หรือกินเยอะเกินไป แต่เป็นเพราะร่างกายกำลัง “ดื้ออินซูลิน” รายการ On the way with Chom สัปดาห์นี้มาเผยถึงเรื่องใกล้ตัว ภาวะเงียบที่ปล่อยไว้นาน เบาหวานถามหา! “หมอป๊อบ ธนศักดิ์” อายุรแพทย์ด้านการรักษาโรคเบาหวาน เปิดความจริงเรื่องอินซูลิน เบาหวาน และความอ้วน ทำไมบางคนยิ่งนับแคล ยิ่งอดอาหาร แต่น้ำหนักกลับไม่ลง พร้อมเล่าเคสจริงคนไข้เบาหวานที่แค่ปรับเวลานอน ค่าน้ำตาลลดลงจนน่าตกใจ โดยไม่ใช้ยาสักเม็ด

ปัจจัยในการสะสมไขมัน ?

หมอป๊อบ : ที่ผ่านมาผมว่าเรามีคำแนะนำเรื่องของการลดน้ำหนักเยอะมาก ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าการแนะนำแบบไหนก็ตาม หลักการเดียวกับที่เราถูกโฟกัสในรอบ 50 ปีที่ผ่านมาคือ การนับแคลอรี มักจะมองถึงปริมาณของพลังงานที่เราเรียกว่า แคลอรี เรามักจะกล่าวว่าคนที่น้ำหนักเกิน กินเยอะ ขี้เกียจออกกำลังกาย กินเยอะใช้น้อย ทางการแพทย์ก็มักจะมองว่าไม่ใช่โรคหรอก ความอ้วนเป็นเรื่องนิสัย

อินซูลินกับการสะสมไขมัน

หมอป๊อบ : ในคนไข้ที่เป็นเบาหวานเราต้องฉีดอินซูลินเพื่อคุมน้ำตาลในเลือด มักจะลดน้ำหนักไม่ค่อยได้ ก็เลยทำให้ผมกลับไปดูกลไกการออกฤทธิ์อินซูลิน มันออกฤทธิ์โดยการที่เวลาน้ำตาลในเลือดสูง เราฉีดอินซูลินเพื่อลดน้ำตาลในเลือด อินซูลินจะสั่งให้ตับเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดที่สูงให้ไปเก็บเป็นไขมัน แล้วอินซูลินก็จะขังไขมันเอาไว้ในเซลล์ไขมัน พอพลังงานถูกเก็บเป็นไขมันแล้วอินซูลินยังสูง ร่างกายจะไม่สามารถดึงไขมันออกมาใช้ได้ มันก็เลยกระตุ้นให้เราหิวเร็วขึ้น นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าหลักการ Calorie In, Calorie Out น่าจะมีปัญหา ดังนั้นในมุมมองผม เมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้วที่ผมพยายามจะสื่อคือ เรื่องของน้ำหนักที่เกิน แล้วก็สัมพันธ์กับโรคเรื้อรัง คือภาวะที่อินซูลินในเลือดสูง จนกระทั่งร่างกายเกิดการต่อต้านการทำงานของอินซูลินในร่างกายขึ้นมา เป็นการดื้ออินซูลิน

ดื้ออินซูลิน จุดเชื่อมระหว่างโรคอ้วนและเบาหวาน

หมอป๊อบ : ยกตัวอย่าง เช่น น้ำตาลในเลือดสูง เป็นเบาหวานก็ดื้ออินซูลิน อินซูลินมีหน้าที่เอาน้ำตาลที่อยู่ในเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน แต่ถ้าสมมุติเซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน มันไม่ยอมเปิดประตูให้น้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์ น้ำตาลก็จะค้างในเลือด เรามักจะโยนปัญหาเหล่านี้ไปที่เรื่องกรรมพันธุ์หรือพันธุกรรม ดังนั้นคุณต้องใช้ยา นั่นคือคำอธิบายซึ่งผมก็ใช้อธิบายคนไข้สมัยก่อน แต่ตอนที่ผมเริ่มตั้งข้อสงสัยเรื่องเหล่านี้ ถ้าเรากลับไปดูสถิติ จะเห็นว่าโรคอ้วน โรคเบาหวานที่มีอุบัติการณ์สูงขึ้นจริง ๆ มันเป็นช่วงยุคประมาณหลังปี 1980 คือประมาณย้อนหลังไปประมาณไม่ถึง 50 ปีที่ผ่านมา ที่โรคอ้วนสูงขึ้น แล้วโรคเบาหวานก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว พอผมมาทบทวนเรื่องนี้ก็ทำให้เรากลับมานั่งคิดว่ามันใช่เรื่องกรรมพันธุ์เหรอ 50 ปีคือช่วงที่คนเกิดมารุ่นหนึ่งยังไม่เสียชีวิต แล้วเราไปส่งต่อกรรมพันธุ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ มีคนไข้หลายคนถามผมว่าคุณหมอ พ่อผมก็เป็นเบาหวานนะ ตอนนี้น้ำตาลในเลือดผมก็เริ่มสูงขึ้น ผมตอบว่าลองไปถามคนข้างบ้านเราก็ได้ อาจจะมีคนที่เป็นเบาหวานแล้วเขาก็ไม่ได้เป็นญาติเราด้วย เพราะมันก็ไม่ใช่เป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ พอเราโฟกัสกรรมพันธุ์ เราลืมมองสภาพแวดล้อมถ้าสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งที่ทำให้เราป่วย คนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันเราก็ป่วยด้วยโรคเดียวกัน งั้นสภาพแวดล้อมของรูปแบบการทานอาหาร ซึ่งทำให้ร่างกายมีการหลั่งอินซูลินมากขึ้น

ดื้ออินซูลินเกิดจากอะไร ?

หมอป๊อบ : เวลาที่อินซูลินสั่งการให้เอาน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ มันจะไปเปิดตัวรับสัญญาณอินซูลิน ที่ผนังเซลล์ พอมันเปิดตัวรับเสร็จ น้ำตาลเข้าสู่เซลล์เสร็จเรียบร้อย อินซูลินจะต้องถอยออกมาเพื่อให้สัญญาณนั้นได้รีเซ็ตตัวเองใหม่ ถ้าสัญญาณไม่มีการรีเซ็ตตัวเองใหม่ มันจะรับการตอบสนองครั้งต่อไปไม่ได้ คือสิ่งสำคัญ มันเหมือนกับว่าถ้าเราเอากุญแจใส่รูกุญแจแล้วเราก็บิด เราจะใช้กุญแจนั้นใหม่ได้อีกทีหนึ่ง มันต้องถอดออกมาแล้วก็ใส่เข้าไปใหม่แล้วก็บิดอีกทีหนึ่ง การที่อินซูลินสูงในเลือดตลอดเวลา จากรูปแบบการทานอาหาร รูปแบบฮอร์โมนในร่างกายเรา แทบทุกตัวจะไม่มีการสูงแบบต่อเนื่อง มันจะต้องมีช่วงที่สูงขึ้นแล้วลดลง เป็นการทำงานแบบเป็นจังหวะ หมายความว่าถ้าเราทานอาหารที่กระตุ้นอินซูลินสูงขึ้นแล้วเราหยุดการทาน อินซูลินที่สูงขึ้น ไม่ได้สูงขึ้นมากแล้วก็ลดลง เวลาเราทานอาหารครั้งต่อไปหลังจากที่อินซูลินลดลงแล้ว ตัวรับสัญญาณอินซูลินจะสามารถทำงานได้ครั้งที่ 2 หลังที่เราทานมื้อที่ 2 แต่ถ้าเราทานต่อเนื่องบ่อย ๆ อินซูลินค้างตัวเก่ายังไม่ลดลง กินใหม่อีกจะทำให้ระดับอินซูลินค้างสูง ทำให้มันไม่สามารถไปเปิดประตูของตัวรับสัญญาณอินซูลินได้ใหม่นั่นแหละที่เรียกว่า การดื้ออินซูลิน เมื่อตัวรับอินซูลินไม่ตอบรับ เพราะอินซูลินค้างสูงไม่มีจังหวะที่ลดระดับลง น้ำตาลที่เราทานก็จะค้างในเลือด ซึ่งนำไปสู่เรื่องของเบาหวาน และตับก็มีหน้าที่ในการที่จะเอาน้ำตาลนั้นเปลี่ยนเป็นไขมันไปเก็บไว้ที่ใต้ผิวหนัง นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เราอ้วนหรือน้ำหนักเพิ่มขึ้น

บางคนอ้วนและมีไขมันสะสม แต่ตรวจแล้วกลับไม่เป็นเบาหวาน ?

หมอป๊อบ : มันมีขีดการที่บอกว่าเราสามารถอ้วนได้แค่ไหน ถึงจะเกิดเบาหวานขึ้น เวลาที่เราทานอาหารที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ร่างกายจำเป็นต้องมีน้ำตาล 100 มิลลิกรัม เพราะถ้าน้ำตาลสูงกว่า 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มันจะจับตัวกับโปรตีนที่เป็นโครงสร้างในร่างกายแล้วทำให้โปรตีนนั้นไม่สามารถทำงานได้ โปรตีนจะเสียหาย ร่างกายจึงต้องหลั่งอินซูลินแล้วดึงน้ำตาลลง โดยการเอาน้ำตาลที่ดึงลงส่งให้ตับ ตับจะเปลี่ยนให้กลายเป็นไขมันแล้วไปเก็บที่ใต้ผิวหนังเรา ถ้าเรากินแป้งน้ำตาลบ่อย ๆ อินซูลินไม่มีช่วงที่ลดลง ร่างกายเผาไขมันไม่ได้ มันก็จะอยู่ในโหมดการสะสมไขมันไปเรื่อย ๆ ที่จะเกิดเบาหวานเพราะว่าถังเก็บไขมันของเราอยู่ที่เซลล์ไขมันใต้ผิวหนัง ปัญหาอยู่ที่เราอ้วนได้ไม่เท่ากัน

สัญญาณอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าเราเริ่มดื้ออินซูลิน ?

หมอป๊อบ : ลักษณะที่เราสังเกตเองได้ง่าย ๆ ว่าร่างกายดื้ออินซูลินหรือยัง ประเด็นแรกคือ ลงพุงแสดงว่าไขมันเริ่มล้นถังเก็บ อยู่ในโหมดเก็บจนล้นถังเก็บแล้วออกที่ช่องท้องแล้ว 2. คือมักจะตรวจพบว่ามีความดันในเลือดที่สูงขึ้น เมื่อร่างกายเราเริ่มมีการเก็บไขมันเยอะขึ้น ร่างกายเริ่มต่อต้านอินซูลิน ร่างกายจะเริ่มมีการอักเสบ ร่างกายจะเริ่มเก็บเกลือมากขึ้น แล้วร่างกายจะเริ่มทำให้แรงต้านทานในหลอดเลือดเราสูงขึ้น จึงวัดได้ความดันสูง 3. ถ้าตรวจเลือด มันจะมีอยู่ 3 ประเด็นนะครับ อันดับแรกคือ ไตรกลีเซอไรด์ ในเลือดสูงขึ้น อันที่ 2. จะพบว่าไขมันที่เราเรียกว่าไขมันดี หรือ HDL (High-Density Lipoprotein) จะลดระดับลง เพราะเมื่อไหร่ที่ไตรกลีเซอไรด์เริ่มสูงขึ้น แสดงว่าร่างกายเราเริ่มมีการอักเสบ เริ่มมีการทำลาย HDL มากขึ้น สุดท้ายคือ น้ำตาลในเลือดเริ่มสูงกว่าค่าปกติ โดยทั่วไปน้ำตาลในเลือดตอนเช้า ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้วินิจฉัยโรคเบาหวาน จะต้องสูงตั้งแต่ 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป หรือถ้าเราดูน้ำตาลสะสมในเลือดที่เราเรียกว่า ฮีโมโกลบิน เอวันซี (HbA1c) มีเกณฑ์การวินิจฉัยเบาหวานคือสูงเกินกว่า 6.5% แต่ในมุมมองผม ร่างกายเราเริ่มดื้ออินซูลิน ดูจากน้ำตาลสะสมในเลือดคือ น้ำตาลสะสม A1C เกิน 5.7% ขึ้นไป ถือว่าร่างกายเริ่มดื้ออินซูลิน จะเห็นว่าจาก 5.7% ไป 6.5% มันกว้างพอสมควร หมายความว่าร่างกายเริ่มดื้ออินซูลินไปนานพอสมควร หมอถึงจะวินิจฉัยแล้วว่าเป็นเบาหวาน ส่วนมากผมวินิจฉัยเบาหวานได้น้ำตาลเกิน 5.7% ขึ้นไป เริ่มวินิจฉัยก่อนที่จะให้มันไปถึง 6.5%

ยิ่งกินโปรตีนน้อย ร่างกายยิ่งลดการเผาผลาญ ?

หมอป๊อบ :  เราเคยได้ยินคำพูดที่ผ่านมาคือ ถ้าเรายิ่งกินน้อย อัตราการเผาผลาญยิ่งลด แต่สำหรับผม เมื่อแยกคำว่าน้อยออก คือโปรตีนน้อยเกินไป ร่างกายจะลดการเผาผลาญ มันไม่ได้หมายความว่าแคลอรีรวมลดลง แต่มันหมายถึงโปรตีนคุณไม่ถึงที่จะเร่งการเผาผลาญได้ คนไข้ผมส่วนมากเมื่อกินโปรตีนถึง น้ำหนักมันจะลดลงเองอย่างง่าย พยายามกินน้อยเพื่อหวังจะน้ำหนักลดแต่ว่าวิธีการไม่ถูกต้อง ถ้าร่างกายรู้สึกว่าได้สิ่งที่มันต้องการแล้ว อยู่ในภาวะที่ปลอดภัยมากพอ จะเร่งการเผาผลาญให้ ร่างกายเราเซฟไขมัน เพราะเมื่อไหร่ที่เราทานโปรตีนน้อย ร่างกายจะตีความว่าอยู่ในฤดูกาลที่ขาดแคลนอาหาร ถ้ามันไม่เซฟตัวเองเอาไว้ เร่งการเผาผลาญพลังงานในยุคที่ขาดแคลนอาหาร เดี๋ยวจะอดตายแล้วอายุสั้นลง

ถ้านอนน้อยจะส่งผลต่ออินซูลินด้วยไหม ?

หมอป๊อบ : กระทบครับ อย่างที่หมอบอกว่าจังหวะก็คือว่าในช่วงกลางวันเป็นช่วงที่มนุษย์เป็นสัตว์หากินกลางวัน เมื่อแสงอาทิตย์กระทบเรา ร่างกายจะกระตุ้นให้พลังงานมาสลายไขมันออกมา ให้ตับปล่อยน้ำตาลออกมา หลายคนตอนเช้าดึก ๆ 5:00 น. น้ำตาลในเลือดต่ำลง แต่พอเราตื่น 7:00 น. น้ำตาลในเลือดจะเด้งขึ้น เพราะตับจะปล่อยน้ำตาลและสลายไขมันออกมา เซลล์จะเริ่มเปิดประตูเพื่อรับพลังงาน เพราะต้องไปใช้ชีวิตไปหาอาหาร จังหวะที่เซลล์เปิดประตูเพื่อรับพลังงาน แสดงว่าการดื้ออินซูลินจะน้อยลง เพราะเซลล์พร้อมจะรับพลังงานอยู่แล้ว แต่พอกลางคืน เมื่อแสงอาทิตย์หายไปเซลล์จะปิดประตูตัวเอง เป็นเวลาที่ต้องซ่อมแซมตัวเองเมื่อความมืดมาเยือนมันก็จะเริ่มลดการนำเชื้อเพลิงเข้าสู่เซลล์ ดังนั้นในคนที่เป็นเบาหวานที่น้ำตาลไม่ลงก็เพราะนอนดึกกลางคืนแล้วอยู่หน้าจอ LED อยู่ท่ามกลางหลอดไฟด้านบน เราอยู่ในห้องทั้งวันไม่ค่อยเจอแสงแดดข้างนอก แล้วกลางคืนควรจะมืด เราอยู่ท่ามกลางแสงประดิษฐ์ที่สร้างขึ้นมันทำให้เวลาของร่างกายเรากับเวลาของสิ่งแวดล้อมมันหลุดออกจากกัน  ในมุมมองผมในปัจจุบัน ชีวิตคือเรื่องของความสอดคล้องระหว่างนาฬิกาในร่างกายเรากับนาฬิกาของสิ่งแวดล้อม ถ้าเราหลุดจากนาฬิกานี้ จะรู้สึกผิดปกติทันที

ความเครียดส่งผลให้อินซูลินสูงผิดปกติ ?

หมอป๊อบ : คือเมื่อไหร่ที่ร่างกายเครียด มันต้องการที่จะใช้พลังงานมากขึ้น แต่ความเครียดแบบระยะสั้นไม่ได้มีปัญหากลับทำให้ร่างกายเราใช้น้ำตาลได้ดีขึ้น แต่ถ้าความเครียดนั้นต่อเนื่องยาวนาน คือ Chronic Stress เวลาที่เราเครียดร่างกายมักจะเปลี่ยนไขมันไปใช้น้ำตาล เพราะว่าไขมันไม่สามารถละลายในเลือดได้ ดังนั้นการลำเลียงไขมันมาใช้มันเป็นกระบวนการที่อาศัยขั้นตอน คือเหมือนกับต้องขออนุญาตหลายขั้น แต่น้ำตาลเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่ใช้ได้ไวถ้าเราต้องการจะใช้มันต้องวิ่งโดยโซนที่สูงไปนิดหนึ่งด้วย ถ้าวิ่งแบบจ็อกกิ้งธรรมดา หายใจได้ทัน ร่างกายมันก็ใช้ไขมันได้ ปัญหาอยู่ตรงระยะยาว อย่างที่บอกคือถ้าเราเครียดนาน ในช่วงที่ร่างกายสลับจากการใช้ไขมันมาใช้น้ำตาล ร่างกายบูสต์น้ำตาลให้สูงขึ้น โดยตับสลายไขมันเปลี่ยนเป็นน้ำตาล แล้วการใช้น้ำตาลของเซลล์จำเป็นต้องอาศัยอินซูลิน ดังนั้นเมื่อเรา Chronic Stress น้ำตาลสูงนาน อินซูลินก็สูงนานก็ทำให้ตัวรับสัญญาณเราเริ่มไม่ตอบสนอง

 IF เป็นการเล่นกับระดับอินซูลินได้จริงไหม ?

หมอป๊อบ : เป็นการเล่นกับระดับอินซูลินครับ เพราะว่าอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่หลัก ๆ การกระตุ้นอินซูลินก็คือช่วงเวลาการกิน แม้เราจะกินอาหารที่ไม่มีแป้งน้ำตาล ไม่ใช่ไม่กระตุ้นอินซูลินแต่จะกระตุ้นไม่มากเท่านั้นเอง ดังนั้นการ Fast คือ การทำให้อินซูลินที่สูงขึ้นลดลง เมื่อเราไม่กินก็ไม่กระตุ้นอินซูลิน ก็เป็นขาลงของอินซูลิน ดังนั้นในมุมมองผมการ Fast เหมาะสมสำหรับคนที่มีปัญหาการดื้ออินซูลินในเลือดสูง จำเป็นต้องอาศัยการ Fast เพื่อลดอินซูลินลง เพื่อทำให้ร่างกายได้รับการอนุญาตให้กลับมาเผาไขมัน

ควรดูแลตัวเองยังไงเพื่อไม่ให้ร่างกายดื้ออินซูลิน ?

หมอป๊อบ : สำหรับในคนที่ยังไม่ป่วยแล้วต้องการป้องกันไม่ให้ตัวเองป่วย ป้องกันไม่ให้เราเข้าไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง อันดับแรกคือพยายามกินอาหารที่เป็นอาหารจริง ๆ กินอาหารที่เป็นธรรมชาติ สำหรับคนที่แข็งแรงปกติผมมีหลักการแค่ว่า 1. อย่าขาดโปรตีนกับกรดไขมันที่จำเป็น อย่ากลัวการกินเนื้อสัตว์ อย่ากลัวการกินไขมันสัตว์ อย่ากลัวการทานซีฟู้ด ทานผักผลไม้ตามฤดูกาลได้ ไม่ได้ซีเรียส ตราบใดที่ไม่เอาอาหารเหล่านั้นไปแปรรูปจนเป็นอาหารผ่านกระบวนการขั้นสูง 2. เราควรจะมีระยะเว้นการกินอาหาร พยายามที่จะตัดอาหารผ่านกระบวนการขั้นสูงออกไป 3. เวลาในการกินอาหาร จังหวะในการกินอาหารที่ถูกต้องที่ร่างกายเรามีความไวต่ออินซูลินมากพอที่จะจัดการอาหารได้ คือช่วงเวลากลางวัน โดยเฉพาะอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ควรทานในช่วงกลางวันและให้ร่างกายสัมผัสกับแสงแดดบ้างจะช่วยในกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตได้ แม้กระทั่งการออกกำลังกายกลางแจ้งที่มีแสงแดด มันซัพพอร์ตในการที่ร่างกายเราจะใช้พลังงานได้ดีกว่าการออกกำลังกายในห้องที่เปิดแสงไฟแบบนี้ เพราะแสงแดดจะเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้พลังงานที่ไหลเวียนในเซลล์ มันไหลเวียนด้วยความราบรื่น

เก็บตก MGI ALL STARS วาเนสซา ปุลการิน จาก โคลัมเบีย คว้ามงคนแรกของประวัติศาสตร์

เก็บตก MGI ALL STARS วาเนสซา ปุลการิน จาก โคลัมเบีย คว้ามงคนแรกของประวัติศาสตร์

เก็บตก MGI ALL STARS วาเนสซา ปุลการิน จาก โคลัมเบีย คว้ามงคนแรกของประวัติศาสตร์

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.01 น.

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ถูกจารึกอีกครั้งบนเวทีนางงามระดับโลก MGI ALL STARS 1st Edition  ณ  MGI Hall ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9 หลัง บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานองค์กร Miss Grand International และรองประธาน Miss Universe Asiana จัดให้ 56 สาวงามท็อปโลกเดินทางาเมืองไทยเพื่อประชันกันอย่างดุเดือด ท่ามกลางคนดูนับล้านคน ทุ่มโหวตกันจนระบบล่มเป็นระยะ แต่ในที่สุด นางงามตัวเต็ง วาเนสซา ปุลการิน จาก โคลัมเบีย คว้ามง คนแรกของประวัติศาสตร์ นับเป็นผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถพิชิตหัวใจคณะกรรมการทั้ง 8 คนได้อย่างสมศักดิ์ ฝ่าด่านสุดหินมาทุกรอบ ประกอบกับแรงโหวตจากแฟนนางงาม ส่งให้เธอได้ครองมงกุฎ “The All Stars Crown” พร้อมจารึกชื่อเป็น MGI All Stars คนแรกของโลก อย่างเป็นทางการ สำหรับตำแหน่งรองอันดับ 1 ตกเป็นของ เฟธ มาเรีย พอร์เตอร์ จาก กาน่า  ในขณะที่นางงามคนดังแห่งเวียดนาม   เฮือง ยาง เหงียน จอดที่รองอันดับ 2 ส่วน 3 นางงามไทย ทารินา โบเทส , กชกร กอนตระกูล และ ญาดา เทพนม ไปไม่ถึงฝัน

ทว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น โดยผู้ชนะการแข่งขัน MGI All Stars ครั้งที่1 จะต้องกลับมาป้องกันตำแหน่งในการแข่งขันครั้งต่อไป หากสามารถครองตำแหน่งได้ต่อเนื่องถึง  3 สมัยติดต่อกัน จะได้รับเงินรางวัลสะสมสูงถึง 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36 ล้านบาท ค่ำคืนที่ผ่านมาจึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันนางงาม แต่คือการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการความงามโลก ที่จะถูกกล่าวขานไปอีกยาวนานว่า ใครคือผู้หญิงคนแรกที่ได้ชื่อว่า “MGI ALL STARS”

หลิน ท่าขอนยาง จากเด็กพิเศษข้างทาง…สู่การเป็นอินฟลูฯ ตัวท็อป เปิดใจ เคยมีคนจ้างไปกินข้าว?

หลิน ท่าขอนยาง จากเด็กพิเศษข้างทาง…สู่การเป็นอินฟลูฯ ตัวท็อป เปิดใจ เคยมีคนจ้างไปกินข้าว?

หลิน ท่าขอนยาง จากเด็กพิเศษข้างทาง…สู่การเป็นอินฟลูฯ ตัวท็อป เปิดใจ เคยมีคนจ้างไปกินข้าว?

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.54 น.

น้องหลิน ท่าขอนยาง เด็กพิเศษข้างทางสู่การเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ตัวท็อปขวัญใจชาวโซเชียล ที่วันนี้ขอควงเบนซ์ อดิศักดิ์ พี่ชายคนสำคัญที่หยิบยื่นโอกาสครั้งใหญ่ ทำคลิปกลายเป็นไวรัล ทำให้ชีวิตของน้องหลินเปลี่ยนไป เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ พร้อมเปิดเรื่องราวความผูกพันจากคนไม่รู้จักสู่ความสัมพันธ์แบบแน่นแฟ้นยิ่งกว่าพี่น้อง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง One31 ที่มีหนิง ปณิตา และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

หนูรู้ตัวเองไหมว่าตอนนี้ดังมาก?

หลิน : ดังมาก อยากมาเจอพี่อั้มครั้งแรก

หลินจำได้ไหมว่ามีพี่ๆ ในวงการใครเป็นแฟนคลับบ้าง?

หลิน : มีพี่หนิงคนแรก

หนิง ปณิตา : มีโอกาสเจอน้องหลิน เพราะเขาชื่นชอบอั้ม พัชราภา ตั้งแต่เล่นเรื่องเพลิงพระนาง แล้วปรากฎว่าคนที่ดูแลน้องหลินอีกคนนึงเขาสนิทกับพี่อั้มก็เลยพาน้องหลินไปเจอพี่อั้มที่ตลาดอั้ม อั้ม

ทำไมน้องหลินถึงชอบพี่อั้ม?

หลิน : หนูชอบมาก เขาให้คูปอง แม่หนูแดงพาไปเจอพี่อั้มครั้งแรกพี่อั้มตัวหอมมาก พี่อั้มซัพพอร์ตหนู 

พี่อั้มกับน้องหลินใครสวยกว่ากัน?

หลิน : พี่อั้มสวยกว่า ตัวจริงพี่อั้มสวยมาก

ตอนนี้น้องหลินฮอตมาก ทำงานทุกวันเลย วันนี้ทำงานอะไรบ้าง?

หลิน : หนูขายออนไลน์ ถ่ายคลิป แล้วก็มีขนมปังของหนูเอง

ล่าสุดมีคนโทรมาจ้างไปกินข้าว?

หลิน : ไม่ค่ะ หนูไม่เอา เพราะหนูกินมาแล้ว

ล่าสุดไปเล่นซิทคอม?

หลิน : ใช่ค่ะ เรื่อง เจ๊ทแหลก2 อยากเล่นอีก ไปถ่ายสนุกมากค่ะ

ไปรายการ เทคฮอร์โมน จนสปอนเซอร์ชู้ดเงินแสนให้น้องหลินกลับบ้านด้วย?

หลิน : ตื่นเต้นมากเลยค่ะ

พี่เบนซ์กับน้องหลินผูกพันกัน?

เบนซ์ : เบนซ์เจอน้องมาตั้งแต่น้องอายุ 11-12 ย้อนไป 8 ปีก่อนไปเจอเขานั่งเล่นที่นั่นตลอด มีพูดคุยด้วยบ้าง ซื้อขนมไปฝากบ้าง ให้เงินน้องไปซื้อเองบ้าง ก็สงสารเขา เนื้อตัวก็มอมแมม จริงๆ เขามีบ้าน อยู่กับญาติๆ นั่นแหละ ญาติๆ เขาทำมาหากินไม่มีเวลาดูแลเขาก็สงสาร

ครั้งแรกที่เจอรู้สึกอะไรถึงเมตตาน้อง?

เบนซ์ : รู้สึกว่าน้องน่าสงสารครับ

ทำไมถึงอยากเอาเด็กคนนี้มาดูแล น้องเป็นเด็กพิเศษด้วย มันไม่ได้ง่าย?

เบนซ์ : หลังจากที่น้องเริ่มมีชื่อเสียง ยังไม่ได้เอามาอยู่ด้วย พาน้องไปทำงาน รับงานรีวิวทั่วไป น้องอยู่บ้านกับคุณพ่อปกติ แต่มีวันนึงที่เบนซ์ออกไปข้างนอกตอนดึก บังเอิญไปเจอเขาเดินอยู่ตามถนนก็เลยรู้สึกเป็นห่วงมากๆ กลัวเกิดอันตราย จนมีโอกาสพาน้องไปกินข้าวที่บ้าน คือทำกับข้าวกินกับแก๊งเพื่อน เลยพาน้องไปขออนุญาตคุณพ่อบอกว่าขอพาน้องไปกินข้าว มาส่งดึกๆ นะครับ ไปๆ มาๆ ก็เล่นด้วยกันจนดึก จนเขานอนค้างด้วย พอวันถัดไป ไปสนามที่เดิม เขาบอกขอกลับบ้านแป๊บนึงนะ เดี๋ยวหนูมา แต่ไม่ได้บอกว่าไปทำอะไร ก็หอบเสื้อผ้ามาเลยครับ

วันนั้นหนูคิดยังไง ไปเก็บเสื้อผ้าแล้วมาอยู่กับพี่เบนซ์ บอกคุณพ่อว่ายังไง?

หลิน : บอกพ่อว่าหนีออกมา พ่อหนูไปก่อนนะไปอยู่กับพี่เบนซ์ ค้างคืน 

น้องหลินมาอยู่กับพี่เบนซ์ไม่กลัวหรอ?

หลิน : (ส่ายหัว) ก็พี่เบนซ์เป็นผู้ชาย หนูไม่อยากกลัว อยากไปนอนด้วย ขายของ ถ่ายคอนเทนต์

อยู่บ้านพี่เบนซ์เป็นยังไงบ้าง?

หลิน : สบายสบายมากแล้วก็ตื่นเต้น แล้วก็เบิกตังค์พี่เบนซ์ไปกินขนม พอเสร็จก็นอน

คุณพี่หนูแดงทำไมอยู่ๆ มาช่วยดูแลน้องหลิน?

หนูแดง : เราเป็นแฟนคลับ มีวันนึงที่แบบนอยด์ๆ ก็ไปเลื่อนคลิปดู มีแฟนคลับบอกว่าช่วยอวดพรวันเกิดให้พี่หน่อยได้ไหม หลินบอกว่า ขอพี่ใบเตยไปสู่สุคติ เราก็หายนอยด์เลย เราดูคลิปเขา เขาบอกชอบพี่อั้ม เราก็เออ..ถ้าวันนึงไปบ้านพี่อั้ม เราต้องพูดเรื่องนี้ จะขออัดคลิปหน่อยได้ไหม อยากให้พี่อั้มได้เห็นความน่ารัก พี่อั้มบอกว่ามาสิ เอามาเลยวันงานตลาด ก็เลยเป็นครั้งแรกที่พามาเจอพี่อั้ม สานฝัน เขาเจอแล้วร้องไห้เลย

มีคอมเมนต์บอกว่าทำไมถึงเอาน้องมาทำมาหากิน?

เบนซ์ : ตอนแรกยอมรับว่าเครียดมาก แล้วเสียใจด้วยครับที่มีคนคิดแบบนี้ แต่พักหลังมาเริ่มเข้าใจได้ครับ ความคิดของคนมันไม่เหมือนกัน เบนซ์อยากฝากบอกคนที่คิดลบว่า การที่เราได้เห็นชีวิตเด็กคนนึง ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เบนซ์ ครอบครัวเบนซ์ ทางครอบครัวน้องอีก ทีมงานได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากดว่าที่จะมาคิดลบ 

เวลาได้เงินจากการทำงาน พี่เบนซ์เองก็ให้น้องหลินเอาเงินไปให้คุณพ่อ?

เบนซ์ : ใช่ครับ

หลินเอาเงินไปให้คุณพ่อยังไงบ้าง?

หลิน : บอกพ่อว่าสุขภาพแข็งแรงนะพ่อนะ แล้วก็กราบเท้าพ่อ

ภูมิใจไหม?

หลิน : (พยัคหน้า)

หลายคนกังกวลมาก พี่เบนซ์จะดูแลน้องหลินอีกนานแค่ไหน เพราะวันนึงพี่เบนซ์ต้องมีครอบครัว มีแฟน แต่งงาน มีลูก?

เบนซ์ : พูดตามตรงว่าเบนซ์ให้คำตอบไม่ได้ เบนซ์ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะถ้าเกิดพูดไปก็เหมือนทำสัญญาเนาะ ถ้าเกิดทำไม่ได้ก็ไม่ดี ขอทำแต่ละวันให้มันดีที่สุดดีกว่า ดูแลเขาให้ดีที่สุด

วันนี้งานน้องยังเยอะอยู่ ถ้าวันนึงงานอาจจะน้อยลงก็ยังดูแลน้องต่อไปไหม?

เบนซ์ : แน่นอนครับ จริงๆ ก็ดูแลน้องตั้งแต่ยังไม่มีงานเลย

น้องหลินรักพี่เบนซ์แค่ไหน?

หลิน : ทั้งฟ้าเลย

ยังไงกันน้า? เป๊ก เศรณี ส่งดอกไม้ให้ เกรซ ชลิตา ชาวเน็ตแห่ซูมข้อความบนการ์ด

ยังไงกันน้า? เป๊ก เศรณี ส่งดอกไม้ให้ เกรซ ชลิตา ชาวเน็ตแห่ซูมข้อความบนการ์ด

ยังไงกันน้า? เป๊ก เศรณี ส่งดอกไม้ให้ เกรซ ชลิตา ชาวเน็ตแห่ซูมข้อความบนการ์ด

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.46 น.

1 มิถุนายน 2569 ทำเอาชาวเน็ตแห่ซูมตาแตก เมื่อสาวสวย “เกรซ ชลิตา โสตถิวันวงศ์” ได้โพสต์ภาพช่อดอกไม้สีขาวสุดสวยลงในอินสตาแกรมสตอรี่ โดยระบุชื่อผู้ส่งว่า “เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล” ลูกชายของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

นอกจากช่อดอกไม้แล้ว ยังมีการ์ดอวยพรแนบมาด้วย โดยมีข้อความให้กำลังใจและแสดงความยินดีว่า “ขอให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ สิ่งที่อยากจะทำ ให้ได้เกินเป้าในทุกๆ อย่าง และขอให้กิจการเติบโตหลายเท่าๆ เลยนะ”

ซึ่งหลายคนคาดว่าเป็นการส่งมาเพื่อร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสที่เกรซเพิ่งเปิดธุรกิจใหม่

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตจับตาเป็นพิเศษ คือก่อนหน้านี้ เป๊ก เศรณี เคยถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ หลังโพสต์สตอรี่เพลง “Rain Zone” ของแรปเปอร์ MAIYARAP feat. Z9 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการแอบรัก พร้อมแท็กชื่ออินสตาแกรมของเกรซเอาไว้ด้วย

มรภ.เพชรบุรี ชูวิสัยทัศน์! เปิด ‘คณะสัตวแพทยศาสตร์’ ชูทุนฟรี – มีรายได้ช่วงเรียน

มรภ.เพชรบุรี ชูวิสัยทัศน์! เปิด ‘คณะสัตวแพทยศาสตร์’ ชูทุนฟรี - มีรายได้ช่วงเรียน

มรภ.เพชรบุรี ชูวิสัยทัศน์! เปิด ‘คณะสัตวแพทยศาสตร์’ ชูทุนฟรี – มีรายได้ช่วงเรียน

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.06 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เดินหน้ายกระดับการศึกษา และตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำด้านวิชาการในภูมิภาค ประกาศความพร้อมเตรียมจัดตั้ง “คณะสัตวแพทยศาสตร์” อย่างเป็นทางการ เพื่อตอบสนองความต้องการบุคลากรด้านสุขภาพสัตว์ ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมแล้วเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลสัตว์ ประจำภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2569 รับจำนวนจำกัดเพียง 40 ที่นั่ง ชูจุดขายทุนเรียนฟรี 4 ปี  มีรายได้ระหว่างเรียน อนาคตเล็งยกระดับมาตรฐานสู่สากล รับสมัครวันนี้ – 20 มิถุนายน 2569 

รศ.ดร.พัชรศักดิ์ อาลัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เปิดเผยว่า เป็นก้าวสำคัญในการก่อตั้งคณะสัตวแพทยศาสตร์ ได้เตรียมความพร้อมจะเปิด 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรการพยาบาลสัตว์ หลักสูตรเทคนิคการสัตวแพทย์ และหลักสูตรสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต เป็นความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยที่จะสร้างบุคลากรสายสนับสนุนสัตวแพทย์และสัตวแพทย์ ที่มีความเชี่ยวชาญสูง เข้าไปสู่ในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ ซึ่งหลักสูตรนี้ได้ถูกออกแบบมาให้เข้มข้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้บัณฑิตจบมาพร้อมทำงานได้อย่างมืออาชีพตั้งแต่วันแรก (day one competency)

ทั้งนี้ ไฮไลต์สำคัญของการเปิดรับสมัครในครั้งนี้ คือ การมอบโอกาสทางการศึกษาอย่างเหนือระดับ มหาวิทยาลัยได้เตรียม “ทุนเพชรราชภัฏ” ซึ่งเป็นทุนการศึกษาเต็มจำนวน ครอบคลุมค่าเล่าเรียนฟรีตลอดหลักสูตร 4 ปี นอกจากนี้ยังมีทุนสนับสนุนอื่นๆ อีกมากมายเพื่อรองรับนักศึกษาที่มีศักยภาพ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และส่งเสริมทักษะวิชาชีพไปพร้อมกัน  โดยทางมหาวิทยาลัยยังได้นำร่องโครงการ “Earn While Learn” (เรียนไป มีรายได้ไป) แล้วยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าปฏิบัติงานจริงในคลินิกรักษาสัตว์ของมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะมีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมกันนี้ยังมอบสิทธิพิเศษในการผ่อนชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาได้ถึง 3 งวดต่อภาคเรียนอีกด้วย

“เราไม่ได้มองแค่การผลิตบัณฑิตสู่ตลาดแรงงานในประเทศ แต่เรายังมองไกลไปถึงมาตรฐานระดับสากล นักศึกษาของเราจะมีโอกาสได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน และเดินทางไปฝึกงานในต่างประเทศ เพื่อเปิดโลกทัศน์และยกระดับทักษะทางคลินิกให้เทียบเท่าสากล ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของหลักสูตรนี้”

อธิการบดีฯ กล่าวอีกว่า การเปิดหลักสูตรการพยาบาลสัตว์ในครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการอุดมศึกษาไทย ที่ผสมผสานการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติการ (Practice-based Learning) เข้ากับการสนับสนุนคุณภาพชีวิตของนักศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี (PBRU)  ยังได้สร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ลดการหลุดออกจากระบบ พร้อมมอบทุนการศึกษา ดังนี้

1.             เรียนดี เรียนฟรีสูงสุด 100% (นักเรียนเกรดเกิน 3.5 เรียนฟรีเทอมแรก รักษาเกรดได้ เกิน 3.5 ฟรีทุกเทอม เกรด 3.0-3.49 จ่าย 25% )

2.             ขาดแคลนทุนทรัพย์ ความประพฤติดี ลดค่าเทอมสูงสุด 50% เทอมแรก

3.             มีรายได้ระหว่างเรียน 3,000 บาทต่อเดือน (เข้าร่วมโครงการ Earn While Learn)

4.             ผ่อนชำระค่าเล่าเรียนได้ 3 งวด

สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเกณฑ์การรับสมัครรอบต่างๆ โควตาพิเศษ และข้อมูลทุนการศึกษาของหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลสัตว์ (รับจำนวน 40 คน) ประจำปีการศึกษา 2569 รับสมัครวันนี้ – 20 มิถุนายน 2569  สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/profile.php?id=61589253653317  / หรือแบบฟอร์มสมัครเข้าศึกษา https://forms.cloud.microsoft/r/WTv0sP3NYB  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัย โทร 032 708 624

สกู๊ปพิเศษ : 20 ปีแห่งความ ‘พยายาม’ ของนักวิจัยไทย จากการต่อสู้กับแมลงวันทองในสวนเล็กๆ สู่ต้นแบบการผลิตผลไม้ปลอดภัยของประเทศไทย

สกู๊ปพิเศษ : 20 ปีแห่งความ ‘พยายาม’ ของนักวิจัยไทย จากการต่อสู้กับแมลงวันทองในสวนเล็กๆ สู่ต้นแบบการผลิตผลไม้ปลอดภัยของประเทศไทย

สกู๊ปพิเศษ : 20 ปีแห่งความ ‘พยายาม’ ของนักวิจัยไทย จากการต่อสู้กับแมลงวันทองในสวนเล็กๆ สู่ต้นแบบการผลิตผลไม้ปลอดภัยของประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.58 น.

หากพูดถึง เทคโนโลยีนิวเคลียร์” หลายคนอาจนึกถึงพลังงานหรือการแพทย์ แต่ที่ จ.จันทบุรี เทคโนโลยีนิวเคลียร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในอีกมิติหนึ่ง นั่นคือการช่วยเกษตรกรต่อสู้กับ แมลงวันทอง หรือแมลงผลไม้ ศัตรูตัวเล็กที่สร้างความเสียหายมหาศาลต่อผลผลิตทางการเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศ

ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ได้ทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่ อ.ขลุง จ.จันทบุรี เพื่อแก้ปัญหาแมลงวันผลไม้ในผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของไทย ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ซึ่งนี่ไม่ใช่งานวิจัยที่เกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการแล้วจบลงในรายงานวิชาการ แต่คือการเดินทางอันยาวนานของนักวิจัยไทยที่ลงพื้นที่จริง ทำงานเคียงข้างเกษตรกร ทดลอง ปรับปรุง และพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของการนำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

หากย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน แมลงวันผลไม้” ถือเป็นปัญหาใหญ่ของเกษตรกรจันทบุรี หลายพื้นที่ประสบความเสียหายต่อผลผลิตในระดับรุนแรง บางช่วงสร้างความเสียหายได้มากถึง 50 – 100 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตทั้งหมด เพราะผลไม้ที่ถูกแมลงวันผลไม้วางไข่จะเกิดความเสียหายภายใน เน่าเสียก่อนถึงมือผู้บริโภค และไม่สามารถผ่านมาตรฐานด้านสุขอนามัยพืชของประเทศคู่ค้าได้ ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรและศักยภาพการส่งออกผลไม้ไทย ในเวลานั้นวิธีที่เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้คือ การฉีดพ่นสารเคมี อย่างต่อเนื่อง แม้จะช่วยลดปัญหาได้ในระยะสั้น แต่กลับเพิ่มต้นทุนการผลิต ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค

จุดเริ่มต้นของความหวัง

ปี พ.ศ.2549 เกษตรกรในพื้นที่ ต.ตรอกนอง อ.ขลุง จ.จันทบุรี เริ่มรวมตัวกันเพื่อหาทางออกจากปัญหาแมลงวันผลไม้ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากโครงการคลินิกเทคโนโลยี ก่อนพัฒนาไปสู่การจัดการศัตรูพืชแบบบูรณาการในระดับพื้นที่ หรือ Area-Wide Integrated Pest Management (AW-IPM) โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ สทน. นำ เทคนิคแมลงเป็นหมัน” หรือ Sterile Insect Technique (SIT) เข้ามาใช้ร่วมกับมาตรการควบคุมอื่นๆ เพื่อจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ ลดการใช้สารเคมี และสร้างแนวทางการควบคุมศัตรูพืชที่ยั่งยืนมากขึ้น

เบื้องหลังความสำเร็จที่เห็นในวันนี้ ไม่ได้เกิดจากการนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาใช้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องของนักวิจัย สทนตลอดระยะเวลากว่าสองทศวรรษ

นักวิจัยเริ่มต้นจากการศึกษา ชีววิทยา พฤติกรรม และวงจรชีวิต ของแมลงวันผลไม้ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย พัฒนาระบบเฝ้าระวังและสำรวจประชากรแมลงในพื้นที่ปลูกผลไม้สำคัญ เพื่อให้เข้าใจรูปแบบการแพร่ระบาดและสามารถวางแผนควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากนั้นจึงพัฒนาระบบเพาะเลี้ยงแมลงวันผลไม้ในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้ด้านชีววิทยา การจัดการอาหารเลี้ยงแมลง การควบคุมคุณภาพ และการผลิตในปริมาณมาก เพื่อให้สามารถผลิตแมลงได้หลายล้านตัวต่อสัปดาห์

อีกหนึ่งความก้าวหน้าสำคัญ คือการพัฒนาสายพันธุ์แมลงวันผลไม้ที่สามารถแยกเพศได้ ซึ่งช่วยให้สามารถคัดแยกและปล่อยเฉพาะแมลงวันผลไม้เพศผู้เป็นหมันออกสู่ธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมแมลง ลดต้นทุนการผลิต และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยแมลงเพศเมีย ควบคู่กันนั้น นักวิจัยยังพัฒนาเทคนิคการฉายรังสีที่เหมาะสม เพื่อให้แมลงเพศผู้เป็นหมันโดยยังคงความแข็งแรง ความสามารถในการบิน และความสามารถในการแข่งขันผสมพันธุ์กับแมลงในธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จของเทคนิคแมลงเป็นหมัน นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพ การขนส่งแมลง การติดตามผลหลังการปล่อย และระบบเก็บข้อมูลภาคสนามอย่างต่อเนื่อง จนสามารถนำองค์ความรู้ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมจริงของประเทศไทย

หัวใจสำคัญของเทคนิคนี้ คือการปล่อยแมลงวันผลไม้เพศผู้ที่ผ่านการฉายรังสีจนเป็นหมันกลับสู่ธรรมชาติ  เมื่อแมลงเพศผู้เหล่านี้ไปผสมพันธุ์กับแมลงตัวเมียในธรรมชาติ จะไม่สามารถให้กำเนิดลูกหลานรุ่นใหม่ได้ ส่งผลให้จำนวนประชากรแมลงวันผลไม้ลดลงอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาการใช้สารเคมีในปริมาณมาก

ในพื้นที่ดำเนินงาน มีการปล่อยแมลงวันผลไม้เพศผู้เป็นหมันสัปดาห์ละ 5–10 ล้านตัว ควบคู่กับการวางกับดัก การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ การสำรวจประชากรแมลง และการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในพื้นที่ นี่คือการใช้วิทยาศาสตร์จัดการปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาที่ปลายทาง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนว่าการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง

พื้นที่ดำเนินงานสามารถลดประชากรแมลงวันผลไม้ได้มากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับพื้นที่โดยรอบ ขณะที่การใช้สารเคมีลดลงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์

ข้อมูลการเฝ้าระวังยังพบว่า พื้นที่สามารถรักษาระดับการระบาดของแมลงวันผลไม้ให้อยู่ต่ำกว่ามาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 24 เดือน โดยมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่า 1 ตัวต่อกับดักต่อวัน ซึ่งเป็นเกณฑ์สำคัญของพื้นที่การแพร่ระบาดระดับต่ำตามมาตรฐานสุขอนามัยพืชสากล

ผลสำเร็จดังกล่าวไม่ได้หมายถึงเพียงการลดจำนวนแมลงวันผลไม้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงผลไม้ที่ปลอดภัยขึ้น เกษตรกรที่มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ผู้บริโภคที่ได้รับอาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น และสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบน้อยลง โดยตลอดระยะเวลาของโครงการฯ ทำให้เกิดการจ้างงานในชุมชนตั้งแต่การผลิตแมลงเป็นหมัน การจัดทำกับดัก การสำรวจภาคสนาม การเก็บข้อมูล การขนส่ง และการปล่อยแมลงในพื้นที่จริง  ขณะเดียวกัน พื้นที่แห่งนี้ยังกลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญด้านการควบคุมแมลงวันผลไม้และการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อการเกษตร มีนักศึกษา นักวิจัย และหน่วยงานจากทั้งในและต่างประเทศเดินทางมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการควบคุมแมลงวันผลไม้ แต่คือการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ การพัฒนา และเศรษฐกิจฐานรากที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์

จากความสำเร็จในพื้นที่ต้นแบบ สทน. พร้อมเดินหน้าขยายผลสู่ระดับจังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ปลูกผลไม้ขนาดใหญ่กว่า 100,000–200,000 ไร่ เพื่อยกระดับพื้นที่ปลูกผลไม้ของ จ.จันทบุรีให้เป็นพื้นที่ควบคุมแมลงวันผลไม้ระดับต่ำตามมาตรฐานสากล เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทย ลดอุปสรรคทางการค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดโลก

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวว่า ความสำเร็จของการควบคุมแมลงวันผลไม้ในพื้นที่ ตรอกนอง อ.ขลุง จ.จันทบุรี เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของนักวิจัย สทน. หน่วยงานภาครัฐ และเกษตรกรในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี จนสามารถพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเทคนิคแมลงเป็นหมันให้เกิดผลในระดับพื้นที่จริง

นี่ไม่ใช่เพียงความสำเร็จในการควบคุมแมลงวันผลไม้ แต่เป็นบทพิสูจน์ว่า งานวิจัยของคนไทยสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความปลอดภัยของอาหาร และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในตลาดโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม” ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวและว่า ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา นักวิจัย สทน. ไม่ได้เพียงทำงานเพื่อควบคุมแมลงวันผลไม้ แต่กำลังค่อยๆ แก้โจทย์ทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนทีละขั้น ตั้งแต่การศึกษาพฤติกรรมแมลง การพัฒนาสายพันธุ์ที่สามารถแยกเพศได้ การผลิตแมลงวันผลไม้เพศผู้จำนวนมหาศาล การพัฒนาเทคนิคการฉายรังสี ไปจนถึงการติดตามผลในพื้นที่จริงร่วมกับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

กว่าสองทศวรรษอาจเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับนักวิจัย นั่นคือเวลาของความพยายาม การทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า และการไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาที่ดูเหมือนเล็กน้อยในสายตาคนทั่วไป  วันนี้ ผลลัพธ์ของความพยายามเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในห้องปฏิบัติการ แต่อยู่ในสวนผลไม้ของเกษตรกร อยู่ในผลไม้ที่ปลอดภัยมากขึ้น อยู่ในการลดการใช้สารเคมี และอยู่ในโอกาสใหม่ของผลไม้ไทยบนตลาดโลก” รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน.  กล่าวทิ้งท้าย

บางครั้ง 20 ปีอาจไม่ได้เปลี่ยนโลกทั้งใบ แต่สามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้คนจำนวนมากได้ และสำหรับเกษตรกรที่เคยสูญเสียผลผลิตจากแมลงวันผลไม้มาตลอดหลายปี ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ อาจเป็นคำตอบที่มีค่าที่สุดของการทำงานวิจัยตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา

ปลัดมหาดไทย ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ปลัดมหาดไทย ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

ปลัดมหาดไทย ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.43 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ณ พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร

วันนี้ (1 มิ.ย.69) เวลา 15.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตรถวายพระสงฆ์ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ณ พระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร โดยมี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมกันนี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กรมการศาสนา กรมชลประทาน สภากาชาดไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และพุทธศาสนิกชน ร่วมประกอบพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ด้วยความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยได้รับเมตตาจาก พระพรหมวัชราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1-2-3, 12-13 (ธ) เจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระราชวชิรธรรมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เป็นประธานประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ฯ

โอกาสนี้ องคมนตรี นำผู้ร่วมพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเครื่องทองน้อย และถวายสักการะพระรูป สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทวมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปฐมเจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม แล้วถวายธูปเทียนแพเป็นราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และถวายสักการะ ถวายเครื่องไทยธรรรม แด่ประธานฝ่ายสงฆ์ จากนั้น เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล ผู้ร่วมพิธีรับศีล ประธานฝ่ายสงฆ์บริกรรมคาถาจุดเทียนเท่าพระองค์ และเทียนมหามงคล องคมนตรีจุดเทียนบูชาเทพยดานพเคราะห์ 12 เล่ม และโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่แท่นบัตรพลีเทพยดานพเคราะห์ทั้ง 9 องค์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยจุดเทียนประจำเทพยดานพเคราะห์ โหรประกาศโองการอัญเชิญ เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์สวดชุมนุมเทวดา และเจริญพระพุทธมนต์ โหรกล่าวบูชาเทวดานพเคราะห์วันอาทิตย์ จบแล้ว พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์บทประจำพระอาทิตย์ องคมนตรีจุดเทียนน้ำพระพุทธมนต์ และประเคนครอบน้ำพระพุทธมนต์ โหรกล่าวบูชาเทวดานพเคราะห์สลับกับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์บทประจำดาวนพเคราะห์จนครบทั้ง 9 วัน โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จุดเทียนบูชาเทวดานพเคราะห์วันพฤหัสบดี โหรประกาศสรุปพระนพเคราะห์และประสาทพร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์บทสโมธานคาถา จบแล้ว องคมนตรีพร้อมด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ร่วมพิธี ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ประกอบพิธี พระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนา กรวดน้ำ รับพร เจ้าหน้าที่บรรจุครอบน้ำพระพุทธมนต์และเทพมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ประธานฝ่ายสงฆ์มอบครอบน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์นวัคคหายุสมธัมม์แก่องคมนตรี เพื่อเชิญไปทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นอันเสร็จพิธี

กระทรวงมหาดไทย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างเป็นอเนกประการ ทั้งโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ และการทรงงานสนองและสืบสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลากหลายสาขาในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อการพัฒนาต่อยอดและอำนวยประโยชน์สุขแก่ราษฎร ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ และน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา นำมาซึ่งความผาสุกร่มเย็นของปวงประชา และความเจริญรุ่งเรืองวัฒนาสถาพรของประเทศชาติสืบไป

ภารกิจปกป้องชายแดน! เขมรประท้วงไทย ส่งกำลังวางแนวลวดหนามใกล้ช่องบก

ภารกิจปกป้องชายแดน! เขมรประท้วงไทย ส่งกำลังวางแนวลวดหนามใกล้ช่องบก

ภารกิจปกป้องชายแดน! เขมรประท้วงไทย ส่งกำลังวางแนวลวดหนามใกล้ช่องบก

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.27 น.

ภารกิจปกป้องชายแดน! เขมรประท้วงไทย ส่งกำลัง 50 นาย วางแนวลวดหนามใกล้ช่องบก สร้างความมั่นคงพื้นที่ ไทยย้ำเป็นการปกป้องอธิปไตยพื้นที่ควบคุมฝ่ายเรา

1 มิถุนายน 2569 มีรายงานสถานการณ์จากกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ว่าในพื้นที่ชายแดน โดยฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่า เมื่อเวลา 07.05 น.ฝ่ายไทยได้จัดกำลังประมาณ 50 นาย เข้าดำเนินการวางแนวลวดหนาม ความยาวราว 150 เมตร บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพื้นที่เนิน 745 ใกล้ช่องบก ก่อนที่ฝ่ายกัมพูชาจะเข้ามาแสดงท่าทีห้ามปรามในพื้นที่ดังกล่าว

ขณะที่ฝ่ายไทยชี้แจงว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปเพื่อการป้องกันตนเองและเสริมความมั่นคงในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย โดยยืนยันว่า เป็นการดำเนินการตามภารกิจรักษาความปลอดภัยในเขตที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนของไทย

ชัชชาติ ลุยลาดกระบัง ชูแผนแก้น้ำท่วม-จราจร เมิน IO ปั่นขัดแย้ง

ชัชชาติ ลุยลาดกระบัง ชูแผนแก้น้ำท่วม-จราจร เมิน IO ปั่นขัดแย้ง

ชัชชาติ ลุยลาดกระบัง ชูแผนแก้น้ำท่วม-จราจร เมิน IO ปั่นขัดแย้ง

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.18 น.

“ชัชชาติ”เบอร์ 9 ลงพื้นที่ลาดกระบัง ชูแผนแก้ปัญหาน้ำท่วม-จราจร เมินกระแส IO ปลุกปั่นความขัดแย้ง เจอ”ธีรรัตน์”พาผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทย Life หาเสียง แนะต้องทำงานหนัก ฟังเสียงจริงพื้นที่ “เผื่ออนาคตอาจได้ร่วมงานกัน”

1 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงเขตลาดกระบัง พร้อมติดตามความคืบหน้าโครงการทางยกระดับลาดกระบัง โดยเดินพบปะประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในช่วงวันหยุด บริเวณห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุวรรณภูมิ บรรยากาศคึกคัก ประชาชนต้อนรับและขอถ่ายรูปเป็นกำลังใจ

นายชัชชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า ลาดกระบังคือพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรหนาแน่น ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา กทม.ได้เร่งแก้ไขปัญหาหลักของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการทางยกระดับลาดกระบังฝั่งขาออกที่เปิดใช้งานแล้ว และฝั่งขาเข้าที่เตรียมเปิดเพิ่มเติมในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางของชาวลาดกระบัง นอกจากนี้ ในพื้นที่เคหะร่มเกล้ายังมีการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะด้านสุขภาพและสังคม

สำหรับปัญหาหลักในพื้นที่ลาดกระบังยังคงเป็นเรื่องน้ำท่วม เนื่องจากการระบายน้ำต้องพึ่งพาคลองประเวศบุรีรมย์ที่มีสภาพคดเคี้ยว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมคลองประเวศบุรีรมย์ไปยังบึงหนองบอน เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่กับการสร้างเขื่อนและขุดลอกคลองตลอดแนว และต้องพัฒนาโครงข่ายระบายน้ำในเส้นเลือดฝอยตามซอยและหมู่บ้านต่างๆ โดยอาศัยข้อบัญญัติใหม่ที่เปิดทางให้ กทม.สามารถเข้าไปดูแลระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่ถูกยกให้เป็นสาธารณะได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ส่วนความกังวลต่อสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงนี้นั้น นายชัชชาติ ระบุว่า ตอนนี้ตนเองมีสถานะเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ แต่ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะได้วางระบบบริหารจัดการน้ำและติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งระบบสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ ไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ดังนั้นต่อให้ตนเองไม่อยู่ ระบบก็ยังคงทำงานได้ และต้องชื่นชมทีมสำนักการระบายน้ำ กทม.ที่สามารถรับมือกับเหตุการณ์ฝนตกหนักกว่า 90 มิลลิเมตร เมื่อวานนี้ (31 พ.ค.) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายชัชชาติ ยังได้กล่าวถึงกระแสโจมตีจาก IO บนโลกออนไลน์ ว่า ทุกฝ่ายควรเคารพความเห็นที่แตกต่าง เลิกตอบโต้กันด้วยความขัดแย้ง และหันมาแลกเปลี่ยนความเห็น เสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยมากกว่า

ทั้งนี้ ในระหว่างการลงพื้นที่ นายชัชชาติ ได้พบกับ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ชวัลพัชร สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัครฯ ส.ก.เขตลาดกระบัง กลุ่มเพื่อไทย Life ที่มาลงพื้นที่หาเสียงในช่วงเวลาเดียวกัน โดยนายชัชชาติได้พูดคุยกับ น.ส.ธีรรัตน์ ถึงการทำงานร่วมกันในอดีต พร้อมได้ให้คำแนะนำกับ น.ส.ชวัลพัชร ว่าต้องทำงานให้หนักและลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนให้มาก เผื่อในอนาคตอาจจะได้ร่วมงานกัน ขณะเดียวกัน ยังได้แลกเปลี่ยนถึงประเด็นปัญหาในพื้นที่ร่วมกันด้วย ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการสนทนา น.ส.ธีรรัตน์ ได้กล่าวขอบคุณนายชัชชาติที่ได้แนะนำเรื่องการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ พร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณท่านผู้ว่าฯ มากค่ะ รักอิ่มก็ต้องรักน้องสาวอิ่มด้วยนะคะ” ขณะที่นายชัชชาติได้ให้กำลังใจกับทั้งคู่ เช่นเดียวกับที่ให้กำลังกับผู้สมัครหลายๆ คน ที่พบกันในระหว่างหาเสียง ทำให้บรรยากาศการหาเสียงในแต่ละพื้นที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ