สาวปากีฯ สวยแค่ครึ่งเดียวเพราะต้องยุติฉีดฟิลเลอร์ปากกลางคัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674783

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 18:19 น.สาวปากีฯ สวยแค่ครึ่งเดียวเพราะต้องยุติฉีดฟิลเลอร์ปากกลางคัน

สาวปากีสถานแชร์ประสบการณ์สวยไม่เสร็จเพราะเจอเหตุด่วนทำให้ต้องยกเลิกการฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปากกลางคัน

ฮารีม ชาห์ ดาว TikTok ชาวปากีสถานที่มีผู้ติดตามกว่า 6.5 ล้านคนเล่าประสบการณ์การทำศัลยกรรมชวนเขินครั้งนี้ผ่านคลิปวิดีโอใน TikTok ซึ่งกลายเป็นไวรัลไปเรียบร้อยแล้ว ฮารีมเล่าไปขำไปโดยที่ริมฝีปากบนครึ่งหนึ่งยังคงบวมๆ อยู่ว่า เธอต้องขอยุติการฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปากกลางคันหลังจากทางการปากีสถานโทรศัพท์มาสอบสวนเธอเกี่ยวกับการฟอกเงิน

“ตอนฉันได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าสำนักงานสอบสวนกลางของปากีสถาน (FIA) อายัดบัญชีธนาคารของฉัน หมอเพิ่งจะฉีดฟิลเลอร์ที่ริมฝีปากข้างหนึ่งของฉัน” ฮารีมเผย

หญิงสาวรายนี้เล่าต่อว่า เธอตัดสินใจยุติการฉีดและเดินออกจากสถานเสริมความงามสุดแพงทันที เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าฟิลเลอร์ เนื่องจากบัญชีธนาคารถูกอายัด

ในคลิปเธอบอกอีกว่า ตอนนี้เธออยู่ที่สหราชอาณาจักรแล้ว และกำลังจะกลับไปให้หมอฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปากให้เสร็จ

หนังสือพิมพ์ Dawn ของปากีสถานรายงานว่า FIA ดำเนินการสอบสวนการฟอกเงินกับดาว TikTok รายนี้เมื่อวันที่ 12 ม.ค. หลังจากพบเห็นคลิป (อีกคลิปหนึ่ง) ที่เธอนั่งอยู่กับกองธนบัตรอังกฤษกองใหญ่ 2 กอง

ฮารีมเผยว่า เธอบินจากปากีสถานไปเที่ยวอังกฤษ โดยนำธนบัตรเงินปอนด์ออกจากปากีสถานไปจำนวนมาก และยังวิจารณ์รัฐบาลปากีสถาน โดยบอกว่าผู้คนรู้สึกเศร้าเมื่อต้องแปลงเงินรูปีของปากีสถานเป็นเงินยูโรหรือดอลลาร์

และยังเตือนเพื่อนร่วมชาติอีกว่าคนที่ต้องการออกนอกประเทศแล้วถือเงินจำนวนมากๆ ต้องระมัดระวังไว้ เพราะจะถูกรัฐบาลจับ

ทั้งนี้ เว็บไซต์ของคณะกรรมการภาษีของรัฐบาลกลางของปากีสถานระบุว่า ผู้เดินทางสามารถนำเงินตราสกุลต่างประเทศเข้าปากีสถานได้ไม่จำกัดจำนวน แต่อนุญาตให้นำเงินตราต่างประเทศออกจากปากีสถานได้ไม่เกิน 10,000 เหรียญสหรัฐโดยไม่มีเงื่อนไข

หนุ่มอเมริกันได้ดีเพราะสอดแนมคนดัง ‘อีลอน มัสก์’ คือเหยื่อรายแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674775

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 17:27 น.หนุ่มอเมริกันได้ดีเพราะสอดแนมคนดัง 'อีลอน มัสก์' คือเหยื่อรายแรก

หนุ่มอเมริกันรายนี้ได้งานหลังสะกดรอย ‘อีลอน มัสก์’ เผยตามติดเครื่องบินส่วนตัวคนดังอีกเพียบ

แจ็ก สวีนีย์ หนุ่มอเมริกันวัย 19 ปี นักศึกษาน้องใหม่จากมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลฟลอริดา (UCF) เปิดตัว “Elon Musk’s Jet” เมื่อเดือนมิ.ย. 2020 เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของเครื่องบินส่วนตัวของอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลก และหาเงินเข้ากระเป๋า นอกจากนี้เขายังมีโครงการติดตามมหาเศรษฐีและคนดังอีกนับสิบคน รวมถึง บิล เกตส์, เจฟฟ์ เบซอส, มาร์ค คิวบาน และเดรก

สวีนีย์ใช้บ็อตเพื่อสอดแนมและรายงานความเคลื่อนไหวของเที่ยวบินส่วนตัวของมหาเศรษฐีผ่านทางทวิตเตอร์ เขารู้หมดว่ามัสก์เดินทางไปที่ไหน เมื่อไร รู้ทั้งเวลาเทคออฟ ลงจอด และระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง โดยขณะนี้บัญชีทวิตเตอร์ @ElonJet มีผู้ติดตามแล้วกว่า 3 แสนคน

ได้อะไรจากงานนี้?

มัสก์ติดต่อสวีนีย์ไปเมื่อปลายเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว โดยยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 5,000 เหรียญสหรัฐ (165,800 บาท) เพื่อแลกกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของมัสก์ โดยขอให้สวีนีย์ปิดบัญชีดังกล่าวและเลิกติดตามเขาเสียที

สวีนีย์ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยบอกว่าเงินกว่าแสนบาทไม่เพียงพอกับความทุ่มเทของเขา และต่อรองเป็นเงิน 50,000 เหรียญสหรัฐ (1,658,000 บาท) แทน โดยกล่าวว่าเงินจำนวนนี้สามารถสนับสนุนทุนการศึกษาของเขา หรือเขาอาจนำไปซื้อ Tesla Model 3 ได้ด้วย

มัสก์ตอบกลับเขาครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมาและไม่ยอมรับข้อต่อรองของสวีนีย์ โดยมองว่ามันไม่ถูกต้องที่เขาจะต้องจ่ายเงินเพื่อจบเรื่องนี้ แต่สวีนีย์ยังไม่ละความพยายาม เขาบอกกับมัสก์อีกว่ายังมีทางเลือกอื่นๆ แทนการจ่ายเงิน อย่างเช่น มอบโอกาสในการฝึกงานกับบริษัทของมัสก์

สวีนีย์บอกกับ Bloomberg ว่าตอนนี้มัสก์บล็อกบัญชีโซเชียลมีเดียของเขาทั้งหมดแล้ว แต่เขาจะยังคงเดินหน้าโครงการของเขาต่อไป

แม้จะไม่ได้อะไรจากมัสก์ แต่งานนี้สอนให้เขารู้วิธีเขียนโค้ด และทำให้เขาได้งานพาร์ทไทม์กับบริษัท UberJets นอกจากนี้ ในฐานะแฟนตัวยงของมัสก์ การได้พูดคุยกับไอดอลก็เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าจะเป็นเรื่องวุ่นๆ สำหรับมัสก์

ล่าสุด Business Insider รายงานว่าสวีนีย์เพิ่งได้รับการเสนองานเพราะชื่อเสียงที่เป็นไวรัลของเขา โดยโจเอล โทมัส ซีอีโอบริษัทเที่ยวบินเช่าเหมาลำส่วนตัว Stratos Jet Charters ชวนเขาเข้าทำงานหลังจากได้เห็น “ความคิดสร้างสรรค์”

ทำเงินได้อย่างไร?

สวีนีย์ให้สัมภาษณ์กับ The Guardian ว่าเขาได้สร้างเว็บไซต์ที่ชื่อว่า Ground Control เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวของเที่ยวบินบรรดาคนดัง นอกจากนี้เขายังเปิดรับบริจาคเงิน และขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์นี้ด้วย โดยสวีนีย์กล่าวว่าหากบัญชีทวิตเตอร์ของเขาถูกปิด เว็บไซต์ดังกล่าวคือแผนสำรอง

ในตอนแรกสวีนีย์จะเลือกสอดแนมความเคลื่อนไหวของคนที่เขาสนใจ หรือคนที่มีความโดดเด่นมากๆ แต่ตอนนี้เขาเพิ่มเป้าหมายอีกหลายคนเนื่องจากแฟนพันธุ์แท้ของบุคคลเหล่านั้นเรียกร้อง

Photo by Jack Sweeney/twitter-Brendan Smialowski/AFP

สหรัฐอยู่ยาก อาชญากรรมพุ่งทุบสถิติช่วงโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674767

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 16:06 น.สหรัฐอยู่ยาก อาชญากรรมพุ่งทุบสถิติช่วงโควิด

ตัวเลขการฆ่ากันตายในสหรัฐพุ่งทุบสถิติสูงสุดในบรรดาประเทศร่ำรวย

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เตรียมเดินทางไปมหานครนิวยอร์กวันพฤหัสบดีนี้ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับคลื่นอาชญากรรมทั่วประเทศซึ่งพุ่งขึ้นในช่วงที่ Covid-19 ระบาด

ต่อไปนี้คือตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาชญากรรมสหรัฐ

ฆาตกรรม 59 ครั้งต่อวัน

จากข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นในสหรัฐในปี 2020 กว่า 21,500 ครั้ง หรือเฉลี่ย 59 ครั้งต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ถึง 30% นับเป็นการเพิ่มขึ้นที่มากที่สุดนับตั้งแต่รัฐบาลกลางเริ่มเก็บสถิติ

“หลังจากหนึ่งปีของเหตุนองเลือดบนถนนในอเมริกาที่ทุบสถิติ อาชญากรรมรุนแรงทำให้คนจำนวนมากต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว” มิตช์ แม็คคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาของพรรครีพับลิกันกล่าว

ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยคณะกรรมการกำกับดูแลเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือของรัฐบาลกลางพบว่า อัตราการฆาตกรรมยังคงเพิ่มขึ้นในปี 2021 แม้ว่าจะช้าลง 5% ก็ตาม

เหยื่อผิวดำสูงเกินแบบไม่ได้สัดส่วน

แม้ว่าบันทึกอาชญากรรมของตำรวจจะไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับชาติพันธุ์ของเหยื่อทุกครั้ง แต่จากข้อมูลที่รายงานไปยัง FBI ในปี 2020 พบว่า การฆาตกรรมเกือบ 10,000 ครั้งมีเหยื่อเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกัน หรือราวครึ่งหนึ่งของการฆ่ากันทั้งหมด

ขณะที่ชาวอเมริกันผิวดำมีสัดส่วนเพียง 12% ของประชากรทั้งหมด ดังนั้นอัตราการฆาตกรรมคนผิวดำจึงสูงกว่าราว 4 เท่าหากมีการแจกแจงผู้เสียชีวิตเท่าๆ กัน

สูงกว่ายุโรป 6 เท่า

อัตราการฆาตกรรมในสหรัฐในปี 2020 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6.5 คนต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งสูงกว่าประเทศร่ำรวยอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

ข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่า อัตราดังกล่าวของฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรเลียอยู่ที่ 1 คนต่อประชากร 100,000 คน ส่วนของแคนาดาอยู่ที่ 2 คนต่อประชากร 100,000 คน

เมมฟิสฆ่ากันตายมากที่สุด

ปีที่แล้วเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศอย่างชิคาโกมีจำนวนการฆาตกรรมรวมทั้งหมดสูงที่สุดที่ 836 ครั้ง ทว่าหากคิดเป็นตัวเลขต่อประชากร 100,000 คน เมืองเมมฟิสทางตอนใต้ของรัฐเทนเนสซีมีอัตราการฆาตกรรมสูงที่สุดคือ 2.352 คนต่อประชากร 100,000 คน 2 ปีขายปืนไป 43 ล้านกระบอก

3 ใน 4 ของเหตุฆาตกรรมทั้งหมดในสหรัฐเกิดจากการใช้ปืน และตัวเลขการขายปืนพก ปืนลูกโม่ และอาวุธปืนอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลที่รวบรวมโดยเว็บไซต์ Small Arms Analytics พบว่า อาวุธปืนมากกว่า 23 ล้านกระบอกถูกขายไปในปี 2020 และอีก 20 ล้านกระบอกในปีถัดมา ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวม “ปืนผี” ที่ขายแบบถอดประกอบ ไม่มีหมายเลขประจำปืน และถูกตั้งราคาไว้สูงมากในวงการอาชญากร

การสำรวจของ Pew พบว่า เดือน มิ.ย. 2021 30% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเผยว่าครอบครองปืนอย่างน้อย 1 กระบอก

Photo by GEORGE FREY / AFP

นักยูเอฟโอชี้เอเลี่ยนกลัวปูตินเลยไม่ติดต่อกับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674735

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 13:45 น.นักยูเอฟโอชี้เอเลี่ยนกลัวปูตินเลยไม่ติดต่อกับโลก

ผู้เชี่ยวชาญด้านยูเอฟโอชาวอังกฤษบอกว่าที่เอเลี่ยนไม่ติดต่อกับโลกเพราะกลัวปูตินทำสงครามกับยูเครน

นิก โป๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านยูเอฟโอซึ่งเคยร่วมงานในภารกิจตามหาเอเลี่ยนกับกระทรวงกลาโหมอังกฤษเผยกับ Daily Star หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของอังกฤษเมื่อปลายเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย ยูเครน และชาติตะวันตก ทำให้สิ่งมีชีวิตจากนอกโลกไม่กล้าติดต่อกับโลกหรือไม่กล้ามาเยือนโลก เพราะมองว่าสงครามเป็นเรื่องของอารยธรรมดึกดำบรรพ์

โป๊ปบอกกับ Daily Star ว่า “มนุษย์ต่างดาวที่มีวิวัฒนาการสูงอาจถือว่าการทำสงครามเป็นสิ่งที่มีเพียงอารยธรรมดึกดำบรรพ์เท่านั้นกระทำกัน ดังนั้นจากสถานการณ์ในยูเครนหมายความว่าเราไม่น่าจะได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมสหพันธ์กาแลคซีในช่วงนี้”

นอกจากนี้ยังเผยในทำนองว่ามนุษย์ต่างดาวอาจเข้าใจว่าทำไมนานาประเทศ อาทิ สหราชอาณาจักร จึงเต็มใจที่จะจัดตั้งพันธมิตรเพื่อตอบโต้การรุกรานที่อ้างว่ามาจากมอสโก

“มนุษย์ต่างดาวอาจสงสัยว่าทำไมสหราชอาณาจักรจึงต่อต้านรัสเซีย แต่คงจะตระหนักว่าการอยู่ในกลุ่มพันธมิตรช่วยได้ และหากพวกเขารู้ประวัติของโลก พวกเขาจะไม่ตัดอังกฤษออก” โป๊ปเผย

AFP PHOTO / FREDERIC J. BROWN, REUTERS/Evgenia Novozhenina

’64 gallon toter’ รูปภาพถังขยะที่ตอนนี้มีมูลค่าหลายพันล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674728

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 13:00 น.'64 gallon toter' รูปภาพถังขยะที่ตอนนี้มีมูลค่าหลายพันล้านบาท

ศิลปินอเมริกันแหวกแนว ขายรูป ‘ถังขยะ’ NFT โกยเงินกว่า 8 ล้านบาท และตอนนี้ราคาพุ่งขึ้นไปอีก

Marcel Duchamp (มาร์แซล ดูว์ช็อง) เคยเรียกเสียงฮือฮาให้กับโลกศิลปะในปี 1917 โดยส่งโถฉี่เข้าไปแสดงในนิทรรศการศิลปะอันทรงเกียรติ อีกหนึ่งศตวรรษต่อมา ศิลปินชาวอเมริกันที่รู้จักกันในชื่อ Robness เรียกเสียงฮือฮาอีกครั้งเมื่อเขาขายภาพถังขยะได้ในราคาสูงถึง 252,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 8.3 ล้านบาท

รูปภาพนี้มีชื่อว่า “64 gallon toter” ถูกขายใน SuperRare ซึ่งเป็นตลาดซื้อขาย NFT ชั้นนำ โดยรูปภาพนี้เป็นภาพถังขยะพลาสติกขนาดใหญ่ และใส่ลูกเล่นเอฟเฟกต์เพิ่มเข้าไป และเช่นเดียวกับโถฉี่ของ Duchamp ภาพถังขยะของ Robness ขายได้ในราคาสูงเพราะมันแปลก

“ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเอารูปภาพนี้มาจากไหน คิดว่าน่าจะมาจากการค้นรูปในกูเกิล” ศิลปินชาวลอสแอนเจลิสวัย 38 ปีบอกกับเอเอฟพี

SuperRare เผยว่าภาพนี้ถูกลบออกไปไม่นานหลังจากที่ศิลปินสร้างมันขึ้นมา เพราะมันไม่ถูกมองว่าเป็นศิลปะ แต่ 2 ปีถัดมา ภาพนี้ได้รับการนำกลับเข้ามาวางขายอีกครั้งเพราะมุมมองต่อคำว่า “ศิลปะ” มีความเปลี่ยนแปลงไป

ต่อมา 64 gallon toter ซึ่งเป็นหนึ่งในสามถังขยะที่อยู่ใน SuperRare ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักสะสม ซึ่งเจ้าของผลงานเล่าว่าผู้ซื้อติดต่อหาเขาเพราะต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพนี้ พวกเขาพูดคุยกันประมาณ 30 – 45 นาที และเขาก็ตกลงซื้อในราคากว่า 8.3 ล้านบาท

ปัจจุบันภาพนี้ถูกตั้งราคาไว้ที่ 30,900 ETH (Ethereum) ซึ่งขณะนี้ Ethereum มีมูลค่าเหรียญละประมาณ 89,000 บาท

Robness กล่าวว่าเขาเริ่มเข้าสู่วงการคริปโตในปี 2014 และค่อยๆ ติดใจเทคโนโลยีนี้ก่อนที่จะเริ่มหารายได้ด้วยการสร้าง NFT ซึ่งเขาสามารถทำเงินได้ดีทีเดียว

“รายได้ต่อเดือนดีกว่างานบาริสต้าของฉันมาก” Robness กล่าว

ทั้งนี้ ตลาด NFT เป็นตลาดที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกอย่างมากในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าในปี 2021 ที่ผ่านมาตลาด NFT มีมูลค่าในการซื้อขายเกินกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

สหรัฐส่งทหาร 3,000 นายช่วยวิกฤตยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674714

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 11:18 น.สหรัฐส่งทหาร 3,000 นายช่วยวิกฤตยูเครน

สหรัฐส่งกำลังทหาร 3,000 นายเข้ายุโรป ยูเครนเตือนสงครามเต็มรูปแบบ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่นประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐอนุมัติการส่งกองกำลังทหารประมาณ 3,000 นายเพื่อหนุนกองกำลัง NATO ในยุโรปตะวันออก โดยทหารสหรัฐ 1,000 นายในเยอรมนีจะถูกส่งไปยังโรมาเนีย และทหารอีกราว 2,000 รายที่ประจำการในสหรัฐจะไปยังเยอรมนีและโปแลนด์

ไบเดนระบุว่า ตราบใดที่ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียยังมีทีท่าก้าวร้าว สหรัฐพร้อมที่จะยืนเคียงข้างและสร้างความเชื่อมั่นให้พันธมิตรในยุโรป โดยเฉพาะยุโรปตะวันออก

เย็นส์ สต็อลเตินบาร์ก เลขาธิการ NATO ยินดีกับการเคลื่อนกำลังพลของสหรัฐ และยืนยันว่าพันธมิตรจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องและปกป้องพันธมิตรทั้งหมด

ในวันเดียวกันแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้พูดคุยกับเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย โดยเรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังทหารออกจากชายแดนยูเครน หากยืนยันว่าไม่มีความประสงค์ที่จะโจมตียูเครน

ขณะที่รัสเซียปฏิเสธที่จะถอนกำลังทหาร 100,000 นายที่ประจำการอยู่ที่ชายแดนยูเครน

อเล็กซานเดอร์ กรุสโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่าความเคลื่อนไหวของสหรัฐยิ่งเพิ่มความตึงเครียด และจะส่งผลให้การประนีประนอมระหว่างทั้งสองฝ่ายทำได้ยากขึ้น

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เตือนว่าการเผชิญหน้าทางทหารระหว่างยูเครนและรัสเซียจะนำไปสู่สงครามอย่างเต็มรูปแบบ

ด้านโอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประกาศว่าเขาจะเดินทางไปยังมอสโกเพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตนี้ในไม่ช้า ในขณะที่ประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส จะพูดคุยกับปูตินอีกครั้งในเย็นวันนี้ (3 ก.พ.)

Andrew Craft/Getty Images/AFP

 Meta กำไรดิ่ง Facebook สูญเสียผู้ใช้ ทุ่มลงทุน Metaverse แต่ยังไม่โต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674703

วันที่ 03 ก.พ. 2565 เวลา 10:25 น. Meta กำไรดิ่ง Facebook สูญเสียผู้ใช้ ทุ่มลงทุน Metaverse แต่ยังไม่โต

 Meta บริษัทแม่ของ Facebook ประกาศผลประกอบการที่ไม่สู้ดีนัก ส่งผลคุกคามต่อธุรกิจหลักคือการโฆษณา เพราะค่าใช้จ่ายจำนวนมากในปั้น metaverse ส่งผลให้หุ้นของบริษัทร่วงลง 20% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ

Meta ประกาศกำไรประจำไตรมาสที่ 10,300 ล้านดอลลาร์และจำนวนผู้ใช้รายวันที่ลดลงเล็กน้อยต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย

นักวิเคราะห์คาดว่ามีผู้ใช้งาน Facebook 1,950 ล้านรายต่อวัน แต่ Meta รายงาน 1,930 ล้าน ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญของวิถีการเติบโตของบริษัทที่ขับเคลื่อนโดยผู้ที่เลือกที่จะโต้ตอบกับแพลตฟอร์มของตน

แพลตฟอร์มหลักของบริษัทคือ Facebook แทนที่จะเติบโต กลับสูญเสียผู้ใช้รายวันไปประมาณหนึ่งล้านคนทั่วโลกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 ตามรายงานผลประกอบการ

“เราคาดหวังว่าจะมีกระแสต้านทานอย่างต่อเนื่องจากทั้งการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในการแย่งชิงเวลาของผู้คนและการเปลี่ยนแปลงของการมีส่วนร่วมภายในแอพของเราไปสู่ (ฟีเจอร์อื่นๆ)… ซึ่งสร้างรายได้ในอัตราที่ต่ำกว่า” บริษัท Meta กล่าวในงบกำไรขาดทุน

ค่าใช้จ่ายที่บริษัท Meta เพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น 23% เป็น 71,970 คนภายในสิ้นปี

เหนือสิ่งอื่นใด บริษัทเตือนว่ากฎเกณฑ์ที่กำหนดโดย Apple ในปีที่แล้วเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายโฆษณาอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อผลประกอบการทางการเงินในไตรมาสที่สี่

ในการอัปเดต iOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือ Apple กำหนดให้ผู้เผยแพร่แอปพลิเคชันต้องขออนุญาตก่อนรวบรวมข้อมูล ส่งผลต่อบริษัทต่างๆ เช่น Meta ที่อาศัยข้อมูลนั้นสำหรับการกำหนดเป้าหมายโฆษณา

“Meta อาจสร้างการเติบโตของรายได้เพียงตัวเลขเดียวเท่านั้น และเรื่องนี้จะเกิดก่อนการพัฒนา (เพื่อบั่นทอนการดำเนินการ) และการดำเนินการทางกฎหมายและกฎระเบียบเพิ่มเติม” Scott Kessler นักวิเคราะห์จาก Third Bridge กล่าวกับ AFP “ดูเหมือนว่าหลายคนกำลังประเมินใหม่แบบเรียลไทม์”

Raj Shah นักวิเคราะห์เทคโนโลยีของ Publicis Sapient บริษัทที่ปรึกษาด้านดิจิทัลกล่าวกับ The New York Times ว่า “ถึงเวลาตรวจสอบสถานะของ Meta สำหรับ metaverse ความเป็นจริงแล้ว “เmetaverse  เป็นหนทางอีกยาวไกลจากการทำกำไรหรือเติมเต็มช่องว่างในรายได้จากโฆษณาหลังจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของ Apple”

ราคาหุ้นของ Meta ลดลงประมาณ 22% เป็นประมาณ 251 ดอลลาร์ที่เวลา 22.40 GMT ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ

นี่เป็นผลลัพธ์แรกที่ได้รับการเปิดเผยนับตั้งแต่การเปลี่ยนชื่อบริษัทในช่วงปลายเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นทั้งการหันเข้าหาวิสัยทัศน์ metaverse และหันหลังให้กับอาณาจักรโซเชียลมีเดียที่เต็มไปด้วยดเรื่องอื้อฉาว

Facebook/Meta ยังเจอวิกฤตถูกแฉข้อมูลภายในเมื่อปีที่แล้วที่กล่าวหาว่าผู้บริหารบริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตมากกว่าการรักษาผู้ใช้หลายพันล้านคนให้ปลอดภัย จนจุดประกายความพยายามด้านกฎระเบียบเพื่อควบคุมโวเชียลมีเดีย แต่ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ มีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

กลุ่มนักเคลื่อนไหวที่เรียกตัวเองว่า The Real Facebook Oversight Board ชี้ผลประกอบการนี้คือคำเตือนถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

“ตอนนี้ Facebook ดูเหมือนจะรู้สึกถึงผลกระทบต่อรายได้จากโฆษณาจากแนวทางแรกด้านความเป็นส่วนตัวแบบใหม่ของ Apple” คำแถลงของกลุ่มกล่าว “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้ทำให้พวกเขาหมดหวังที่จะเพิ่มรายได้จากโฆษณาด้วยวิธีการใดๆ ที่จำเป็น”

Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook พยายามเน้นย้ำถึงข้อดีในผลประกอบการ

“ผมได้รับกำลังใจจากความก้าวหน้าที่เราทำในปีที่ผ่านมาในด้านการเติบโตที่สำคัญหลายประการ… เราจะยังคงลงทุนในสิ่งเหล่านี้และลำดับความสำคัญหลักอื่นๆ ในปี 2022 ในขณะที่เราทำงานเพื่อสร้าง metaverse”

metaverse ชวนให้นึกถึงนิยายวิทยาศาสตร์ สาธารณชนจะใช้แว่นความจริงเสริมและชุดหูฟังเสมือนจริงเพื่อไปในที่ต่างๆ เพื่อทำงานหรือเล่น

แต่การสร้าง metaverse หมายถึงการลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในสาขา Facebook Reality Labs โดยไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เป็นเวลานาน

ในแง่ของผู้ใช้ บริษัทมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องแต่ในอัตราปานกลาง

รัสเซียช่วยจีนด้วยกลศึก “ล้อมเว่ยช่วยจ้าว”?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674669

วันที่ 02 ก.พ. 2565 เวลา 20:27 น.รัสเซียช่วยจีนด้วยกลศึก "ล้อมเว่ยช่วยจ้าว"?

มีการเทียบเคียงว่าการที่รัสเซียปลุกกระแสการรุกรานยูเครน ก็เพื่อช่วยจีนให้หลุดพ้นจากการคุกคามของสหรัฐและชาติตะวันตก

“36 กลยุทธ์” เป็น “พิชัยสงคราม” ที่มีชื่อเสียงลือลั่นของจีน คำๆ นี้มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หนานฉี (ค.ศ. 479 – 502) ตอนแรกมันไม่ได้หมายความว่ามีกลยุทธ์อยู่ 36 กล เพราะคำว่า “36” เป็นโวหารหมายถึง “มีมากมาย” เหมือนคำว่า “ร้อยแปดพันเก้า” ในภาษาไทย ในภายหลังจึงค่อยๆ มีคนค้นคว้าเรื่องพิชัยสงครามในประวัติศาสตร์ แล้วมาเรียบเรียงให้ครบ 36 กล พร้อมกับเขียนชื่อกลยุทธ์อย่างเพริดแพร้วแสดงถึงภูมิปัญญาการสัประยุทธ์ของจีนโบราณ

หนึ่ง 36 กลศึกเรียกว่า “ล้อมเว่ยช่วยจ้าว” อ้างอิงจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ในสมัย “จ้านกั๋ว” หรือยุคที่จีนแบ่งแยกเป็นรัฐต่างๆ มากมายและรบราแย่งชิงอำนาจกันเอง ยุคนี้เรียกอีกอย่างว่า “เลียดก๊ก” ที่แปลว่านานารัฐ คนไทยสมัยก่อนรู้จักกันเพราะเรื่องราวของยุคสมัยนี้บันทึกไว้ในวรรณกรรมพงศาวดารจีนที่แปลไว้ตั้งแต่ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นเรื่องวังวนอำนาจและกลศึกเหมือนกับวรรณกรรมเรื่อง “สามก๊ก” (คือสามรัฐ) ที่แปลไว้ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

กลับมาที่เลียดก๊ก ยุคนั้นรัฐสำคัญๆ ที่ชิงอำนาจกันคือรัฐฉิน รัฐหาน รัฐฉู่ รัฐเอียน รัฐจ้าว รัฐเว่ย รัฐฉี ในปี 354 ก่อนคริสตกาล รัฐจ้าวและรัฐเว่ยมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน กองทัพจากรัฐเว่ยยกไปบุกเมืองหานตานเมืองหลวงของรัฐจ้าว สถานการณ์ของรัฐจ้าวจึงคับขันมาก รัฐฉีจึงไปขอความช่วยเหลือจากแคว้นฉีที่อยู่ใกล้ๆ กัน

นี่เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งในยุคเลียดก๊ก นั่นคือนอกจากจะชิงความเป็นใหญ่กันเองแล้ว ยังมีการฟอร์มพันธมิตรและสลายพันธมิตรครั้งแล้วเล่า ทำให้รัฐใหญ่ไม่สามารถกลืนรัฐเล็กได้ง่ายๆ และรัฐเล็กก็ยังสามารถโค่นรัฐใหญ่ได้ด้วยวิธีการนี้

ดังนั้น บุคลากรที่เป็นที่ต้องการในยุคเลียดก๊ก นอกจากจะเป็นขุนศึกและกุนซือนักวางแผนแล้ว พวกนักเจรจาหว่านล้อมที่มีโวหารคมกริบก็เป็นที่ต้องการมากเช่นกัน

กระบี่สมัยจ้านกั๋ว จากงาน ” นิทรรศการ จิ๋นซีฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ภาพโดยผู้เขียน)

เมื่อรัฐจ้าวไปขอความช่วยเหลือจากรัฐฉีก็ถือว่าขอถูกคน เพราะรัฐจ้าว รัฐเว่ย รัฐฉีมีพรมแดนติดกัน หากนึกไม่ออกให้ลองเทียบกับบริเวณสามเหลี่ยมทองคำซึ่งแผ่นดินไทย ลาว และเมียนมามาบรรจบกัน สภาพภูมิศาสตร์ของรัฐจ้าว รัฐเว่ย รัฐฉีก็เป็นแบบเดียวกัน

นอกจากฉีจะใกล้กับจ้าวแล้ว รัฐฉียังมียอดคนอยู่ด้วยในเวลานั้น คือ “ซุนปิน” ซึ่งเป็นลูกหลานของซุนจื่อหรือซุนวู ยอดนักพิชัยสงครามผู้มีชื่อเสียงลือลั่นไปทั่วโลก ซุนปินก็เหมือนกับบรรพชนของเขา คือคร่ำหวอดเรื่องพิชัยสงครามอย่างมาก

แต่ก่อนจะมาถึงวันนี้ ซุนปินต้องประสบเคราะห์กรรมมาก่อน ด้วยน้ำมือของศิษย์ร่วมสำนักที่ชื่อ “ผังจวน” ทั้งสองคนนี้เมื่อจบการศึกษาด้านพิชัยสงครามแล้วก็ไปรับใช้รัฐเว่ย ในเวลานั้นใครไปทำงานกับแคว้นเว่ยมีโอกาสจะมีอนาคตไกล เพราะเจ้าแคว้นต้องการปฏิรูปและยกระดับแคว้นให้แข็งแกร่ง จนทำให้เว่ยกลายเป็น “ป้าจู่” หรือผู้ทรงอำนาจหนึ่งเดียวในบรรดารัฐทั้งหลาย

แต่เพราะผังจวนริษยาความเก่งกาจของซุนปิน จึงใส่ไคล้เขาต่อเจ้าแคว้นเว่ย จึงเจ้าแคว้นคิดจะประหารซุนปินเสีย มาถึงตอนนี้ผังจวนแสร้งทำทีเป็นว่าสงสารเพื่อร่วมสำนัก วอนเจ้าแคว้นให้ละโทษตาย เจ้าแคว้นเว่ยจึงเพียงสั่งให้สักใบหน้าประจานและแซะเอากระดูกหัวเข่าของซุนปินออกไปเสีย ทำให้เป็นคนพิการเดินเหินไม่ได้

ผังจวนยังไม่สิ้นความร้าย ทำทีเป็นเอาใจใส่ดูแลซุนปินเพื่อคิดเกลี้ยกล่อมให้ยอมมอบตำราพิชัยสงครามให้กับเขาแล้วจะฆ่าทิ้งเสีย แต่ซุนปินเริ่มตระหนักว่าผังจวนคิดร้ายต่อตนจึงแกล้งทำเป็นบ้า ลงทุนถึงกับไปนอนเกลือกกลิ้งในคอกหมู ทำเป็นกินอุจจาระสัตว์อย่างเอร็ดอร่อยเพื่อให้ผังจวนคลายความสงสัย พอผังจวนคิดว่าซุนปินบ้าจริงก็คลายความระแวงลง ถึงตอนนี้ซุนปินจึงได้รับความช่วยเหลือทูตรัฐฉีให้หนีไปที่นั่น

ม้าดินเผาจากสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ซีอาน แสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจีน กรุงปักกิ่ง (ภาพโดยผู้เขียน)

ไปถึงรัฐฉีแล้ว ซุนปินไปเข้าสังกัดอยู่กับเถียนจี้ขุนศึกของฉี ตอนนี้เองที่ซุนปินแสดงมันสมองของกุนซืออัจฉริยะให้ประจักษ์ ครั้งหนึ่ง เจ้าแคว้นฉีเชิญขุนพลเถียนจี้ไปร่วมการแข่งม้า ม้านั้นมี 3 ม้าแต่ละม้าก็มีศักยภาพต่างกันไป ซุนปินจึงแนะกับเถียนจี้ว่า ท่านจงเอาม้าเลวที่สุดของท่านแข่งกับม้าฝีเท้าดีที่สุดของเจ้าแคว้น แล้วใช้ม้าปานกลางของท่านแข่งกับม้าชั้นเลวของเจ้าแคว้น ส่วนม้าดีที่สุดของท่านแข่งกันม้าฝีเท้าปานกลางของเจ้าแคว้น

กลยุทธ์นี้เรียกว่า “เถียนจี้แข่งม้า” มันกลายเป็นกลเม็ดในการจับคู่การแข่งขันเพื่อเล็งผลเลิศที่ยังใช้การได้จนทุกวันนี้ ปรากฏว่าเถียนจี้เอาชนะเจ้าแคว้นได้ เจ้าแคว้นฉีประทับใจมากแสดงความชื่นชมกับเถียนจี้ แต่เถียนจี้กลับเผยว่ากลนี้มาจากสมองของซุนปิน เจ้าแคว้นก็ยิ่งประทับใจ แต่งตั้งซุนปินให้เป็นกุนซือกองทัพและที่ปรึกษาเจ้าแคว้น

เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าเถียนจี้ไม่เก็บความดีความชอบไว้กับตัวเอง เมื่อคนข้างกายฉายประกายความเก่งออกมาก็สนับสนุนเต็มที่แม้ว่าจะได้ดีกว่าตนก็ตาม ในกรณีของซุนปินนั้นเมื่อได้ดิบได้ดี ในภายหลังยังจะเป็นคุณต่อเถียนจี้ด้วยซ้ำ และทำให้ชื่อของ “ซุนปิน-เถียนจี้” เป็นที่ครั่นคร้ามไปทั่วแผ่นดิน

กลับมาที่ปี 354 ก่อนคริสตกาล เมื่อรัฐเว่ยบุกแคว้นจ้าว จ้าวจึงมาขอความช่วยเหลือจากฉี นี่ไม่ใช่แค่โอกาสของฉีในการเป็นหนี้บุญคุณต่อแคว้นจ้าวเท่านั้นยังเป็นโอกาสของซุนปินชำระแค้นกับคนที่ทำให้เขาต้องประสบเคราะห์กรรมก่อนหน้านี้ด้วย เพราะแม่ทัพของแคว้นเว่ยคือ “ผังจวน” นั่นเอง

ในการช่วยแคว้นจ้าว ซุนปินคิดแผนอันลึกล้ำขึ้นมา นั่นคือแทนที่จะส่งทหารไปช่วยเสริมทัพรัฐจ้าวแล้วไปปะทะกับกองทัพรัฐเว่ยโดยตรง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อฉีเอง เขาจะแบ่งกองทัพย่อยเพื่อโจมตีจุดที่ดูเหมือนไม่สลักสำคัญ เพื่อทำให้เว่ยตายใจ แล้วทุ่มกำลังเข้าบุกตีหานตานเมืองหลวงของแคว้นจ้าว

แต่การตีหานตานแบบเต็มกำลังไม่ใช่การทิ้งเนื้อให้เสือกิน แต่เป็นคือการล่อเสือให้ติดกับต่างหาก

ศึกนี้ซุนปินร่วมนำทัพกับเถียนจี้ เถียนจี้แม้จะเคยเป็นนายของซุนปิน แต่ก็เชื่อมั่นในแผนการนี้มาก ซุนปินแนะให้เถียนจี้นั้นนำทัพกองเล็กกว่าเดินทางจากรัฐฉีลงไปทางใต้ของรัฐจ้าวที่เมืองผิงหลิง ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญน้อย ทำให้ผังจวนไม่ให้ความสำคัญและทุ่มเทให้กับยึดหานตานมากกว่าพอผังจวนบุกหานตาน ทหารรัฐจ้าวก็ต่อสู้ถวายชีวิต แม้ว่าทหารจ้าวจะแพ้และเสียหานตานไป แต่ผังจวนติดกับแล้วโดยไม่รู้ตัว

“เกอ” อาวุธสัมฤทธิ์โบราณสมัยจ้านกั๋ว จากงาน ” นิทรรศการ จิ๋นซีฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ภาพโดยผู้เขียน)

เมื่อผังจวนติดพันที่หานตาน ซุนปินจึงส่งกองทัพเข้าโจมตีนครต้าเหลียงเมืองหลวงของรัฐเว่ยแบบสายฟ้าแลบในทันที เมื่อผังจวนทราบข่าวก็ต้องรีบทิ้งเมืองหานตานกลับไปยังเมืองหลวงของตน ทั้งๆ ที่ยังบอบช้ำเพราะถูกทัพรัฐจ้าวต้านทานไม่ระย่นระย่อ เรียกว่า เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ

แต่กระดูกที่แขวนคอคราวนี้กำลังจะเป็นกระดูกของทหารรัฐเว่ยเสียเอง ผังจวนรีบนำทัพเว่ยผละจากรัฐจ้าว เร่งฝีเท้าทั้งกลางวันกลางคืนจนแทบสิ้นกำลัง มาถึงตอนนี้ซุนปินคำนวณแล้วว่าทัพของผังจวนต้องผ่านเมืองกุ้ยหลิง จึงนำทัพหลวงของรัฐฉีไปยังจุดนัดแนะกับทัพของเถียนจี้ที่เดินทางจากเมืองผิงหลิงขึ้นไปทางเหนือเพื่อไปรอดักผังจวน

ผังจวนและพวกทั้งเหนื่อยทั้งเจ็บ ผิดกับทัพของซุนปินกับเถียนจี้ที่นั่งกระดิกเท้ารอที่กุ้ยหลิง เมื่อทัพผังจวนผ่านมากุ้ยหลิงก็ถูกทัพรัฐฉีของซุนปินลอบโจมตีอย่างหนักแบบไม่คาดฝันขณะที่กองทัพของผังจวนกำลังข้ามแม่น้ำเหลือง

ผลก็คือกองทัพรัฐเว่ยที่บุกรัฐจ้าวแบบจะเอาให้ตาย กลับแทบเอาชีวิตไม่รอดเสียเอง ผังจวนนั้นถูกจับตัวเอาไว้ได้ แต่ซุนปินกลับมีเมตตาปล่อยตัวผังจวน ซมซานกลับแคว้นเว่ยไปแบบคนที่สูญสิ้นทั้งกองทัพและเกียรติภูมิ

ในภายหลังรัฐเว่ยกับผังจวนยังไม่สิ้นความฮึกเหิม ทำการโจมตีรัฐหานในปี 342 ก่อนคริสตกาล แล้วรัฐฉีเข้าช่วยรัฐหานเช่นกัน ซุนปินนำทัพเข้าช่วยรัฐหานและบดขยี้ทัพรัฐเว่ยได้อีกครั้งใน “การศึกที่หม่าหลิง” ถึงขนาดจับตัวรัชทายาทรัฐเว่ยเอาไว้ได้ ส่วนผังจวนนั้นจวนตัวถูกล้อมไว้หมดสิ้นหนทางจึงฆ่าตัวตาย ซุนปินได้กำจัดปรปักษ์ได้อย่างเด็ดขาด และนับแต่นั้นรัฐฉีก็กลายเป็นมหาอำนาจเดี่ยว หรือ “ป้าจู่” แทนที่รัฐเว่ย

การศึกที่หม่าหลิงนั้นถือว่ายิ่งใหญ่กว่า “ล้อมเว่ยช่วยจ้าว” เสียอีก แต่จะขอละไว้ เพราะหัวใจของบทความนี้อยู่ที่กลศึกล้มเว่ยช่วยจ้าว

อันที่จริงแล้วในยุคของซุนปินนั้นคำว่า “ล้อมเว่ยช่วยจ้าว” ยังไม่มี เพราะกลศึกนี้มีชื่อว่า “จู่โจมจุดสำคัญ ก่อกวนจุดว่าง” นั่นคือก่อกวนให้ข้าศึกเข้าใจผิดด้วยการเข้าตีจุดไม่สำคัญ แต่ซ่อนกำลังเอาไว้โจมตีจุดตายของข้าศึกแบบไม่ทันรู้ตัว

ในยุคสมัยต่อๆ มากลศึก “ล้อมเว่ยช่วยจ้าว” หรือ “จู่โจมจุดสำคัญ ก่อกวนจุดว่าง” ถูกนำมาใช้หลายครั้ง กระทั่งในระหว่างที่เกิดความตึงเครียดขึ้นที่ชายแดนรัสเซีย-ยุเครน ผู้เขียนได้ยินว่ามีผู้เทียบกรณีนี้กับ “ล้อมเว่ยช่วยจ้าว” คือรัสเซียลงมือก่อกวนขึ้นที่ยุโรป เพื่อทำให้สหรัฐและพันธมิตรผละจากการก่อนกวนจีน

ทราบกันดีว่าจีนและรัสเซียเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งชาติตะวันตกเล่นงานฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จีนและรัสเซียก็จะช่วยเหลือกันเต็มที่ เพราะมี “ศัตรู” ร่วมกันและประเทศที่ทำตัวเป็นศัตรูกับทั้งสองมีมากขึ้นทุกที จึงมีแต่กันและกันเท่านั้นที่ช่วยเหลือกันได้

แต่กรณียูเครนยังห่างไกลจากกลศึก “ล้อมเว่ยช่วยจ้าว”

หมวกศึกสมัยจ้านกั๋ว แสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจีน กรุงปักกิ่ง (ภาพโดยผู้เขียน)

แม้จะพร้อมจะช่วยเหลือกัน แต่ไม่มีทางที่รัสเซียจะเปิดศึกใหญ่เพียงแค่ต้องการจะช่วยจีน อันที่จริงจีนไม่ถึงขั้นที่รัสเซียต้องก่อสงครามเพื่อช่วย เพราะจีนก็ไม่ได้พบกับการรุกรานอะไรเลย มันจึงเป็น “ล้อมเว่ยช่วยจ้าว” ที่ผิดฝาผิดตัว หรือถ้าทำแบบนั้นก็ไม่คุ้มเอามากๆ

เอาเข้าจริง มีรายงานข่าวจาก Bloomberg ด้วยซ้ำว่า สีจิ้นผิงขอไม่ให้ปูตินรุกรานยูเครนช่วงที่จีนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวโดยอ้างแหล่งข่าวนักการทูตในปักกิ่ง แต่ต่อมาโฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียบอกว่านั่นมันเฟคนิวส์ทั้งเพ

จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นว่า “รัสเซียไม่ได้ล้อมยูเครนช่วยจีน” แต่เป็นสถานการณ์ที่สุกงอมแล้วระหว่างยูเครนกับรัสเซียที่ลากยาวมาหลายปี มาถึงจุดไคลแม็กซ์เมื่อต้นปีที่แล้ว เริ่มงวดมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปลายปีที่แล้วก็พีคที่สุด เมื่อนาโตทำท่ารุกไปยังตะวันออก แสดงอาการจะดึงยูเครนมาเป็นสมาชิกนาโต รัสเซียจึงขู่ว่าถ้าจะดึงยูเครนเป็นสมาชิกนาโตจะได้เห็นดีกัน

เรื่องนี้อ่านเพิ่มเติมได้จากเรื่อง “กรณียูเครน: ยุโรปแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันรบกับรัสเซีย

สถานการณ์เกี่ยวกับยูเครนมีประเด็นที่เถียงกันไม่จบอยู่เรื่องหนึ่งคือ ใครเป็นฝ่ายยั่วยุใครก่อน ระหว่างยูเครน นาโต หรือรัสเซีย? จนทำให้เรื่องบานปลายขึ้นมา แน่นอนว่าถ้าเอาเรื่องนี้เป็นที่ตั้ง จีนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลย

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกตอนนี้คือการแย่งชิงกันเป็น “ป้าจู่” หรือมหาอำนาจเดี่ยวเหมือนกับยุคเลียดก๊ก แต่ละก๊กต่างก็เดินเกมส์สานพันธมิตร สลายพันธมิตร ช่วยกันรบ แยกกันตีชัดขึ้นเรื่อยๆ นี่คือการเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการรบรานานารัฐ ทั้งการรบแบบทางตรงและตัวแทน การรบในระบบบ และการรบด้วยข่าวปลอม

แต่ก็เช่นเดียวกับเลียดก๊ก ยุคสมัยนี้จะเต็มไปด้วยการแทงข้างหลัง การทรยศสหาย และความล่มสลายของแนวร่วม เพราะแต่ละก๊กต่างก็ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของตนเอง ไม่ใช่ของใคร

โปรดอย่าลืมว่าจีนกับรัสเซียนั้น เคยเป็นพันธมิตรมาก่อนในยุคต้นสงครามเย็น ครั้นกลางยุคสงครามเย็นก็เป็นศัตรูกัน ครั้นถึงยุคสงครามเย็นใหม่ก็กลับมาปรองดองกันอีก เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นหามิตรหรือศัตรูถาวรไม่ได้ มันจะวนเวียนกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ

โลกของเราจึงเหมือนท่อนอารัมภบทของสามก๊กที่ว่า “เดิมแผ่นดินเมืองจีนทั้งปวงนั้น เปนสุขมาช้านานแล้วก็เปนศึก ครั้นศึกสงบแล้วก็เปนสุข”

โดย กรกิจ ดิษฐาน

ฮือฮา! ‘วิคตอเรีย เบ็คแฮม’ กินเมนูเดิมมาตลอด 25 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674654

วันที่ 02 ก.พ. 2565 เวลา 16:45 น.ฮือฮา! 'วิคตอเรีย เบ็คแฮม' กินเมนูเดิมมาตลอด 25 ปีเดวิด เบ็คแฮม เผยไลฟ์สไตล์การกินของภรรยาสุดที่รักว่าเธอเอาแต่กินเมนูเดิมๆ มาตลอด 25 ปี

เรียกเสียงฮือฮาให้กับชาวเน็ตทั่วโลกเมื่อ เดวิด เบ็คแฮม พูดถึงไลฟ์สไตล์การกินของ วิคตอเรีย ภรรยาสุดที่รักว่าเธอเอาแต่กินเมนูเดิมๆ มาตลอด 25 ปี

“ผมค่อนข้างอินกับอาหารและไวน์ เวลาที่ผมได้กินของอร่อยก็อยากให้ทุกคนได้ลองเหมือนผม…น่าเสียดายที่ผมแต่งงานกับคนที่กินแต่เมนูเดิมๆ มา 25 ปีแล้ว ตั้งแต่ที่ผมได้พบกับเธอ เธอแทบจะไม่กินเมนูอื่นๆ เลยนอกจากปลาย่างและผักนึ่ง” เดวิดกล่าวในรายการพอดแคสต์ River Cafe Table 4 ตามรายงานของ Metro

เดวิดเล่าว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งและน่าจะเป็นครั้งเดียวที่ภรรยาสุดที่รักลองกินอาหารในจานของเขา ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่เธอตั้งท้อง ฮาร์เปอร์ ลูกสาวคนเดียวของบ้าน และนั่นเป็นอะไรที่มหัศจรรย์สุดๆ

“เป็นมื้อที่ผมประทับใจที่สุดเลย ผมจำไม่ได้หรอกว่าเมนูนั้นคืออะไร รู้แต่ว่าเธอไม่กินมันอีกตั้งแต่นั้นมา” เดวิดกล่าว

เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากเชฟร้านอาหารซึ่งเล่าว่า วิคตอเรียแทบจะไม่เปลี่ยนเมนูเลย เธอมีความสุขกับผักนึ่งธรรมดาๆ ผักโขม และเกลือ นี่คือเมนูโปรดของเธอ แม้ว่าเดวิดกำลังเพลิดเพลินกับการหั่นสเต็ก

Indian Express ระบุว่าวิคตอเรีย เบ็คแฮม นางแบบและดีไซเนอร์ วัย 47 ปี เคยเล่าในรายการพอดแคสต์ River Cafe Table 4 ว่าไลฟ์สไตล์การกินของเธอน่าเบื่อจริงๆ เธอชอบปรุงรสอาหารด้วยตัวเอง และไม่ชอบกินอาหารที่ใส่น้ำมัน เนย หรือซอสใดๆ ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่กินเนื้อแดงตั้งแต่ 7 ขวบ ไม่กินนมและชีสด้วย เว้นแต่จะเป็นนมอัลมอนด์

“สำหรับบรรดาร้านอาหาร ฉันอาจเป็นฝันร้ายที่สุดของพวกเขา” วิคตอเรียกล่าว

เธอเผยว่าเธอเริ่มใส่ใจการเลือกทานอาหารตั้งแต่ที่เป็นสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปวง Spice Girls เวลาทัวร์คอนเสิร์ตตามที่ต่างๆ พวกเขามักไปร้านอาหารดีๆ แต่ถ้าไม่มีสิ่งที่เธอชอบ เธอก็มักจะกินแค่ขนมปัง

วิคตอเรียเล่าว่า ขนมปังโฮลเกรนโรยเกลือ คือเมนูโปรดของเธอ “มันมีคาร์โบไฮเดรตสูง แต่ว่ามันเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ทำให้ฉันสบายใจ และฉันก็ชอบเกลือ” วิคตอเรียกล่าว และเผยว่าตอนนี้สิ่งที่เธอชอบคือ ผักนึ่งใส่น้ำส้มสายชูบัลซามิก

Hello Magazine ระบุว่าวิคตอเรียมีวินัยในการควบคุมอาหารและออกกำลังกายสูงมาก สิ่งที่เธอเลือกกินทุกเช้าคือน้ำผลไม้ ซีเรียลโฮมเมด ไข่คน อะโวคาโด และแซลมอนรมควัน

The Mirror ยังเผยว่าแม้กระทั่งวันเกิดเธอก็ยังเข้มงวดกับการคุมอาหาร โดยเลือก เค้กที่ทำจากผลไม้ แทน

นอกจากนี้ เธอยังเข้มงวดกับการออกกำลังกายเอามากๆ โดยปกติแล้วจะต้องออกกำลังกายทุกวัน วันละ 2 ชั่วโมง เธอเริ่มต้นวันด้วยการวิ่งสลับเดินบนลู่วิ่งระยะทาง 7 กิโลเมตร ตั้งแต่ 5.30 – 6.00 น. เมื่อส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนเรียบร้อยแล้วก็จะเริ่มออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ส่วนตัว ไม่แปลกใจเลยที่เธอหุ่นดีไม่เคยเปลี่ยนแม้จะอายุ 47 ปีแล้ว

AFP PHOTO / Valery HACHE

สาวอูเบอร์อึ้ง ขับรถไปรับลูกค้าหญิงแต่โป๊ะเจอหนุ่มคู่เดตอยู่ด้วยกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/674646

วันที่ 02 ก.พ. 2565 เวลา 15:20 น.สาวอูเบอร์อึ้ง ขับรถไปรับลูกค้าหญิงแต่โป๊ะเจอหนุ่มคู่เดตอยู่ด้วยกันสาวคนขับอูเบอร์เจอหนุ่มที่ตัวเองกำลังคุยๆ ด้วยอยู่กับหญิงสาวอีกคนหนึ่งหลังถูกเรียกใช้บริการขับรถ

เมื่อเร็วๆ นี้ เจน หญิงสาวจากสหรัฐโพสต์คลิปใน TikTok (jword444) ซึ่งกำลังกลายเป็นคลิปไวรัลในโลกออนไลน์ มีคนดูกว่า 2 ล้านคน เล่าประสบการณ์จับโป๊ะหนุ่มที่กำลังคุยๆ อยู่ได้โดยไม่ตั้งใจ เมื่อเธอบังเอิญถูกเรียกให้ไปรับชายคนนี้กับหญิงสาวอีกคน

คลิปแรกเจนปล่อยทีเซอร์ออกมาว่า “เมื่อคุณตัดสินใจอยู่บ้านในวันศุกร์ ขับอูเบอร์ และผู้ชายของคุณขึ้นมาบนรถกับผู้หญิงคนอื่น” จากนั้นก็มีเสียงเรียกร้องจาก=าว TikTok ให้เจนเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง

ภาพ: TikTok/jword444

เจนเริ่มจากการปูเรื่องว่า เธอขับรถของอูเบอร์เป็นอาชีพเสริม เจอกับผู้ชายคนนี้ผ่านแอพพลิเคชันเดตแอพหนึ่ง และแม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังอยู่ในขั้นคุยๆ ดูๆ กันอยู่ยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกัน แต่ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี และเธอได้เจอกับเพื่อนๆ ของเขาแล้วในงานปาร์ตี้งานหนึ่ง

เจนเล่าต่อว่า “ฉันถามเขาว่าสุดสัปดาห์นี้ว่างไหม เพราะตั้งใจจะออกไปเที่ยวด้วยกัน และเขาบอกว่าเขาจะไปเล่นสปอร์ตเกมกับเพื่อนวันศุกร์ แต่วันเสาร์เราไปเที่ยวด้วยกันได้” และบอกว่าเธอตัดสินใจออกไปขับอูเบอร์ในวันศุกร์แทน

ระหว่างที่เจนกำลังขับรถอยู่ก็มีลูกค้าผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายๆ กับเธอเรียกใช้บริการ เมื่อไปถึงจุดที่ลูกค้าระบุไว้ ผู้หญิงคนนั้นก็ขึ้นมานั่งที่เบาะด้านหลัง ตามด้วยผู้ชายอีกคนหนึ่ง

ทุกอย่างเป็นไปตามปกติเหมือนทุกครั้งที่รับลูกค้า จนกระทั่งชายหญิงด้านหลังเริ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับเพื่อนๆ ของทั้งคู่ และเจนจำชื่อที่คนทั้งคู่เอ่ยออกมาได้

จุดนี้เองที่ทำให้เจนรู้ทันทีว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านหลังเป็นผู้ชายคนเดียวกับที่เธอคุยอยู่ ส่วนผู้หญิงคือคนที่เธอเคยเจอที่ปาร์ตี้

“ฉันมองกระจกหลังแล้วเราก็สบตากัน และนั่นคือวินาทีที่เราทั้งคู่ต่างก็รู้” เจนเล่า “ฉันรู้ว่าเป็นเขา เขารู้ว่าเป็นฉัน เราสวมหน้ากากอนามัยอยู่เลยจำกันไม่ได้ในตอนแรก”

ถึงจะอึ้งๆ แต่เจนก็ขับรถไปส่งทั้งคู่จนถึงที่หมาย และ 5 นาทีหลังจากนั้นผู้ชายคนนั้นก็โทรมาขอโทษเธอ โดยบอกว่าเขากับผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่เพื่อนกัน และมันเป็นเรื่องบังเอิญสุดๆ เท่านั้นที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน

ภาพ: TikTok/jword444

เจนบอกว่าเธอเจอกับผู้หญิงคนนั้นอีกครั้งในคืนวันอาทิตย์เมื่อทั้งคู่เข้าไปในสถานบันเทิงที่เดียวกัน

“ฉันเล่าให้พนักงานเสิร์ฟฟังว่าเธอรู้สึกแย่มากเพราะรู้ว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน และพนักงานเสิร์ฟบอกว่า ‘’หมายความว่าไงที่บอกว่าพวกเขาเป็นเพื่อนกัน’ แล้วฉันก็สับสนมาก” เจนเล่า “พนักงานเสิร์ฟคนนั้นบอกว่าพวกเขาเป็นมากกว่าเพื่อนกันแน่”

สุดท้ายเจนตัดสินใจคุยกับหนุ่มคนต้นเรื่องที่ดูใจกันอยู่ ซึ่งเขายอมรับในที่สุดว่ากำลังคบกับผู้หญิงในอูเบอร์คนนั้น

เมื่อได้ฟังเรื่องราว ชาวชุมชน TikTok ต่างก็ช็อกไปตามๆ กัน บางคนถามว่าหนุ่มคู่เดตของเจนหรือผู้หญิงเป็นคนเรียกใช้บริการ ซึ่งเจนบอกว่าเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งเรียก

อีกคนหนึ่งบอกว่า “จักรวาลกำลังเข้าข้างคุณนะที่รัก” เช่นเดียวกับผู้ใช้ TikTok อีกคนหนึ่งที่บอกว่า “จักรวาลอยู่กับคุณในวันนั้นเพื่อทำให้คุณได้เห็นความจริง”

https://www.tiktok.com/embed/v2/7058458626343767342?lang=th-TH