อีลอน มัสก์ยังยอม ‘ปูตินรวยกว่าผมเยอะ’ แต่ว่าปูตินรวยแค่ไหน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679183

วันที่ 27 มี.ค. 2565 เวลา 16:08 น.อีลอน มัสก์ยังยอม 'ปูตินรวยกว่าผมเยอะ' แต่ว่าปูตินรวยแค่ไหน?

เศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกให้สัมภาษณ์กับบอสใหญ่ของInsider บอกว่าเขาคิดว่า ‘ปูตินรวยกว่าผมเยอะ’

มาเทียส เดิปฟ์เนอร์ (Mathias Döpfner) ซีอีโอของบริษัท Axel Springer ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเครือสื่อ Insider ถามอีลอน มัสก์ ระหว่างการสัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ว่า “คุณรู้สึกอย่างไรที่ถูกมองว่าเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก จาการที่มี (ทรัพย์สิน) มูลค่าสุทธิ 260,000 ล้านดอลลาร์?” 

แต่มัสค์ตอบว่า “ผมคิดว่าปูตินรวยกว่าผมเยอะ” 

มัสก์อาจจะพูดเล่น แต่เขาซีเรียสเรื่องการแสดงท่าที “ต่อต้าน” กับปูติน เขาบอกในการสัมภาษณ์ด้วยว่า “ผมคิดว่ารัฐบาลอเมริกันได้ทำมากกว่าที่ผู้คนจะรับรู้ แต่มันไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะมากนัก แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำบางสิ่งที่จริงจัง เราไม่สามารถปล่อยให้ปูตินยึดครองยูเครนได้ มันบ้าไปแล้ว”

คำามก็คือปูตินรวยกว่ามัสก์จริงหรือเปล่า? 

แม้แต่ Forbes ที่เชี่ยวชาญในการค้นหาและจัดอันดับทรัพย์สินของคนดังและเศรษฐี เมื่อพวกเขาตั้งคำถามว่ “ปูตินรวยแค่ไหน?” คำตอบที่พวกเขาให้ก็คือ “ไม่มีใครรู้จริงๆ” 

ทำเนียบเครมลินอ้างว่าปูตินได้รับเงินเดือน 140,000 ดอลลาร์ต่อปี ทรัพย์สินที่เปิดเผยต่อสาธารณะของเขา ได้แก่ อพาร์ตเมนต์ขนาด 800 ตารางฟุต รถพ่วง และรถยนต์สามคัน

แต่แต่ตามคำกล่าวของผู้เชี่ยวชาญบางคน เขาอาจจะเป็นชายที่ร่ำรวยที่สุดในโลก โดยบิล บราวเดอร์ (Bill Browder) ซีอีโอของ Hermitage Capital Management ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อการลงทุนและบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่เชี่ยวชาญในตลาดรัสเซียและเคยมีเรื่องขัดแย้งกับปูตินระบุเมื่อปี 2017 ว่าเขาอาจมีทรัพย์สินมูลค่ารวมสูงถึง 200,000 ล้านดอลลาร์

ตามคำให้การของบราวเดอร์ ปูตินสั่งสมความมั่งคั่งมหาศาลของเขาโดยใช้อิทธิพลทางการเมืองเพื่อบีบบังคับชาวรัสเซียให้มอบทรัพย์สินจำนวนมหาศาลให้กับเขา และย้ำว่า ปูตินเป็น “คนที่ร่ำรวยที่สุดในโลก” ซึ่งเป็นผลมาจาก “อาชญากรรมร้ายแรง” ที่รัฐบาลของเขาก่อขึ้น

ปูตินยังแสดงความร่ำรวยของเขาออกมาในบางครั้งเช่น ปูตินมักสวมนาฬิกาหรูระดับไฮเอนด์ เช่น Patek Philippe ที่แพงกว่าเงินเดือนของเขา คือ 60,000 ดอลลาร์ และเชื่อว่าเป็นเจ้าของ Lange & Sohne Toubograph มูลค่า 500,000 ดอลลาร์จากกรายงานของ Forbes

เมื่อเร็วๆ นี้ ปูตินสวมเสื้อแจ็คเก็ตดีไซเนอร์มูลค่า 14,000 ดอลลาร์ ที่การชุมนุมในกรุงมอสโก Moneycontrol รายงานว่ามันทำด้วยผ้าแคชเมียร์ ขนห่านสีขาวสำหรับบุนวม หนังนิ่มแพะ และผ้าขนสัตว์บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ 

Fortune รายงานว่าปูตินเป็นเจ้าของบ้านอีก 19 หลังและรถยนต์ 700 คัน นอกจากนี้ เขายังคาดว่าจะมีเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์รวม 58 ลำ รวมถึงเครื่องบินมูลค่า 716 ล้านดอลลาร์ที่เรียกว่า “The Flying Kremlin” ที่มีห้องน้ำทำด้วยทองคำ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ปูตินยังอาจเป็นเจ้าของคฤหาสน์มูลค่า 1,400 ล้านดอลลาร์ ขนาด 1,90,000 ตารางฟุตตั้งอยู่บนหน้าผาที่มองเห็นทะเลดำและได้รับการขนานนามว่าเป็น “กระท่อมชนบทของปูติน”

Fortune รายงานว่า คฤหาสน์หลังนี้มีเพดานภาพจิตรกรรมเฟรสโก สระว่ายน้ำหินอ่อนที่เรียงรายไปด้วยรูปปั้นเทพเจ้ากรีก เกสต์เฮาส์ขนาด 27,000 ตารางฟุต สปาพร้อมฮัมมัม (โรงอาบน้ำแบบอาหรับ) แบบดั้งเดิม ห้องแสดงดนตรี ห้องแต่งตัวสำหรับพนักงาน อัฒจันทร์  ลานฮ็อกกี้น้ำแข็ง, คาสิโน, ไนท์คลับ, ไวน์และสุรามากกว่า 1 แสนเหรียญในบาร์, ห้องชิมไวน์ใต้ดิน และอีกมากมาย

แต่ อาร์กาดี โรเทนแบร์ก (Arkady Rotenberg) ผู้ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจชาวรัสเซีย  อ้างว่าคฤหาสน์เป็นของเขา

นอกจากนี้ The Guardian ยังรายงานว่าปูตินยังเป็นเจ้าของซูเปอร์ยอทช์สูง 6 ชั้นยาว 140 เมตร ชื่อ “The Scheherazade” ซึ่งมีมูลค่า 700 ล้านดอลลาร์จอดเทียบท่าที่มารีนา ดิ คาร์รารา เมืองบนชายฝั่งทัสคานีของอิตาลี แม้ว่าจะยังยืนยันชัวร์ไม่ได้ว่าเป็นของปูติน แต่ประธานาธิบดียูเครนก็ยังเรียกร้องให้รัฐสภาอิตาลียึดเรือซูเปอร์ยอทช์ดังกล่าว

Photo – RIA Novosti Host Photo Agency/Alexander Vilf via REUTERS

จีนพบกล่องดำที่สองแล้ว แต่ไม่พบ ‘ส่วนประกอบระเบิด’ ที่จุดเครื่องบินตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679165

วันที่ 27 มี.ค. 2565 เวลา 10:56 น.จีนพบกล่องดำที่สองแล้ว แต่ไม่พบ ‘ส่วนประกอบระเบิด’ ที่จุดเครื่องบินตก

ล่าสุดมีรายงานในวันอาทิตย์ (27 มี.ค.) ว่าเจ้าหน้าที่พบกล่องดำกล่องที่สองแล้ว พร้อมเปิดเผยรายละเเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บหลักฐาน

หนานหนิง, 27 มี.ค. (ซินหัว) — เจิ้งซี หัวหน้าเจ้าหน้าหน่วยดับเพลิงกว่างซี กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ (26 มี.ค.) ว่าไม่พบสารอนินทรีย์หรือสารอินทรีย์ที่เป็นส่วนประกอบของระเบิด บริเวณจุดเกิดเหตุเครื่องบินโดยสารของสายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 132 รายพุ่งตกในอำเภอเถิงเซี่ยน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

ห้องปฏิบัติการทางฟิสิกส์และเคมีของหน่วยงานความมั่นคงสาธารณะของจีน ได้ทำการตรวจสอบตัวอย่าง 41 ชิ้น จากตัวอย่าง 66 ชิ้น ที่ได้จากจุดเกิดเหตุ และไม่พบสารประกอบไอออนสำคัญที่ใช้ในการประกอบวัตถุระเบิดอนินทรีย์ทั่วไป ทั้งยังไม่พบสารอินทรีย์ที่ใช้ประกอบระเบิดทั่วไปเช่นกัน

เจิ้งกล่าวว่ามีการยืนยันตัวตนของผู้ที่อยู่บนเครื่องบินแล้ว 120 ราย โดยเป็นผู้โดยสาร 114 ราย และลูกเรือ 6 ราย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหน่วยดับเพลิงได้ทำการค้นหาเป็นพื้นที่รวมกว่า 240,000 ตารางเมตร (ราว 150 ไร่) แล้ว นับตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.

นอกจากนี้ ทีมค้นหาในพื้นที่รอบนอกจำนวน 4 ทีม ได้ทำการตรวจสอบพื้นที่ตลอดเส้นทางบินแล้วประมาณ 50 เฮกตาร์  (ราว 312 ไร่) โดยยึดจุดเกิดเหตุเป็นจุดเริ่มต้น

จูเทา หัวหน้าสำนักงานความปลอดภัยทางการบิน สังกัดสำนักบริหารการบินพลเรือนแห่งประเทศจีนกล่าวว่า อุปกรณ์ส่งสัญญาณบอกตำแหน่งฉุกเฉิน (Emergency Locator Transmitter) ที่ติดตั้งไว้ใกล้กับกล่องดำกล่องที่สอง ได้รับการกู้คืนแล้ว อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าไม่มีผู้รอดชีวิตจากเหตุดังกล่าว

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

ไบเดนลั่นปูตินไม่อาจอยู่ในอำนาจ รัสเซียโต้ไม่ใช่กงการอะไรของไบเดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679162

วันที่ 27 มี.ค. 2565 เวลา 10:06 น.ไบเดนลั่นปูตินไม่อาจอยู่ในอำนาจ รัสเซียโต้ไม่ใช่กงการอะไรของไบเดน

แต่ในเวลาต่อมาทำเนียบขาวต้องชี้แจ้งงว่าไบเดนไม่ได้มีเจตนาที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองในรัสเซีย

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันเสาร์ระหว่างการเยือนโปแลนด์ว่า ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูตินไม่สามารถคงอยู่ในอำนาจได้ และการทำสงครามกับยูเครนของเขาเป็นความล้มเหลวทางยุทธศาสตร์สำหรับรัสซีย 

“เพื่อเห็นแก่พระเจ้า ชายผู้นี้ไม่สามารถคงอยู่ในอำนาจได้” ไบเดน บอกกับฝูงชนในวอร์ซอ ไบเดนยังกล่าวอีกว่า สงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งขณะนี้เข้าเดือนที่สองแล้ว ได้รวมชาติตะวันตกเข้าด้วยกัน โดยเสริมว่า นาโตเป็นพันธมิตรในแนวทางการป้องกันที่ไม่เคยต้องการให้รัสเซียล่มสลาย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดนไม่ได้เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในรัสเซีย เมื่อเขากล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย “ไม่สามารถอยู่ในอำนาจได้” 

“ประเด็นของประธานาธิบดีคือไม่อนุญาตให้ปูตินใช้อำนาจเหนือเพื่อนบ้านหรือภูมิภาคของเขา เขาไม่ได้พูดเกี่ยวกับอำนาจของปูตินในรัสเซีย หรือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง” เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวหลังคำปราศรัยของไบเดนในกรุงวอร์ซอ

ด้านทำเนียบเครมลินปฏิเสธคำกล่าวของประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐเมื่อวันเสาร์ว่า วลาดิมีร์ ปูติน “ไม่สามารถคงอยู่ในอำนาจได้” โดยกล่าวว่ารัสเซียจะเลือกประธานาธิบดีของตนเอง

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของไบเดน โฆษกเครมลิน ดมิทรี เปสคอฟ บอกกับรอยเตอร์ว่า “นั่นไม่ใช่เรื่องที่ไบเดนที่จะตัดสินใจ ประธานาธิบดีแห่งรัสเซียได้รับเลือกจากรัสเซีย”

ไบเดนได้โจมตีปูตินเป็นการส่วนตัวมากขึ้นตั้งแต่ประธานาธิบดีรัสเซียสั่งบุกยูเครนเมื่อเดือนที่แล้ว และเครมลินได้ตอบกลับด้วยการตั้งคำถามถึงสภาพจิตใจของผู้นำสหรัฐฯ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลรัสเซียกล่าวหาไบเดนว่า “ดูหมิ่นเป็นการส่วนตัว” ต่อปูติน หลังจากที่ไบเดนระบุว่าปูตินเป็น “อาชญากรสงคราม” และ “เผด็จการสังหาร” และทางเครมลินกล่าวว่าคำพูดของไบเดนดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความหงุดหงิด ความเหนื่อยล้า และการหลงลืม

ดมิทรี โรโกซินหัวหน้าหน่วยงานอวกาศของรัสเซีย Roscosmos กล่าวในโซเชียลมีเดียโดยล้อเลียนว่าคำชี้แจงล่าสุดเกี่ยวคำพูดล่าสุดของไบเดนว่ามาจากหน่วยแพทย์ของทำเนียบขาว

ก่อนหน้านี้ โรโกซินเคยเย้ยหยันไบเดนโดยเรียกว่าเป็น “การคว่ำบาตรอัลไซเมอร์” ที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับรัสเซียเกี่ยวกับสงครามในยูเครน ซึ่งมอสโกเรียกว่าปฏิบัติการพิเศษทางทหาร

Source – Reuters 

Photo –  AFP / Angela WEISS AND Alexey DRUZHININ

อดีตทหารอเมริกันโผล่ร่วมรบแนวหน้ายูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679146

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 17:00 น.อดีตทหารอเมริกันโผล่ร่วมรบแนวหน้ายูเครน

อดีตทหารอเมริกันโชว์คลิประหว่างเดินทางไปร่วมรบในแนวหน้าของยูเครน โวทำลายรถถังรัสเซียไป 7 คัน

The Guardian รายงานว่า มีคลิปอาสมัครชาวอเมริกันเดินทางไปร่วมสู้รบกับรัสเซียที่แนวหน้าในยูเครนเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดียอย่างน้อย 2 คลิป

คลิปแรกเป็นชายชาวอเมริกันในชุดเครื่องแบบทหารพร้อมแว่นตากันแดดเรย์แบนสีดำยืนอยู่ด้านหน้ารถถังของกองทัพรัสเซียที่ถูกไฟลุกไหม้จนกลายเป็นซากสีดำ โดยนอกเฟรมกล้องมีเสียงชาวยูเครนตะโกนว่า “ยินดีต้อนรับสู่อเมริกา!” ซึ่งชายชาวอมริกันคนดังกล่าวตอบกลับไปด้วยประโยคเดียวกัน

อีกคลิปหนึ่งเป็นทหารอีกคนหนึ่งที่พูดด้วยสำเนียงอเมริกัน ในคลิปทหารกลุ่มหนึ่งกำลังหาที่กำบังใกล้กับกำแพงบนถนนของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ผู้พูดอ้างว่าเพิ่งยึดกลับคืนมาจากรัสเซีย

คลิปแรกโพสต์โดย เจมส์ วาสเกซ อดีตทหารอเมริกันซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของกิจการรับเหมาก่อสร้างในรัฐคอนเนตทิคัต ซึ่งในทวีตของเขาระบุว่าเดินทางถึงโปแลนด์เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ก่อนจะข้ามพรมแดนเข้ายูเครนในวันถัดมา โดยมีโดรนสอดแนมติดตัวไปด้วยจำนวนหนึ่ง และเขาถูกส่งไปแนวหน้าจากเมืองลวิฟเมื่อวันที่ 18 มี.ค.

“ผมรู้สึกเหมือนเป็นพักร้อนที่อันตรายมากแต่เยี่ยมสุดๆ เลย” วาสเกซทวีต

วาสเกซได้รับมอบหมายให้ลาดตระเวนในยูเครนโดยต้องผ่านจุดตรวจหลายจุดและแสดงพาสปอร์ต เขาเล่าว่า “พวกเขา…ช็อกมากที่เห็นพาสปอร์ตสหรัฐตอนที่ผมแสดงตัวที่จุดตรวจ พวกเขาปล่อยให้ผมผ่านทันทีเพราะพวกเขาคิดว่ามันเจ๋งมากที่มีทหารอเมริกันมาสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วย”

อีกทวีตหนึ่งวาสเกซระบุว่า “หมู่บ้านนี้ถูกรัสเซียยึดมาเป็นเดือนแล้ว พวกเขาทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวแล้วเอาอาหารของชาวบ้านไป วันนี้เราเข้ามา ทำลายรถถังรัสเซียไป 7 คันและคนรัสเซียอีกนับไม่ถ้วน เพื่อคืนอิสรภาพให้ชาวบ้านพวกนี้”

This village has been Russian occupied for a month, they terrorized the people and took their food. Today we entered, took out 7 tanks and countless Russians thus liberating these people pic.twitter.com/0Fm3qHdepB— James Vasquez (@jmvasquez1974) March 24, 2022

ทั้งนี้ สถานทูตยูเครนในกรุงวอชิงตันดีซีของสหรัฐเผยกับ Newsweek ว่า พลเมืองสหรัฐกว่า 7,000 คนสมัครเข้าร่วมกองกำลังต่างชาติของยูเครน “แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับการอนุมัติ และไม่ใช่ทุกคนจะได้ไปยูเครน”

อย่างไรก็ดี คอมเม้นต์บางส่วนไม่เห็นด้วยที่ชาวอเมริกันจะไปร่วมรบในยูเครน อาทิ เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ @YouMayCallMeJay บอกว่า “คนอเมริกันไปรบใน/เพื่อยูเครน…หวังว่าคนพวกนี้จะไปแบบอาสาสมัครนะ ไม่ใช่ไปในนามทหารสหรัฐ ผมว่าพวกเขาพลาด เชื่อคนง่าย และกล้าหาญ ผมอยากให้พวกเขานึกกลัวขึ้นมาแล้วกลับบ้าน เพราะมันค่อนข้างโง่ที่จะไปร่วมสงครามของคนอื่น”

ส่วนผู้ใช้ชื่อ @coinboots บอกว่า “พลเมืองอเมริกันน่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำเนื่องจากอันตรายที่มันจะนำมาสู่คนอเมริกัน ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้ของประเทศอื่นๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น (รับรู้ว่าเป็นการกระทำของสงคราม) แม้ว่าจะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐ แต่ก็ไม่ใช่สงครามสำหรับชาวอเมริกัน”

ทฤษฎีใหม่? เครื่องบิน China Eastern อาจแตกกลางอากาศก่อนตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679147

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 17:57 น.ทฤษฎีใหม่? เครื่องบิน China Eastern อาจแตกกลางอากาศก่อนตก

มีปริศนาเพิ่มเติมของเที่ยวบิน MU5735 สายการบิน China Eastern Airlines หลังพบชิ้นส่วนอยู่ไกลจากจุดตกเกือบ 10 กิโลเมตร

ในขณะที่ทางการจีนกำลังเร่งค้นหากล่องดำกล่องที่ 2 ซึ่งเป็นเครื่องบันทึกข้อมูลการบิน (FDR) ของเครื่องบินโบอิง 737-800 ของสายการบินไชนา อีสเทิร์น แอร์ไลนส์ (China Eastern Airlines) ก็พบปริศนาใหม่เกี่ยวการตกของเครื่องบินลำนี้

การสืบสวนอุบัติเหตุเครื่องบินสายการบินไชนา อีสเทิร์น แอร์ไลนส์ เที่ยวบินที่ MU5735 ตกที่เมืองอู๋โจวล่าสุดพบว่า มีชิ้นส่วนของเครื่องบินอย่างน้อย 1 ชิ้นตกในพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ห่างจากจุดที่เครื่องบินตกราว 6 ไมล์ หรือ 9.6 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ของจีนระบุว่า หากชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นของเครื่องบินลำเกิดเหตุจริง หมายความว่าเครื่องบินอาจแตกออกกลางอากาศก่อนจะตกถึงพื้น

จางซี หัวหน้าหน่วยดับเพลิงจากเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงเผยว่า ชิ้นส่วนเครื่องบินดังกล่าวยาวประมาณ 1.3 เมตร กว้างราว 10 เซนติเมตร

ในช่วงเริ่มต้นของการสอบสวน เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทราบว่าชิ้นส่วนนั้นหลวมอันเป็นผลมาจากแรงกดดันระหว่างที่ดิ่งลงพื้น หรือหลุดออกมาก่อนที่จะตกลงสู่เนินเขา

ส่วน เจฟฟ์ กัซเซตติ อดีตหัวหน้าทีมสืบสวนขององค์การบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐเชื่อว่า น่าจะเกิดขึ้นระหว่างช่วงที่เครื่องบินกำลังดื่งลงจากระดับความสูง 29,000 ฟุตในเวลาประมาณ 1 นาที 35 วินาทีมากที่สุด “ในความเห็นผมมันคือชิ้นส่วนของเครื่องบินที่หลุดออกมาตอนที่มันกำลังดิ่งลง คำถามคือ มันคือชิ้นส่วนอะไร และหลุดออกมาตอนไหน”

CGTN via REUTERS TV

หมายเหตุ ภาพประกอบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังทำงานในจุดที่เครื่องบินตก

นายพลรัสเซียอ้างสงครามยูเครนเฟสแรกสำเร็จแล้วทั้งที่ไม่คืบหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679141

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 15:00 น.นายพลรัสเซียอ้างสงครามยูเครนเฟสแรกสำเร็จแล้วทั้งที่ไม่คืบหน้า

ฝ่ายรัสเซียเคลมปฏิบัติการทางทหารเฟสแรกในยูเครนสำเร็จแล้วเตรียมบุกตะวันออกต่อไป

CNN รายงานว่า นายพลระดับสูงของรัสเซียเผยรายละเอียดเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทางการทหารของรัสเซียในยูเครนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยอ้างว่าแผนการทางทหาร “เฟสแรก” ในยูเครนสำเร็จแล้ว โดยหลังจากนี้จะพุ่งเป้าไปที่การโจมตีฝั่งตะวันออกของยูเครน

เซอร์เก รัดสคอย รองผู้บัญชาการเหล่าทัพของรัสเซียเผยว่า ในภาพรวมภารกิจหลักในเฟสแรกของการปฏิบัติการทางทหารในยูเครนได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ศักยภาพการสู้รบของกองทัพยูเครนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เราสามารถพุ่งความสนใจไปที่เป้าหมายหลักอย่างการปลดปล่อยดอนบัส

คำพูดของรัดสคอยเกิดขึ้นในขณะที่การโจมจีของรัสเซียในเมืองสำคัญอย่างเคียฟและคาร์คิฟดูเหมือนว่าจะหยุดชะงัก รัสเซียยังล้มเหลวในการยึดครองน่านฟ้ายูเครน และสูญเสียทหารจำนวนมากนับตั้งแต่เปิดฉากโจมตียูเครน

“ผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชนต่างสงสัยว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ในพื้นที่ของเมืองที่ถูกปิดล้อมในยูเครน” รัดสคอยกล่าว “การกระทำเหล่านี้ดำเนินการโดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร อุปกรณ์ บุคลากรของกองทัพยูเครน ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เราไม่เพียงแต่จำกัดกองกำลังของพวกเขาและป้องกันไม่ให้พวกเขาเสริมกำลังในดอนบัส แต่จะไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาทำเช่นนี้จนกว่ากองทัพรัสเซียจะปลดปล่อยดินแดนของ DPR (โดเนตสก์) และ LNR (ลูฮันสก์) อย่างสมบูรณ์”

รัดส์คอยเผยว่า ทหารรัสเซียเสียชีวิต 1,351 นาย และบาดเจ็บอีก 3,825 นายในยูเครน ขณะที่สหรัฐ นาโต และยูเครนคาดว่าตัวเลขทหารรัสเซียที่เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงกว่านี้

“ตอนแรกเราไม่ได้วางแผนที่จะบุกโจมตี เพื่อป้องกันการทำลายและลดการสูญเสียบุคลากรและพลเรือน” รัดส์คอยเผย “และถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ดังกล่าวออกไป แต่เมื่อแต่ละกลุ่มเสร็จสิ้นภารกิจที่กำหนดไว้ และแก้ไขได้สำเร็จ กองกำลังและวิธีการของเราจะเน้นไปที่สิ่งสำคัญ นั่นคือการปลดปล่อยดอนบัสอย่างสมบูรณ์”

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าแถลงการณ์ของนายพลรุดส์คอยหมายความว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงในเป้าหมายของรัสเซียหรือไม่ หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนวิธีสื่อสารกับสังคมเท่านั้น

REUTERS/Marko Djurica

เพนตากอนชี้จรวดนำวิถีของรัสเซียใกล้หมดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679136

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 13:42 น.เพนตากอนชี้จรวดนำวิถีของรัสเซียใกล้หมดแล้ว

กลาโหมสหรัฐเผยจรวดนำวิถีความแม่นยำสูงของรัสเซียใกล้หมดแล้ว

The Guardian รายงานว่า คอลิน คาห์ล เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสกระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยว่า จากข้อมูลข่าวกรองจรวดนำวิถีความแม่นยำสูงของรัสเซียใกล้หมดแล้ว และรัสเซียน่าจะต้องพึ่งพาระเบิดไม่นำวิถีและกระสุนปืนใหญ่เป็นหลัก

ระเบิดที่ไม่มีระบบนำวิถีจะเคลื่อนที่แบบวิถีกระสุนทำให้ยากต่อการเล็งเป้า ทำให้ไม่สามารถโจมตีเป้าหมายที่ต้องการ ส่งผลให้ชีวิตประชาชนตกอยู่ในความเสี่ยง

คาห์ลเผยกับ Reuters ว่า ช่วง 28 วันแรกที่รัสเซียบุกยูเครน รัสเซียยิงขีปนาวุธทุกแบบทุกขนาดไปแล้วอย่างน้อย 1,200 ลูก ทว่าไม่ใช่ทุกลูกจะโจมตีถูกเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ โดยขีปนาวุธนำวิถีของรัสเซียมีอัตราความผิดพลาดถึง 60%

“การเปิดเผยตัวเลขนี้ช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดรัสเซียจึงล้มเหลวในการบรรลุวัตถุประสงค์เบื้องต้นนับตั้งแต่เปิดฉากรุกรานเมื่อ 1 เดือนก่อน อาทิ การทำลายกองทัพอากาศยูเครน แม้ว่ากองทัพรัสเซียจะแข็งแกร่งกว่ากองทัพยูเครนที่มีขนาดเล็กกว่า”

คาห์ลเผยกับ Reuters ว่า ขีปนาวุธร่อนที่ปล่อยจากอากาศมีอัตราความล้มเหลวอยู่ที่ 20-60% โดยผู้เชี่ยวชาญ 2 รายเผยกับ Reuters ว่า อัตราความผิดพลาดที่มากว่า 20% ถือว่าสูง

ทว่า คาห์ลเผยว่า รัสเซียยังคงมีอาวุธอื่นๆ อาทิ ขีปนาวุธที่ยิงจากพื้นดินสู่อากาศและขีปนาวุธร่อนอีกมากมาย “ผมหมายความว่าพวกเขาใช้เงินไปมาก แต่พวกเขาก็ทุ่มเทอย่างมาก และพวกเขายังมีเหลืออีกมาก”

Ukrainian Military TV/Handout via REUTERS

หวั่นราคาน้ำมันพุ่งหลังกบฏฮูษีโจมตีโรงเก็บน้ำมันซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679123

วันที่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 10:54 น.หวั่นราคาน้ำมันพุ่งหลังกบฏฮูษีโจมตีโรงเก็บน้ำมันซาอุฯ

กลุมกบฎในเยเมนโจมตีคลังเก็บน้ำมันซาอุสะเทือนราคาน้ำมันโลก

กระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า กลุ่มกบฏฮูษีซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในเยเมน ระดมยิงขีปนาวุธและจรวด โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัทซาอุดีอารามโกในเมืองเจดดาห์ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลแดง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ที่คลังเก็บน้ำมันสองแห่ง

การโจมตีครั้งนี้เพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคที่เป็นแหล่งส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับขึ้น

Bloomberg รายงานว่า โรงเก็บน้ำมันในเมืองเจดดาห์ที่ถูกโจมตีเก็บน้ำมันสำหรับใช้ในประเทศเป็นหลัก ซึ่งไม่ส่งผลกระทบกับตลาดน้ำมันโลกมากนัก แต่การโจมตีที่ยกระดับขึ้นสร้างความกังวลให้บรรดานักลงทุนน้ำมัน เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

ก่อนหน้านี้ซาอุดีอาระเบียเตือนว่าซัพพลายน้ำมันตกอยู่ในความเสี่ยง และเรียกร้องให้สหรัฐตอบโต้การโจมตีจากกลุ่มกบฏฮูษีซึ่งมีอิหร่านหนุนหลังให้มากกว่านี้ และย้ำข้อความนี้อีกครั้งหลังโรงเก็บน้ำมันของอารามโกถูกโจมตี

“การโจมตีพุ่งเป้าที่โรงน้ำมันและมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก” ตุรกี อัล-มาลิคิ โฆษฏกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียเผยกับ Saudi Press Agency หลังเหตุโจมตี

ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกถูกโดรนและขีปนาวุธจากกลุ่มกบฏฮูษีโจมตีหลายครั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยวานนี้กลุ่มพันธมิตรซึ่งนำโดยซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธ 1 ลูกและโดรนติดระเบิด 10 ลำ

REUTERS/Stringer

“เครื่องบินวันสิ้นโลก” ศูนย์บัญชาการลอยฟ้าของสหรัฐหากเกิดสงครามนิวเคลียร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679099

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 20:00 น.“เครื่องบินวันสิ้นโลก” ศูนย์บัญชาการลอยฟ้าของสหรัฐหากเกิดสงครามนิวเคลียร์

สหรัฐส่งเครื่องบินวันสิ้นโลกบินเหนือน่านฟ้าอังกฤษเตรียมพร้อมหากเกิดสงครามนิวเคลียร์

ท่ามกลางคำขู่ของรัสเซียว่าหากนาโตเข้ามาแทรกแซงสงครามรัสเซีย-ยูเครนอาจเกิดสงครามนิวเคลียร์ ส่วนปูตินก็สั่งให้กองกำลังนิวเคลียร์เตรียมพร้อมเต็มอัตรา ก็มีผู้พบเห็น เครื่องบินโบอิง 747 E4-B Nightwatch หรือเครื่องบินวันสิ้นโลก (Doomsday Plane) ของสหรัฐบินป้วนเปี้ยนแถวอังกฤษ

จากข้อมูลของ FlightRadar24 พบว่า หลังจากเทกออฟจากสหรัฐแยกต่างหากจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ส่งไบเดนไปร่วมประชุมกับพันธมิตรในยุโรป เครื่องบินวันสิ้นโลกบินผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกทางตอนใต้ของไอร์แลนด์ ก่อนจะบินวนอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และคาดว่าจะมุ่งหน้าสู่ RAF Mildenhall ซึ่งเป็นสถานีกองทัพอากาศของอังกฤษ แต่ทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติการของกองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) เป็นหลัก

ที่เครื่องบินลำนี้มีชื่อน่ากลัวว่า “เครื่องบินวันสิ้นโลก” ก็เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานในวันที่เกิดสงครามนิวเคลียร์หรือเหตุไม่คาดฝันอื่นๆ ขึ้นจนศูนย์บัญชาการภาคพื้นดินของสหรัฐถูกทำลายหมดไม่ต่างจากวันสิ้นโลก

ด้วยเหตุนี้เครื่องบินวันสิ้นโลกจึงมีนิกเนมว่า “เพนตากอนลอยฟ้า” ที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการลอยฟ้าเพื่อให้การทำงานของคณะรัฐบาล ประธานธิบดี รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เจ้าหน้าที่ระดับสูง และประธานเสนาธิการทหารร่วมยังคงดำเนินต่อไปได้

เครื่องบินวันสิ้นโลกถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสงครามเย็น โดยได้รับการออกแบบให้ทนต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากแรงระเบิดของนิวเคลียร์ มีรายงานว่าหน้าต่างของเครื่องบินโบอิง 747 E4-B Nightwatch ลำนี้มีลวดตะแกรงติดอยู่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งไม่ให้แตก ส่วนอุปกรณ์และระบบสายไฟก็ถูกทำให้แข็งแรง และยังมีระบบป้องกันความร้อนและนิวเคลียร์ในกรณีที่เกิดการระเบิด

ภายในตัวเครื่องเครื่องบินวันสิ้นโลก เมษายน 1976 ภาพ: wikipedia/กระทรวงกลาโหมสหรัฐ

ภายในตัวเครื่องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน จุคนได้มากถึง 112 คน มีห้องนอน 18 ห้อง ห้องน้ำ 6 ห้อง ห้องบรรยายสรุป 1 ห้อง ห้องประชุม พื้นที่สำหรับทำงาน และส่วนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง

เครื่องบินลำนี้สามารถบินได้นานถึง 12 ชั่วโมงโดยไม่ต้องหยุดพัก และด้วยความที่สามารถเติมน้ำมันได้กลางอากาศจึงทำให้อยู่บนน่านฟ้าได้นานหลายวัน โดยสถิติล่าสุดอยู่ที่ 35.4 ชั่วโมง

จุดที่แตกต่างจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ตกแต่งอย่างหรูหราเน้นความสบายคือ การตกแต่งเครื่องบินลำนี้เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก โดยจะติดตั้งอุปกรณ์แบบอะนาล็อกแทนที่จะเป็นเครื่องมือดิจิทัลทันสมัย เพื่อให้เครื่องบินสามารถทำงานต่อไปได้หากถูกพลังแม่เหล็กไฟฟ้าจากระเบิดนิวเคลียร์รบกวน ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์น้อยกว่า

ส่วนหัวของเครื่องบินมีส่วนที่นูนขึ้นมาเรียกว่า “ray dome” ที่บรรจุจานดาวเทียมหลายสิบจานและเสาอากาศสำหรับติดต่อสื่อสารกับเรือ เรือดำน้ำ และอากาศยานของสหรัฐได้ทุกที่ทั่วโลก

สื่อท้องถิ่นของอังกฤษคาดว่าเครื่องบิน 747 E4-B Nightwatch ลำนี้ ซึ่งดัดแปลงมาจากเครื่องบินโบอิง 747-200B มีมูลค่าราว 180 ล้านยูโร หรือราว 6,650 ล้านบาท

นอกจากนี้ ฝูงบินเครื่องบินวันสิ้นโลกของสหรัฐยังมีหลายลำ โดยอย่างน้อย 1 ลำต้องเตรียมพร้อมขึ้นบินตลอดเวลา อาทิ โบอิง E-6 Mercury เป็นฐานบัญชาการทางอากาศและถ่ายทอดการสื่อสารโดยใช้เครื่องโบอิง 707-320 โดยเครื่องรุ่น E-6A เข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐเมื่อเดือน ก.ค. 1989 แทนที่ EC-130Q

ขณะนี้ได้รับการโมดิฟายเป็นรุ่น E-6B เข้าประจำการเมื่อเดือน ต.ค. 1998 สามารถควบคุมขีปนาวุธข้ามทวีป Minuteman ด้วยระบบควบคุมการยิงขีปนาวุธทางอากาศ

และ Northrop Grumman E-10 MC2A ที่สร้างจากเครื่องบินพาณิชย์โบอิง 767-400ER

อย่างไรก็ดี แม้ว่าเครื่องบินวันสิ้นโลกจะไม่ใช่ความลับ แต่ก็ไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไร สมรรถนะที่แท้จริงของเครื่องบินในฝูงบินนี้อย่าง Nightwatch ลำนี้จึงไม่ค่อยมีคนทราบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย

ขณะที่รัสเซียเองก็มีเครื่องบินวันสิ้นโลกเช่นกันคือ Ilyushin Il-80 หรือที่รู้จักกันว่า Maxdome

ภาพ: wikipedia/Masteruploader

EU ดีลนำเข้าพลังงานจากสหรัฐ หวังเลิกพึ่งรัสเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/679100

วันที่ 25 มี.ค. 2565 เวลา 17:40 น.EU ดีลนำเข้าพลังงานจากสหรัฐ หวังเลิกพึ่งรัสเซีย

สหภาพยุโรปดีลเพิ่มการนำเข้าก๊าซจากสหรัฐ ลดพึ่งพารัสเซีย

วันนี้ (25 มี.ค.) สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (EU) ประกาศข้อตกลงที่จะเพิ่มอุปทานก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรปให้ได้อย่างน้อย 15 พันล้านลูกบาศก์เมตร ภายในสิ้นปี 2022 และปีละประมาณ 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตรจนถึงปี 2030

โดยประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐ และเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ไลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประกาศความร่วมมือที่จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายคือเพื่อให้ยุโรปเลิกนำเข้าเชื้อเพลิงจากรัสเซีย

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นซัพพลายเออร์ก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของการนำเข้า นอกจากนี้สหภาพยุโรปยังพึ่งพารัสเซียสำหรับการนำเข้าถ่านหินและน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด

ด้านเยอรมนีซึ่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากที่สุดในสหภาพยุโรปตั้งเป้าที่จะเลิกพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายที่จะยุติการซื้อน้ำมันและถ่านหินจากรัสเซียในวงกว้างในปีนี้ และยุติการนำเข้าก๊าซรัสเซียเกือบทั้งหมดภายในกลางปี 2024

Photo by REUTERS/Evelyn Hockstein