จับตาภัยเสี่ยง “เชื้อกลายพันธุ์แฟรงเกนสไตน์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673119

วันที่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 10:27 น.จับตาภัยเสี่ยง "เชื้อกลายพันธุ์แฟรงเกนสไตน์"  มันเริ่มมาจากคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญรายงานข่าวของสำนักข่าว AP แต่มันมีโอกาสแค่ไหน หลังเคยมีรายงานการพบเดลตาและโอมิครอนรวมพลังกันที่ไซปรัส

ขณะนี้การระบาดของโอดมิครอน (Omicron) กลายเป็นเชื้อหลักในหลายประเทศแล้วตั้งแต่สหรัฐไปจนถึงออสเตรเลีย เข้าแทนที่เดลตา (Delta) โดยมีอาการที่อ่อนกว่าเดลตา แต่อัตราการติดเชื้อแพร่เร็วกกว่า

แต่ในขณะที่เดลตายังไม่ไปไหน มีคำเตือนจากบางประเทศ เช่น ออสเตรเลียให้ประชาชนไปฉีดเข็มกระตุ้นเพื่อป้องกันมัน และมีคำถามเกิดขึ้นมาบ้างแล้วว่า “จะเป็นไปได้ไหมที่จะติดทั้งโอมิครอนและเดลตาในเวลาเดียวกัน?”

ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่าที่ไซปรัส นักวิทยาศาสตร์พบลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อโอมิครอนและเดลตาในตัวอย่างจากผู้ป่วย ทำให้เกิดกระแสเรื่อง “เดลไมครอน” หรือเชื้อทั้งสองผนึกกำลังกันมาระยะหนึ่ง แต่ก็มีกระแสกังขาว่านักวิทยาศาสตร์ที่ไซปรัสทำให้เชื้อทั้งสองผสมกันโดยอุบัติเหตุหรือไม่? ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ที่เปิดเผยเรื่องดังกล่าวยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้เกิดเรื่องเช่นนั้น

แล้วมันเป็นไปได้หรือไม่? นายแพทย์ อาเมช เอ. อาดัลจา (Amesh A. Adalja, MD) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและนักวิชาการอาวุโสศูนย์ความมั่นคงด้านสาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ กล่าวกับเว็บไซต์ Health ว่าการติดเชื้อไวรัสสองสายพันธุ์สามารถเกิดขึ้นได้ เขาบอกว่า “ในทางชีววิทยา ใช่ เป็นไปได้ที่จะติดเชื้อโอมิครอนและเดลตาในครั้งเดียวกัน”

นายแพทย์ โทมัส รัสโซ (Thomas Russo, MD) ศาสตราจารย์และหัวหน้าแผนกโรคติดเชื้อที่มหาวิทยาลัยบัฟฟาโลกล่าวกับ Health โดยอธิบายว่าเชื้อโอมิครอนของ SARS-CoV-2 แพร่ระบาดในเซลล์บางเซลล์ และเดลตาแพร่เชื้อในเซลล์อื่นๆ เมื่อใดก็ตามที่ไวรัสเข้าสู่ร่างกายของเรา อนุภาคต่างๆ จะไม่จับกับทุกเซลล์ ดังนั้นในการติดไวรัสร่วม ไวรัสสายพันธุ์ต่างกันจึงมีโอกาสที่จะสามารถจับกับเซลล์ต่างๆ ได้ในเวลาเดียวกัน

แต่การติดเชื้อร่วมอาจนำไปสู่การสร้างสายพันธุ์ที่อันตรายยิ่งขึ้นได้หรือไม่?

ดร.สจ๊วต แคมป์เบลล์ เรย์ (Dr Stuart Campbell Ray) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ กล่าวกับาสำนักข่าว AP ว่า การหมุนเวียนของเชื้อโอมิครอนและเดลตาไปพร้อมๆ กันผู้คนอาจติดเชื้อซ้ำซ้อนซึ่งสามารถทำให้เกิดสิ่งที่ดร. เรย์เรียกว่า “Frankenvariants” หรือ “เชื้อกลายพันธุ์แฟรงเกนสไตน์” คือลูกผสมที่มีลักษณะเฉพาะของทั้งสองประเภท

บางที เราอาจจะต้องจับตาสถานการณ์ในประเทศที่โอมิครอนและเดลตาแสดงพลังงในระดับเท่าๆ กัย เช่น ในเนปาล Kathmandu Post รายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญว่าขณะที่การติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นมาอีกครั้งในเนปาลเป็นผลมาจากทั้งโอมิครอนและเดลตา และเนปาลกำลังตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามที่ร้ายแรงจากทั้งสองเชื้อนี้ ในสถานการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าคือ “ภัยเสี่ยงคู่”

แต่จนถึงตอนนี้รัฐบาลเนปาลก็ยังไม่ออกคำเตือนเรื่องโอมิครอน และผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ารัฐบาลไม่ควรมองว่ามันมีอาการเบา

Photo by Miguel MEDINA / AFP

ตองกาเจอสึนามิ 1.2 เมตรหลังภูเขาไฟปะทุใต้ทะเล (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673090

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 18:51 น.ตองกาเจอสึนามิ 1.2 เมตรหลังภูเขาไฟปะทุใต้ทะเล (คลิป)ชาวตองกาพากันอพยพหนีสึนามิสูง 1.2 หลังภูเขาไฟปะทุรุนแรงใต้ทะเล

สำนักข่าว AFP รายงานว่า กรมอุตุนิยมกวิทยาออสเตรเลียทวีตว่า พบคลื่นสึนามิสูง 1.2 เมตรในกรุงนูกูอะโลฟา เมืองหลวงของตองกาและอเมริกันซามัว ซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐในแปซิฟิกใต้ หลังจากภูเขาไฟฮังกา-ตองกา-ฮังกา-ฮาอาไปซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงนูกูอาโลฟาไปทางเหนือราว 65 กิโลเมตรปะทุใต้น้ำเมื่อเวลา 11.10 น. ตามเวลาในประเทศไทย

การปะทุรอบแรกกินเวลาราว 8 นาที ส่งผลให้แก๊ส ขี้เถ้า และกลุ่มควันลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงราว 20 กิโลเมตร

ประชาชนในพื้นที่แนวชายฝั่งได้รับคำเตือนให้อพยพขึ้นสู่ที่สูง

การปะทุของภูเขาไฟฮังกา-ตองกา-ฮังกา-ฮาอาไปรุนแรงมากจนเสียงคล้ายฟ้าผ่าได้ยินไปถึงฟิจิซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 800 กิโลเมตร โดยทางการฟิจิออกคำเตือนให้ประชาชนปิดแท็งก์น้ำให้มิดชิดเนื่องจากอาจเกิดฝนกรด

ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกออกคำเตือนสึนามิในอเมริกันซามัว โดยระบุว่า มีอันตรายมจาก ความผันผวนของระดับน้ำทะเลและกระแสน้ำในมหาสมุทรที่รุนแรงที่อาจเป็นอันตรายตามชายหาด

ทางการนิวซีแลนด์ ฟิจิ วานูอาตู และออสเตรเลียออกคำเตือนคล้ายกันนี้ โดยในออสเตรเลียนั้นทางการระบุว่าพื้นที่ชายฝั่งหลายแห่งรวมทั้งซิดนีย์อาจถูกคลื่นสึนามิซัดถล่ม

ขณะที่ประชาชนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้รับคำเตือนให้ขึ้นจากน้ำและให้หลีกเลี่ยงชายฝั่ง

ในเวลาต่อมาศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกยกเลิกคำเตือนสึนามิในอเมริกันซามัวและฮาวาย แต่ระบุว่าสึนามิยังเป็นภัยคุกคามแถบแปซิฟิกที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟ

CIRA/NOAA/Handout via REUTERS

รวยได้ไม่ยาก! แค่ตั้งชื่อให้เด็กก็ทำเงินกว่า 27 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673085

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 18:16 น.รวยได้ไม่ยาก! แค่ตั้งชื่อให้เด็กก็ทำเงินกว่า 27 ล้านบาทสาวอังกฤษวัย 19 หาเงินหลักล้านส่งตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยด้วยการตั้งชื้อให้เด็ก

โบ เจสซัพ สร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Special Name เว็บไซต์ที่ช่วยให้พ่อๆ แม่ๆ ชาวจีนตั้งชื่อภาษาอังกฤษที่เหมาะสมให้กับลูกๆ

เจสซัพเกิดแรงบันดาลใจในการเริ่มธุรกิจตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งขณะนั้นเธออายุเพียง 15 ปี และในอีก 6 เดือนต่อมาสาวน้อยคนนี้ทำเงินได้มากกว่า 60,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 1,990,380 บาทจากการตั้งชื่อให้เด็กๆ จีนกว่า 200,000 ชื่อ

และจนถึงตอนนี้เจสซัพตั้งชื่อมาแล้ว 1,197,334 ชื่อ (และอีกมากมายที่กำลังจะตามมา) มีเงินเข้ากระเป๋าแล้วกว่า 817,913 เหรียญหสรัฐ หรือ 27,132,627 บาท

เจสซัพบอกกับ CNBC Make It ว่า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะการคว้าโอกาส

ขณะนั้นเจสซัพเดินทางไปเมืองจีนกับคุณพ่อ แล้วหุ้นส่วนธุรกิจของคุณพ่อขอให้เจสซัพช่วยตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้ลูกสาววัย 3 ขวบของเธอ ซึ่งเจสซัพเล่าว่าเธอรู้สึกทั้งเป็นเกียรติและเซอร์ไพรส์ และมองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำ

ด้วยความที่อยากได้ชื่อที่เหมาะสมที่สุด เจสซัพจึงถามหุ้นส่วนธุรกิจของคุณพ่อเกี่ยวกับความหวังในตัวลูกสาว ซึ่งได้รับคำตอบกลับมาว่า หุ้นส่วนคนนี้ต้องการให้ผู้คนประหลาดใจกับความสำเร็จของลูกสาว

หลังจากได้โจทย์มาจากคนเป็นแม่และผ่านการไตร่ตรองอย่างดีแล้ว เจสซัพแนะนำชื่อ “เอไลซา (Eliza)” ซึ่งมาจากชื่อของ เอไลซา ดูลิตเติล ฮีโร่จาก My Fair Lady

เจสซัพเล่าว่า หุ้นส่วนของคุณพ่อคนนี้ดีใจมากและเล่าให้เธอฟังถึงความสำคัญในการมีชื่อภาษาอังกฤษของชาวจีน

เด็กชาวจีนทุกคนจะมีชื่อภาษาจีนที่ประกอบด้วยตัวอักษรที่ผ่านการคัดสรรและเลือกความหมายมาอย่างดี 2 หรือ 3 ตัว แต่ชาวจีนหลายคนมองว่าการติดต่อกับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษจะสะดวกมากขึ้นหากพวกเขามีชื่อภาษาอังกฤษด้วย

เจสซัพบอกว่า โดยปกติแล้วชาวจีนมักจะให้ครูตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้ หรือไม่ก็ตั้งเอง แต่ด้วยอุปสรรคด้านภาษาและการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในจีน ทำให้การค้นหาชื่อภาษาอังกฤษถูกจำกัด ชื่อที่ออกมาจึงไม่ค่อยจะเหมือนชื่อชาวตะวันตก หรืออาจจะฟังดูแปลกๆ โดยยกตัวอย่างชื่อ โรเล็กซ์ หวัง ซึ่งเป็นชื่อแบรนด์นาฬิกา หรือ แกนดัล์ฟ อู๋ ที่มาจากชื่อแกนดัล์ฟในภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Rings

“ฉันคิดว่าถ้าหุ้นส่วนของคุณพ่อต้องการให้ตั้งชื่อให้ พ่อแม่คนอื่นๆ ก็อาจจะต้องการบริการนี้เช่นกัน” เจสซัพเล่า

ปี 2015 เป็นปีสุดท้ายที่จีนใช้นโยบายลูกคนเดียว ส่งผลให้ปี 2016 อัตราการเกิดเพิ่มขึ้น 7.9% เป็น 17.86 ล้านคน

เจสซัพคิดว่านี่อาจเป็นโอกาสสำหรับเธอ Special Name จึงเกิดขึ้น

หน้าตาของเว็บไซต์ Special Name

สาวน้อยคนนี้เริ่มจากการทำเว็บไซต์ภาษาจีนที่สามารถรันการเลือกชื่อให้คนได้หลายๆ คนในเวลาเดียวกัน และเมื่อเธอเดินทางกับอังกฤษเพื่อสอบ A-levels เจสซัพตัดสินใจยืมเงิน 1,980 เหรียญสหรัฐ หรือ 65,682 บาทจากคุณพ่อ และจ้างนักพัฒนาเว็บไซต์ฟรีแลนซ์เพื่อสร้างเว็บ

ส่วนตัวเธอก็ป้อนข้อมูลชื่อเด็กชายและหญิงกว่า 4,000 ชื่อซึ่งมาจากแต่ละลักษณะ 5 ลักษณะที่เธอมองว่าเหมาะที่จะเป็นตัวแทนของชื่อ อาทิ ซื่อสัตย์ มองโลกในแง่ดี

เจสซัพเล่าว่า ตอนแรกๆ กระบวนการนี้ต้องใช้แรงงานมาก แต่ตอนนี้อัลกอริทึมรับหน้าที่ในกระบวนการตั้งชื่อส่วนใหญ่นี้ไปแล้ว

เจสซัพมักจะได้รับคำถามว่า เธอเอาเวลาที่ไหนมาตั้งชื่อ คำตอบคือ “มันก็เหมือนกับที่กูเกิลสามารถค้นหาทุกอย่างให้ทุกคนได้ในเวลาเดียวกัน ฉันใช้อัลกอริทึม”

ส่วนเว็บไซต์ของเธอจะทำงานโดยให้ผู้ใช้เลือกลักษณะ 5 จาก 12 ลักษณะที่ต้องการให้ลูกๆ เป็น จากนั้นอัลกอริทึมจะเลือกชื่อเฉพาะเพศ 3 ชื่อที่ตรงกับลักษณะที่ผู้ใช้เลือก

มาถึงจุดนี้เว็บไซต์จะแนะนำให้ผู้ใช้แชร์ชื่อที่แนะนำทั้ง 3 ชื่อกับเพื่อนๆ หรือครอบครัว ซึ่งจะเป็นลิ้งค์โดยตรงไปยังแอพพลิเคชั่น WeChat ที่นิยมใช้ในจีน เพื่อให้ช่วยเลือกชื่อที่ดีและเหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ วิธีนี้ยังเป็นการโปรโมทเว็บไซต์ไปในตัวด้วย

กระบวนการตั้งชื่อทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น

เริ่มแรกนั้นเจสซัพตั้งชื่อให้แบบไม่คิดเงิน แต่หลังจากตั้งชื่อเด็กๆ มาแล้ว 162,000 คน เธอก็เริ่มคิดค่าบริการ 79 เซ็นต์ หรือ 26 บาท

เจสซัพเผยกับ news.com.au ว่าเงินเหล่านี้ถูกนำไปเป็นค่าเทอมสำหรับมหาวิทยาลัย การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และจ่ายคืนเงินที่เคยยืมคุณพ่อมา แน่นอนว่าเธอบวกดอกเบี้ยให้ด้วย

“ฉันยังอัพเดตฐานข้อมูลทุกเดือน แต่ส่วนใหญ่ธุรกิจมันดำเนินไปแบบอัตโนมัติ ทำให้ฉันมีเวลาเรียนอย่างเต็มที่” เจสซัพซึ่งกำลังศึกษามานุษยวิทยาสังคมที่ London School of Economics เผย

ภาพ: beaujessup.com

อังกฤษชี้โควิดอยู่ในห้องน้ำได้อีก 20 นาทีหลังคนป่วยเข้าใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673075

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 15:45 น.อังกฤษชี้โควิดอยู่ในห้องน้ำได้อีก 20 นาทีหลังคนป่วยเข้าใช้วิจัยชี้เชื้อโคโรนาไวรัสยังคงอยู่ได้นาน 20 นาทีหลังผู้ป่วย Covid-19 ใช้

ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริสทอลของอังกฤษพบว่า เชื้อโคโรนาไวรัสยังคงอยู่และแพร่เชื้อได้ในห้องน้ำหรือห้องอบไอน้ำได้อีกอย่างน้อย 20 นาทีหลังจากผู้ป่วย Covid-19 ใช้เสร็จแล้ว

ทีมนักวิจัยพบว่าเชื้อโคโรนาไวรัสสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เปียกชื้น

ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ การวิจัยว่าเชื้อโคโรนาไวรัสสามารถแพร่เชื้อได้อย่างไรในสถานที่ต่างๆ ล้วนใช้วิธีการฉีดพ่นอนุภาคไวรัสในถังที่ปิดมิดชิดซึ่งให้ผลไม่ค่อยแม่นยำ เนื่องจากวิธีการดังกล่าวไม่สามารถจำลองความแตกต่างเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือหายใจในสภาพแวดล้อมจริงๆ

ทว่า การวิจัยนี้ใช้วิธีการใหม่ที่แม่นยำกว่าในการเฝ้าจับตากระบวนการเหล่านี้

ทางทีมพบว่าเมื่ออนุภาคของเชื้อไวรัสออกมาจากปอดซึ่งมีความชื้นและล่องลอยอยู่ในอากาศ ไวรัสมันจะแห้งลงอย่างรวดเร็ว แต่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น 90% ซึ่งเทียบเท่ากับห้องอาบน้ำหรือห้องอบไอน้ำ ครึ่งหนึ่งของอนุภาคไวรัสยังสามารถแพร่เชื้อได้หลังผ่านไป 5 นาที

และหลังจากผ่านไป 20 นาที เชื้อไวรัสราว 10% ยังสามารถแพร่เชื้อได้

REUTERS/Shannon Stapleton

แฮกเกอร์เกาหลีเหนือปล้นคริปโตเกือบ 400 ล้านเหรียญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673069

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 14:00 น.แฮกเกอร์เกาหลีเหนือปล้นคริปโตเกือบ 400 ล้านเหรียญปีที่แล้วแฮกเกอร์เกาหลีเหนือปล้นคริปโตไปเกือบ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานของบริษัท Chainalysis ที่ติดตามสกุลเงินดิจิทัลระบุว่า เมื่อปีที่แล้วแฮกเกอร์เกาหลีเหนือขโมยคริปโตเคอร์เรนซีรวมมูลค่าเกือบ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 13,269 ล้านบาท

Chainalysis เผยว่า เฉพาะปีที่แล้วแฮกเกอร์ลงมือโจมตีอย่างน้อย 7 ครั้งในเวลาแตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่บริษัทด้านการลงทุนและบริษัทซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งรวมถึง Liquid.com ซึ่งประกาศเมื่อเดือนสิงหาคมว่ามีผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลบางส่วน

แฮกเกอร์งัดหลากหลายแท็กติกมาใช้ รวมทั้งการสร้างเหยื่อล่อให้ติดกับ (phishing) มัลแวร์ และวิศวกรรมสังคมชั้นสูง และเจาะเข้าไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต แล้วเคลื่อนย้ายเงินไปยังบัญชีปลายทางที่ควบคุมโดยเกาหลีเหนือ

Chainalysis เผยอีกว่า การปล้นเงินส่วนใหญ่ของปีที่แล้วเป็นการลงมือของลาซารัส กรุ๊ป (Lazarus Group) ซึ่งเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือที่เคยลงมือแฮกบริษัท โซนี พิคเจอร์ส และยังถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ WannaCry หรือการโจมตีแบบแรนซัมแวร์ เจาะเข้าระบบพร้อมขู่เรียกค่าไถ่ กับสถาบันการเงินระหว่างประเทศและบัญชีลูกค้า

สำนักข่าว CNN ระบุว่า การปล้นสกุลเงินดิจิทัลครั้งล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นว่า เกาหลีเหนือซึ่งถูกคว่ำบาตรอย่างหนักยังคงพึ่งพาเครือข้ายแฮกเกอร์ให้ช่วยหาเงินเข้าประเทศ

รายงานลับขององค์การสหประชาชาติก่อนหน้านี้เคยกล่าวหาว่า คิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือสั่งให้ปฏิบัติการโจมตีสถาบันการเงินและบริษัทซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล เพื่อนำเงินมาใช้ในการพัฒนาอาวุธและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

นอกจากนี้ เมื่อเดือน ก.พ. กระทรวงยุติธรรมสหรัฐตั้งข้อหาชาวเกาหลีเหนือ 3 คนที่ร่วมปล้นเงินกว่า 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐจากธนาคารและบริษัทต่างๆ ทั่วโลก และยังโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัลด้วย

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

โพลล์ชี้คนอเมริกัน 58% เชื่อประชาธิปไตยสหรัฐเสี่ยงล่มสลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673060

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 11:45 น.โพลล์ชี้คนอเมริกัน 58% เชื่อประชาธิปไตยสหรัฐเสี่ยงล่มสลายชาวอเมริกัน 6 จาก 10 คนเชื่อว่าประชาธิปไตยของประเทศเสี่ยงล่มสลาย

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ผลการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันที่ทำขึ้นในโอกาสครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บุกโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2021 พบว่า ชาวอเมริกัน 6 ใน 10 คนเชื่อว่าประชาธิปไตยของประเทศกำลังตกอยู่ในอันตรายจากการล่มสลาย

ผลการสำรวจความคิดเห็นโดย Quinnipiac University ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 ม.ค. พบว่า 76% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าความไร้เสถียรภาพทางการเมืองในสหรัฐอันตรายกว่าภัยคุกคามจากต่างประเทศ

ส่วนใหญ่ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือ 58% เห็นว่าประชาธิปไตยของประเทศเสี่ยงจะล่มสลาย ขณะที่ 37% ไม่เห็นด้วย

ขณะที่ 53% คาดว่าความแตกแยกทางการเมืองในประเทศจะเลวร้ายลงในตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุโจมตีสหรัฐเช่นที่เกิดขึ้นกับอาคารรัฐสภา 53% เผยว่ามีความเป็นไปได้อย่างมากหรือค่อนข้างมาก

ขณะนี้คณะกรรมการพิเศษของสภาผู้แทนราษฎรกำลังสอบสวนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ปรากฏว่า 61% เห็นด้วยกับการสอบสวน โดย 83% ของผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตเห็นด้วยกับการสอบสวน ส่วน 60% ของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันไม่เห็นด้วย

นอกจากนี้ ยังสอบถามถึงความคิดเห็นต่อผลงานของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ซึ่งมีเพียง 33% ที่พอใจผลงานของไบเดน ลดลงจากการสำรวจเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้วของ Quinnipiac ที่พอใจ 38% ขณะที่ 53% ไม่พอใจ และ 13% ไม่ออกความเห็น

ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวทำในชาวอเมริกัน 1,313 คนระหว่างวันที่ 7-10 ม.ค. โดยมีค่าความผิดพลาดบวกลบ 2.7%

Photo by Mathieu Lewis-Rolland / AFP

จีนยังคุมไม่อยู่ Omicron ลามไปถึงชายแดนมาเก๊าแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673055

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 10:37 น.จีนยังคุมไม่อยู่ Omicron ลามไปถึงชายแดนมาเก๊าแล้วโอมิครอนในจีนยังลามไม่หยุดล่าสุดระบาดไปถึงเมืองทางใต้ติดชายแดนมาเก๊าแล้ว

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ทางการเมืองจูไห่ทางตอนใต้ของประเทศซึ่งติดกับชายแดนมาเก๊าสั่งระงับการเดินรถโดยสารสาธารณะทันทีหลังพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) แล้วอย่างน้อย 7 ราย โดย 1 รายอาการไม่รุนแรง ส่วนอีก 6 รายไม่แสดงอาการ

นอกจากนี้ยังเตือนประชาชนไม่ให้ออกจากเมืองโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องเดินทางต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อที่ออกมาเป็นลบซึ่งตรวจภายใน 24 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

การพบผู้ติดเชื้อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทางการเมืองจูไห่สั่งปูพรมตรวจหาเชื้อเชิงรุกประชากรกว่า 2.4 ล้านคนวานนี้ (14 ม.ค.) หลังจากเมืองจงชานซึ่งอยู่ใกล้เคียงพบผู้ติดเชื้อเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทางการจีนพยายามควบคุมไม่ให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นตามนโยบายกำจัดโควิดให้เป็นศูนย์ หรือ Zero Covid โดยประชากรหลายล้านคนทั่วประเทศต้องถูกล็อกดาวน์ เที่ยวบินในประเทศหลายเที่ยวต้องถูกยกเลิก โรงงานหลายแห่งต้องปิดชั่วคราวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ทว่าการระบาดของเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนในประเทศทำให้เชื้อแพร่กระจายไปอีกหลายเมือง เริ่มจากเมืองเทียนจินซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนเหนือไม่ไกลจากกรุงปักกิ่ง หลังพบโอมิครอนระบาดในชุมชนครั้งแรกเมื่อต้นเดือนตัวเลขผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อย

จากนั้นเชื้อแพร่ไปถึงเมืองอันหยางทางตอนกลางของประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับนักศึกษาที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองเทียนจิน จนอัยหยางกลายเป็นจุดฮอตสปอตการแพร่ระบาดจุดล่าสุด

นักศึกษาอีกรายหนึ่งที่เดินทางกลับจากเมืองเทียนจินนำเชื้อไปยังเมืองต้าเหลียน เมืองท่าทางตะวันอกเฉียงเหนือซึ่งเป็นจุดสำคัญในการขนส่งสินค้าควบคุมความเย็น

ขณะที่เมืองท่าอย่างหนิงโปกำลังตั้งการ์ดสูงรับมือการแพร่ระบาดของเดลตา ข้อจำกัดการเดินทางต่างๆ กระทบกับการให้บริการรถบรรทุกและทำให้การปฏิบัติการของโกดังสินค้าบางแห่งชะงักลง

ด้านฝั่งตะวันออกของประเทศ เซี่ยงไฮ้พบผู้ติดเชื้อ 5 รายที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยรายหนึ่งที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศซึ่งพบว่าติดเชื้อหลังออกจากสถานที่กักตัวแล้ว

ทางตอนใต้ เมืองเซินเจิ้นเผชิญกับการแพร่ระบาดของเดลตา ขณะที่เมืองซีอานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันลดลงเหลือหลักเดียวหลังทะยานทะลุ 150 รายในช่วงพีค

cnsphoto via REUTERS

ฮ่องกงระงับเที่ยวบินต่อเครื่องจากประเทศเสี่ยงสูง รวมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673029

วันที่ 14 ม.ค. 2565 เวลา 18:20 น.ฮ่องกงระงับเที่ยวบินต่อเครื่องจากประเทศเสี่ยงสูง รวมไทยฮ่องกงประกาศระงับผู้โดยสารถ่ายลำจากประเทศเสี่ยงโควิด-19 สูงรวมไทยด้วย

วันนี้ (14 ม.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าสนามบินนานาชาติฮ่องกงประกาศระงับผู้โดยสารถ่ายลำ (transit flights) จากกว่า 150 ประเทศและดินแดนที่อยู่ในลิสต์ Group A หรือกลุ่มประเทศมีความเสี่ยงสูงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งรวมถึงไทยด้วย นับตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. ไปจนถึงวันที่ 14 ก.พ.

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจะยกเว้นสำหรับนักการทูต เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักกีฬา และเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในกรุงปักกิ่ง ที่จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 4 ก.พ. นี้

สำหรับบุคคลที่อยู่ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงตามที่สาธารณสุขกำหนดในช่วง 21 วันก่อนการเดินทาง จะไม่สามารถเดินทางเข้าฮ่องกงได้ตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค. ถึง 15 ก.พ. เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนซึ่งแพร่เชื้ออย่างรวดเร็ว

ขณะที่ฮ่องกงกำลังเผชิญกับโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อราว 50 รายนับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลังจากที่ไม่พบการแพร่ระบาดในท้องถิ่นมานานกว่า 3 เดือน ขณะที่ฮ่องกงยังคงกลยุทธ์ Covid Zero หรือกำจัดโควิด-19 ให้เป็นศูนย์ตามนโยบายของจีนแผ่นดินใหญ่

ทั้งนี้ ฮ่องกงระงับผู้โดยสารถ่ายลำทั้งหมดในเดือนมี.ค. 2020 ช่วงที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 และค่อยๆ ผ่อนคลายข้อจำกัดในระยะเวลาต่อมา

Photo by Anthony WALLACE / AFP

เซี่ยงไฮ้ออกกฎใหม่คุมราคากล่องสุ่มเบรกกระแสฟีเวอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673025

วันที่ 14 ม.ค. 2565 เวลา 17:15 น.เซี่ยงไฮ้ออกกฎใหม่คุมราคากล่องสุ่มเบรกกระแสฟีเวอร์ทางการเซี่ยงไฮ้ออกกฎควบคุมราคากล่องสุ่มไม่ให้สูงเกินหลังเกิดกระแสฟีเวอร์

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ทางการเมืองเซี่ยงไฮ้ของจีนออกกฎระเบียบใหม่เพื่อควบคุมราคากล่องปริศนา หรือกล่องสุ่มซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น ไม่ให้เกินกล่องละ 200 หยวน หรือ 1,047 บาท จากที่ก่อนหน้านี้ไม่มีเพดานราคา

นอกจากนี้ ทางการยังระบุว่าบรรดาบริษัทต่างๆ ไม่ควรกระตุ้นให้เกิดการซื้ออย่างบ้าคลั่ง (buying frenzies) ทำการตลาดอย่างหนักหน่วงและเก็งกำไร หรือจำหน่ายกล่องสุ่มให้เด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในจีนเรียกร้องให้บอยคอตการโปรโมทเมนูชุดกล่องสุ่มของเครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังระดับโลกเจ้าหนึ่งที่ดำเนินการโดยบริษัทในจีน โดยกล่าวหาว่าแคมเปญดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคต้องซื้อชุดอาหารหลายชุดเพื่อให้ได้ฟิกเกอร์ของเล่นซึ่งทำให้เกิดอาหารเหลือเป็นขยะ

ก่อนหน้านี้เครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดชื่อดังระดับโลกเจ้าหนึ่งร่วมมือกับบริษัทของเล่น Pop Mart ซึ่งประสบความสำเร็จในการจำหน่ายกล่องสุ่ม เปิดตัวโปรโมชั่นใหม่ที่ให้ลูกค้าสะสมฟิกเกอร์ตุ๊กตา Dimoo เมื่อซื้อชุดอาหารที่กำหนดไว้

สมาคมผู้บริโภคจีนเผยว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ลูกค้าอย่างน้อย 1 รายต้องควักกระเป๋าถึง 10,494 หยวน หรือ 54,920 บาท เพื่อซื้อชุดอาหาร 106 ชุดภายในครั้งเดียวเพื่อสะสมฟิกเกอร์ดังกล่าว โดยเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า การตัดสินใจซื้อที่ขาดการไตร่ตรอง

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กล่องสุ่มกลายเป็นประเด็นใหญ่ เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปช่วยเหลือสุนัขและแมวกว่า 160 ตัวที่ถูกนำมาใส่เป็นสินค้าในกล่องสุ่มที่โกดังแห่งหนึ่งในเมืองเฉิงตู

Photo by Aurore MESENGE / AFP

หนุ่มฝรั่งเศสฟ้อง ‘งานน่าเบื่อเกิน’ ได้เงินชดเชยกว่า 1.5 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/673022

วันที่ 14 ม.ค. 2565 เวลา 16:34 น.หนุ่มฝรั่งเศสฟ้อง 'งานน่าเบื่อเกิน' ได้เงินชดเชยกว่า 1.5 ล้านชายคนนี้ได้เงินชดเชยกว่า 1.5 ล้านบาทจากงานที่แสนน่าเบื่อของเขา ทำงานเพียงวันละครึ่งชั่วโมง

เฟรเดอริก เดสนาร์ด (Frederic Desnard) จากปารีสเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่เบื่อหน่ายกับงานที่ตัวเองทำอยู่ แต่งานนี้มันน่าเบื่อจนทำให้เขาเสียสุขภาพจิต ก่อนที่เขาจะยื่นฟ้องนายจ้างและเรียกร้องเงินชดเชยจำนวน 40,000 ยูโร หรือกว่า 1.5 ล้านบาทมาได้ในที่สุด

เดสนาร์ดเล่าว่าเขาเคยทำงานเป็นผู้จัดการที่ Interparfums ผู้ผลิตน้ำหอมแห่งหนึ่งในปารีสจนถึงปี 2014 ซึ่งมันเป็นงานที่น่าเบื่อหน่ายมาก แม้ว่าจะได้เงินกว่า 2.7 ล้านบาทต่อปี แต่สำหรับเขาตลอด 4 ปีที่ทำงานนี้มันเต็มไปด้วยความหดหู่ บั่นทอน และน่าละอาย ไม่ต่างอะไรกับ “การตกนรก”

เดสนาร์ดซึ่งเป็นคนที่ทุ่มเทและเต็มที่กับการทำงานมาก ไม่ได้ทำงานอย่างที่เขารักอีกต่อไปหลังจากที่บริษัทชวดสัญญาฉบับสำคัญกับลูกค้าไป หน้าที่ของเขาเหลือเพียงการทำธุระเล็กๆ น้อยๆ ให้ประธาน เล็กน้อยชนิดที่ว่าเขาทำงานเพียง 20 ถึง 40 นาทีในแต่ละวัน ไม่มีใครสนใจว่าเขาจะเข้างานตรงเวลาหรือไม่ และมันเป็นเช่นนี้มาตลอด 4 ปีจนเกิดภาวะเบื่องาน (Bore-out)

“ผมไม่มีแรงจะทำอะไรแล้ว ผมรู้สึกผิดและละอายใจที่ได้รับเงินเดือนโดยเปล่าประโยชน์ รู้สึกเหมือนไม่มีตัวตนในบริษัท” เดสนาร์ดกล่าว

วิกเตอร์ บิลล์บัลต์ (Victor Billebault) ทนายความของเดสนาร์ดกล่าวต่อศาลว่าภาวะเบื่องานส่งผลต่อสุขภาพของเดสนาร์ด เขาเกิดลมชักขณะขับรถจนนำไปสู่อุบัติเหตุ อีกทั้งยังต้องเคยลางานถึง 6 เดือนเนื่องจากสภาพจิตใจที่ทรุดหนัก ก่อนที่จะถูกเลิกจ้างในปี 2014

ก่อนหน้านี้เดสนาร์ดยื่นฟ้อง Interparfums ในข้อหาล่วงละเมิดและเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม โดยเรียกร้องเงินชดเชยประมาณ 13.7 ล้านบาท ด้านทนายความของบริษัทแย้งว่าเดสนาร์ดไม่เคยพูดอะไรเลยเกี่ยวกับความเบื่อหน่ายของเขาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ทำงาน ถ้ามันเบื่อขนาดนั้นจริงๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาทำไมถึงไม่เคยพูดอะไรเลยล่ะ?

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดศาลตัดสินว่าลักษณะงานที่ทำให้เดสนาร์ดเกิดภาวะเบื่องานหรือ Bore-out ถือเป็นการละเมิดรูปแบบหนึ่ง โดยทางบริษัทต้องจ่ายเงินชดเชยให้เดสนาร์ดเป็นจำนวน 40,000 ยูโร หรือกว่า 1.5 ล้านบาท

ที่มา: UNILADWION

ภาพ: REUTERS/Aly Song