ลองแล้วเวิร์กเลิกเถียงได้ วิจัยชี้ลดใช้สารกำจัดศัตรูพืชไม่ทำให้ผลผลิตน้อยลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607122

  • วันที่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 21:00 น.

ลองแล้วเวิร์กเลิกเถียงได้ วิจัยชี้ลดใช้สารกำจัดศัตรูพืชไม่ทำให้ผลผลิตน้อยลง

ผลการทดลองยืนยันชัด แม้จะเลิกใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ก็ไม่ทำให้ผลผลิตลดลง แถมบางแปลงยังเก็บเกี่ยวได้เพิ่มขึ้น

ผลการวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Nature Plants ได้วิเคราะห์การใช้ยาปราบศัตรูพืช ผลผลิต และผลกำไรจากการจำหน่ายผลผลิตจากแปลงเกษตรทุกชนิดทั่วฝรั่งเศสเกือบ 1,000 แห่ง โดยการเปรียบเทียบแปลงเกษตรชนิดเดียวกันที่ใช้สารกำจัดศัตรูพืชในปริมาณมากและน้อย พบว่าผลผลิตของแปลงเกษตร 94% ที่ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่ลดลง โดยที่ 2 ใน 5 ของจำนวนนี้มีผลผลิตมากขึ้น

หรืออีกแง่หนึ่งคือ การลดใช้สารเคมีทำให้แปลงเกษตร 86% มีผลผลิตเพิ่มขึ้น และไม่มีแปลงเกษตรแปลงไหนเลยที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ลดลงหลังเลิกใช้สารกำจัดศัตรูพืช และงานวิจัยยังบอกอีกว่าเกษตรกรที่ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทุกชนิด 78% มีผลกำไรเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น

นิโคลัส มูนิเยร์ โชลัง จากสถาบันวิจัยเพื่อการเกษตรแห่งชาติของฝรั่งเศสซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยเผยว่า ผลการทดลองดังกล่าวน่าทึ่งมากและตรงกับรายงานขององค์การสหประชาชาติ พร้อมทั้งชี้แจงว่าการวิจัยชิ้นนี้ไม่ได้หมายความว่ายาปราบศัตรูพืชไม่มีประโยชน์หรือไร้ประสิทธิภาพ

โชลังอธิบายเพิ่มเติมว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมการทดลองใช้ทางเลือกอื่นในการกำจัดศัตรูพืช ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชหมุนเวียน การกำจัดวัชพืชด้วยเครื่องจักร ปลูกพืชที่ทนต่อศัตรูพืช รวมถึงการควบคุมศัตรูพืชวิธีอื่นๆ ร่วมด้วย ทดแทนการใช้สารเคมีอันตรายอย่างพาราควอต ไกลโฟเซต

“หากต้องการให้เกษตรกรลดใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างจริงจัง ต้องให้ความรู้แก่พวกเขาว่าจะต้องใช้อะไรทดแทน” โชลังกล่าว

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังเผยอีกว่า เกษตรกรหลายคนต้องการลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง แต่เกษตรกรเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกทดแทนสารเคมี เนื่องจากคำแนะนำที่เกษตรกรได้รับส่วนใหญ่มักมาจากตัวแทนของบริษัทที่จำหน่ายทั้งเมล็ดพันธุ์และยาปราบศัตรูพืช

งานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นเสมือนความท้าทายของอุตสาหกรรมสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีมูลค่านับพันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมักจะอ้างว่าสารเคมีเหล่านี้จำเป็นต่อการเพาะปลูกอาหารเลี้ยงปากเลี้ยงท้องพลเมืองโลก

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและมลพิษขององค์การสหประชาชาติออกรายงานโต้อุตสาหกรรมสารเคมีว่า ยาปราบศัตรูพืชส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ และตีตราว่าผู้ผลิตสารเคมีพยายามปฏิเสธอันตรายของสารเคมีอย่างเป็นระบบ เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ

ประมูลการ์ตูนเล่มแรกของ Marvel เคาะราคาที่ 38 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607208

  • วันที่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 18:48 น.

ประมูลการ์ตูนเล่มแรกของ Marvel เคาะราคาที่ 38 ล้านบาท

การ์ตูนเล่มแรกของมาร์เวล ซึ้อเมื่อ 80 ปีก่อน ราคา 3 บาท ปัจจุบันประมูลได้ 38 ล้าน

เอเอฟพีรายงานว่า สำนักประมูล Heritage ได้นำหนังสือการ์ตูนเล่มแรกของค่ายมาร์เวล ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 1939 หรือเมื่อ 80 ปีก่อนนำออกประมูล โดยการ์ตูนเล่มนี้ มีราคาเมื่อ 80 ปีก่อนอยู่ที่ 10 เซ็นต์ หรือราวๆ 3 บาท แต่ปัจจุบันมีผู้เคาะราคาประมูลได้สูงถึง 1.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 38 ล้านบาท

Ed Jaster รองผู้อำนวยการสำนักประมูล Heritage กล่าวว่า การ์ตูนเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกภายใต้สำนักพิมพ์ Timely Comics ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นมาร์เวล กระทั่งภายใต้การนำของ Stan Lee ในช่วงปี 1960 มาร์เวลได้ผลิตการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่หลากหลายตัวละครจนเป็นที่รู้จักถึงทุกวันนี้

 

 

ราคาประมูลมูลค่าถึง 1.3 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้การ์ตูนเรื่องนี้ กลายเป็นหนังสือการ์ตูนของมาร์เวลที่มีมูลค่าแพงที่สุด โดยส่งผลให้การตูนเรื่อง Amazing Fantasy #15 ซึ่งเป็นการปรากฎตัวครั้งแรกของสไปร์เดอร์แมน หล่นมาเป็นอันดับสองด้วยราคาประมูลที่ 1.1 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2011

ส่วนหนังสือการ์ตูนที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ยังคงเป็นของ “Action Comics” ที่ตีพิมพ์ในปี 1938 ซึ่งเป็นการเปิดตัวซูเปอร์แมนครั้งแรก เคาะราคาประมูลที่ 3.2 ล้านดอลลาร์ในปี 2014

รายงานข่าวว่า แม้การ์ตูนเล่มนี้จะอายุมากถึง 80 ปีแล้ว แต่ยังคงอยู่ในสภาพดี โดยไม่ได้ระบุว่าเจ้าของเดิมเป็นใคร

ไม่ยกเว้น “บังทัน” ต้องเป็นทหารรับใช้ชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607192

  • วันที่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 16:16 น.

ไม่ยกเว้น "บังทัน" ต้องเป็นทหารรับใช้ชาติ

รบ.โซลยัน หนุ่มๆวง BTS ต้องเข้ารับราชการทหาร แม้นักการเมือง-กลุ่มแฟนคลับขอยกเว้น

โคเรียนไทมส์รายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า หนุ่มๆบังทันทั้ง 7 คนสมาชิกวง BTS ไม่เข้าหลักเกณฑ์การได้รับการยกเว้นเข้าารับราชการทหารเป็นเวลา 2 ปี แม้ว่าหนุ่มๆทั้ง 7 จะเป็นศิลปินบอยแบนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกาหลีใต้นับพันล้านวอน

ก่อนหน้านี้มีนักการเมืองบางกลุ่ม และบรรดาแฟนคลับของศิลปินดารา เรียกร้องให้มีการเพิ่มมาตรการข้อยกเว้นการเข้ารับราชการทหาร จากเดิมที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กำหนดข้อยกเว้นแก่ นักกีฬา และศิลปินที่ “เข้าเงื่อนไข” ได้รับการยกเว้นการรับราชการทหาร

โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี อี นัก-ย็อน ของเกาหลีใต้ได้เข้าประชุมร่วมคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงที่กระทรวงกลาโหม ก่อนจะมีความเห็นชอบไม่ขยายข้อยกเว้นการเข้ารับราชการทหารแก่นักแสดงหรือบุคคลมีชื่อเสียงอื่นๆLee Nam-Woo รมว.กลาโหมกล่าวว่า “กองทัพเชื่อว่าหน้าที่ทางทหารจะไม่ส่งผลต่อความสามารถหรือชื่อเสียงของดารานักแสดงแต่อย่างใด”

ทั้งนี้ ภายใต้เงื่อนไขการยกเว้นเข้ารับราชการทหารของเกาหลีใต้ กำหนดไว้สำหรับบุคคลที่มีส่วนร่วมในสร้างชื่อเสียงประเทศชาติ อาทิ การคว้าเหรียญทองในการแข่งกีฬาโอลิมปิก หรือเอเชียนเกมส์ หรือการคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งกีฬาใดๆก็ตาม หรือชนะการแข่งขันด้านศิลปะนานาชาติตามที่การพิจารณาของรัฐบาล

อย่างไรก็ดี ทางกองทัพเกาหลีใต้มีแผนปรับลดกำลังพลทางทหารลงมาถึงนับแสนนาย ระหว่างปี 2022-2026 จากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร และเน้นยุทธวิธีการรบทางไซเบอร์มากขึ้น

Tesla เป็นตัว “Cybertruck” กระบะไฟฟ้าคันแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607176

  • วันที่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 14:29 น.

Tesla เป็นตัว "Cybertruck" กระบะไฟฟ้าคันแรก

“Cybertruck” กระบะไฟฟ้าคันแรกของเทสล่า ดีไซน์ล้ำเหมือนหลุดจากโลกอนาคต

นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Tesla Inc. ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท คือรุ่น Cybertruck ซึ่งถือเป็นรถประเภทกระบะแบบแรกของบริษัทที่มีการเปิดตัว

รายงานระบุว่า Cybertruck จะประกอบด้วย 3 รุ่น ต่างกันที่ขนาดแบตเตอร์รี่ โดยรถสามารถวิ่งได้ไกลระหว่าง 250-500 ไมล์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ราคาค่าตัวเริ่มต้นที่ 39,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,205,000 บาท โดยเทสล่าคาดว่าจะสามารถส่งมอบรถกระบะคันแรกให้กับลูกค้าได้เร็วสุดช่วงปลายปี 2021

สำหรับความพิเศษของ Cybertruck กระบะดีไซน์ล้ำอนาคตล่าสุดของอีลอน มัสก์ ทางทีมวิศวกรผู้ออกแบบระบุว่าได้รับแรงบันดาลใจการดีไซน์จากภาพยนต์เรื่อง Blade Runner ภาพยนตร์แนวแฟนตาซีวิทยาศาสตร์เรื่องดัง

ลักษณะเด่นของรถยนต์รุ่นนี้นอกจากดีไซน์ที่เรียกว่าล้ำยุคเกินศตวรรษแล้ว โครงสร้างตัวถังรถยนต์ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมที่ทนทานต่อการกัดกร่อน โดยงานนี้ทีมวิศวกรเทสล่าได้ทดลองใช้ค้อนทุบยังข้างรถเพื่อโชว์ความแข็งแกร่ง ไม่มีร่องรอยการบุบหรือเป็นรอยแต่อย่างใด

ขณะกระจกของรถยังทำจากกระจกที่มีความแข็งแกร่งเป็นชนิดพิเศษที่เรียกว่า “Tesla armor glass” ที่ทางเทสล่าอ้างว่ากันกระสุนได้ โดยมีการสาธิตทุบกระจกด้วยลูกโลหะสองลูก ซึ่งแม้จะมีรอยแตกร้าว แต่ก็กระจกก็ยังคงไม่บุบสลายเป็นชิ้นๆ

ทั้งนี้ สำหรับยอดรถยนต์ที่จำหน่ายในสหรัฐนั้น มีสัดส่วนเป็นรถกระบะมากถึง 1 ใน 6ของรถที่ขายในสหรัฐ

นายมัสก์เผยว่า ราคาของรถกระบะแบบทั่วไปในสหรัฐนั้นมีราคาเฉลี่ยที่ 45,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ในมุมมองของบรรดาแฟนคลับเทสล่าซึ่งครอบครองรถยนต์ของเทสล่าอยู่แล้วนั้น กลับมองว่าดีไซน์ของรถรุ่นใหม่นี้ เหมือนกับหลุดมาจากนิยายวิทยาศาสตร์มากกว่าที่จะนำมาวิ่งบนท้องถนนจริงๆ

โป๊ปเสด็จเยี่ยมชุมชนชาวคริสต์จ.นครปฐม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607167

  • วันที่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 13:23 น.

โป๊ปเสด็จเยี่ยมชุมชนชาวคริสต์จ.นครปฐม

พระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จวัดคาทอลลิกนักบุญเปโตร ทรงเรียกร้องคนไทย อย่ามอง”ชาวคริสเตียน”เป็นต่างชาติ

วันนี้ (22 พ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น. สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายคาทอลิก เสด็จไปยังวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร อ.สามพราน จ.นครปฐม อันเป็นหนึ่งในแหล่งที่มีชุมชนชาวคริสเตียนมากที่สุดเป็นอันดับสองในประเทศไทย รองจากชุมชนชาวคริสต์ในอำเภอท่าแร่ จังหวัดสกลนคร

การนี้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงเข้าสักการสถานบุญราศีนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง บาทหลวงชาวนครปฐม สังกัดมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ ผู้เคยถูกตำรวจจับในข้อหา “กบฏภายนอกราชอาณาจักร” อันเป็นผลสืบเนื่องจากรณีข้อพิพาทฝรั่งเศส-ไทย (ปี 2483-2484) สำหรับท่านนิโคลาส บุญเกิด กฤษบำรุง ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 15 ปีที่เรือนจำกลางบางขวาง กระทั่งแก่กรรมภายในเรือนจำเมื่อวันที่12 มกราคม พ.ศ. 2487 เมื่ออายุได้ 48 ปี

 

เมื่อเสด็จมาถึง สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงพบกับคณะนักบวชทั้งชายหญิงประจำวัดคาทอลิกนักบุญเปโตร สามพราน จากนั้นทรงเสด็จขึ้นรถ Pope Mobile เพื่อทักทายกับคริสตชนที่มารอรับเสด็จอย่างล้นหลาม

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงได้กล่าวประทานโอวาท พร้อมสรรเสริญต่อคาทอลิกผู้เสียชีวิตในประเทศไทยอันเป็นผลจากความต่างด้านความเชื่อทางศาสนาในอดีต โดยทรงเรียกร้องกับชาวไทยว่าโปรดอย่ามองผู้คนในศาสนาอื่นรวมถึงชาวคริสต์ว่าเป็นคนแปลกหน้าหรือชาวต่างชาติ

นอกจากนี้สมเด็จพระสันตะปาปายังประทานโอวาทแก่คริสตชนรวมถึงคณะนักบวชผู้มาเฝ้ารับเสด็จตอนหนึ่งว่า “ถ้าเราทิ้งคำภาวนา ชีวิตคนเราจะหมดความหมาย ไม่มีกำลัง ไม่มีศรัทธา .. คำภาวนาสามารถนำให้ชีวิตคนเราอยู่ในทางที่ถูกต้องและมีพลังได้ พลังเหล่านี้คือพลังของพระเจ้าในตัวเรา”

จากนั้นทรงสวดภาวนา ก่อนที่คณะนักร้องประสานเสียงจะขับร้องเพลงเพื่อส่งเสด็จ

อินเดียจับหนุ่มนักบินปลอม พบทำบัตรกัปตันเก๊ในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607161

  • วันที่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 11:50 น.

อินเดียจับหนุ่มนักบินปลอม พบทำบัตรกัปตันเก๊ในไทย

จับหนุ่มอินเดียปลอมเป็นนักบิน lufthansa หวังได้สิทธิพิเศษจากสนามบิน

ทางการอินเดียเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาถึงการจับกุมนาย Rajan Mahbubani วัย 48 ปี จากการที่แต่งกายปลอมตัวเป็นนักบินของสายการบิน lufthansa ของเยอรมนี โดยหวังอาศัยสิทธิพิเศษของความเป็นลูกเรือ ผ่านด่านความปลอดภัย รวมถึงอัพเกรดที่นั่งของสายการบินต่างๆ

รายงานระบุว่านาย Rajan ได้กระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยสามารถผ่านด่านภาคพื้นตามสนามบินต่างๆของอินเดียอย่างง่ายดาย ดูคล้ายกับในภาพยนต์ดังเรื่อง catch me if you can กระทั่งเขาถูกจับที่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี ในกรุงนิวเดลี เมื่อเย็นอังคารที่ผ่านมา

ระหว่างการจับกุม พบว่า นาย Rajan อยู่ในเครื่องแบบชุดนักบินของสายการบินดังของเยอรมนี ขณะอยู่บริเวณประตูขาออกของเทอมินัล 3 ในสนามบินอินทิรา คานที เพื่อกำลังขึ้นเครื่องของสายการบินAir Asia เที่ยวบินจากนิวเดลีไปยังกัลกัตตา

การจับกุมมีขึ้นจากการที่ทางสายการบินAir Asia ได้สอบถามข้อมูลไปยัง lufthansa เพื่อขอระบุตัวตนของกัปตันรายนี้ แต่กลับไปไม่พบข้อมูล

หลังถูกจับกุม นาย Rajan ยอมรับว่าเคยถ่ายคลิปวิดิโอเกี่ยวกับการบินลงในเว็บไซต์ยูทิวป์ และ TikTok เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงทำบัตรกัปตัน lufthansa ปลอมจากประเทศไทย ซึ่งเขาได้ใช้วิธีการนี้มาแล้วในสนามบินหลายแห่งของอินเดีย

ตำรวจอินเดียกล่าวว่า นาย Rajan อาศัยการแต่งกายพร้อมกับการใช้บัตรนักบินปลอม เพื่อให้สามารถผ่านด่านความปลอดภัยของสนามบินได้อย่างง่ายได รวมถึงเพื่อให้ได้สิทธิการอัพเกรดที่นั่งตามสิทธิประโยชน์ของลูกเรือ

ขณะนี้ เขาถูกควบคุมตัวแล้วโดยอาจเจอการตั้งข้อหาฉ้อโกงและแอบอ้าง โดยหากถูกตัดสินความผิดจริง มีโทษทั้งถูกปรับหรือจำคุก 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายกยิวถูกฟ้องข้อหาทุจริต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607146

  • วันที่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 10:36 น.

นายกยิวถูกฟ้องข้อหาทุจริต

“เบนจามิน เนทันยาฮู” นายกอิสราเอล ถูกอัยการฟ้องหลายข้อหา ทั้งคอรัปชั่น รับสินบน และใช้อำนาจมิชอบ

อัยการสูงสูงอิสราเอลได้แถลงยื่นฟ้องร้องนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ในหลายข้อหา ทั้งการรับสินบน ใช้อำนาจในทางมิชอบ และการทุจริต อันเป็นส่วนหนึ่งเรื่องอื้อฉาวสามคดีที่รู้จักกันในชื่อคดี 1,000, 2,000 และ 4,000

การยื่นฟ้องครั้งนี้ยิ่งทำให้อิสราเอลเผชิญกับสภาวะสูญญากาศทางการเมืองมากขึ้น เนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา พรรคของนายเนทันยาฮูยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แม้จะมีการเลือกตั้งมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ก็ยังไม่พรรคใดได้รับคะแนนเสียงข้างเมืองในสภาKnesset

ด้านนายเนทันยาฮู ได้แถลงตอบโต้การฟ้องร้องของอัยการอิสราเอลว่า นี่เป็นกระบวนการพยายามสมคบคิดรัฐประหารเขา พร้อมทั้งโทษกระบวนการยุติธรรมที่พยายามป้ายสีเขาอย่างเป็นระบบ ทั้งยังยืนกรานว่าตนเองไม่ได้ทำผิดใดๆ การฟ้องร้องครั้งนี้เป็นการมุ่งหวังทางการเมืองอย่างชัดเจน

การฟ้องร้องครั้งนี้ นับเป็นการครั้งแรกของอิสราเอลที่ฟ้องร้องต่อนายกรัฐมนตรีซึ่งกำลังอยู่ในตำแหน่ง

อย่างไรก็ดี ตามกระบวนการของอิสราเอลแล้ว นายกเนทันยาฮูยังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไปจนกว่าจะมีคำตัดสิน หรือพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริง

สำหรับคดี 1,000 มาจากการที่นายเนทันยาฮู ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเป็นสิ่งของมีค่าจากนาย Arnon Milchan ผู้สร้างภาพยนตร์ฮอลีวูดเชื้อสายอิสราเอล รวมถึงนาย James Packer มหาเศรษฐีเจ้าพ่ออสังหาชาวออสเตรเลีย เพื่อแลกกับการออกวีซ่าพิเศษร่วมถึงช่วยปกปิดภาษี

นาย Mandelblit ระบุว่าสิ่งของมีค่าที่นายกอิสราเอลผู้นี้ได้รับมาระหว่างปี 2006 – 2016 นั้นส่วนใหญ่เป็นซิการ์และแชมเปญราคาแพงซึ่งรวมแล้วมีมูลค่าถึง 264,100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8 ล้านบาท)

ส่วนคดี 2,000 และ คดี 4,000 สองคดีคล้ายกันตรงที่เกี่ยวข้องนายเนทันยาฮูที่เขาได้ให้กรรมสิทธิพิเศษแก่กลุ่มสื่อ Yedioth Ahronoth ซึ่งเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลในอิสราเอลเพื่อแลกกับการนำเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์กับเขา เพื่อให้รัฐบาลของนายเนทันยาฮูออกกฎหมายหนุนกลุ่มทุนของตน และมุ่งสร้างความเสียหายกับสื่อคู่แข่ง

การออกมาเตรียมฟ้องร้องดำเนินดคีดังกล่าวส่งผลให้นายเนทันยาฮูได้ออกแถลงการณ์ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งสาม พร้อมทั้งระบุว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเกมส์การเมืองของคู่แข่งที่ต้องการสกัดขาเขาช่วงเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

สื่อนอกมองต่างมุมตีข่าวโป๊ปประณามไทยไม่ปกป้องเด็กและสตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607109

  • วันที่ 21 พ.ย. 2562 เวลา 20:55 น.

สื่อนอกมองต่างมุมตีข่าวโป๊ปประณามไทยไม่ปกป้องเด็กและสตรี

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงประณามการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบจากผู้หญิงและเด็กในประเทศไทย และทรงตรัสว่าการใช้ความรุนแรง การล่วงละเมิด และการบังคับบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาสที่คนเหล่านี้ต้องเผชิญเป็นความชั่วร้ายที่ต้องถอนรากถอนโคน

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงตรัสระหว่างการเยือนทำเนียบรัฐบาลไทยว่า “…ข้าพเจ้านึกถึงบรรดาผู้หญิงและเด็กในยุคของเรา โดยเฉพาะกับผู้ที่ถูกทำร้าย ถูกล่วงละเมิด และถูกใช้หาประโยชน์ ถูกบังคับให้ทำงานเยี่ยงทาส และทารุณกรรมในทุกรูปแบบ”

รอยเตอร์สยังรายงานต่ออีกว่า ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวราว 35 ล้านคนต่อปี และรัฐบาลไทยก็พยายามแก้ไขภาพลักษณ์การเป็นเมืองท่องเที่ยวแบบ Sex Tourism หรือการท่องเที่ยวที่เน้นการมีเพศสัมพันธ์ แต่การกวาดล้างของทางการก็ไม่สามารถขจัดบาร์เปลื้องผ้าและร้านนวดที่แฝงการขายบริการออกไปจากกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ได้

รอยเตอร์สอ้างรายงานของโครงการร่วมของสหประชาชาติด้านเอดส์และเอชไอวี (UNAIDS) เมื่อปี 2014 ว่ามีผู้ประกอบอาชีพขายบริการในไทยประมาณ 123,530 คน

น่าสังเกตว่ารอยเตอร์สเป็นสำนักข่าวเพียงแห่งเดียวที่เลือกนำเสนอด้วยแง่มุมที่ต่างออกไปจากสำนักข่าวอื่น โดยใช้คำว่า ประณาม (condemns) ที่ไทยแสวงหาประโยชน์จากเด็กและผู้หญิง ขณะที่สำนักข่าวอื่น อาทิ เอพีใช้คำว่า เรียกร้อง (calls for) ให้ไทยปกป้องผู้หญิงและเด็ก

อย่างไรก็ดี โพสต์ทูเดย์ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาทรงชื่นชมรัฐบาลไทยที่พยายามแก้ปัญหาการใช้แรงงานและการใช้ความรุนแรงกับเด็กและสตรี

เศรษฐกิจทรุดทั่วโลก พิษสงครามการค้ารอ2ปีไม่มีแววกระเตื้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607114

  • วันที่ 21 พ.ย. 2562 เวลา 20:25 น.

เศรษฐกิจทรุดทั่วโลก พิษสงครามการค้ารอ2ปีไม่มีแววกระเตื้อง

องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ปรับลดตัวเลขคาดการเศรษฐกิจโลกลงในปี 2020 และกล่าวว่าในปี 2021 ก็ยังจะไม่มีวี่แววที่จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากความเสี่ยงที่เกิดจากความตึงเครียดทางการค้า

จากรายงานภาวะเศรษฐกิจโลก (Economic Outlook) OECD คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกจะขยายตัว 2.9% ในปี 2020 หรือลดลง 0.1% จากการคาดการณ์ครั้งก่อนในเดือนกันยายน ส่วนในปี 2021 OECD เห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกจะกลับมาอยู่ที่ 3.0% ซึ่งแม้จะดีกว่าปีหน้าแต่ยังไม่ถือว่าเป็นการเติบที่แข็งแกร่ง

Laurence Boone หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ OECD กล่าวว่า “ในช่วงสองปีที่ผ่านมาผลการเติบโตทั่วโลกและโอกาสในการลงทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบาย และกระแสการค้าและการลงทุนที่อ่อนแออย่างต่อเนื่อง”

Boone กล่าวว่าในขณะที่ธนาคารกลางมีการตัดสินใจทางการเงินที่เด็ดขาดและทันเวลาซึ่งชดเชยผลกระทบด้านลบจากความตึงเครียดทางการค้า แต่รัฐบาลส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเช่นนั้นในระดับการคลัง ตัวอย่างเช่นการลงทุนในโครงการระยะยาวเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และควบคุมปัญหาโลกร้อน

ดังนั้น เนื่องจากความไม่แน่นอนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่องและการไหลเวียนของการค้าและการลงทุนที่อ่อนแอ OECD จึงเห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังขยายตัวในอัตราที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางการเงินทั่วโลกเกิดขึ้นในปี 2007

เศรษฐกิจสหรัฐซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิตใหญ่ที่สุดในโลกคาดว่าจะชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.0% ภายในปี 2021 ขณะที่การเติบโตในญี่ปุ่นและเขตยูโรโซนคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 0.7% และ 1.2% ตามลำดับ

ในประเทศจีน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกมีการคาดการณ์ว่าการเติบโตจะลดต่ำลงไปอยู่ที่ประมาณ 5.5% ภายในปี 2021

ส่วนประเทศตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ คาดว่าจะฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในปี 2021

ประวัติศาสตร์น่ารู้ ชาวคาทอลิกที่เป็นบุคคลสำคัญของไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/607113

  • วันที่ 21 พ.ย. 2562 เวลา 20:00 น.

ประวัติศาสตร์น่ารู้ ชาวคาทอลิกที่เป็นบุคคลสำคัญของไทย

ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมีประวัติศาสตร์ยาวนานในประเทศไทย เริ่มจากการเผยแพร่ของชาวโปรตุเกสในสมัยอยุธยาโดยได้รับพระบรมราชานุญาติจากสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 และมีผู้หันมานับถือศาสนานี้พอสมควร โดยเฉพาะคนเชื้อชาติต่างๆ ที่มาตั้งถิ่นฐานในกรุงศรีอยุธยา โดยผู้ที่นับถือคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกจะเรียกว่า “คริสตัง” ในประวัติศาสตร์ของไทยมีบุคคลสำคัญของชาติหลายท่านที่เป็นชาวคริสคริสตัง

ผู้คิดค้นขนมตระกูลทอง

1.. ท้าวทองกีบม้า (มารี กีมาร์) ท้าวทองกีบม้า มีชื่อจริงว่า มารีอา กูโยมาร์ เด ปิญญา เป็นคริสตังเชื้อสายโปรตุเกส, เบงกอล และญี่ปุ่น ภรรยาของเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ขุนนางกรีกที่ทำราชการในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มารี กีมาร์เกิดในครัวที่มีความเกี่ยวข้องกับนิกายคาทอลิกอย่างเหนี่ยวแน่น โดยเฉพาะฝ่ายมารดาที่เป็นคริสตังชาวญี่ปุ่นซึ่งถูกกดขี่จากนโยบายต่อต้านชาวคริสต์ในญี่ปุ่น ทำให้ต้องลี้ภัยมายังเวียดนามและสมรสกับชาวญี่ปุ่นตระกูลโอโตโมะ ซึ่งเป็นชนชั้นเจ้าเมือง (ไดเมียว) ที่เป็นชาวคริสตังเหมือนกัน มารี กีมาร์เคร่งครัดในนิกายคาทอลิกมาก จนเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ยอมละนิกายแองกลิคันที่ตนนับถือ เปลี่ยนเป็นนิกายโรมันคาทอลิกตามเธอเพื่อที่จะแต่งงานด้วย และสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและขุนนางผู้ใหญ่ ยังเข้าร่วมงานมงคลสมรสของทั้งสองคนด้วยท้าวทองกีบม้าได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ประดิษฐ์ขนมไทยต่างๆ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง

เจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน)

นักแม่นปืนแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

2. พระยาวิเศษสงครามรามภักดี จางวางทหารแม่นปืนใหญ่ ชาวโปรตุเกสที่นับถือนิกายคาทอลิกเข้ามาพึ่งพระบารมีในสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงรับไว้เป็นทหารอาสาโปรตุเกส และเมื่อมีการสั่งปืนใหญ่ชนิดใหม่เข้ามา โปรดเกล้าฯ ให้มีการทดลองยิงปืนใหญ่ดังกล่าวที่บริเวณปากน้ำเจ้าพระยา โดยผู้ทดลองคือทหารอาสาแขก ทหารอาสาจีน และทหารอาสาโปรตุเกส ปรากฎว่าอาสากรมโปรตุเกสยิงไม่พลาดเป้าเลย รัชกาลที่ 1 ทรงแปลกพระทัยจึงเรียกตัวทหารอาสา คือนายแก้ว นามสกุลลีเบยโร (Libeiro) มาเข้าเฝ้า และกราบทูลว่าที่ยิงแม่น เพราะคำนวณระยะยิงตามสูตรที่ได้ร่ำเรียนและสืบทอดกันมาในหมู่ชาวโปรตุเกส จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ยกกรมทหารอาสาโปรตุเกสขึ้นมาเป็นกองทหารฝรั่งแม่นปืนใหญ่หน้า และโปรดเกล้าฯ ตั้งนายแก้ว ลีเบยโร เป็นที่จางวางเจ้ากรมทหารฝั่งแม่นปืนใหญ่หน้า นายแก้วนั้นต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าค่ายโปรตุเกส มีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวิเศษสงครามรามภักดี และลูกหลานได้สืบทอดราชทินนาม “พระยาวิเศษสงครามรามภักดี” มาตามลำดับ และท่านยังเป็นต้นตระกูลของสกุลวิเศษรัตน์ และวงศ์ภักดี

ภาพขุนนางชาวสยามในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในหนังสือของ Simon de la Loubère

ผู้นำชาวญวนที่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร

3. พระยาบรรลือสิงหนาท คือหัวหน้าชาวญวนสามเสนที่นับถือนิกายคาทอลิก กรุงเทพมหานคร ดูแลและตัดสินเรื่องขัดแย้งในชุมชนชาวคาทอลิกที่เป็นชาวญวนหรือเวียดนามที่อพยพหนีการกวาดล้างทางศาสนาในประเทศมาพึ่งพระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย ชาวญวนเหล่านี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้รับราชการสนองพระเดชพระคุณของพระมหาษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เรื่อยมา พระยาบรรลือสิงหนาทในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้รับพระบรมราชโองการให้เป็นเจ้ากรมทหารฝรั่งแม่นปืนหลัง ซึ่งเป็นกรมทหารที่ใช้ปืนแบบตะวันตก และเป็นทหารปืนใหญ่ในสังกัดของพระราชวังบวร หรือวังหน้า โดยชาวญวนคาทอลิกทั้งหมดให้เข้ารับราชการในกรมกองนี้

พระสังฆราชปัลเลอกัวซ์กับเด็กคาทอลิกชาวไทยและชาวญวน

ผู้ทำพจนานุกรมภาษาไทย-ฝรั่งเศส

4. พระสังฆราชปัลเลอกัวซ์ หรือฌ็อง-บาติสต์ ปาลกัวซ์ บาทหลวงชาวฝรั่งเศสที่เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านมีคุณูปการต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และภาษาไทยมาก โดยแต่งหนังสือ “สัพะ พะจะนะ พาสา ไท” ซึ่งเป็นพจนานุกรมสี่ภาษา คือไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส และลาติน หนังสือ “ศริพจน์ภาษาไทย” พจะนานุกรมไทย-ฝรั่งเศส และหนังสือ Grammatica linguoe Thai หรือไวยากรณ์ภาษาไทยในภาษลาติน รวมถึงแต่งหนังสือบรรยายเรื่องกรุงสยามเป็นภาษาฝรั่งเศส คือ Description du Royaume Thai ou Siam ท่านได้เรียนภาษาไทยและภาษาบาลี และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงชื่นชมพระสังฆราชปัลเลอกัวซ์เป็นอันมาก มักจะทรงแลกเปลี่ยนความรู้อยู่บ่อยๆ เมื่อมรณภาพที่โบสถ์อัสสัมชัญ กรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ มีพระประสงค์ให้พิธีศพเป็นไปอย่างสง่างามที่สุด โดยพระราชทานเรือหลวงสองลำเพื่อนำขบวนเรือบรรทุกหีบศพ

ภาพจากหนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพพันเอกพระยาศรีวิสารวาจา

แพทย์หญิงคนแรกของไทย

5. มากาเร็ต ลิน เซเวียร์ บุตรีของพระยาพิพัฒน์โกษา (เซเลสติโน ซาเวียร์) ปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 มากาเร็ตเป็นแพทย์หญิงชาวไทยคนแรกที่ได้ปริญญาแพทยศาสตร์จาก London School of Medicine for Women และที่โรงพยาบาล Royal Free ตามลำดับ มากาเร็ตทำงานที่แผนกความผาสุกของเด็กและทารก ในกองกลางหน่วยที่ 1 สภากาชาดไทย รวมถึงปฏิบัติหน้าที่ประจำสุขศาลาบางรัก หมอลินในวัย 26 ปี ได้รับอนุญาตจากสภากาชาดไทยให้ประกอบโรคศิลป์โดยกิจการส่วนตัวได้ จึงเป็นแพทย์หญิงคนแรกที่เปิดคลินิกได้ โดยมีคลินิกที่ชื่อ อุณากรรณ ตั้งอยู่บนถนนสี่พระยา ที่เป็นที่นิยมในหมู่สตรี ต่อมาสมรสกับพันเอกพระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล) มีตำแหน่งเป็นคุณหญิงลิน ศรีวิสารวาจา คุณหญิงลินรักษาคนไข้ในทุกชนชั้น แม้แต่โสเภณีที่ยากจนที่ท่านให้การรักษาโดยไม่คิดค่าตอบแทน แม้หมอลินจะอยู่ในช่วงให้นมบุตร ก็ยังคงทำงานไปด้วยและให้นมบุตรด้วยตนเอง แต่น่าเสียดายที่คุณหญิงคุณหมอป่วยหนักด้วยโรคมันสมองอักเสบรวมถึงไข้หวัดใหญ่เข้าแทรก เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ด้วยวัย 34 ปี

อ้างอิง

กรมทหารปืนใหญ่แม่นปืน และ เรื่องที่น่าสนใจอื่น ๆhttp://www.reurnthai.com/index.php?topic=4762.0

กลุ่มชาติพันธุ์ชุมชนบ้านญวณhttp://kanchanapisek.or.th/kp8/culture/bkk/bkk362.html

ท้าวทองกีบม้า (มารี กีมาร์)https://th.wikipedia.org/wiki/ท้าวทองกีบม้า_(มารี_กีมาร์)