เปิดใจนักท่องเที่ยวรัสเซียในไทย กลับบ้านก็ไม่ได้ อยู่ต่อก็ไม่มีเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678899

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 14:11 น.เปิดใจนักท่องเที่ยวรัสเซียในไทย กลับบ้านก็ไม่ได้ อยู่ต่อก็ไม่มีเงิน

การคว่ำบาตรจากนานาชาติต่อรัสเซียหลังจาก วลาดิมีร์ ปูติน สั่งบุกยูเครนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียในไทย หลายคนไม่สามารถจ่ายบิลค่าอาหารหรือที่พัก เพราะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัตรเครดิต ทั้งยังไม่สามารถกลับบ้านเนื่องจากเที่ยวบินถูกยกเลิก

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเผยกับสำนักข่าว AP ว่า มีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียราว 6,500 คนติดอยู่ที่ไทย โดยราวครึ่งนึ่งอยู่ที่ภูเก็ต ที่เหลือกระจายอยู่ในสุราษฎร์ธานี กระบี่ และพัทยา

เงินคือปัญหาหลักของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย หลังจากมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐและยุโรปมีผลบังคับใช้ นักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็ไม่สามารถถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม หรือใช้บัตรเครดิต เพราะผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายใหญ่อย่างวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดยุติการให้บริการ ทั้งยังไม่สามารถโอนเงินผ่านระบบ SWIFT

ชาวรัสเซียคู่หนึ่งที่บินมายังภูเก็ตในวันเดียวกับที่รัสเซียบุกยูเครนให้สัมภาษณ์กับ โจนาธาน เฮด จาก BBC ว่า พวกเขาจะพยายามอยู่ในไทยให้ได้นานที่สุดจนกว่าเงินจะหมด

ทั้งคู่เล่าให้เฮดฟังว่า ต้องตระเวนไปตามธนาคารที่แล้วที่เล่า ตู้เอทีเอ็มตู้แล้วตู้เล่า แต่ 9 จาก 10 ครั้งถูกปฏิเสธ แต่สุดท้ายพวกเขาได้เงินสดมาจำนวนหนึ่งจากช่องทางอื่นๆ ที่ยังเหลืออย่าง Western Union หรือคริปโตเคอร์เรนซี แต่ช่องทางเหล่านี้ก็ไม่ได้ใช้ได้ทุกวัน “บางอย่างที่เวิร์กเมื่อวาน มันอาจไม่เวิร์กสำหรับพรุ่งนี้”

ส่วน อีฟจีเนีย โกโซร์สกายา นักจิตวิทยาที่บินจากรัสเซียมาถึงไทยเมื่อวันที่ 27 ก.พ. พร้อมกับสามีและลูกๆ อายุ 7, 4 และ 2 ขวบ เดิมครอบครัวนี้ตั้งใจว่าจะบินกลับรัสเซียในวันที่ 28 มี.ค. แต่ตอนนี้เที่ยวบินของสายการบิน Aeroflot ของรัสเซียถูกยกเลิก

เธอเผยกับ AFP ว่า “เรากังวลมากเพราะลูกๆ ยังเล็ก เราไม่มีเงินพอจะอยู่ที่นี่ เราอยากไปสนามบินพรุ่งนี้ แต่ฉันไม่รู้ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง”

ด้าน ศิวพร บุญเรือง ล่ามอาสาสำหรับชาวรัสเซียที่ติดอยู่ที่กระบี่เผยกับ ABC ว่า นักท่องเที่ยวรัสเซียบางคนไม่สามารถจ่ายบิล เพราะใช้บัตรวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ด บางคนที่ยังมีเงินสดหรือมีบัตรเครดิตของยูเนียนเพย์ที่ออกโดยบริษัทในจีนยังสามารถใช้ได้ แต่ร้านค้าต่างๆ ยังไม่ยอมรับคริปโตเคอร์เรนซี

อีกหนึ่งปัญหาของนักท่องเที่ยวรัสเซียคือเที่ยวบินของสายการบิน Aeroflot ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศเนื่องจากนานาชาติปิดน่านฟ้าไม่ต้อนรับ แม้ไทยจะไม่ได้แบนเที่ยวบินจากรัสเซียก็ตาม ดังนั้นหนทางเดียวคือต้องใช้บริการสายการบินอื่นเพื่อไปต่อเครื่องที่ตะวันออกกลางเพื่อกลับรัสเซีย

ส่วนชาวยูเครนผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่า ติดอยู่ราว 1,000 คน หนึ่งในนั้นคือ ยานา โมฮอนชุค และโอเลนา ควิโตสลาวา ยัตสคิฟ นักศึกษามหาวิทยาลัยที่เดินทางถึงไทยตั้งแต่เดือน ม.ค. และยังไม่มีแผนว่าหากวีซ่านักท่องเที่ยวหมดอายุในเดือนหน้าแล้วจะทำอะไรต่อ

โมฮอนชุคเผยกับ South China Morning Post ว่า “…เราอยากกลับยูเครนและพยายามจองตั๋วเครื่องบิน แม่ของฉันบอกว่าไม่ให้กลับ ให้อยู่ที่ไทยก่อน”

ยูเลีย เยสิค ชาวยูเครนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เผยว่า “ตอนนั้นทุกคนสิ้นหวังและช็อค ผู้ชายบางคนกลับไปรบ เมื่อ 2 วันก่อนคนหนึ่งไปโปรตุเกส นักท่องเที่ยวยูเครนหลายคนเงินไม่พอไป ดังนั้นพวกเขาจึงต้องหาที่พักหรือหางาน พวกเขากำลังจะต่อวีซ่าซึ่งแพงมาก”

REUTERS/Jorge Silva

ชาวจาเมกาประท้วงรับเจ้าชายวิลเลียมเสด็จเยือน ยังแค้นเคยตกเป็นทาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678879

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 12:28 น.ชาวจาเมกาประท้วงรับเจ้าชายวิลเลียมเสด็จเยือน ยังแค้นเคยตกเป็นทาส

เจ้าชายวิลเลียม-ดัชเชสเคท เสด็จเยือนจาเมกา ปลุกประชาชนลุกฮือประท้วงเพราะอดีตที่พวกเขาลืมไม่ลง

รอยเตอร์สรายงานว่านักเคลื่อนไหวชาวจาเมกาจำนวนมากรวมตัวกันชุมนุมประท้วงด้านนอกสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษในกรุงคิงส์ตัน เรียกร้องให้อังกฤษขอโทษและชดใช้ต่ออดีตอันขมขื่นของชาวจาเมกา ที่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของระบบทาส เมื่อครั้งที่ตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ

ขณะที่เจ้าชายวิลเลียม และดัชเชสแคเธอรีน ดยุกและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์เตรียมเสด็จเยือนจาเมกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเสด็จเยือนประเทศในเครือจักรภพแถบทะเลแคริบเบียนเป็นเวลา 8 วัน เนื่องในโอกาสสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงครองราชย์ครบ 70 ปี โดยเริ่มจากเบลิซ เป็นประเทศแรก ตามมาด้วยจาเมกา และบาฮามาส

“ฉันต้องการใช้ราชวงศ์อังกฤษตระหนักว่าพวกเขาได้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อชาวแอฟริกัน พวกเขาต้องขอโทษและคืนสิ่งที่พวกเขาได้ไปจากบรรพบุรุษของพวกเรา” ผู้ประท้วงคนหนึ่งกล่าว

จดหมายฉบับหนึ่งซึ่งลงนามโดยนักการเมือง ทนายความ และศิลปินชาวจาเมกาจำนวน 100 คน ระบุว่าการชดใช้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เกิดการให้อภัย และการปรองดอง

ย้อนกลับไปในช่วงที่อังกฤษเริ่มออกล่าอาณานิคม ได้ยึดครองจาเมกาในปี 1665 และปรับปรุงเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลและแหล่งค้าทาสที่สำคัญของทวีปอเมริกา ก่อนที่จะยกเลิกระบบทาสในปี 1833 และได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์ในปี 1962

เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลได้ประกาศแผนการที่จะเรียกเงินชดเชยจากอังกฤษมูลค่า 7,600 ล้านปอนด์ สำหรับการบังคับใช้แรงงานชาวแอฟริกันประมาณ 600,000 คนให้ทำงานในไร่อ้อยและกล้วยซึ่งสร้างความมั่งคั่งให้กับนายทาสชาวอังกฤษ

ทั้งนี้ การเสด็จเยือนประเทศในเครือจักรภพแถบทะเลแคริบเบียนของเจ้าชายวิลเลียมและดัชเชสแคเธอรีน มีขึ้นราว 4 เดือนหลังจากที่บาร์เบโดส ประเทศในภูมิภาคแคริบเบียน อดีตอาณานิคมของอังกฤษ กลายเป็นชาติสาธารณรัฐและสิ้นสุดการปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยอย่างเป็นทางการ โดยประกาศถอดถอนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ออกจากการเป็นประมุขของรัฐ และ เดม ซานดรา เมสัน สาบานตนขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรก

ส่งผลให้ปัจจุบันราชอาณาจักรเครือจักรภพหรือรัฐเอกราชที่มีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงเป็นประมุข ได้แก่ ออสเตรเลีย, แคนาดา, จาเมกา, นิวซีแลนด์, ปาปัวนิวกินี, บาฮามาส, เบลีซ, เกรเนดา, ตูวาลู, เซนต์ลูเชีย, หมู่เกาะโซโลมอน, แอนติกาและบาร์บูดา, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์

ขณะที่จาเมกาได้เริ่มดำเนินการที่อาจนำไปสู่เส้นทางเดียวกับบาร์เบโดส แต่อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี

มาร์ลีน มาลาฮู ฟอร์ต อัยการสูงสุดของจาเมกากล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่าเธอได้รับคำแนะนำจากนายกรัฐมนตรีแอนดรูว์ โฮลเนสส์ ให้ปฏิรูปรัฐธรรมนูญให้เป็นสาธารณรัฐ แต่กระบวนการดังกล่าวจะต้องมีการลงประชามติตามรัฐธรรมนูญของจาเมกา ทำให้อาจใช้เวลานานกว่าบาร์เบโดสซึ่งมีขนาดเล็กกว่า และสามารถทำการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้ผ่านรัฐสภา

Photo by REUTERS/Gilbert Bellamy

รมว.ต่างประเทศยูเครนชี้มีจุดยืนเดียวกับจีนคือยุติสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678870

วันที่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 10:48 น.รมว.ต่างประเทศยูเครนชี้มีจุดยืนเดียวกับจีนคือยุติสงคราม

รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนเห็นด้วยจุดยืนจีน ยุติสงครามในยูเครน พร้อมเรียกร้องจีนแสดงบทบาทในการแก้ปัญหา

ดมีโทร คูเลบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครนเผยว่ายูเครนและจีนมีจุดยืนเดียวกันคือต้องการยุติสงครามในยูเครน พร้อมเรียกร้องให้จีนร่วมหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

คูเลบาระบุว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างยูเครนและจีนอยู่บนพื้นฐานของการเคารพ ความเข้าใจ และผลประโยชน์ซึ่งกันและกันมานานหลายทศวรรษ เรามีจุดยืนเดียวกันคือต้องการหาทางแก้ไขปัญหาทางการเมืองอันนำมาซึ่งสงครามในยูเครน และขอเรียกร้องให้จีนซึ่งเป็นมหาอำนาจระดับโลก มีบทบาทสำคัญในความพยายามนี้”

For decades, the Ukrainian-Chinese relations have been based on mutual respect, understanding and benefit. We share Beijing’s position on the need to find a political solution to the war against Ukraine and call on China as a global power to play an important role in this effort.— Dmytro Kuleba (@DmytroKuleba) March 21, 2022

ขณะที่แอนดริว เยอร์มัค ผู้ช่วยอาวุโสของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเผยว่าอาจมีการเจรจาระหว่างผู้นำยูเครน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในอนาคตอันใกล้นี้

พร้อมระบุว่ายูเครนเห็นท่าทีที่เป็นกลางของจีน และคาดหวังให้จีนมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในการยุติสงครามครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ผู้นำจีนได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐ โดยแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจีนต่อต้านสงคราม ไม่ต้องการเห็นสถานการณ์รุนแรงในยูเครน และสนับสนุนสันติภาพในยูเครน

ขณะที่ฉิน กัง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้มีการหยุดยิงและกล่าวว่าจีนกำลังส่งเสริมการเจรจาสันติภาพอย่างเต็มที่ และจะทำทุกทางเพื่อบรรเทาวิกฤตด้วยสันติวิธี พร้อมเน้นย้ำว่าจีนเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของปัญหา

Photo by REUTERS/Murad Sezer

ผู้มีอิทธิพลในรัสเซียอาจหาญวางแผนลอบวางยาพิษปูติน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678827

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 18:49 น.ผู้มีอิทธิพลในรัสเซียอาจหาญวางแผนลอบวางยาพิษปูติน

เมื่อเร็วๆ นี้ปูตินเพิ่งสั่งเปลี่ยนคนงานในเครมลินยกชุดนับพันคนเพราะกลัวว่าจะถูกวางยาพิษ

หน่วยข่าวกรองของยูเครนเผยว่า กลุ่มอีลีทในรัสเซียกลุ่มหนึ่งวางแผนกำจัดประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ด้วยการวางยาพิษ และไปไกลถึงขั้นวางตัวให้ อเล็กซานเดอร์ บอร์ตนิคอฟ ผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับ FSB นั่งเก้าอี้แทนปูติน เพราะหวั่นผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตกต่อรัสเซีย

Dailymail รายงานว่า ผู้อำนวยการใหญ่หน่วยสืบราชการลับยูเครนเผยว่า “เป็นที่ทราบกันว่าบอร์ตนิคอฟและตัวแทนผู้มีอิทธิพลคนอื่นๆ ของชนชั้นสูงรัสเซียกำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ เพื่อกำจัดปูตินออกจากอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางยาพิษ ทำให้ป่วยแบบเฉียบพลัน หรือเหตุบังเอิญอื่นๆ”

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้บอร์ตนิคอฟเคยทำงานเคียงข้างกับปูตินในหน่วยสายลับ KGB แต่หลังจากเกิดความสูญเสียกับกองทัพรัสเซียในยูเครนเมื่อเร็วๆ นี้เขาก็ไม่ใช่คนโปรดของปูตินอีกต่อไป ถึงอย่างนั้นบอร์ตนิคอฟก็ยังมีอิทธิพลในกลุ่มคนวงในในรัสเซีย

แหล่งข่าวตะวันตกคนหนึ่งเผยกับ Daily Mirror ว่า “ข่าวลือเหล่านี้และความสงสัยภายในกลุ่มคนวงในของมอสโกจะหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดระแวงและสงสัยในตัวผู้นำ มีข้อสงสัยที่สำคัญว่าคนจำนวนหนึ่งอาจพยายามกำจัดประธานาธิบดีรัสเซียจริงๆ ในตอนนี้ แต่จะสำเร็จหรือไม่นั้นต้องคอยดู”

ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองลับฝรั่งเศสจากแผนกความมั่นคงภายนอก (DGSE) ที่เคยมีประสบการณ์อยู่ในวงการลอบสังหารเผยกับ The Daily Beast ว่า “การลอบสังหารปูตินอยู่บนโต๊ะการวางแผนของทุกหน่วยข่าวกรอง ผมรู้เพราะผมเคยวางแผนมาแล้ว” โดยวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ การวางยาพิษ

อดีตเจ้าหน้าที่รายนี้เชื่อว่า “ความพยายามลอบสังหารน่าจะมาจากภายในเครมลินเอง ไม่ใช่มาจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างชาติ”

หากเป็นอย่างที่หน่วยข่าวกรองยูเครนว่าจริง นี่ไม่ใช่การพยายามลอบสังหารผู้นำของรัสเซียครั้งแรก ย้อนกลับไปในปี 1866 ดมิทรี คาราโคซอฟ นักเคลื่อนไหวเพื่อการปฏิวัติ พยายามสังหารพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแต่ล้มเหลว

The Daily Beast รายงานว่า ความพยายามลอบสังหารผู้นำรัสเซียอีกครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 1952 ที่ Hotel Peking ในจัตุรัสมายาคอฟสกี ซึ่งเป็นโรงแรมที่จะใช้เป็นสถานที่จัดงานฉลองความสัมพันธ์ซิโน-โวเวียต

The Daily Beast ระบุว่า เหมาเจ๋อตงส่งเชฟคนโปรดมายังกรุงมอสโกเพื่อเปิดภัตตาคารอาหารจีนในโรงแรม Hotel Peking ทว่าเชฟคนนี้แท้จริงแล้วเป็นนักฆ่าที่ถูกส่งมาเพื่อสังหาร โจเซฟ สตาลิน แต่ฝ่ายโซเวียตไหวตัวทันจึงส่งเจ้าหน้าที่ KGB เข้ามาปลิดชีพนักฆ่าคนนี้ด้วยการใช้มีดอีโต้ฟันที่ศีรษะ

อดีตเจ้าหน้าที่ DGSE บอกว่า น่าจะเหลือแต่สายลับรัสเซียเท่านั้นที่ยังใช้วิธีวางยาพิษสังหารผู้คน โดยยกตัวอย่างการใช้ยาพิษเพื่อกำจัดศัตรูของเครมลินหลายเคส อาทิ การวางยาพิษแทลเลียมในกาแฟของ นิโคไล คาโคลฟ KGB แปรพักตร์ เมื่อปี 1957 ไปจนถึงการพยายามสังหาร วิกเตอร์ ยูชเชนโก หนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดียูเครน ด้วยการวางยาพิษไดออกซินในอาหารค่ำ

นอกจากนี้ยังมีการวางยาพิษฝ่ายตรงข้ามอีกหลายครั้ง เช่น การเสียชีวิตเมื่อปี 2006 ของอเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก จากโพโลเนียม-210 การใช้โนวิโช้คกับ เซอร์เก สกรีปาล อดีตสายลับรัสเซียในอังกฤษเมื่อปี 2018 และการลอบสังหาร อเล็กซี นาวัลนี ด้วยโนวิโช้คเช่นกันในปี 2020

อย่างไรก็ดี การลอบสังหารปูตินไม่ใชเรื่องง่าย แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพรัสเซียเผยว่า เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ปูตินสั่งเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในเครมลินยกชุดราว 1,000 คน ตั้งแต่พ่อครัว พนักงานซักล้าง เลขาฯ ไปจนถึงบอดีการ์ดที่มีหน้าที่ทำงานใกล้ชิดปูติน แล้วนำคนงานชุดใหม่เข้ามาแทน เพราะกลัวว่าคนเหล่านี้จะลอบวางยาพิษ

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ปูตินยังปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตนับตั้งแต่เปิดศึกกับยูเครน โดยตื่นนอนเวลา 12.00 น. ก่อนเริ่มอาหารมื้อแรกที่ต้องผ่านการตรวจหาสารพิษแล้ว จากนั้นจะจิบกาแฟและว่ายน้ำเป็นเวลา 2 ชั่วโมง

เมื่อกลับเข้ามาทำงานปูตินจะไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทุกชนิด เพราะไม่ไว้ใจในเรื่องความปลอดภัยทางออนไลน์ เอกสารทุกอย่างจะอยู่ในรูปของกระดาษอยู่ในแฟ้มสีแดง ยกเว้นโทรศัพท์ที่ใช้โครงข่ายคมนาคมสื่อสารในยุคอดีตสหภาพโซเวียต

อดีตเจ้าหน้าที่ DGSE บอกว่า “ปูตินรู้แน่นอนว่ามีคนต้องการเก็บเขา การฆ่าปูตินไม่ใช่งานง่าย แต่ปูตินรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ และนั่นทำให้เขากลัวแน่นอน”

อดีตเจ้าหน้าที่รายนี้เผยอีกว่า “ปูตินจะเดินทางไกลๆ ด้วยรถยนต์ ไม่มีรถหุ้มเกราะใดๆ ที่สามารถรอดจากระเบิดไม่กี่ตันที่ฝังไว้ใต้ถนน” และว่า การโจมตีใดๆ กับปูตินจะทำให้คนที่อยู่วงใน หรือเงาที่อยู่วงนอกระวังตัวมากขึ้น “มันจะเป็นงานที่แพงมาก ต้องใช้เงินมหาศาล จากประสบการณ์ของผม ผมพนันว่าเงินมีพร้อมแล้ว และพร้อมมาตลอด”

Sputnik/Ramil Sitdikov/Kremlin via REUTERS

ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นการดิ่งของ China Eastern ไม่ปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678796

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 15:06 น.ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นการดิ่งของ China Eastern ไม่ปกติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินหลายคนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตกที่ไม่ปกติของเครื่องบินสายการบิน China Eastern Airlines ที่เป็นอุบัติเหตุด้านการบินที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 10 ปีของจีน

ข้อมูลการบินจาก Flightradar24 ระบุว่า เที่ยวบิน MU5735 บินอยู่ที่ระดับความสูง 29,000 ฟุต (8,839.2 เมตร) และอยู่ห่างประมาณ 100 ไมล์ (160.93 กิโลเมตร) จากจุดหมายปลายทาง ซึ่งเป็นจุดที่นักบินจะเริ่มลดเพดานบินเพื่อเตรียมลงจอด แต่แทนที่จะค่อย ๆ ปรับลดเพดานบินลงประมาณ 1,000 ฟุตต่อนาที เครื่องบินกลับดิ่งลงด้วยความเร็วกว่า 30,000 ฟุต (9.1 กิโลเมตร) ต่อนาทีภายในเวลาไม่กี่วินาที

โดยรวมแล้วเครื่องบินลำนี้ดิ่งลงเกือบ 26,000 ฟุต (7.9 กิโลเมตร) ภายในเวลาราว 1 นาที 35 วินาที และดูเหมือนว่าการดิ่งลงของเครื่องบินหยุดไปราว 10 วินาทีแล้วไต่ระดับความสูงขึ้นไปช่วงสั้นๆ ก่อนจะดิ่งลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ซึ่งเพิ่มความผิดปกติให้กับเหตุการณ์เข้าไปอีก

ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สอบสวนเหตุเครื่องบินตกแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ตัวเครื่องดิ่งลงจากการบินรักษาระดับความสูงในการเดินทางไปยังจุดหมาย (cruising altitude) แต่มีน้อยครั้งมากที่จะเหมือนกับการตกของเครื่องบินโบอิง 737-800 ที่ดิ่งลงฮวบฮาบสู่พื้นดิน

จอห์น ค็อกซ์ (John Cox) ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยการบินและอดีตนักบินเครื่องบินโบอิงตระกูล 737 เผยกับ Bloomberg ว่า “มันแปลกมาก มันยากมากที่เครื่องบินจะบินในลักษณะนี้”

เจฟฟ์ กัซเซตติ (Jeff Guzzetti) อดีตหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบอุบัติเหตุประจำสำนักงานการบินของรัฐบาลสหรัฐเผยกับ Bloomberg ว่า นี่เป็นเหตุการณ์ที่แปลกมาก

ทั้งค็อกซ์และกัซเซตติบอกว่า แม้ว่าข้อมูลจาก Flightradar24 เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น แต่เส้นทางบินที่ค่อนข้างตรงของเที่ยวบิน MU5735 และช่องสัญญาณสื่อสาร (transponders) ของเครื่องที่ยังทำงานอยู่ในระหว่างที่เกิดเหตุ บ่งชี้ว่าเครื่องบินไม่ได้หยุดทำงานเหมือนกับกรณีที่กลุ่มก่อการร้ายวางระเบิดเครื่องบินในบางกรณี

ผู้เชี่ยวชาญทั้งคู่เผยกับ Bloomberg อีกว่า ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีที่เครื่องบินลดระดับลงอย่างรวดเร็วจากการบินรักษาระดับความสูง ทว่าส่วนใหญ่มีความแตกต่างกันมาก

ตัวอย่างเช่น การสอบสวนของสำนักสอบสวนและวิเคราะห์ความปลอดภัยการบินพลเรือนของฝรั่งเศสระบุว่า เที่ยวบิน 447 ของสายการบิน Air France ที่ตกลงในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2009 แต่เครื่องบินลำนี้ตกลงช้ากว่าหลังจากเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร็วถูกเคลือบด้วยน้ำแข็ง และนักบินเกิดความสับสน โดยผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 228 คนบนเครื่องบินแอร์บัส SE A330 เสียชีวิต

อีกกรณีหนึ่งคือ คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐ (NTSB) พบว่า เครื่องบินขนส่งของบริษัท Atlas Air Worldwide ตกลงในหนองน้ำใกล้กับเมืองฮุสตันเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2019 เนื่องจากนักบินผู้ช่วยเกิดความสับสนและพาเครื่องบินดิ่งลงพื้น เครื่องบินลำนี้ตกลงมาในช่วงเวลาที่สั้นกว่าและตกไม่เร็วเท่ากับเครื่องบินของ China Eastern

อีกครั้งหนึ่งที่คล้ายกับกรณีของ China Eastern คือ เครื่องบินโบอิง 737-300 ของสายการบิน Silk Air ที่มีผู้โดยสารและลูกเรือ 104 รายตกลงในแม่น้ำในอินโดนีเซียเสียชีวิตยกลำเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 1997 โดยเครื่องบินลำดังกล่าวดิ่งลงด้วยความเร็วกว่า 38,000 ฟุต (11,582 เมตร) ต่อนาที

เหตุการณ์นี้ NTSB สรุปว่า นักบินตั้งใจทำเครื่องตก โดยระบบบันทึกข้อมูลการบินและระบบบันทึกเสียงและสัญญาณวิทยุภายในห้องนักบินถูกปิดอย่างเป็นปริศนาไม่นานหลังจากเกิดความผิดปกติ ดังนั้นจึงไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับวิถีการตก

อย่างไรก็ดี เบนจามิน เบอร์แมน (Benjamin Berman) อดีตผู้สอบสวนเหตุเครื่องบินตกของ NTSB ที่เคยมีประสบการณ์ขับเครื่องบินโบอิง 737 เผยกับ Bloomberg ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปสาเหตุการตกของเครื่องบินของ China Eastern

เบอร์แมนบอกว่า เป็นไปได้ที่จะเกิดสถานการณ์ต่างๆ มากมายสำหรับความผิดพลาดบางประเภท ความผิดพลาดของนักบิน หรือหลายอย่างรวมกันที่นำไปสู่การตก

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้บอกว่า แต่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้เลย โดยเขาเห็นด้วยกับค็อกซ์และกัซเซตติที่บอกว่า เครื่องบินโบอิง 737-800 ก็เหมือนกับเครื่องบินอื่นๆ ที่ถูกออกแบบเพื่อไม่ไห้ดิ่งลงแบบตั้งฉาก

เบอร์แมนกล่าวว่า นั่นหมายความว่านักบินต้องใช้ความพยายามอย่างมาก หรือต้องเป็นความผิดพลาดที่ผิดปกติอย่างมาก และว่ามีหลายสาเหตุที่ทำให้เครื่องดิ่งลง ตั้งแต่นักบินหัวใจวายแล้วทรุดลงไปทับแผงควบคุม ไปจนถึงเครื่องยนต์ที่ใช้ยกหรือกดหัวเครื่องบินขัดข้อง แต่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเป็นเวลาสั้นๆ หรือมีวิธีที่ง่ายสำหรับนักบินในการรับมือเหตุขัดข้องดังกล่าว

“มันต้องมีอะไรบางอย่างถึงทำให้หัวเครื่องบินปักลง” เบอร์แมนทิ้งท้าย

เช่นเดียวกับ ฮัสซัน ชาฮิดิ ประธานและซีอีโอมูลนิธิความปลอดภัยทางการบินที่เผยกับ Today ว่า เหตุการณ์ของเที่ยวบิน MU5735 ไม่ปกติ “ตั้งแต่การร่วงลงมาจนถึงเครื่องตกใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที นี่ผิดปกติมากและนี่เรียกว่าการสูญเสียการควบคุมขณะทำการบิน (LOC-I)”

ชาฮิดิย้ำว่า โบอิง 737-800 ปลอดภัย เราใช้กันมานานหลายสิบปีแล้ว ทั่วโลกมีประมาณ 4,200 ลำ ราว 1,100 ลำในจีน และมีสถิติความปลอดภัยที่ดีมากมานานหลายสิบปี “ผมไม่กังวลเกี่ยวกับสถิติความปลอดภัยโดยทั่วไปของเครื่องบินนี้”

ส่วน นีล แฮนส์ฟอร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินจาก Port Stephens ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเผยว่า การตกในแนวดิ่งสามารถให้เบาะแสว่าเกิดอะไรขึ้น

“มันร่วงลงมาเหมือนก้อนหิน หากมีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างบินเครื่องบินจะต้องตกแบบมีวิธีโค้งเล็กน้อย แต่นี่มันตกลงมาตรงๆ เป็นไปได้ว่าเมื่อตรวจสอบสาเหตุต่างๆ แล้ว มันอาจถูกโจมตีด้วยอาวุธทางการทหาร หรือมีนักบินเข้ามาแทรกแซง หรือการชนกัน” แฮนส์ฟอร์ดเผย

แฮนส์ฟอร์ดกล่าวอีกว่า “มันเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากว่าจะเป็นความเสียหายอย่างปีกหลุด ที่ทำให้เครื่องตกลงมาจากฟ้าในลักษณะอย่างที่เราเห็น”

ไบเดนลั่นสหรัฐจะเป็นผู้นำระเบียบโลกใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678784

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 13:58 น.ไบเดนลั่นสหรัฐจะเป็นผู้นำระเบียบโลกใหม่

การผงาดของจีน การท้าทายของรัสเซียกำลังสั่นคลอนฐานะมหาอำนาจของสหรัฐ แต่ไบเดนเชื่อมั่นว่าประเทศของเขาจะเป็นผู้นำต่อไป

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมรายไตรมาสของผู้บริหารของ Business Roundtable ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐกล่าวว่าโลกกำลังอยู่ใน “จุดเปลี่ยน” ซึ่ง “เกิดขึ้นทุกสามหรือสี่ชั่วอายุคน” และขึ้นอยู่กับสหรัฐอเมริกาในฐานะผู็ที่ชี้ขาดผลลัพธ์ของจุดเปลี่ยนนี้

“อย่างที่ทหารชั้นนำคนหนึ่งพูดกับผมในการประชุมด้านความมั่นคงเมื่อวันก่อน มีผู้เสียชีวิต 60 ล้านคนระหว่างปี 1900 ถึง 1946 และตั้งแต่นั้นมา เราก็ได้จัดตั้งระเบียบโลกแบบเสรีขึ้นและนั่นก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาช้านานแล้ว ” ไบเดนกล่าว

เขากล่าวต่อไปว่า “ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตไป แต่ไม่มีช่วงไหนใกล้เคียงกับความโกลาหล แต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป มันกำลังจะมีระเบียบโลกใหม่ และเราจะเป็นผู้นำ (ระเบียบโลก) เราจำเป็นต้องสร้างเอกภาพของประเทศโลกเสรีในการทำเช่นนี้”

ทั้งนี้ ระเบียบโลกใหม่ (New world order) หมายถึงการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีอำนาจในการชี้นำ “เทรนด์” เช่น คุณค่า ค่านิยม แนวคิดทางการเมือง ระเบอบการเมืองของโลก เหมือนที่ไบเดนกล่าวว่า “เราจำเป็นต้องสร้างเอกภาพของประเทศโลกเสรีในการทำเช่นนี้” นั่นคือระเบียบโลกใหม่จำเป็นต้องชี้นำโดยประเทศโลกเสรีที่นำโดยสหรัฐ

แต่คำว่า “ประเทศโลกเสรี” (Free world) เป็นคำที่ใช้ในยุคสงครามเย็น ตรงกันข้ามกับโลกหลังม่านเหล็ก (Iron Curtain) ที่นำโดยสหภาพโซเวียต การที่ไบเดนเอ่ยถึงคำนี้อีกครั้ง อาจสะท้อนว่าเป้าหมายของเขาคือการเผชิญหน้ากับรัสเซียและจีน

Photo – REUTERS/Leah Millis

คว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียไม่คืบ EU เสียงแตก เพราะบางประเทศไม่เอาด้วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678765

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 12:24 น.คว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียไม่คืบ EU เสียงแตก เพราะบางประเทศไม่เอาด้วย

สหภาพยุโรปยังไม่มีมติเห็นชอบคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย เยอรมนีต้องพึ่งพาน้ำมันปริมาณมาก

หลังจากที่มีการเปิดเผยร่างแถลงการณ์ของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งระบุว่าจะประกาศเห็นชอบลดการพึ่งพาน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินจากรัสเซีย ล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ ในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อคืนวันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา สิ้นสุดลงโดยยังไม่มีการลงมติเห็นชอบการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรพลังงานของรัสเซีย

โดยเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์มองว่าสหภาพยุโรปพึ่งพาน้ำมันและก๊าซปริมาณมากจากรัสเซีย และยังไม่สามารถตัดขาดได้ในตอนนี้

“คำถามเรื่องการคว่ำบาตรน้ำมัน มันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราต้องการหรือไม่ต้องการ แต่มันอยู่ที่ว่าเราต้องพึ่งพาน้ำมันมากแค่ไหน เยอรมนีนำเข้าน้ำมันของรัสเซียจำนวนมาก รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่ไม่สามารถยุติการนำเข้าได้ในวันนี้” อันนาเลนา แบร์บ็อก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนีกล่าวต่อผู้สื่อข่าว

สร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายที่ต้องการให้ยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย รวมถึง กาเบรียล ลันสเบอร์กีส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของลิทัวเนียซึ่งกล่าวบนทวิตเตอร์ว่า “ทำไมยุโรปจะต้องให้เวลาปูตินในการกอบโกยรายได้จากน้ำมันและก๊าซมากขึ้นด้วย? มีเวลามากขึ้นที่จะใช้พอร์ตยุโรป? มีเวลามากขึ้นที่จะใช้ธนาคารรัสเซียที่ยังไม่ถูกคว่ำบาตรในยุโรป? ถึงเวลาที่ต้องยุติแล้ว”

ก่อนหน้านี้ผู้นำลัตเวียยังได้กดดันให้ยุโรปคว่ำบาตรพลังงานรัสเซีย โดยมองว่าหากหยุดพึ่งพาพลังงานของรัสเซียก็จะเป็นการหยุดการระดมทางทหารของรัสเซียด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากประเทศในสหภาพยุโรปพึ่งพาพลังงานของรัสเซียมากกว่า โดยนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียกว่าร้อยละ 40 นำเข้าน้ำมันร้อยละ 27 และนำเข้าถ่านหินเกือบครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด แม้ว่าการคว่ำบาตรจะตัดขาดเงินหลายร้อยล้านยูโรต่อวันไปยังรัสเซีย แต่ก็อาจกระทบต่อเศรษฐกิจของยุโรปและผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นไปอีกด้วย

ด้านโจเชป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า การที่รัสเซียดำเนินการปิดล้อมและทิ้งระเบิดที่มาริอูโปลนั้นถือว่าเป็น “อาชญากรรมสงครามครั้งใหญ่” ซึ่งยุโรปจะยกระดับบทลงโทษต่อรัสเซีย และจะมีการตัดสินใจที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นในภายหลัง

โดยที่ผ่านมาสหภาพยุโรปและประเทศพันธมิตรได้ออกมาตรการลงโทษ โดยเน้นการคว่ำบาตรต่อธนาคารและผู้มีอิทธิพลในรัสเซีย ตลอดจนแบนเครื่องบินรัสเซียจากน่านฟ้าของสหภาพยุโรป และยุติการส่งออกเทคโนโลยี

ขณะที่สหรัฐประกาศห้ามนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากรัสเซียไปแล้ว ส่วนสหราชอาณาจักรระบุว่าจะทำภายในสิ้นปี 2022

Photo by REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo

ยังไม่พบศพ ปฏิบัติการค้นหาร่างเหยื่อเครื่องบิน ‘ไชน่า อีสเทิร์น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678759

วันที่ 22 มี.ค. 2565 เวลา 11:23 น.ยังไม่พบศพ ปฏิบัติการค้นหาร่างเหยื่อเครื่องบิน 'ไชน่า อีสเทิร์น'

จีนเผยไม่พบสัญญาณผู้รอดชีวิต เร่งค้นหาร่างเหยื่อเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ตกกลางหุบเขา

สืบเนื่องจากเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 อายุการใช้งาน 6 ปีของสายการบินไชน่า อีสเทิร์น (China Eastern Airlines Corp.) สายการบินที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศจีน เที่ยวบิน MU 5735 ตกในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ความคืบหน้าล่าสุดจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กและรอยเตอร์สรายงานว่าเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยปฏิบัติการค้นหาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา พบเศษซากเครื่องบินหลายชิ้นเกลื่อนบนภูเขาที่ถูกไฟไหม้จากเหตุเครื่องบินตก นอกจากนี้ยังมีซากบัตรประจำตัวประชาชนและกระเป๋าสตางค์ที่ถูกไฟไหม้ แต่ยังไมพบร่างของผู้โดยสารทั้ง 123 คน และลูกเรืออีก 9 คน

ด้านสื่อของทางการจีนอ้างเจ้าหน้าที่ดับเพลิงซึ่งระบุว่าไม่พบสัญญาณผู้รอดชีวิต โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว

ขณะที่บรรดาครอบครัวของผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องกำลังติดตามความคืบหน้าอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนหุ้นของโบอิ้งและไชน่า อีสเทิร์นร่วงไปตามๆ กัน

China Daily via REUTERS

Final moments of MU5735 reportedly shows the 737 in a steep dive before crashing into terrain in Guangxi Zhuang. pic.twitter.com/Jwf0lWdoI9— Breaking Aviation News & Videos (@aviationbrk) March 21, 2022

China Eastern Airlines 737 carrying 133 people crashes in southern China – CCTV. More to follow. pic.twitter.com/cga0VJPFNA— Breaking Aviation News & Videos (@aviationbrk) March 21, 2022

แพทย์ทหารยูเครนขู่ ‘ตอน’ ทหารรัสเซีย ลั่น “เป็นแมลงสาบไม่ใช่มนุษย์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678696

วันที่ 21 มี.ค. 2565 เวลา 19:26 น.แพทย์ทหารยูเครนขู่ 'ตอน' ทหารรัสเซีย ลั่น "เป็นแมลงสาบไม่ใช่มนุษย์"

ยูเครนส่วนหนึ่งถูกวิจารณ์เป็นพวกนาซี หลังขู่ตอน-สังหารหมู่รัสเซีย

แดน โคเฮน (Dan Cohen) ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันเผยว่าเกนนาดี ดรูเซนโก (Gennady Druzenko) หัวหน้าหน่วยแพทย์ทหารของยูเครนกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ Channel 24 ของยูเครนว่าเขาออกคำสั่งเข้มงวดให้ตอนทหารรัสเซียทุกคนที่รับการรักษาในยูเครน โดยกล่าวว่า “พวกเขาเป็นแมลงสาบไม่ใช่มนุษย์”

Gennadiy Druzenko, head of Ukrainian military medical service, boasts on Ukraine 24 channel that he “gave strict orders to castrate all the wounded” Russians “because they are cockroaches, not humans.”Not all fascists wear Swastikas or Wolfsangels. pic.twitter.com/1OADpiBaZ2

— Dan Cohen (@dancohen3000) March 20, 2022

“ผมเคยพูดว่าศัตรูที่บาดเจ็บไม่ใช่ศัตรูอีกต่อไป แต่พวกเขาเป็นผู้ป่วย แต่ตอนนี้ผมขอออกคำสั่งที่เข้มงวดที่จะตอนทหารรัสเซียเหล่านั้น เพราะพวกเขาเป็นแมลงสาบไม่ใช่มนุษย์ แพทย์จะต้องพยายามช่วยชีวิตผู้ป่วย แต่สำหรับทหารรัสเซีย พวกเขาจะต้องตายที่นี่ และจะตายเป็นจำนวนมากด้วย แต่หากใครโชคดีรอดชีวิตกลับไปได้ เขาจะอยู่ในความทรงจำอันน่ากลัวของชาวยูเครน” ดรูเซนโกกล่าว

หลังจากที่คำพูดของเขาถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย โดยเฉพาะจากชาวรัสเซีย หนึ่งในนั้นคือบัญชีผู้ใช้ชื่อว่า Russians With Attitude บนทวิตเตอร์ซึ่งกล่าวว่า “ฉันได้แต่หวังว่านี่จะเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อภายใน และพวกเขาคงไม่โง่พอที่จะทำอะไรแบบนี้ เพราะผลที่ตามมาจะเป็นหายนะต่อยูเครนเอง ไม่ว่าจะกรณีใด นี่คือสิ่งที่พวกคุณชาวตะวันตกสนับสนุน แม้จะเป็นเพียงแค่คำพูดก็ตาม”

I can only say that I hope that this is just internal propaganda and they are not actually stupid enough to do something like this because the consequences for Ukrainians will be catastrophic. In any case, this is what you guys in the West support, even if it’s just words.— Russians With Attitude (@RWApodcast) March 20, 2022

ทั้งนี้ ดรูเซนโกมีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐ เขาเคยทำงานที่ Chemonics International/USAID และ Wilson Center ของสหรัฐ และเป็นทนายความนักเคลื่อนไหวในขบวนการยูโรไมดาน การเดินขบวนประท้วงในยูเครนเมื่อหลายปีก่อน และปัจจุบันเป็นัวหน้าโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของยูเครน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฟารีด ซาคาเรีย (Fareed Zakaria) พิธีกรของ CNN กล่าวถึงดรูเซนโกว่าเป็น “ผู้มีปัญญา” และหนึ่งใน “ชาวยูเครนที่ดีที่สุดและฉลาดที่สุด”

อย่างไรก็ตาม คำพูดล่าสุดของเขาทำให้ถูกมองว่าเป็นพวกนาซี

Oh look more Nazi shit by Ukraine https://t.co/wzrYgIe64g— Sosun_nayemi (@SNayemi) March 21, 2022

“โอ้ ดูนาซีอีกคนหนึ่งในยูเครน”

“หัวหน้าหน่วยแพทย์ทหารยูเครนประกาศว่าเขาได้สั่งให้ทีมแพทย์ตอนทหารรัสเซียที่ได้รับบาดเจ็บเพราะพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ แบบนี้เรียกว่านาซีได้ไหม?”

El jefe del servicio médico del ejército de Ucrania, Gennadiy Druzenko, anuncia en televisión que ha ordenado a su equipo médico castrar a los soldados rusos heridos “porque no son humanos”.¿Se les puede llamar nazis o aún no? https://t.co/JT4eOcyyxw— Alex Sanchis ? ? (@AlexSanchis_) March 20, 2022

นอกจากนี้ โคเฮนกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าสถานีโทรทัศน์ Channel 24 กำลังเต็มไปด้วยนาซีที่สนับสนุนให้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวรัสเซีย รวมถึงฟาห์รูดิน ชาราฟมัล (Fahruddin Sharafmal) ผู้ดำเนินรายการซึ่งอ้างคำพูดของอาด็อล์ฟ ไอช์มัน (Adolf Eichmann) อดีตสมาชิกพรรคนาซีคนสำคัญที่เคยสนับสนุนให้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เด็กรัสเซีย

Ukraine 24 presenter goes full Nazi, endorses Adolf Eichmann to call for genocide of Russians.”By killing children, they will never grow up and the nation will disappear… and I hope that everyone will contribute and kill at least one Muscovite.” pic.twitter.com/EAtTzhbaDT— Dan Cohen (@dancohen3000) March 15, 2022

ชาราฟมัลกล่าวว่า “ผมทราบดีว่าในฐานะนักข่าวผมต้องเป็นกลาง แต่พูดตรงๆ มันยากมากที่จะทำในตอนนี้ ไหนๆ เราก็ถูกเรียกว่านาซีแล้ว ผมสามารถอ้างคำพูดของอาด็อล์ฟ ไอช์มัน ที่เคยกล่าวไว้ว่า การจะทำลายชาตินั้นสิ่งสำคัญที่ควรทำลายอันดับแรกคือเด็ก เพราะถ้าไม่มีเด็กๆ ที่จะเติบโตขึ้นมาในอนาคตประเทศชาติก็จะหายไป”

พร้อมเสริมว่ากองทัพยูเครนไม่สามารถโจมตีเด็กรัสเซียได้เพราะเป็นการฝ่าฝืนกฎของสงคราม และอนุสัญญาต่างๆ รวมถึงเจนีวา แต่ตนไม่ใช่กองทัพยูเครน และเมื่อใดก็ตามที่มีโอกาสหมู่ชาวรัสเซียเขาจะทำอย่างแน่นอน รัสเซียจะได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดของชาวยูเครน

เมื่อต้นเดือนหน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษของยูเครนยังได้ประกาศบนเฟซบุ๊กโดยส่วนหนึ่งของข้อความระบุว่า “นับตั้งแต่นี้จะไม่มีแค่การยึดปืนใหญ่ของรัสเซียอีกต่อไป ไม่มีการปราณี ไม่มี “อย่าฆ่าผมเลย ผมยอมแล้ว” ไม่มีการปล่อยไปอีกแล้ว ทหารรัสเซียไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการ คนขับรถ หรือมือปืน จะถูกเชือดอย่างหมู … รีบโทรหาแม่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วบอกว่าคุณกำลังจะตายพวกหมารับใช้!” ก่อนที่โพสต์ดังกล่าวจะถูกแก้ไขในภายหลัง

Ukraine’s special operations command just issued a warning to Russian soldiers that they will not be taken prisoner and will be “slaughtered like pigs” without the option of surrendering.That is public admission of a war crime. pic.twitter.com/fFVwkKu4Ib— Joe Shikhman (@JoeShikhman) March 2, 2022

สำรวจ “รัสเซีย”บุก “ยูเครน” เกือบ 1 เดือนแห่งความย่อยยับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/678717

วันที่ 21 มี.ค. 2565 เวลา 19:20 น.

เป็นเวลาเกือบ 1 เดือนเต็มที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกยูเครน แต่ก็ยังยึดแบบเบ็ดเสร็จไม่ได้สักที แม้ว่าหลายฝ่ายพยายามจะเจรจาหาทางออกให้ปัญหายุติลงแต่ยังไม่สำเร็จ ชาวยูเครนต้องเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่ชาวยูเครนเท่านั้นแต่กระทบคนทั้งโลก ไม่เว้นแม้ประเทศไทย