ภาพดาวเทียมแฉจีนแอบขยายฐานทัพอากาศใกล้ไต้หวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665171

วันที่ 09 ต.ค. 2564 เวลา 11:50 น.ภาพดาวเทียมแฉจีนแอบขยายฐานทัพอากาศใกล้ไต้หวันกองทัพจีนขยายฐานทัพอากาศที่อยู่ใกล้ไต้หวันแถมส่งเครื่องบินรบรุ่นใหม่สุดล้ำไปจอด

ภาพถ่ายทางดาวเทียมและแหล่งข่าวจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เผยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนกำลังขยายฐานทัพอากาศที่อยู่ใกล้กับฝั่งตะวันออกของไต้หวันด้วยการส่งเครื่องบินรบลำล้ำสมัยลำใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ไปจอดประจำการ

ภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยแพร่โดยนิตยสารเกี่ยวกับการทหาร Kanwa Defence Review ในแคนาดาแสดงให้เห็นเครื่องบินรบ J-16D จอดประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศในมณฑลเจียงซี

และอีกภาพหนึ่งที่ถ่ายตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นฐานทัพอากาศอีกแห่งหนึ่งในเขตฉางซิง มณฑลเจ้อเจียงที่มีการก่อสร้างโรงเก็บเครื่องบินและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ เพิ่มเติม โดยทั้งสองฐานทัพดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของกองบัญชาการตะวันออกของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนที่ดูแลช่องแคบไต้หวัน

อันเดรย์ ฉาง บรรณาธิการนิตยสาร Kanwa Defence Review เผยว่า ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินรบ J-16D ถูกส่งไปประจำการที่ฐานทัพอากาศเซี่ยงถังในเมืองหนานชาง มณฑลเจียงซีเมื่อเดือน พ.ค. ภาพถ่ายดาวเทียมภาพหนึ่งแสดงให้เห็นโรงเก็บเครื่องบินที่สามารถจอดเครื่องบินรบล้ำสมัยอย่าง J-16D ในฐานทัพอากาศ

“ฐานทัพอากาศทุกแห่งตามแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้กำลังถูกต่อเติมและยกระดับให้สามารถจอดเครื่องบินรบได้มากขึ้นรองรับการจู่โจมทางอากาศครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น” ฉางกล่าว “การส่งเครื่องบิน 52 ลำในระลอกแรกขึ้นน่านฟ้าไต้หวันเมื่อวันจันทร์แสดงความแข็งแกร่งของกองทัพอากาศจีน ผมคาดว่าจีนจะส่งเครื่องบินปฏิบัติการอีกในอนาคต ด้วยฝูงบินที่ใหญ่กว่าซึ่งน่าจะมีกว่า 100 ลำ”

ด้านแหล่งข่าวจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนยืนยันกับ South China Morning Post ว่า เครื่องบินรบ J-16D ถูกส่งไปประจำการที่ฐานทัพอากาศทางตะวันออกใกล้กับไต้หวัน และบอกว่าปฏิบัติการทางทหารใกล้กับไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกความพร้อมรบ

ทั้งนี้ เครื่องบินรบ J-16D ผลิตและออกแบบโดย Shenyang Aircraft Corporation เป็นเครื่องบินรบ J-16 รุ่นล่าสุดของกองทัพจีน มีสมรรถนะในการตัดเรดาร์และระบบสื่อสารของศัตรูได้หลายชนิด เพื่อแทรกซึมเข้าไปในน่านฟ้าที่ได้รับการป้องกันอย่างดี

นอกจากการรบกวนเรดาร์แล้ว เครื่องบินรบ J-16D ของจีนยังติดตั้งเครื่องปล่อยมิสไซล์ไว้ที่ปลายปีกที่ผ่านการยกเครื่องมาแล้ว และถูกนำมาโชว์ต่อสาธารณชนในงานไชน่าแอร์โชว์เมื่อเร็วๆ นี้

เครื่องบินรบ A J-16D (ลำที่ 3 จากขวา) จอดอยู่ที่ฐานทัพอากาศเซี่ยงถังในมณฑลเจียงซีของจีน ภาพ: Kanwa Defence Review

Photo by Noel Celis / AFP

เผยกองทัพสหรัฐแอบส่งหน่วยลับเข้าไปฝึกทหารให้ไต้หวันเป็นปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665163

วันที่ 09 ต.ค. 2564 เวลา 09:30 น.เผยกองทัพสหรัฐแอบส่งหน่วยลับเข้าไปฝึกทหารให้ไต้หวันเป็นปีกองกำลังพิเศษและนาวิกโยธินของกองทัพสหรัฐเข้าไปช่วยฝึกทหารให้กองทัพไต้หวันท่ามกลางความตึงเครียดจีน-สหรัฐ

Wall Street Journal รายงานว่า กองทัพสหรัฐส่งทหารหน่วยพิเศษ 12 นายและนาวิกโยธินอีกจำนวนหนึ่งเข้าไปช่วยฝึกทหารให้กองทัพไต้หวันมานานอย่างน้อย 1 ปี ถือเป็นสัญญาณล่าสุดของความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ

Wall Street Journal รายงานอีกว่า ทหารสหรัฐมีการหมุนเวียนเข้าออกซึ่งบ่งบอกว่าไม่มีการประจำการแบบถาวร และทหารสหรัฐที่เป็นพี่เลี้ยงในการฝึกซ้อมถูกส่งมาที่ไต้หวันครั้งแรกในสมัยอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แต่ก่อนหน้านี้ไม่มีการรายงานข่าว

กระทรวงกลาโหมไต้หวันปฏิเสธการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว ด้าน จอห์น ซัพเปิล โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ไม่ได้เอ่ยถึงรายงานดังกล่าวโดยตรง เพียงกล่าวว่า “การสนับสนุนของเราและความสัมพันธ์ทางการทหารกับไต้หวันยังคงสอดคล้องกับภัยคุกคามในปัจจุบันที่มาจากจีน เราขอเตือนให้จีนปฏิบัติตามพันธสัญญาในการแก้ไขปัญหาความแตกต่างระหว่างช่องแคบอย่างสันติ”

ด้าน จ้าวลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเรียกร้องให้สหรัฐยุติความสัมพันธ์และให้ความช่วยเหลือทางการทหารกับไต้หวัน “จีนจะทำทุกวิถีทางในการปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตัวเอง”

ส่วนสื่อรายใหหญ่ของจีนอย่าง Global Times ระบุว่าสภาแห่งรัฐจีนคัดค้านการร่วมมือทางการทหารทุกรูปแบบระหว่างไต้หวันและสหรัฐ

“เราเรียกร้องให้สหรัฐปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม 3 ฉบับในกรณีไต้หวันและหยุดการยั่วยุ ทางการไต้หวันร่วมมือกับกองกำลังภายนอกเพื่อแสวงหาเอกราชและปฏิเสธการรวมชาติ สิ่งนี้นำพาชาวไต้หวันไปสู่หายนะ และความพยายามของพวกเขาจะพบกับความล้มเหลว” Global Times ระบุ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่านาวิกโยธินหน่วยจู่โจมของสหรัฐเข้าไปในไต้หวัน ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันโดยกองบัญชาการกองทัพเรือไต้หวันว่าเป็นการแลกเปลี่ยนและการฝึกซ้อมร่วมกันระหว่างไต้หวันและสหรัฐตามปกติ

Photo by SAM YEH / AFP

ส่องแนวทางไต้หวันจับมือชาติเอเชียฟื้นตัวจากวิกฤต-ต้านจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665141

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 19:00 น.ส่องแนวทางไต้หวันจับมือชาติเอเชียฟื้นตัวจากวิกฤต-ต้านจีนไต้หวันร่วมหารือพันธมิตรในการต่อสู้กับโควิด-19 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ตลอดจนรับมือภัยคุกคามจากจีน

ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันกล่าวในการประชุม Yushan Forum ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 8 ต.ค. ณ กรุงไทเป ในหัวข้อ “การจัดลำดับความสำคัญของความก้าวหน้าด้วยความยืดหยุ่น” โดยยืนยันว่าไต้หวันไม่มีนโยบายเผชิญหน้าทางทหารกับจีน แต่จะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องวิถีประชาธิปไตยและเสรีภาพของตน พร้อมแสดงจุดยืนที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติและรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนและไต้หวันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมากองทัพจีนส่งเครื่องบินรุกล้ำน่านฟ้าอธิปไตยของไต้หวันไปแล้วเกือบ 150 ลำ

จับมือพันธมิตรต้านจีน

• ไช่ อิงเหวิน เน้นย้ำถึงสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และจะทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ป้องกันความขัดแย้งทางอาวุธในทะเลจีนใต้ และในช่องแคบไต้หวัน

• ด้านรองประธานาธิบดี ไล่ชิงเต๋อ ระบุว่าไต้หวันจะทำงานร่วมกับชาติเอเชียและประเทศพันธมิตรเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ขับเคลื่อนเทคโนโลยี ส่งเสริมประชาธิปไตย และเศรษฐกิจที่เปิดกว้างและเสรี

พร้อมกล่าวถึงการขอเข้าร่วมข้อตกลงความครอบคลุมและความก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนทางการค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หรือ CPTPP ของไต้หวันว่า ไต้หวันไม่ควรถูกกีดกัดการเข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าวเพราะปัญหาทางการเมือง

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไต้หวันยอมรับว่าเผชิญกับ “ปัญหาทางการเมือง” บางประการในการเข้าร่วม CPTPP เมื่อจีดแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการเข้าร่วมกลุ่มการค้าระดับภูมิภาคและข้อตกลงการค้าทวิภาคีใดๆ ของไต้หวัน โดยเน้นย้ำถึงนโยบายจีนเดียวซึ่งไต้หวันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจีนที่ไม่อาจแบ่งแแยกได้

• นอกจากนี้ยังได้กล่าวขอบคุณประเทศสมาชิกกลุ่มจตุภาคีด้านความมั่นคง หรือ Quad ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐ อินเดีย ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น และสมาชิกสนธิสัญญา AUKUS ซึ่งได้แก่ สหรัฐ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ที่ร่วมส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ท่ามกลางการคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากจีน

• ขณะที่โทนี่ แอบบอตต์ อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวประณามจีนสำหรับการแสดงท่าทีคุกคามในภูมิภาค พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญในการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับไต้หวัน โดยระบุว่าออสเตรเลียไม่ควรเพิกเฉยต่อชะตากรรมของเพื่อนประชาธิปไตยที่มีประชากรเกือบ 25 ล้านคน

โดยทิ้งท้ายว่า “หากเราเป็นมิตร เราก็จะมีเพื่อน แต่หากเราเป็นคนพาลก็จะไม่มีใครอยากยุ่งกับเรา”

ต่อสู้โควิด ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเทคโนโลยี

• ในการประชุมครั้งนี้ได้เชิญนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้นำทางความคิดจากประเทศต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการต่อสู้กับโควิด-19 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเทคโนโลยี แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการแก้ปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้้นในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เมื่อเกิดโรคระบาด ตลอดจนมีการเสวนาภายใต้หัวข้อ “อนาคตของภูมิภาคเอเชีย”

• โดยไต้หวันได้ร่วมมือกับชาติเอเชีย อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมถึงประเทศพันธมิตรอื่นๆ อาทิ สหรัฐ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในด้านต่างๆ ตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของไต้หวัน

ความร่วมมือกับไทย

• รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของไต้หวันเปิดเผยว่า ในปีหน้าไต้หวันจะมุ่งเน้นประสานงานด้านสุขภาพกับประเทศคู่ค้ามากขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยต่างชาติเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของไต้หวันได้ดียิ่งขึ้น และทำให้ห่วงโซ่อุปทานสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านการดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างราบรื่น

• โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความร่วมมือด้านการฝึกอบรมวิชาชีพด้านสุขภาพกับไต้หวันมากที่สุดในบรรดาประเทศในนโยบายมุ่งใต้ใหม่ของไต้หวัน นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือด้าน E-Health Promotion และโครงการ One Country, One Center (1C1C)

Photo by CNA Pool / POOL / AFP

เมื่อ YG Entertainment ไม่เคยหยุดเลือกปฏิบัติกับลิซ่า Blackpink #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665142

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 18:34 น.เมื่อ YG Entertainment ไม่เคยหยุดเลือกปฏิบัติกับลิซ่า Blackpink หลายครั้งที่แฟนคลับต้องออกมาทวงความยุติธรรมให้ลิซ่า Blackpink เพราะถูก YG Entertainment เลือกปฏิบัติ

แฮชแท็ก #YGLetLisaDoHerWork ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ไทยถึง 2 วันติดต่อกัน ตามด้วย “ํYG TREAT LISA EQUALLY” และ #BeFairToLISA ในวันนี้ หลังจาก ฌ็อง คริสตอฟ บาบ็อง ซีอีโอของแบรนด์หรูอย่าง Bulgari ที่ลิซ่า Blackpink เป็นโกลบอลแอมบาสเดอร์ทวีตแจ้งข่าวว่า YG Entertainment ต้นสังกัดไม่อนุญาตให้ลิซ่าเข้าร่วมงานปารีสแฟชันวีคโดยอ้างเหตุผลเรื่อง Covid-19

และอีกทวีตหนึ่งบอกว่า ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ลิซ่าไม่สามารถเข้าร่วมถ่ายแบบในแคมเปญ spring/summer 2022 ของ Bulgari ร่วมกับคนดังอย่าง เซนดายา, ลิลี อัลดริดจ์ และวิตตอเรีย เชเรตติ ที่เมืองมิลานของอิตาลีเช่นเดียวกัน

การชี้แจงจากฝั่ง Bulgari สร้างความประหลาดใจและโกรธเคืองให้แฟนคลับของลิซ่าทั่วโลก เนื่องจากตอนนั้นลิซ่าก็อยู่ที่ฝรั่งเศสเรียบร้อยแล้ว และจากปารีสนั่งเครื่องต่อไปที่มิลานก็ไม่เกิน 2 ชั่วโมง และที่สำคัญคือ สมาชิก Blackpink อีก 3 คนคือ เจนนี่ จีซู และโรเซ่ เดินทางไปร่วมปารีสแฟชันวีคกับแบรนด์หรูได้ มีลิซ่าคนเดียวที่ไม่ได้ไปร่วม เหมือนกับถูกต้นสังเลือกปฏิบัติและกีดกันไม่ให้ร่วมงานกับแบรนด์ดัง

กรณีนี้ทำให้ประเด็นเรื่อง YG Entertainment เลือกปฏิบัติกับลิซ่าเพียงเพราะเธอเป็นคนไทยไม่ใช่สาวเกาหลีเหมือนเพื่อนร่วมวงกลับมาอีกครั้ง และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้นสังกัดปฏิบัติกับลิซ่าแบบนี้ ทั้งที่ลิซ่าป็อปปูลาร์ในระดับโลกไม่แพ้คนอื่น และยังเป็นศิลปินเคป็อปที่มีคนติดตามมากที่สุดในอินสตาแกรม

เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เจนนี่กับโรเซ่บินไปลอสแองเจลิสเพื่อทำงานเพลงชิ้นใหม่กันเพียง 2 คน จีซูไปร่วมไม่ได้แน่นอนเพราะติดถ่ายซีรีส์เรื่อง Snowdrop แต่ลิซ่าไม่น่าจะติดงาน แฟนๆ จึงสงสัยว่าทำไมลิซ่าไม่ได้ตามไปสมทบกับสองสาว

นอกจากนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ลิซ่าได้รับเลือกให้เป็นกรรมการรับเชิญตัดสินรางวัล ANDAM Fashion Award ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีส งานนี้ลิซ่าได้เข้าไปนั่งตัดสิน แต่พอถึงวันประกาศรางวัล แฟนๆ ที่ต่างตั้งตารอคอยชมการไลฟ์ผ่านอินสตาแกรมในวันที่ 1 ก.ค. ต้องผิดหวังเพราะลิซ่าไม่ได้มาปรากฏตัว

งานนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากเจนนีกับโรเซ่บินไปทำงานที่ลอสแองเจลิส ทำให้แฟนคลับลิซ่าสงสัยกันอีกครั้งว่าทำไม YG Entertainment อนุญาตให้สองสาวเดินทางไปทำงานแต่ไม่อนุญาตให้ลิซ่าบินไปปารีส

หากติดตามข่าวคราววงการบันเทิงฝั่งเกาหลีจะได้ยินแฟนคลับของศิลปินในสังกัด YG Entertainment บ่นเรื่องค่ายเลือกปฏิบัติหรือบุลลี่ศิลปินหลายครั้ง อย่างในกรณีของฮันบิน สมาชิกบอยแบนด์ iKON ที่ต้องออกจากวงหลังถูกตรวจพบว่าใช้สารเสพติด แต่ซึงรีของ Big Bang กลับไม่ต้องออกจากวงทั้งที่เจอปัญหาเดียวกัน

หรือในกรณีของ CL จากเกิร์ลกรุ๊ป 2NE1 ที่แฟนคลับมองว่า YG Entertainment ลำเอียงกับสมาชิกคนอื่นๆ ของวง เพราะมีแต่ CL ที่ได้ออกเพลงเดี่ยว

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ YG Entertainment ทำเหมือนเพิกเฉยกับดราม่าที่เกิดกับลิซ่าอีกหลายครั้ง อาทิ เหตุการณ์ที่ลิซ่าถูกขู่เอาชีวิตหลายครั้งเมื่อเดือน พ.ค. 2020 ก็เป็นบรรดา Blinks ที่ช่วยกันแจ้งเรื่องนี้ไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโซล

กว่า YG Entertainment จะออกมาเคลื่อนไหวก็หลังจากสถานเอกอัครราชทูตไทยแจ้งเรื่องนี้ไปยังบริษัท โดย YG Entertainment ออกแถลงการณ์ว่า ทางค่ายให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการปกป้องศิลปินเป็นอันดับแรก

ทว่าปฏิกิริยาจาก YG Entertainment มาช้าเกินไปและคำแถลงการณ์ดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้ข้อครหาว่าค่ายยังดูแลปกป้องลิซ่าไม่พอเงียบหายไป

หรือก่อนหน้านั้นที่ลิซ่าถูกผู้จัดการที่ทำงานกับ YG Entertainment มาหลายปีฉ้อโกงเงินไปกว่า 1,000 ล้านวอนโดยที่ทางค่ายไม่ระแคะระคาย

หนึ่งในทีมงานของลิซ่าให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Chosun ของเกาหลีใต้ว่า ลิซ่าอาจตกเป็นเป้าเพราะเป็นสมาชิก Blackpink คนเดียวที่ไม่มีครอบครัวคอยช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ เหมือนเพื่อนๆ ในวง เพราะลิซ่าต้องจากครอบครัวที่เมืองไทยไปทำงานที่เกาหลีใต้ตั้งแต่อายุ 14 ปี

คำพูดนี้ดูเหมือนยิ่งตอกย้ำว่า YG Entertainment ไม่ได้ดูแลลิซ่าดีเท่าที่ควร

นอกจากนี้ การโปรโมทวง Blackpink ของ YG Entertainment ดูเหมือนว่าทางค่ายไม่ค่อยลงทุนลงแรงกับลิซ่า คุณภาพรูปของลิซ่ามักจะไม่เท่ากับของเมมเบอร์คนอื่นๆ โดยรูปของลิซ่าจะมีทั้งเงา แสงแฟลชที่จ้าเกินไป มือช่างภาพที่ติดอยู่ในเฟรม หรือแม้แต่ความไม่ชัดของรูปที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นมืออาชีพ

และตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่ลิซ่าโพสต์คลิปเต้นลงใน YouTube ช่อง Lilifilm Official YG Entertainment ก็ไม่เคยช่วยโปรโมท

จนทำให้ก่อนหน้านี้เกิดแฮชแท็ก #YGStopSabotagingLisa และ #YGTreatLisaRight ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ในไทยมาครั้งหนึ่งแล้ว

ภาพ: YouTube

หมออิสราเอลกว่า 2,500 คนแห่ลาออก ประท้วงเข้าเวรนาน 26 ชม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665100

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 15:30 น.หมออิสราเอลกว่า 2,500 คนแห่ลาออก ประท้วงเข้าเวรนาน 26 ชม.แพทย์ฝึกหัดกว่า 2,500 คนในอิสราเอลจับมือลาออก ร่อนจดหมายถึงรัฐมนตรีสาธารณสุข

เว็บไซต์ Times of Israel รายงานว่าบุคลากรทางการแพทย์ในอิสราเอลกว่า 2,500 คนลาออก ประท้วงรัฐบาลที่ให้พวกเขาทำงานโดยไม่ได้พักผ่อนติดต่อกันนาน 26 ชั่วโมง โดยกล่าวว่ารัฐควรให้ความสำคัญกับสุขภาพของแพทย์ ซึ่งประโยชน์ต่อประเทศชาติ เนื่องจากพวกเขาต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก

นายแพทย์เรย์ บิตตัน หัวหน้าองค์กรแพทย์ฝึกหัดแห่งอิสราเอล Mirsham ระบุว่าแพทย์ฝึกหัดกว่า 2,590 คน ลงนามในหนังสือลาออกและยื่นจดหมายต่อสำนักงานกระทรวงสาธารณสุขเขตเทลอาวีฟ เพื่อส่งถึงนิตซาน โฮโรวิตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

โดยพวกเขามองว่ากระทรวงสาธารณสุขทอดทิ้งและไม่ปฏิบัติตามคำร้องขอของพวกเขา ทั้งยังไม่ให้ความสำคัญกับผู้ป่วยที่ควรได้รับการรักษาโดยแพทย์ที่มีสภาพร่างกายพร้อมสมบูรณ์ ไม่เหนื่อยล้าเช่นนี้

ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศลดระยะเวลาการเข้าเวรของแพทย์ในโรงพยาบาล 10 แห่งทางตอนเหนือและตอนใต้ของประเทศ ให้เหลือ 18 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 63 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยระบุว่าจะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2026

อย่างไรก็ตาม บรรดาแพทย์มองว่านั่นยังไม่ช่วยลดระยะเวลาเข้าเวรอย่างแท้จริง เนื่องจากขณะนี้ยังมีแพทย์จำนวนมากจากโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศที่ยังคงต้องทำงานหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19

ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์รวมตัวกันประท้วงในประเด็นดังกล่าวหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่ โฮโรวิตซ์กล่าวว่าเขารับทราบถึงความเหน็ดเหนื่อยของบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ และอยากจะลดระยะเวลาการเข้าเวรของแพทย์ทั่วประเทศ แต่มันยังเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ เนื่องจากมีบุคลากรไม่เพียงพอ

แม้ว่าขณะนี้จะลดระยะเวลาการเข้าเวรของแพทย์ในโรงพยาบาลได้เพียง 10 แห่ง แต่โฮโรวิตซ์มองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์

ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่แสดงความกังวลว่าการลาออกของบุคลากรทางการแพทย์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของอิสราเอล

ทั้งนี้ เมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ที่มาเลเซีย โดยบรรดาแพทย์จบใหม่นับหมื่นคนนัดหยุดงานเพื่อประท้วงที่รัฐบาลให้ทำงานหนักแต่ไม่ได้รับค่าตอบแทนเท่าที่ควร

ขณะที่แพทย์จบใหม่หลายคนตัดสินใจลาออกเนื่องจากภาวะหมดไฟในการทำงานท่ามกลางอัตราการเข้ารับการรักษาด้วยโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลทั่วประเทศทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

Photo by Menahem KAHANA / AFP

เรือดำน้ำนิวเคลียร์สหรัฐชนวัตถุปริศนาในทะเลจีนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665091

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 14:00 น.เรือดำน้ำนิวเคลียร์สหรัฐชนวัตถุปริศนาในทะเลจีนใต้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐชนวัตถุปริศนาในน่านน้ำอินโด-แปซิฟิก

กองเรือแปซิฟิกของกองทัพเรือสหรัฐเผยว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ยูเอสเอส คอนเนตทิคัต (USS Connecticut) ชนวัตถุปริศนาใต้น้ำระหว่างปฏิบัติภารกิจในทะเลจีนใต้เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา

“เรือดำน้ำยังอยู่ในสภาพปลอดภัย เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของ USS Connecticut ไม่ได้รับความเสียหายและยังทำงานได้อย่างสมบูรณ์” แถลงการณ์ของกองเรือแปซิฟิกระบุ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินความเสียหายของเรือดำน้ำ

U.S. Naval Institute News เว็บไซต์ที่รายงานข่าวกองทัพเรือสหรัฐรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่รายหนึ่งว่า ลูกเรือของเรือดำน้ำ USS Connecticut 11 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง

ทั้งนี้ เรือ USS Connecticut เป็นหนึ่งในสามเรือดำน้ำชั้น Seawolf ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐระบุว่าเป็นเรือที่เงียบเป็นพิเศษ เร็ว ติดอาวุธมาอย่างดี และติดตั้งเซ็นเซอร์ที่ทันสมัยที่สุด มีท่อยิงตอร์ปิโด 8 ท่อ

อุบัติเหตุเรือดำน้ำสหรัฐชนวัตถุใต้น้ำครั้งล่าสุดเกิดเมื่อปี 2005 เมื่อเรือดำน้ำยูเอสเอส ซานฟรานซิสโก (USS San Francisco) ชนภูเขาใต้น้ำ ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 นาย

Photo by Lt. Mack Jamieson / US NAVY / AFP

อินโดนีเซียอนุมัติวัคซีนใหม่จากจีน กันโควิดได้กว่า 81% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665082

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 13:00 น.อินโดนีเซียอนุมัติวัคซีนใหม่จากจีน กันโควิดได้กว่า 81%Zifivax วัคซีนโปรตีนซับยูนิตตัวใหม่จากจีนได้รับการอนุมัติใช้ในอินโดนีเซีย

รอยเตอร์สรายงานว่ารัฐบาลอินโดนีเซียอนุมัติวัคซีนโควิด-19 Zifivax ที่ผลิตโดยบริษัท Chongqing Zhifei Biological Products บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านชีวภาพของจีน นับเป็นวัคซีนโควิด-19 ของจีนตัวที่ 4 ที่ทางการอินโดนีเซียอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ต่อจาก Sinovac, Sinopharm และ CanSino

เพนนี ลูกิโต หัวหน้าหน่วยงานอาหารและยาของอินโดนีเซียกล่าวว่า จากการทดลองฉีดวัคซีนดังกล่าว 3 เข็มในระยะเวลา 3 เดือนพบว่า วัคซีนมีประสิทธิภาพในการต้านโควิด-19 โดยรวมประมาณ 81% และมีประสิทธิภาพในการต้านโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาต่ำกว่าสายพันธุ์อื่นๆ เล็กน้อย อยู่ที่ 77.47%

นอกจากนี้ยังคาดว่าอินโดนีเซียจะดำเนินการผลิตวัคซีนดังกล่าวในประเทศภายในปีนี้

ทั้งนี้ วัคซีน Zifivax หรือ ZF2001 เป็นวัคซีนชนิดโปรตีนซับยูนิต (protein subunit) ที่ต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม โดยได้รับการอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินจากทางการจีนเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา

หลังจากเสร็จสิ้นการทดลองทางคลินิกในระยะที่ 1 และ 2 เมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว ซึ่งดำเนินการกับอาสาสมัครอายุระหว่าง 18 ถึง 59 ปีที่ร่างกายแข็งแรงจำนวน 950 คน มีการตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Infectious Diseases พบว่า 97% ของอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีน 3 โดสโดสละ 25 ไมโครกรัม มีภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 และระดับภูมิคุ้มกันของกลุ่มนี้สูงกว่าของผู้ป่วยที่หายจากโควิด-19 แล้ว และไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรง

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองขั้นสุดท้ายในจีน อุซเบกิสถาน ปากีสถาน เอกวาดอร์ และอินโดนีเซีย ในอาสาสมัครจำนวน 28,500 คน ซึ่งรายงานเมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมาระบุว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตจากโควิด-19 อยู่ที่ 100%

Photo by STR / AFP

CIA ตั้งหน่วยทำงานพิเศษพุ่งเป้าที่จีนโดยเฉพาะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665081

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 12:10 น.CIA ตั้งหน่วยทำงานพิเศษพุ่งเป้าที่จีนโดยเฉพาะการข่าวกรองของสหรัฐกับจีนแข่งขันกันอย่างหนัก ล่าสุด CIA ของสหรัฐตั้งหน่วยพิเศษพุ่งเป้าไปที่จีนโดยเฉพาะ

บิลล์ เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ของสหรัฐเผยว่า CIA ได้ตั้งหน่วยทำงานใหม่ระดับสูงชื่อ China Mission Center (ศูนย์ภารกิจจีน) เพื่อจัดการความท้าทายจากจีนโดยเฉพาะ

“ศูนย์ใหม่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับงานรวบรวมข่าวกรองในภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญที่สุดที่เราเผชิญในศตวรรษที่ 21…รัฐบาลจีนที่มีความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันมากขึ้น…CIA จะอยู่แนวหน้าในขณะที่เรากำลังเผชิญกับการทดสอบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยากที่สุดในยุคของการแข่งขันของมหาอำนาจยุคใหม่” เบิร์นส์ระบุในแถลงการณ์

และยังย้ำว่า ความกังวลของ CIA คือ ภัยคุกคามจากรัฐบาลจีน ไม่ใช่ชาวจีน

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เบิร์นส์เผยกับวุฒิสภสหรัฐว่า ผู้นำจีนที่มีความเป็นปฏิปักษ์และชอบล่าเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ และบอกว่าเป้าหมายของจีนคือการขึ้นเป็นประเทศที่ทรงพลังและมีอิทธิพลแทนที่สหรัฐ

หน่วยพิเศษ China Mission Center ถือเป็นหน่วยงานที่พุ่งเป้าไปที่จีนโดยเฉพาะหน่วยงานแรก และเปรียบเสมือนภารกิจของ CIA ที่จับตารัสเซียเป็นพิเศษในระหว่างสงครามเย็น และการเน้นการต่อต้านการก่อการร้ายหลังเหตุโศกนาฏกรรม 9/11

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ CIA เกิดขึ้นหลังจาก CIA และ FBI พบว่าจีนจ้างพลเมืองสหรัฐให้จัดหาข้อมูลลับหรือข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทอกชน และยังใช้พลเมืองจีนที่ทำงานในสหรัฐทำหน้าที่ส่งข่าวกรองให้รัฐบาลจีนหลายเคส

Photos by MANDEL NGAN and Anthony WALLACE / AFP

วุฒิสภาสหรัฐไฟเขียวเพิ่มเพดานหนี้เป็นเกือบ 1,000 ล้านล้านบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665073

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 11:15 น.วุฒิสภาสหรัฐไฟเขียวเพิ่มเพดานหนี้เป็นเกือบ 1,000 ล้านล้านบาทสหรัฐรอดผิดนัดชำระหนี้หวุดหวิดหลังวุฒิสภาอนุมัติเพิ้มเพดานหนี้ระยะสั้น

ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตประกาศว่า วุฒิสภาสหรัฐมีมติ 50-48 ผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐชั่วคราวไปจนถึงวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ช่วยให้สหรัฐเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ที่จะถึงกำหนดในอีก 11 วันข้างหน้า

ร่างกฎหมายนี้จะเพิ่มเพดานหนี้อีก 480,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเพดานหนี้เดิมที่อยู่ที่ 28.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้เพดานหนี้สหรัฐขยับขึ้นเป็น 28.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 978.26 ล้านล้านบาท

หลังจากนี้ร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้จะถูกส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยมีการคาดการณ์ว่าสภาผู้แทนราษฎรจะอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าว และส่งต่อให้ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนกำหนดเส้นตายวันที่ 18 ต.ค.นี้

ข่าวดีดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นขยับขึ้น โดยดัชนี S&P 500 อยู่ในแนวบวกเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันหลังทราบข่าวว่าวุฒิสภาจะอนุมัติเพิ่มเพดานหนี้

REUTERS/Evelyn Hockstein/File Photo

อังกฤษคลายมาตรการกักตัว ถอนไทยพ้นประเทศสีแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/665070

วันที่ 08 ต.ค. 2564 เวลา 10:30 น.อังกฤษคลายมาตรการกักตัว ถอนไทยพ้นประเทศสีแดงอังกฤษถอน 47 ประเทศรวมถึงไทยออกจากกลุ่มประเทศสีแดง เดินทางเข้าได้ไม่ต้องกักตัว

วันนี้ (8 ต.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าอังกฤษจะถอนชื่อ 47 ประเทศรวมถึงไทย ออกจากบัญชีรายชื่อประเทศสีแดง หรือกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุดในการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ต.ค. ที่จะถึงนี้

ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่เดินทางจากประเทศไทยและประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากกลุ่มประเทศสีแดงสามารถเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้โดยไม่ต้องกักตัว หากฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่สหราชอาณาจักรให้การรับรองครบโดสแล้ว ไม่ต่ำกว่า 2 สัดาห์ก่อนเดินทาง

ทั้งนี้ วัคซีนที่สหราชอาณาจักรให้การรับรอง ได้แก่ Pfizer, Moderna, AstraZeneca และ Johnson & Johnson

โดยประเทศที่อยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศสีแดงของสหราชอาณาจักรจะคงเหลือเพียง 7 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐโดมินิกัน, โคลอมเบีย, เอกวาดอร์, ปานามา, เปรู, เฮติ และเวเนซุเอลา ซึ่งผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้ยังคงต้องกักตัว 10 วันตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษ

Photo by REUTERS/Guy Faulconbridge