โชว์ฟังก์ชั่นล้ำ CASIO G-SHOCK เปิดตัวเทรนนิ่งวอทช์ 2 รุ่นใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626942

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 19:20 น.โชว์ฟังก์ชั่นล้ำ CASIO G-SHOCK เปิดตัวเทรนนิ่งวอทช์ 2 รุ่นใหม่ควรค่าแก่การรอคอย CASIO G-SHOCK ประเดิมเปิดตัวเทรนนิ่งวอทช์ 2 รุ่นใหม่ในตระกูล G-SQUAD รุ่น GBD-H1000 และ GBD-100 Training Series ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นล้ำๆ เกินคำบรรยาย

เอาใจคนรักสุขภาพด้วยไอเท็มใหม่มาแรงจากแบรนด์ CASIO G-SHOCK โดยบริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) ที่ตอบโจทย์คนฟิตด้วยการประกาศเปิดตัวเทรนนิ่งวอทช์รุ่นใหม่ฟังก์ชั่นแน่น อย่างรุ่น G-SQUAD GBD-H1000 ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ 5 แบบ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการออกกำลังกาย การเผาผลาญแคลอรี่ รวมถึงข้อมูลเส้นทางในการออกกำลังกาย และรุ่น G-SQUAD GBD-100 Training Series อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสายรักสุขภาพที่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย พร้อมความต้านทานแรงกระแทกและฟีเจอร์อัจฉริยะที่แม่นยำกว่าเดิม

G-SQUAD GBD-H1000

G-SQUAD GBD-H1000

ฟังก์ชั่น

เริ่มที่ความพิเศษกับเทรนนิ่งวอทช์รุ่นพี่ที่บอกเลยว่ามาแรงแน่ๆ อย่าง G-SQUAD GBD-H1000 นาฬิกาที่มาพร้อมระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะทั้งหมด 5 ตัว ได้แก่ เซ็นเซอร์อัตราการเต้นหัวใจ (HRM), เซ็นเซอร์วัดระดับความสูง (Altitude), เซ็นเซอร์วัดความกดอากาศ (Barometric Pressure Altitude Sensor), เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ (Thermo Sensor), เซ็นเซอร์เข็มทิศ (Compass) และเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว (Accelerometer Sensor) รวมถึงรองรับการคำนวณค่าการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2max) ที่ใช้อัตราการเต้นของหัวใจและความเร็วเพื่อเป็นตัวชี้วัด บ่งบอกถึงความแข็งแรงของหัวใจและปอดของผู้สวมใส่ และมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อต้องการเพิ่มความทนทานในการวิ่งและกิจกรรมการเทรนนิ่งอื่นๆ โดยการวัดค่าและวิเคราะห์ข้อมูลนี้ สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในแบบไร้สายผ่านระบบ Bluetooth เพื่อใช้งานควบคู่กับแอปพลิเคชั่น G-SHOCK MOVE

ความพิเศษยังไม่หมดแค่นี้ เพราะยังมาพร้อมความสามารถในการรับสัญญาณ GPS ระบุตำแหน่งและพิกัดที่ได้ถูกพัฒนามาเพื่อเพิ่มความแอดวานซ์ในการทำกิจกรรมให้แก่ผู้สวมใส่ และเมื่อใช้ร่วมกับระบบจับเวลาก็จะสามารถติดตามข้อมูลการวิ่ง เช่น ระยะทาง ความเร็ว ความเร็วเฉลี่ย และอื่นๆ ได้ อีกทั้งยังมีการเก็บข้อมูลระยะทางและการก้าวเดิน (Step Counter) นานสูงสุด 12 ชั่วโมง ช่วยให้การเก็บข้อมูลของกิจกรรมเป็นไปได้อย่างง่ายดายและเรียลไทม์

ดีไซน์

ในแง่ของดีไซน์ G-SQUAD GBD-H1000 ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายอย่างแท้จริง ด้วยจอ memory-in-pixel (MIP) LCD ที่ให้ความละเอียดและค่าคอนทราสต์สูง ทำให้สามารถแสดงผลลัพธ์ได้ชัดเจนแม้ขณะทำกิจกรรมกลางแจ้งที่แสงแดดจ้าก็ตาม กรอบตัวเรือนถูกดีไซน์ให้แสดงสัญลักษณ์ของโหมดต่างๆ อย่างชัดเจน และปุ่มกันลื่นขนาดใหญ่เพื่อการใช้งานที่คล่องแคล่ว

ด้านสายนาฬิกามีส่วนผสมของวัสดุยูรีเทนให้ความกระชับรับกับข้อมือ ทำให้สวมใส่และใช้งานได้ในทุกวันและทุกสถานการณ์ เหมาะอย่างยิ่งกับการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างการวิ่ง หรือกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวเยอะ พร้อมกันน้ำลึกได้ 200 เมตร ด้วยน้ำหนักตัวเรือนเพียง 101 กรัม

นอกจากนี้ นาฬิกา G-SQUAD GBD-H1000 ยังมีฟีเจอร์และฟังก์ชั่นที่ชาญฉลาดอีกมากมายสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกาย อาทิ การตั้งค่าเป้าหมายที่ต้องการและการวิเคราะห์การออกกำลังกาย โดยการบันทึกข้อมูลในแต่ละครั้งบน สมาร์ทโฟน ช่วยในการสร้างวินัยและตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกาย รวมถึงฟังก์ชั่นการสื่อสารพื้นฐานผ่านBluetooth low energy ที่ครอบคลุมขอบเขตของสัญญาณได้สูงสุดถึง 2 เมตร

สำหรับ G-SQUAD GBD-H1000 พร้อมเปิดตัวทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำขาว สีดำ สีแดง สีแดงดำ ในราคา 14,900 บาท (เริ่มจำหน่ายวันที่ 27 มิถุนายน 2563) สามารถชาร์จไฟผ่าน USB และจากพลังงานแสงอาทิตย์โดยตรงเพื่อความสะดวกต่อการใช้งานในทุกๆ วัน

.

G-SQUAD GBD-100 Training Series

 G-SQUAD GBD-100 Training Series

นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ห้ามพลาดสำหรับคนรักการออกกำลังกายและเทรนนิ่ง สำหรับรุ่น G-SQUAD GBD-100 Training Series ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับเซ็นเซอร์วัดความเร่งและวัดระยะทางที่แม่นยำกว่าเดิม ผ่านระบบ GPS สะท้อนความเป็นเทรนนิ่งวอทช์ที่เหนือกว่ากับความสามารถในการวัดความเร็ว นับจำนวนก้าว (pedometer) แบบอัตโนมัติ เพื่อคำนวณการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย การจับเวลาที่สามารถแบ่งรอบได้สูงสุดถึง 5 รอบต่อหนึ่งครั้งแบบอัตโนมัติ พร้อมฟีเจอร์เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับเซ็นเซอร์วัดความเร่งในตัวนาฬิกา โดยใช้ความแม่นยำของจีพีเอสในสมาร์ทโฟนเป็นตัววัดระยะทาง

รุ่น G-SQUAD GBD-100 Training Series สะท้อน DNA ของแบรนด์ G-SHOCK อย่างครบถ้วนในทั้งรูปลักษณ์และฟังก์ชั่น โดยสามารถทนทานต่อแรงตกกระแทกจากตึกสูง 3 ชั้น ด้วย Technology ของแผ่นครอบฝาหลังจากวัสดุเรซิน ซึ่งทำจากวัสดุคุณภาพสูงเสริมด้วยใยแก้ว รูปทรงโค้งของผิวช่วยลดการระคายเคืองเมื่อสัมผัสกับข้อมือ อีกทั้งยังสามารถกันน้ำลึกได้ถึง 200 เมตร ซึ่งซีรีย์นี้แตกต่างจากรุ่นอื่นที่มีการผลิตออกมาก่อนหน้าในด้านการเชื่อมต่อระบบ Bluetooth เข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านแอปพลิเคชั่น G-SHOCK MOVE เพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการโทรและข้อความเข้าได้อย่างต่อเนื่อง แม้ขณะออกกำลังกาย หน้าจอวัดผลออกกำลังกายที่เชื่อมต่อได้กับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Bluetooth

มาพร้อมกับความคมชัดของจอ LCD แบบ MIP ที่มีความละเอียดสูงในการแสดงข้อมูลเพื่อความสะดวกต่อการอ่าน อายุการใช้งานที่ยาวนานของแบตเตอรีถึง 2 ปีโดยไม่ต้องชาร์จ และดีไซน์ของตัวเรือนที่ได้รับการออกแบบให้ง่ายต่อการใช้งาน พร้อมสายเรซินที่สามารถปรับความกระชับได้เพื่อความสะดวกสบายในการสวมใส่

G-SQUAD GBD-100 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สายสีดำเหลือบแดง, สายสีดำเหลือบน้ำเงิน และสายสีน้ำเงิน ในราคาเพียง 7,000 บาท

พบกับเทรนนิ่งวอทช์ 2 รุ่นใหม่ได้ที่ช้อป Casio สาขา Flagship Store @เซ็นทรัลเวิลด์, สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, ไอคอน สยาม, เซ็นทรัล ชิดลม, โรบินสัน พระราม 9 และศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือสั่งออนไลน์จากที่บ้านชิลๆ ผ่านระบบ CHAT & SHOP @casiowatchcmg หรือ https://lin.ee/a96lBTJ รับข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ www.casio-cmg.com และ Facebook : Casio Watches Thailand

พลังของคนไทยใจแฟชั่น #saveTHAIwearTHAI #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626932

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 17:15 น.พลังของคนไทยใจแฟชั่น #saveTHAIwearTHAI รวมพลังคนไทยใจแฟชั่น สยามเซ็นเตอร์หนุนแคมเปญ #saveTHAIwearTHAI แสดงพลังยิ่งใหญ่ปลุกกระแสอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย

ถ้าไทยไม่ช่วยไทย ใครจะช่วยเรา ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่ทุกภาคส่วนล้วนได้รับผลกระทบจากภัย Covid-19 รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย เหล่าคนแฟชั่น ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง สยามเซ็นเตอร์ ในฐานะศูนย์รวมแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำมากที่สุดในเมืองไทย จึงขอรวมพลังลุกขึ้นปลุกกระแสให้คนไทยหันมาสนันสนุนสินค้าไทยพร้อมแสดงพลังยิ่งใหญ่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ก้าวต่อไป เพื่อสร้างอาชีพต่อยอดให้กองทัพทีมงานอีกหลายล้านชีวิตทั้งดีไซเนอร์ ช่างตัดเย็บ ช่างทอ ช่างย้อม ช่างพิมพ์ พนักงานขาย คนส่งของ นายแบบนางแบบ ช่างภาพ ช่างแต่งหน้า-ทำผม ตลอดจนพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศเจ้าของภูมิปัญญาผู้ผลิตผ้าไทยท้องถิ่นให้ยืนหยัดผ่านพ้นไปด้วยกัน

ดีไซเนอร์ไทยระดับตำนาน ศิริชัย ทหรานนท์ เจ้าของแบรนด์ THEATRE ผู้สร้างอาชีพให้คนเบื้องหน้าและเบื้องหลังในการสร้างสรรค์ผลงานคอลเลคชั่นแฟชั่นที่สวยงามมายาวนานกว่า 30 ปี กล่าวว่า ในฐานะของดีไซเนอร์ที่ปลุกปั้น THEATRE มาอย่างยาวนาน ไม่เพียงแค่หน้าร้านเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยโรคระบาดในครั้งนี้ แต่ยังหมายรวมถึงผู้ผลิต แรงงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในภาคอุตสาหกรรมนี้ เริ่มต้นจากผู้ผลิตผ้า ซึ่ง THATRE เลือกใช้ผ้าไทยคุณภาพยอดเยี่ยม อย่างผ้าไหมจากโครงการศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ตลอดจนผ้าฝ้ายผ้าขาวม้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวขอนแก่น ซึ่งเป็นการอุดหนุนและกระจายรายได้สู่ชาวบ้านทั่วทุกภูมิภาค สู่ช่างออกแบบและช่างตัดเย็บซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ที่อยู่คู่ THEATRE มาตลอด ก่อนจะออกมาเป็นผลงานคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ลูกค้าได้เห็น จะเห็นได้ว่าทุกกระบวนการครอบคลุมการสร้างอาชีพให้ผู้คนมากมาย จึงอยากให้คนไทยนึกถึงและช่วยสนับสนุนให้เราได้ผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังได้เพิ่มบริการพิเศษ Custom Made โดยลูกค้าสามารถเลือกผืนผ้าและตัดเย็บในแบบที่ต้องการขึ้นมาเป็นพิเศษได้อีกด้วย

ชัยชน สวันตรัจฉ์ อีกหนึ่งไทยดีไซเนอร์รุ่นใหญ่เจ้าของแบรนด์ชื่อดัง GOOD MIXER กล่าวว่า สำหรับแบรนด์ Good Mixer ที่ต้องเปิดใจให้พร้อมสำหรับการปรับตัวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในครั้งนี้นับว่าเป็นวิกฤตที่รุนแรงที่สุด เราจึงต้องพยายามค้นหาทุกโอกาสที่ซ่อนตัวอยู่ใต้วิกฤตครั้งนี้ เพราะ Good Mixer ยังมีทีมงานอีกเกือบร้อยชีวิตที่ได้รับผลกระทบไปด้วย ทุกครั้งที่มองเห็นโอกาสเราจึงช่วยกันลงมือทันที โดยร่วมสร้างสรรค์หน้ากากผ้าคอลเลคชั่นพิเศษในสไตล์งานคราฟท์ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์หลักของแบรนด์ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความแตกต่างอย่างโดดเด่น ช่วยเพิ่มความอุ่นใจและเติมสีสันชีวิตชีวามากขึ้น ตอกย้ำจุดแข็งและความยูนีคของแบรนด์ที่ลูกค้าเห็นแล้วจำได้ อย่างการเพิ่มลูกเล่นไปบนหน้ากากผ้าด้วยงานปักลายเสือ ลายผีเสื้อ ลายปลาทอง เน้นความความประณีตในการเย็บที่ลงรายละเอียด ตั้งแต่การเย็บเพื่อไม่ให้แผ่นใยสังเคราะห์ด้านในที่เป็นชั้นกรองลื่นไหลซึ่งเป็นเสน่ห์ของแบรนด์ไทยที่เน้นดีเทลรายละเอียดเสมอ พร้อมการเปิดขายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก เป็นอีกหนึ่งวิธีรับมืออย่างมีสติที่สุดเพื่อผลักดันให้ครอบครัว Good Mixer ก้าวข้ามไปได้ด้วยกัน

สไตลิสต์ระดับท้อปของวงการอย่าง อารยา อินทรา ผู้อยู่เบื้องหลังงานแฟชั่นไทยระดับทอล์คออฟเดอะทาวน์มากมาย กล่าวว่า ถ้าคนไทยไม่ช่วยคนไทยด้วยกัน แล้ว ใครจะช่วยเรา อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย โดยคนไทย ที่ทำงานกันเป็นกองทัพที่อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนอย่างสุดฝีมือในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ทั้งขั้นตอนการผลิต ความปราณีตงดงามเพื่อหวังให้ผู้สวมใส่มีความสุขอิ่มเอมกับงานแฟชั่นที่ดีเยี่ยม และเพื่อช่วยพยุงให้ธุรกิจ เศรษฐกิจไทย ก้าวหน้า จึงขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คนแฟชั่น และขอให้คนไทยเห็นคุณค่า สนับสนุนผลงานของคนไทยด้วยกัน

ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ในฐานะศูนย์รวมแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชั้นนำมากที่สุดในเมืองไทย เดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมกับสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ และแบรนด์ไทย- ดีไซเนอร์ชั้นนำ เล็งเห็นทุกพลังสร้างสรรค์ของทุกแบรนด์ไทยจากแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ถ่ายทอดสู่งานออกแบบที่สวยงามให้กับวงการแฟชั่นของไทยโชว์ผลงานไปทั่วโลกผ่านหลายอาชีพของคนที่อยู่เบื้องหลัง สยามเซ็นตอร์ขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจสนุบสนุนแคมเปญ #saveTHAIwearTHAI ขอปลุกไฟปลุกพลังให้ทุกแบรนด์แฟชั่นของไทยยืนหยัดก้าวต่อไปด้วยแรงสนันสนุนจากคนไทยด้วยกัน

สยามเซ็นเตอร์พร้อมเสิร์ฟหลากหลายดีไซน์ให้คนไทยหัวใจแฟชั่นได้อินสไปร์รับพลังบวกและอินเทรนด์ได้ในทุกสถานการณ์ ผู้สนใจร่วมให้กำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพิเศษได้โดยใส่ชุดแบรนด์ไทยดีไซเนอร์สุดโปรดพร้อมโพสต์ภาพลง Instagram รับฟรี Siam Gift Card มูลค่า 500 บาท โดยทุกการโพสต์ของคุณ สยามเซ็นเตอร์จะร่วมบริจาคให้กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ 10 บาท ต่อ 1 โพสต์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2560

Be Inspired!! ร่วมเติมเต็มพลังใจและรับแรงบันดาลใจไปกับความคิดสร้างสรรค์ฝีมือคนไทยพร้อมสนับสนุนคนไทย “ถ้าไทยไม่ช่วยไทย ใครจะช่วยเรา” ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ ณ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์

เช็กอิน Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใหญ่ที่สุดในประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626881

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 11:30 น.เช็กอิน Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใหญ่ที่สุดในประเทศเปิดแล้ว!! Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ใหญ่ที่สุดในไทย ตื่นใจกับ Nike By You ให้ Customize ใส่ความเป็นคุณลงบนไอเท็มโปรด

โพสต์ทูเดย์ ชวนสัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งเต็มรูปแบบ จุใจในแฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ Nike ที่ย่านใจกลางกรุงเทพฯ กับ Nike Bangkok at Siam Center แฟล็กชิปสโตร์ใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ Innovative Sport จัดใหญ่ด้วยพื้นที่กว้างขวางกว่า 9,000 ตารางฟุต จัดเต็มกับสินค้า Nike พร้อมนวัตกรรมสุดล้ำทุกรูปแบบ หลากหลาย และครบครันมากที่สุดเท่าที่เคยมี

ตั้งแต่รองเท้าสปอร์ตเพอร์ฟอร์แมนซ์ สนีกเกอร์ไลฟ์สไตล์รุ่นฮิต รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น อาทิ รองเท้าวิ่งตระกูล Vaporfly NEXT% รองเท้าบาสเกตบอล Air Jordan และ Nike Icon Clash คอลเลคชั่นล่าสุดปี 2020 ตลอดจนชุดออกกำลังกายของทั้งสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ รวมถึงเสื้อผ้าไลฟ์สไตล์แฟชั่น เสื้อยืด กระเป๋า แอคเซสซอรี่ และไอเท็มคูลๆ อีกเพียบ

ตื่นตาตื่นใจไปกับบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Nike By You ครั้งแรกในประเทศไทยที่ให้ Customize ไอเท็มโปรดคู่กายแบบยูนีคไม่ซ้ำใคร  เรียกได้ว่าใส่สไตล์ความเป็นตัวเราลงในผลิตภัณฑ์ของ Nike ที่อาจมีแค่หนึ่งเดียวในโลก

พิเศษสำหรับช่วงเปิดร้านใหม่ Nike ยังมีคอลเลกชั่น Nike By You x Jirayu Koo ที่ Nike ได้นำเสนอผลงานของอิลลัสเตรเตอร์ไทย “จิรายุ คูอมรพัฒนะ” กับลวดลายกราฟิกสีสันสดใสพร้อมใส่ความสนุกสนานแบบไทยๆ ในชื่อ Bangkok Jam โดดเด่นด้วยฟอนต์ภาษาไทย อาทิ คำว่า “สยาม” “บางกอก” ที่หายากแน่นอนในอนาคต

สำหรับ Nike Bangkok at Siam Center ยังมีบริการพิเศษสำหรับลูกค้าอีกมากมาย เช่น บริการทดลองฟิตติ้งเสื้อผ้าจากไนกี้แบบหัวจรดเท้า รวมไปถึงการทดลองวิ่งหรือออกกำลังกายขณะสวมใส่รองเท้ารุ่นต่างๆ ของไนกี้ ซึ่งบริการเหล่านี้จะช่วยสร้างความผูกพันระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ไนกี้ และเพื่อช่วยให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง ผู้มาใช้บริการทุกท่านยังสามารถจองช่วงเวลาสำหรับการรับบริการสไตลิ่งหรือบริการการเลือกซื้อรองเท้าวิ่งแบบตัวต่อตัวกับผู้เชี่ยวชาญด้านรองเท้าวิ่ง หรือสไตลิสต์ซึ่งประจำอยู่ที่ร้านได้ล่วงหน้าอีกด้วย 

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับไนกี้เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจและไม่เหมือนใคร เพื่อยกระดับแนวคิดของการค้าปลีกไปพร้อมๆ กับการส่งเสริมให้ลูกค้าของเรามีปฎิสัมพันธ์กับไนกี้ในรูปแบบใหม่ๆ” คุณอาชวิน วาลิรัม ผู้อำนวยการบริหารของวาลิรัม กล่าว

ใครไม่อยากเอ้าท์แนะนำให้ไปสัมผัสความล้ำสมัยในคอนเซ็ปต์ Innovative Sport แล้วเลือกช้อปจุใจแบบจัดเต็มกันได้แล้ววันนี้ ที่สยามเซ็นเตอร์ ชั้น G เปิดบริการทุกวัน เวลา 10:00-21:00 น. หรือรับชมข่าวสารจากไนกี้ประเทศไทยได้ทาง LINE OFFICIAL :  @nikethailand

.

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

New Normal : ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 เวลา 10:30 น.New Normal : ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่ายคนทำงานต้องรู้!! กูรูด้านที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ เผย “ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย” หัวใจของงานพีอาร์ยุค New Normal

ในยุคที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ต้องยอมรับว่าผลพวงหนึ่งที่ทุกคนต้องประสบพบเจอและต้องยอมรับ นั่นคือ พฤติกรรมในการใช้ชีวิตของทุกคนได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการกิน การอยู่ และการดำเนินชีวิต หรือที่เราพูดถึงสถานการณ์ยามนี้ด้วยคำยอดฮิตติดปากว่า “New Normal” หรือ “ความปกติใหม่” 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานแล้ว คนในทุกๆ สาขาอาชีพล้วนต้องปรับตัวเพื่อให้วิถีทางในการทำงานตอบรับและสอดคล้องไปกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม รวมถึงอาชีพนักประชาสัมพันธ์ ซึ่ง ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด กูรูด้านที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ ได้กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

ภาพรวมของธุรกิจที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์

วงการประชาสัมพันธ์ถือว่าเป็นวงการที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยจาก ช่วงการแพร่ระบาด แต่กระนั้น หน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ ยังเดินหน้าในการสื่อสารต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารเรื่อง มาตรการขององค์กรในการให้ความช่วยเหลือ ผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรต่างๆ หรือ การสื่อสารเรื่อง ผลกระทบที่ได้รับก็ตามแต่ การสื่อสาร สร้างความเข้าใจกับสังคม ยังคงจำเป็นต่อทุกสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะที่มีความเปราะบางสูงอย่างนี้ ดังนั้น ความต้องการคำปรึกษาประชาสัมพันธ์จึง ยังมีความสำคัญ แต่ว่าจะในสเกลที่เล็กลง

นักประชาสัมพันธ์จะต้องปรับตัวอย่างไรในยุค New Normal

สมัยก่อนถ้าเรามองดูพีอาร์ในยุคก่อนก็จะพบว่า มีนักประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน มีผู้รับข่าวสาร พอโลกดิจิตอลมา สื่อดั้งเดิม (Conventional Media) ก็ยังคงอยู่ แต่ขณะเดียวกันจะมีการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ ๆ มากมาย สื่อภาคประชาชนก็ดี หรือว่าสื่อดั้งเดิม เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ที่อพยพจากแพลตฟอร์มเดิมสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น แต่สิ่งที่ยังคงสำคัญตลอดและต่อเนื่องคือการจัดการเนื้อหา ไม่ว่าการสื่อสารจะเป็นช่องทางใด สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเนื้อหา ยุคนี้พอคนสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์มากขึ้น คนมีส่วนร่วมกับการบริโภคข่าวสารมากขึ้นซึ่งต่างจากเดิม อาจจะมีข่าวเรื่องของมาตรการเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่เดิมคนอาจสนใจเฉพาะกลุ่ม แต่ตอนนี้มันกระทบกับทุกคนเลยคนบริโภคข่าวสารก็จะมีจำนวนมากขึ้น การบริหารจัดการเนื้อหาให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้รับจึงมีความสำคัญเหมือนเดิม เพียงแต่รูปแบบจะต้องเร้าใจมากขึ้น ดึงดูดคนมากขึ้น เข้าใจง่ายมากขึ้น และเป็นทางการน้อยลงแบบนี้เป็นต้น

เทคนิคพร้อมแนวทางที่จำเป็นสำหรับแนวทางพีอาร์

การสื่อสารในภาวะที่การสื่อสารหลั่งไหลมาจากทุกภาคส่วน  แหล่งข่าว องค์กรต่างๆ รวมถึงการตีความของภาคประชาสังคมจนกระทั่งยากจะแยกแยะ สิ่งใด ถูกต้อง ที่มามาจากแหล่งใด เชื่อถือได้เพียงใด ทำให้ การสื่อสารที่ “ชัดเจน” เปิดช่องให้มีการตีความน้อยที่สุด มีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือได้ จึงสำคัญกว่า ภาวะใดๆ  การสื่อสารแบบ “ทำเรื่องยากให้ง่าย”  “จัดลำดับความสำคัญของเนื้อหา”  สำคัญที่สุด มาก่อนเพื่อน หรือเรียกว่า “เอาใจความบรรทัดที่ 9 มาไว้เป็นบรรทัดแรก” เพราะส่วนใหญ่คนอ่านแค่ 8 บรรทัด แต่ใจความสำคัญมักอยู่บรรทัดที่ 9 และ 10 หรือ นอกจากนี้ การสื่อสารด้วย กราฟฟิก สื่อสารด้วยภาพ แผนภาพ ที่ง่ายต่อความเข้าใจ และ ถูกจริต คนไทยจะถูกนำมาใช้มากขึ้น  รวมถึงการสื่อสาร ผ่าน ระบบออนไลน์ ทีไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปมาจะได้รับการยอมรับมากขึ้น ในฐานะที่เป็น New Normal

ทิศทางของธุรกิจด้านการสื่อสารและงานประชาสัมพันธ์หลังโควิด-19

หลังจากที่สถานการณ์ถูกควบคุมเอาไว้ได้ในระดับหนึ่ง จนทุกคนสามารถจะกลับมาใช้ชีวิตได้เกือบเป็นปกติ กิจกรรมต่างๆ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นสำหรับภาคเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นอย่างมโหฬารและมีจำนวนมากจนงานด้านการตลาด งานด้านสื่อสารการประชาสัมพันธ์จะมีจำนวนมาก  การวางแผนสำหรับอนาคตอันใกล้สำหรับการแย่งพื้นที่ข่าวกันอย่างดุเดือด จะทำให้บริษัทด้านประชาสัมพันธ์ที่ยังคงเหลือรอดและแข็งแรงเพียงพอมีแต้มต่อในการเดินหน้าต่อไป

หากใครเป็นนักประชาสัมพันธ์ ยามนี้คงต้องถามตัวเองว่าพร้อมไหม?? กับการปรับตัว ปรับใจ กับการทำงานในรูปแบบใหม่ที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

นัดช้อป New Normal Fair @ตลาดนัดยิ้มสยาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626766

วันที่ 24 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.นัดช้อป New Normal Fair @ตลาดนัดยิ้มสยามอยากช้อปต้องมา!! New Normal Fair ตลาดนัดปลอดภัย สยามพิวรรธน์จัด “ตลาดนัดยิ้มสยาม” ชวนช้อปช่วยวิกฤตการณ์โควิด-19 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ วันนี้-28 มิ.ย. 2563

อยากช้อปต้องมา!! สยามพิวรรธน์ ชวนทุกคนร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือและสนับสนุนคนไทย ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-1 ภายในงาน “ตลาดนัดยิ้มสยาม” งานออกร้านจำหน่ายสินค้าหลากหลายนานาชนิดในบรรยากาศตลาดนัดติดแอร์ เพื่อสร้างรอยยิ้มและรายได้แก่เพื่อนร่วมสังคมที่ประสบวิกฤตในรูปแบบ New Normal Fair ที่ปลอดภัยไร้กังวลด้วยมาตรการสุขอนามัยของสถานที่อย่างเคร่งครัด ระหว่างวันที่ 24–28 มิถุนายน 2563 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน

ที่ผ่านมาสยามพิวรรธน์ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคนไทยที่มีความสามารถทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายย่อยจากต่างจังหวัด ดีไซเนอร์ นักออกแบบไทยที่มีความสามารถ เยาวชน ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ เด็กพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้เขาเหล่านั้นได้มีโอกาสทำธุรกิจ และใช้สถานที่ของสยามพิวรรธน์เป็นเวทีของการนำเสนอสินค้าและบริการในหลากหลายประเภท เช่นเดียวกับ “ตลาดนัดยิ้มสยาม” ครั้งนี้ ที่สยามพิวรรธน์ต้องการช่วยผู้ประกอบการไทยจากทั่วประเทศให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตครั้งนี้ และกลับมามีรอยยิ้มและความสุขอีกครั้ง ซึ่งร้านค้าที่เข้ามาขายจะผ่านการคัดเลือกมาอย่างดีเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์และสินค้าที่นำมาขาย มีคุณภาพดี ราคาเป็นธรรม เพื่อส่งมอบความสุขให้กับลูกค้า สร้างความสุขใจที่ให้คนไทยได้ช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน

สำหรับร้านค้าจากผู้ประกอบการต่างๆที่เข้าร่วม “ตลาดนัดยิ้มสยาม” มีมากมายกว่า 197 ร้านค้า อาทิ เบเกอรี่, ผัก ผลไม้, เครื่องดื่มสมุนไพร, เครื่องดื่มออร์แกนิค, ไอศกรีม, ข้าว, น้ำพริก, อาหารแห้ง, เครื่องสำอางค์, เครื่องประดับ, งานฝีมือ, หน้ากากาอนามัย, รองเท้า, ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก, ผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน, เสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมาย ที่จะทำให้ทุกท่านมีความสุขในการเลือกช้อปสินค้าที่ได้ช่วยเหลือ และยังได้ของกลับบ้านมากมายอีกด้วย

ร่วมช้อป ชิม ชิล อุดหนุนผู้ประกอบการคนไทยด้วยกันได้ ระหว่างวันที่ 24-28 มิถุนายน 2563 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 11.00-19.00 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ Line Official Account @RoyalParagonHall และเตรียมพบกับตลาดนัดยิ้มสยามที่ True ICON Hall ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2563

Work from anywhere ไลฟ์สไตล์ New Normal ส่อแววเครียด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626692

วันที่ 23 มิ.ย. 2563 เวลา 12:30 น.Work from anywhere ไลฟ์สไตล์ New Normal ส่อแววเครียดแพทย์เตือน! ไลฟ์สไตล์ New Normal เสี่ยงเครียดทำลายตับ แนะออกกำลังกายเสริมภูมิคุ้มกัน

New Normal ดูจะเป็นกระแสรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มาแรง ในช่วงที่ทั่วโลกยังคงต้องเฝ้าระวังเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ด้วยมาตรการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในเวลานี้มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงเพื่อปกป้องตนเองจากโรคระบาด งดการเดินทาง งดกิจกรรมการพบปะ สร้างระยะห่างทางกายภาพ ซึ่งนั่นหมายรวมถึงรูปแบบการทำงาน ส่งผลให้การสื่อสารทางไกลผ่านเทคโนโลยีสื่อออนไลน์ยิ่งทวีความสำคัญและทรงอานุภาพที่สุดในรอบหลายปี

เนื่องจากหลายหน่วยงานปรับวิธีการทำงานสู่รูปแบบ Work from anywhere ทำให้เราสามารถพบว่าการสื่อสารระหว่างบุคลากรเพื่อการติดต่อประสานงานมักเกิดขึ้นผ่าน Online conference ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่นั่นก็หมายถึงกิจวัตรที่จะต้องประจำการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวันเพื่อรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน จนเกิดการละเลยที่จะดูแลสุขภาพกายอย่างเช่นการออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายจากอิริยาบถเดิม ๆ เป็นเวลานาน ยิ่งไปกว่านั้นคนวัยทำงานในบางกลุ่มอาจต้องเผชิญกับความเครียดจากรายได้ที่ขาดหายไปในช่วงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ขณะที่ยังต้องรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่มากขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อวัยวะภายในโดยที่เราไม่รู้ตัว

พญ.พรนภา ปวีณดำรง ที่ปรึกษา นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ สาขาวิชาวิทยาการชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ และ RDI มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาแพทย์ผู้วิจัยพบผลการศึกษาบางอย่างซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการวิจัยของแพทย์เอง ซึ่งอาจไม่สามารถอ้างอิงในทางวิชาการได้มากนัก

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของ “ความเครียด” ที่ส่งผลต่อตับ โดยสามารถอธิบายกลไกได้ 3 ข้อ ได้แก่

1. กลไกการขาดออกซิเจน

เนื่องจากความเครียดส่งผลให้เลือดไปหล่อเลี้ยงตับได้น้อยลง ทำให้เกิดการขาดออกซิเจนในระดับเซลล์ตับลดลงด้วย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ เป็นพิษทำลายเซลล์ตับ นอกจากนี้ ความไม่สมดุลระหว่างอนุมูลอิสระ และสารต้านอนุมูลอิสระ ยังส่งผลให้เกิดความเครียด เกิดการหลั่งสาร TNF-alpha ที่ก่อให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น 4-7 เท่า

2. กลไกการรั่วเข้าของ Lipopolysacharide

ความเครียดทำให้เกิดการยินยอมในผนังลำไส้ถึง 2 เท่า จึงมีการรั่วเข้าของ Lipopolysacharide และสิ่งแปลกปลอม ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดความเสียหายในตับ

3. ฮอร์โมนความเครียดถูกกระตุ้นให้หลั่งมากเกินไป

ความเครียดจะกระตุ้นการทำงานของไฮโพทาลามัสและต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมความเครียดออกมาในกระแสเลือดมากกว่าคนปกติ 1.6 เท่า ซึ่งกดภูมิคุ้มกันและทำให้เซลล์ตับอักเสบได้ นอกจากนั้น ความเครียดจะกระตุ้นต่อมหมวกไตให้ Epinephirne และ Norepinephirne ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์ทั้งหลายรวมถึงเซลล์ตับ

นอกจากนี้ แพทย์ผู้วิจัยยังพบข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ มีการเปลี่ยนค่าตับของอาสาสมัครทั้ง 25 คน นั่นคือค่า AST (SGOT) และ ALT (SGPT) ซึ่งส่วนใหญ่มีค่าปริมาณที่สูงขึ้นอย่างน่าแปลกใจเมื่อเทียบค่าตับดังกล่าวระหว่างช่วงก่อนมีมาตรการ Work from home และหลังจากมีมาตรการไปแล้ว 4 สัปดาห์

       ค่าเอนไซม์ตับ เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังจากทำงานที่บ้าน 4 สัปดาห์

จากข้อมูลที่แพทย์ได้ค้นพบอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าแม้ไลฟ์สไตล์การทำงานแบบ New Normal จะดูสะดวกสบาย แต่ความเครียดจากการอยู่ในอิริยาบถเดิมนาน ๆ หรือความเครียดจากสภาวะเศรษฐกิจก็ดีอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพภายในโดยที่เราไม่ทันสังเกตเห็น เพราะฉะนั้นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันง่าย ๆ จากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ละวางจากการคร่ำเคร่งต่อหน้าที่การงานบ้าง ก็สามารถสร้างสมดุลให้สุขภาพและลดโอกาสการเจ็บป่วยได้อย่างแน่นอน

7 ปัญหาพาองค์กรล่ม..เมื่อโลกเปลี่ยน ทำไมคนไม่ปรับ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626207

วันที่ 22 มิ.ย. 2563 เวลา 08:08 น.7 ปัญหาพาองค์กรล่ม..เมื่อโลกเปลี่ยน ทำไมคนไม่ปรับ?การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : กระบวนการเรียนรู้เชิงองค์รวม ทำไมคนไม่เปลี่ยน ที่เปลี่ยนก็ไม่ยั่งยืน

โลกเปลี่ยนอย่างเป็นพลวัต ไม่แน่นอน คลุมเครือ ซับซ้อน ไม่เคยหยุดนิ่งแม้ขณะใดขณะหนึ่ง แต่ในทุกขณะกำลังปรับเข้าสู่สมดุลใหม่เทคโนโลยีก้าวกระโดดในอัตราเร่ง แต่ก็ล้าสมัยชั่วข้ามคืน สังคมอ่อนแอ ขาดพลัง การปรับตัวรุนแรง ใครตามไม่ทันต้องล่มสลาย ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำๆ แก้กี่ครั้งก็เหมือนเดิม บางคนอยากจะเปลี่ยน บางคนไม่คิดจะเปลี่ยน บางคนพยายามจะเปลี่ยน แต่สุดท้ายก็ละความพยายาม จึงเกิดคำถามว่าเมื่อโลกเปลี่ยนแล้วทำไมคนไม่ปรับ มีที่เปลี่ยนบ้าง แต่ก็ไม่ยั่งยืน ท่านคิดว่าเพราะอะไร

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot-การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน ชี้ว่าหากพิจารณาในเชิงลึก ก็พบประเด็นปัญหาเหล่านี้ที่มักเกิดมาจาก

1.บุคลากรเน้นแต่การพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ แต่ขาดทักษะชีวิต ไม่รู้ว่าองค์กรมีชีวิต ไม่สามารถทำคนให้เป็นมนุษย์ อีกทั้งไม่รู้ว่าอะไรคือองค์ประกอบของชีวิต และไม่เข้าใจว่าจะพัฒนาส่วนผสมชีวิตนั้นอย่างไรเพื่อให้ยั่งยืนการพัฒนาจึงเป็นแบบแกนๆ ขาดคุณค่าและความหมาย

2.หลายคนยังยึดติดอยู่กับกรอบความคิดแคบๆ ภาพความสำเร็จเก่าๆ มีมุมมองแบบเดิมๆ มีทัศนคตเชิงลบ ไม่พัฒนาตนเอง ไม่เล่นเชิงรุก ขาดวิสัยทัศน์ ขาดเป้าหมายชีวิต ขาดความมุ่งมั่น ขาดแรงบันดาลใจ จึงไม่สามารถพัฒนาและระเบิดศักยภาพจากภายในได้ด้วยตนเองไม่สามารถนำตนเองได้ ไม่กล้าเปลี่ยน กลัวพลาด เกาะของเดิมไว้ปลอดภัยกว่าเวลาเจอปัญหา จึงมักเน้นแต่การปรับแต่งพฤติกรรมเพียงเพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” อย่างฉาบฉวย แต่เข้าไม่ถึงฐานรากชีวิต การพัฒนาจึงไปไม่ถึงไหน การเปลี่ยนแปลงจึงไม่เกิดขึ้นจริง ความยั่งยืนยังห่างไกล

3.บุคลากรขาดแนวคิดเชิงระบบ ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญ จับประเด็นหลักไม่ได้ เชื่อมโยงก็ไม่ถูก จึงขาดปัญญาและไม่เข้าใจว่าปัญหาต่างๆ มันถักทอ ทับซ้อนกันอย่างเป็นร่างแห ไม่อาจแยกออกจากกันได้ใช้แต่มุมมองเชิงเดี่ยว แยกส่วน จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งขาดมุมมองเชิงองค์รวม จึงขาดความคิดที่แตกต่างที่แปลกใหม่ติดอยู่กับคำตอบที่ดีที่สุดเพียงคำตอบเดียว แต่ขาดทางเลือกที่สร้างสรรค์ คับแคบจึงไม่สามารถสร้างนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจได้

4.หลายคนมักคิดว่าชีวิตเราเกิดมาเพื่อเรียนรู้ แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะชีวิตกับการเรียนรู้ มันคือเรื่องเดียวกัน เราจึงต้องเรียนรู้ตลอดเวลา มันคือการเรียนรู้ตลอดชีวิตแต่คนส่วนใหญ่หยุดการเรียนรู้ คิดว่าพอแล้ว จึงไม่ใฝ่รู้ หยุดการค้นคว้าวิจัยหลายคนคิดไม่เป็น ต้องการแค่คำตอบสุดท้ายสำเร็จรูป แต่ขาดกระบวนการเรียนรู้จึงไม่สามารถพัฒนาองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้

5.บุคลากรไม่เห็นคุณค่าตนเอง ขาดความเคารพในตนเอง คิดลบต่อตนเองจึงทำให้ขาดความเชื่อมั่น ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ภายในหวั่นไหวและอ่อนไหว คิดว่าชีวิตหมุนไปตามกระแสสังคมที่มีผลกระทบต่อตนเองอย่างไม่มีทางเลือกจึงไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ เหมือนมีอะไรมาฉุดรั้งไว้ ทั้งๆ ที่ตนมีศักยภาพอยู่อย่างเหลือเฟือ เลยไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น สุดท้ายก็กลายเป็นเหยื่อ

6.บุคคลก็ไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง ไม่เห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์มักเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง จึงไม่เปิดใจกว้างรับฟัง ขาดศรัทธา ไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน จึงไม่สามารถระเบิดศักยภาพทีมงานอย่างมีพลังร่วม การทำงานจึงขาดเอกภาพ

7.ผู้นำองค์กรขาดความเข้าใจว่าองค์กรคือชีวิต ไม่เข้าใจว่าคนคือมนุษย์ มีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย จึงไม่เห็นคุณค่าของคน เมื่อตนไม่เห็นค่าคนอื่น ตนจึงไม่ได้รับการยอมรับ ภาวะผู้นำก็ไม่เกิดองค์กรเมื่อขาดผู้นำ บุคคลก็เล่นไปคนละทิศคนละทาง เล่นไม่เป็นทีม ขาดการมีส่วนร่วม ขาดเป้าหมายร่วม ไม่เสียสละ ไม่เกื้อกูลกัน ทั้งองค์กรจึงเล่นไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพหนึ่งเดียว

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้มิใช่ของใหม่ มันเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกและจะเป็นเช่นนี้ต่อไป และเป็นความท้าทายอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนขององค์กรท่านคิดว่ามันถึงจุดเปลี่ยนหรือยัง หรือยังทนได้อยู่ เรารู้ว่าเราต้องเปลี่ยน แต่ทำไมคนไม่เปลี่ยน มีที่เปลี่ยนบ้าง แต่ก็ไม่ยั่งยืนท่านคิดว่าอะไรคือสาเหตุ รากของปัญหามันอยู่ที่ไหน อะไรทำให้องค์กรแตกต่างกัน ท่านจะรับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างไรและหากปัญหานี้เป็นจริงในที่ทำงาน มันก็จริงในครอบครัวด้วย แล้วท่านจะพาคนที่ท่านรักให้อยู่รอดอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรบุคคลเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืนได้อย่างไรต้องเปลี่ยนทุกคนไหม แล้วควรจะเริ่มที่ใครก่อน ระดับใดต้องมีทีมผู้นำการเปลี่ยนแปลงไหม ต้องพัฒนายาวนานแค่ไหน ต้องต่อเนื่องไหม ถ้าลองเปลี่ยนแล้ว มันยังล้มเหลวอีก ท่านจะทำอย่างไร

เพราะธุรกิจคือชีวิต ความยั่งยืนคือหัวใจของความสำเร็จ การปรับตัวอย่างยืดหยุ่นคือคำตอบ

หากปรับตัวเอาชนะภาวะนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า “สมดุล” หากรักษาสมดุลนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า “เข้มแข็ง” หากรักษาความเข้มแข็งนั้นไว้ได้เรื่อยๆ เรียกว่า “มั่นคง” หากรักษาความมั่นคงนั้นได้เรื่อยๆ เรียกว่า “ยั่งยืน”

อยากเป็น Admin ต้องทำอย่างไรและมีคุณสมบัติอะไรบ้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626468

วันที่ 21 มิ.ย. 2563 เวลา 07:40 น.อยากเป็น Admin ต้องทำอย่างไรและมีคุณสมบัติอะไรบ้างอยากรู้จักงาน Admin คืองานอะไร? แล้วผู้ที่กำลังหางานนี้อยู่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง? … ไปดูกัน

รู้จักงาน ‘Admin’ อาชีพที่ตลาดมีความต้องการเยอะ

แอดมิน หรือที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันปัจจุบันคือผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊ก อาชีพนี้เกิดขึ้นราวช่วงประมาณ พ.ศ.2560 โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของพนักงานบุคลากรที่มีความสามารถในการสื่อสารและเขียนเนื้อหาเชิงบวก ช่วยเสริมภาพลักษณ์ ก่อนที่จะขยับขยายออกมาเป็น ‘ฟรีแลนซ์’ คนนอกองค์กร โดยกลุ่มผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง ซึ่งกลุ่มของงานที่ต้องดูแลจะมีทั้งสินค้าและการบริการทุกรูปแบบ

ตามความเข้าใจในข้างต้นแอดมินจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่ ‘ดูแลเพจ’ เป็นอาชีพแอดมินที่นิยมในรูปแบบบริษัท มีหน้าที่ในการทำงานคือตอบคอมและโต้ตอบสื่อสารในการให้ข้อมูล หน้าที่ให้คำแนะนำทางช่องทางแชทข้อความส่วนตัว และแอดมิน ‘รับออเดอร์’ จะเป็นผู้จัดการในการให้บริการโต้ตอบเพื่อการขายสินค้า แจ้งข้อดีและคุณสมบัติ จำพวก ราคา พร้อมกับปิดการขายลูกค้า

จะว่าไปแล้วงาน Admin เป็นงานฝ่ายธุรการที่มีขอบข่ายและหน้าที่ความรับผิดชอบของงานที่ค่อนข้างกว้าง จนหลายคนอาจจะเข้าใจว่างานด้านนี้ มีความคล้ายคลึง และค่อนข้างเหมือนกับงานของ HR แต่หากลองวิเคราะห์จากเนื้องานแล้ว จะเป็นว่างานทั้งสองประเภทนี้ จะมีความแตกต่างกันอยู่ อีกทั้งงาน Admin นี้จะเน้นที่การประสานงานเป็นหลัก 

เนื่องจากงาน Admin เป็นงานที่มีลักษณะของการเป็นฝ่ายสนับสนุนค่อนข้างมาก เห็นได้จากผู้ที่ทำงานธุรการสามารถเข้าไปช่วยเหลืองานในฝ่ายอื่น ๆ ได้ เช่น Admin สามารถเข้าไปช่วยงานของฝ่าย HR ในด้านดูแลด้านเอกสาร หรือ ประสานงานกับพนักงาน เป็นต้น ขอบข่ายงานของ Admin จึงอยู่ที่ว่าต้องไปสังกัดอยู่กับฝ่ายไหน แต่โดยรวมแล้ว งานธุรการจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลงานเอกสารต่าง ๆ การติดต่อประสานงานภายใน และนอกองค์กร การจัดเก็บ และค้นหาเอกสาร การจัดเตรียมการประชุม เป็นต้น

ตำแหน่งงาน Admin ที่เปิดรับสมัคร จะมีทั้ง Admin ฝ่ายขาย Admin ฝ่ายบุคคล หรือ Admin ฝ่ายการตลาด ตำแหน่งงานต่างๆ เหล่านี้ จะมีหน้าที่และความสำคัญของงานแตกต่างกันไป ดังนั้น ก่อนจะสมัครงานในตำแหน่งนี้ ควรดูรายละเอียดของงานให้ถ้วนถี่ก่อนว่า เป็นงานที่ตรงกับความสามารถของเราหรือไม่ 

การเริ่มต้นสมัครงาน Admin นอกจากจะต้องเป็นคนที่มีทัศนคติ และแนวคิดด้านบวกในการเริ่มต้นชีวิตการทำงานแล้ว การจบการศึกษาที่ตรงกับสายงานก็มีส่วนสำคัญ ผู้หางานที่ต้องการงานด้านธุรการ คือคนที่มีความรู้ความสามารถ และเรียนจบมาจากสาขาต่างๆ ดังนี้ คณะบริหารธุรกิจ (เอกเลขานุการ) สาขาบริหารการจัดการ สาขาบริหารการตลาด สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ แต่หากมองตามหลักความเป็นจริงแล้ว สายงานนี้ค่อนข้างเปิดกว้าง ขอให้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถตามที่ตำแหน่งงานได้กำหนดไว้ โอกาสที่จะได้งานนี้ก็มีค่อนข้างสูง

ผู้ที่ทำงาน Admin ควรมีคุณสมบัติอย่างไร

คุณสมบัติของผู้ทำงาน Admin โดยรวมแล้วต้องเป็นคนที่รับความรับผิดชอบสูง มีความอดทน มุ่งมั่นในการทำงาน อีกทั้งมีความคล่องแคล่ว มีใจรักงานบริการ ใจเย็น มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับบุคคลอื่นได้ง่าย สามารถประสานงานระหว่างบุคคล หรือระหว่างองค์ได้เป็นอย่างดี อดทนต่อสภาวะแรงกดดันในการทำงานได้

นอกจากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว ผู้ที่ทำงาน Admin อาจจะต้องมีทัศนคติด้านบวกเหล่านี้รวมอยู่ด้วยเพื่อเพิ่มความสุขในการทำงานให้มีมากขึ้น

  • มีความละเอียด รอบคอบ
  • สนใจรายละเอียดของงานที่ทำ ให้ผิดพลาดน้อยที่สุด
  • เปิดใจกว้างยอมรับทั้งเสียงตำหนิ และคำชมเชย เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน
  • เข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือสิ่งท้าทาย และเป็นสิ่งเตือนใจให้เราได้เรียนรู้มุ่งมั่นในการทำงาน เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายอย่างเต็มที่
  • ภูมิใจในหน้าที่การทำงานของตนเอง ให้ระลึกเสมอว่างานที่เราทำมีคุณค่าคิดอยู่เสมอว่า ความสุขของคนที่ได้ทำงาน Admin คือการได้ช่วยเหลือคน

บทบาทและหน้าที่ของงาน Admin

งาน Admin จะมีขอบข่ายความรับผิดชอบอยู่ที่การช่วยเหลือ หรือจัดการธุระต่างๆ ให้กับบุคคลในองค์กร อาจจะมีความแตกต่างกันไปบ้างตามแผนกที่ตัวเองสังกัดอยู่ แต่งานหลักๆ ของธุรการ จะมีดังนี้ ติดต่อประสานงาน เดินเอกสารให้กับพนักงานดูแลสถานที่ หรือติดต่อกับฝ่ายอาคาร ในกรณีที่ต้องการใช้สถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ดูแลเอกสาร หรือส่งจดหมายให้กับพนักงานในแผนกต่างๆ ตรวจสอบ และสั่งซื้ออุปกรณ์ออฟฟิศให้กับพนักงานดูแลบริหารออฟฟิศ ด้วยการดูแล ควบคุมการทำความสะอาดของแม่บ้านดูแลพนักงานรับส่งเอกสารที่มาติดต่อกับบริษัท

เข้าใจแล้วใช่ไหมว่างาน Admin เป็นตำแหน่งงานที่สำคัญตำแหน่งหนึ่งในบริษัท แต่หน้าที่ความรับผิดชอบนั้นอาจจะต้องใช้ความอดทนอยู่บ้าง เพราะบางครั้งอาจจะต้องเจอกับพนักงานเจ้าปัญหาที่สร้างความยุ่งยากลำบากใจบ้าง แต่หากเราสามารถควบคุมดูแลงานส่วนนี้ให้ออกมาได้ดี  งานของเราก็จะออกมาเป็นดังที่คาดหวัง

La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626276

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 11:00 น.La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020ปฏิวัติวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น กับแบรนด์ La Boutique อวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 ในชื่อ NEO RENAISSANCE แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ยุคแห่งการฟื้นฟู สู่แฟชั่นยุคใหม่ New Normal

เรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติวงการแฟชั่นไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น กับแบรนด์ ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ที่ครั้งนี้ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝีมือเฉียบ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล พร้อมอวดโฉมคอลเลกชั่นพรีฟอล 2020 ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้สนุกกับการแต่งตัวไปกับเสื้อผ้าคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า ‘นีโอ เรเนซองส์’ (NEO RENAISSANCE)

โดยนำเสนอแรงบันดาลใจจากยุคเรเนซองส์ยุคแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรม การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ของคนยุคกลาง สู่ยุคนิวนอร์มอลที่เป็นปรากฏการณ์ความปกติใหม่ของวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน ซึ่งไอเดียดังกล่าวได้ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนเสื้อผ้าที่ช่วยสร้างความโดดเด่นอย่างมีรสนิยมให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อย่างน่าจับตามอง

La Boutique แบรนด์แฟชั่นสตรีภายใต้คอนเซ็ปต์นีโอ โรแมนติก ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตในแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นกว่าใครทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ได้กล่าวถึงแนวคิดหลักในการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้ว่า แนวคิดหลักในการออกแบบคอลเลกชั่นนี้มาจากยุคเรเนซองส์ที่เป็นยุคของการเปลี่ยนแปลงด้านศิลปะ ดนตรีและวิถีชีวิต ถือเป็นจุดเริ่มต้นของวัฒนธรรมยุคใหม่ในสมัยนั้น ซึ่งหากเปรียบกับยุคสมัยนี้ก็คงจะเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ที่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตในหลายด้าน หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีและเข้าสู่ยุคดิจิตอลมากขึ้น จึงเป็นที่มาของคอลเลกชั่นนี้ที่เราต้องการให้สาวๆ ได้ปลดปล่อยและรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังคงความสนุกในการแต่งตัว โดยมีไฮไลท์สำคัญที่เป็นการนำเสนอคอลเลคชั่นนีโอ เรเนซองส์ ผ่านสื่อออนไลน์ในรูปแบบใหม่ ทาง Virtual Reality หรือ VR ที่จะมาสร้างประสบการณ์ด้านแฟชั่นผ่านโลกเสมือนจริงด้วยมุมมองรอบทิศถึง 360 องศา โดยมีนางแบบสาว น้ำตาล-ชลิตา สวนเสน่ห์ มาร่วมถ่ายทอดชุดสวยๆ ผ่านทางกิจวัตรประจำวันสุดเก๋ในแบบฉบับของสาวลา บูทีคส์ ซึ่งอยากให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศ และรับชมลุคใหม่ได้ง่ายๆเพียงปลายนิ้วสัมผัส

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ทางแบรนด์ได้หยิบยกความความคลาสสิกของเสื้อผ้าทรงหลวมและทรงโอเวอร์ไซส์ ที่สามารถสวมใส่เป็นชุดลำลองสำหรับอยู่บ้านหรือจะเป็นชุดสวยสำหรับออกเดทได้ในเวลาเดียวกัน เหมาะกับชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป มีจุดเด่นด้านการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวบนคัตติ้งที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยรายละเอียด โดยมีชิ้นเด่นอย่างเสื้อเชิ้ตตัวหลวมผ้าชีฟองที่ถูกปักประดับด้วยขนนกกระจอกเทศสอดแทรกผ่านตะเข็บเสื้อผ้าเพื่อเพิ่มความพริ้วไหว ช่วยให้สาว ๆ ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นทุกครั้งที่สวมใส่ ถัดมาที่เสื้อสูทผ้าไหมลาเม่ (Lame) ได้เพิ่มความโก้หรูด้วยการหนุนเสริมโครงบริเวณไหล่ ออกมาเป็นสูทแนวมัสคิวลิน ซึ่งสามารถแมทช์ได้ง่ายๆ กับกางเกงเจมส์ยีนส์ ยีนส์ทรงซิกเนเจอร์เอวสูงที่ปรับความยาวใหม่เพียงช่วงระดับเข่า ช่วยเก็บกระชับรูปร่างบริเวณรอบเอวและสร้างสัดส่วนให้มั่นใจได้เป็นอย่างดี ถัดมาที่เดรสทรงบูสติเย่ย์สีสุดคลาสสิกอย่างสีขาวออฟไวท์ (Off White) ได้ถูกทำให้น่าสนใจด้วยลูกเล่นระบายขนาดใหญ่บริเวณแขนเสื้อทั้งสองข้าง ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ช่วยเสริมลุคให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นแล้วยังมีไอเท็มชิ้นเด่นอย่างเดรสทรงเอไลน์ (A Line) และทูนิคเดรส เดรสทรงหลวมใส่สบายที่มาพร้อมเทคนิคการอัดพลีท และการสร้างเลเยอร์ให้กับชุดด้วยการเย็บแบบรูดระบาย อีกทั้งดีเทลการปักประดับตกแต่งด้วยเครื่องประดับโลหะสีทอง กระดุมวินเทจ และกระดุมคริสตัล อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะให้สาว ๆ ได้สัมผัสถึงความหรูหรา รวมถึงเสื้อคอเต่าแขนยาวประดับโมเสคคริสตัลรูปทรง LB ด้วยเทคนิครีดร้อน (Hot Fix) ช่วยเติมความระยิบระยับได้เป็นอย่างดี

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ได้นำเนื้อผ้าบางเบาหลากหลายผิวสัมผัสรวมถึงผ้าเส้นใยธรรมชาติมาใช้สร้างสรรค์ในการผลิต เพื่อเพิ่มความพริ้วไหว ความแวววาวให้กับชิ้นงานมากขึ้น พร้อมโทนสีแนวเอิร์ธโทนที่ช่วยเพิ่มอารมณ์ผ่อนคลายทั้งสีครีม (Sand), สีเปลือกไข่ (Eggshell) และสีน้ำตาลอ่อน (Fawn) โดยเพิ่มความสนุกด้วยการแต่งเติมสีแอซิดอย่างสีชมพู (Fuchsia), สีส้ม (Coral) และสีฟ้า (Cerulean) เพื่อเพิ่มมิติให้กับคอลเลกชั่นนี้ได้โดดเด่นแบบไม่เหมือนใคร

เคล็ดลับการแต่งตัวในยุคนิวนอร์มอลให้มีเสน่ห์น่าค้นหาตามแบบฉบับสาวลาบูทีคส์

คลาสสิกและความมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การแต่งตัวของผู้หญิงดูสวยมีเสน่ห์น่าประทับใจ การเลือกเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้กับทุกสถานการณ์เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้ อย่างเสื้อเชิ้ตตัวหลวมที่มีลูกเล่นประดับด้วยขนนก สามารถแมทช์กับกางเกงยีนส์เอวสูงซึ่งสาวๆ จะได้ลุคทะมัดทะแมง คล่องตัว หรือจะเป็นเดรสทรงเอที่ปักประดับด้วยโลหะสีทองก็จะได้ลุคสาววินเทจ ที่ดูน่าค้นหา และอาจจะลองแมทช์เสื้อคอเต่ากับกระโปรงอัดพลีทสีชมพู ซึ่งก็ได้ลุคสาวหวานที่ดูโดดเด่นไปอีกแบบ

สามารถรับชมประสบการณ์ด้านแฟชั่นในรูปแบบใหม่ ผ่านมุมมองโลกเสมือนจริง VR 360 กับคอลเลกชั่นล่าสุด NEO RENAISSANCE จาก แบรนด์ La Boutique ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง LA BOUTIQUE และมาร่วมสร้างสไตล์ให้โดดเด่นอย่างมีรสนิยมได้ที่แฟลกชิพสโตร์ ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน, สยามพารากอน, เซ็นทรัลเวิลด์ และทางเว็บไซต์ www.laboutiqueofficial.com

7 คำถามต้องเจอเมื่อสัมภาษณ์งานออนไลน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626301

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.7 คำถามต้องเจอเมื่อสัมภาษณ์งานออนไลน์เมื่อการสัมภาษณ์งานออนไลน์กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม มาเตรียมตัวให้พร้อม!! ลองตอบ 7 คำถามที่คุณจะต้องพบในการสัมภาษณ์ที่จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน

ในช่วงสถานการณ์วิกฤต COVID-19 นี้ ผู้สมัครงานหลายๆ คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตกงาน หรือหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง รวมถึงต้อง work from home การเลือกสมัครงานในช่วงดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเลือกสมัครงาน การสัมภาษณ์งานออนไลน์กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม jobsdb.com เว็บไซต์งานชั้นนำแนะนำการเตรียมตัวให้พร้อมในการสัมภาษณ์งานและการตอบคำถามให้ดีที่สุด ลองดู 7 คำถามและคำตอบที่คุณจะต้องพบในการสัมภาษณ์งานออนไลน์ที่จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน 

คำถามที่ 1  : ช่วยแนะนำตัวเองให้ฟังหน่อย

คำถามเปิดการสัมภาษณ์ยอดนิยมและกลายเป็นคำถามที่สร้างปัญหาแก่ผู้สมัครงานหลายๆ คน กลายเป็นว่าการตอบการสัมภาษณ์งานอย่างไม่เหมาะสมนั้นเป็นคำตอบที่ได้รับจากส่วนใหญ่ของผู้สัมภาษณ์งาน คำตอบที่ดี คือการบอกว่าทำไมคุณถึงเหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ เริ่มต้นเล่าถึงความสำเร็จและทักษะที่มีส่วนช่วยในการได้งานผ่านการสัมภาษณ์ในขณะที่คุณต้องเจอคำถามต่างๆในการสัมภาษณ์งาน

คำถามที่ 2 : คุณรู้จักตำแหน่งนี้ได้ยังไง

อีกหนึ่งคำถามที่สร้างความสนใจให้แก่ผู้สัมภาษณ์งานเพื่อการดูว่าคุณสนใจอยากทำงานตำแหน่งนี้มากแค่ไหน คำถามนี้ได้บอกถึงโอกาสที่ดีที่คุณจะได้แสดงถึงว่าคุณอยากมีแรงบันดาลใจที่อยากทำตำแหน่งมากแค่ไหน อย่าลืมนำเสนอสิ่งที่คุณภูมิใจในผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรายชื่อผู้ติดต่อ, กิจกรรมต่างๆ, จดหมายข่าว และแมกกาซีนหรือแม้แต่บริษัทเล็กๆที่คุณเคยทำงานด้วย

คำถามที่ 3 : ทำไมคุณถึงเลือกที่จะลาออกจากงานล่าสุด

คำถามยากที่สุดในการทุกการสัมภาษณ์งาน ทุกครั้งที่คุณสัมภาษณ์งานอย่าลืมคิดถึงคำถามนี้ไว้หากคุณได้รับการสัมภาษณ์งาน ในการตอบคุณควรตอบในเชิงบวกและเลี่ยงการใช้ผู้อ้างอิงซึ่งจะอาจจะให้ข้อมูลเชิงลบแก่คุณ การใช้คำตอบที่สร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็น การที่คุณอยากได้ประสบการณ์มากขึ้นในสถานที่การทำงานหรือตำแหน่งที่ออกไปที่เหมาะสมกับทักษะของคุณมากกว่าตำแหน่งในปัจจุบันและคุณสามารถเล่าถึงความสนใจในการคว้าโอกาสที่ท้าทายเหล่านี้

คำถามที่ 4: คุณรู้จักบริษัทนี้ดีแค่ไหน?

คำถามนี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวกับภารกิจของบริษัทหรือต้องการทดสอบความเข้าใจภารกิจแต่เกี่ยวกับเรื่องของแรงบันดาลใจและการใส่ใจที่คุณมีแก่บริษัทด้วย คำถามดังกล่าวนี้ต้องการให้คุณทำการบ้านให้รู้จักเรื่องของบริษัทในทุกๆแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายของบริษัท หรือชื่อต่างๆ สิ่งที่คุณต้องทำต่อก็คือการหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่คุณไปสัมภาษณ์ให้พร้อม ข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถหาได้ในโลกออนไลน์นั่นเอง

คำถามที่ 5: อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนในการทำงานของคุณ?

ในการเล่าถึงข้อดีและข้อด้อยในการทำงานของคุณ สิ่งที่คุณควรเล่าและผู้สัมภาษณ์งานอยากได้ยินคือสิ่งที่เป็นตัวคุณและจุดแข็งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน คำตอบสำหรับคำถามนี้ควรระบุลงไปให้ชัดเจน ส่วนข้อด้อยของคุณไม่ควรเล่าถึงสิ่งที่ทำให้คุณดูไม่ดี ควรเล่าถึงสิ่งที่คุณอยากจะปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบจะดีกว่า

คำถามที่ 6: เงินเดือน คาดหวังอยู่ที่เท่าไหร่?

เชื่อได้ว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ HR ทุกคนจะต้องถามผู้สมัครงาน การเรียกเงินเดือนนั้นไม่ควรน้อยหรือสูงเกินไป (เทียบกับความสามารถของตนเอง) ลองสำรวจฐานเงินเดือนจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อจะได้บวกลบกับเงินเดือนที่คุณต้องการ มีข้อแนะนำอีกอย่างคือ คุณลองเรียกเงินเดือนสูงกว่าที่ต้องการจริงๆ เล็กน้อยไว้เพื่อต่อรองเงินเดือน

คำถามที่ 7: ทำไมเราถึงควรจ้างคุณ

สำนวนไทยที่ว่า อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น เหมาะกับสถานการณ์หากคุณต้องเจอคำถามแบบนี้ สิ่งที่ควรทำก็คือใช้เป็นโอกาสในการขายตัวคุณเองผ่านการเล่าถึงทักษะและความเชี่ยวชาญในตำแหน่งนี้ ความมั่นใจและการตอบอย่างฉลาดจึงเหมาะสมมากกว่า คุณคือคนที่ฝ่ายบุคคลมองหา ลงตัวเหมาะกับตำแหน่งงาน และสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมาย และเหมาะสมกับการจ้างในตำแหน่งนี้

จะเห็นได้ว่า การสัมภาษณ์งานออนไลน์นั้น คำถามที่มักถาม ก็ยังคงเป็นคำถามแบบเดียวกันกับการสัมภาษณ์งานแบบตัวต่อตัวนั่นเอง เตรียมข้อมูลมาให้พร้อมก่อนเริ่มการสัมภาษณ์งานในทุกๆ ครั้งยังคงได้ผลดีเสมอในการได้งาน