เซ็นทรัลเวิลด์ฉลอง Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำเปิดตัว Pride Collection #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626155

วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 19:00 น.เซ็นทรัลเวิลด์ฉลอง Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำเปิดตัว Pride Collectionศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำความเป็น World Social Destination ระดับโลก ฉลองเดือนแห่งภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำเปิดตัว Pride Collection สินค้าดีไซน์พิเศษ เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ LGBTQIA+

ตลอดเดือนมิถุนายน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตอกย้ำความเป็น World Social Destination ระดับโลก ร่วมฉลองเดือนแห่งภาคภูมิใจ หรือ Pride Month ดึงแบรนด์ชั้นนำ อาทิ CALVIN KLEIN, adidas, SWATCH, GUESS, Levi’s, I Wanna Bangkok และ Guss Damn Good เปิดตัว Pride Collection สินค้าคอลเลคชั่นดีไซน์พิเศษ

โดยได้รับแรงบันดาลจากจาก “สีรุ้ง หรือ Pride Colors” ซึ่งแสดงถึงสีสันที่หลากหลาย สะท้อนความหลากหลายทางเพศ ตอกย้ำถึงการเป็นโลกที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้คนทุกคน โดยแบรนด์ชั้นนำทั้งแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทยต่างร่วมแสดงจุดยืนและรณรงค์ร่วมกันในการแสดงออกซึ่งความเท่าเทียมทางเพศให้กับคนไทยและคนทั่วโลกเห็นความสำคัญของกลุ่ม LGBTQIA+ จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าสินค้าจะหมด

สินค้า Pride Collection ประกอบด้วย :

adidas คอลใหม่แห่งปี 2020 สี PRIDE รวมมิตรสีสัน ซึ่งถือเป็นสีที่เปิดเผยเสน่ห์ของความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+)

Guss Damn Good ไอศกรีมรส Equality จากจุดเริ่มต้นที่เกิดขึ้นกับ co-founder Guss Damn Good ความตั้งใจ support LGBTQ+ community จนเกิดมาเป็น workshop ตอนบ่ายเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา โดยได้ลูกค้าและแฟนคลับร่วมกันออกไอเดียทำ story to flavor จนออกมาเป็นไอศกรีมรสชาติใหม่ Equality และ Love is love อย่างสมบูรณ์

CALVIN KLEIN ปล่อย Lifewear Limited Edition อย่างเสื้อยืด ฮูดดี้ กางเกงขาสั้น กางเกงยีนส์ รวมถึงไอเท็ม Sportwear อย่างสเวตเชิ้ต จ็อกเกอร์เพ้นทส์ กางเกงว่ายน้ำ และ Underwear ก็ปรับเป็นดีไซน์ให้เข้ากับการฉลอง Pride Month ด้วยเช่นกัน

SWATCH ฉลอง Pride Month ด้วย #OPENSUMMER นาฬิกาสีรุ้งสัญลักษณ์แห่งความรักและความหวังมาตอกย้ำแนวคิดของ Swatch ว่านาฬิกาสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ได้อย่างเปิดเผยและน่าภูมิใจ

GUESS จับมือกับซูเปอร์สตาร์ระดับโลก J BALVIN รังสรรค์เอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่นพิเศษ GUESS x J BALVIN ‘COLORES’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากอัลบั้มล่าสุดของ Balvin ผสมผสานระหว่างท่วงทำนองแห่งเสียงเพลง สู่สีสันแห่งเสื้อผ้าคอลเลคชั่น เริ่มวางจำหน่าย 12 มิถุนายน 2020 นี้ ที่ร้าน GUESS และผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Central Online และ LINE Official @guessthailand

Levi’s ดีไซน์ที่เป็นมากกว่าแฟชั่น Levi’s® Pride 2020: USE YOUR VOICE คอลฯ ที่เป็นพลังเสียง พลังในการสนับสนุนให้คนมีสิทธิเท่าเทียมกัน และรายได้ร่วมสนับสนุนให้กับองค์กร OutRight Action International

5 ลุคสุดเลิฟของ ‘ญาญ่า’ จาก UNIQLO x Marimekko #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626105

วันที่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 12:48 น.5 ลุคสุดเลิฟของ ‘ญาญ่า’ จาก UNIQLO x Marimekko5 ลุค 5 สไตล์ by ญาญ่า กับคอลเลคชั่นใหม่ลิมิเต็ดเอดิชัน จาก UNIQLO x Marimekko ที่ไม่ว่าใครๆ ก็อัพลุคมิกซ์แอนด์แมทช์แต่งตามได้

หลังจากที่ UNIQLO (ยูนิโคล่) แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น จัดไลฟ์สดครั้งแรกก็ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ เพราะ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ พาชมคอลเลคชั่น UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชัน ที่ได้ทั้งความสดใสของญาญ่า เข้ากับความสนุกของสีสันและลายพิมพ์อันเป็นเอกลักษณ์จากคอลเลคชั่นนี้ ทางยูนิโคล่เลยขอเผย 5 ลุคสุดเลิฟของญาญ่าจากคอลเลคชั่นนี้ให้เราได้ลองไปจับคู่มิกซ์แอนด์แมทช์แต่งตามกันได้เลย

ลุคที่ 1: เดรสยาวคอวีผ้าลินินผสม ใส่คู่กับหมวกสานจากลายหิน (Kivet) อันเป็นเอกลักษณ์

ลุคแรกที่สดใสโดนใจสาวญาญ่าสุดๆ ก็คือเดรสยาวคอวีผ้าลินินผสม และหมวกสาน โดยลายสีชมพูที่แมทช์กันของเดรสและหมวกนี้คือลาย Kivet ซึ่งเป็นภาษาฟินแลนด์ที่แปลว่าหิน ตัวเดรสมาในทรงหลวม (oversize) นำมาจับคู่กันกับหมวกสานลายเดียวกันที่มีคุณสมบัติพิเศษป้องกันรังสียูวีได้ เสริมลุคนี้ให้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น เหมาะกับการใส่ในวันสบายๆ

ลุคที่ 2: เสื้อยืดทรงบ็อกซี และกางเกงทรงครอปขาบานผ้าคอตตอนลินินลาย Laine

ลุคนี้ดูเรียบและลงตัวด้วยสีสุดคลาสสิกอย่างขาว ดำ พร้อมเสริมความเก๋ด้วยลวดลายกราฟิกรูปคลื่น (Laine) ซึ่งเสื้อยืดทรง บ็อกซี ที่ทำจากคอตตอน 100% เข้ากันได้ดีกับกางเกงทรงครอปขาบาน ผ้าลินินคอตตอน ลุคนี้จะเป็นลุคกึ่งทางการ สาวๆ สามารถแต่งตัว เพิ่มความเป็นแฟชั่นเข้ามาได้ด้วยการหารองเท้าจะสีเรียบหรือลายที่แมทช์กับเสื้อมาจับคู่ก็สามารถสร้าง โททอลลุคได้

ลุคที่ 3: เสื้อยืดทรงบ็อกซี และกางเกงขาสั้นผ้าคอตตอนป๊อปปลิ้นลาย Tori

ลุคนี้ยังคงอยู่ที่เสื้อยืดทรงบ็อกซีสุดฮิป แต่จับมาแมตช์กับกางเกงขาสั้นผ้าคอตตอนป๊อปปลิ้นใส่สบาย พร้อมลวดลาย Tori หรือ ตลาดผลไม้ ที่รวบรวมสีสันคัลเลอร์ฟูลของธรรมชาติมาไว้แบบจัดเต็ม ลุคนี้ญาญ่าปลื้ม เพราะหลายคนอาจคาดไม่ถึงว่าสามารถนำชุดที่มีลายโดดเด่นมาใส่พร้อมกันได้ แต่จริงๆ แล้วพอมาใส่รวมกันแล้วและเลือกเฉดสีให้ดี ก็ช่วยเสริมให้ดูดีมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี

ลุคที่ 4: เชิ้ตปกสกิปเปอร์ผ้าลินินผสม กางเกงทรงครอปขาบานลาย Laine และรองเท้าพื้นสานลายทาง

ส่วนลุคนี้ขอเปลี่ยนจากเสื้อยืดมาเป็นเสื้อเชิ้ต โดยได้จับคู่สีส้มสดใสเข้ากับสีฟ้าสบายตาลงบนเสื้อเชิ้ตปกสกิปเปอร์ผ้าลินินผสมลายคลื่น ที่ดูลงตัวกับกางเกงทรงครอปขาบานผ้าคอตตอนลินินสีฟ้าที่มีผ้าลายคลื่นแซมไว้ตรงขอบเอว อีกไอเทมที่มาช่วยเสริมลุคนี้ให้สดใสยิ่งขึ้นก็คือรองเท้าพื้นสานสไตล์ธรรมชาติที่มาในคู่สีเดียวกับเสื้อและกางเกงด้วยสีฟ้าสลับส้มแมทช์กัน แถมยังใส่สบายเพราะมีแผ่นรองรับแรงกระแทก

ลุคที่ 5: เดรสทรงเอ และเสื้อฮู้ดพาร์กาพับเก็บได้แบบยาว

ไอเทมสุดเลิฟของหลายคนจากคอลเลคชั่น UNIQLO x Marimekko คงหนีไม่พ้นเดรสทรงเอ ซึ่งใส่แล้วดูดีเหมาะกับรูปร่างที่หลากหลาย แถมยังสวมใส่ได้ง่าย สัมผัสสบายจากผ้าคอตตอนผสมป๊อปปลิ้นที่คงรูปได้ดี โดยสาวญาญ่าปลื้มเดรสทรงเอมาก เพราะนอกจากจะใส่เดี่ยวๆ ก็ดูดีในสไตล์สาวหวานแล้ว ยังสามารถแมทช์ได้กับหลายชุด ปรับลุคได้หลายสไตล์ เช่น จับเดรสทรงเอมาแมทช์กับเสื้อฮู้ดพาร์กาแบบยาวสีเขียว ก็ให้ลุคโฉบเฉี่ยวขึ้น พร้อมลุย แถมยังสามารถพับเก็บได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ก็คือ 5 ลุคสุดเลิฟของญาญ่า จาก UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชัน คอลเลคชั่นล่าสุดในปีนี้ ถ้าใครอยากลองแต่งตาม หรือมิกซ์แอนด์แมทช์ตามสไตล์ของตัวเอง ก็สามารถเลือกชมและช้อปได้แล้ววันนี้ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขาและออนไลน์สโตร์ Uniqlo.com ซึ่งหากใครพลาดชมไลฟ์สดที่ญาญ่ามาอวดลุคสุดเลิฟก็สามารถไปชมย้อนหลังได้ในเฟซบุ๊กของยูนิโคล่ที่ LIVE-UNIQLO X Marimekko

ส่องลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ VERSACE X PRIDE 2020 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626039

วันที่ 15 มิ.ย. 2563 เวลา 14:30 น.ส่องลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ VERSACE X PRIDE 2020VERSACE X PRIDE 2020 คอลเลคชั่นแห่งความภาคภูมิใจ ร่วมสนับสนุนชาว LGBTQ+ สังคมแห่งความหลากหลาย มุ่งสร้างความเท่าเทียมในโลกปัจจุบัน

Versace ร่วมเฉลิมฉลองให้กับ Pride Month พร้อมสนับสนุนชาว LGBTQ+ ผ่านคอลเลคชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นสุดพิเศษ ‘Pride 2020 Capsule Collection’ โดยเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้ออกแบบมาให้สวมใส่สบายในช่วงอากาศร้อน ตามสไตล์แอคทีฟแวร์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกล้าม เสื้อครอปตัวสั้น ชุดวันพีซ รวมถึงไลน์ชุดชั้นใน ที่สร้างความโดดเด่น ด้วยการนำสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ LGBTQ+ มาผสมผสานในคอลเลคชั่นนี้

นับเป็นโอกาสครบรอบ 1 ปีที่ ดอนนาเทลล่า เวอร์ซาเช่ (Donatella Versace) ดำรงตำแหน่งในฐานะ Stonewall Ambassador ในประเทศสหรัฐอเมริกา เธอจึงนำส่วนแบ่งรายได้จากคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้ ไปสนับสนุนองค์กร Pride Live ซึ่งเคยร่วมทำงานตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และได้นำเงินไปสนับสนุนกิจกรรมร่วมระดมทุนสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถาการณ์ Covid-19 อีกทั้งรายได้จากคอลเลคชั่นในปีนี้จะช่วยสนับสนุนผลงาน การกุศลต่างๆ อาทิ Trans LifeLine, Trans Latin@ Coalition, Brave Space Alliance และ The Ally Coalition อีกทั้งยังช่วยพัฒนาช่องทางการรับบริจาคขององค์กรเพื่อที่จะรับการสนับสนุนทางด้านระดมทุนได้ดียิ่งขึ้น

Versace ยังนำรายได้อีกส่วนหนึ่งสนับสนุนองค์กร Arcigay ในฝั่งทวีปยุโรป โดยองค์กรนี้ก่อตั้งในปี 1985 ที่ประเทศอิตาลี องค์กรดังกล่าวก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรง การแบ่งแยก รวมถึงการละเมิดสิทธิพลเมืองต่อชาว LGBTQ+ ผ่านการจัดตั้งแคมเปญสนับสนุน รวมถึงโครงการซัพพอร์ทในด้านต่างๆ ทั้งนี้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ในด้านกฎหมาย ด้านการเมืองการปกครอง และด้านวัฒนธรรมให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

คอลเลคชั่นนี้วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในเดือนมิถุนายน ที่ Versace ทั้งในสโตร์ และบนเว็บไซต์ versace

พัฒนาศักยภาพเชิงรุก เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคอย่างยั่งยืน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/626029

วันที่ 15 มิ.ย. 2563 เวลา 12:15 น.พัฒนาศักยภาพเชิงรุก เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคอย่างยั่งยืนการรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : การแก้ปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อนเชิงรุก

โลกเปลี่ยนแปลงทุกขณะ ไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน และคลุมเครือ การอุบัติขึ้นของไวรัสโควิด 19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทั่วโลก และปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจและวิถีชีวิตมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปกว่า 4 แสนคน

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน เผยข้อมูลจาก OECD เตือนว่าผลผลิตทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะหดตัวมากถึง 7.6% หากมีการระบาดรอบสองในปลายปีนี้ และการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างเชื่องช้าและผันผวน เพราะปัญหาไวรัสโควิด 19 นั้นซับซ้อน เราจึงต้องเปลี่ยนกระบวนการรับมือแบบเดิมๆ มาเป็นการพัฒนาเชิงรุกอย่างเป็นระบบ

การพัฒนาศักยภาพเชิงรุกคืออะไร?

การพัฒนาเชิงรุกมีเป้าหมายเพื่อการก้าวข้ามพ้นอุปสรรคและปัญหาสู่ความยั่งยืน มันเป็นการเน้นการปรับเปลี่ยนโดยเริ่มที่ตนเองเป็นหลัก ด้วยความเข้าใจถึงความหมายของศักยภาพที่แท้จริงสามารถระเบิดศักยภาพจากภายใน สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ความมุ่งมั่น แรงขับเคลื่อนภายในด้วยทัศนคติเชิงบวก รู้ว่าจะเลือกตอบสนองอย่างไรเมื่อมีอะไรมากระทบ

การเข้าถึงจุดนี้ได้ แรกเริ่มเลยคือ การสร้างการนำตนเอง (Self-directed) การจะนำตนเองได้ ต้องเริ่มที่การเปลี่ยนกรอบความคิดอันเป็นฐานรากชีวิต กรอบความคิดเป็นของตนเอง อำนาจการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องที่ตนกำหนดได้เองทั้งสิ้น เราจึงต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการเกิดขึ้นของไวรัสโควิด 19 และการรับมือเสียใหม่ เพราะเรื่องนี้เราห้ามไม่ได้ แต่เราสามารถปรับตัวได้เพื่อให้อยู่รอด เพราะมันไม่สำคัญว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่มันอยู่ที่เราว่าจะตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอย่างไร

เมื่อเราสามารถควบคุมได้ เราจึงกำหนดได้ เราจึงเล่นเชิงรุกได้ และนี่คือศักยภาพที่แท้จริงที่บุคคลมี มันคือ ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุก มันคือการจัดการตนเอง รับรู้อย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนก มีความอดทน ดังนั้น ความสามารถในการนำตนเองเชิงรุกจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความยั่งยืน

มุมมองเชิงระบบที่ซับซ้อนคืออะไร?

มันเป็นความสามารถในการเข้าใจปัญหาต่างๆ ตามความเป็นจริงว่า ปัญหาใดๆ คือระบบ และทุกปัญหาล้วนเชื่อมโยงกันอย่างเป็นร่างแหสลับซับซ้อนและในการรับมือกับความท้าทายต่างๆ นอกจากต้องพัฒนาศักยภาพในการนำตนเองแล้ว ทีนี่เราต้องแก้ปัญหาในการแก้ปัญหา เราต้องใช้ปัญญา ฐานรากของปัญญามาจากแนวคิดเชิงระบบแนวคิดเชิงระบบเป็นการพิจารณาทางออกของปัญหาต่างๆ ตามความเป็นจริงว่า ทางออกของปัญหาใดๆ เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ดังนั้น ทางออกอย่างสร้างสรรค์หรือที่เรียกว่านวัตกรรมนั้น มันก็คือ การเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่างนั่นเองการแก้ปัญหาใดๆ จึงเป็นการคิดวิเคราะห์เพื่อหาองค์ประกอบที่แตกต่างและสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบเหล่านั้นเพื่อสร้างทางเลือก หาทางออกใหม่ๆ เพื่อนำไปแก้ปัญหาความแตกต่างของปัญญาเพื่อความยั่งยืน มันก็อยู่ตรงนี้แหละ เพราะสรรพสิ่งเชื่อมโยง

แต่การแก้ปัญหาใดๆ มันมิได้ง่ายตรงไปตรงมาอย่างเป็นเส้นตรงเชิงเดี่ยวเพราะทุกปัญหามันซับซ้อน มันเป็นปัญหาซ้อนปัญหาที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ดังเช่นปัญหาไวรัสโควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนในเวลานี้ทางออกต่อมุมมองดังกล่าวจึงต้องพัฒนาปัญญาไปอีกขั้นหนึ่งที่เห็นความจริงของปัญญาบนฐานของระบบซ้อนระบบเห็นถึงความเชื่อมโยงที่สลับซับซ้อน เกี่ยวพัน ทับซ้อนกันของปัญหาต่างๆ ที่ต่างก็สัมพันธ์เชื่อมโยงกันในทุกระดับอย่างลึกซึ้งการแก้ปัญหาไวรัสโควิด 19 จึงไม่อาจทำได้ด้วยมุมมองเชิงเดี่ยวด้วยการแก้ที่องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งอย่างโดดๆแต่ต้องอาศัยทุกองค์ประกอบในทุกภาคส่วนของประเทศและโลกที่ต้องเชื่อมโยงช่วยเหลือกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว อย่างมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังเร่งดำเนินการอยู่ทุกวันนี้

โดยสรุป ศักยภาพในการแก้ปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อนเชิงรุกสามารถพัฒนาขึ้นมาได้ด้วยการผสานสองแนวคิดข้างต้นเข้าด้วยกัน กล่าวคือ การปรับมุมมองที่ว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องเริ่มที่ตนเองก่อนเสมอเพื่อสร้างความสามารถในการนำตนเองด้วยการระเบิดศักยภาพจากภายในผ่านกรอบความคิดเชิงบวกที่เห็นความจริงว่าปัญหาใดๆ ล้วนเชื่อมโยงและทับซ้อนกันอย่างเป็นระบบซ้อนระบบเพื่อนำไปสู่การสร้างปัญญาและกระบวนการเรียนรู้และทางเลือกใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจด้วยการสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง

ด้วยความเข้าใจนี้เองสามารถนำมาปรับใช้กับการแก้ปัญหาใดๆ ในองค์กรรวมทั้งครอบครัว สังคม ชุมชน และประเทศชาติเพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกระดับ แม้แต่ที่ประชุม World Economic Forum เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ได้ประกาศว่า “ความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงซับซ้อน” เป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นอันดับแรกในปี 2020

เราจึงจำเป็นต้องเตรียมคนให้พร้อมด้วยการยกระดับแนวคิดใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้ด้วยกระบวนการแก้ปัญหาเชิงระบบที่ซับซ้อนเชิงรุก

เพราะเราไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ด้วยระดับความคิดตอนที่เราสร้างมันขึ้นมา We cannot solve our problems with the same thinking we used when we created them – (Einstein)

จากศูนย์เรียนรู้ สู่ศูนย์แบ่งปัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625822

วันที่ 12 มิ.ย. 2563 เวลา 06:30 น.จากศูนย์เรียนรู้ สู่ศูนย์แบ่งปันโปรเจกต์พิเศษส่งต่อการให้ ทีเอ็มบี และธนชาต เนรมิตศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า มาเป็น “ศูนย์แบ่งปัน” ปรับตัวรับกระแสโควิด สนับสนุนเด็กใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง

เพราะเข้าใจว่าการเรียนรู้ไม่ควรหยุดนิ่ง ธนาคารทีเอ็มบี และธนชาต ผู้สร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคมผ่านศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า (FAI-FAH Centers) แหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนในชุมชนอายุตั้งแต่ 8-17 ปี ผุดไอเดียรับกระแสโควิด-19 และช่วงปิดเทอมยาว เนรมิตโปรเจกต์พิเศษร่วมส่งต่อการ “ให้” ด้วยการปรับศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ที่มีมากว่า 11 ปี ให้เป็น “ศูนย์แบ่งปัน” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ตู้ปันสุข” ด้วยการแบ่งปันอุปกรณ์และสื่อการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ให้แก่เด็กๆ และผู้ปกครอง ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย หวังจุดประกายการเรียนรู้ ร่วมสร้างความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่ต้องอยู่บ้านได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อีกทั้งยังปลูกฝังและกระตุ้นให้เยาวชนรู้จักการแบ่งปันด้วยการเขียนความรู้สึกลงในกระดาษว่า “ถ้ามีโอกาส เราอยากแบ่งปันอะไรให้กับสังคม”

มาริสา จงคงคาวุฒิ เจ้าหน้าที่บริหารกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบี เผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กิจกรรมต่างๆ ในหลายภาคส่วนต้องหยุดชะงัก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โรงเรียน ที่ต้องปิดเทอมยาวมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า พื้นที่ที่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เชิงศิลปะและพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตก็ได้รับผลกระทบ ทำให้ทางศูนย์ต้องปิดให้บริการด้วยเช่นกัน และด้วยการเห็นความสำคัญถึงการเรียนรู้ที่ไม่ควรหยุดนิ่ง  ประกอบกับความตั้งใจที่จะส่งมอบความรู้ให้แก่เด็กๆ อย่างต่อเนื่อง จึงสร้างสรรค์โปรเจกต์พิเศษ โดย “เปลี่ยนศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ให้เป็นศูนย์แบ่งปัน” ที่พร้อมปันสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม โดยนำอุปกรณ์และสื่อการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์มาแบ่งปันให้เด็กๆ และผู้ปกครองสามารถเลือกและนำกลับบ้านได้ฟรี โดยคาดว่าในแต่ละวันจะปันสิ่งของให้ได้ประมาณ 200 ครอบครัว

สำหรับศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 ศูนย์ โดยช่วงเดือนมิถุนายน 2563 มีการปรับมาเป็นศูนย์แบ่งปัน เพื่อปันสิ่งของให้แก่เด็กและเยาวชนจำนวน 2 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ประชาอุทิศ และศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า สมุทรปราการ (การแบ่งปันจะจัดขึ้นในทุกวันพุธและวันเสาร์) ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. โดยสิ่งของที่จัดให้มี อาทิ สมุดวาดภาพ อุปกรณ์ระบายสี เกมฝึกทักษะด้านต่างๆ ดินน้ำมัน อุปกรณ์ทำสิ่งประดิษฐ์  D.I.Y. ชุดปลูกต้นไม้ ซึ่งเด็กๆ สามารถมาเลือกได้ตามใจชอบคนละ 2 ชิ้น

ในการนี้ภายในศูนย์ฯ ได้มีการจัดแบ่งออกเป็น 4 มุมแบ่งปัน ได้แก่ 

  • มุมอ่านสร้างสุข เช่น หนังสือสำหรับเยาวชน และการ์ตูนเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้  
  • มุมเล่นสร้างสรรค์  มีทั้งบอร์ดเกมส์ อุปกรณ์ D.I.Y. ชวนให้เด็กๆ ได้เล่นสนุกกัน  
  • มุมเขียนสนุก ที่มาพร้อมอุปกรณ์การเรียนหลากหลายชนิด เช่น สมุด ปากกา ดินสอ และไม้บรรทัด ให้เด็กๆ ได้เลือกนำกลับไปใช้ให้เป็นประโยชน์
  • มุมวาดสุขใจ เช่น ชุดภาพวาดระบายสีและลายเส้นให้เด็กๆได้นำกลับไปเติมแต่งตามจินตนาการความคิดสร้างสรรค์

ทางด้านความมั่นใจในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ทางศูนย์ได้จัดให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดก่อนเข้าทุกครั้ง ทั้งการใส่หน้ากากอนามัย การวัดอุณหภูมิร่างกาย การใช้เจลแอลกอฮอลล์ล้างมือ การลงทะเบียน รวมถึงการจำกัดจำนวนคนเข้าในแต่ละรอบ พร้อมกำหนดจุดที่รับของเพื่อรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล นอกจากนี้ ยังได้รับความช่วยเหลือจากเทศบาลเมืองปากน้ำที่ได้ส่งทีมอาสาสมัครชุมชนมาร่วมกันจัดระเบียบคนเข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

ทั้งนี้ ทีเอ็มบี และธนชาต ในฐานะผู้นำแนวคิด Make REAL Change มุ่งมั่นจุดประกายคนไทยให้มีการตั้งรับเชิงรุก ด้วยการปรับมุมมอง ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมดีขึ้นอย่างยั่งยืน และก้าวข้ามสถานการณ์โควิด-19 ไปด้วยกัน โดยศูนย์แบ่งปันได้เปิดปันสิ่งของให้แก่เด็กและเยาวชน จำนวน 2 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ประชาอุทิศ และศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า สมุทรปราการ ตลอดทั้งเดือน มิถุนายนนี้ ตั้งแต่วันนี้–27 มิถุนายนนี้ (การแบ่งปันจะจัดขึ้นในทุกวันพุธ และวันเสาร์) ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.00 น. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.tmbfoundation.or.th

Z Zegna เผยคอลเลคชั่นฤดูร้อน 2020 โชว์วิถีชีวิตที่มั่นคง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625723

วันที่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 10:30 น.

Z Zegna เผยคอลเลคชั่นฤดูร้อน 2020 โชว์วิถีชีวิตที่มั่นคง

Z Zegna ส่งคอลเลคชั่นใหม่ประจำฤดูร้อน 2020 รวบรวมวิถีชีวิตที่มีจริยธรรมและจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านการแปรเปลี่ยนของผืนทะเลทราย

เมื่อการแปรเปลี่ยนของผืนทะเลทราย กลายเป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในเวลานี้สำหรับมนุษย์ และมีการพิจารณาว่าเรื่องนี้กำลังเป็นภัยคุกคามต่อความเป็นอยู่ที่ดี นับเป็นเวลากว่า 80 ปีแล้ว ที่แอร์เมเนจิโด เซนญ่า เป็นผู้นำในการพัฒนาการปลูกป่าและรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลให้ Oasi Zegna โดดเด่นในเมือง Biella ภูมิภาค Valdilana

ด้วยพันธะสัญญาขององค์กร ที่มีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับ Z Zegna คอลเลคชั่นฤดูร้อน 2020 ที่ได้รวบรวมวิถีชีวิตที่มีจริยธรรมและจิตสำนึกต่อการคัดสรรวัตถุดิบ รวมถึงเทคนิคในการสร้างสรรค์ ผ่านแนวการแปรเปลี่ยนผืนทะเลทราย ซึ่งมิได้เป็นเพียงธีมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับวิสัยทัศน์ที่แท้จริงแก่อาร์ทิสติกไดเรกเตอร์อย่าง อเลสซานโดร ซาร์โตริ (Alessandro Sartori) แต่นั่นเป็นภาพสะท้อนของความคิดที่จะกำหนดปัจจุบันและอนาคตของแบรนด์ โดยการปรับปรุงตกแต่งห้องอินฟินิตี้อันน่าดึงดูด ซึ่งติดตั้งที่ Teatrino Lorenese Teatrino ของ Fortezza da Basso การจำลองผ่านโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ราวกับอยู่บนผืนทะเลทราย

การนำวัสดุที่ใช้งานแล้วนำกลับมาสร้างสรรค์ใหม่กลายเป็นเส้นใยรีไซเคิล กระบวนการผลิตและกระบวนการซักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอันสำคัญ เช่น น้ำ พร้อมด้วยเทคนิคการตัดเย็บที่ปรับใช้กับเส้นใยรีไซเคิลโดยเฉพาะ แต่ยังคงไว้ซึ่งการตัดเย็บอันประณีตของแบรนด์

โดย Z Zegna ได้ออกแบบให้มีความโดดเด่นและมีความทันสมัย ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของเมือง Z Zegna คอลเลคชั่นฤดูร้อน 2020 นี้ ได้ถ่ายทอดคอนเซ็ปต์นักสำรวจเมืองหลวงอันร่วมสมัย ซึ่งเข้ากันอย่างลงตัวกับความบางเบาที่มีประสิทธิภาพสูงและสไตล์อันไร้ที่ติ โดยใช้เทคนิคการผลิตขั้นสูงและผลิตจากวัสดุน้ำหนักเบา นอกจากนั้น เนื้อผ้าด้านนอกยังผสมผสานใยผ้าพิเศษ อย่างเช่นเสื้อลายปริ้น Madras Check หรือผ้า chiné ที่ใช้เทคนิคพิเศษทำให้เนื้อผ้ามีลวดลายสะท้อนสีรุ้งของ Z Zegna

เสื้อผ้าสไตล์แคชวล รวมถึงเสื้อกันลม เสื้อแจ็กเกตตัวหนาและเสื้อคลุมแขนยาว โดยนำวัสดุผ้าที่มีความเงางามและผ้าพื้นผิวด้าน จับคู่กับกางเกงที่ตัดในสามรูปทรงอันหลากหลาย ทั้งทรงสลิม ทรงคาร์โก้ และทรง carrots

นับเป็นก้าวใหม่ของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่ Z Zegna ได้พัฒนานวัตกรรม TECHMERINOTM WASH&GO ที่จะทำให้การสวมใส่สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงการทำความสะอาดและสวมใส่ อีกทั้งวัสดุวูลไฟเบอร์ที่มีความยืดหยุ่น ขนแกะธรรมชาติจากเมอริโนที่ให้สัมผัสเป็นประกาย และเทคนิคในการสร้างสรรค์ที่เป็นเอกสิทธิ์ของแบรนด์ ช่วยให้เสื้อผ้าภายใต้เทคโนโลยี

Wash & Go คงรูปร่าง สามารถสวมใส่และซักล้างได้หลายต่อหลายครั้ง โดดเด่นด้วยสีสันของทะเลทรายยามอาทิตย์อัสดง แต่งแต้มด้วยลายปริซึมสีสนิมขุ่น สีครามในยามราตรีตัดด้วยเฉดสีขาวนวลกับสีส้มสดใส ขณะที่สีเอิร์ธโทนถูกนำไปเล่นกับสีฉูดฉาด เช่น สีเขียวและชมพูนีออนให้ดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น

รองเท้าผ้าใบ A-MAZE นับเป็นหัวใจสำคัญของ Z Zegna ซึ่งมีพื้นรองเท้าที่รูปทรงหนาแต่ยังคงความแตกต่างจากรองเท้าลำลองและบู้ท chukka ซึ่งเน้นการผจญภัยและตอบโจทย์กับการสวมใส่ที่เน้นใช้งาน

ร้านนวด-สปาต้องทำอย่างไร ให้ผู้ใช้บริการกลับมาใช้บริการอีกครั้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625722

วันที่ 11 มิ.ย. 2563 เวลา 06:00 น.

ร้านนวด-สปาต้องทำอย่างไร ให้ผู้ใช้บริการกลับมาใช้บริการอีกครั้ง

โอกาสฟื้นร้านนวด-สปาไทย สร้างความมั่นใจลูกค้าหลังคลายล็อกเฟส 3 และ 5 อันดับแรกที่ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญ รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่ต้องมี

เป็นที่ทราบกันดีด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนเป็นวงกว้าง อันเนื่องมาจากมาตรการการรับมือของภาครัฐที่ต้องการควบคุมสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค รวมทั้งความระมัดระวังในการใช้ชีวิตของประชาชนทั่วไป ทำให้ธุรกิจบริการหลายประเภทมีความจำเป็นต้องหยุดให้บริการ สนองรับมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข จนกระทั่งขาดรายได้ และมีความจำเป็นต้องลดหรือเลิกจ้างพนักงาน หรือแม้กระทั่งปิดตัวลงด้วยต้านทานพิษเศรษฐกิจไม่ไหว

ธุรกิจร้านนวด-สปา ก็เป็นอีกประเภทธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอันเนื่องมาจากสถานการณ์กล่าว ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการที่ลดลง ส่งผลทำให้การใช้บริการนวด/สปาได้ทยอยลดลงตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนเมษายน 2563

จนกระทั่งเมื่อสถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี พบผู้ติดเชื้อน้อยลงจนอยู่ในระดับตัวเลขที่ไว้วางใจได้ รัฐบาลจึงมีมาตรการผ่อนปรนจนมาถึงระยะที่ 3 ซึ่งได้มีการอนุญาตให้สถานบริการประเภทคลินิกความงาม ร้านนวด/สปา กลับมาเปิดบริการอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี การกลับมาให้บริการตามปกติจะต้องอยู่ในมาตรการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด โดยจะต้องมีมาตรการหลัก 3 ด้าน คือ

  1. ด้านดูแลสถานที่
  2. ด้านการดูแลบุคลากร
  3. ด้านการเข้ารับบริการของลูกค้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการ

โดยจะต้องนำแนวทางของคณะกรรมการโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข มาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงเลี่ยงการติดเชื้อของผู้ใช้บริการหรือพนักงานผู้ให้บริการก็ดี

ศูนย์วิจัย RDI มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (Dhurakij Pundit University Research Development and Innovation หรือ DPURDI) ได้ทำการสำรวจในหัวข้อ “ร้านนวด/สปาต้องทำอย่างไร เพื่อให้ผู้ใช้บริการกลับมาใช้บริการอีกครั้ง” ซึ่งได้ทำการสำรวจลูกค้าที่เคยใช้บริการร้านนวด/สปาและผู้ที่สนใจ นวด/สปา โดยผลสำรวจพบว่า

  • มากกว่า ร้อยละ 80 จะกลับมาใช้บริการร้านนวด/สปา อีกครั้งถึงแม้ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ยังไม่เป็นศูนย์
  • เกือบร้อยละ 50 จะไปใช้บริการในวันแรกๆ ที่เปิดให้บริการ

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการให้บริการของกลุ่มธุรกิจบริการร้านนวด-สปา ที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจอย่างจริงจังหลังจากรัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนก็คือความปลอดภัยด้านสุขอนามัย จากการสำรวจที่เกี่ยวข้องกับมาตรการของรัฐบาลพบว่าสิ่งผู้ใช้บริการให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ  ด้านการเข้ารับบริการของลูกค้า อันดับสอง คือ การดูแลบุคลากร และอันดับสุดท้ายการดูแลสถานที่/ สถานประกอบการ

5 อันดับแรกที่ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญ

เมื่อพิจารณาในด้านการเข้ารับบริการของลูกค้า พบว่าประเด็นสำคัญ 5 อันดับแรกที่ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญคือ

  1. การทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ในการให้บริการ ได้แก่ ผ้าคลุม ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน
  2. ทำความสะอาดจุดที่ลูกค้าทุกคนมีโอกาสสัมผัสร่วมกัน ได้แก่ กลอนประตู โต๊ะรับแขก ลูกบิด ราวบันได ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และพ่นสเปรย์ยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ
  3. จัดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น อ่างล้างมือพร้อมสบู่เจลล้างมือแอลกอฮอล์และหน้ากากอนามัยประจำจุดที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องน้ำ ห้องอาหาร ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องพักผ่อน บริเวณโซนต้อนรับ
  4. สถานประกอบการ ได้รับการตรวจและผ่านมาตรฐานการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข
  5. บรรยากาศดี ผ่อนคลาย สงบ และปลอดภัย

ในขณะที่การดูแลบุคลากร ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่

  1. มีการตรวจวัดอุณหภูมิของเจ้าหน้าที่ทุกคนก่อนเริ่มงาน
  2. พนักงานแต่งกายสะอาด รัดกุม สวมหน้ากากอนามัย/face shield ตลอดเวลาขณะปฏิบัติหน้าที่
  3. พนักงานได้ผ่านการอบรมจากกระทรวงสาธารณสุข

สำหรับการเข้ารับบริการของลูกค้า พบว่า ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญด้านนี้มากที่สุด โดยให้ความสำคัญ 5 อันดับแรก ดังนี้

  1. พนักงานจะต้องล้างมือทุกครั้งด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ก่อนและหลังการให้บริการ
  2. มีการตรวจวัดอุณหภูมิ และซักประวัติผู้เข้ารับบริการก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง
  3. การให้บริการนวด/สปาจะใช้ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ 1 ชิ้นต่อ 1 คน
  4. เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดจัดเก็บขยะโดยแยกขยะติดเชื้อ เช่น กระดาษชำระ หน้ากากอนามัย โดยเก็บแยกในถุงที่มิดชิด
  5. ผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการนวด/สปา

จะเห็นได้ว่าการลดความเสี่ยงและการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น นอกจะเกิดขึ้นได้จากความระมัดระวังความเคร่งครัดในการใช้ชีวิตของประชาชนแล้ว การปรับตัวของสถานประกอบการก็มีส่วนสำคัญ ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยด้านสุขอนามัยที่สอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาลหรือผลสำรวจตามที่กล่าวมาในข้างต้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการให้กลับมาใช้บริการอีกครั้ง

ยอมรับ ปรับตัวเร็ว โอกาสรอดเยอะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625573

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 11:55 น.

ยอมรับ ปรับตัวเร็ว โอกาสรอดเยอะ

เปิดใจ ‘อรวัสสา ศยามเศรณี’ ผู้หญิงเก่งที่ยอมรับ ปรับตัวเร็ว และหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อให้ก้าวผ่านวิกฤตการณ์ COVID-19

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิกฤตการณ์ COVID-19 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจทั้งโลก ผู้คนต่างต้องปรับตัวให้เข้ากับ New Normal สำหรับใช้ชีวิตในแต่ละวัน ธุรกิจก็เช่นเดียวกัน วิถีเดิมๆ อาจจะใช้ไม่ได้ในยุคที่ต้องใช้ความเชื่อมั่นต่อการตัดสินใจ Wakingbee (เวคกิ้งบี) แบรนด์ Sportswear ไทยที่เป้าหมายอยู่ไกลระดับโลก เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ แต่การยอมรับ ปรับตัวเร็ว และหาโอกาสใหม่ๆ ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อีกครั้ง เป็นวิถีทางรอดที่แบรนด์เลือกใช้สำหรับการก้าวผ่านอุปสรรคนี้

เทรนด์สุขภาพ…ธุรกิจเนื้อหอม

เมื่อ 5 ปีที่แล้ว มีข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ว่า ยอดจำหน่ายชุดกีฬาในประเทศมีมูลค่า 12,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 15,000 ล้านบาทในปี 2563 แนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจนี้ ทำให้ อรวัสสา ศยามเศรณี กรรมการผู้จัดการแบรนด์ ‘เวคกิ้งบี’ (Wakingbee) กระโดดเข้าสู่สนามแข่งขันของชุดกีฬา หรือ Sportswear ซึ่งเป้าหมายไม่ได้มองเพียงแค่ตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ไกลไปถึงว่าแบรนด์จะต้องอยู่ในระดับ Global Brand ด้วย

“5 ปีที่แล้วเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรงมาก ตลาดเสื้อผ้ากีฬาในระดับโลกนั้นแบ่งออกได้หลายเซกเม้นท์และแต่ละภูมิภาคก็มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่ค่อยมีเสื้อผ้าออกกำลังกายที่ออกแบบขึ้นมาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ จึงเริ่มสร้างแบรนด์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้หญิง เพราะเชื่อมั่นในกำลังซื้อของผู้หญิง (She-economy) ที่รักสุขภาพ โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้หญิงช่วงวัย 20-50 ปี เน้นการออกแบบจาก insight ของผู้หญิง ให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นการใช้งาน และเพิ่มกิมมิคในดีไซน์ เช่น กางเกงขาสั้นสองชั้นกันโป๊ และสปอร์ต บราที่มีฟองน้ำแบบ push-up และมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพผ้าและการตัดเย็บด้วย จึงได้รับเสียงตอบรับที่ค่อนข้างดีในตลาด และมีฐานลูกค้ากว้างขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ แบรนด์ยังตั้งเป้าที่จะพัฒนาดีไซน์และรูปแบบของสินค้าให้เป็น Athleisure หรือเสื้อผ้าที่ออกแบบมาให้สามารถสวมใส่ได้ทั้งออกกำลังกายและในชรวิตประจำวันหรือเดินทางท่องเที่ยว เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มที่อาจจะไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำแต่ก็สนุกกับการเลือกเสื้อผ้าของแบรนด์ไปใส่ได้”

ปลุกพลังในแบบคุณ

สำหรับความหมายของแบรนด์ นั้นมีที่มาจากคำว่า Waking คือ ปลุกให้ตื่น Bee คือ ผึ้งซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความขยัน จึงรวมกันเป็น Wakingbee เพราะอยากให้เสื้อผ้าของเราเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาใช้ชีวิตแอคทีฟ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘พลังในแบบคุณ’ (Sensible Sweat) หรือการใช้ชีวิตแอคทีฟแบบสมดุล เพราะเป้าหมายในการออกกำลังกายของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน บางคนอาจต้องการดูแลสุขภาพของให้แข็งแรง บางคนออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายจากความเครียด ในขณะที่บางคนต้องการสร้างกล้ามเนื้ออย่างจริงจัง แต่ละคนรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้เราเริ่มต้นออกกำลังกายและทำอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีความสุข พยายามในทางที่ถูกและพอดีกับตัวเอง

เป้าหมายที่มองไกลว่าในประเทศ

ตลาด Sportswear โลกนั้นเติบโตเฉลี่ยปีละ 5% เคยมีผู้คาดการณ์ไว้ว่าปีนี้จะมีมูลค่า 1.846 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แบรนด์เวคกิ้งบีตั้งเป้าไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องพาแบรนด์ไปถึงระดับโลก จึงหาโอกาสขยายธุรกิจไปต่างประเทศมาตลอด จึงสมัครเข้าร่วมโครงการ SME Pro-active ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ให้งบสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไปออกงานแสดงสินค้า หรือ Trade Fair ในต่างประเทศ เพราะการไปออกเทรดแฟร์ใหญ่ๆ ค่าใช้จ่ายจะสูงมากเป็นโอกาสยากสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กที่จะไปร่วมงานได้เอง

ปัจจุบันนี้ สัดส่วนยอดขายของเวคกิ้งบีระหว่างในประเทศและต่างประเทศคือประมาณ 85:15 โดยมีเอเชียเป็นตลาดหลักอย่างฮ่องกงและไต้หวัน ซึ่งได้ดิสทริบิวเตอร์ในประเทศนั้นๆ ช่วยกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภค สำหรับอนาคตก็วางแผนที่จะขยายไปประเทศจีนและฝั่งตะวันตกเพิ่มเติมด้วย

เทรดแฟร์…เครื่องมือการตลาดที่ดี

อรวัสสา เล่าถึงการไปออกงานเทรดแฟร์ในต่างประเทศว่า จุดมุ่งหมายไม่ได้ว่าเราไปหาลูกค้าเพื่อจะขยายธุรกิจไปต่างประเทศอย่างเดียว แต่เป็นการเอาความรู้หรือประสบการณ์ที่เราได้มาต่อยอดธุรกิจได้ด้วย เวคกิ้งบีเริ่มไปออกเทรดแฟร์ตั้งแต่ปี 2559 ที่งาน Hong Kong Fashion Week ซึ่งถือเป็นงานที่ใหญ่มาก และต่อมาก็สมัครไปทุกปี เฉพาะฮ่องกงเองได้เข้าร่วมถึง 4 งาน ทำให้ขยายตลาดไปฮ่องกงได้จนถึงทุกวันนี้

นอกจากนั้นยังได้งบสำหรับเข้าร่วมงาน Japan Fashion Week ที่ประเทศญี่ปุ่น และล่าสุดไปงาน ISPO ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีต้นแบบมาจาก ISPO ที่มิวนิค ประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในงานหลักที่ตั้งใจจะไปร่วมทุกปีเพราะประเทศจีนเป็นเป้าหมายหลักของการขยายตลาดต่างประเทศของแบรนด์ ซึ่งตามกำหนดการเดิมในเดือนกรกฎาคมนี้ก็วางแผนจะไปร่วมงาน ISPO 2020 แต่เมื่อมาเจอสถานการณ์โควิด-19 ก็คงต้องรอให้ทุกอย่างคลี่คลายเสียก่อน

วิกฤตการณ์ COVID-19 ที่ในร้ายมีดี

เมื่อรัฐบาลใช้นโยบายล็อคดาวน์ แรกๆ ก็ช็อค เพราะ 11 สาขาต้องหยุดให้บริการ แต่สิ่งสำคัญคือการปรับตัวรับกับสถานการณ์ให้ได้อย่างรวดเร็ว ทีมงานทุกคนเช็คสภาพคล่องของกระแสเงินสดของบริษัท ปริมาณ

สินค้าที่สต็อคไว้ และที่กำลังให้ซัพพลายเออร์ผลิตอยู่ การส่งสินค้าไปต่างประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างไร ฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่จะได้รับผลกระทบอย่างไร และจะสร้างฐานลูกค้าใหม่ในช่วงเวลาแบบนี้อย่างไร

ซึ่งพบว่าพฤติกรรมลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนไปแค่การใช้ชีวิตประจำวัน แต่หลายคนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ ทุกคนรู้ว่าร่างกายต้องแข็งแรง ต้องทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ต้องออกกำลังกาย ทำให้เสื้อผ้ากีฬามีโอกาสเข้ามาในใจผู้บริโภคมากขึ้น คนที่ไม่เคยออกกำลังกายจริงจัง ก็เริ่มหันมาศึกษา เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่ เพราะเสื้อผ้าที่คุณภาพดี จะสร้างประสบการณ์ที่ดีในการออกกำลังกายด้วย

ออนไลน์ไม่ใช่ปัญหา

เมื่อหน้าร้านต้องหยุดให้บริการ แต่ Customer Journey ของลูกค้าก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ผู้คนพาตัวเองเข้าสู่ดิจิทัลมากขึ้นเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในแต่ละวันได้ การซื้อสินค้าออนไลน์จากเรื่องไกลตัวจึงเป็นเรื่องไกลตัว นอกจากอาหาร เครื่องสำอาง Sportwear ก็ทำได้เช่นกัน

“เราพบว่ายอดการสั่งซื้อทางออนไลน์ของเวคกิ้งบีเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ด้วยความที่เมื่อต้นปีเป็นช่วงที่แบรนด์ปรับเวบไซต์ใหม่พอดี ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน เหมาะต่อรูปแบบของอีคอมเมิร์ซ ลูกค้าเลือกสินค้าง่าย สะดวก และกระตุ้นการตัดสินใจได้เร็วขึ้น แบรนด์สร้างแพลทฟอร์มที่รองรับการขายสินค้าออนไลน์มาอยู่แล้ว มีภาพแคตตาล็อคสินค้าที่เลือกดูได้หลายมุม ลูกค้าสะดวกต่อการช้อปปิ้งออนไลน์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหน้าร้านยังจำเป็นเพราะสินค้าเสื้อผ้า การได้ลอง หรือได้จับ สัมผัสเนื้อผ้ายังเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคต้องการ”

มองตลาดต่างประเทศหลังโควิด-19

ช่วงที่ผ่านมายอดออเดอร์จากต่างประเทศก็ลดลงไปบ้าง แต่เป็นช่วงสั้นๆ เมื่อการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ก็ไม่มีปัญหา หลังจากนี้แนวโน้มคาดว่าจะเติบโตขึ้นเพราะเทรนด์สุขภาพเป็นเทรนด์สำคัญของตลาดโลก ต่างประเทศเองก็เหมือนบ้านเราที่เมื่อทุกคนหันมาออกกำลังกายมากขึ้นทั้งวิ่ง โยคะ เข้าฟิตเนส ว่ายน้ำ ก็ทำให้ตลาดของเสื้อผ้ากีฬาเติบโต และแบรนด์เองมีสินค้ารองรับทุกกิจกรรม ขณะเดียวกันทางดิสทริบิวเตอร์ที่ฮ่องกงและไต้หวันก็เปิดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลักอยู่แล้ว ทำให้ยังมียอดสั่งซื้อเข้ามาเรื่อยๆ

“การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นวิกฤตแต่ก็เป็นสถานการณ์ที่ทำให้ทุกธุรกิจได้คิดและพิจารณาถึงวิธีการทำธุรกิจของตัวเอง ทำให้เราต้องปรับแผนการดำเนินธุรกิจให้ยืดหยุ่นตลอดเวลา สามารถปรับตัวเพื่ออยู่กับสถานการณ์ต่างๆ ได้ การยอมรับ ปรับตัว และลงมือทำทันที จะเป็นทางรอดสำคัญ เราไม่เสียเวลานั่งจมอยู่กับปัญหาแต่ต้องพยายามหาทางแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด และจากการปรับตัวของแบรนด์นั่นทำให้เรามั่นใจว่า Wakingbee ต้องได้ไปต่อ

นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่าเทรดแฟร์จะยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายตลาดของแบรนด์ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ประเทศต่างๆ เปิดให้เดินทาง มีระบบการจัดการที่ปลอดภัย มั่นใจได้แล้ว ก็จะเข้าร่วมงานผ่านการสนับสนุนจากโครงการ SME Pro-active เหมือนเดิม เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้สร้างโอกาสทางธุรกิจได้จริง”

Back to work กลับมาทำงานด้วยรูปร่างสวยเป๊ะ! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625555

วันที่ 09 มิ.ย. 2563 เวลา 09:45 น.

Back to work กลับมาทำงานด้วยรูปร่างสวยเป๊ะ!

Work from home กับสถานการณ์โควิด-19 กันมาสักพัก ถึงเวลาที่สาวออฟฟิศอย่างเราต้อง Back to work กันแล้ว แต่จะทำอย่างไรกับไขมันที่สะสมและปมน้ำหนักขึ้น หมอฐา-ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล มีวิธีการปฏิบัติในการดูแลรูปร่างมาฝาก

รักษาระยะห่างทางสังคมมาหลายเดือนจนเพื่อนทักว่า “น้ำหนักขึ้น” ใช่มั้ย เพราะ Work from home กับสถานการณ์โควิด-19 เป็นเหตุ  ตอนนี้ถึงเวลาที่สาวออฟฟิศอย่างเราต้อง Back to work กันแล้ว แต่จะทำอย่างไรกับไขมันสะสมให้รูปร่างกลับมาสวยเป๊ะ วันนี้ หมอฐา-ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล ผู้อำนวยการรมย์รวินท์ คลินิก มีวิธีการปฏิบัติในการดูแลรูปร่างมาฝากกัน

1) ปรับพฤติกรรมการทาน ควบคุมอาหารและเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ และจำกัดจำนวนแคลอรี่  หลีกเลี่ยงแป้ง  ของมัน ของหวาน และงดการทานจุกจิกที่สำคัญ ห้ามอดอาหารเด็ดขาด

2) ดื่มน้ำ 1-2 แก้วในแต่ละมื้อก่อนรับประทานอาหาร จะช่วยให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และอีกวิธีที่คุณหมออยากแนะนำ คือ การดื่มน้ำมะนาวทุกเช้า ในมะนาวจะมีกรดซิตริค (Citric Asid) กรดมาลิค (Malic Acid) และกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งกรดซิตริคนั้นจะช่วยในการขจัดแคลเซียมที่สะสมอยู่ในหลอดเลือดแดง ตับอ่อน และช่วยในการสลายนิ่วในไตได้ และยังช่วยในการขจัดล้างสารพิษโดยการกระตุ้นด้วยเอนไซม์ธรรมชาติ ซึ่งช่วยบำรุงให้ผิวพรรณดีขึ้นและช่วยสลายไขมันด้วย รวมไปถึงเครื่องดื่มและอาหารบางประเภท สามารถช่วยในการสลายไขมันได้เช่นกัน

3) การออกกำลังกาย ถือเป็นหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้หนุ่มสาวออฟฟิศมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยในเรื่องของรูปร่างให้กระชับสัดส่วน ซึ่งในปัจจุบันการออกกำลังกายนั้นก็มีอยู่หลายประเภท ดังนั้นคุณหมออยากจะฝากสิ่งสำคัญของเคล็ดลับนี้ คือ  เลือกวิธีออกกำลังกายให้เหมาะสมกับร่างกายของตนเอง อายุ  ความต้องการ และเลือกวิธีออกกำลังกายที่ชอบและสนุก เพราะจะทำให้ไม่เบื่อ นอกจากนี้พยายามทำกิจกรรมให้มากขึ้น เช่น การทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างรถ ฯลฯ  รวมไปถึงยังสามารถออกกำลังกายในออฟฟิศได้  เช่น การใช้บันไดแทนลิฟท์,การสควอตกับเก้าอี้ , การยกแขน ยกขา บิดเอวไปมา   เป็นต้น  อีกหนึ่งวิธีที่คุณหมอแนะนำคือ การออกกำลังกายในสไตล์ของพีระมิด ทุกเช้าก็เป็นตัวช่วยที่ดี รับรองหุ่นเป๊ะปังไม่ไกลเกินเอื้อม

4) การพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าเราพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออดนอน นอกจากจะส่งผลเสียแก่ร่างกายมากมายแล้ว  ยังทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนได้ ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน โดยปกติควรนอนหลับวันละ 6-8 ชม. แต่ถ้านอนไม่หลับ คุณหมอขอแนะนำลองดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอนช่วยได้เช่นกัน

ทางด้าน หมอริว–อัครวินท์  ดำรงวัฒนโภคิน แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการดูแลรูปร่าง รมย์รวินท์ คลินิก ได้กล่าวเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่กำลังลดความอ้วนว่า การลดน้ำหนักไม่ใช่วันเดียวลดได้เลย เปรียบเทียบกับการวิ่งมาราธอน ต้องใช้ระยะเวลา สิ่งสำคัญเลยคือ ใจ และ การปรับไลฟ์สไตล์ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ต้องเริ่มต้นตั้งแต่วิธีคิด แล้วค่อยๆ ไปทีละอย่าง โดยเริ่มจากการควบคุมอาหาร และหันมาออกกำลังกาย สิ่งสำคัญอยากฝากถึงคนอ้วนที่ถูกการบูลลี่ อยากให้กำลังใจ อย่าท้อแท้  อย่าเครียด และไม่ต้องเร่งรีบในการลดน้ำหนัก นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการดูแลรูปร่างแบบเร่งรัด คือการหาตัวช่วยอย่างโปรแกรม  Super Slim และโปรแกรม Fat Freezing ที่จะมอบรูปร่างดีๆ ให้กลับคืนมาได้ไม่ยากอีกด้วย

ปัญหาภาวะซึมเศร้า เมื่อเครียด กดดัน และทางออก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625463

วันที่ 08 มิ.ย. 2563 เวลา 07:40 น.

ปัญหาภาวะซึมเศร้า เมื่อเครียด กดดัน และทางออก

การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : การตีทะลุผ่านภาวะกดดัน เครียด ซึมเศร้า

อาการของปัญหาภาวะซึมเศร้าและผลกระทบในยุคปัจจุบัน ปัญหาสังคม ไม่ว่าจะ Gen ไหน ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร Baby Boom, Gen X Y Z หรือ C หรือ Millennial ล้วนมีปัญหาเรื่อง ความซึมเศร้า ภายในหวั่นไหว ขาดความมั่นคง ภูมิต้านทานต่ำ พฤติกรรมที่แสดงออกมาจึงขาดความยับยั้งชั่งใจ การตัดสินใจที่ขาดการไตร่ตรองมีโลกส่วนตัวสูง แปลกแยก ไม่แคร์อะไร ขาดการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเชิงสร้างสรรค์

ปัญหาเหล่านี้มีผลทำให้บุคคลไม่สามารถพัฒนาและดึงศักยภาพภายในออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้สังคมอ่อนแอลง ขาดความเข้มแข็ง  ขาดความสามารถในการแข่งขัน อนาคตของชาติจึงน่าเป็นห่วง

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot-การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน เผยว่า รากของปัญหาภาวะซึมเศร้าภาวะนี้เกิดที่ตนเอง โดยตนเอง โดยมีแรงกดดันจากสังคมภายนอก เปรียบเทียบแข่งขัน รวมทั้งบริบทของการดำเนินชีวิตทุกวันนี้ที่สังคมได้เปลี่ยนเป็นโลกโซเชียลที่ไม่อาจหวนกลับคืนได้แล้ว มันเป็นโลกของวัตถุที่ขาดความสมดุล เน้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มากเกินพอดี และเพราะการสื่อสารที่ทันสมัยทำให้มนุษย์ห่างไกลจากตัวตนที่แท้จริง แต่กลับอยู่ในโลกเสมือนจริงที่หลอกตนเองให้ติดกับโลกของวัตถุ เปรียบเสมือนกับดักให้หลงทางและลุ่มหลงอยู่ในวังวนของมายาอย่างต่อเนื่อง

โลกที่ยึดเอาสิ่งภายนอกเป็นที่ยึดเหนี่ยว มันต้องเนี๊ยบทั้งเสื้อผ้าหน้าผม แฟชั่น เน็ตไอดอล การเลียนแบบดาราที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง โลกที่ฉาบฉวย จอมปลอม มนุษย์จึงพยายามทุกทางแม้ต้องเสียศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับเงินทอง และการยอมรับทำให้เกิดการยึดติด หลงทาง สังคมเดินไปในทางเสื่อมลงยากที่จะสลัดออก เพราะมันเหมือนสิ่งเสพติดที่ร้ายยิ่งกว่ายาเสพติดใดๆ ที่เรารู้จักหลงไปว่ามันคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่าและความหมาย แต่ทั้งหมดนี้ที่แท้แล้วทำไปเพื่อมาเสริมคุณค่าตนเองให้ดูดี เพื่อต้องการให้คนยอมรับ ให้เท่าเทียมคนอื่น

แล้วทำไมถึงต้องการการยอมรับจากโลกภายนอก?

ก็เพราะโลกภายในตนเองมันขาด ข้างในมันพร่องไป แล้วอะไรพร่องไป ก็คุณค่าตนเองไงเมื่อภายในมันขาด ก็ต้องหามาเติม แต่เป็นการเติมจากโลกภายนอกเพื่อมาให้ค่าตนเองแต่ยิ่งเติม ยิ่งแสวงหาวัตถุภายนอกมาเพิ่ม ภายในตนเองก็ยิ่งขาดเมื่อยังขาด ก็ต้องหามาเพิ่มอีก ยิ่งหาก็ยิ่งขาด โลกภายในก็ยิ่งพร่องหนัก

มันเป็นภาวะหลงทางที่หาตัวเองไม่เจอ มันว่างเปล่า ข้างในมันกลวงมัน เป็นภาวะที่ไม่เห็นค่าตนเอง ไม่เคารพตนเอง แต่กลับเห็นตนเองมีความบกพร่อง ไม่เข้าใจตนเอง ยอมรับไม่ได้ แต่เพราะแรงกดดันทางสังคมและบริบทครอบครัว ทำให้อาการของปัญหายิ่งหนักมันก็เลยเป็นทุกข์ ซึมเศร้า โลกภายในหวั่นไหว ขาดความมั่นคง ก็เลยยิ่งแสวงหาคุณค่าจากโลกภายนอกมาเติมแล้วก็กลับมาวังวนเดิม หาทางออกไม่ได้ หาตัวตนไม่เจอ เลยยิ่งเศร้าหมอง

“ซึมเศร้า” ว่าไปแล้วมันคือการแพ้ตัวเอง ไม่สามารถนำตนเองได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองเป็น แต่หาทางออกไม่เจอไม่รู้ว่าภาวะนี้คืออะไร จัดการชีวิตตนเองไม่ได้ แก้ไม่เป็น มันแพ้ คิดว่าอยู่ไปก็ไร้ค่า

ทางออกของปัญหาภาวะซึมเศร้าเราคงต้องมองย้อนกลับไปว่า อะไรคือเหตุมันไม่ใช่โลกโซเชียล?

มันไม่ใช่ตัวเครื่องมือสื่อสาร มันมิใช่ตัวดารา หรือโลกของความบันเทิงแต่มันคือ ภาวะของการไม่เห็นคุณค่าตนเองที่สะท้อนออกมาด้วยการเสพสื่อเหล่านั้นอย่างขาดความเข้าใจต่างหาก

เมื่อการไม่เห็นคุณค่าตนเองเป็นประเด็นหลักการจัดการกับประเด็นนี้จึงต้องมุ่งไปที่ตัวตนของตนเอง แล้วตัวตนมาจากไหน ก็มาจากกรอบความคิดไง กรอบความคิดมีธรรมชาติคือภาพ แต่มันเป็นภาพตนเองเชิงลบ ณ จุดนี้เองคือรากของปัญหา มันคือกรอบความคิดที่ไม่เห็นคุณค่าตนเองเรียกอีกอย่างว่า “ปมด้อย”

ปมด้อยมาจากไหน ก็มาจากเรื่องราวในอดีตของตนเองที่ตนยังรู้สึกไม่พอใจในสิ่งที่ผ่านมา บางครั้งก็ทำเองกับมือ บางเรื่องก็ถูกกระทำจากใครบางคนมันเป็นภาพลบที่ฝังใจ มันจึงเกาะกัดกินใจถึงความรู้สึกผิด รบกวนจิตใจมาตลอด นึกถึงทีไรก็เจ็บปวด อยากลบ อยากลืม อยากย้อนเวลากลับไปแก้ตัวแต่มันทำไม่ได้ เคยพยายามแต่ก็ไม่สำเร็จ ยิ่งอยากลืม กลับจำ นำไปสู่ความซึมเศร้า

ทางออกจึงมิใช่ไปลบหรือไปลืมมัน เพราะนั่นขัดกับความเป็นจริง ที่ถูกแล้วต้องเรียกตัวเองในอดีตขึ้นมาเพื่อทำความเข้าใจกับมัน

ลองจินตนาการว่าถ้าตัวเองในอดีตพูดได้ คุณคิดว่าเขาจะพูดว่าอะไร คุณคิดว่าเขาอยากเล่าอะไรให้ฟัง และหากคุณฟังเขาอยากเข้าอกเข้าใจ คุณคิดว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร มันคือการชำระล้างภายใน การยอมรับตนเอง การให้อภัยตนเอง เข้าใจตนเองอย่างถึงที่สุด

ในทางกลับกัน ตัวคุณในปัจจุบันอยากให้อดีตคุณพูดถึงคุณว่ายังไงคุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากทั้งสองเข้าใจกัน ยอมรับซึ่งกันและกัน และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

การทำความเข้าใจกับตนเองในอดีตเป็นการปรับมุมมองที่มีต่อตนเองเชิงบวก มันคือการปรับทัศนคติต่อตนเองอย่างเห็นคุณค่า ศรัทธาในตนเอง ภายในก็จะเข้มแข็ง เกิดความเชื่อมั่น มันเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้เราเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง เกิดภูมิต้านทานภายใน ภายในมั่นค งเมื่อภายในมั่นคง อะไรเข้ามากระทบก็ไม่สะเทือน การชำระล้างภายในตนเองด้วยตนเองนี้เท่านั้นที่จะทลายภาวะซึมเศร้าลงได้