รัฐบาลทรัมป์ประณามการใช้กำลังในฮ่องกงระบุไม่ชอบธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/606635

  • วันที่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 09:49 น.

รัฐบาลทรัมป์ประณามการใช้กำลังในฮ่องกงระบุไม่ชอบธรรม

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐกำลังจับตาสถานการณ์ในฮ่องกง และประณามการใช้กำลังที่ไม่ชอบธรรมในฮ่องกง เรียกร้องให้จีนเคารพข้อตกลงกับอังกฤษเรื่องสถายนะของฮ่องกง พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเพลามือจากการใช้ความรุนแรง

“สหรัฐหวังว่ารัฐบาลที่ปักกิ่งจะยึดมั่นในเจตนารมณ์ของตนภายใต้คำประกาศร่วมจีน-อังกฤษ และปกป้องเสรีภาพ ระบบกฎหมาย และวิถีชีวิตภายใต้ระบอบประชาธิปไตยของฮ่องกง”

Photo by Anthony WALLACE / AFP

การแสดงจุดยืนของสหรัฐครั้งนี้มีขึ้น หลังจากที่นักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงหลายร้อยคนพร้อมอาวุธครบมือ คือระเบิดเพลิงและคันธนูและลูกธนู เข้าต่อสู้กับตำรวจปราบจลาจลระหว่างการยึดมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคแห่งฮ่องกงในช่วงคืนที่ผ่านมา นับเป็นการเผชิญหน้าอย่างดุเดือดที่สุดในรอบครึ่งปี

เช้าตรู่วันจันทร์ตำรวจพยายามโจมตีมหาวิทยาลัยที่ทางเข้าหลักและทำการจับกุม แต่ผู้ประท้วงตอบโต้ด้วยระเบิดเพลิงหลายสิบลูกและเผาเครื่องกีดขวางให้เกิดไฟลุกโชน ทำให้ตำรวจต้องล่าถอยชั่วคราว

เมื่อรุ่งสาง ผู้ประท้วงที่ยึดมหาวิทยาลัยพยายามบุกตะลุบยออกมา แต่ก็ต้องพบกับแก๊สน้ำตา โดยตลอดวันอาทิตย์ ตำรวจใช้กระสุนยาง กระสุนน้ำ และรถหุ้มเกราะพยายามฝ่าเครื่องกีดขวาง แต่นักเคลื่อนไหวพยายามต้านไว้ได้ตลอดคืน จนกระทั่งในช่วงรุ่งสางตำรวจสามารถจับผู้ประท้วงไว้ได้หลายคน

Photo by Anthony WALLACE / AFP

รวมช็อตเด็ดเหตุการณ์โลก จากตลาดเนื้อหมาถึงแม่น้ำสีเลือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/606616

  • วันที่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 09:06 น.

รวมช็อตเด็ดเหตุการณ์โลก จากตลาดเนื้อหมาถึงแม่น้ำสีเลือด

ภาพเด่นจากทั่วโลกที่โพสต์ทูเดย์คัดสรรค์มา ระหว่างวันที่ 11 – 17 พฤศจิกายน 2019

ภาพถ่ายโดย TANG CHHIN Sothy / AFP

สลดตลาดเนื้อหมากัมพูชา เชือดกันวันหลายพันตัวสุนัขถูกขังในกรงรอการถูกเชือดเพื่อนำเนื้อมาทำอาหาร ที่โรงเชือดและร้านขายเนื้อสุนัขแห่งหนึ่งในจังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา จากการรายงานของสำนักข่าว AFP เจ้าของโรงเชือดจะทำการกดน้ำให้สุนัขขาดใจตาย หรือไม่ก็รัดคอหรือแทงให้ตาย ในวันๆ หนึ่งมีสุนัขถูกฆ่ามากมายหลายพันตัวในกัมพูชา และนำออกขายในร้านที่แขวนป้ายไว้ว่า “เนื้อพิเศษ” อย่างไรก็ตามผู้บริโภคเนื้อสุนัขอาจเสี่ยงต่อโรคภัยที่ตามมา เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ภาพถ่ายโดย TANG CHHIN Sothy / AFP

โดย Damien MEYER / AFP

ส่องดาวพุธจุดเล็กๆ เคลื่อนผ่านดวงอาทิตย์ภาพถ่ายระยะไกลของดวงอาทิตย์ขณะที่ดาวพุธกำลังเคลื่อนผ่าน (จุดสีดำเล็กมากตรงกลางซ้ายของดวงอาทิตย์) ในช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ ดาวพุธ และโลกมีวงโคจรในแนวเดียวกัน เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน กินเวลา 5 ชั่วโมงกว่าดาวจะเคลื่อนผ่านจนพ้นดวงอาทิตย์ โดยครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในปี 2032 ภาพนี้ถ่ายจากภาคตะวันตกของฝรั่งเศส โดย Damien MEYER / AFP

ภาพโดย STR / AFP

ช้าง “บินลาเดน” คลุ้มคลั่งฆ่าคนอินเดีย5รายช้างชื่อ “ลาเดน” นอนกองอยู่บนพื้นหลังจากถูกชาวบ้านยิงยาสลบ เนื่องจากมันเกิดคลุ้มคลั่งเป็นเวลานานถึง 24 ชั่วโมงและฆ่าคนไปถึง 5 คน ในป่ารงค์ชุลี เขตโคอัลปารา รัฐอัสสัม ทางตะวันออกของประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2019 เจ้าหน้าที่ชาวบ้านต้องระดมกำลังออกตามล่ามันนานหลายวัน จนกระทั่งพบตัวแล้วปราบมันได้ในที่สุด โดยชาวบ้านตั้งชื่อช้างเชือกนี้ตามชื่อของ โอซามา บินลาเดน อดีตผู้นำขบวนการอัลกออิดะห์ทั้งนี้ ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ช้างในอินเดียทำให้คนตายไปถึง 2,300 คน จากตัวเลขอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ออกมาในเดือนมิถุนายน ขณะที่ช้าง 700 เชือกถูกสังหารตั้งแต่ปี 2554 การเผชิญหน้าระหว่างคนกับสัตว์เกิดขึ้นจากพื้นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติลดลง ภาพโดย STR / AFP

ภาพถ่ายโดย HO / Zoo Berlin / AFP

เจียวชิง แพนด้าแห่งกรุงเบอร์ลินสวนสัตว์เบอร์ลิน เผยแพร่ภาพถ่ายของแพนด้าตัวผู้ชื่อ “เจียวชิง” ดาวเด่นประจำสวนสัตว์ ซึ่งถูกรมยาสลบระหว่างการสแกนเอกซ์เรย์เพื่อตรวจสุขภาพของมัน ที่สถาบันไลบ์นิซเพื่อการวิจัยสัตว์ป่าและสัตว์ป่า (IZW) ทั้งนี้ เจียวชิงเพิ่งจะมีอายุครบ 9 ปีไปเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยมันเกิดที่เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีนเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2010 และส่งตัวมายังเบอร์ลินเมื่อปี 2017 ภายใต้มีสัญญาด้านการวิจัยเป็นเวลา 15 ปี ภาพถ่ายโดย HO / Zoo Berlin / AFP

ภาพถ่ายโดย Yeoncheon Imjin River Civic Network / AFP

เชือดหมูทิ้ง47,000ตัวสกัดโรคระบาดภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยกลุ่มเอ็นจีโอ ที่ตำบลยอนชอน ใกล้กับเขตปลอดทหารที่อยู่ระหว่างชายแดนเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ จะเห็นว่ามีซากหมูเป็นจำนวนมากกองอยู่ซึ่งถูกเชือดทิ้งโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีใต้ เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูแอฟริกัน โดยกลุ่มเอ็นจีโอเผยว่ามีหมูถูกฆ่าในบริเวณนี้ถึง 47,000 ตัว จนทำให้ลำธารกลายเป็นสีเลือด เกิดกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ รวมแล้วมีหมูถูกฆ่าทิ้งในเกาหลีใต้ถึง 380,000 ตัว  ภาพถ่ายโดย Yeoncheon Imjin River Civic Network / AFP

ภาพถ่ายโดย Anthony WALLACE / AFP

นักสู้หนุ่มสาวนอนกอดเอาแรง หลังยึดมหาลัยสู้ตำรวจผู้ประท้วงนอนหลับอยู่บนลานกรีฑาในบริเวณมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (CUHK) ในช่วงเช้าของวันที่ 13 พฤศจิกายน 2019 หลังจากที่ผู้ประท้วงเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกงต่อสู้อย่างหนักกับตำรวจปราบจลาจลในวิทยาเขตมหาวิทยาลัย และเเข้าก่อกวนย่านธุรกิจระดับสูงของเมืองเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ความไม่สงบที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่าห้าเดือนของความวุ่นวายทางการเมือง ภาพถ่ายโดย Anthony WALLACE / AFP

ภาพถ่ายโดย SAID KHATIB / AFP

ขีปนาวุธอิสราเอลถล่มปาเลสไตน์ชาวปาเลสไตน์รวมตัวกันรอบ ๆ ซากบ้านที่ถูกทำลายในการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในเมืองข่านยูนิสทางใต้ของฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2019 จากเหตุโจมตีล่าสุด มีชาวปาเลสไตน์สองคนถูกสังหารจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธในฉนวนกาซาโดยฝีมือของอิสราเอล หลังจากที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีฝ่ายบัญชาการของกลุ่มติดอาวุธญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์ (Islamic Jihad) ในช่วงเช้าของวันที่ 12 พฤศจิกายน ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายโจมตีกันไปมาสร้างความเสียหายหลายจุด ภาพถ่ายโดย SAID KHATIB / AFP

ภาพถ่ายโดย Yeoncheon Imjin River Civic Network / AFP

สายน้ำสีเลือดหลังเชือดหมูสกัดโรคระบาดลำธารสายหนึ่งในอำเภอยอนชอน ประเทศเกาหลีใต้กลายเป็นสีเลือด หลังจากเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ทำการเชือดหมูในบริเวณนี้ถึง 47,000 ตัว เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดหมูแอฟริกัน ล่าสุด รวมแล้วมีหมูถูกฆ่าทิ้งในเกาหลีใต้ถึง 380,000 ตัว ทั้งนี้ อำเภอยอนชอนอยู่ใกล้กับเขตปลอดทหารที่อยู่ระหว่างชายแดนเกาหลีใต้กับเกาหลีเหนือ ซึ่งพบการระบาดของโรคดังกล่าวเช่นกัน ภาพถ่ายโดย Yeoncheon Imjin River Civic Network / AFP

ภาพถ่ายโดย Harald Tittel / AFP

สะพานแห่งเมฆที่เยอรมนีประชาชนเข้าชมสะพานฮอคโมเซล (Hochmosel) ที่มีความสูงมากจนถูกปกคลุมท่ามกลางกลุ่มเมฆหมอก เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2019 ก่อนเปิดสะพานอย่างเป็นทางการ หลังเสร็จสิ้นโครงการก่อสร้างนานถึง 8 ปี สะพานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองโมเซลเลอ รัฐไรน์ลันท์-ฟัลทซ์ ประเทศเยอรมนี มีความสูง 160 เมตร ยาว 1.7 กิโลเมตร จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 21 พฤศจิกายน 2019 นี้ ภาพถ่ายโดย Harald Tittel / AFP

ม็อบฮ่องกงลั่นจะบีบเศรษฐกิจตามแผนบดขยี้รัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/606613

  • วันที่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 21:21 น.

ม็อบฮ่องกงลั่นจะบีบเศรษฐกิจตามแผนบดขยี้รัฐบาล

สำนักข่าว AFP รายงานว่า มีการเผยแพร่โปสเตอร์บนโซเชียลมีเดียเรียกร้องให้เคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและสร้างแรงบีบคั้นต่อเศรษฐกิจ ในภารกิจที่เรียกว่า “ปฏิบัติการรุ่งอรุณ” ที่จะทำการเคลื่อนไหวในวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายนนี้

โปสเตอร์มีข้อความว่า “ตื่นแต่เช้า เล็งเป้าโจมตีรัฐบาลตรงๆ บีบคั้นเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มแรงกดดัน”

ปฏิบัติการนี้สอดคล้องกับแผนการเคลื่อนไหวที่เรียกว่า “เบ่งบานทุกแห่งหน” ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้ประทพวงทำการปิดล้อมท้องถนนและสถานที่ต่างๆ และทำลายข้าวของอย่างป่าเถื่อน ก่อกวนกองกำลังตำรวจ ขัดขวางเครือข่ายรถไฟขนาดใหญ่ของฮ่องกง และบีบให้ปิดโรงเรียนและห้างสรรพสินค้าต้องปิดทำการ

จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นสำนักการศึกษาของฮ่องกงประกาศว่า จะยังคงสั่งให้โรงเรียนต่างๆ ปิดทำการในช่วงต้นสัปดาห์เพื่อความปลอดภัย

ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการขนส่ง ในเบื้องต้น การท่าอากาศยานของฮ่องกงกล่าวในวันอาทิตย์ว่าตัวเลขการจราจรทางอากาศในเดือนตุลาคมลดลง 13% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วโดยมีผู้โดยสารเข้ามาเพียง 5.4 ล้านคน

ทั้งนี้ สนามบินของฮ่องกงคิดเป็นสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของฮ่องกงในสัดส่วนถึง 5% แต่ตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างหนักจากผู้ประท้วงเมื่อเดือนสิงหาคม

Photo by Anthony WALLACE /AFP

วิเคราะห์สถานการณ์ “ม็อบฮ่องกง” เมื่อไม้อ่อนมาก่อนไม้แข็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/606627

  • วันที่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 21:11 น.

Posttoday Podcast:The Expert Ep.13 ไม้อ่อนมาก่อนไม้แข็ง ถอดรหัสปฎิบัติการซื้อใจฮ่องกง

***************************

รับฟังเฉพาะเสียงได้ที่ soundcloud PostToday

สิงคโปร์ สร้างชาติด้วยคุณภาพการศึกษา สร้างการพัฒนาด้วยคุณภาพของคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/606624

  • วันที่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 20:58 น.

สิงคโปร์ สร้างชาติด้วยคุณภาพการศึกษา สร้างการพัฒนาด้วยคุณภาพของคน

ถ้าจะยกตัวอย่างประเทศโดดเด่นแห่งศตวรรษ แล้วไม่กล่าวถึงประเทศสิงคโปร์ คงจะไม่ได้ เพราะประเทศขนาดเล็กๆ ที่เคยไม่มีอะไรเลย แต่สามารถสร้างการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม จนได้รับการยอมรับในระดับโลกได้ ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ซึ่งทุกครั้ง ที่ใครต่อใครพยายามหาคำตอบ ว่าอะไรอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของประเทศสิงคโปร์  “เรื่องคุณภาพคน” จะถูกยกขึ้นมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของความสำเร็จอยู่เสมอ แล้วอะไรทำให้คนสิงคโปร์กลายเป็นคนมีคุณภาพได้ขนาดนั้น

ย้อนหลังกลับไป เมื่อปี ค.ศ. 1965 การเปลี่ยนสถานะจากรัฐๆหนึ่งของประเทศมาเลเซีย สู่การเป็นประเทศเอกราช เป็นความท้าทายของรัฐบาลสิงคโปร์เป็นอย่างมาก เพราะต้องอยู่ด้วยตัวเองให้ได้ โดยไม่พึ่งพามาเลเซีย

เด็กสิงคโปร์ ถูกฝึกให้ทำงานร่วมกันเป็นทีม

ภารกิจเร่งด่วนสุด ที่รัฐบาลสิงคโปร์ทำในตอนนั้น มีอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ เร่างสร้างความเข้มแข็งทางทหารให้มากที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาเขตแดน และภารกิจที่สอง คือการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่การจะทำให้ประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่ง ที่ไม่ได้มีทรัพยากรธรรมชาติล้ำค่าอะไร ก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ผู้นำในยุคนั้น ค้นพบว่าหนทางที่จะพัฒนาเศรษฐกิจได้ดี และเร็วที่สุด คือจะต้องสร้างมูลค่าจากต้นทุนที่มีอยู่เดิม ซึ่งต้นทุนเดียวที่จะสามารถสร้างมูลค่าได้ อย่างไม่สิ้นสุด ก็คือต้นทุนมนุษย์นั่นเอง

การจะทำให้ทุนมนุษย์มีคุณค่าได้นั้น ก็ต้องทำให้คนสิงคโปร์ทุกคนกลายเป็นคนคุณภาพ สามารถใช้ความรู้ความสามารถไปสร้างเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ซึ่งเครื่องมือที่จะพัฒนาคนให้มีคุณภาพเช่นนั้นได้ ก็เห็นจะมีแต่ “การศึกษาที่มีคุณภาพ” เท่านั้น

ช่วงปี ค.ศ. 1965 – 1978 ของสิงคโปร์ เป็นช่วงที่นักวิชาการจะเรียกว่า “Survival Economics, Survival-driven education” คือ เป็นยุคของการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความอยู่รอด ควบคู่ไปกับการปฏิรูปการศึกษาเพื่อความอยู่รอด ทำให้ในยุคนั้น คนสิงคโปร์จะขยัน อดทน เร่งสร้างเนื้อสร้างตัว ประกอบกับรัฐบาลก็จะส่งเสริมให้คนได้มีการศึกษาอย่างทั่วถึง เพื่อจะได้มีความรู้ นำไปประกอบอาชีพ

ต่อมาในช่วง ค.ศ. 1978-1997 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจมีการพัฒนาขึ้นแล้ว ประกอบกับโอกาศทางการศึกษาถูกกระจายไปอย่างทั่วถึง มีคนเรียนจบระดับปริญญาเพิ่มมากขึ้น สิงคโปร์จึงเริ่มมีการมองถึง การพัฒนาอย่างยั่งยืน  ทำให้ระบบการศึกษาของประเทศ เริ่มมุ่งผลลัพธ์ไปที่การพัฒนาเชิงคุณภาพ มากกว่าการเร่งผลิตในเชิงปริมาณ

ในช่วงนั้นเอง ที่สิงคโปร์เริ่มตระหนักว่า เด็กแต่ละคน อาจมีความถนัดและมีศักยภาพที่แตกต่างกันไป จึงไม่จำเป็นที่ต้องไปกดดันให้เด็กแข่งขันกันเพื่อเป็นหมอ เป็นวิศวกร หรือเป็นทนายความ เท่านั้น แต่เด็กบางคนสามารถทำได้ดีกว่า ในบทบาทของช่างเทคนิค หรือช่างฝีมือ ด้วยแนวคิดดังกล่าว รัฐบาลจึงมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาสายอาชีวะควบคู่ไปกับการศึกษาสายสามัญ

เด็กสิงคโปร์ถูกสอนให้มีความเชื่อมั่นใฝ่รู้

นอกเหนือจากการศึกษาทั้งสองสายหลักแล้ว ยุคนั้น ยังเกิดการศึกษาพิเศษ สำหรับเด็กมีพรสวรรค์ ที่เรียกว่า Gifted Education ขึ้น เพื่อให้เด็กที่มีพรสวรรค์เหนือกว่า มาตรฐานทั่วไป ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ปี ค.ศ. 2003 สิงคโปร์มีการปฏิรูปแนวคิดการศึกษาใหม่อีกครั้ง โดยมุ่งเน้นให้เป็นการศึกษาแบบสร้างขีดความสามารถให้คนสิงคโปร์ทุกคน กลายเป็นคนคุณภาพ เพื่อคอยสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจบนฐานความรู้ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ว่า Thinking Schools, Learning Nation อันหมายถึง “โรงเรียนที่สอนให้รู้จักคิด” และ “ชาติที่สอนให้เรียนรู้”

ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าว ระบบการศึกษาในประเทศ จึงให้ความสำคัญกับเรื่องการปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์, การเรียนรู้ร่วมกัน, และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน โดยที่แต่ละโรงเรียน จะมีอิสระในการกำหนดหลักสูตรเองมากขึ้น ทำให้หลักสูตรของสิงคโปร์ได้ขึ้นชื่อว่ามีความยืดหยุ่นและสร้างสรรค์มาก

ปี ค.ศ. 2005 กระทรวงศึกษาธิการได้มีแนวคิดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการเตรียมเด็กสิงคโปร์ ให้พร้อมเข้าสู่การใช้ชีวิตจริง จึงนำมาสู่หลักการ “Teach less Learn more” อันหมายถึง “สอน ให้น้อยลง แต่เรียนรู้ ให้มากขึ้น” อย่างไรก็ตาม การที่จะทำเช่นนั้นได้ ครูผู้สอนจะต้องเข้าใจแก่นของการศึกษาในแต่ละวิชาเสียก่อนว่า ทำไมเราต้องสอน,? เราจะสอนอะไรให้เด็ก, และเราจะสอนอย่างไรให้เด็กเข้าใจ

ปี ค.ศ. 2009 เป็นปีแรกที่ประเทศสิงคโปร์เข้าร่วมการทดสอบ โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA) ที่เป็นการประเมินทักษะ 3 ด้าน ของเด็กนักเรียน อันประกอบไปด้วย ทักษะด้านการอ่าน, ทักษะด้านคณิตศาสตร์, และทักษะด้านวิทยาศาสตร์ ผลปรากฏว่าเด็กนักเรียนจากประเทศเล็กๆในทวีปเอเชีย สามารถทำคะแนนได้สูงติดอันดับต้นของประเทศที่เข้าร่วมจากเกือบทั่วโลก และหลังจากนั้น สิงคโปร์ก็เข้าร่วมทดสอบ PISA ทุกครั้ง และผลที่ออกมาทุกครั้ง ก็ปรากฏว่าเด็กสิงคโปร์มีอันดับสูงขึ้นทุกครั้ง จนกระทั่งการสอบในปี ค.ศ. 2015 เด็กสิงคโปร์ทำคะแนนได้สูงสุดทั้ง 3 ด้าน ยิ่งทำให้โลกมีความเชื่อมั่นในคุณภาพระบบการศึกษาของสิงคโปร์มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ปี ค.ศ. 2018 World economic forum จัดอันดับให้สิงคโปร์เป็นประเทศ ที่มีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูง เป็นอันดับ 2 ของโลก โดยหนึ่งในปัจจัยที่พิจารณา ก็คือเรื่องของการศึกษา นั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า ระบบการศึกษาของสิงคโปร์สร้างผลลัพท์ที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับในระดับสากล

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจในคุณภาพการศึกษาของสิงคโปร์ ก็คือ การมีครูคุณภาพสูง เพราะสิงคโปร์เชื่อว่า ครูคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการปฏิรูปการศึกษา ถ้าจะต้องการผลลัพธ์ทางการศึกษาที่ดี ต้องหาครูดีมีคุณภาพมาช่วยสอน

อาชีพครู ในประเทศสิงคโปร์ ถือเป็นอาชีพที่มีคุณค่ามาก ทั้งมิติทางสังคม และมิติทางเศรษฐศาสตร์ ในด้านสังคมนั้น ก็หมายถึงการยอมรับนับถือทางสังคม เพราะอาชีพครูในสังคมสิงคโปร์นั้นเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก ไม่ใช่ว่าใครอยากจะเป็นครูก็จะเป็นกันได้ง่ายๆ ต้องแข่งขันกันสูงมาก กว่าจะได้เป็นครู ส่วนในด้านเศรษฐศาสตร์นั้น ก็ถือได้ว่า อาชีพครูในสิงคโปร์ ได้รับค่าตอบแทนที่สูงมากพอๆกับอาชีพแพทย์ หรือผู้พิพากษาในบางประเทศเลยทีเดียว ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจ ถ้าจะได้ยินคนสิงคโปร์บอกว่า อาชีพครูเป็นหนึ่งในอาชีพในฝันของคนสิงคโปร์รุ่นใหม่

แต่การเป็นครูในสิงคโปร์ได้นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะลำพังแค่เรียนจบสาขาครุศาสตร์คงยังไม่พอ จำเป็นต้องผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันการศึกษาแห่งชาติ หรือ National Institute of Education จึงจะเป็นครูได้ และก็ไม่ใช่ว่าครูคนไหนจะเดินเข้าไปขออบรมได้เอง แต่คนที่อยากเป็นครูและมีวุฒิการศึกษา จะต้องผ่านการสอบคัดเลือกจะกระทรวงศึกษาธิการเสียก่อน จากนั้นกระทรวงฯ ค่อยส่งครูที่ผ่านการสอบ ไปฝึกอบรมที่สถาบันการศึกษาแห่งชาติ ก่อนที่จะบรรจุเป็นครูคุณภาพตามโรงเรียนต่างๆ และแม้ว่าจะได้บรรจุเป็นครูแล้ว ก็อาจจะยังไม่ได้สอน เพราะยังต้องไปเป็นผู้ช่วยครูอาวุโสที่มีประสบการณ์ก่อน จนเมื่อมีความพร้อมและความมั่นใจเต็มร้อยแล้ว จึงจะได้สอนอย่างเต็มตัว

เมื่อจะได้บรรจุเป็นครูแล้วก็ตาม แต่ครูสิงคโปร์ก็ยังต้องมีการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาวิธีการเรียนการสอนให้สอดรับกับยุคสมัยและพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กที่ปรับเปลี่ยนไป เนี่ยงจากเด็กสมัยนี้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและมีแหล่งความรู้อยู่ในโลกอินเตอร์เน็ม ทำให้บทบาทของครู ต้องเปลี่ยนไป คือนอกเหนือจากการเป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้, เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แล้ว ครูยุคใหม่ยังควรที่จะต้องช่วยให้เด็กได้รับความรู้ที่ดี จากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง และคอยสอนให้เด็กรู้จักสังเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์จึงได้สร้างและสนับสนุนเครือข่ายครู ที่เรียกว่า Professional Learning Communities (PLC) เพื่อให้สมาชิกครูได้หมั่นแลกเปลี่ยนความรู้ และช่วยกันพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งนั่น เป็นอีกองค์ประกอบที่ทำให้ครูสิงคโปร์ เป็นครูคุณภาพ ช่วยทำให้การศึกษามีคุณภาพ และช่วยสร้างคนคุณภาพออกไปสู่สังคม โดยสิงคโปร์ได้ตั้งเป้าหมายว่า คนคุณภาพที่มีความพร้อมสำหรับศตวรรษที่ 21 ควรมีลักษณะดังนี้

(1) ต้องเป็นคนที่มีความเชื่อมั่น สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ, รู้จักตนเอง และกล้ายืนหยัดในสิ่งถูกต้อง

(2) เป็นคนมีความใคร่รู้ และมีความรับผิดชอบ

(3) มีความกระตือรือล้น กับการมีส่วนร่วม

(4) มีความเป็นประชากรของสังคมและประเทศชาติ

ทุกวันนี้ ทั่วโลกต่างให้การยอมรับคุณภาพของคนสิงคโปร์ ซึ่งแน่นอนว่าการศึกษามีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างให้คนสิงคโปร์เป็นคนคุณภาพได้อย่างเช่นทุกวันนี้ และจะเห็นได้ว่าช่วงเวลา 50 กว่าปีตั้งแต่เกิดเป็นประเทศสิงคโปร์ขึ้นมา แนวคิดด้านการศึกษาของประเทศนี้ ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นทุกคนเอาจริงเอาจังและลงมือทำร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญที่สุด คือสิงคโปร์ไม่เคยหยุดพัฒนา โดยเอาความสำเร็จครั้งก่อน มาเป็นข้อจำกัดในสิ่งที่สามารถทำให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

ช็อตเด็ดสถานการณ์โลก สังหารหมู่ที่เม็กซิโกถึงวิกฤตชิลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/606617

  • วันที่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 19:23 น.

ช็อตเด็ดสถานการณ์โลก สังหารหมู่ที่เม็กซิโกถึงวิกฤตชิลี

รวมภาพข่าวยอดเยี่ยมของโพสต์ทูเดย์ระหว่างวันที่ 3 – 10 พฤศจิกายน ช็อตเด็ดสถานการณ์โลก สังหารหมู่ที่เม็กซิโกถึงวิกฤตชิลี

ภาพถ่ายโดย Anthony WALLACE / AFP

ฮ่องกงเละอีกรอบ หลังนศ.หนุ่มตายปริศนา

ชายชาวฮ่องกงไม่ทราบชื่อถูกผู้ชุมนุมทุบตีจนได้รับบาดเจ็บไปทั่วร่างกาย หลังจาก 2 ฝ่ายมีปากเสียงกันระหว่างการไว้อาลัยนักศึกษาวัย 22 ปีที่ตกจากตึกจนเสียชีวิตเมื่อเร็วๆ ที่นี้ที่เขตเจิงกวันโอ่ว ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตของนักศึกษาชายรายดังกล่าว แต่การตายของเขาทำให้ขบวนการประท้วงตื่นตัวและก่อเหตุรุนแรงอีกครั้ง หลังจากที่ค่อนข้างสงบลงในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา  ภาพถ่ายโดย Anthony WALLACE / AFP

ภาพถ่ายโดย STR / JIJI PRESS / AFP) / Japan OUT

ทำไมปูหิมะราคาตัวละเกือบ1.4ล้านบาท?

ชาวญี่ปุ่นอวดปูหิมะที่ขายในราคาประมูลสูงถึง 46,000 เหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 1.4 ล้านบาท ที่เมืองทตโตริ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2019 ซึ่งอาจเป็นราคาที่สูงที่สุดในโลก และสร้างสถิติใหม่ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวว่าปูมีน้ำหนัก 1.2 กิโลกรัมและวัดได้ 14.6 เซนติเมตร สำนักข่าว CNBC รายงานว่าผู้ที่ซื้อไปคือเท็ตซึจิ ฮามาชิตะ ประธานสมาคมผู้ค้าส่งอาหารทะเล

สาเหตุที่ปูหิมะตัวนี้มีราคาแพงมากเนื่องจากเป็นตัวแรกที่จับได้ในฤดูกาลจับปู และเป็นสัญลัษณ์แสดงสถานะความมั่งมีของผู้ซื้อคนแรกด้วย

อีกสาเหตุที่มันมีราคาแพงคือ ปริมาณความต้องการปูหิมะในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นมากนับตั้งแต่ปี 2017 ทำให้ราคาของปูหิมะตัวที่แพงที่สุดในแต่ละปี เพิ่มขึ้นในอัตราก้าวกระโดด โดยเมื่อปี 2018 อยู่ที่ 18,000 เหรียญสหรัฐ ภาพถ่ายโดย STR / JIJI PRESS / AFP) / Japan OUT

ภาพถ่ายโดย AHMAD AL-RUBAYE / AFP

เกิดอะไรขึ้นที่อิรัก?

การประท้วงที่อิรักเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2019 กินพื้นที่ตอนกลางและภาคใต้ของอิรัก เพื่อแสดงความไม่พอใจปัญหาคอร์รัปชั่น ไปจนถึงปัญหาว่างงาน และการบริการสาธารณะที่ย่ำแย่ ซึ่งจากรายงานของ BBC ระบุว่า การประท้วงครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อโค่นล้มระบบการบริหารประเทศที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่การรุกรานของสหรัฐเมื่อ 16 ปีก่อน ซึ่งมีปัญหาคอร์รัปชั่นยืดเยื้อ

ในภาพนี้ ผู้ประท้วงชาวอิรักกำลังอพยพผู้บาดเจ็บบนสะพานผู้พลีชีพ (Jisr Al-Shuhada) จากที่เกิดเหตุประท้วงต่อต้านรัฐบาล หลังจากกองกำลังรักษาความปลอดภัยยิงแก๊สน้ำตาและระเบิดเสียง เข้าสลายผู้ชุมนุมในกรุงแบกแดดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2019 ภาพถ่ายโดย AHMAD AL-RUBAYE / AFP

ภาพถ่ายโดย William WEST / AFP

เบอร์เกอร์ซื้อมาเกือบ 25 ปีไม่มีเน่าสภาพเป๊ะสุดๆ

เคซีย์ ดีน ชาวออสเตรเลียวัย 39 ปี จ้องมองไปที่เบอร์เกอร์เนื้อกับชีสของแมคโดนัลด์ (McDonald) ที่เขากับเพื่อนซื้อมาตอนเป็นวัยรุ่นในปี 1995 และเก็บไว้ในโรงเก็บของในเมืองแอดิเลดนานถึง 24 ปี แม้ว่าเบอร์เกอร์จะหดตัวเล็กน้อยจากขนาดดั้งเดิม แต่รูปร่างยังเดิม ไม่มีร่องรอยของเชื้อราและไม่มีกลิ่นเน่าเสีย ภาพถ่ายโดย William WEST / AFP

ภาพถ่ายโดย STR / AFP

ฆ่าเผา9ศพแม่-เด็กอเมริกันเหยื่อแก๊งค้ายาเม็กซิโก

สมาชิกของครอบครัวลีบรอนกำลังโศกเศร้าในขณะที่มองดูรถยนต์ของคนในครอบครัวที่ถูกเผา พร้อมกับสมาชิก 9 คนของครอบครัวที่ถูกสังหารโดยกลุ่มคนร้ายในเขตบาวิเซ ภูเขาโซโนรา ประเทศเม็กซิโกในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 3 คน และเด็ก 6 คน และมีผู้รอดชีวิต 8 คนทั้งหมดเป็นเด็กที่หลบซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ระหว่างที่ถูกโจมตี หนึ่งในนั้นต้องเดินทางลงเขาถึง 22.5 กิโลเมตรเพื่อมาขอความช่วยเหลือ คาดว่าผู้ลงมือเป็นแก๊งค้ายาในพื้นที่ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2019 ตามเวลาท้องถิ่น โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศที่จะช่วยเม็กซิโกทำสงครามกับแก๊งค้ายาเสพติด ภาพถ่ายโดย STR / AFP

ภาพถ่ายโดย CLAUDIO REYES / AFP

ตำรวจชิลีเจอระเบิดเพลิงหวิดไฟครอก

ภาพแคปจากวิดีโอขณะที่ตำรวจปราบจลาจลชิลีถูกระเบิดเพลิงขว้างเข้าใส่จนเกิดไฟลุกท่วม ระหว่างเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ประท้วงที่กรุงซานติอาโก ซึ่งในเวลานี้การประท้วงต่อต้านการขึ้นราคาตั๋วรถไฟใต้ดินได้กลายเป็นการต่อต้านรัฐบาลได้ย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว แม้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวถึง 6 แม็กนิจูดทางภาคเหนือ แต่ผู้ประท้วงก็ยังไม่หวั่น เดินทางก่อเหตุจลาจลทำลายข้าวของ ปล้นชิงทรัพย์สินต่อไป ล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิตแล้ว 20 ราย ภาพถ่ายโดย CLAUDIO REYES / AFP

ภาพถ่ายโดย Pawan Sharma / AFP

อินเดียสำลักมลพิษ ทัชมาฮาลมีที่ฟอกอากาศแค่เครื่องเดียว

ขณะนี้ระดับหมอกควันพิษในอินเดียตอนเหนือรุนแรงมาก เช่นในเมืองอักราที่ตั้งของอนุสรณ์สถานทัชมาฮาล มีค่ามลพิษสูงกกว่าที่กรุงปักกิ่งของจีนถึง 3 เท่า ทำให้ทางการต้องนำรถตู้บรรทุกเครื่องฟอกอากาศมาติดตั้งไว้ใกล้ๆ กับทัชมาฮาลแต่ปรากฎว่ามีเพียงเครื่องเดียว ขณะที่ในกรุงนิวเดลีต้องมีคำสั่งจำกัดการใช้รถยนต์โดยใช้วิธีนับวันคู่วันคี่ ในภาพนี้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันมลพิษระหว่างเที่ยวชมทัชมาฮาล ในเมืองอักรา ซึ่งห่างจากกรุงนิวเดลีประมาณ 250 กิโลเมตร ภาพถ่ายโดย Pawan Sharma / AFP

ภาพถ่ายโดย Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ไทยส่งค้อนให้เวียดนามเจ้าภาพอาเซียนซัมมิตครั้งหน้า

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่งมอบค้อนให้แก่ประธานอาเซียนคนต่อไป คือนายกรัฐมนตรี เหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ในระหว่างพิธีปิดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 35 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 โดยวาระสุดท้ายของการประชุมคือการประชุมสุดยอด ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ครั้งที่ 3 ซึ่งผลก็คือประเทศสมาชิกทั้ง 15 ประเทศตกลงในข้อสัญญาและเตรียมลงนามในปีหน้าโดยที่อินเดียไม่ยอมลงนาม แต่ทางกลุ่มพร้อมที่จะรับกลับมาเข้าร่วมอยู่เสมอ ภาพถ่ายโดย Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ภาพถ่ายโดย ESSA AHMED / AFP

เด็กชาวเยเมนเหยื่อของสงครามกลางเมือง

เด็กๆ ชาวเยเมนกำลังทุกข์ทรมานจากภาวะขาดสารอาหาร อันเนื่องจากสงครามกลางเมืองของเยเมนที่ยืดเยื้อมานานหลายปี คร่าชีวิตผู้คนหลายหมื่นคนส่วนใหญ่เป็นพลเรือน อีกหลายล้านคนประสบกับความอดอยากเนื่องจากขาดแคลนอาหาร จนองค์การสหประชาชาติกล่าวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเยเมนเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดในโลก ในภาพเป็นเด็กทารกที่ผอมโซ ที่คลินิกแห่งหนึ่งซึ่งดำเนินการโดยองค์กรด้านมนุษยธรรมในเมืองท่าโฮเดดา ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2019 ภาพถ่ายโดย ESSA AHMED / AFP

ภาพถ่ายโดย VIVEK PRAKASH / AFP

ม็อบฮ่องกงตีกันเลือดสาด หนุ่มคลั่งกัดหูฝ่ายปชต.

แม้ว่าการชุมนุมที่ฮ่องกงจะมีขนาดลดลง แต่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอีกครั้ง ประชาชนอย่างน้อย 200 คนถูกจับกุมและบาดเจ็บมากกว่า 70 คนที่ห้างสรรพสินค้า City Plaza ในย่านไท่กู่เฉิง นอกจากนี้ยังมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับชายคลุ้มคลั่งที่พูดภาษาจีนกลางถือมีดไล่แทงคน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 คน และยังกัดหูของนักการเมืองฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยที่เข้าไปสกัดไม่ให้ชายคลุ้มคลั่งหนีออกจากห้างสรรพสินค้า ในภายหลังฝูงชนได้รุมประชาทัณฑ์มือมีดดังกล่าว ในภาพตำรวจปราบจลาจลจับกุมผู้ประท้วงรายหนึ่งในห้างสรรพสินค้า City Plaza ในย่านไท่กูเฉิง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2019 ภาพถ่ายโดย VIVEK PRAKASH / AFP

ภาพโดย SAEED KHAN / AFP

โคอาลาหลายร้อยตัวอาจถูกไฟครอกตาย

เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพอร์ต แมคควอรี โคอาลา ในเมืองพอร์ต แมคควอรี ประเทศออสเตรเลียให้ความช่วยเหลือโคอาลาที่ขาดน้ำและบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2019 หลังจากเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือมันมาได้จากไฟป่าที่ทำลายพื้นที่กว่า 12,500 ไร่ เจ้าหน้าด้านพิทักษ์สัตว์ป่าหวั่นเกรงกันว่าโคอาลาหลายร้อยตัวอาจจะถูกไฟคลอกตายท่ามกลางไฟป่าที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งลุกลามชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย ภาพโดย SAEED KHAN / AFP

ภาพถ่ายโดย Philip FONG / AFP

ประท้วงฮ่องกงเจ็บรายวันแต่โลกเริ่มไม่สนใจ

ภาพรวมการประท้วงในฮ่องกงที่เข้าสู่เดือนที่ 5 แม้จะมีการนัดชุมนุมและมีเหตุรุนแรงเป็นระยะ แต่การนำเสนอข่าวของสื่อทั่วโลกเริ่มลดลง ขณะที่ตำรวจฮ่องกงหันไปพึ่งพาโซเชียลเน็ตเวิร์กของจีน เช่น เวยปั๋วเพื่อรับกำลังใจและหนีจากกระแสเกลียดชังในบ้านตัวเอง ชาวจีนต่างให้กำลังใจและส่งของขวัญอย่างล้นหลาม ทำให้ตอนนี้ตำรวจฮ่องกงมีขวัญกำลังใจดีขึ้นมาก ทว่า ผู้ประม้วงก็ยังไม่ยอมแพ้

ล่าสุดวันนี้มีผู้ชุมนุมราว 200 ที่ห้างสรรพสินค้า Cityplaza และมีการทะเลาะกันรุนแรงกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองถึงขั้นเลือดตกยางออก และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน มีผู้คนเข้าร่วมการชุมนุมร้องเพลงในเขตจิมซาจุ่ย ตำรวจได้แก๊สน้ำตาและกระสุนน้ำทำให้ผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ โดยในภาพอาสาสมัครแพทย์ช่วยล้างสีสเปรย์จากตาของผู้หญิงคนหนึ่ง ภาพถ่ายโดย Philip FONG / AFP

ภาพถ่ายโดย CHAIDEER MAHYUDDIN / AFP

หนุนกม.เฆี่ยนหลัง กลับถูกเฆี่ยนเองเพราะเป็นชู้

หวายนั้นคืนสนอง มูคลิส ชายชาวอินโดนีเซียสมาชิกของสภาอุลามะอ์แห่งอาเจะห์ (MPU) ซึ่งเป็นสภาของผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาอิสลาม ถูกเฆี่ยนที่หลังเพื่อเป็นการลงโทษตามหลักกฎหมายศาสนาต่อหน้าสาธารณชนในเมืองบันดาอาเจะห์ โดยชายผู้นี้ถูกจับว่ามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองทำงานให้กับองค์กรที่ช่วยร่างกฎหมายที่อิงกับหลักศาสนา ให้ลงโทษเฆี่ยนผู้ที่กระทำผิดเรื่องชู้สาว ด้านฮูไซนี วาฮับ รองนายกเทศมนตรีเอาเจห์เบซาร์กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ละเมิดกฎหมายอิสลามลาม จะต้องถูกเฆี่ยนด้วยกันทั้งสิ้น ภาพถ่ายโดย CHAIDEER MAHYUDDIN / AFP

ม็อบฮ่องกงยิงธนูโดนตำรวจเสียบเข้าที่น่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/606606

  • วันที่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 17:00 น.

ม็อบฮ่องกงยิงธนูโดนตำรวจเสียบเข้าที่น่อง

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2019 กองกำลังตำรวจของฮ่องกงเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงด้วยลูกธนูเข้าที่น่อง จากฝีมือของผู้ประท้วงชาวฮ่องกงที่ก่อเหตุจลาจลที่ด้านนอกมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคฮ่องกง (PolyU) เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ระหว่างที่ตำรวจกับผู้ประท้วงปะทะกันอย่างดุเดือดที่มหาวิทยาลัยดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประท้วงเริ่มที่จะใช้ธนูมาโจมตีตำรวจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยมีการฝึกในวิทยาเขตมหาวิทยาลัย และปฏิิวัติการยิงจริงตามท้องถนน แต่มีรายงานว่าตำรวจถูกยิงในวันนี้

การเผชิญหน้าของทั้ง 2 ฝ่ายเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการเผชิญหน้าในช่วงค่ำวันก่อนหน้านี้ โดยตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ ส่วนผู้ประท้วงขว้างระเบิดเพลิงตอบโต้ จนเกิดไฟลุกโชนบนถนน เมื่อเครื่องยิงกระสุนน้ำมาถึง ผู้ประท้วงจำนวนมากจึงถอยกลับไปตั้งมั่นภายในวิทยาเขตโพลีเทคนิคซึ่งวางแนวกั้นและตั้งจุดควบคุมการเข้าโจมตีเอาไว้

ก่อนหน้านี้ผู้ประท้วงได้ยึดวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นที่มั่น แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เริ่มถอนกำลังออกไป ยกเว้นที่มหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคฮ่องกง โดยกลุ่มที่ยึดมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคฮ่องกงยังปิดกั้นการเข้าถึงอุโมงค์ข้ามอ่าว (Cross-Harbour Tunnel) ที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งเป็นหนึ่งในสามถนนหลักที่เชื่อมโยงเกาะฮ่องกงกับส่วนที่เหลือของเมือง

Photo by STRINGER / HONG KONG POLICE FORCE / AFP

Photo by STRINGER / HONG KONG POLICE FORCE / AFP

Photo by STRINGER / HONG KONG POLICE FORCE / AFP

Photo by Anthony WALLACE / AFP

Photo by Anthony WALLACE / AFP

Photo by ISAAC LAWRENCE / AFP

จีนยืมแท็คติกการควบคุมมุสลิมของสหรัฐมาใช้จัดการซินเจียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/606592

  • วันที่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 13:46 น.

จีนยืมแท็คติกการควบคุมมุสลิมของสหรัฐมาใช้จัดการซินเจียง

สีจิ้นผิงกระตุ้นให้ผู้นำพรรคในซินเจียงใช้นโยบายจัดการกับผู้ก่อการร้ายแบบเดียวกับนโยบายสงครามก่อการร้าย (War On Terror) ของสหรัฐ

หนังสือพิมพ์ The New York Times เปิดเผยเอกสารลับจำนวน 403 หน้าของรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการควบคุมเขตปกครองตนเองซินเจียง เอกสารดังกล่าวรั่วไหลออกมาโดยฝีมือของเจ้าหน้าที่ทางการเมืองของจีน ซึ่งต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบกับการควบคุมชาวซินเจียงอุยกูร์จำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องคือประธานาธิบดีสีจิ้นผิง

ในเอกสารเหล่านี้ มีแถลงการณ์ของ สีจิ้นผิงเมื่อปี 2014 หลังจากเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ลงมือสังหารประชาชน 31 คนกลางสถานีรถไฟเมืองคุนหมิง ในมณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หลังการนองเลือดครั้งนั้น สีจิ้นผิงเรียกร้องให้มีการ “ต่อสู้กับการก่อการร้าย การแทรกซึม และการแบ่งแยกดินแดน” โดยใช้ “เครื่องมือของเผด็จการ” (ซึ่งหมายถึงเผด็จการโดยรัฐตามลัทธิคอมมิวนิสต์) และกล่าวว่าจะ “ไม่มีความปรานี”

จากการรายงานของสื่อตะวันตก มีการจับกุมชาวซินเจียงถึง 1 ล้านคน ที่มีทั้งชาวอุยกูร์และคาซัก หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทางการจีนกังวลกับสถานการณ์ในซินเจียง คือการโจมตีของกลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนาในประเทศต่างๆ และการถอนกำลังทหารของสหรัฐออกจากอัฟกานิสถาน ทำให้ผู้ก่อการร้ายจากอัฟกานิสถานกระจายตัวเข้ามาในจีน

The New York Times รายงานว่า หลังจากเกิดการก่อการร้ายที่สะพานลอนนดอน ประเทศอังกฤษเมื่อปี 2017 เจ้าหน้าที่ในพรรคคอมมิวนิสต์จีนโจมตีนโยบายของอังกฤษที่ให้ความสำคัญกับ “สิทธิมนุษยชนอยู่เหนือความมั่นคง” และทำให้ สีจิ้นผิงกระตุ้นให้ผู้นำพรรคในซินเจียงใช้นโยบายจัดการกับผู้ก่อการร้ายแบบเดียวกับนโยบาย “สงครามก่อการร้าย” (War On Terror) ของสหรัฐ

การที่จีนใช้แนวทางสงครามก่อการร้ายของสหรัฐมาจัดการกับซินเจียง ถูกตั้งข้อสังเกตมาระยหนึ่งแล้วจากสื่อตะวันตก เช่น Akbar Shahid Ahmed แห่งสำนักข่าว HuffPost ที่ชี้ว่า จีนใช้สงครามก่อการร้ายของสหรัฐมาสร้างความชอบธรรมในการควบคุมชาวซินเจียง และบอกว่าสหรัฐซึ่งเป็นปากเป็นเสียงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในการวิจารณ์จีน กลับเป็นฝ่ายช่วยวางรากฐานการใช้นโยบายควบคุมซินเจียง โดยเฉพาะการสั่งห้ามชาวมุสลิมทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง การส่งกำลังโจมตีผู้ก่อการร้ายใจนอัฟกานิสถาน แต่ทำให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต และการใช้มาตรการตรวจสอบชาวมุสลิมอย่างละเอียดยิบ (hypersurveillance)

แนวทางเหล่านี้ใช้กันในสหรัฐและยังแพร่หลายในประเทศตะวันตก ต่อมาจีนนำไปใช้ในซินเจียง

ในปี 2016 หลังจากที่ เฉินเฉวียนกั๋ว รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง มีการตั้งสิ่งที่ทางการเรียกว่าค่ายอบรมอาชีพ (หรือที่ตะวันตกเรีบยกว่าค่ายกักกัน) เป็นจำนวนมาก ในเอกสารลับพบว่า เฉินเฉวียนกั๋วได้นำแถลงการณ์ของสีจิ้นผิงมาแจกจ่าย เพื่อดำเนินการปราบรามผู้ที่เป็นภัยต่อความมั่นคง และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ “จับทุกคนที่ควรจะถูกจับ”

ในเอกสารลับมีแนวปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ เช่นแนวทารงการตอบคำถามกับนักเรียนนักศึกษาชาวซินเจียงที่ไปต่างเมือง แล้วกลับมาไม่พบคนในครอบครัวที่ถูกจับกุมไป แนวตอบคำถามคือให้บอกว่าสมาชิกในครอบครัวนั้นๆ ถูกปลูกฝัง “เชื้อร้าย” ของการก่อการร้าย และจะต้องเข้ารับการบำบัดก่อนที่อาการจะลุกลามไป

แต่มีเจ้าหน้าที่จีนที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด นั่นคือ หวางหย่งจื้อ ซึ่งใช้อำนาจโดยพลการปล่อยตัวชาวอุยกูร์ 7,000 คนออกจากค่าย เพราะเกรงว่าการจับประชาชนมามากเกินไป จะทำให้ความขัดแย้งฝั่งลึกและยิ่งทำให้เกิดความไม่พอใจในวงกว้าง ทำให้หวางหย่งจื้อถูกสอบสวนระหว่างปี 2017 – 2018 ฐานไม่เชื่อคำสั่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ทำไมประชาธิปไตยถึงกลายร่างเป็นเผด็จการในท้ายที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/606583

  • วันที่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 11:08 น.

ทำไมประชาธิปไตยถึงกลายร่างเป็นเผด็จการในท้ายที่สุด

บทวิเคราะห์โดย Lawrence Torcello ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิชาปรัชญา แห่งสถาบัน Rochester Institute of Technology

เพลโตหนึ่งในนักคิดและนักเขียนคนแรกเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยคาดการณ์ว่าการให้ประชาชนปกครองตนเองจะนำพามวลชนมาสนับสนุนการปกครองของเผด็จการ

เมื่อผมบอกนักศึกษาวิชาปรัชญาระดับวิทยาลัยของผมว่า เมื่อประมาณ 380 ปีก่อนคริสตกาล เพลโตเคยตั้งถามว่า “ไม่ใช่ว่าทรราชเกิดจากระบอบประชาธิปไตยหรอกหรือ?” บางครั้งพวกนักศึกษาต่างก็รู้สึกแปลกใจเพราะคิดว่ามันเป็นโยงที่น่าตกใจ

แต่เมื่อมองดูการเมืองยุคใหม่ของโลก สำหรับผมแล้วดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ห่างไกลกันเลย ในประเทศประชาธิปไตย เช่น ตุรกี สหราชอาณาจักร ฮังการี บราซิล และสหรัฐอเมริกา มีกลุ่มนักปลุกระดมต่อต้านชนชั้นนำกำลังชักนำประชานิยม โดยมีแรงขับเคลื่อนจากความรู้สึกหยิ่งผยองของชาตินิยม นี่เป็นสัญญาณว่าเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตยกำลังอ่อนแอลง

สำหรับนักปรัชญาแล้ว คำว่า “เสรีนิยม” ไม่ได้เหมือนกับระบอบการเมืองของสหรัฐเลย เสรีนิยมในฐานะปรัชญาให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงเสรีภาพในการคิด ศาสนา และการดำเนินชีวิตต่อต้านความคิดเห็นแบบเหมารวม และการใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิด

เกิดอะไรผิดปกติขึ้นในเอเธนส์?

ในนครรัฐเอเธนส์ยุคโบราณ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของระบอบประชาธิปไตยนั้น การชุมนุมของประชาธิปไตยเป็นเวทีที่ใช้วาทศิลป์อย่างไม่มีข้อจำกัด โดยไม่ยึดกับข้อเท็จจริงหรือความสัตย์จริง ได้รู้เพียงแค่นี้ก็รู้สึกคุ้นๆ แล้ว

ในเวลานั้นอริสโตเติลและศิษย์ของเขายังไม่ได้วางรากฐานแนวและหลักการของตรรกะอย่างเป็นทางการ ดังนั้นผู้ที่กระหายอำนาจจึงเรียนวิชาจากนักปราชญ์สำนักโซฟิสต์ซึ่งเป็นนักวาทศิลป์ เน้นการควบคุมอารมณ์ของผู้ฟัง มากกว่าที่จะกระตุ้นให้ผู้ฟังเกิดความคิดเชิงตรรกะ

นี่เองที่เป็นกับดัก เพราะอำนาจจะตกอยู่ในมือใครก็ได้ที่สามารถควบคุมเจตจำนงของประชาชนโดยตรง โดยการกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ร่วม แทนที่จะใช้หลักฐานและข้อเท็จจริงเพื่อเปลี่ยนความคิดของพวกเขา

จัดการคนด้วยความกลัว

ในหนังสือ “ประวัติศาสตร์สงครามเพโลพอนนีเซียน” (History of the Peloponnesian War) นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกชื่อ ธูซีไดดิส (Thucydides) ได้ยกตัวอย่างกรณีของ เพลิคลิส (Pericles) รัฐบุรุษชาวเอเธนส์ที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยและไม่ถือว่าเป็นเผด็จการ แต่ก็ยังสามารถบงการพลเมืองของเอเธนส์ได้

“เมื่อใดก็ตามที่เพลิคลิสรู้สึกว่าชาวเอเธนส์กลายเป็นเย่อหยิ่งและมีความมั่นใจมากเกินกว่าที่สถานการณ์ในเวลานั้นจะทำให้มั่นใจได้ เขาก็จะพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ชาวเอเธนส์เกิดความรู้สึกกลัว และในทางกลับกันเมื่อเขาเห็นชาวเอเธนส์เกิดกลัวโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เขาก็ฟื้นความมั่นใจอีกครั้ง ดังนั้นเมื่อพูดถึงสิ่งเรียกว่าระบอบประชาธิปไตยแล้ว ในทางปฏิบัติมันก็คือการปกครองของผู้นำเด่นๆ คนเดียวนั่นเอง”

คำพูดที่ชักนำให้เข้าใจผิดเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเผด็จ เพราะเผด็จการต้องการการสนับสนุนจากประชาชน การบงการความคิดของนักปลุกระดมต่อชาวเอเธนส์ได้ทิ้งมรดกเอาไว้ นั่นการปกคงที่ไม่มีเสถียรภาพ การนองเลือด และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ดังที่มีบันทึกเอาไว้ไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์ของธูซีไดดิส

บันทึกนั้นเป็นเหตุให้โสกราตีส ได้ตราหน้าระบอบประชาธิปไตยชาวเอเธนส์ว่าเป็นการยกย่องความเห็นของพวกม็อบโดยทำลายความสัตย์จริง ก่อนที่โสกราตีสจะถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการลงคะแนนเสียงตามระบอบประชาธิปไตย (ฐานปลุกระดมคนหนุ่มสาวให้ต่อต้านระบบ – ผู้แปล)

การที่ประวัติศาสตร์อันยาวนานของกรีซเต็มไปด้วยการนองเลือด ก็เป็นสาเหตุให้เพลโตเชื่อมโยงประชาธิปไตยกับการปกครองแบบเผด็จการดังที่ระบุในบทที่ 8 ของหนังสือ “สาธารณรัฐ” (The Republic) นั่นคือ การโคจรมาพบกันของระบอบประชาธิปไตยที่ไม่มีอะไรควบคุมกับสัญชาติญาติที่เลวร้ายที่สุดของมหาชนคนส่วนใหญ่

แปลจาก Why tyranny could be the inevitable outcome of democracy โดย Lawrence Torcello Associate Professor of Philosophy, Rochester Institute of Technology ใน The Conversation

(บทความนี้ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตามหลักการ Creative Commons licence)

Photo by ANGELOS TZORTZINIS / AFP

มหาเศรษฐีจีนอุทิศตัวตระเวนเก็บขยะในบ้านเกิดทุกวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/606557

  • วันที่ 16 พ.ย. 2562 เวลา 19:00 น.

มหาเศรษฐีจีนอุทิศตัวตระเวนเก็บขยะในบ้านเกิดทุกวัน

จงชงหรง มหาเศรษฐีชาวจีน เจ้าของกิจการชิ้นส่วนรถยนต์และโรงงานวัสดุสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีมูลค่ารวมกันกว่า 100 ล้านหยวน ตระเวนเก็บขยะในเมืองฉงชิ่งบ้านเกิดทั้งเช้าและเย็นทำมาแล้ว 4 ปีและจะทำต่อไป แม้จะมีสายตาเยาะเย้ยก็ตาม

ทุกๆ วันหลังทานอาหารเช้าและอาคารค่ำ จงในวัย 54 ปีจะขับรถเมอร์เซเดสเบนซ์คู่ใจ พร้อมกับอุปกรณ์เก็บขยะอย่างที่คีบสเตนเลส และเครื่องขยายเสียงเล็กๆ ที่บันทึกเสียงไว้ว่า “โปรดอย่าทิ้งขยะเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมของพวกเรา และเพื่อให้เด็กๆ เติบโตขึ้นอย่างมีสุขภาพดี” ตระเวนไปตามท้องถนนในเมืองฉงชิ่ง โดยเฉพาะในย่านที่มีร้านอาหาร แล้วใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมงเดินเก็บขยะที่ชาวจีนทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง

มหาเศรษฐีรายนี้เผยว่า “นี่คือภารกิจในการเปลี่ยนนิสัยแย่ๆ ของผู้คน และเพื่อกระตุ้นให้คนพวกนี้ตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อม และแม้จะถูกหัวเราะเยาะหรือเดินหนีบ้างก็ไม่ท้อ ยืนยันว่าจะเดินหน้าทำต่อไป”

ภารกิจเก็บขยะในบ้านเกิดของจงเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 หลังจากที่เขาได้พบกับอาจารย์เกษียณอายุของมหาวิทยาลัยชิงหัว ที่อุทิศตัวเก็บขยะในเมืองซานยาบนเกาะไหหลำของจีนพร้อมกับสามีทุกวัน สองสามีภรรยาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้จงลุกขึ้นมาเก็บขยะบ้าง

เริ่มแรกลูกๆ และภรรยาของจงรู้สึกอับอายกับพฤติกรรมของสามีและพ่อที่ถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดจนไม่กล้าเดินกับจงในที่สาธารณะ และที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือภรรยาถึงขั้นขู่ว่าจะขอหย่าถ้าไม่เลิกเก็บขยะ เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของสามี เพราะจงเคยถูกกลุ่มวัยรุ่นที่เข้าไปเตือนให้ทิ้งขยะลงถังทำร้ายร่างกายจนเรื่องถึงสถานีตำรวจมาแล้ว

แต่ความคิดของลูกและภรรยาก็เปลี่ยนไปหลังจากได้เห็นภาพชุมชนที่สะอาดขึ้น และยังมีเสียงชื่นชมจากเพื่อนบ้าน นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้วทางการเมืองฉงชิ่งยังประกาศในจงเป็น 1 ใน 10 บุคคลสาธารณะดีเด่น ส่วนคนในครอบครัวก็ได้รับรางวัลครอบครัวดีเด่นจากสมาคมสตรีจีนด้วย