‘Kawasaki Disease’ รู้จักกับโรคคาวาซากิ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625092

วันที่ 03 มิ.ย. 2563 เวลา 08:40 น.

'Kawasaki Disease' รู้จักกับโรคคาวาซากิ

โรคคาวาซากิ อีกอันตรายที่รุนแรงจนสามารถทำให้เด็กเสียชีวิตเฉียบพลันได้

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย  เด็กๆ อาจไม่สบายได้ ผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เนื่องจากมีหลายโรคที่มีอาการใกล้เคียงกันจนแทบจะแยกไม่ออก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โรคคาวาซากิ ความรุนแรงของโรคสามารถทำให้เด็กเสียชีวิตเฉียบพลันได้ ถึงตอนนี้พ่อแม่ของเด็กทั้งหลายคงอยากทราบสาเหตุของโรคนี้เพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน

รู้จักโรคคาวาซากิ

ข้อมูลโดย ศ.พญ.ดวงมณี เลาหประสิทธิพร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า โรคคาวาซากิ พบได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง  แต่ส่วนใหญ่จะพบในเพศชายมากกว่า และพบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า  5 ปี โดยเฉพาะในช่วงอายุ 1-2 ปี โรคนี้ตั้งชื่อตามนายแพทย์คาวาซากิ  ซึ่งเป็นแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่ได้รวบรวมรายงานผู้ป่วยเป็นคนแรกของโลก

สาเหตุของโรค ยังไม่ทราบแน่ชัด เคยมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อบางชนิดทั้งแบคทีเรียและไวรัส  การใช้แชมพูซักพรม  หรือการอยู่ใกล้แหล่งน้ำ แต่ไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริง  พบว่ามีการอักเสบเกิดขึ้นหลายแห่งในร่างกาย  ทำให้เกิดอาการแสดงต่างๆ ประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วย เกิดการอักเสบของหลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจร่วมด้วย  หากให้การวินิจฉัยและรักษาได้ภายใน 10 วัน นับจากมีไข้ จะช่วยให้การอักเสบของหลอดเลือดลดลงประมาณร้อยละ 5

ลักษณะเด่นของโรคคาวาซากิ            

  • เด็กจะมีไข้สูงทุกคน โดยมากมักเป็นนานเกิน 5 วัน บางรายอาจนาน 3–4 สัปดาห์อาจมีผื่นขึ้นตามตัวและแขนขา            
  • ตาขาวจะแดง 2 ข้าง แต่ไม่มีขี้ตา           
  • ริมฝีปากแห้งแดง อาจแตกมีเลือดออก ลิ้นแดงเป็นตุ่มๆ คล้ายผิวสตรอเบอร์รี่            
  • ฝ่ามือและฝ่าเท้าบวมแดง ต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอโต            

อาการทั้งหมดนี้จะเกิดภายในสัปดาห์แรก ในสัปดาห์ที่ 2 จะมีการลอกของผิวหนัง โดยเริ่มจากบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า และอาจลามไปที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า

อาการแสดงอื่น ๆ ที่อาจเกิดร่วม  ได้แก่  ข้ออักเสบโดยเฉพาะบริเวณนิ้วมือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ท้องเสีย ซึ่งอาการดังกล่าวอาจหายได้เองแม้ไม่ได้รับการรักษา แต่ที่สำคัญคือ โรคนี้อาจทำให้เกิดการอักเสบของหัวใจและหลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งอาจทำให้หลอดเลือดหัวใจมีลักษณะโป่งพอง ตีบหรือแคบได้ ในรายที่หลอดเลือดตีบแคบมาก อาจเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเลี้ยงเหมือนที่พบในผู้ใหญ่ที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้

เนื่องจากการวินิจฉัย  ต้องอาศัยอาการเป็นหลักร่วมกับการตรวจเลือด  ซึ่งอาการแสดงมักเกิดไม่พร้อมกัน  จึงทำให้เกิดความยากในการวินิจฉัยหากไม่ได้นึกถึงโรคนี้

ภาวะแทรกซ้อนที่พบ

ข้อมูลโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิง อิงคนิจ ชลไกรสุวัฒน์  กุมารเวชศาสตร์เฉพาะทาง ระบุว่า โรคหัวใจหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบโป่งพอง (coronary aneurysm) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ลิ้นหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะซึ่งภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตได้ โดยการตรวจพบภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวต้องอาศัยการตรวจโดยใช้เครื่องตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (echocardiography)

การรักษา

การดูแลรักษาต้องอาศัยการดูแลร่วมกันระหว่างกุมารแพทย์ทั่วไปและกุมารแพทย์โรคหัวใจ โดยผู้ป่วยที่ให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคคาวาซากิควรได้รับ intravenous gammaglobulin (IVIG) ในขนาดสูงเพื่อลดโอกาสการเกิดหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโป่งพอง ร่วมกับการให้ aspirin

การรักษา ในช่วงที่มีไข้ใน 10 วันแรก จะต้องตรวจหัวใจด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ เพื่อดูลักษณะหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ และให้ยาลดการอักเสบคือยาแอสไพรินขนาดสูงให้รับประทานอย่างต่อเนื่องประมาณ 1–2 สัปดาห์ และให้โปรตีนชนิดหนึ่งเข้าหลอดเลือดดำ  พบว่าหลังให้ยาดังกล่าว ไข้มักจะลดลงภายใน 24 – 48 ชั่วโมง หลังจากไข้ลดจะต้องให้ยาแอสไพรินขนาดต่ำวันละ 1 ครั้ง รับประทานต่อเนื่อง 6–8 สัปดาห์ เพื่อป้องกันเกล็ดเลือดรวมกันเป็นก้อน ซึ่งอาจไปเพิ่มการอุดตันในหลอดเลือดที่ผิดปกติได้

หลังจากนั้นถ้าตรวจอัลตราซาวน์หัวใจซ้ำ พบว่า หลอดเลือดหัวใจปกติก็สามารถหยุดยาได้ และจากการติดตามผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดผิดปกติหลัง 8 สัปดาห์นับตั้งแต่มีไข้ไปจนถึงเวลา 1 ปีหลังจากนั้น พบว่า 2 ใน 3 ของผู้ป่วยจะหายเป็นปกติ ที่เหลือ 1 ใน 3 ยังมีความผิดปกติอยู่ต้องติดตามเป็นระยะ และรับประทานยาแอสไพรินเป็นประจำไปตลอด

ทั้งนี้ โรคคาวาซากิเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด อาการสำคัญคือไข้สูง ปากแดง ตาแดง มือเท้าบวมลอก ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต และผื่นตามร่างกาย สามารถหายได้เองแต่ถ้าวินิจฉัยช้าหรือให้การรักษาไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตได้ โดยภาวะแทรกซ้อนสำคัญ คือ การอักเสบของหลอดเลือดแดงเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโป่งพอง หรืออุดตัน ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดตามมา ดังนั้นเมื่อบุตรหลานของท่านมีอาการไข้สูงเป็นเวลาหลายวันร่วมกับมีอาการดังกล่าว ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์โรคหัวใจเพื่อให้ได้รับตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

.

ที่มา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล / โรงพยาบาล WMC (เวิลด์เมดิคอล)

จับจุด ‘เห็ดพิษ’ พร้อมสังเกตอาการก่อนต้องอาเจียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625087

วันที่ 03 มิ.ย. 2563 เวลา 08:08 น.

จับจุด 'เห็ดพิษ' พร้อมสังเกตอาการก่อนต้องอาเจียน

หน้าฝนเห็ดป่าขึ้นเยอะ กรมควบคุมโรค เตือนระวังอันตรายจากการเก็บหรือซื้อเห็ดป่ามารับประทาน อาจเป็นเห็ดพิษ เสี่ยงเสียชีวิตได้

ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ มักมีเห็ดป่าขึ้นเองตามธรรมชาติ ประชาชนจึงเริ่มเข้าป่าเพื่อเก็บเห็ดมาขายหรือนำมาปรุงอาหาร ซึ่งเห็ดที่เก็บมาอาจเป็นเห็ดพิษ เมื่อรับประทานเข้าไปอาจเป็นอันตรายและเสี่ยงเสียชีวิตได้ แนะหากไม่แน่ใจว่าเป็นเห็ดพิษหรือเป็นเห็ดที่รับประทานได้ ไม่ควรนำมาปรุงอาหาร

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค เผยช่วงนี้มีฝนตกในหลายพื้นที่ ซึ่งหลังจากฝนตกประมาณ 2 วัน จะมีการเจริญเติบโตของเห็ดป่าขึ้นเองตามธรรมชาติ ประชาชนมักนิยมเก็บเห็ดป่ามาขายหรือนำมาปรุงอาหาร ซึ่งในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดพิษเป็นประจำ เนื่องจากเห็ดป่ามีทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้

ข้อมูลจากรายงานโรคในระบบเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-25 พฤษภาคม 2563 พบผู้ป่วย 85 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 กลุ่ม คือ

  • กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด อายุ 45-54 ปี
  • รองลงมา กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • และ 25-34 ปี ตามลำดับ

เห็ดพิษที่มักพบได้บ่อย

เห็ดพิษที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียกว่าเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดไข่ตายซาก ซึ่งเห็ดชนิดนี้คล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาว หรือไข่ห่าน ที่สามารถรับประทานได้ แต่แตกต่างกันคือ เห็ดระโงกพิษจะมีก้านสูง กลางดอกหมวกจะนูนเล็กน้อย มีกลิ่นค่อนข้างแรง

นอกจากนี้ ยังมีเห็ดป่าชนิดที่มีพิษรุนแรงคือ เห็ดเมือกไครเหลือง โดยประชาชนมักสับสนกับเห็ดขิง ซึ่งชนิดที่เป็นพิษจะมีเมือกปกคลุมและมีสีดอกเข้มกว่า ซึ่งยากแก่การสังเกตด้วยตาเปล่า

วิธีการสังเกตเห็ดพิษในเบื้องต้น

ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ทดสอบความเป็นพิษของเห็ด เช่น การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด การนำไปต้มกับข้าวสาร หรือใช้ปูนกินหมากป้าย ที่ดอกเห็ด ถ้าเป็นเห็ดพิษจะกลายเป็นสีดำ เป็นต้น วิธีเหล่านี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงในการใช้ทดสอบพิษกับเห็ดกลุ่มนี้ได้ โดยเฉพาะเห็ดระโงกพิษที่มีสารที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกแล้ว เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้

อาการที่ควรสังเกต

สำหรับอาการหลังจากกินเห็ดพิษแล้ว จะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลว ไม่ควรซื้อยากินเองหรือไปรักษากับหมอพื้นบ้าน จะต้องรีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการกินเห็ดโดยละเอียด พร้อมกับนำตัวอย่างเห็ดพิษไปด้วย (หากยังเหลืออยู่) และควรให้ผู้ป่วยนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือนัดติดตามอาการทุกวันจนกว่าจะหายเป็นปกติ เนื่องจากเห็ดพิษชนิดร้ายแรงจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนในช่วงวันแรก แต่หลังจากนั้นผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงตามมาคือ การทำงานของตับและไตล้มเหลว อาจทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยที่กินเห็ดพิษเบื้องต้นให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มากที่สุด โดยการล้วงคอ หรือกรอกไข่ขาว จากนั้นรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอเตือนประชาชนหากไม่แน่ใจว่าเห็ดที่เก็บมาเป็นเห็ดพิษหรือเป็นเห็ดที่รับประทานได้ ไม่รู้จัก หรือสงสัยว่าเป็นเห็ดพิษ ไม่ควรเก็บหรือซื้อมาปรุงอาหารรับประทาน ควรเลือกรับประทานเห็ดที่มาจากการเพาะขยายพันธุ์ เช่น เห็ดนางฟ้า หรือเห็ดฟาง นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดร่วมกับดื่มสุรา เพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษเห็ดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

10 อันดับผลไม้แคลอรี่ต่ำที่นำมาทดแทนมื้อเย็นได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625052

วันที่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 17:00 น.

10 อันดับผลไม้แคลอรี่ต่ำที่นำมาทดแทนมื้อเย็นได้

ขึ้นชื่อว่าผลไม้ ใครก็บอกว่าดี แต่จะดีแค่วิตามินสูงอย่างเดียวคงไม่พอ สำหรับคนรักสุขภาพยุคนี้ต้องเลือกที่มีแคลอรี่ต่ำ แบบจะกินเช้า กินค่ำ ก็ไม่รู้สึกผิด

เรียง 10 อันดับผลไม้แคลอรี่ต่ำ ทางเลือกในการกินเมนูผลไม้ลดความอ้วน จะควบคุมน้ำหนักหรือจะควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสมก็จัดไปได้เลย

อันดับที่ 10 แอปเปิล ให้พลังงานอยู่ที่ 50 Kcal / 100 กรัม แอปเปิลเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ สามารถกินสดๆได้ หรือนำไปปั่นเพื่อทำน้ำผลไม้ก็ได้ ในแอปเปิ้ลมีวิตามินมากมาย ซึ่งในเปลือกของแอปเปิ้ลเองก็ยังมีประโยชน์อีกด้วย ลองเลือกซื้อติดตู้เย็นไว้ ดึกๆ จะได้แอบลงมาทานได้

อันดับที่ 9 แตงโม ให้พลังงานอยู่ที่ 30 Kcal / 100 กรัม กินแล้วอิ่มไว ภายในแตงโมเป็นสีแดง มีเส้นใยอาหารจำนวนมาก นอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว ยังช่วยในเรื่องการขับถ่ายอีกด้วย

อันดับที่ 8 ส้ม ในส้ม 1 ผลให้พลังงานอยู่ที่ 60 Kcal และสำหรับส้มเขียวหวาน 2 ผลกลาง จะให้พลังงานที่เท่ากันสำหรับส้มโอ 2 กลีบ แต่ช้าก่อน ถึงแม้ส้มจะช่วยลดความอ้วนได้ แต่อย่ากินส้มในขณะท้องว่าง หรือตอนมื้อเช้า เพราะเมื่อกินส้ม หรือน้ำส้มตอนท้องว่าง จะทำให้ปวดท้องเป็นโรคกระเพาะได้ การเลือกกินส้มตอนที่ท้องไม่ว่าง หรือมื้อเย็นจะดีที่สุด

อันดับที่ 7 แครนเบอร์รี่ ให้พลังงาน 46 Kcal / 100 กรัม ช่วยป้องกันนิ่วในไต แถมช่วยต้านเชื้อไวรัสอีกด้วย สามารถช่วยลดความอ้วนได้ในขณะที่ไม่ค่อยหิว และก็นำมากินเล่นๆได้ในมื้อเย็นอีกด้วย

อันดับที่ 6 สตรอเบอร์รี่ ให้พลังงาน 60 Kcal / 1 ถ้วยโดยประมาณ สตรอเบอร์รี่ เป็นผลไม้โปรดของสาวๆหลายๆคน เพราะมีรสชาติอร่อย เปรี้ยวอมหวาน เหมาะกับการกินเพื่อลดความอ้วนในขณะที่ไม่หิวข้าวมากสักเท่าไหร่ แนะนำให้กินในมื้อเย็นเพราะเป็นมื้อที่ไม่ต้องใช้พลังงานมาก

อันดับที่ 5 สับปะรด ให้พลังงานอยู่ที่ 50 Kcal / 100 กรัม สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เป็นผลไม้ราคาไม่แพง แต่ประโยชน์ที่ได้รับ ไม่ได้อยู่แค่ราคา แต่เป็นวิตามินที่อัดแน่นอยู่ในตัวสับปะรดต่างหาก

อันดับที่ 4 อะโวคาโด 100 กรัม ให้พลังงานแค่ 189 กิโลแคลอรี่ และอะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินสูง ช่วยลดความอ้วน สามารถกินอะโวคาโดแทนอาหารในมื้อเย็นได้ สาวๆลองหาซื้ออะโวคาโดมาลองกินดู เผื่อจะติดใจในรสชาติมันๆหอมๆ ของผลไม้ชนิดนี้

อันดับที่ 3 เชอร์รี่ ให้พลังงานอยู่ที่ 60 Kcal / 100 กรัม นอกจากวิตามินที่สูงแล้ว รสชาติและกลิ่นหวานๆของเชอร์รี่ ยังทำให้อารมณ์ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงสายตาที่อ่อนล้าแก่ผู้ที่อดหลับอดนอนจนอ่อนล้าได้เป็นอย่างดีอีกเช่นกัน

อันดับที่ 2 มะละกอ ให้พลังงานอยู่ที่ 60 Kcal / 8 ชิ้นพอดีคำ มะละกอเป็นผลไม้แคลอรี่ต่ำช่วยลดความอ้วน เพราะกินแล้วอิ่มไว บางที่ใช้ผลิตเป็นสมุนไพรบำรุงผิว นอกจากจะสุขภาพดีจากภายนอกแล้วมีประโยชน์ช่วยดูแลผิวให้ชุ่มชื้น ดีจากภายในอีกด้วยค่ะ

อันดับที่ 1 กีวี่ ให้พลังงานอยู่ที่ 60 Kcal / 100 กรัม กีวี่ เป็นผลไม้อันดับ 1 ที่มีปริมาณแคลอรี่ต่ำที่สุด หากใครที่ต้องการที่สุดของการลดน้ำหนักนั้น ก็ลองหากีวี่มากินดูสิคะ

สำหรับวิธีการลดน้ำหนักที่ดีที่สุดจะต้องมาพร้อมกับสุขภาพที่ดี และสำหรับ 10 อันดับผลไม้แคลอรี่ต่ำที่นำมาเสนอนั้นสามารถนำมาทดแทนอาหารมื้อเย็นได้ในวันที่ไม่หิว แต่ถ้าหากว่าหิวก็ให้ไปเลือกกินเมนูอาหารแคลอรี่ต่ำ แต่ได้สารอาหารครบ 5 หมู่แทนจะดีกว่า ข้อสำคัญ ไม่ควรลดน้ำหนักแบบหักโหม แต่ให้ลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมกับการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ จะเป็นประโยชน์มากที่สุด

ที่มา : Tops

อยากช้อปต้องได้ช้อป! เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ ‘ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/625041

วันที่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 14:57 น.

อยากช้อปต้องได้ช้อป! เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจ 'ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน'

นาทีนี้ต้องช้อป ‘กลุ่มเซ็นทรัล’ ผนึกพลังทุกธุรกิจในเครือและพาร์ทเนอร์ ร่วมกัน Rebuild Thailand, Rebuild Economy เดินหน้าสร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทย “ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน” ลดราคา ล็อกราคา เริ่มแล้ววันนี้-31 ก.ค. 2563

เอาใจนักช้อปพร้อมรณรงค์ช้อปปิ้งวิถีใหม่ ประหยัด ปลอดภัยไปด้วยกันในแบบ NOW Normal เมื่อกลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง 13 ธุรกิจในเครือ นำโดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น พร้อมด้วยพันธมิตรธุรกิจ ร้านค้า พาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนา (เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัลภูเก็ต, เซ็นทรัลวิลเลจ), ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ท็อปส์, ซุปเปอร์สปอร์ต, พาวเวอร์บาย, เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป, โรงแรมเซ็นทารา, เจดี เซ็นทรัล, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, บัตรเครดิตกสิกรไทย, บัตรเครดิตเคทีซี, บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ เดินหน้าแผน ‘Rebuild Thailand, Rebuild Economy’ ชูยุทธศาสตร์สร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทย มุ่งสร้างงาน สร้างรายได้ และช่วยลดค่าครองชีพประชาชน ผ่าน 2 แกนกลยุทธ์หลักคือ

  1. Strengthen Localized Economy : กระจายโอกาสเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่ายสู่ท้องถิ่น กับการเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าฟรีให้กับเกษตรกร, SMEs, รวมถึงนิสิตนักศึกษา และ New Jobbers ด้วยจุดแข็งของศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ
  2. Support NOW Normal Life : ช่วยลดค่าครองชีพและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยสินค้าลดราคากว่า 90% พร้อมทั้งจัดหาบริการที่ตอบโจทย์ ‘NOW Normal’ ให้ประชาชน เน้นช้อปปิ้งวิถีใหม่ที่ประหยัดและปลอดภัยไปด้วยกัน สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าที่มาใช้บริการด้วยมาตรฐานของมาตรการต้นแบบ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ”

โดยได้กระตุ้นให้คนไทย “ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน” เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทยอย่างเป็นรูปธรรม แสดงพลังความเป็นไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตโควิด-19 ผ่านการสนับสนุนสินค้าและการเปิดตลาดให้เกษตรกร SMEs ผู้ประกอบการไทย และศิษย์เก่าและนักศึกษามหาวิทยาลัย รวมกว่า 270 ร้าน ได้มีช่องทางในการระบายสินค้า รวมถึงเน้นลดราคาสินค้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคให้ประหยัดสูงสุดถึง 90% ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2563 ทุกศูนย์ทุกห้างทั่วประเทศ

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “จากสถานการณ์โควิด-19 ในไทยที่ดีขึ้นตามลำดับ และภาครัฐได้ประกาศคลายล็อคดาวน์ในหลายธุรกิจ ขณะนี้เพื่อช่วยให้ประเทศและเศรษฐกิจเดินหน้าอีกครั้ง กลุ่มเซ็นทรัล นำโดยเซ็นทรัลพัฒนา จึงได้แสดงพลัง Synergy ของธุรกิจในเครือ และร่วมกับพาร์ทเนอร์ เชิญชวนคนไทยให้มา ‘ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน’ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังให้กระเตื้องขึ้น เน้นชูพลัง ‘ไทยอุดหนุนไทย’ แสดงศักยภาพของผู้ประกอบการ และภาคการผลิตของไทยที่มีคุณภาพ และพลังของผู้บริโภคที่เชื่อว่ายังมีกำลังซื้ออยู่มาก ซึ่งถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันวงล้อเศรษฐกิจไทยจะสามารถเคลื่อนตัวไปได้อีกครั้ง ผ่านกลยุทธ์และกิจกรรมการตลาด ดังนี้

1) Strengthen Localized Economy: นำจุดแข็งของศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่มีอยู่ 33 สาขาทั่วประเทศ และเป็นศูนย์กลางของแต่ละท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสการเข้าถึงช่องทางจัดจำหน่าย และระบายสินค้าให้กับเกษตรกร, SMEs และประชาชนที่ว่างงาน ภายใต้ ‘งานตลาดรวมใจ คนไทยช่วยชาติ’ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิ.ย. 63  นำผลไม้เกรดพรีเมี่ยมส่งออกและสินค้าแปรรูปมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา โดยได้เปิดพื้นที่ให้ฟรี ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, เซ็นทรัลพลาซา บางนา, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3, เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัลเวิลด์ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมผู้ประกอบการหน้าใหม่กับงาน ‘U Market Place’ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ก.ค. 63 ที่รวบรวมสินค้าและบริการหลากหลายของคอมมูนิตี้ศิษย์เก่าและนักศึกษาสถาบันต่างๆ จาก Online สู่ On-Ground Market ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3, เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา

2) Support NOW Normal Life: ตอกย้ำแบรนด์ซินเนอจี้ของกรุ๊ปที่มีความหลากหลายของสินค้าและบริการครอบคลุมในทุกเซกเมนต์ เน้นการลดราคาสินค้าเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพและช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภค เช่น โปรโมชั่นเมนูเด็ด Reprice ราคาอาหารเริ่มต้นที่ 19 บาท ณ ศูนย์อาหารที่อยู่ภายใต้ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนา ช่วยผู้บริโภคประหยัดในการจับจ่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคที่ลดราคาสูงสุดถึง 90% ในทุกศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า รวมถึงช่องทางออนไลน์ โดยจัดหาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ NOW Normal Life ของประชาชน เน้นช้อปปิ้งวิถีใหม่ที่ทั้งประหยัดและปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีสิทธิพิเศษมากมายสำหรับสมาชิก The 1 อาทิ เมื่อช้อปครบทุก 2,000 บาท รับสิทธิ์ลุ้นฟรี บัตรกำนัลช้อปปิ้งจากแบรนด์ดัง, โทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S20+ รวม 64 เครื่อง พร้อมรางวัลอื่นรวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตยังสามารถได้รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้แก่ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, บัตรเครดิตกสิกรไทย, บัตรเครดิตเคทีซี, และบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ และสิทธิพิเศษอื่นๆ มากมาย”

คุณปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บจ. สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล เผยว่า “เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ และช่วยคู่ค้าให้สามารถกระจายสินค้า มีเงินหมุนเวียนในระบบ และคืนกำไรให้กับลูกค้า จึงได้จัดแคมเปญ CENTRAL MEGA SALE (เซ็นทรัล เมก้า เซล) โดยมีโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 70% ลดเพิ่มสูงสุด 37% จากคะแนน The 1 และบัตรเครดิต ใช้คะแนน The 1 เพียง 400 คะแนน (จากปกติ 800 คะแนน) แลกรับคูปองส่วนลดแทนเงินสด 100 บาท ตลอดจนรับฟรี คูปองส่วนลดแทนเงินสด เครดิตเงินคืน และบัตรของขวัญเซ็นทรัลรวมสูงสุด 22% เมื่อช้อปตามเงื่อนไข ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2563”

คุณวัตินาพร บัณฑุชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่  Brand Marketing & Advertising  บจ.เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ในเครือเซ็นทรัลรีเทล เสริมว่า “ท็อปส์และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ผู้นำฟู้ดสโตร์และพรีเมี่ยมซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของไทย ได้จัดเตรียมโปรโมชั่นพิเศษให้กับลูกค้าเมื่อช้อปสินค้าที่ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ซูเปอร์สโตร์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา อาทิ ล็อคราคาสินค้า 90 วัน ตั้งแต่วันนี้ – 4 กรกฎาคม 2563 และลดราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคหลายพันรายการ,รับคูปองส่วนลดสูงสุด 50% เมื่อช้อปครบ 600 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ, รับคูปองส่วนลดเมื่อนำถุงมาช้อปปิ้ง, รับบัตรของขวัญท็อปส์เมื่อช้อปสินค้าตั้งแต่ 800 บาทขึ้นไป, สินค้าราคาพิเศษลด 30-50%, พิเศษสำหรับสมาชิกไลน์ @CPN Life รับคูปองส่วนลด 40 บาท เมื่อช้อปครบ 600 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ นอกจากนี้ ยังมีการปรับ เปลี่ยนวิถีการช้อปปิ้งใหม่เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ Now Normal ได้แก่ Seamless Experience Shopping ช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ Tops online, Tops Application, GrabMart ผ่านแอพพลิเคชั่น Grab, บริการ Chat&Shop ผ่าน Line @TopsThailand, บริการ Phone&Delivery ,บริการไดรฟ์ทรู รับสินค้าโดยไม่ต้องลงจากรถ, ช้อปสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นดอลฟิน และบริการส่งสินค้าถึงบ้าน Safety and Hygiene เป็นต้น”

มร.สเตฟาน จูเบิร์ท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายบริหารสินค้า และรักษาการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า “โรบินสัน จัดดีลพิเศษลดสูงสุด 70% ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน – 20 กรกฎาคม 2563 พิเศษสำหรับสมาชิก The 1 ลดเพิ่ม 12.5% เมื่อใช้คะแนนแลกเท่ายอดช้อป (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) ทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตลอดเดือนมิถุนายน รับฟรีคูปองส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขที่กำหนด (ยกเว้นวันจันทร์ – วันพฤหัสบดี ลูกค้าที่ชำระสินค้าผ่านบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน หรือบัตรเครดิตกสิกรไทย รับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 3 – 30 มิถุนายน 2563) พิเศษเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ รับคูปองส่วนลดเพิ่ม 100 บาท เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน หรือ บัตรเครดิตกสิกรไทย ตั้งแต่ 3,000 บาท ขึ้นไป / ใบเสร็จ (ตั้งแต่วันที่ 3 – 30 มิถุนายน 2563) ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ทุกสาขา, ROBINSON CHAT & SHOP, ROBINSON CALL & SHOP, ROBINSON FACEBOOK INBOX และ ROBINSON CLICK & COLLECT”

มร. ทอม ทรัสเซล รองประธานฝ่ายแบรนด์ การตลาด และดิจิทัล โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า “เซ็นทาราขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยเดินหน้าเศรษฐกิจ เราจึงตั้งใจมอบข้อเสนอสุดคุ้มให้คนไทยได้ท่องเที่ยวและพักผ่อนเมื่อเราสามารถเดินทางได้อีกครั้ง โดยได้เปิดตัว “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) โปรแกรมด้านการบริการที่เพิ่มความเชื่อมั่นอย่างสูงสุดด้วยมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสุขภาพและการเว้นระยะห่างอย่างรอบด้าน แต่ยังคงไว้ซึ่งความเอาใจใส่และการบริการที่อบอุ่นอย่างเหนือระดับเฉกเช่นเดิม เพื่อลูกค้าของเซ็นทาราทุกคน สำหรับแคมเปญช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน ลูกค้าสามารถจองห้องพักและเข้าพักได้ ในราคาสุดคุ้มเริ่มต้นเพียง 864 บาทสุทธิ/คืน  และยังสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเข้าพักได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น”

คุณธีรินทร์ คูสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายารการตลาด บริษัท เพาเวอร์ บาย จำกัด ปิดท้ายว่า “ทางเพาเวอร์บายก็ลดหนักจัดใหญ่เพื่อตอบการกลับมาช้อปของลูกค้า โดยมอบโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษภายใต้คอนเซปต์ ‘Welcome Back Sale ลดสูงสุด 70% ทั้งร้าน’ รวมถึงออนไลน์ในกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ไอที อุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ลดสูงสุดถึง 70% (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ) พิเศษสำหรับสมาชิก The 1 ใช้คะแนนแลกลดเพิ่ม 12.5% (ของคะแนนที่แลกแต่ไม่เกินราคาสินค้า) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 กรกฎาคม 2563 ที่เพาเวอร์บายทุกสาขา และ http://www.powerbuy.co.th

พบกับแคมเปญ “ช้อปด้วยใจ ไทยช่วยกัน” มาร่วมช้อปปิ้งวิถีใหม่ที่ปลอดภัยไปด้วยกัน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัลภูเก็ต, เซ็นทรัลวิลเลจ, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสันทั่วประเทศ ซูเปอร์สปอร์ต, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, พาวเวอร์บาย, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท และช้อปออนไลน์ 24 ชั่วโมง ผ่านทางเซ็นทรัลออนไลน์ และเจดี เซ็นทรัล ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน–31 กรกฎาคม 2563

How to เลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับแอคทิวิตี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625033

วันที่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 14:00 น.

How to เลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับแอคทิวิตี้

สายแฟต้องรู้! เพราะแว่นกันแดด MUST-HAVE ITEM เสริมลุคสุดปัง ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่ยังมีคุณสมบัติกันรังสียูวี แล้วรู้หรือไม่ว่า สีของเลนส์แต่ละสียังช่วยปกป้องดวงตาของเราแตกต่างกัน

หนุ่มสาวสายแฟชั่นจะหยิบจับอะไรมามิกซ์แอนด์แมทช์แต่ละทีก็ต้องเลือกดีไซน์ล้ำๆ แฟชั่นในกระแส โดยเฉพาะ “แว่นกันแดด” ซึ่งนับเป็น MUST-HAVE ITEM เสริมลุคสุดปังที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ

ทว่า การใส่แว่นกันแดดไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่เสริมลุคเป๊ะปัง หรืออวดความเป็นสายแฟเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างมากกับดวงตาของเรา โดยเฉพาะแสงแดดเมืองไทยที่ร้อนแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ แว่นกันแดดจึงเป็นแอคเซสซอรี่สำคัญที่ช่วยปกป้องดวงตาของเราจากแสงที่จ้าเกินจำเป็น แต่เวลาเลือกซื้อแว่นกันแดดเรากลับให้ความสำคัญกับเรื่องของดีไซน์เป็นส่วนใหญ่ จนลืมนึกถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของแว่นกันแดดไป

การเลือกซื้อแว่นกันแดดนอกจากจะต้องมีคุณสมบัติกันยูวีเอและยูวีบีได้แล้ว สีของเลนส์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณาด้วยเช่นกัน เพราะการเลือกสีของเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมจะช่วยให้เรามองเห็นชัดเจนและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น และรู้หรือไม่ว่า สีของเลนส์แต่ละสีช่วยป้องกันดวงตาเราแตกต่างกัน

โบลอน (BOLON) แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากฝรั่งเศสที่กำลังฮิตในหมู่บล็อกเกอร์และเซเลบคนดัง เผยเคล็ดลับดีๆ ให้หนุ่มสาวสายแฟสามารถเลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับกิจกรรมที่ทำกัน

เลนส์โทนสีดำ สีเทา

เป็นเลนส์สีพื้นฐานของแว่นกันแดดซึ่งช่วยลดความเข้มของแสงได้ดีที่สุด โดยจะตัดแสงจ้าเมื่ออยู่กลางแจ้ง และทำให้การมองเห็นได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด แสงของวัตถุไม่ผิดเพี้ยน เหมาะสำหรับกิจกรรมอยู่กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดที่รุนแรง

เลนส์โทนสีส้ม สีเหลือง

เลนส์สีโทนนี้มีคุณสมบัติที่ช่วยในการเพิ่มแสงและความคมชัด ทำให้การโฟกัสของดวงตาชัดเจนขึ้น และลดการทำงานหนักของดวงตา โดยเลนส์สีส้มจะช่วยเพิ่มการตัดกันของแสงสีให้มองเห็นภาพได้คมชัดขึ้น เช่นเดียวกับเลนส์สีเหลือง แต่เลนส์สีส้มจะให้ความสว่างที่นุ่มนวลกว่า ไม่บาดตาเท่าเลนส์สีเหลือง ฉะนั้น จึงแนะนำให้ใช้เลนส์สีส้มช่วงบ่ายหรือพลบค่ำ เมื่อต้องทำกิจกรรมที่ต้องการคุณภาพการมองเห็นที่มีความคมชัดสูง

เลนส์โทนสีชมพู สีแดง

เลนส์สีนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับสายแฟให้แต่งตัวเก๋ๆ เท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อตาล้าจากการใช้คอมพิวเตอร์ เพราะเลนส์สีนี้มีคุณสมบัติช่วยในการโฟกัสหรือปรับวิสัยทัศน์เชิงลึก เพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณระยะทาง จึงช่วยลดอาการปวดตาที่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อดวงตามากเกินไป

เลนส์โทนสีน้ำตาล สีชา

เลนส์สีนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการแยกแยะรายละเอียดของวัตถุในที่สว่างได้ดีมาก ด้วยคุณสมบัติในการปรับทรรศนะวิสัยในภาพรวม เหมาะกับการใส่ขับรถเพราะช่วยให้ดวงตาปรับตัวเข้ากับทุกสภาวะอากาศได้ดี อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพการปรับความคมชัดและการรับรู้ระยะทาง จึงเป็นโทนสีเลนส์ในอุดมคติสำหรับหนุ่มสาวสายกิจกรรมเลยทีเดียว

เลนส์โทนสีฟ้า

เลนส์โทนสีฟ้าจะมาพร้อมกับคุณสมบัติสุดคูลที่ช่วยปกป้องดวงตาได้ดีในสภาวะที่มีการหักเหของแสง สามารถช่วยบรรเทาอาการตาล้าจากการใช้งานดวงตาหนักๆ ได้ดี

.

ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ : bolon eyewear Thailand

เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนาน กับ UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/624975

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 15:48 น.

เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนาน กับ UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชั่น

ซัมเมอร์สดใสด้วยสไตล์ที่หลากหลาย UNIQLO x Marimekko สานต่อความสำเร็จ เตรียมให้แฟนๆ ช้อปลิมิเต็ดเอดิชั่น 12 มิ.ย.นี้

เตรียมสร้างปรากาฏการณ์รีบช้อปให้ทันกันอีกแล้ว สำหรับ ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ที่ประกาศเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ซึ่งร่วมมือกับแบรนด์มารีเมกโกะ (Marimekko) พร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนนี้ ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขาและบนออนไลน์สโตร์

นับเป็นการสานต่อความสำเร็จจาก UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดอิดิชันทั้งสองคอลเลคชั่นที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ คอลเลคชั่นล่าสุดประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปี 2020 ได้นำเสนอวิถีชีวิตช่วงซัมเมอร์ของชาวฟินแลนด์ด้วยลวดลายและสีสันที่โดดเด่นสะดุดตา เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนานให้กับผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ (LifeWear) จากยูนิโคล่ได้เป็นอย่างดี โดย UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดอิดิชัน คอลเลคชั่นนี้ ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือระหว่างยูนิโคล่กับแบรนด์ชั้นนำจำนวนมากที่เปิดตัวในปีนี้

“หลังจากได้ร่วมงานกับมารีเมกโกะอย่างใกล้ชิดมาถึง 3 ฤดูกาล ก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งและรู้สึกหลงใหลในแฟชั่นและดีไซน์เฮ้าส์สัญชาติฟินแลนด์ รวมถึงศิลปะการพิมพ์ลวดลาย เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะได้นำลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของมารีเมกโกะที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ระดับตำนานอย่าง ไมยา อิโซลา (Maija Isola) และแอนนิกา ริมาลา (Annika Rimala) มาใช้อีกครั้ง โดยคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ยังมีกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของช่วงฤดูหนาวอันยาวนาน และความสนุกสนานในช่วงซัมเมอร์กับเพื่อนๆ และคนในครอบครัวของชาวฟินแลนด์ เราหวังว่าผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ที่เปิดตัวครั้งนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน” มร. ยูกิ คัทซึตะ (Yuki Katsuta) หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของยูนิโคล่ กล่าว

“การที่แบรนด์ได้ร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ที่มีหลักการและแนวคิดเดียวกัน ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันโดดเด่นสำหรับลูกค้าของเรา ไปพร้อมกับเปิดโอกาสพิเศษให้กับมารีเมกโกะในการถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบของเราให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ของเราอย่างยูนิโคล่อีกครั้งกับคอลเลคชั่นที่มีกลิ่นอายแห่งความสนุกสนานในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากการนำจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มารวมกัน ทั้งความงดงามที่ทรงพลังซึ่งขึ้นชื่อด้านศิลปะเทคนิคการพิมพ์ของมารีเมกโกะ และปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์จากยูนิโคล่ ที่ทำให้ทุกคนสามารถสวมใส่เสื้อผ้าที่ใช้งานได้ดี มีคุณภาพสูง ในราคาที่จับต้องได้” ตีน่า อลาฮูห์ตา-กาสโก (Tiina Alahuhta-Kasko) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์มารีเมกโกะ กล่าว

ซัมเมอร์ที่สดใสด้วยสไตล์ที่หลากหลาย

จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้อยู่สไตล์การออกแบบชุดสำหรับช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย ด้วยชุดที่เป็นซิกเนเจอร์อย่างเดรสยาวคอวีและเชิ้ตแบบต่างๆ เข้ากันได้ดีมากกับกางเกงขากว้าง กระโปรงและกางเกงขาสั้น ที่เพิ่มความสดใสขึ้นไปอีกด้วยลวดลายของมารีเมกโกะ สำหรับกระโปรงและกางเกงของคอลเลคชั่นนี้มาพร้อมกับลุคที่เข้าคู่กันบนเนื้อผ้าที่สวมใส่สบายตามสไตล์ของผ้าลินินผสม คอตตอนและเจอร์ซี่  ปิดท้ายด้วยไอเทมใหม่อย่าง เสื้อฮู้ดพาร์กาพับเก็บได้ (Pocketable Parkas) ที่ช่วงป้องกันฝนในช่วงซัมเมอร์

สนุกสนานตามสไตล์ครอบครัว

คอลเลคชั่นนี้อัดแน่นไปด้วยไอเทมที่ทำให้คนในครอบครัวสนุกกับการแต่งตัวธีมเดียวกันได้ง่าย ทั้งไอเทมเสื้อผ้าตัดเย็บพิเศษ (cut and sewn) สุดฮิต โดยมีชุดใหม่ล่าสุดทั้งเสื้อยืดทรงบ็อกซีและทรงทูนิคสำหรับผู้หญิง เดรสผ้าเจอร์ซี่และกางเกงขาสั้นสำหรับเด็กผู้หญิง เลกกิ้งสำหรับเด็กวัยหัดเดิน และบอดี้สูทสองชิ้นที่เหมาะสำหรับการนำไปมอบให้เป็นของขวัญสำหรับเด็กแรกเกิด

เครื่องประดับเพื่อการพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์

ของต้องมีจากคอลเลคชั่นนี้สำหรับการพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์ ได้แก่ หมวกสาน กระเป๋าสาน รองเท้าพื้นสาน และผ้าพันคอ โดยหมวกและกระเป๋าสานจากคอลเลคชั่นนี้มีดีไซน์การสานจากใยต้นปาล์ม (รัฟเฟีย) ซึ่งเข้ากันได้ดีกับลวดลายผ้าที่นำมาตัดเย็บเข้าคู่กัน ส่วนผ้าพันคอที่เป็นผ้าผสมลินินผืนใหญ่ สามารถนำมาใช้ประดับเก๋ๆ ได้อีก

รายละเอียดคอลเลคชั่น UNIQLO x Marimekko Limited Edition Collection จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขา และออนไลน์สโตร์ เว็บไซต์ของคอลเลคชั่นนี้ https://www.uniqlo.com/marimekko20ss/th/

ส่องแฟชั่นสุดเก๋ของเหล่าคนดังกับความเชื่อเสริมโชค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/624971

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 15:30 น.

ส่องแฟชั่นสุดเก๋ของเหล่าคนดังกับความเชื่อเสริมโชค

อัพเดทเทรนด์แฟชั่นสุดเก๋ของเหล่าคนดัง ดีไซน์เรียบโก้ ช่วยเสริมโชคแก่ผู้สวมใส่ พร้อมรู้เทคนิคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องประดับเสริมสไตล์ช่วยเพิ่มความโชคดีตามคาแรคเตอร์

เริ่มต้นเดือนกับวันหวยออก ชวนส่องแฟชั่นเครื่องประดับสุดเก๋ของเหล่าคนดัง อาทิ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, ท็อป-จรณ โสรัตน์, โบว์-เมลดา สุศรี, มาร์ช–จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, นาว-ทิสานาฏ ศรศึก, บอย-พิษณุ นิ่มสกุล, แพรวา-ณิชาภัทร   ฉัตรชัยพลรัตน์, จุ้มจิ้ม-วรนันท์ จันทรัศมี, ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก, ขนมจีน-กุลมาศ สารสาส, พาย-พิมพ์พัชร วัชรเสวี และหยดน้ำ-นัดดาภรณ์ นิวาตวงศ์ ที่ต่างโพสท่าทางสุดมั่นใจ สวมใส่เครื่องประดับดีไซน์สวยจากแบรนด์ ระวิภา (RAVIPA) ในคอลเลกชั่นล่าสุดที่ชื่อว่า รีมายเดอร์ (Reminder) สร้อยข้อมือดีไซน์เรียบโก้ประดับด้วยอัญมณีแท้หลากสีสัน ที่นอกจากจะช่วยเติมเต็มลุคให้ดูโดดเด่นขึ้นแล้ว ยังช่วยเสริมความโชคดีแก่ผู้สวมใส่ให้มั่นใจในทุกโอกาส พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำเทคนิคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องประดับเสริมสไตล์ ช่วยเพิ่มความโชคดีตามคาแรคเตอร์ของตนเอง

ระวิภา (RAVIPA) แบรนด์เครื่องประดับดีไซน์โก้หรูที่มีแรงบันดาลมาจากความรัก ภายใต้แนวคิดที่ว่า เครื่องประดับดีไซน์สวยที่เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแทนใจให้คุณและคนพิเศษที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกวัน โดยถ่ายทอดเรื่องราวความรักหลากหลายแง่มุม ทั้งความรักระหว่างคู่รัก ความรักอันแสนอบอุ่นในครอบครัว ความรักอันแสนบริสุทธ์ระหว่างเพื่อน รวมไปถึงความรักที่มีต่อตนเอง ผ่านการรังสรรค์โดยช่างฝีมือมากประสบการณ์สู่เครื่องประดับดีไซน์โก้หรู ที่โดดเด่นด้วยความประณีต งดงาม โดยการันตีคุณภาพจากรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมระดับประเทศ Design Excellence Award 2019 (DEmark Award)

ธนิสา วีระศักดิ์ศรี ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ระวิภา (RAVIPA) กล่าวถึงจุดเด่นของเครื่องประดับในคอลเลกชั่นนี้ว่า เครื่องประดับของระวิภาทุกชิ้นถูกรังสรรค์จากช่างฝีมือที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 30 ปี มีความประณีตในทุกขั้นตอนการผลิต โดยใช้วัสดุเงินแท้ 92.5% ชุบทองคำขาว 18K และฝังด้วยคิวบิคเซอร์คอนเนียร์ วัสดุพิเศษที่นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ช่วยเพิ่มความหรูหราอย่างมีระดับให้กับเครื่องประดับได้อย่างลงตัว สำหรับคอลเลกชั่นรีมายเดอร์ (Reminder) นี้เป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นที่ถูกออกแบบจากแนวความคิดที่ว่า ความรักเพื่อตัวตนของคุณเอง (RAVIPA: Love Your Life) ถ่ายทอดผ่านเครื่องประดับดีไซน์สวยที่ช่วยเสริมลุคทุกการแต่งตัวของหนุ่มสาว พร้อมช่วยเพิ่มความโชคดีขณะที่สวมใส่ อย่างสร้อยข้อมือเชือกไนลอนหลากสีสันถักอย่างประณีต ประดับด้วยอัญมณีน้ำงามที่ผ่านการคัดสรรค์เป็นอย่างดี มาพร้อมกับสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ซึ่งความพิเศษของคอลเลกชั่นนี้คือการอัญเชิญ 8 เทพองค์ศักดิ์สิทธิ์ มาช่วยดลบันดาลให้ชีวิตราบรื่นด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลทั้งด้านความรัก การงาน การเงิน และความสำเร็จ เพิ่มความโชคดีให้แก่คุณและคนพิเศษเมื่อสวมใส่ ประกอบไปด้วยสร้อยข้อมือชุดองค์พญานาคราช ช่วยเสริมโชคลาภ ชุดองค์พระตรีมูรติ เทพแห่งความรักสุขสมหวัง ชุดองค์พระสีวลี เทพแห่งโชคลาภ ชุดองค์พระพรหมสี่หน้า ช่วยให้แคล้วคลาด ปลอดภัย ชุดองค์พระพิฆเนศ มหาเทพแห่งปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ ชุดองค์มงกุฎพระพุทธเจ้า ช่วยเสริมบุญบารมี เกียรติยศและชื่อเสียง ชุดองค์พระศิวะ มหาเทพผู้ขับไล่ภัยอันตรายและสิ่งชั่วร้าย และชุดองค์พระเเม่ลักษมี เทวีแห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย

โดยคอลเลกชั่นรีมายเดอร์ (Reminder) สร้อยข้อมือถักประดับด้วยอัญมณีแท้จากธรรมชาติหลากสี ที่ช่วยเสริมความโชคดีในด้านต่างๆ และสัญลักษณ์ที่เป็นเครื่องรางนำโชค ให้ผู้สวมใส่ได้รู้สึกอุ่นใจและเป็นเสมือนเครื่องเตือนใจให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ เพื่อให้เกิดความสุขได้ในทุกๆ วัน ซึ่งประกอบไปด้วย อะความารีน (Aquamarine) หินแห่งความกล้าหาญและการป้องกัน ช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้อย่างปลอดภัย, โรโดโครไซต์(Rhodochrosite) หินที่ช่วยในการบำบัดอารมณ์ ช่วยรักษาความรู้สึกทางใจ ให้คุณมอบความรักต่อตัวเองและคนอื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข, โรสควอตซ์ (Rose Quatz) อัญมณีสีสวยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรักหลายรูปแบบ และหินนี้จะเป็นพลังช่วยให้คุณเข้าใจถึงความรักได้จากทุกมุมมอง, อเมทิสต์ (Amethyst) สัญลักษณ์แห่งการปกป้องคุ้มครอง เป็นโล่กันพลังงานด้านลบ ความเครียด และสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ, บลู เบริล (Blue Beryl) หินแห่งความกล้าหาญและการปกป้อง หากมีไว้จะทำให้รู้สึกปลอดภัยช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคได้อย่างปลอดภัย, ลาบราดอร์ไลท์ (Labradorite) อัญมณีช่วยชำระล้างให้มีแต่พลังงานสะอาดอยู่กับคุณ นำพาคุณค้นพบเส้นทางสู่ความสำเร็จ และเป็นเครื่องเตือนใจว่าความฝันจะเป็นจริง, อาเกตสีดำ (Black Agate) หินเสริมพลังความกล้าหาญ และนำพามาสู่ความสำเร็จ เอาชนะศัตรูและนำชัยชนะมาให้กับผู้สวมใส่, โซดาไลท์ (Sodalite) หินแห่งอุดมคตินิยมช่วยในการสื่อสารและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ สร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับคุณ, เรนโบว์มูนสโตน (Rainbow Moonstone) อัญมณีที่ส่งมอบความสงบ เพิ่มความสำเร็จและความโชคดีในความรักสร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นวัฏจักรของความมืดให้ทางไปสู่แสงสว่าง, ไวท์ คอรัล (White Coral) หินปะการังสีขาว อัญมณีแห่งโชคลาภ ขจัดพลังงานด้านลบและดึงดูดพลังงานในเชิงบวกสร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าพลังงานบวกคือกุญแจสู่ความสุข และ วิชโบน (Wishbone) สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ความปรารถนาของคุณจะเป็นจริงถ้าคุณเชื่อด้วยหัวใจ สร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าจะนำมาซึ่งความโชคดีในชีวิตของคุณ

เทคนิคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องประดับเสริมสไตล์ช่วยเพิ่มความโชคดีตามคาแรคเตอร์

หนุ่มสาววัยทำงาน

เครื่องประดับชิ้นเล็กที่มีดีไซน์เรียบหรู สามารถมิกซ์แอนด์เข้ากับชุดสูทหรือเบลเซอร์ รวมถึงใส่คู่กับนาฬิกาเรือนโปรดได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้เสริมลุคให้ดูมีความภูมิฐาน ส่วนอัญมณีที่จะช่วยเสริมโชคในด้านการทำงาน แนะนำเป็น โรโดโครไซต์ (Rhodochrosite) ที่จะช่วยบำบัดอารมณ์ให้มีจิตใจจดจ่อต่อการทำงาน อเมทิสต์ (Amethyst) ช่วยคุ้มครองจากพลังงานด้านลบ ความเครียด และสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ และ อะความารีน (Aquamarine) หินแห่งความกล้าหาญและการป้องกัน ช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้

หนุ่มสาวรักการผจญภัย 

สำหรับผู้ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ รวมไปถึงชื่นชอบการทำกิจกรรมผจญภัยที่บางครั้งอาจเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต สามารถเลือกสวมเครื่องประดับดีไซน์เก๋ ประดับด้วยหินอัญมณีสีมงคลที่จะช่วยเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยแก่ผู้ที่สวมใส่ อย่างบลูเบริล (Blue Beryl) หินแห่งความกล้าหาญและการปกป้อง จะช่วยทำให้รู้สึกปลอดภัย หรืออะความารีน (Aquamarine) หินแห่งความกล้าหาญและการป้องกัน ช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคทั้งปวงไปได้อย่างปลอดภัย และเรดวิชโบน (Red Wishbone) สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ที่จะช่วยนำพาความปรารถนาให้เป็นจริงด้วยพลังของวิชโบน

หนุ่มสาวที่กำลังมีความรัก

เครื่องประดับดีไซน์สวยที่นอกจากจะช่วยเติมเต็มลุคให้สวยสมบูรณ์แบบแล้ว คงจะดีไม่น้อยหากเลือกใส่เป็นเครื่องประดับที่จะช่วยเสริมดวงในด้านเรื่องความรัก อย่างสร้อยข้อมือถักดีไซน์เก๋ชิ้นเล็กๆ ประดับด้วยอัญมณีอย่าง เรด วิชโบน (Red Wishbone) สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ที่จะช่วยนำพาความปรารถนาให้เป็นจริงด้วยพลังของวิชโบน หรือ โรโดโครไซต์ (Rhodochrosite) ช่วยรักษาความรู้สึกทางใจให้คุณมอบความรักแก่ตนเองและคนอื่น และโรสควอตซ์ (Rose Quatz) อัญมณีขึ้นชื่อในเรื่องช่วยเสริมความรัก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรัก ช่วยให้คุณเข้าใจความรักได้จากทุกมุมมอง

ภาพ http://www.ravipa.com, Facebook: ravipajewelry

ทำไมศักยภาพในการนำตนเองจึงสำคัญ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/624938

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 09:45 น.

ทำไมศักยภาพในการนำตนเองจึงสำคัญ?

การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : ความท้าทายบทใหม่ของผู้นำองค์กรยุคโควิด ต้องปรับตัวอย่างไร? จึงจะสามารถพาทีมและธุรกิจให้ก้าวผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

สถานการณ์ในปัจจุบัน จากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ธุรกิจต่างปรับตัวครั้งใหญ่ โดนกันทั่วหน้า ไม่มียกเว้น ใครสายป่านไม่ยาวพอและไม่สามารถเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้ได้ต้องล้มละลายทั้งธุรกิจการบิน เช่ารถ โรงแรม ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ อุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว สถาบันการเงิน IT และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย

โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีสายป่านไม่ยาวพอกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายธุรกิจเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และไม่รู้ว่าจะกลับมาเปิดได้เมื่อไร หลายธุรกิจต้องปรับโมเดลสู่บรรทัดฐานใหม่ในการทำธุรกิจ อัดแคมเปญมากมายทั้งลดแลกแจกแถม ระบายของเก่า ลดสต็อก เร่งเก็บหนี้ ยืดเจ้าหนี้ เพื่อกำเงินสดไว้ในมือ อีกทั้งต้องปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเร่งฟื้นคืนชีพในครึ่งปีหลัง

…และถึงแม้จะกลับมาเปิดได้ ก็ยังสงสัยว่าจะสามารถทำกำไรได้หรือไม่ จะคงความเข้มแข็งเหมือนเดิมหรือไม่ และจะสร้างความมั่นคงยั่งยืนในอนาคตได้อย่างไร

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot-การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน ระบุ ภาพทั้งปี 2563 จึงมีโอกาสพลิกเป็นมีกำไรได้ยาก ในขณะที่ปี 2564 คาดฟื้นมามีกำไรอีกครั้งแต่ก็ยังจำกัด และจะยังไม่กลับมาที่ระดับปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีโอกาสสูงที่จะโดนกระหน่ำซ้ำเติมด้วยสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกายิ่งไปกว่านั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังเตือนว่านี่ยังไม่ใช่เวลาที่ประเทศต่างๆ จะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่เร็วเกินไป เพราะยารักษาโดยตรงก็ไม่มี วัคซีนต้องใช้เวลาอีกกว่าปีจึงจะสำเร็จ

ทุกภาคธุรกิจแสดงความกังวลว่าไม่เคยเจอวิกฤติที่หนักเช่นครั้งนี้มาก่อน มันคือวิกฤตการณ์ข้ามคืนที่ทั่วทั้งโลกหยุดในเวลาเดียวกัน ความท้าทายคือผู้นำองค์กรต้องปรับตัวอย่างไรจึงจะสามารถพาทีมงานและคู่ค้าธุรกิจให้ก้าวผ่านไปด้วยกัน?

คุณสมบัติหนึ่งที่มีความสำคัญในการนำธุรกิจกลับมาเพื่อความยั่งยืนคือ การพัฒนาศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุก

ทำไมศักยภาพในการนำตนเองจึงสำคัญ?

เมื่อเหตุการณ์บนโลกใบนี้ไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน และคลุมเครือ ดังเช่นการอุบัติขึ้นของไวรัสโควิด 19 และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความยั่งยืนของธุรกิจ และเป็นที่ทราบดีว่าคนคือปัจจัยสำคัญของความสำเร็จขององค์กร องค์กรจึงต้องการคนที่มีขีดความสามารถสูงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาวะผันผวน และคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันคือ ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุก

ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุกคืออะไร?

มันคือความสามารถในการพัฒนาตนเอง สามารถสร้างแรงผลักดันตนเองได้ภายใต้ภาวะวิกฤต สามารถควบคุมตนเองได้โดยไม่ตกอยู่ในอำนาจของปัจจัยภายนอกหรือกระแสสังคม ชีวิตจึงไม่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เป็นลบ แต่กลับมองหาทางออกว่ามีอะไรที่อยู่ในวิสัยที่ตนพอจะทำได้ อีกทั้งสามารถฟื้นฟูภายในจากสภาพจิตใจที่ติดลบ ท้อถอย ให้กลับมายืนหยัดได้ด้วยตนเอง

เพราะมันไม่สำคัญว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่มันอยู่ที่ว่าเราไปรับรู้และตอบสนองมันอย่างไร และในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถเลือกตอบสนองได้ นั่นคือเรามีศักยภาพหากเราเลือกตอบสนองได้ นั่นแสดงว่าเรามีอิสระในการนำตนเองได้ความสามารถในการนำตนเองจึงเป็นที่มาของศักยภาพที่แท้จริง

แล้วเราควรทำอะไรในช่วงนี้?

ในช่วงของการปรับตัวนี้ นี่คือโอกาสสำคัญของการใช้เวลาเพื่อพัฒนาศักยภาพในการนำตนเองเพื่อความยั่งยืนในอนาคตโดย

  1. การปรับกรอบความคิดเชิงบวกเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนตนเองเชิงรุก นำตนเองได้
  2. การพัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อการแก้ปัญหาระบบเชิงซับซ้อน
  3. การมองภาพเชิงองค์รวมเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ
  4. การเห็นคุณค่าตนเองเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความมั่นคงภายใน กล้าตัดสินใจ
  5. การเห็นคุณค่าในความแตกต่างเพื่อสร้างศรัทธา เพื่อการทำงานเป็นทีมอย่างเป็นหนึ่งเดียว
  6. การเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์เพื่อสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

คุณสมบติเหล่านี้มาจากกรอบความคิด กรอบความคิดเป็นของตนอง ดังนั้น การพัฒนาใดๆ จึงเป็นเรื่องที่ตนกำหนดได้เองทั้งสิ้น

มันคือ.. ความสามารถในการปรับฟื้นคืนสภาพของตนเองได้จากภาวะติดลบ (Self-resilience)

มันคือ.. ความสามารถในการเลือกตอบสนอง (Potential Response-ability)

มันคือ.. ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุก (Proactive Potentiality)

ความสามารถในการนำตนเองเชิงรุกจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ

5 เคล็ดลับต้องรู้ คู่มือคนลดน้ำหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/624860

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 08:10 น.

5 เคล็ดลับต้องรู้ คู่มือคนลดน้ำหนัก

แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ความงาม แนะวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ทั้งสุขภาพดีและไม่โทรม พร้อมเผย 5 เคล็ดลับต้องรู้คู่มือคนลดน้ำหนัก

“กำลังลดน้ำหนัก” ประโยคสุดฮิตติดยุคนี้ไปแล้ว คนรอบกายเราไม่ว่าจะอวบ อ้วน หรือแม้แต่ดูผอมเพรียว ก็ล้วนแต่ “กำลังลดน้ำหนัก” ด้วยวิธีสารพัดสารพัน จนไม่รู้ว่าอันไหนดี และบางวิธีก็ดูอันตรายซะเหลือเกิน ซิกน่า ประกันที่เข้าใจถึงความต้องการไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตที่แตกต่าง เผยวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักที่ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด จากคุณหมอตัวจริง ให้ลดได้ หุ่นดีได้ เลิกมโน โดย หมออุ๊ก-พญ.ธตรฐวงศ์สามศร แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ความงาม

แต่ก่อนอื่นมาดูก่อนว่าจริงๆ แล้วใครกันนะที่ต้องลดความอ้วน?

ในทางทฤษฎี อ้วนหรือผอม สามารถวัดได้จากค่าต่างๆ เช่น ค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index, BMI) อัตราส่วนรอบเอวต่อส่วนสูง (Waist height ratio, WHtR) และอัตราส่วนรอบเอวต่อรอบสะโพก (Waist hip ratio, WHR) ซึ่งทางยุโรปกับเอเชียจะมีค่ามาตราฐานต่างกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วจะพบว่าความพึงพอใจในรูปร่างและน้ำหนักนั้นเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่ไม่ว่าจะอย่างไร น้ำหนักตัวที่มากเกินไปทำให้เสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคของหลอดเลือดหัวใจ มีโรคร้ายมาเกี่ยวข้องอย่างนี้จะอยู่เฉยได้ยังไง

รวมเคล็ดลับการลดความอ้วนจากคุณหมอ

เคล็ดลับที่ 1 ทำ Food Diary

หมอให้คนไข้ทุกคนลองทำ Food Diary ของตัวเองคือจดบันทึกทุกอย่างที่ทานในแต่ละวันทั้งประเภทและปริมาณอาหารต้องจดตามจริงนะคะพอครบสัปดาห์ก็ให้ส่งการบ้านมานั่งดูด้วยกันจะเห็นเลยว่าอาหารส่วนมากที่ทานเป็นอาหารตามใจปากทั้งนั้นทานเพราะอยากไม่ใช่เพราะหิวแคลอรี่สูงมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายน้อย

สำหรับการทำ Food Diary  จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องกินเท่าไหร่หรือลดน้ำหนักเท่าไหร่ถึงจะเรียกว่าพอดี? หมออยากให้ลองนึกภาพว่าร่างกายของเราเป็นตาชั่งดู ข้างหนึ่ง คือ input ที่เรารับเข้าสู่ร่างกาย อีกข้างเป็น output ที่ออกจากร่างกาย สภาพที่ตาชั่งสมดุลก็คือทั้ง 2 ข้างมีน้ำหนักเท่ากัน ถ้าเราต้องการลดน้ำหนักก็คือควรจะลด input และเพิ่ม output เพื่อให้ร่างกายดึง storage ที่เก็บไว้ในรูปของไขมันออกมาใช้เป็นพลังงานค่ะ การควบคุมปริมาณอาหารก็ช่วยลด input ได้ เน้นว่าลดนะคะไม่ใช่อดอาหาร

เคล็ดลับที่ 2 ปรับพฤติกรรมการกิน

หมอเชื่อว่าทุกคนทราบดีค่ะว่าทานอะไรแล้วอ้วนหรือไม่อ้วนเพียงแต่เรายังทานอยู่เหมือนเดิมเท่านั้นเองถ้าเป็นคนทานเก่งทานจุบจิบทั้งวันก็อาจจะเริ่มจากเปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวเป็นหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาลหรือผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำก่อนแล้วค่อยๆลดปริมาณลงหรือถ้าชอบดื่มชากาแฟหรือน้ำอัดลมก็อาจจะลองลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มหรือเปลี่ยนเป็นชนิดที่ให้พลังงานน้อยลงก็ช่วยได้

เคล็ดลับที่ 3 การออกกำลังกายลดความอ้วน

หมออยากแนะนำวิธีออกกำลังกายลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนของเราดังนี้

  • Basal Metabolic Rate คือ อัตราการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน หรือจำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่ต้องการใช้ในชีวิตแต่ละวัน ดังนั้นการคำนวณ BMR จะช่วยให้ทราบปริมาณแคลอรี่ที่แต่ละคนต้องการต่อวันเพื่อการลดน้ำหนักได้
  • การออกกำลังกายลดน้ำหนัก คือ กิจกรรมที่ดึงพลังงานไขมันส่วนเกินออกมาใช้ ในสภาวะที่หัวใจมีอัตราการเต้น 130-150 ครั้งต่อนาที (ขึ้นอยู่กับเพศและวัย) เป็นเวลา 15-45 นาที วิธีออกกำลังกายที่แนะนำ กิจกรรมแนะนำ เช่น วิ่ง เต้นแอโรบิค ปั่นจักรยาน
  • การออกกำลังกายเพื่อความกระชับ คือ กิจกรรมที่อวัยวะส่วนนั้นๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวในท่าหนึ่งๆ หลายๆ ครั้ง หรือ เกร็งอวัยวะส่วนนั้นๆ เป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดอาการล้า และตึงของกล้ามเนื้อ เช่น วิธีออกกำลังกาย ที่เน้นการสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างร่างกาย (Pilates) หรือเวทเทรนนิ่ง การออกกำลังกายที่ใช้แรงต้าน(Weight Training)
  • การออกกำลังกายลดน้ำหนัก และเพิ่มความกระชับไปพร้อมกัน เช่น วิธีออกกำลังกาย ที่นำท่าของการชกมวยมาประยุกต์ใช้ (Boxing) โยคะร้อน (Hot Yoga) หรือ การฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว (Agility Workout)

อยากให้เลือกวิธีการออกกำลังกายลดน้ำหนักให้เหมาะกับร่างกายอายุและความต้องการด้วยนอกจากจะช่วยให้น้ำหนักลดลงเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจและปอดแล้วยังช่วยยกระดับระบบเผาผลาญในร่างกาย (Basal Metabolic Rate, BMR)ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ค่อยๆ เริ่มทำช่วงที่ว่างก็ได้ พอทำได้แล้วก็ทำให้นานขึ้น ที่สำคัญคืออยากให้ทำเป็นประจำ 3-5 วันต่อสัปดาห์

เคล็ดลับอีกอย่างก็คือ เลือกวิธีการออกกำลังกายที่ชอบและสนุก จะได้ออกกำลังกายเป็นประจำได้โดยไม่เบื่อซะก่อน เพราะหากทำติดต่อกันจนเป็นนิสัย ควบคู่กับการควบคุมอาหาร ไม่ใช่แค่รูปร่างจะดีขึ้นเท่านั้น แต่สุขภาพภายในก็จะดีขึ้นอีกด้วย ลองวัดผลความพยายามของเราด้วยผลตรวจสุขภาพประจำปีดูแล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเลยละ

เคล็ดลับที่ 4 ออกกําลังกายลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป

ตามธรรมชาติถ้าน้ำหนักของร่างกายเราลดลงผิวหนังของเราจะค่อยๆหดตัวลงเพราะชั้นไขมันใต้ผิวหนังมีปริมาณน้อยลงค่ะถ้าน้ำหนักลดเร็วเกินไปจะเกิดภาวะนั้นอยู่แล้วเพราะผิวของเราหดตามไม่ทันดังนั้นการเร่งออกกำลังกายลดน้ำหนักให้เร็วที่สุดอาจไม่ถูกวิธีแต่ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นไม่โทรมและเสริมด้วยการออกกำลังกายเพื่อช่วยกระตุ้นให้ผิวหนังกระชับ

เคล็ดลับที่ 5 สำคัญที่สุดคือใจของเรา

พออายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ การเผาผลาญของร่างกายก็ลดลง มีเวลานอนและออกกำลังกายน้อยลง ไหนจะพฤติกรรมการทานอาหารที่แย่ลงอีก ตรวจสุขภาพประจำปีแล้วผลเลือดผิดปกติเกือบทุกตัว ทั้งเหนื่อยง่าย ทั้งนอนกรน น้ำหนักตัวก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น หมอเองก็อยากมีอายุยืน ถ้าไม่ดูแลร่างกายตั้งแต่ตอนนี้จะเริ่มตอนไหน คือเป็นจุดเริ่มต้นของการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

…เริ่มจัดตารางชีวิตตัวเองใหม่หมดเลย เปลี่ยนมาตื่นแต่เช้าไปออกกำลังกายก่อนเข้างาน ทำ Food Diary ทานมื้อเช้าเป็นมื้อหลัก และลดปริมาณอาหารมื้อเย็น เครื่องดื่มก็ค่อยๆ ลดกาแฟลง พยายามดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ ทั้งหมดที่กล่าวมาตัวหมอเองใช้เวลาเกือบ 2 ปีกว่าพฤติกรรมจะคงที่เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทุกๆคนที่กำลังลดน้ำหนักมีกำลังใจนะคะช้าหรือเร็วอย่าไปกังวลมากสำคัญที่ว่าคุณได้เริ่มต้นดูแลสุขภาพตัวเองแล้ว

.

ขอขอบคุณข้อมูล โดย พญ.ธตรฐ วงศ์สามศร แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ความงาม พีรวรรธน์คลีนิก รักษาโรคทั่วไป ดูแลความงามและศูนย์ลดน้ำหนัก จาก ซิกน่า

ไลฟ์สไตล์ วันที่ 29-31 พ.ค. 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life

ดวงรอบสัปดาห์ทำนายระหว่างวันที่ 1-7 มิ.ย. 63
ดวงรอบสัปดาห์ทำนายระหว่างวันที่ 1-7 มิ.ย. 63

โดย…อ.ชลธี โพธิ์สุ

วันที่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 16:01 น. | ดูดวง
ลุยตามสั่งอิ่มไม่อั้น สดใหม่ใส่ใจทุกจาน  @พระยา คิทเช่น
ลุยตามสั่งอิ่มไม่อั้น สดใหม่ใส่ใจทุกจาน @พระยา คิทเช่น

กลับมาให้หายคิดถึงกับรูปแบบ “ตามสั่ง–อิ่มไม่อั้น” ที่ห้องอาหารพระยา คิทเช่น เสิร์ฟอาหารตามสั่งอิ่มไม่อั้น ทุกศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เริ่มแล้ววันนี้

วันที่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 11:50 น. | กิน-เที่ยว
เที่ยววิถีใหม่ เน้นปลอดภัย แคร์คุณเหมือนครอบครัว
เที่ยววิถีใหม่ เน้นปลอดภัย แคร์คุณเหมือนครอบครัว

เที่ยวอุ่นใจหลังโควิด เซ็นทารา พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย ‘เซ็นทารา คอมพลีท แคร์’ ตอบรับวิถีชีวิตใหม่ เน้นท่องเที่ยวปลอดภัย แคร์คุณเหมือนครอบครัว ครอบคลุมทุกบริการ เว้นระยะห่างอย่างพอดี

วันที่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 11:00 น. | กิน-เที่ยว
ติดบุหรี่ ติดโควิด เสี่ยงตายสูง
ติดบุหรี่ ติดโควิด เสี่ยงตายสูง

31 พฤษภาคม “วันงดสูบบุหรี่โลก” แพทย์ห่วงการเป็นนักสูบของเด็กและเยาวชน ชี้อันตรายและโทษของบุหรี่ พร้อมแนะใช้หลัก 3 ช.ในการสื่อสาร “เช็ค-ชับ-แชร์”

วันที่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 08:30 น. | สุขภาพ
เจาะลึก แอร์-สจ๊วต กับความท้าทายในยุคโควิด-19
เจาะลึก แอร์-สจ๊วต กับความท้าทายในยุคโควิด-19

เจาะลึกผลสำรวจแนวทางการรับมือกับการยอมรับต่อเงื่อนไขการทำงานในรูปแบบใหม่ พร้อมวิธีการดูแลสุขภาพจิตของแอร์-สจ๊วต การบินไทย กับความท้าทายครั้งสำคัญในการฝ่าวิกฤตโควิด-19

วันที่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 08:08 น. | work-life-balance
"ไทยชนะ" วิถีใหม่ของคนไทยยุคโควิด-19
“ไทยชนะ” วิถีใหม่ของคนไทยยุคโควิด-19

จริงๆ แล้วไม่ได้มีแต่ประเทศไทยที่ใช้แอฟพลิเคชั่นติดตามโควิด-19 สิงคโปร์และออสเตรเลียก็ใช้เช่นกัน

วันที่ 29 พ.ค. 2563 เวลา 19:50 น. | สุขภาพ