“เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์” กำลังจะรวยกว่าทั้ง บิล เกตส์ และ เจฟฟ์ เบโซส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607447

  • วันที่ 26 พ.ย. 2562 เวลา 11:35 น.

"เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์" กำลังจะรวยกว่าทั้ง บิล เกตส์ และ เจฟฟ์ เบโซส

การเข้าซื้อหุ้น Tiffany & Co. แบรนด์เครื่องประดับหรู จะทำให้เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ เจ้าพ่อ Louis Vuitton กลายเป็นบุคคลผู้รวยสุดในโลก

เมื่่อวานนี้ (25 พ.ย.) มีรายงานข่าวว่าเครือ LVMH ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบรนด์เครื่องหนัง Louis Vuitton และสินค้าแฟชั่นแบรนด์หรูหราอีกมากมายถึง 75 แบรนด์ ได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นในกิจการของ Tiffany & Co. แบรนด์เครื่องประดับหรูสัญชาติสหรัฐอันมีกล้องสีฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยมูลค่าสูงถึง 16,200 ล้านดอลลาร์ หรือตก 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น (ราว 4,000 บาท)

การเข้าซื้อกิจการ Tiffany & Co. จะส่งผลให้ LVMH กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของแบรนด์เครื่องประดับหรูกล่องสีฟ้า ซึ่งนั่นหมายความว่าเครือ LVMH ซึ่งมีเบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส วัย 70 ปี ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งมหาเศรษฐีผู้รวยอันดับ 4 ของโลก จากการที่เขาและครอบครัวถือหุ้นใน LVMH กว่า 47% มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจนอาจกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในโลกในไม่ช้า หากกระบวนการเข้าซื้อกิจการ Tiffany & Co. เสร็จสิ้นในปีหน้า

 

tiffany & co.

จากข้อมูลของการจัดอันดับความมั่งคั่งแบบเรลไทม์ของฟอร์บส์พบว่า ปัจจุบันเจฟฟ์ เบโซส์ มีมูลค่าทรัพย์สินมากที่สุดถึง 110 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยบิล เกสต์ ที่ 107 พันล้านดอลลาร์ ส่วนอาร์โนลต์อยู่ในอันดับสามที่ 106 พันล้านดอลลาร์

ข่าวการเข้าซื้อกิจการของ Tiffany & Co. ส่งผลให้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หุ้นของ LVMH เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 1%

นักวิเคราะห์การตลาดมองว่า การเข้าซื้อกิจการของ LVMH จะทำให้บริษัทเข้าถึงตลาดแบรนด์เนมในสหรัฐมากขึ้น รวมถึงเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมานายอาร์โนลต์เพิ่งเปิดโรงงานผลิตสินค้าแฟชั่นหรูหราในรัฐเท็กซัสของสหรัฐ โดยมีประธานาธิบีดีทรัมป์ไปร่วมการเปิดโรงงานแห่งนี้ด้วย

LVMH กล่าวในแถลงการณ์ว่า การซื้อกิจการ Tiffany & Co. จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลง ธุรกิจกลุ่ม นาฬิกาและจิวเวลรี และ จะสามารถสนับสนุนแบรนด์ต่างๆ ในเครือของ LVMH ที่มีอยู่แล้วอีกทั้ง 75 แบรนด์

โจรกรรมหมื่นล้าน ฉกเครื่องเพชรล้ำค่าจากพิพิธภัณฑ์เยอรมนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607437

  • วันที่ 26 พ.ย. 2562 เวลา 10:57 น.

โจรกรรมหมื่นล้าน ฉกเครื่องเพชรล้ำค่าจากพิพิธภัณฑ์เยอรมนี

หัวขโมยฉกเครื่องเพชรสมบัติราชวงศ์เยอรมันอันประเมินค่าไม่ได้ จากพิพิธภัณฑ์เดรสเดิน

ตำรวจท้องถิ่นในรัฐซัคเซินของเยอรมนีเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายหลายคนบุกมาเข้าไปในห้องจัดแสดง Grünes Gewölbe หรือ Green Vault ของพิพิธภัณฑ์เมืองเดรสเดินซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงเครื่องเพชรราชวงศ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป

รายงานระบุว่า เหตุจารกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาราว 05.00 น. ของวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่เกิดสัญญาณเพลิงไหม้ดังภายในพิพิธภัณฑ์ ส่งผลระบบไฟฟ้าภายในทุกตัด แม้ว่าระบบไฟฟ้าจะถูกตัด แต่ระบบกล้องวงจรปิดยังคงทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นคนร้าย2ราย ได้อาศัยช่วงจังหวะดังกล่าว ทุบกระจกภายในห้องจัดแสดงก่อนจะกวาดเอาเครื่องเพชรสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 ไปอย่างน้อย 3 ชุด ก่อนจะหลบหนีทางหน้าต่างซึ่งมีรถจอดรออยู่ภายนอก

สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เดิมที่เคยเป็นพระราชวังของพระเจ้าออกัสตัสที่ 2 แห่งโปแลนด์ ผู้คัดเลือกแห่งซัคเซิน (Kurfürstentum Sachsen) โดยบรรดาสมบัติหลายชิ้นที่จัดแสดงล้วนเป็นของราชวงศ์ Sachsen-Wittenberg เป็นส่วนใหญ่

 

Marion Ackermann ผู้อำนวยการทั่วไปของสำนักคอเลกชั่นศิลปะแห่งเดรสเดน (Staatliche Kunstsammlungen Dresden) เผยว่า แก๊งหัวขโมยรายนี้ได้ฉกเครื่องเพชรอย่างน้อยสามชุด ซึ่งแม้จะมูลค่าอาจจะไม่สูงมาก แต่นับว่าสุดประเมินค่าไม่ได้หากประเมินในแง่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะ

ด้านสื่อท้องถิ่นของเยอรมนีได้เปิดเผยว่ามูลค่าของเครื่องเพชรที่หายไปมีมูลค่ารวมกันกว่า 1,000 ล้านยูโร หรือราว 33,300 ล้านบาท นับเป็นการปล้นงานศิลปะครั้งใหญ่ที่สุดของเยอรมนีนับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ทั้งนี้ ทางตำรวจเยอรมนีกำลังเร่งสืบสวนคดีที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าอาจมีคนในพิพิธภัณฑ์รู้เห็นเรื่องนี้ด้วย

สิงคโปร์…รู้จริง แข่งขันได้ ไม่แพ้ชาติใดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607403

  • วันที่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 20:43 น.

สิงคโปร์...รู้จริง แข่งขันได้ ไม่แพ้ชาติใดในโลก

คนสิงคโปร์ได้รับการยอมรับเรื่องความเก่ง ความเป็นสากล และความเป็นมืออาชีพ ทำให้ต่างชาติมีความเชื่อมั่นที่จะทำงานร่วมกับคนสิงคโปร์ ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ใครต่อใคร ต่างพากันเชื่อมั่นในคุณภาพของคนสิงคโปร์ ก็คงมาจากข้อมูลที่ได้รับ และประสบการณ์ตรงของหลายๆคน

ส่วนปัจจัยที่ทำให้คนสิงคโปร์ส่วนใหญ่ มีคุณภาพได้เช่นนั้น ก็คงต้องยอมรับว่า คุณภาพการศึกษา มีส่วนสำคัญอย่างมาก ซึ่งเส้นทางการพัฒนาคนด้วยการศึกษาของสิงคโปร์นั้น ต้องยอมรับว่า เขามีต้นทางที่ดี ระหว่างทางก็ทำได้ดี จึงส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ปลายทาง ออกมาดีด้วยเช่นกัน

ครูผู้สอนต้องออกแบบวิธีการสอนเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็กให้ได้

ที่ว่าต้นทางดี ก็หมายถึง รัฐบาลที่มีความชัดเจนในเป้าหมาย มีการกำหนดเป็นนโยบายทางการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละช่วงของการพัฒนาประเทศ มีการกำหนดกฏเกณฑ์เพื่อให้ได้บุคลากรคุณภาพสูงเข้ามาร่วมงาน

ส่วนที่กล่าวว่า สิงคโปร์ดำเนินการระหว่างทางดีเช่นกัน ก็หมายถึง การที่ทุกภาคส่วน มีความจริงจังและจริงใจเพื่อบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาเด็กทุกคน ให้มีพัฒนาศักยภาพสูงสุด แต่ในขณะเดียวกัน เป้าหมายนั้น ก็มีความยืดหยุ่น ให้ครูผู้สอนสามารถปรับวิธีการได้ตามความหลากหลายของผู้เรียน เหล่านี้ทำให้ปลายทางของระบบการศึกษาออกมาดี คือ สามารถผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ มีทักษะในการใช้ชีวิต, เป็นคนมีคุณธรรม, มีความรับผิดชอบ ทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ

กระทรวงศึกษาธิการของประเทศสิงคโปร์ มีเป้าหมายสำคัญที่จะให้การศึกษา เป็นตัวช่วยบ่มเพาะให้คนสิงคโปร์ มีคุณลักษณะ 4 ด้านด้วยกันคือ (1) เป็นผู้มีความมั่นใจในตัวเอง มีความคิดอ่านอิสระ และเฉียบแหลม สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน กล้าทำในสิ่งที่ถูกที่ควร (2) ต้องเป็นคนที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเรียน, วัยทำงาน, หรือวัยเกษียณก็ตาม (3) เป็นผู้มีส่วนร่วมที่ดี สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรร มีความกล้าเสี่ยงอย่างมีเหตุผล และหวังผลที่เป็นเลิศ และ (4) มีสำนึกความเป็นประชากรสิงคโปร์ เปิดรับรู้ข้อมูลข่าวสาร มีบทบาทในการทำสังคมและประเทศชาติให้ดียิ่งๆขึ้น

เมื่อมีการกำหนดเป้าหมายทางการศึกษาที่ชัดเจน กระบวนการเรียนการสอน ก็ต้องนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว โดยเริ่มที่การศึกษาในระดับก่อนวัยเรียน

การศึกษาก่อนวัยเรียนมีความสำคัญมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ เพราะเด็กที่พร้อมจะเรียนรู้ ต้องมีพัฒนาการที่สมวัยเสียก่อน และต้องมีความรู้สึกสนุกสนานไปกับการเรียนรู้ ทำให้การศึกษาในก่อนวันเรียนของสิงคโปร์ ห้ามสอนวิชาการ แต่จะเป็นการพยายามให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ผ่านการใช้สื่อการเรียนการสอน การเล่นเกมส์ และการร้องเล่นเต้นรำต่างๆ

เด็กสิงคโปร์จะโดดเด่นในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เพราะมีหลักการสอนที่เน้นความเข้าใจ และการนำไปใช้จริง

ต่อมาเมื่อเด็กเข้าสู่ระดับประถมวัย จะเป็นช่วงของการปูพื้นฐานทางด้านทักษะชีวิต และวิธีการเรียนรู้ ครูผู้สอนจะมีการจัดการเรียนการสอนตามหลัก Teach Less Learn More คือ ไม่ยัดเยียดเนื้อหาวิชาการ แต่จะเน้นการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้เด็ก ดังนั้น วิธีการสอนจึงต้องออกแบบสร้างสรรค์ให้มีความสนุกสนาน แต่แฝงไว้ด้วยประโยชน์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้ ครูต้องคิดวิธีโน้มน้าวให้เด็กเกิดความสนใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กมุ่งมั่นไปสู่การเรียนรู้ เพื่อให้เด็กค้นพบคำตอบของคำถาม ได้อย่างมีความสุข นำไปสู่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้นๆได้อย่างลึกซึ้ง

เมื่อเด็กแต่ละคน แต่ละวัย แต่ละโรงเรียน มีความแตกต่างกัน รูปแบบการสอนจึงต้องมีความยืดหยุ่น และหลากหลายมาก โดยครูสิงคโปร์จะทำการสอนเด็ก ตามหลักโสเครติส (Socretic method) นั่นก็คือ การสนทนาแบบตั้งคำถามนำ แล้วชวนให้เด็กคิดตาม เพื่อให้เกิดความสนใจในการหาคำตอบ ควบคู่กับการกระตุ้นให้เด็กใช้เหตุผล และใช้ตรรกะถกกันมาอธิบายหรือมาถกกับครู เพื่อนำไปสู่การหาคำตอบของปัญหาร่วมกัน

เมื่อเด็กฝึกฝนได้เช่นนั้น เด็กก็จะคุ้นเคยกับการพยายามหาคำตอบ โดยเริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า “ทำไม” และนำไปสู่กระบวนการค้นคว้า, การคิด, การถาม เพื่อให้คำตอบ โดยวิธีการที่ไม่ใช่การบอกคำตอบโดยตรงจากครู จะทำให้เด็กจำคำตอบได้อย่างเข้าใจ ดังนั้น เมื่อถึงวัยที่ต้องเรียนวิชาการอย่างจริงจัง เด็กสิงคโปร์ส่วนใหญ่ จึงมีความพร้อม และกลายเป็นผู้เรียนที่มีความกระตือรือล้น ทำให้เด็กสิงค์โปร์ มีความโดดเด่นด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แถมนิสัยที่ได้จากการเรียนรู้แบบนี้ ยังถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

การสอนคณิตศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์นั้น มีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ จนถูกเรียกว่า “คณิตศาสตร์แบบสิงคโปร์” (Singapore math) คือ ครูผู้สอนจะเน้นความเข้าใจของเด็กเป็นแก่นของกระบวนการเรียนรู้ โดยจะตัดรายละเอียดที่ไม่ใช่สาระหลักออกไป และพยายามต่อยอด จากสิ่งที่เด็กได้เรียน มุ่งเน้นผลลัพท์ที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้จริง

ส่วนวิชาภาษาอังกฤษ ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับคนสิงคโปร์ นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการเชื่อมต่อกับโลกสากลแล้ว ภาษาอังกฤษยังเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อสังคมแบบพหุวัฒนธรรมของสิงคโปร์อีกด้วย เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันจึงจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษ

เนื่องจาก ประชากรกลุ่มใหญ่ในประเทศ เป็นเชื้อชาติจีน, เชื้อชาติมลายู, และเชื้อชาติอินเดีย ทำให้เด็กนักเรียนสิงคโปร์ จำเป็นต้องเรียนอย่างน้อย 2 ภาษา คือภาษาอังกฤษ ที่ใช้เป็นภาษากลาง ส่วนอีกหนึ่งภาษาก็จะให้เรียนภาษาแม่ของตนเอง อันได้แก่ ภาษาจีน, ภาษามาเลย์ และภาษาทมิฬ

เด็กสิงคโปร์ ต้องรู้จริง แข่งขันได้ ไม่แพ้ชาติใดในโลก

สิงคโปร์อนุญาตให้หลักสูตรการศึกษา มีความยืดหยุ่นและหลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับความสนใจในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน เส้นทางการศึกษาของเด็กแต่ละคน จึงสามารถปรับให้มีความยืดหยุ่นตามศักยภาพและความสนใจของผู้เรียน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ความใส่ใจในความแตกต่าง นอกจากจะทำให้ระบบการศึกษาสิงคโปร์มีความยืดหยุ่นแล้ว ยังทำให้เกิดรูปแบบเฉพาะทางทางการศึกษาอีกแบบหนึ่ง นั่นคือการศึกษาแบบ Gifted Education สำหรับเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษ โดยสิงคโปร์มีประวัติศาสตร์การพัฒนาการศึกษาแบบ Gifted Education มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1984 จึงมีประสบการณ์เพียงพอ ที่จะสร้างเด็กอัจฉริยะ ไม่ให้เป็นเพียงเด็กที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นเด็กที่มีทักษะในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อีกด้วย ซึ่งครูที่จะมาสอนเด็กอัจฉริยะเหล่านี้ได้ ก็ต้องเป็นครูที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เด็กที่แตกต่าง ไม่ได้มีเพียงเด็กที่มีพรสวรรค์เท่านั้น แต่ยังมีเด็กที่มีข้อจำกัดในการเรียนรู้ ซึ่งควรได้รับการดูแลในรูปแบบและวิธีการโดยเฉพาะเช่นกัน ทำให้เกิดเป็น “การศึกษาพิเศษ” (Special Education) ขึ้น สำหรับเด็กที่ต้องการการช่วยเหลือ และต้องการการดูแลมากกว่าเด็กทั่วไป เช่น เด็กที่มีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย, เด็กที่เรียนรู้ได้ยากกว่าปกติ, หรือเด็กที่มีเงื่อนไขด้านการเรียนรู้ โดยรัฐบาลจะมีการจัดหาครูผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมาดูแล และให้การสนับสนุนเครื่องมือในการดูแลเด็กเหล่านี้ เพื่อให้ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม

ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ อัตราการรู้หนังสือของเด็กวัยเรียนสิงคโปร์ สูงถึงร้อยละ 99.93 หรืออาจกล่าวได้ว่าเด็กเกือบทั้งหมดในประเทศสิงคโปร์ เข้าถึงการศึกษาแทบทั้งนั้น

ผลลัพธ์จากการสอนแบบให้เด็กรู้จักค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ทำให้คนสิงคโปร์มีความใฝ่รู้และใฝ่เรียนมาก ซึ่งลักษณะนิสัยเช่นนั้น ทำให้เกิดประโยชน์หลายทางต่อประเทศชาติ โดยเรื่องแรกคือ การที่คนหนุ่มสาวจะหมั่นพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ สร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลให้กับประเทศ ส่วนประโยชน์อีกด้านคือการสร้างนิสัย การเรียนรู้ตลอดชีวิตอีกด้วย ซึ่งการที่คนสิงคโปร์มีนิสัยเรียนรู้ตลอดชีวิตนี้ ทำให้ผู้สูงอายุสิงคโปร์ส่วนใหญ่ ยังสามารถสร้างคุณค่าให้สังคมได้อยู่ เราจึงยังเห็นภาพของผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์จำนวนมากยังคงทำงานอยู่ โดยที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ทั้งเรื่องของทักษะในการปรับตนเองให้ทันกับการพัฒนาทางเทคโนโลยี และทักษะด้านวิชาชีพ ที่จะเพิ่มโอกาส และทางเลือกในการทำงาน ที่จะสร้างคุณค่าให้กับตนเองและสังคมต่อไป

โลกทุกวันนี้ เห็นความสำคัญของการศึกษาทั้งนั้น แต่ละประเทศมีอัตราการรู้หนังสือมากขึ้นเรื่อยๆ และในแต่ละปี ก็มีบัณฑิตจบการศึกษาออกมาเป็นจำนวนมาก แต่หลายประเทศก็ยังกังขาเกี่ยวกับคุณภาพบัณฑิตของตน เพราะบัณฑิตที่จบมานั้น บ้างก็ทำงานไม่เป็น บ้างก็ไม่มีทักษะ บ้างก็ไม่มีคุณภาพเพียงพอ ดังนั้น อาจถึงเวลาที่ต้องทบทวนความต้องการที่แท้จริงของตลาดแรงงาน, ทบทวนเป้าหมายของการศึกษา, และทบทวนวิธีการเรียนการสอน เพื่อให้ระบบการศึกษาช่วยสร้างคนที่รู้จริง แข่งขันได้ ไม่แพ้ชาติใดในโลก

เด็กสิงคโปร์จะเรียนทั้งภาษาอังกฤษและภาษาแม่ของตนเองอีกหนึ่งภาษา

จัดอันดับแบรนด์ยอดนิยมของคนไทย Netflixเบอร์หนึ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607397

  • วันที่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 20:00 น.

จัดอันดับแบรนด์ยอดนิยมของคนไทย Netflixเบอร์หนึ่ง

ผลการสำรวจโดยบริษัท YouGov เกี่ยวกับความนิยมในแบรนด์ต่างๆ ของประชาชนในเอเชีย หรือ Brand Advocacy Rankings ในส่วนของประเทศไทยพบว่า Netflix มาเป็นอันดับที่ 1 แบรนด์ที่ผู้บริโภคแนะนำมากที่สุด หลังจากทำการตอบแบบสอบถามว่า “คุณจะแนะนำแบรนด์ไหนให้เพื่อนสนิทหรือเพื่อนร่วมงาน?” และ “คุณจะแนะนำให้เพื่อนสนิทหรือเพื่อนร่วมงานหลีกเลี่ยงแบรนด์ไหน?”

อันดับที่ 2 ในใจคนไทยคือแอพลิเคชั่น LINE และในอันดับที่ 3 คือ Youtube ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์ก/วิดีโอแชริ่งที่คนไทยใช้มากที่สุดรายหนึ่ง

เป็นที่น่าเสียดายว่าแบรนด์ในใจของคนไทยไม่มีสินค้าของไทยเลย เทียบกับประเทศอื่นๆ ที่มักจะนิยมแบรนด์สินค้าของประเทศตัวเอง เช่น เวียดนาม แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 คือ สายการบิน Vietnam Airlines เกาหลีใต้อันดับ 1 คือ kakaobank อินโดนีเซียคือสายการบิน Garuda Indonesia และจีนคือ Huawei

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกประเทศที่นิยมแบรนด์ของตัวเอง เช่น อีนดับ 1 ในใจผู้บริโภคชาวมาเลเซียคือ Shopee (ซึ่งเป็นของสิงคโปร์) ส่วนสิงคโปร์นิยม Netflix มากที่สุด อินเดียนิยม Google ไต้หวันให้ Booling.com เป็นอันดับที่ 1 และญี่ปุ่นชอบแบรนด์ Tokyo Disney SEA มากที่สุด

ภาพประกอบ – นักแสดงหญิง Julia Schlaepfer เดินทางมาถึงรอบปฐมทัศน์ เรื่อง “The Politician” ของ Netflix  ที่โรงละคร DGA ในนครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2019 (ภาพถ่ายโดย ANGELA WEISS / AFP)

รวมช็อตเด็ดเหตุการณ์โลก โป๊ปเยือนเอเชียท่ามกลางวิกฤตประท้วงฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607382

  • วันที่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 16:44 น.

รวมช็อตเด็ดเหตุการณ์โลก โป๊ปเยือนเอเชียท่ามกลางวิกฤตประท้วงฮ่องกง

ภาพเด่นจากทั่วโลกที่โพสต์ทูเดย์คัดสรรค์มา ระหว่างวันที่ 18 – 24 พฤศจิกายน 2019 ย่อสถานการณ์ในโลกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กำารชุมนุมที่ชิลียังไม่ซาลงไป ขณะที่ฮ่องกงมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อผู้ชุมนุมถูกล้อมปราบที่มหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกง ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง เอเชียต้อนรับการเสด็จเยือนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส และญี่ปุ่นเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ภาพถ่ายโดย CLAUDIO REYES / AFP

มือขมังธนูลามจากฮ่องกงถึงชิลี

ผู้ประท้วงยิงธนูเข้าใส่ตำรวจปราบจลาจลในระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลชิลี ที่กรุงซานติอาโกเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2019 ด้านประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปิเญรา กลับประณามการรับมือผู้ประท้วงของตำรวจโดยกล่าวว่ามีการข่มเหงประชาชนเกิดขึ้นและจะไม่มีการละเว้นผู้ที่กระทำการดังกล่าว ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตจากการประท้วงยืดเยื้อในชิลีสูงถึง 26 คนและบาดเจ็บมากกว่า 2,000 คน ต้นเหตุการประท้วงเกิดจากความไม่พอใจการขึ้นค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน แต่ในเวลานี้ลุกลามกลายเป็นความไม่พอใจความไม่เท่าเทียมกันในสังคม – ภาพถ่ายโดย CLAUDIO REYES / AFP

ภาพถ่ายโดย CLAUDIO REYES / AFP

ม็อบฮ่องกงมุดท่อหนีตำรวจ

กลุ่มผู้ประท้วงที่ปักหลักอยู่ภายในมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคพยายามหาทางออกจากมหาวิทยาลัยด้วยการมุดท่อระบายน้ำหลังจากถูกตำรวจล้อมจับ โดยผู้ประท้วงบางคนใช้ฟิล์มถนอมอาหารพันรอบร่างกาย และใช้ผ้าก๊อซรองบริเวณหัวเข่าเพื่อป้องกันการกระแทกและรอยขีดข่วน ขณะที่ในมือถือไฟฉาย ก่อนจะมุดลงท่อระบายน้ำอย่างทุลักทุเล – ภาพถ่ายโดย Anthony WALLACE / AFP

ภาพถ่ายโดย Vincenzo PINTO / AFP

สมเด็จพระสันตะปาปาเสด็จถึงไทยแล้ว

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้นำคริสตจักรโรมันคาทอลิกทั่วโลก เสด็จถึงประเทศไทยแล้วที่สนามบินดอนเมือง โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีให้การรับเสด็จในฐานะผู้แทนของรัฐบาลไทย พร้อมด้วยประมุขและศาสนิกชนของคริสตจักรโรมันคาทอลิกในประเทศไทยให้การรับเสด็จ – ภาพถ่ายโดย Vincenzo PINTO / AFP

ภาพถ่ายโดย STR / Japan Pool via Jiji Press / AFP

จักรพรรดิญี่ปุ่นกราบทูลเทพเจ้า

สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ ทรงฉลองพระองค์แบบโบราณมีความหนาถึง 12 ชั้น เสด็จออกจากศาลเจ้าจินกู ในเมืองอิเสะ จังหวัดมิเอะ หลังจากเสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ไปในการกราบทูลสุริยะเทพีอามาเตราซุเรื่องการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกลุล่วงไปด้วยดี ทั้งนี้ตามตำนานประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นระบุว่า สุริยะเทพีอามาเตราซุเป็นเทพบรรพชนของจักรพรรดิญี่ปุ่นทุกพระองค์ – ภาพถ่ายโดย STR / Japan Pool via Jiji Press / AFP

องค์กรนักข่าวสายสืบเผยเอกสารลับค่ายกักกันซินเจียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607369

  • วันที่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 14:50 น.

องค์กรนักข่าวสายสืบเผยเอกสารลับค่ายกักกันซินเจียง

สมาคมผู้สื่อข่าวสืบสวนระหว่างประเทศ (ICIJ) เปิดเผยเอกสารลับของรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการสิ่งที่เกิดขึ้นภายในค่ายกักกันในซินเจียง ประเทศจีน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติระบุว่ามีชาวอุยเกอร์และชาวมุสลิมชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติอื่นๆ อย่างน้อย 1 ล้านคนถูกควบคุมตัวไว้

ICIJ เผยว่าได้รับเอกสารของปี 2017 ว่าด้วยรายการแนวทางซึ่งใช้เป็นเสมือนคู่มือสำหรับปฏิบัติการในค่าย พร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการป้องกันการหลบหนี การรักษาความลับเกี่ยวกับค่าย การฝึกอบรมผู้ฝึกงาน แนวปฏิบัติเมื่อผู้ต้องขังได้พบญาติ หรือแม้แต่การใช้ห้องน้ำ

เอกสารอื่นๆ ที่ได้รับมานั้นรวมถึงการบรรยายสรุปของหน่วยสืบราชการลับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตำรวจใช้ระบบรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเลือกประชาชนในเขตปกครองตนเองซินเจียงมาเข้าค่ายกักกัน

แต่หนังสือพิมพ์ Guardian ซึ่งเป็นสมาชิกในเครือของ ICIJ รายงานว่าสถานทูตจีนในลอนดอนกล่าวว่า “เอกสารที่รั่วไหลออกมาเป็นของปลอมแปลงและข่าวปลอม”

กระทรวงการต่างประเทศจีนยังไม่ตอบคำถามของ Reuters เกี่ยวกับรายงาน ICIJ และสำนักข่าว Reuters ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารได้อย่างเต็มที่

การรั่วไหลของข้อมูลดังกล่าว เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นต่อประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของจีนในซินเจียง ประเทศที่เป็นหัวหอกวิจารณ์จีนคือสหรัฐและอีกกว่า 30 ประเทศ ประณามจีนว่า “ดำเนินการปราบปรามที่น่าหวาดกลัว” และเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว หนังสือพิมพ์ New York Times ในสหรัฐก็อ้างว่าได้เอกสารลับเกี่ยวกับค่ายกักกันในซินเจียงมาเช่นกัน พร้อมเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวค่ายและการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยในซินเจียง

รัฐบาลจีนปฏิเสธว่าไม่มีการกระทำทารุณชาวอุยเกอร์หรือชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ในซินเจียง และค่ายกักกันนั้นที่จริงแล้วเป็นการให้การฝึกอบรมวิชาชีพเพื่อสอนทักษะใหม่ๆ รวมถึงแก้ปัญหาการเข้าไปพัวพันกับกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงและแนวคิดแบ่งแยกดินแดนในหมู่คนท้องถิ่น

Photo by GREG BAKER / AFP

จีนลั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฮ่องกงก็ยังคงเป็นของจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607358

  • วันที่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 12:46 น.

จีนลั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฮ่องกงก็ยังคงเป็นของจีน

หวางอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวย้ำว่า ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หลังจากพรรคการเมืองฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลจีนพ่ายแพ้อย่างยับเยินในศึกเลือกตั้งสภาท้องถิ่น ส่วนฝ่ายประชาธิปไตยต่อต้านรัฐบาลจีนครองที่นั่งในสภาในสัดส่วนถึง 90%

หวางอี้ กล่าวย้ำในเรื่องนี้ในช่วงที่ยังคงมีการนับคะแนนผลการเลือกตั้ง แต่ผลลัพธ์บางส่วนชี้ให้เห็นว่าผู้สมัครที่นิยมประชาธิปไตยได้คะแนนนำโด่ง

“ผลการนับท้ายที่สุดยังไม่ออกมา เรามารอดูผลสุดท้ายกันดีกว่า อย่างไรก็ตามเป็นที่ชัดเจนว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนและเขตปกครองพิเศษของจีน” หวางอี้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากเข้าพบนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียว

หวางอี้ย้ำว่า “ความพยายามใด ๆ ที่จะทำให้ฮ่องกงเกิดความโกลาหล หรือทำลายความมั่งคั่งและความมั่นคงของฮ่องกงจะไม่ประสบความสำเร็จ”

ด้านนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะแห่งญี่ปุ่นกล่าวกับหวางอี้ว่า เขาปรารถนาให้จีนรักษาเสรีภาพและสังคมที่เปิดกว้างในฮ่องกง เพราะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญในการทำให้ฮ่องกงเจริญรุ่งเรืองภายใต้หลักการหนึ่งประเทศสองระบบ

Photo by WU HONG / POOL / AFP

ฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกงชนะเลือกตั้งถล่มทลายยึด390ที่นั่งจาก452

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607347

  • วันที่ 25 พ.ย. 2562 เวลา 11:32 น.

ฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกงชนะเลือกตั้งถล่มทลายยึด390ที่นั่งจาก452

สำนักข่าว RTHK ในฮ่องกงรายงานว่า กลุ่มพรรคการเมืองสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงได้รับที่นั่งในสภาท้องถิ่นจำนวน 390 ที่นั่ง จากทั้งหมด 452 ที่นั่งหรือเกือบ 90% ขณะที่พรรคสายสนับสนุนรัฐบาลฮ่องกงและรัฐบาลจีนได้มาเพียง 56 ที่นั่งจากเดิมที่เคยมีถึง 300 ที่นั่ง

ที่นั่งในสภาท้องถิ่นของพรรคสายประชาธิปไตยยังเพิ่มขึ้นถึง 124 ที่นั่ง เทียบกับสถิติสูงสุด 198 ที่นั่งที่เคยทำไว้ในปี 2003

ชัยชนะของฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยถูกมองว่าเป็นจุดเปบลี่ยนสำคัญทางการเมือง สะท้อนถึงการต่อต้านรัฐบาลจีนและสนับสนุนการประท้วงที่ยืดเยื้อมาเกือบ 6 เดือนแล้ว นักการเมืองคนสำคัญของพรรคสายประชาธิปไตยคือ อลัน เหลียง ผู้นำพรรค Civic Party บอกว่าเป็นตื่นตัวครั้งใหญ่ของประชาชนชาวฮ่องกง

ด้านแคร์รี่ หลั่ม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงกล่าวว่า รัฐบาลของเธอจะฟังเสียงประชาชนอย่างอ่อนน้อมและไตร่ตรองอย่างจริงจัง หลังจากฝ่ายรัฐบาลพ่ายแพ้อย่างย่อยยับในการเลือกตั้งครั้งนี้ และหวังว่าสันติภาพ ความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยจะคืนกลับมาอีกครั้ง

Photo by Philip FONG /AFP

งานเปิดตัวรถผิดคิว ทำอีลอน มัสก์สูญเงิน23,000ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607322

  • วันที่ 24 พ.ย. 2562 เวลา 19:39 น.

งานเปิดตัวรถผิดคิว ทำอีลอน มัสก์สูญเงิน23,000ล้านบาท

จากการรายงานของ Forbes พบว่า มูลค่าหุ้นของบริษัท Tesla Inc ลดลงถึง 6% หลังปิดการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ (หรือวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนตามเวลาประเทศไทย) หลังเกิดเหตุผิดคิวขึ้นระหว่างที่อีลอน มัสก์ เปิดตัวรถกระบะไฟฟ้าหุ้มเกราะ Cybertruck

โดยระหว่างการทดลองสมรรถภาพด้วยการขว้างลูกเหล็กเข้าใส่กระจกรถที่ควรจะป้องกันการแตกร้าวได้ แต่ปรากฎว่ากระจกร้าวจนเกือบแตก

ระหว่างเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายนั้น อีลอน มัสก์ถึงกับอุทานว่า ‘oh my f***ing God’ แล้วบอกให้หัวหน้าทีมออกแบบขว้างลุกเหล็กทดสอบอีกครั้ง ผลก็เป็นเหมือนเดิม ทำให้มัสก์กล่าว่า “ยังต้องปรับปรุงกันอีก”

หลังจากเกิดเรื่องผิดคิวขึ้น ปรากฎว่าหุ้นของบริษัทตกลงไป 6.146% อยู่ที่ราคา 333.41 ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของมัสก์หายไปถึง 768 ล้านเหรียญสหรัฐ จากมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 2.36 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม มัสก์โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า มีผู้สั่งจองรถ Cybertruck แล้วถึง 146,000 ออร์เดอร์ และอ้างว่า “ไม่ต้องใช้โฆษณาและไม่ต้องจ้างคนดังมาโปรโมท”

ทั้งนี้ Cybertruck มีราคา 39,900 เหรียญสหรัฐ และต้องจ่ายเงินค่าจอง 100 เหรียญสหรัฐ บริษัทมีกำหนดเริ่มการผลิตในปี 2021

Photo by FREDERIC J. BROWN / AFP

กระซู่ตัวสุดท้ายตายแล้ว สูญพันธุ์ในมาเลเซียอย่างเป็นทางการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607317

  • วันที่ 24 พ.ย. 2562 เวลา 17:15 น.

กระซู่ตัวสุดท้ายตายแล้ว สูญพันธุ์ในมาเลเซียอย่างเป็นทางการ

กระซู่ หรือแรดสุมาตรา (Sumatran Rhinoceros) ตัวสุดท้ายในมาเลเซียตายแล้ว ทำให้ในเวลานี้แรดสุมาตรา หรือ กระซู่ได้สูญพันธุ์ไปจากมาเลเซียอย่างเป็นทางการแล้ว

กระซู่ตัวนี้เป็นเพศเมีย มีชื่อว่า อิมาน (Iman) วัย 25 ปี อยู่ที่ศูนย์รักษาพันธุ์สัตว์ป่ารัฐซาบาห์ บนเกาะบอร์เนียว สาเหตุของการตายมาจากโรคมะเร็ง ส่วนกระซู่ตัวผู้ตัวสุดท้ายของมาเลเซียเพิ่งจะตายไปในเดือนพฤษภาคมปีนี้ ทั้งคู่เป็นแรกที่เลี้ยงไว้ในศูนย์และเหลือคู่สุดท้ายในประเทศ จนกระทั่งตายไปจนหมดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2019

ส่วนกระซู่ที่มีถิ่นอาศัยในป่าตามธรรมชาติสูญพันธุ์ไปจากมาเลเซียตั้งแต่ปี 2015 ปัจจุบันยังมีกระซู่เหลืออยู่ในประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะบนเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียวส่วนของอินโดนีเซียประมาณ 30 – 80 ตัว

แม้จะมีความพยายามเพื่อผสมเทียมโดยมาเลเซียแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

จอห์น เพน ผู้อำนวยการบริหารขององค์การ “บอร์เนียว ไรโน อัลไลแอนซ์” กล่าวว่า กระซู่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัจจัยต่างๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การถางป่าทำการเกษตร และการล่าพวกมันเพื่อเอานอ ซึ่งเป็นเครื่องเข้ายาจีนเพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยา ทั้งๆ ที่นอของมันมีส่วนผสมของเคราตินเหมือนเส้นผมทั่วไป

ทั้งนี้ ลักษณะเด่นของกระซู่หรือแรดสุมาตรา คือมี นอ 2 นอ เหมือนแรดแอฟริกา เคยมีถิ่นฐานครอบคลุมประเทศอินเดีย ภูฏาน บังกลาเทศ พม่า ลาว ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมณฑลเสฉวน

ภาพประกอบ – กระซู่ที่ Way Kambas National Park ประเทศอินโดนีเซีย