10 กฎพิชิตการสัมภาษณ์งาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/586140

  • วันที่ 11 เม.ย. 2562 เวลา 13:05 น.

10 กฎพิชิตการสัมภาษณ์งาน

เทคนิคการไปสัมภาษณ์งานอย่างไรให้คุณมีความแตกต่างและโดดเด่นอย่างมืออาชีพ

เมื่อต้องขึ้นสังเวียนการเข้าสมัครงาน ด่านแรกหลังส่งประวัติเข้าคัดเลือกจนเข้าสู่รอบสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครจะต้องเจอกับผู้สัมภาษณ์..?

และอะไรคือ สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์คาดหวังที่จะได้รับจากผู้สมัคร ไม่ง่ายเลยสำหรับผู้สมัครที่จะทำให้ตัวเองโดดเด่นและสร้างความประทับใจให้กับผู้สัมภาษณ์ แมนพาวเวอร์กรุ๊ป บริษัทผู้นำระดับโลกในธุรกิจการให้บริการการจ้างงาน จึงแนะนำเทคนิคที่จะช่วยให้คุณสามารถพิชิตใจผู้สัมภาษณ์และสร้างความประทับใจในการสัมภาษณ์

1.อย่าลืมหาข้อมูล ทั้งตัวงาน บริษัท และผู้ที่จะสัมภาษณ์เราก่อนที่จะไปสัมภาษณ์

พื้นฐานอันแรกที่สำคัญมากๆ รู้เขารู้เราก่อนที่จะเข้าสัมภาษณ์กับองค์ใดๆ ควรศึกษาข้อมูลขององค์กรเป็นด่านแรก เพราะแสดงให้เห็นถึงความสนใจและใส่ใจ ซึ่งอาจจะส่งผลให้การสัมภาษณ์ราบรื่นและไปในทางที่ดียิ่งขึ้น ถ้าหากคุณได้พูดในเรื่องหรือกิจกรรมที่ผู้สัมภาษณ์สนใจอยู่ในขณะนั้น

2.ถ้าคุณพอจะเดาออกว่าผู้สัมภาษณ์มองจุดอ่อนของคุณกับงานนี้ตรงไหนบ้างคุณควรพูดมันออกไป

จุดอ่อน ซึ่งไม่ใช่จุดบอด เพราะคุณสามารถหยิบสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของคุณขึ้นมาอธิบายให้ผู้สัมภาษณ์ฟัง เพื่อไขข้อข้องใจว่าทำไม มีเหตุผลอะไร และต่อให้คุณมีจุดอ่อนต่างๆ เหล่านี้แต่คุณถึงยังได้รับการคัดเลือกให้ทำงาน

3.วิธีการเรียกตัวเองก็สำคัญ

สรรพนามแทนตัวเอง เป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างบรรยากาศในห้องสัมภาษณ์ให้ไปในทางบวก เช่น ผู้ชาย จะค่อนข้างง่ายคือใช้แทนตัวเองว่า “ผม” ส่วนผู้หญิง อาจจะใช้เรียกชื่อจริงหรือชื่อเล่นแทนการพูดว่า ดิฉัน ซึ่งดิฉันสามารถใช้ได้แต่มันจะทำให้บรรยากาศตึงเครียดมากเกินไป (แต่ถ้าจะใช้ชื่อเล่นควรออกตัวกับผู้สัมภาษณ์ก่อน เช่น ดิฉันสมศรี ขออนุญาตแทนตัวเองว่า ส้ม นะคะ

4.พูดให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกได้ว่าเราอยากทำงานนี้มากๆจนเนื้อเต้น

ในส่วนนี้เป็นการพูดเสริมให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกถึงความตั้งใจที่เรามีต่องานนี้ สร้างความประทับใจให้แตกต่างกับผู้สมัครคนอื่นๆ

5.การลงท้ายด้วยการขายความสำเร็จ

การปิดท้ายที่แอบซ่อนการขายความสำเร็จเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ ที่คุณจะสร้างความมั่นใจให้กับคุณ ซึ่งความมั่นใจนั้นดีมากๆ ทุกองค์กรมีความต้องการบุคลากรที่มีความมั่นใจ แต่ความมั่นใจต้องไม่มากจนเกินไป และควรอยู่บนพื้นฐานของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต้องสุภาพและไม่ไปข่มคนอื่นๆด้วย

6.ไม่ตอบคำถามไปเรื่อย ถึงแม้ความคิดมันจะพรั่งพรูออกมามากแค่ไหนก็ตาม

การพูดตอบคำถามไม่กระชับไหลวนไปเรื่อย อาจจะทำให้เราพูดวกไปวนมา สะเปะสะปะไร้ทิศทางได้ คุณควรจะวางโครงสร้างการพูดและเตรียมการฝึกซ้อมในเนื้อหามาก่อน เช่น เริ่มด้วยการอ้างอิง (มีแหล่งที่มาจะช่วยให้เรามีความหนักแน่นขึ้น)

-ประโยชน์ (ประโยชน์ที่เขาจะได้จากตัวเรา )

-ตรงประเด็น (พูดให้เข้าเป้าเช่น Keyword , สิ่งที่ผู้ฟังอยากจะได้ยิน)

7.เน้นประโยชน์ที่บริษัทได้จากเรา ไม่ใช่เราได้ประโยชน์อะไรจากบริษัทบ้าง

ผู้สัมภาษณ์ต้องการคนที่จะมาเติมเต็ม หรือแก้ไขปัญหาที่อาจจะกำลังเกิดขึ้นในองค์กรและงานของเขามากกว่า ถ้าหากคุณทราบว่าขณะนั้นตำแหน่งที่คุณไปสัมภาษณ์กำลังเจอปัญหาอะไร คุณยิ่งมีชัยไปกว่าครึ่ง

8.ในหนึ่งคำถามไม่ควรใช้เวลาเล่าเกิน 2-3 นาที

ในการตอบคำถามทุกคำถามควรตอบให้กระชับ เข้าใจง่าย สามารถใช้กฎจับเวลา 90 วินาที (โดยประมาณ) ได้โดยเล่าจากภาพเชิงกว้างแล้วค่อยๆลงรายละเอียดมากขึ้น

9.ชมอะไรเขาสักหน่อยถ้ามีโอกาส

ควรพูดสิ่งที่คุณชอบหรือประทับใจเกี่ยวกับบริษัทที่คุณไปสัมภาษณ์ แต่ก็ไม่ต้องชมมากเกินจริง ควรพูดบนพื้นฐานและเป็นธรรมชาติ

10.ให้ผู้สัมภาษณ์เป็นฝ่ายเล่าแทน

ถ้าเราไม่แน่ใจตรงไหนก็ไม่ควรพูดไปออกไปแบบไม่รู้ เพื่อเป็นการป้องกันตัวเราเองควรออกตัวไปว่า “ถ้าเราพูดตรงไหนเกี่ยวกับบริษัทผิดไป รบกวนช่วยแก้ไขข้อมูลที่ถูกต้องให้ด้วยนะคะ” เขาจะได้ไม่รู้สึกว่าเราไม่รู้จริงแล้วมาพูดเพราะบางเรื่องข้อมูลก็ไม่ได้อัพเดตตลอดเวลาในเว็บไซต์

ทั้งนี้จาก 10 กฎที่นำมาแนะนำ อาจเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความโดดเด่นให้กับตัวเองในการสัมภาษณ์งาน อย่างไรก็ตามส่วนที่สำคัญที่สุดคือ ความเป็นตัวตน และความเป็นคุณ เมื่อต้องนำเสนอความเป็นคุณ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือ ความคิด ทัศนคติและความเชื่อมั่นของตัวคุณเอง เพราะทั้งหมดจะแสดงความเป็นตัวตนที่แท้จริง แล้วชัยชนะที่จะได้รับคือการพิชิตการทำงานอย่างที่คุณปรารถนา

10 ขั้นตอนเอาตัวรอด เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/586129

  • วันที่ 11 เม.ย. 2562 เวลา 12:02 น.

10 ขั้นตอนเอาตัวรอด เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

กองปราบ แนะ 10 ขั้นตอนวิธีการเอาตัวรอด เมื่อเผชิญเหตุเพลิงไหม้

เพจเฟซบุ๊ก กองปราบปราม เผยแพร่ 10 วิธีเอาตัวรอด เมื่อเกิดเพลิงไหม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับผู้ที่พักอาศัย หรือทำงานอยู่บนอาคารสูง เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย

  1. หากเพลิงไหม้เกิดขึ้นภายในห้อง สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การตั้งสติ อย่าตื่นตะหนก
  2. ดึง หรือกดสัญญานแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่กล่องแดงข้างผนังทางเดินทันทีที่พบเหตุเพลิงไหม้ แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม
  3. หากเพลิงไหม้ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น พยายามดับเพลิงโดยการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงในอาคารให้ได้ภายใน 2 นาที อย่ามัวแต่รอความช่วยเหลือจากพนักงานดับเพลิง
  4. หากไม่สามารถดับเพลิงไหม้ได้ ให้ออกจากห้อง และปิดประตูให้สนิทเพื่อชะลอการลุกลามของเพลิงไหม้ จากนั้นรีบออกจากอาคารให้เร็วที่สุด
  5. แต่หากต้นเพลิงเกิดจากส่วนอื่นของอาคาร เมื่อทราบว่ามีเหตุเพลิงไหม้ ให้ตั้งสติ มองหาอุปกรณ์ส่องสว่าง ที่จะช่วยให้สามารถออกจากอาคารในความมืดได้ เช่น ไฟฉาย โทรศัพท์มือถือ
  6. หาผ้าชุบน้ำปิดปาก ปิดจมูก หรือหาผ้าห่มชุบน้ำแล้วห่มตัว เพื่อป้องกันการสูดควันไฟ และเพื่อป้องกันความร้อนจากเปลวไฟ
  7. ก่อนเปิดประตูให้แตะ หรือคลำลูกบิด หากร้อนจัดแสดงว่ามีเปลวเพลิงอยู่ด้านนอก อย่าตื่นตระหนกเปิดประตูทันทีเพราะจะถูกเปลวไฟพุ่งเข้าหาตัวได
  8. ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด เพราะหากติดอยู่ในลิฟต์ มีโอกาสสูงมากที่จะเสียชีวิตจากควันไฟ ให้ใช้บันไดหนีไฟ
  9. หากติดอยู่ในกลุ่มควันไฟ ให้ก้มตัวลงต่ำ และคลานไปกับพื้น เพราะออกซิเจนจะลอยอยู่ที่ต่ำ ควันไฟเป็นเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่เสียชีวิตมากกว่าเปลวไฟถึง 3 เท่าตัวกรณีที่ไม่สามารถออกจากห้องได้ เนื่องจากมีเปลวไฟอยู่บริเวณ
  10. กรณีที่ไม่สามารถออกจากห้องได้ เนื่องจากมีเปลวไฟอยู่บริเวณภายนอกห้อง ให้อยู่ภายในห้องพัก และปิดประตู ใช้ผ้าชุบน้ำอุดบริเวณขอบบานประตู และให้ขอความช่วยเหลือที่หน้าต่างหรือระเบียง

‼️ข้อสำคัญ‼️ หากสามารถออกมาจากอาคารได้แล้ว แต่พบว่ามีคนยังติดอยู่ในอาคาร ห้าม!! กลับเข้าไปเด็ดขาด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการช่วยเหลือ

ด้วยความห่วงใย เหตุเพลิงไหม้ในอาคารเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น ขอแนะนำให้ทุกท่านหมั่นเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้อยู่เป็นประจำ หากเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นมาเมื่อใด ท่านจะได้รู้วิธีการรับมือกับสถานการณ์นั้นได้อย่างปลอดภัย

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก กองปราบปราม

5 ไอเท็มฮอตที่สงกรานต์นี้ไม่มีไม่ได้!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/586064

  • วันที่ 11 เม.ย. 2562 เวลา 08:00 น.

5 ไอเท็มฮอตที่สงกรานต์นี้ไม่มีไม่ได้!

รวมไอเท็มสุดจี๊ดที่งัดออกมาสร้างสีสันให้สงกรานต์มันหลุดโลก ไปเช็กกันหน่อยว่ามีกันหรือยัง

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่หลายคนรอคอย ก็อากาศมันร้อนเหมือนซ้อมตกนรกแบบนี้ ใครๆ ก็อยากเล่นน้ำทั้งนั้นแหละจริงไหม? แต่จะให้เล่นน้ำอย่างเดียวมันจะสนุกได้ยังไงกันละ สงกรานต์ทั้งที่มันต้องมีไอเท็มเด็ดเอาไว้สร้างสีสันกันหน่อย ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

คีย์หลักของแฟชั่นไอเท็มประจำเทศกาลสงกรานต์บ้านเรา ยกให้เสื้อลายดอก เสื้อฮาวาย เสื้อมัดย้อม เสื้อคอกระเช้า หรือจะห่มสไบแบบออเจ้าย้อนยุคปลุกกระแสไทยฟีเว่อร์อีกครั้งก็ยังไม่เชย ยิ่งชวนเพื่อนมาแต่งให้ยกแก๊ง ครีเอททีมแบบไม่ซ้ำใครรับรองว่าทั้งชิคทั้งสนุกแน่นอน ว่าแล้วก็ไลน์ไปนัดเพื่อนดีกว่า

มีสไตล์ด้วยรองเท้าสุดชิค ทุกปีในช่วงสงกรานต์ก็มักจะมีรองเท้าแปลกๆ ออกมาให้เรามิกซ์แอนด์แมทช์ล้ำๆ อยู่เป็นประจำ ซึ่งความแปลกแบบนี้อาจจะทำให้เดินลำบากสักหน่อย จึงแนะนำให้ใส่เพื่อความสนุกเท่านั้นนะ อย่าใส่นานเกินไป เพราะอาจจะไม่ดีกับเท้าเราได้ เอาเป็นว่าพกรองเท้าสำรองไปเผื่อด้วยก็ดีเหมือนกัน

พร็อพต้องแน่น สำหรับใครที่รู้สึกว่าเสื้อผ้าหน้าผมยังจี๊ดไม่พอ เราขอแนะนำแอกเซสเซอรี่สุดแซ่บ ไม่ว่าจะเป็น แว่นตาดอกไม้ แว่นตากันน้ำ ต่างหูพวงมาลัย หมวกสีสันสดใส ประโคมใส่ร่างมาให้หมด เพราะมีแค่เทศกาลสงกรานต์เท่านั้นแหละที่จะแต่งตัวยังไงก็ดูไม่แปลก ก็คนจะชิคเรื่องมิกซ์แอนด์แมทช์ไม่จำเป็นหรอก

กองทัพปืดฉีดน้ำ อาวุธหลักสำหรับเหล่านักรบที่พร้อมบุกตะลุยพิชิตความสนุกในวันสงกรานต์ ซึ่งในปัจจุบันปืนฉีดน้ำมีให้เลือกสรรกันอย่างมากมายทั้งขนาดและราคา อ้อ…จะสู้รบกันมันหยดด้วยกระสุนน้ำยังไงก็อย่าเกินเลยจนเกิดอันตรายนะ เล่นกันแต่พองามจะดีกว่า

กระเป๋ากันน้ำ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ขาดไม่ได้ เพราะประโยชน์ของเจ้ากระเป๋ากันน้ำนั้นช่างมากมายเหลือคณานับ เอาเป็นว่าของมันต้องมี ไม่พูดเยอะ…เจ็บคอ คนพร้อมพร็อพพร้อมก็ไปเล่นน้ำกันเลย

5 วิธีช่วยป้องกัน “สิวเห่อ” ก่อนตะลุยสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/586065

  • วันที่ 10 เม.ย. 2562 เวลา 15:05 น.

5 วิธีช่วยป้องกัน "สิวเห่อ" ก่อนตะลุยสงกรานต์

คนเป็นสิวห้ามพลาด 5 วิธีช่วยป้องกันสิวเห่อก่อนออกไปตะลุยแป้ง-น้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์ใกล้มาถึงแล้ว อากาศร้อนๆแบบนี้ใครก็อยากไปสาดน้ำให้เย็นชุ่มฉ่ำ แต่ก็อาจเจอกับปัญหาที่ตามมาหลังจากที่เล่นสงกรานต์นั่นคือ “ผดผื่น”และ “ผิวแห้งลอก” ที่ทำให้หลายๆคนกลัวที่จะออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ เพราะไม่อยากเผชิญกับ “ปัญหาสิว” “ผิวพัง” ที่ตามมา โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสิวและแพ้ง่ายอยู่แล้ว

แต่ทว่าหากรู้วิธีป้องกันและดูแลผิวหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการเล่นน้ำสงกรานต์ โอกาสที่จะเกิดปัญหาผิวพังและสิวเห่อก็ลดน้อยตามไปด้วยโดย ดร.จิรวรรณ โอพรสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.เอ.เดอร์มาเทค จำกัด ผู้นำด้านการผลิต-วิจัยและพัฒนาเครื่องสำอางและเวชสำอางที่ได้รับรองมาตรฐาน จะมาแนะนำเคล็ดลับง่ายๆในการดูแลผิวหน้าให้ไกล “สิว” เพื่อพร้อมตะลุยเล่นน้ำสงกรานต์ง่ายๆ ดังนี้

1.บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นก่อนออกไปเผชิญแสงแดด

ผิวหน้าที่แข็งแรง ชุ่มชื้นจะช่วยให้ผิวบรรเทาการแห้งเสียจากการสูญเสียเหงื่อจากอากาศร้อน ดังนั้นการเตรียมผิวให้ชุ่มชื้นก่อนไปเล่นน้ำสงกรานต์ เช่น การมาส์กหน้าที่ให้ความชุ่มชิ้น การใช้ moisturizer ครีมหรือเจลบำรุงหน้าก่อนนอน หรือก่อนออกไปสัมผัสแสงแดดจะช่วยเติมความชุ่นชื้นให้กับผิว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผิวแลดูอิ่มน้ำและสดใสแล้ว ยังช่วยลดความแห้งกร้านของผิวขณะเผชิญแสงแดดแรงหรือความร้อนจัดขณะเล่นน้ำสงกรานต์ และเพื่อดูแลผิวหน้าที่เป็นสิวจากสิ่งปลอมปนที่มาจากน้ำอาจสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าสำหรับผิวเป็นสิว แบบครีม หรือ สเปร์ย หรือรูปแบบอื่นๆในท้องตลาด ที่ไม่ทำร้ายผิว ก่อนและหลังเล่นน้ำสงกรานต์ โดยหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้ผิวบางซึ่งส่วนใหญ่จะมีกรดเช่น AHA หรือ BHA อยู่ในสูตร หรือเลือกผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของสารลอกผิว ซึ่งจะทำให้ชั้นผิวบางส่งผลต่อความสามารถในการต้านทานต่อแสงแดดและความร้อนของผิว จะยิ่งทำให้ผิวแห้งลอก หรือแสบผิวขณะเผชิญกับแสงแดด

2.งดสครับผิวก่อนเล่นน้ำสงกรานต์

หากใครมีแผนจะออกไปตะลุยเล่นน้ำสงกรานต์ ให้งดสครับผิวหน้า หรือ หยุดการทำพีลลิ่งพลัดเซลล์ผิว หรือแม้กระทั่งลอกสิว รวมถึงงดการทำเลเซอร์ก่อนจะลุยเล่นน้ำสงกรานต์ เนื่องจากผิวยังอ่อนแอจากวิธีการดังกล่าว ซึ่งจะยิ่งทำให้ผิวอักเสบง่ายและเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแสงแดดและมลภาวะรวมทั้งสิ่งสกปรกที่มากับน้ำ แป้ง และน้ำอบ

อาการที่พบได้บ่อยคือ อาจทำให้เกิดผื่นคันเกิดผื่นต่างๆ มีอาการแสบร้อนที่ผิวหน้า เกิดรอยแดง ผิวแห้งลอก ผิวไหม้ ได้ง่ายนอกจากนั้นผิวที่บางอาจถูกเหนี่ยวนำให้เกิดทั้งสิวและฝ้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

3.เลือกใช้ “ผลิตภัณฑ์กันแดดให้เหมาะกับวิถีการเล่นน้ำ” ลดการอุดตันและสิวเห่อ

พฤติกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ของแต่ละคนแตกต่างกันไป การเลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับการเล่นน้ำต่างกันก็เลือกใช้ต่างกัน ยิ่งสำหรับคนที่ผิวมีปัญหาเรื่องสิวอยู่แล้วยิ่งต้องระมัดระวังในการเลือกโดยปกติ

สำหรับผิวที่มีปัญหาหรือผิวเป็นสิว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดมักจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือซิลิโคนน้อย เพื่อลดการอุดตัดของรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติดังกล่าวมักจะเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่กันน้ำ ซึ่งเมื่อโดนน้ำก็จะหลุดลอกจากผิวได้ง่ายกว่าผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดนี้จึงเหมาะกับคนที่เล่นน้ำสงกรานต์แบบเบาๆในเวลาสั้นๆ หรือในเวลาที่แสงแดดไม่แรงจัด

สำหรับผลิตภัณฑ์กันแดดอีกชนิดหนึ่งคือผลิตภัณฑ์กันแดดแบบกันน้ำ มักจะมีส่วนผสมของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งทำให้ทำความสะอาดได้ยากกว่าผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดแรก อย่างไรก็ตามในสภาวะที่ต้องออกแดดแรงๆ หรือมีการเล่นน้ำสงกรานต์ต่อเนื่องการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดกันน้ำจะช่วยปกป้องผิวได้ดีกว่า แต่อย่าลืมว่าเมื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดกันน้ำแล้วเราจะต้องมีขั้นตอนการทำความสะอาดผิวอย่างถูกต้องที่จะชำระล้างสารตกค้างที่อยู่บนใบหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่กลายเป็นตัวเพิ่มปัญหานอกจากเลือกประเภทกันน้ำไม่กันน้ำแล้ว

4.งดการเล่นแป้ง หรือหลีกเลี่ยงการถูกปะแป้ง

ผิวที่ถูกแผดเผาโดยแสงแดด ถูกน้ำสารพัดชนิดฉีดซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่ปรกติสำหรับผิวอาจทำให้ผิวอ่อนแอส่งผลให้ประสิทธิภาพในการปกป้องอนุภาคหรือสารต่างๆ ที่มาสัมผัสกับผิวลดลง ซึ่งสำหรับสงกรานต์แป้งจากแหล่งที่มาต่างๆกันซึ่งอาจมีการผลิตจากกระบวนการหรือมีความระมัดระวังด้านความปลอดภัยต่างกันเป็นสิ่งที่แปลกปลอมหลักที่จะมาสัมผัสกับผิวและอาจเป็นสาเหตุของการแพ้ระคายเคืองที่ผิวได้

ดังนั้นหากเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงแป้งหรืออนุภาคหรือสารต่างๆที่จะมาสัมผัสกับผิว เพื่อลดโอกาสของการเกิดผื่น คัน ลอก หรือเป็นสิวที่ใบหน้าได้

5.ทำความสะอาดผิวหน้าและอาบน้ำทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน

เวลาเล่นน้ำสงกรานต์ทั้งใบหน้าและตัวจะเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลาและน้ำที่เล่นสงกรานต์อาจปนเปื้อนด้วยเชื้อ อนุภาคต่างๆ ทั้ง แป้ง ดินสอพองและ น้ำอบ หากปล่อยให้ตัวเปียกชื้นเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อในร่มผ้าเกิดเป็นผดผื่น รุกลาม อาจก่อให้เกิดสิวอักเสบได้ง่ายดังนั้นควรล้างหน้าให้สะอาดและล้างตัวด้วยน้ำสะอาดหลังเลิกเล่นสงกรานต์ และเมื่อกลับถึงบ้านควรทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง และล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิว เช่น เจลล้างหน้า หรือโฟมล้างหน้าชนิดไม่มีฟองซึ่งจะอ่อนโยนกว่า และอาจชโลมว่านหางจระเข้บนใบหน้า แล้วตามด้วยสกินแคร์อีกครั้ง นอกจากนั้นควรดื่มน้ำมากๆเพื่อคืนความชุ่มชื้นให้กับผิวที่เผชิญกับแสงแดดมาตลอดทั้งวัน

สำหรับผู้ที่กำลังมีผิวเป็นสิวหากนำทั้ง 5 ข้อดังกล่าวไปปฏิบัติ สงกรานต์ปีนี้ไม่ต้องคอยเก็บตัวไว้ในบ้านอีกต่อไป ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนๆให้สนุกสุดเหวี่ยง

มีอะไรต้องคิด ก่อนลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อสุขภาพของคนในครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/585712

  • วันที่ 10 เม.ย. 2562 เวลา 13:00 น.

มีอะไรต้องคิด ก่อนลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศเพื่อสุขภาพของคนในครอบครัว

เมื่อวิกฤติฝุ่นละอองยังไม่หมดไป คนที่ห่วงใยในสุขภาพต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศดีๆ สักเครื่อง

ภาพจาก http://www.salika.co

ประเทศไทยกับวิกฤติฝุ่นละอองและฝุ่นพิษ PM 2.5 ยังคงเป็นปัญหาที่ไม่อาจนิ่งนอนใจ จนทำให้หลายบ้านที่มีเด็ก ผู้ป่วย หรือคนชรา ต้องมองหาตัวช่วยอย่าง “เครื่องฟอกอากาศ” แต่ก่อนจะลงทุนไปกับเครื่องฟอกอากาศสักเครื่อง เราควรศึกษาข้อมูลการใช้งานและเลือกสเปกของเครื่องให้เหมาะสม โดยพิจารณาได้ง่ายๆ ดังนี้

สำรวจพื้นที่ใช้งาน

เมื่อตัดสินใจอยากได้เครื่องฟอกอากาศสักตัว อย่าเพิ่งด่วนเลือกเครื่องที่ชอบ แต่ควรดูเครื่องที่ใช่ก่อน และสิ่งแรกคือความเหมาะสมกับขนาดพื้นที่ใช้งานจริง คุณต้องสำรวจห้องที่จะติดตั้งเครื่องฟอกอากาศเสียก่อนว่ามีขนาดเท่าไร ไม่ต่างจากการเลือกเครื่องปรับอากาศ เพราะถ้าห้องมีขนาดเล็กก็ควรเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก สเปกไม่ต้องเท่ากับเครื่องที่ใช้ในห้องขนาดใหญ่ ทำให้จ่ายในราคาที่ถูกกว่า

เช็กคุณสมบัติของเครื่องฟอกอากาศ

เมื่อมองหาดีไซน์โดนใจและขนาดเหมาะสมได้แล้ว ต้องอย่าลืมดูค่าบอกพลังลมสะอาดด้วย ซึ่งมีอยู่ 2 ค่า อย่างแรกคือค่า CADR หรือ Clean Air Delivery Rate เป็นตัวบอกว่าเครื่องฟอกอากาศตัวหนึ่งสร้างปริมาณอากาศบริสุทธิ์ได้เท่าไรในเวลา 1 นาที ซึ่งตัวเลขยิ่งเยอะแสดงว่ามีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศได้ดี อีกหนึ่งค่าคือ Airflow หรือ Air Volume ใช้วัดความเร็วในการฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ถ้าตัวเลขสูงแปลว่าใช้เวลากรองอากาศได้เร็วนอกจากนี้ ลองสำรวจคุณสมบัติอื่นๆ ของเครื่องด้วยก็ได้ เช่น การรับประกันการใช้งานนานเท่าไร เวลาเปิดใช้งานแรงสุด มีเสียงดังขนาดไหน รบกวนการนอนหลับหรือไม่ มีฟังก์ชั่นพิเศษอะไรเพิ่มเติมไหม อย่างตั้งเวลาเปิดปิดเองได้ สั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่นได้ เปิดทำงานเองอัตโนมัติเมื่อมีระดับฝุ่นมากขึ้น ต้องเลือกให้คุ้มค่ากับการใช้งานจริงของคุณเอง

รู้จักแผ่นกรองอากาศ

แผ่นกรองอากาศ คืออุปกรณ์ชิ้นหลักในเครื่องฟอกอากาศที่เรามองข้ามไม่ได้ เพราะหากฟังเพียงคำโฆษณาจะพบว่ามีหลายรุ่นบอกว่าแผ่นกรองอากาศของเครื่องนั้นๆ สามารถป้องกันการแพ้อากาศ กรองฝุ่นจิ๋วขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 กรองก๊าซพิษ หรือแม้แต่ช่วยแก้ปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ คุณภาพของแผ่นกรองนี้ แนะนำให้สอบถามผู้ขายให้ชัดเจน และต้องดูอายุการใช้งานของแผ่นกรองด้วยว่าใช้ได้นานกี่เดือน ต้องเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน เครื่องฟอกอากาศบางรุ่นราคาไม่แพงนัก แต่อาจต้องเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศบ่อยๆ และราคาขายต่อแผ่นก็แพงมาก จึงต้องเลือกความคุ้มค่าในเรื่องรายจ่ายระยะยาวด้วย แต่ถ้าลงทุนซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาแพง แล้วไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองบ่อย อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าก็ได้นะ

กินไฟแค่ไหน ราคาเหมาะสมไหม

การลงทุนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าสักชิ้น สิ่งที่ละเลยไม่ได้คือการสำรวจอัตราการกินไฟ ความสมดุลกับราคาซื้อและค่าไฟที่ต้องจ่ายตามมา ซึ่งเครื่องฟอกอากาศมีกำลังวัตต์บอกไว้เช่นกัน ถ้ากำลังวัตต์สูงจะยิ่งกินไฟเยอะ แต่ถึงอย่างนั้นเราควรรู้เท่าทันด้วยว่าเครื่องฟอกอากาศที่มีกำลังวัตต์สูงไม่ได้แปลว่าประสิทธิภาพจะแรงกว่ากำลังวัตต์ต่ำเสมอไป ข้อนี้อาจต้องอาศัยการเปรียบเทียบจากการใช้งานจริง แต่แนะนำเบื้องต้นว่าเลือกเครื่องฟอกอากาศที่กินไฟน้อยไว้ก่อนดีที่สุด เพราะเราจำเป็นต้องเปิดใช้งานเป็นเวลานาน จึงไม่ควรกระทบค่าไฟให้ทรมานใจอีก

ส่อง 3 ทักษะตอบโจทย์อาชีพแห่งอนาคต (อันใกล้) รับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางตลาดทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/585870

  • วันที่ 10 เม.ย. 2562 เวลา 08:30 น.

ส่อง 3 ทักษะตอบโจทย์อาชีพแห่งอนาคต (อันใกล้) รับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางตลาดทุน

สจล.เผย 3 ทักษะวิศวกรการเงินที่คนไทยต้องมี เพื่อสานฝันอาชีพแห่งอนาคต (อันใกล้) รับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางตลาดทุนภูมิภาค

สถานการณ์ของสถาบันทางการเงินช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์สถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ทยอยปิดสาขาและปรับลดพนักงานลงมากกว่า 4.6% (ข้อมูล ณ สิ้นปี 2561 โดยธนาคารกลางแห่งประเทศไทย)

จากกระแสความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลกในปัจจุบัน และเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทางด้านเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีดิสรัปชั่น (Technology Disruption) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับสถาบันการเงินและนักลงทุน จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ของบริการทางการเงิน ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีความจำเป็นในการผลิตบุคลากรในสายงานวิศวกรรมทางการเงิน เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินในการขับเคลื่อนตลาดทุนและอุตสาหกรรมการเงินของประเทศ

ดร.นัทธพงศ์ จึงธีรพานิช ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ในปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค (FinTech : Financial Technology) มาใช้พัฒนาบริการทางการเงินอย่างแพร่หลาย เช่น โมบายแบงค์กิ้ง (Mobile Banking) ระบบชำระเงินออนไลน์ การซื้อ-ขายกองทุนและการเทรดหุ้นผ่านระบบออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เป็นต้น แต่ทั้งหมดที่กล่าวข้างต้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของอุตสาหกรรมการเงินในอนาคต การผลิตผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถในด้านวิศวกรรมทางการเงินจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาตลาดทุนประเทศ ซึ่งวิศวกรการเงินต้องสามารถผสมผสานความรู้ความเข้าใจในหลากหลายศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอ 3 ทักษะความรู้ของวิศวกรการเงิน สำหรับการพัฒนาตลาดทุนไทย ดังนี้

 

1.ทักษะการเรียนรู้เทคโนโลยีทางการเงินที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

ในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่อาจมองว่าเทคโนโลยีทางการเงินคือออนไลน์แบงค์กิ้ง (Online Banking) และระบบชำระเงินออนไลน์ แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมการเงินทั่วโลก เทคโนโลยีทางการเงินจะลดบทบาทของตัวกลางและผู้ให้บริการทางการเงินที่สำคัญในอดีต เช่น โบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ หรือแม้แต่ธนาคาร และนำไปสู่ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ เช่น โรโบแอดไวเซอร์ (Robo Advisor) สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้จะสร้างระบบธุรกรรมทางการเงินแบบไร้ขอบเขตและไม่จำกัดเฉพาะรูปแบบธุรกรรมที่กระทำผ่านสถาบันทางการเงินเท่านั้น ซึ่งจะผลักดันให้เกิดฟินเทคสตาร์ทอัพจำนวนมาก ที่นำเอาเทคโนโลยีทางการเงินไปพัฒนาเป็นบริการทางการเงิน ที่เข้าถึงมือผู้ใช้ทั่วโลกได้โดยตรง เป็นผลให้สถาบันหรือหน่วยงานที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันอาจต้องปิดตัวลง

 

2.ทักษะการนำข้อมูลทางการเงินที่มีมหาศาลมาใช้ประโยชน์

จากการที่ธุรกรรมทางการเงินจำนวนมากเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ และในอนาคตธุรกรรมออนไลน์จะมีมากขึ้นทวีคูณ เป็นผลให้เกิดการสั่งสมของข้อมูลทางการเงินปริมาณมหาศาล นอกจากข้อมูลทางการเงินโดยตรงแล้วข้อมูลอื่นๆ ในโลกออนไลน์ เช่น ข่าวสารต่างๆ และข้อมูลในโซเชียลมีเดีย (Social Media) มักจะมีความเกี่ยวข้องและความสำคัญในเชิงการเงิน หากหน่วยงานที่มีข้อมูลเหล่านี้สามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างประโยชน์และความได้เปรียบในการแข่งขันได้เป็นอย่างมาก วิศวกรการเงินจึงควรมีทักษะทางคอมพิวเตอร์และความรู้ทางคณิตศาสตร์และสถิติที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประยุกต์ใช้เทคนิคทางปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เพื่อเขียนโปรแกรมที่สามารถเรียนรู้ความสัมพันธ์ของข้อมูล และสามารถทำนายข้อมูลในอนาคตได้อย่างแม่นยำ

 

3.ทักษะการบูรณาการเทคโนโลยีควบคู่การตัดสินใจ

โลกการเงินในอนาคตอันใกล้ จะกลายเป็นโลกที่ไร้พรมแดนและปราศจากข้อจำกัดด้วยนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบที่หลากหลาย ที่ทำให้คนทั่วไปในทุกชนชั้นทางเศรษฐกิจเข้าถึงความมั่งคั่ง การมีข้อมูลที่หลากหลายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ในโลกตลาดทุนต้องการการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดบนพื้นฐานการบูรณาการข้อมูล (High Understanding High Return) ซึ่งแพลตฟอร์มที่จะช่วยให้การตัดสินใจง่ายและเด็ดขาดขึ้นมาจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมการวิเคราะห์ทางการเงินในรูปแบบใหม่ เช่น การเรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูลผ่านระบบเอไอ (AI Learning) การใช้ระบบปฏิบัติการเครือข่ายการลงทุนในโลกดิจิทัลสำหรับธุรกิจ (Cisco Digital Network Architecture System) เป็นต้น โดยวิศวกรทางการเงินจะเป็นคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเหล่านี้และเป็นนักปฏิวัติทางการเงิน (Financial Disruptor) เพื่อรับการเปลี่ยนแปลง

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีทางการเงินจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเราในทุกๆ กิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่าย การลงทุน การซื้อขายในตลาดทุน ฯลฯ การเตรียมความพร้อมในการผลิตวิศวกรทางการเงินมืออาชีพเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อผลักดันประเทศไทยเข้าสู่การเป็นตลาดทุนใหม่ในภูมิภาค ผ่านการผสานความรู้ด้านเทคโนโลยีกับการเงินสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจ และดึงดูดนักลงทุนเข้าสู่ตลาดทุนไทยได้ ดังนั้น การพัฒนาหลักสูตรด้านวิศวกรรมการเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญและเป็นการสร้างโอกาสให้ตลาดทุนไทยก้าวเป็นดิสรัปเตอร์ (Disrupter) หรือนักปฏิวัติทางการเงิน สร้างมูลค่าให้แก่ระบบเศรษฐกิจไทยในยุคเทคโนโลยี

 

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ล่าสุดได้ร่วมกันเปิดหลักสูตร “วิศวกรรมการเงิน (Financial Engineering)” ซึ่งเป็นหลักสูตรสองปริญญา (ตรีควบโท) นานาชาติ นักศึกษาในหลักสูตรจะได้เรียนและทำวิจัยกับทีมคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองสถาบัน โดยใช้สถานที่เรียนทั้งที่สจล.และนิด้า ตั้งแต่ปีแรกจนจนตามแผนการศึกษาของหลักสูตร เมื่อเรียนจบปีที่ 4 นักศึกษาจะได้รับปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมการเงิน) จากสจล. และเมื่อเรียนจบปีที่ 5 จะได้รับปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (วิศวกรรมการเงิน) จากนิด้า เมื่อสำเร็จการศึกษามีสายงานรองรับมากมาย เช่น วิศวกรการเงินในสถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ปรึกษาด้านการเงิน และผู้ประกอบการฟินเทค (Fintech Entrepreneurs) เป็นต้น

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://nida.kmitl.ac.th หรือ https://www.facebook.com/kmitl.nida

บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างกินเกินคุ้ม ระวังขาดทุนเรื่องสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/585894

  • วันที่ 09 เม.ย. 2562 เวลา 17:30 น.

บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างกินเกินคุ้ม ระวังขาดทุนเรื่องสุขภาพ

ครึ่งเดือนแรกกระเป๋ายังตุงจัดมื้อใหญ่ไปบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ต้องกินแบบไหนถึงจะทั้งเอ็นจอยอร่อยคุ้ม แถมไม่ขาดทุนด้านสุขภาพ

วิถีคนเมืองเรื่องกินเรื่องใหญ่ ช่วงต้นเดือนจึงมักจัดมื้อใหญ่ไฟกะพริบเป็นบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างทั้งพรีเมี่ยม ไม่พรีเมี่ยม เพราะมันอิ่มอร่อยและคุ้ม!!!

ถ้าเป็นความคุ้มค่าทางด้านตัวเงินที่จ่ายกับปริมาณอาหารที่ได้กินละก็…คุ้มแน่ แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกลงไปถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่มากับไขมันและควันไฟ เมื่อรวมกับน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปด้วย อาจกลายเป็นส่วนผสมที่ไม่คุ้มเลย แล้วต้องกินปิ้งย่างแบบไหนถึงจะทั้งเอ็นจอย อร่อยคุ้มค่า และไม่ขาดทุนด้านสุขภาพ มาดูกัน

กินเนื้อคู่กับผักลดเสี่ยงมะเร็ง

ขั้นแรกคือ ตั้งเป้าหมายการกินด้วยการจับคู่โปรตีนกับไฟเบอร์ในสัดส่วนที่พอดี ปิ้งเนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ปลาหมึก หรือเนื้อไก่เสร็จแล้ว อย่าลืมห่อผักสดหรือกินผักตามไปด้วย เพื่อช่วยเพิ่มกากใยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น แถมยังแก้เลี่ยนได้อีกต่างหาก

บอกลาอาหารก่อมะเร็ง

สร้างความท้าทายให้มื้ออาหารด้วยการ Say No กับอาหารที่ไม่คุ้มค่าแก่การนำเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์แปรรูปอย่าง เบคอน ไส้กรอก ห้ามใจกับปริมาณการกินไขมันสัตว์โดยเฉพาะเนื้อติดมันที่ย่างจนไหม้เกรียมหอมกรุ่น ซึ่งแฝงด้วยสารก่อมะเร็งที่จะสะสมในร่างกาย เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำอัดลมหรือแอลกอฮอล์ จะช่วยรักษาสมดุลของการกินมื้อปิ้งย่างได้ดีเกินคาด

การวอร์มช่วยได้เยอะ

ก่อนกินมื้อใหญ่เข้าไปควรวอร์มเบาๆ ทั้งวอร์มร่างกายเบิร์นของเก่าที่สะสมออกก่อนเติมพลังงานใหม่เข้าร่างกาย เช่น คาร์ดิโอ แอโรบิก ปั่นจักรยาน ซึ่งความเหนื่อยจะทำให้ความอยากลดลง ส่วนอีกวอร์มคือการกินอะไรรองท้องไปก่อนกินมื้อหนัก ไม่ควรงดอาหารก่อนไปกินบุฟเฟ่ต์ เพราะจะทำให้เรากวาดหมดหน้าตักด้วยความหิวแล้วมารู้สึกผิดภายหลัง

 

เลือกร้านดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

นอกจากเรื่องบนเตาแล้ว รายละเอียดรอบๆ เตาก็ไม่ควรมองข้าม เช่น ความสดของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร ความสะอาดของร้าน ที่สำคัญคือควรเลือกร้านที่มีอากาศถ่ายเท จะได้ไม่ต้องสูดควันจากอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย

 

เตือนแล้วเตือนอีก หน้าร้อนระวังน้ำแข็งไม่สะอาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/585898

  • วันที่ 09 เม.ย. 2562 เวลา 12:00 น.

เตือนแล้วเตือนอีก หน้าร้อนระวังน้ำแข็งไม่สะอาด

กรมอนามัย เผยน้ำแข็งเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ แนะผู้ประกอบการ-ผู้บริโภคใส่ใจภาชนะบรรจุที่สะอาด หน้าร้อนนี้ไม่มีโรค

ช่วงหน้าร้อนเครื่องดื่มและของหวานคลายร้อนประเภทน้ำแข็งไส หวานเย็น ขนมปังเย็น น้ำผลไม้ปั่น รวมทั้งเครื่องดื่มต่างๆ ซึ่งมีส่วนประกอบของน้ำแข็ง แต่หากน้ำแข็งที่ใช้บริโภคไม่สะอาดพอ อาจเสี่ยงให้มีเชื้อโรคปนเปื้อนเป็นสาเหตุให้เกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารตามมาได้ ผู้บริโภคควรเลือกบริโภคน้ำแข็งที่มีวิธีการผลิตที่ถูกสุขลักษณะได้มาตรฐาน GMP เพื่อลดปัญหาการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์  และเมื่อน้ำแข็งละลายจะต้องใส ไม่มีตะกอนขาวขุ่นๆ อยู่ก้นแก้ว

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การผลิตน้ำแข็งจะต้องผ่านกระบวนการหลายอย่างกว่าจะถึงมือผู้บริโภค หากผู้ผลิตไม่มีความระมัดระวังตั้งแต่คุณภาพของน้ำที่นำมาผลิต การเก็บ การขนส่ง รวมถึงภาชนะที่ใช้บรรจุน้ำแข็งไม่สะอาดเพียงพอ ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคได้

กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ควบคุมการผลิตน้ำแข็งเพื่อจำหน่ายในเรื่องของคุณภาพมาตรฐานต่างๆ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 78 (พ.ศ.2527) และฉบับที่ 137 (พ.ศ.2534) เรื่อง น้ำแข็ง เพื่อกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน กรรมวิธีการผลิต การใช้น้ำในการผลิต สถานที่เก็บรักษาน้ำแข็ง การใช้ภาชนะบรรจุน้ำแข็ง ตลอดจนการแสดงฉลาก ต้องมีวิธีการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ ต้องมีการควบคุมกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับข้อกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต หรือจีเอ็มพี เพื่อลดปัญหาการปนเปื้อนดังกล่าว

หากฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และนอกจากนั้นพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ยังบัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการควบคุม ตรวจสอบสุขลักษณะของการจำหน่ายน้ำแข็งในร้านอาหารและแผงลอย ตามข้อกำหนดของท้องถิ่นนั้นๆ ด้วย หากฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตาม อาจมีโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ผู้จำหน่ายน้ำแข็งต้องคำนึงถึงความสะอาดและปลอดภัยโดยเฉพาะการเก็บรักษาความเย็นและภาชนะสำหรับบรรจุน้ำแข็ง ห้ามใช้แกลบ ขี้เลื่อย กระสอบ กาบมะพร้าว เสื่อ ในการห่อหรือปกคลุมน้ำแข็งเด็ดขาด โดยภาชนะที่ใช้บรรจุน้ำแข็งต้องสะอาดไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค หากเป็นน้ำแข็งที่บรรจุในถุงพลาสติกจะต้องเป็นพลาสติกไม่มีสี และไม่บรรจุในถุงพลาสติกที่ผ่านการใช้มาแล้วหรือเป็นถุงที่เคยบรรจุสารเคมีมาก่อน เช่น สารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือปุ๋ย เป็นต้น

ถ้าบรรจุในถังน้ำแข็งต้องเป็นถังที่บรรจุน้ำแข็งเพียงอย่างเดียวห้ามมีอย่างอื่นแช่ในถังน้ำแข็งจะมีได้เฉพาะที่ตักน้ำแข็งมีด้ามเท่านั้น หากจะใช้น้ำแข็งเพื่อแช่น้ำดื่ม น้ำอัดลม เครื่องดื่มต่างๆ ผักหรือเนื้อสัตว์ ควรแยกถังแช่ต่างหากไม่ควรนำมาแช่รวมกับน้ำแข็งที่ใช้เพื่อการบริโภค

พร้อมรับมือแค่ไหนกับวัย 30+ ลองมาดูแนวคิดให้ผ่านช่วง ‘วิกฤติวัยกลางคน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/585701

  • วันที่ 09 เม.ย. 2562 เวลา 08:00 น.

พร้อมรับมือแค่ไหนกับวัย 30+ ลองมาดูแนวคิดให้ผ่านช่วง 'วิกฤติวัยกลางคน'

ภาพ : freepik.com

30 กว่าแล้ว “จะหยุดดีไหม หรือไปต่อ” คำถามกวนใจคนวัย 30+ และวิกฤติวัยกลางคน 

กล่าวได้เต็มปากเลยว่าคนในโลกปี 2019 อยู่ในสังคมโซเชียลมีเดียที่หลายคนต่างอวดความสุขของชีวิตออกมาให้คนอื่นได้เห็น เพื่อนคนนั้นมีชีวิตที่ดี คนนี้เที่ยวต่างประเทศทุก 3 เดือน คนโน้นได้เลื่อนขั้น อีกคนเป็นเจ้าของกิจการ แล้วเกิดการเปรียบเทียบในใจแบบที่เราไม่ทันตั้งตัว จนบางคนรู้สึกไม่มีความสุขกับชีวิต เริ่มไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ซ้ำร้ายหนักไปกลายเป็นโรคซึมเศร้าเข้าจริงๆ หากสังเกตว่าตนเองเริ่มมีความคิดแบบนี้ เรามีแนวคิดดีๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านวิกฤติวัยกลางคนไปได้ และกลับมามีความสุข มีพลังที่จะใช้ชีวิตต่อไป

30+ วัยกลางคนไม่ใช่วิกฤติ

แท้จริงแล้ววิกฤติวัยกลางคนไม่ใช่ “วิกฤติ” แต่เป็นช่วงอายุที่โดนความคาดหวังจากสังคมเร่งรัด ทำให้เรามีสติหันมาพิจารณาชีวิตตัวเองมากขึ้น เหมือนเป็นการถอยมาตั้งหลัก ทำให้เราได้ตระหนักทบทวนถึงชีวิตที่ผ่านมา ดังนั้น การจะเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรใหม่ไม่มีคำว่าสายเกินไป และอย่ากลัวในความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหากคิดจะเริ่มใหม่ในวัย 30+

ลองพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

คนในอายุวัยสามสิบกว่าๆ ถือว่าได้สั่งสมประสบการณ์ในชีวิตมามากพอตัว เราก็งัดเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์เสียเลย เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาน่าจะทำให้เรารู้แล้วละว่า เราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร งานไหนคือ Passion สำหรับเรา งานไหนไม่ใช่ แค่ทำไปเพื่อเงินเดือน จึงเป็นโอกาสให้เราได้ “โฟกัส” กับการเลือกทางเดินในชีวิตมากขึ้น พร้อมย้ำเตือนตนเองว่า ถ้าไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงอะไรในวัยนี้ อาจไม่มีโอกาสอีกเลยก็เป็นได้

อนุญาตให้ตัวเองมีความสุข

การที่เราไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่เคยหวังก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตนี้จะมีความสุขไม่ได้ อย่าลืมหาเวลาว่างให้กับตัวเองในการทำสิ่งที่ชอบ งานอดิเรกที่รัก ดื่มด่ำความสุขไปกับสิ่งเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ไม่เว้นแม้แต่งานง่ายๆ อย่างเช่นลุกขึ้นมาทำอาหารให้คนในครอบครัวทาน จัดเก็บโต๊ะ หรือล้างจาน งานเล็กๆ ที่เรามักจะผัดวันประกันพรุ่งเหล่านี้ สามารถเพิ่มพูนความสุขและช่วยให้เราโฟกัสกับชีวิตได้ดี หรือพาตัวเองไปพบผู้คนใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ ออกเดินทางท่องเที่ยวบ้าง ผ่อนคลายสมองและจิตใจก็อาจช่วยให้เราได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ กลับมา

เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

เพราะแต่ละคนเกิดมามีประสบการณ์ที่แตกต่างกันไป ต้นทุนในชีวิตก็ต่างกัน พอถึงวัยทำงานจังหวะชีวิตของแต่ละคนยิ่งไม่เหมือนกัน และนิยามความสำเร็จของแต่ละคนก็แตกต่างกัน หากเรากำลัง “วิ่งอยู่บนลู่ของผู้อื่น” เราจะไม่มีทางมองเห็นเส้นชัยของตัวเอง เราต้องรู้ให้ได้ว่านิยามความสำเร็จของเราตั้งเป้าไว้ที่ตรงไหน ความสำเร็จในแบบของเราเป็นอย่างไร วัดที่ความรวยหรือความสุข เมื่อเจอแล้วก็วิ่งให้สุดแรงเกิดไปเลย

ลงทุนเพื่อสุขภาพดีคือเรื่องดีที่สุด

ร่างกายคือสิ่งที่เราใช้อาศัยอยู่ชั่วคราว ไม่มีอะไหล่ เสียแล้วซ่อมยาก จึงต้องรักษาไว้ให้ดี เพราะสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากเราไม่รักษาสุขภาพ คนในวัยนี้ควรหันมาใส่ใจ เริ่มมุ่งมั่นออกกำลังกาย แล้วมองดูความมหัศจรรย์ของมัน พร้อมท้าทายและก้าวข้ามขีดจำกัดไปเรื่อยๆ แล้วจะพบว่าร่างกายของคนเราถูกออกแบบมาให้ทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ สุดท้ายแล้วร่างกายจะกลายเป็น “ภาระ” หรือ “ตัวช่วย” ของเราในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการรักษาสุขภาพของเราในวันนี้นั่นเอง

“มีแฟนแล้วอ้วน” เรื่องจริงหรือแค่ข้ออ้างของคนอินเลิฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/585824

  • วันที่ 08 เม.ย. 2562 เวลา 17:10 น.

"มีแฟนแล้วอ้วน" เรื่องจริงหรือแค่ข้ออ้างของคนอินเลิฟ

ภาพ:freepik.com

ปัญหาหนักพุงของคนมีความรัก เพราะอะไรคบแฟนคนนี้แล้วอ้วนขึ้น หลังแต่งงานน้ำหนักขึ้น ลองมาดูผลวิจัยจากหลายสถาบันที่ฟันธงแล้วว่า “คู่รักยิ่งรักกัน ยิ่งพากันอ้วน”

เป็นเรื่องจริงที่อิงจากผลงานการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ หรือเป็นแค่ความคิดของคนทั่วไป ที่สรุปว่า “รอบเอวและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แปรผันตามดัชนีของความสุข”

ทำไมคนมีแฟนแล้วจึงอ้วน?

จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่า คู่รักที่รักกันมากๆ มีแนวโน้มที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น จากผลการศึกษาต่างๆ ระบุว่า คู่รักที่มีความสุข พึงพอใจในความสัมพันธ์ หรือคู่แต่งงานที่รักกันมาก คู่รักเหล่านี้มีแนวโน้มที่น้ำหนักจะพุ่งปรี๊ด

เพราะอะไรแต่งงานแล้วน้ำหนักขึ้นเอาๆ?

ผลการศึกษาของ University of North Carolina ที่สำรวจผู้คนกว่า 8,000 คน สรุปได้ว่า หลังแต่งงานผู้หญิงมักจะอ้วนขึ้น โดยน้ำหนักสาวๆ จะขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 24 ปอนด์ หรือราว 10 กิโลกรัม ในช่วง 5-6 ปีแรกของการแต่งงาน นอกจากนี้ ผู้หญิงที่อาศัยอยู่กับแฟนแต่ไม่ได้แต่งงาน น้ำหนักจะขึ้น 22 ปอนด์ หรือราว 9-10 กิโลกรัม ขณะที่ผู้หญิงที่มีแฟนหรือกำลังเดต แต่ยังไม่ได้อยู่ด้วยกันกับแฟน น้ำหนักจะขึ้นมากที่สุดแค่ 12 ปอนด์ หรือแค่ 5 กิโลกรัม

ส่วนผู้ชายนั้นจะน้ำหนักขึ้น ช่วงที่เริ่มคบหาดูใจ หรือมีการเปลี่ยนผ่านสถานะจาก “โสด” เป็น “มีแฟนแล้ว” โดยผู้ชายที่อยู่กับแฟนนานเกิน 2 ปี มีแนวโน้มถึง 2 เท่า ที่จะน้ำหนักขึ้นมากกว่า 11 กิโลกรัม หรือ 25 ปอนด์ เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ไม่ได้อยู่ร่วมชายคากับแฟน อย่างไรก็ตาม คนที่มีแฟนแล้วมักจะลดการสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นผลมาจากความคิดเรื่องการใช้ชีวิตให้สุขภาพดี สำหรับคู่รักที่อยากอยู่ด้วยกันนานๆ

สรุปง่ายๆ ว่า การมีความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้คนที่มีแฟนแล้วอ้วนขึ้น สอดคล้องกับอีกงานวิจัยของ National Institute of Health ที่ว่า คู่รักหลังแต่งงานที่มีความสุขมีแนวโน้มที่จะน้ำหนักขึ้นมากกว่าคู่รักหลังแต่งงานที่ไม่มีความสุข จึงเป็นบทสรุปที่ว่า สาเหตุที่ทำให้คนที่มีแฟนแล้วอ้วนก็คือ พวกเขามีความสุขแล้วกับคู่รักปัจจุบัน และไม่ได้ต้องการทำให้คนอื่นมาสนใจ ส่วนคู่รักที่มีปัญหาในความสัมพันธ์ มักจะมีความเครียด ทำให้น้ำหนักตัวไม่ขึ้น

ด้านผลการศึกษาของ New England Journal of Medicine ก็มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากคู่รักหรือแฟนน้ำหนักตัวขึ้น ก็มีแนวโน้มถึง 37 เปอร์เซ็นต์ ที่อีกฝ่ายจะมีน้ำหนักตัวขึ้นตามไป เพราะคู่รักที่รักกันมาก จะอยากใช้เวลาร่วมกัน ทำให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินไปด้วยกัน ส่วนคู่รักที่มีปัญหา ทะเลาะเบาะแว้ง หรือไม่มีความสุข ก็จะไม่อยากใช้เวลาร่วมกัน

คู่รักที่อ้วน แปลว่าความสัมพันธ์ดีใช่ไหม?

การมีแฟนแล้วอ้วนขึ้นไม่ได้การันตีเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในทุกๆ คู่ เพราะขึ้นอยู่กับนิสัย พฤติกรรม และความชื่นชอบ คู่รักบางคู่ชอบออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมร่วมกันเสมอ ก็ทำให้มีความสุขได้ โดยที่น้ำหนักตัวไม่ได้ขึ้น

รู้อย่างนี้้แล้วก็อย่าปล่อยให้ตัวเองและแฟนอ้วนมากเกินไป หากชื่นชอบในการกินก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาด้วยกัน ถึงแม้การมีแฟนแล้วอ้วนจะเป็นเรื่องที่แสดงว่าพวกคุณรักกันมาก แต่การช่วยกันดูแลสุขภาพ เป็นห่วงเป็นใย พากันออกกำลังกาย ก็เป็นการยืนยันว่า คู่ของเรามีความสุขได้เช่นกัน