ลืมขวดน้ำพลาสติกไปเลย! พบหยดน้ำกินได้จากแลปอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 เมษายน 2560 เวลา 16:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/490278

ลืมขวดน้ำพลาสติกไปเลย! พบหยดน้ำกินได้จากแลปอังกฤษ

นวัตกรรมใหม่จากอังกฤษ ด้วยวัสดุกินได้ที่สกัดจากสาหร่าย หวังลดปริมาณขยะพลาสติก

โลกของเรากำลังจะจมด้วยขยะพลาสติก และในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นขวดน้ำพลาสติก แค่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เดียว ในแต่ละปีชาวสหรัฐทิ้งขวดน้ำพลาสติกมากถึง 35 พันล้านขวดเลยทีเดียว

ทีมนักศึกษาการออกแบบเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมจาก Skipping Rocks Lab ในอังกฤษเล็งเห็นถึงปัญหานี้ และพยายามเต็มที่มายาวนานในการหาวัสดุชนิดใหม่แทนที่ขวดพลาสติก เพื่อลดปริมาณขยะที่กำลังทำลายสิ่งแวดล้อมของเราทุกคน

พบกับ Ooho! นวัตกรรมใหม่ของการสร้างบรรจุภัณฑ์ของเหลว ที่พิเศษตรงที่ผู้ใช้สามารถกินมันได้ โครงการดังกล่าวได้รับเงินสนับสนุนอย่างล้นหลามบนโลกออนไลน์ และอาจเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของบรรดาสินค้าเครื่องดื่มในอนาคต

Ooho! เป็นน้ำดื่มที่ถูกบรรจุลงในวัสดุทานได้ที่สกัดมาจากสาหร่ายชนิดหนึ่ง วัสดุดังกล่าวนี้มีความยึดหยุ่น ฉะนั้น Ooho! หรือน้ำดื่มของคุณจึงสามารถกลิ้งไปมา และบิดงอไปตามแรงกดได้ ไม่ต่างจากหยดน้ำ ของเหลวภายในสามารถบรรจุอยู่ได้นานราว 4 – 6 สัปดาห์ ก่อนที่จะเริ่มระเหยออกไปเองตามธรรมชาติ นอกจากนั้นวัสดุของพวกเขายังสามารถตกแต่งสีสัน และรสชาติได้อีกด้วย จึงทำให้ Ooho! นั้นสามารถใช้ได้กับเครื่องดื่มหลากชนิด ไปจนถึงสุรา และเครื่องสำอาง

จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมเก๋ไก๋นี้มาจากการสังเกตเห็นพฤติกรรมบริโภคที่ผู้คนมักทิ้งขวดน้ำที่เพิ่งใช้เพียงแค่ครั้งเดียว นั่นส่งผลให้เกิดขยะปริมาณมากตามมา ซึ่งตลอดช่วงเวลาของการพัฒนา Ooho! นานหลายปี ในที่สุดทางผู้ผลิตก็สามารถผลิตให้ต้นทุนของ Ooho! นั้นถูกกว่าต้นทุนของการผลิตขวดน้ำพลาสติกเสียอีก

และในอนาคตทาง Skipping Rocks Lab ตั้งใจว่าพวกเขาจะทดลองใช้งานจริง Ooho! ในการแข่งขันวิ่งมาราธอน ตามอีเว้นดังๆของกรุงลอนดอน ซึ่งในทุกๆการแข่งขันนั้นมีขวดน้ำพลาสติกกว่า 750,000 ขวดถูกทิ้ง ฉะนั้นแล้วพวกเขาจึงคิดว่า ช่วงเวลาดังกล่าวนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเก็บข้อมูลของผู้คนที่จะมีปฏิกิริยาต่อนวัตกรรมใหม่ รวมถึงปริมาณขยะที่ลดลงด้วย

 

 

กสทช.คาดเปิดประมูลคลื่น1800และ850ได้ช่วงต้นปี61

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 เมษายน 2560 เวลา 16:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/490277

กสทช.คาดเปิดประมูลคลื่น1800และ850ได้ช่วงต้นปี61

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากสภานิบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เห็นชอบวาระ 3 ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือ พ.ร.บ. กสทช. ซึ่งใน พ.ร.บ. กสทช ฉบับดังกล่าว จะมีการแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ ส่งผลให้หลังจากนี้ กสทช. มีแผนเตรียมจัดทำหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 850 เมกะเฮิรตซ์ คาดจะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค. 60 และจะสามารถเปิดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 850 เมกะเฮิรตซ์ ได้ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.61 ซึ่งการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวจะถือเป็นครั้งแรกที่มีการประมูลล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ได้ทำสัญญาไว้กับ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) หรือ ดีแทค ที่มีกำหนดสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือนก.ย. 61 เพื่อให้ทางผู้ประกอบการและผู้ใช้งานที่มีแนวโน้มจะตกค้าภายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานได้มีโอกาสเตรียมพร้อมล่วงหน้า

เลขา กสทช. คาดพร้อมเปิดประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์-850 เมกะเฮิรตซ์ ช่วงม.ค.- ก.พ.ปี61

นายฐากร กล่าวว่า ในส่วนราคาตั้งต้นการประมูล ทาง กสทช. จะยึดเอาผลการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีขึ้นเมื่อช่วงปลาย 58 เป็นหลัก ซึ่ง การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ในรอบใหม่ที่จะมีขึ้น จะมีการ แบ่งเป็น 3 ใบอนุญาต จำนวนใบอนุญาตละ 15 เมกะเฮิรตซ์ โดยมีราคาตั้งต้นการประมูลราว 40,000 ล้านบาทต่อใบอนุญาต ส่วนคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ 1 ใบอนุญาต จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ จะมีราคาตั้งต้นการประมูลอยู่ที่ราว 75,000 ล้านบาท ทั้งนี้ด้วยกฎหมายฉบับใหม่ เงินรายได้ที่เกิดขึ้นจากการประมูลร้อยละ 15 จะนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(กองทุนดีอี) ส่วนที่เหลือ ร้อยละ 85 เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการจัดการประมูลเสร็จสิ้นจะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินดังเดิม

“การที่ตอนนี้ประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ไปอย่างรวดเร็วมากนัก ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะไม่มีเงินเป็นตัวช่วย แต่เชื่อได้ว่าการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ที่น่าจะได้เงินมากถึงราว 200,000 ล้านบาทจะเป็นงบประมาณอย่างดีในการให้รัฐบาลนำไปใช้ในโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศ” นายฐากร กล่าว

นายฐากร กล่าวด้วยว่า สำหรับการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ ส่วนตัวมองว่าน่าจะมีผู้ประกอบการเข้าประมูลทั้งสิ้น 4 ราย ประกอบด้วยผู้ประกอบการ 3 รายเดิมที่เป็นรายใหญ่ในตลาดขณะนี้ และ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ จำกัด ที่อาจมาในชื่อบริษัทใหม่ เนื่องจากชื่อบริษัทเดิม คือ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบรนด์ ได้ถูก กสทช. ขึ้นแบล็คลิส เนื่องจากก่อนหน้านี้ แจส ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ แต่ไม่สามารถเดินทางมาชำระค่าใบอนุญาตงวดแรกพร้อมวางหนังสือรับรองจากสถาบันการเงิน(แบงก์การันตี) ได้ทันตามกำหนด

 

แอปเปิ้ลเล็งซื้อหน่วยธุรกิจผลิตชิปโตชิบา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 เมษายน 2560 เวลา 07:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/490154

แอปเปิ้ลเล็งซื้อหน่วยธุรกิจผลิตชิปโตชิบา

แอปเปิ้ลพิจารณาจับมือฟอกซ์คอนน์ เตรียมเสนอซื้อธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของโตชิบา

รอยเตอร์ส รายงานอ้างสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่น ว่า แอปเปิ้ล อิงค์ กำลังเตรียมร่วมมือกับฟอกซ์คอนน์ ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของไต้หวัน เพื่อเสนอซื้อธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของโตชิบา ที่บริษัทประกาศขายเพื่อชดเชยการขาดทุนจากธุรกิจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของบริษัทลูก เวสติงเฮาส์ อิเล็กทริก

เอ็นเอชเค รายงานว่า แอปเปิ้ลพิจารณาลงทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อซื้อหุ้นกว่า 20% ในธุรกิจดังกล่าว โดยแอปเปิ้ลและฟอกซ์คอนน์จะเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ ขณะที่โตชิบายังมีสิทธิบริหารจัดการธุรกิจอยู่ โดยข้อเสนอดังกล่าวจะช่วยลดความวิตกของรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับการสูญเสียเทคโนโลยีผลิตชิปให้กับต่างชาติ

รายงานระบุว่า ข่าวการเสนอซื้อธุรกิจชิปของแอปเปิ้ล ทำให้การขายกิจการครั้งนี้ของโตชิบามีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากแอปเปิ้ลเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ทรงอิทธิพล

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิกเกอิ รายงานว่า ฟอกซ์คอนน์ขอให้บริษัท ซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป ร่วมมือกับบรรดาธนาคารญี่ปุ่น เพื่อเปิดทางให้การเสนอซื้อธุรกิจชิปของโตชิบาเป็นไปอย่างราบรื่น โดยก่อนหน้านี้ ฟอกซ์คอนน์ต้องการเสนอซื้อธุรกิจดังกล่าวที่ 3 ล้านล้านเยน (ราว 9.45 แสนล้านบาท)

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง เวสเทิร์น ดิจิทัล คอร์ป ที่เป็นพันธมิตรกับโตชิบาและสนใจเข้าซื้อธุรกิจชิป เตือนว่าการวางแผนขายธุรกิจชิปอาจเป็นการละเมิดสัญญาการร่วมลงทุนระหว่าง 2 บริษัท และต้องการสิทธิพิเศษในการต่อรองซื้อธุรกิจชิป

แหล่งข่าวยังเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้โตชิบาจำกัดจำนวนผู้มีสิทธิเสนอซื้อธุรกิจชิป 4 ราย ได้แก่ บรอดคอม จากสหรัฐ เอสเค ไอนิกซ์ บริษัทเกาหลีใต้ ฟอกซ์คอนน์ และเวสเทิร์น ดิจิทัล

ภาพ:เอเอฟพี

 

พาณิชย์จัดระเบียบอี-คอมเมิร์ซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 เมษายน 2560 เวลา 07:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/490151

พาณิชย์จัดระเบียบอี-คอมเมิร์ซ

“พาณิชย์”เตรียมนำรหัสสำหรับจัดหมวดสินค้าและบริการของยูเอ็นมาใช้กับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซใหม่ หวังสร้างความน่าเชื่อถือ

น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และภาคเอกชน เตรียมนำรหัสสำหรับการจัดหมวดหมู่สินค้าและบริการขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มาประยุกต์ใช้กับสินค้าและบริการของไทย เพื่อใช้ในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องรายละเอียดสินค้า เพื่อเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือในการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ในประเทศ และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน (Cross-border e-Commerce) รวมถึงเป็นการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดจะเสร็จภายในเดือน พ.คนี้

ปัจจุบันการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ (อี-คอมเมิร์ซ) เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมและมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ผู้ประกอบการต่างหากลยุทธ์เพื่อสร้างจุดเด่นให้สินค้าและบริการเพื่อสร้างความแตกต่าง ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้มีความสำคัญและถือเป็นหัวใจของการประกอบธุรกิจบนช่องทางออนไลน์ รวมถึงการใช้โปรแกรมประยุกต์ หรือแอพพลิเคชั่น ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลายมิติ ทั้งด้านการพัฒนาส่งเสริมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การแก้ไขหรือป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และประโยชน์ในการพัฒนาสู่ประเทศไทย 4.0 ได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับแนวทางจัดระเบียบการซื้อขายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ได้มีการประชุมร่วมกับกรมการค้าภายใน ดีอี หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อรวบรวมรายการสินค้าและบริการของผู้ประกอบการไทยที่มีการซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีดิจิทัล มาจัดหมวดหมู่ให้ตรงตามมาตรฐานสากล เพื่อใช้ในการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของผู้ประกอบการ ความถูกต้องของรายละเอียดสินค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการซื้อขายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ จะมีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ประกอบการที่จดทะเบียนธุรกิจ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล รวมถึงนำฐานข้อมูลจดทะเบียนธุรกิจแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนนำไปใช้ประโยชน์

 

โตโยต้าเบนเข็มมุ่งลงทุนหุ่นยนต์รับสังคมสูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 เมษายน 2560 เวลา 10:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/490053

โตโยต้าเบนเข็มมุ่งลงทุนหุ่นยนต์รับสังคมสูงอายุ

ค่ายรถใหญ่ญี่ปุ่นตั้งเป้าผลิตหุ่นยนต์ปริมาณมาก รองรับสังคมผู้สูงอายุ

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เปิดเผยว่า บริษัทกำลังก้าวข้ามการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง หันไปมุ่งพัฒนาหุ่นยนต์มากขึ้น เพื่อรองรับทิศทางสังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่นที่กำลังขยายตัวรวดเร็ว โดยได้เปิดตัวระบบขาหุ่นยนต์ช่วยเดิน เพื่อช่วยผู้สูงอายุและผู้ป่วยอัมพฤกษ์หรือโรคอื่นๆ ให้สามารถเดินได้อีกครั้ง

โตโยต้า ระบุว่า บริษัทมองเห็นศักยภาพความเป็นไปได้ที่จะขึ้นเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ในปริมาณมาก เพื่อรับมือกับสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวสวนทางกับอัตราการเกิดใหม่ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวยังนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา อาทิ การขาดแคลนแรงงาน และเงินบำเหน็จบำนาญที่ลดลง ซึ่งยังกดดันความต้องการรถยนต์ในประเทศด้วย

“หากเราต้องการช่วยให้ผู้สูงอายุจำนวนมากเดินเหินเคลื่อนไหวต่อได้ หลังจากที่พวกเขาไม่สามารถขับรถได้อีกต่อไป เราก็ต้องมองไปให้เหนือกว่ารถยนต์ และก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์” โทชิยูกิ อิโซเบะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟรอนเทียร์ รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ ของโตโยต้า กล่าวกับรอยเตอร์ส

ทั้งนี้ ทิศทางของโตโยต้ามีขึ้นสอดคล้องกับบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ที่เปิดตัวขาหุ่นยนต์ช่วยเดินในปี 2015 ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อเนื่องมาจากโครงการหุ่นยนต์อาซิโม

ภาพเอเอฟพี

 

ดิจิทัลคอนเทนต์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 เมษายน 2560 เวลา 07:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489996

ดิจิทัลคอนเทนต์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

 โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

จากผลการสำรวจเกี่ยวกับดิจิทัลคอนเทนต์ในปี 2558 พบว่า มูลค่าตลาดรวมสูงกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ถือว่าเติบโตขึ้นมาก ทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งผลักดันเรื่องสินค้าลิขสิทธิ์ของไทยเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้

มนต์ชัย ศรีเจริญศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาด 2 สำนักงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดีป้า เผยว่า ดิจิทัลคอนเทนต์เป็น 1 ใน 5 ของ New S Curve ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้านองค์กรอุตสาหกรรมการใช้ลิขสิทธิ์ระดับโลก หรือ LIMA ระบุว่า ตลาดภูมิภาคเอเชียโตสวนกระแสและไทยมีอัตราขยายตัวสูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท เป็นอันดับที่ 37 ของโลก

ทั้งนี้ ดิจิทัลคอนเทนต์ถือว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งประกอบไปด้วย รถยนต์ ที่มีการพัฒนาระบบการขับเคลื่อนแบบไร้คนขับ กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวที่มีการเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งระบบจองตั๋วและที่พักออนไลน์ บริการสาธารณสุข เช่น โครงการอี-เฮลท์ที่ร่วมมือกับทางกระทรวงสาธารณสุข ขยายโอกาสเข้าถึงแพทย์ไปยังพื้นที่ชนบทโดยไม่ต้องเดินทางมายังโรงพยาบาล ผ่านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องประสานงานกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เพื่อช่วยเหลือคนในชุมชน และมีการนำเครื่องมือดิจิทัลไปสร้างระบบการจำลองการผ่าตัด เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย

กลุ่มเกษตรกรรมที่นำนวัตกรรมมาพัฒนาผลผลิตและส่งขายออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซ ช่วยให้ชุมชนรู้จักใช้ไอทีในการทำตลาดและขยายสินค้า สร้างอี-มาร์เก็ตเพลสให้ชุมชน และสุดท้ายคือ ดิจิทัลคอนเทนต์ ที่นักสร้างสรรค์ของไทยมีฝีมือในการส่งออกและเติบโตจนสร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมหาศาล

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังมีศักยภาพ ทำให้ได้รับการยอมรับระดับสากลในการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ ที่มีมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 1,500 ล้านบาท ทำให้ผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยถือว่าเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยไปสู่ระดับโลกได้เพิ่มขึ้น

ยกตัวอย่างการดึงอุตสาหกรรมอย่างดิจิทัลคอนเทนต์มาเสริมธุรกิจอี-คอมเมิร์ซนั้น เช่น การให้ผู้ใช้บริการรับชมภาพยนตร์แบบออนไลน์หรือซื้อบริการชมภาพยนตร์แบบออนดีมานด์ ทำให้เกิดการกระจายคอนเทนต์ไปยังแพลตฟอร์มใหม่ๆ ตามพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน คือระหว่างมือถือกับพีซี มือถือกับแท็บเล็ตหรือสมาร์ททีวีก็เป็นได้

ดังนั้น ผู้ผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ไทยที่มีหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น เกม แอนิเมชั่น ยังช่วยเสริมเจ้าของดิจิทัลทีวีช่องต่างๆ ที่มีความต้องการคอนเทนต์เพื่อให้บริการแก่ผู้ชมอีกมาก เพราะที่ผ่านมาคอนเทนต์ของไทยยังไม่มีการข้ามแพลตฟอร์มของคอนเทนต์ (Cross-platform) จากการออกอากาศแบบดั้งเดิม (Traditional broadcast) ไปสู่ออนไลน์ ทั้งที่ตลาดยังมีความต้องการดิจิทัลคอนเทนต์ทั้งในและต่างประเทศจำนวนมหาศาล ซึ่งจะมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของกลุ่มผู้บริโภค

ทั้งนี้ จากการสำรวจภาพรวมตลาดการซื้อขายสินค้าลิขสิทธิ์ปี 2558 พบว่า มีมูลค่าสูงถึง 2.517 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 8 ล้านล้านบาท หากผู้ประกอบการสามารถเข้าได้จะช่วยเสริมช่องทางการเพิ่มรายได้จากธุรกิจไลเซนซิ่งได้ ขณะที่เจ้าของลิขสิทธิ์มีรายได้จากค่าธรรมเนียม/ค่าเช่าใช้ลิขสิทธิ์ทั่วโลก ในปีดังกล่าวสูงถึง 1.39 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4.88 แสนล้านบาท ในไทยมีการซื้อขายสินค้าลิขสิทธิ์ 520 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ติดอันดับ 37 ของโลก อีกทั้งมีการขยายตัวเป็นอันดับ 1 ในอัตราถึง 25.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ปัจจุบันกลุ่มสินค้าไลเซนซิ่งมีกว่า 20 ประเภท แต่กลุ่มสินค้าที่ใหญ่สุด คือ ด้านบันเทิง คิดเป็นสัดส่วน 29% โดยมีค่ายดิสนีย์เป็นผู้เล่นรายใหญ่สุดในอุตสาหกรรมให้เช่าใช้ลิขสิทธิ์ มีส่วนแบ่ง 17% ของตลาดสินค้าลิขสิทธิ์ทั่วโลกที่มีกว่า 8 ล้านล้านบาท ตามด้วยลิขสิทธิ์ที่เป็นแบรนด์บริษัทกลุ่มแฟชั่นและกีฬา

อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สามารถต่อยอดคาแรกเตอร์หรือตัวการ์ตูนเพื่อพัฒนาสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ และขายลิขสิทธิ์สู่ตลาดต่างประเทศ ถือว่าเป็นการช่วยขยายโอกาสสร้างสินค้าและบริการใหม่ๆ สู่ตลาดโลก

 

3ค่ายรับมือสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 เมษายน 2560 เวลา 07:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489841

3ค่ายรับมือสงกรานต์

ผู้ให้บริการเครือข่าย 3 ราย พร้อมรับมือการใช้งานโทรศัพท์มือถือในช่วงเทศกาลสงกรานต์

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคได้จัดทีมดูแลเครือข่ายสำหรับให้บริการตลอด ช่วงเทศกาลสงกรานต์พร้อมจัดรถ โมบายเสริมสัญญาณในพื้นที่ตามจุด ท่องเที่ยวและพื้นที่ที่มีการใช้งาน โทรศัพท์มือถือหนาแน่นทั่วประเทศ รวมทั้งรองรับการติดต่อบนเส้นทางสายหลักที่เดินทางโดยรถยนต์และรถโดยสารสู่ภาคต่างๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ด้าน เอไอเอส ได้เตรียมทีมงานทั้งส่วนกลางและภูมิภาคดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมไว-ไฟ สำหรับให้บริการในร้านอาหารแบรนด์ชั้นนำ ทั้งที่ตั้งในจุดพักรถ สถานี น้ำมันขนส่งและจุดท่องเที่ยวเพื่อให้ เชื่อมต่อได้ไม่สะดุด รวมทั้งเพิ่มรถโมบายและติดตั้งอุปกรณ์ขยายสัญญาณโทรศัพท์มือถือในจุดที่มีการใช้งานหนาแน่น เช่นเดียวกับ ทรูมูฟ ที่เตรียมพร้อมให้บริการเครือข่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์และจัดแพ็กเกจสำหรับ ลูกค้ารวมทั้งกิจกรรมพิเศษในช่วงเทศกาลหยุดยาวนี้

 

ก.ดิจิทัลฯขอให้งดติดตาม3บุคคลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 เมษายน 2560 เวลา 20:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489829

ก.ดิจิทัลฯขอให้งดติดตาม3บุคคลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์

ก.ดิจิทัลฯขอให้ประชาชนงดติดตาม สมศักดิ์-ปวิน-MR.Andrewบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ตามคำสั่งศาลอาญาฐานแพร่หลายข้อความไม่เหมาะสม

เมื่อวันที่12เม.ย.60 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกประกาศเรื่อง การงดเว้นการติดต่อกับบุคคลบนสื่ออินเทอร์เน็ต ลงนามโดยนาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รักษาราชการปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ความว่า

ด้วยศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ระงับการแพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันไม่เหมาะสม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จึงขอให้ประชาชนโดยทั่วไปงดการติดตาม ติดต่อ เผยแพร่ หรือการกระทำอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการเผยแพร่ เนื้อหา ข้อมูล ของบุคคลตามประกาศนี้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์ ทั้งทางตรง และทางอ้อม เพื่อมิให้เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ทั้งเจตนา และไม่เจตนา ดังนี้

1.นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
2.นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
3.MR.Andrew MacGregor Marshall

 

ทีวีดิจิทัลยังแข่งดุ แห่ปรับผัง ชูออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 เมษายน 2560 เวลา 05:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489750

ทีวีดิจิทัลยังแข่งดุ แห่ปรับผัง ชูออนไลน์

โดย….จะเรียม สำรวจ ยังคงแข่งขันกันดุเดือดสำหรับธุรกิจทีวีดิจิทัล เนื่องจากเม็ดเงินโฆษณายังมีอยู่จำกัด ทำให้ต้องออกมาปรับผังรายการเพื่อเรียกผู้ชมให้ได้มากที่สุด โดยแนวโน้มไตรมาส 2 นี้จะเห็นได้ว่าหลายช่องเริ่มออกมาเขย่าผังรายการใหม่กันอย่างคึกคัก เพื่อเรียกเรตติ้งและเม็ดเงินโฆษณา

เริ่มกันที่ช่องเวิร์คพอยท์ หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีกับรายการเดอะ แมส ซิงเกอร์ ซีซั่น 1 ก็ลุยซีซั่นที่ 2 ทันที เพื่อให้มีความต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เพิ่มรายการใหม่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งอีก 3 รายการ คือ ละครนางแค้น และสมอลล์ ทอล์ค เป็นต้น

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัลทีวี บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนปรับผังรายการทุกเดือน ด้วยการนำรายการใหม่ๆ มาออกอากาศ เพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับช่องเวิร์คพอยท์ และปรับปรุงรายการเก่าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้รักษาเรตติ้งซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 1.5

นอกจากนี้ จะให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันผู้ชมหันมาให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากขึ้น ซึ่งช่องเวิร์คพอยท์ได้พัฒนาสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการทำเฟซบุ๊กไลฟ์ ยูทูบ หรือเว็บไซต์ และในเดือน มิ.ย.นี้ จะร่วมกับพันธมิตรแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ผู้ชมสามารถดูรายการผ่านทางออนไลน์ได้ก่อนดูผ่านหน้าจอทีวี และกลับมาดูที่ออนไลน์ได้อีกครั้ง

สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการและผู้ปฏิบัติการแทนรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจทีวีในปัจจุบันนอกจากจะแข่งกับผู้ประกอบการทีวีด้วยกันแล้ว ยังต้องแข่งขันกับพฤติกรรมของผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงไปรับสื่อผ่านช่องทางมัลติสกรีนมากขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น บริษัทจึงนำคอนเทนต์ที่มีอยู่มาสร้างมูลค่าเพิ่มในด้านของรายได้ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ด้วยการเตรียมเปิดตัวธุรกิจนิวมีเดียและคอนเทนต์ใหม่ๆ เพิ่ม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและสื่อสารโดยตรงกับผู้ชมสื่อมัลติสกรีนให้กลับมาชมโทรทัศน์เพิ่มขึ้น

“คาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไปตลาดจะแข่งขันอย่างชัดเจน ซึ่งช่อง 3 ก็จะมีรายการใหม่ๆ มาออกอากาศต่อเนื่อง” สุรินทร์ กล่าว

ด้าน พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า แนวโน้มเรตติ้งไตรมาส 2 ของช่อง 8 ยังคงเติบโตดี เนื่องจากวางกลยุทธ์รักษาการเติบโตของเรตติ้งในช่วงไพรม์ไทม์ ด้วยการปรับผังใหม่ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ทั้งกลุ่มละคร รายการวาไรตี้ และข่าวให้สอดคล้องพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและตลอดเวลา

พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ช่อง 8 ได้ปรับกลยุทธ์คอนเทนต์ออนไลน์เชิงรุกมากขึ้น และได้ผลตอบรับจากผู้ชมบนโลกออนไลน์เติบโตมากกว่า 300%

ภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลยังเติบโตสอดคล้องกับเม็ดเงินโฆษณาของธุรกิจทีวีดิจิทัลที่เติบโตต่อเนื่อง ศึกครั้งนี้จึงยังรุนแรงอีกนาน

 

ก.ดิจิทัลฯมอบรางวัลหนังสั้นผลิตสื่อรับผิดชอบสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 เมษายน 2560 เวลา 12:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/489608

ก.ดิจิทัลฯมอบรางวัลหนังสั้นผลิตสื่อรับผิดชอบสังคม

กระทรวงดิจิทัลฯมอบรางวัลหนังสั้นสนับสนุนการผลิตสื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อสังคม

นางสาววิไลลักษณ์  ชุลีวัฒนกุล  ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  กระทรวงดิจิทัลฯได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตสื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ในกลุ่มเยาวชนระดับอุดมศึกษา  ภายใต้โครงการส่งเสริมการใช้ดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบต่อสังคม

ทั้งนี้ ได้มีการจัดแข่งขันผลิตสื่อดิจิทัลอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม  และความรับผิดชอบต่อสังคม  ในรูปแบบหนังสั้นที่มีเนื้อหาทางด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ  ในการสร้างเสริมเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต  (Digital Economy)    และ  ทักษะความรู้ความเข้าใจในการใช้ดิจิทัลในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงผลกระทบทั้งต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม  (Digital Literacy)

นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้กลุ่มนักศึกษาได้ผลิตสื่อ  ซึ่งมีเนื้อหาส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้อง  เพื่อเผยแพร่ออกไปสู่สังคมวงกว้างเพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้งานเทคโนโลยีพร้อมกับการสร้างสรรค์สื่อให้มีคุณค่า  รับผิดชอบต่อสังคม  มีจริยธรรมและจรรยาบรรณต่อวิชาชีพสื่อที่ดีด้วย

สำหรับ ผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้นมี 12 ทีม  จาก  104  ทีม ภาพยนตร์สั้น ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ เรื่อง จิตแพทย์ จากม.รังสิต รองชนะเลิศอันดับ  1 คือ เรื่อง My  daughter จากม.ธรรมศาสตร์ รองชนะเลิศอันดับ  2  เรื่อง ต้น จากม.กรุงเทพ   นอกจากนี้ยังมีรางวัลชมเชยอีก 9 รางวัล ล้วนเป็นผลงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

นางสาววิไลลักษณ์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ขอเชิญชวนคนไทยสนับสนุนผลงานสร้างสรรค์ของเยาวชนไทย ติดตามชม  กดไลท์  กดแชร์  ให้กับภาพยนตร์สั้นที่ท่านชื่นชอบที่ www.ondefilm.com นอกจากนี้ยังสามารถให้ความเห็นต่อภาพยนตร์สั้นเรื่องต่าง ๆ  เพื่อให้กำลังใจกับผลงานที่ท่านชื่นชอบตามลิ้งค์ http://www.ondefilm.com/survey/playvdo.php