BACK TO GYM สำรวจมาตรการความปลอดภัยเอาใจสายฟิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625271

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 11:20 น.

BACK TO GYM สำรวจมาตรการความปลอดภัยเอาใจสายฟิต

ต้อนรับหนุ่มสาวสายฟิต BACK TO GYM ‘ฟิตเนส เฟิรส์ท-เซเลบริตี้ ฟิตเนส’ โชว์ความพร้อมมาตรการความปลอดภัย ปลุกความมั่นใจให้กลับมา เพื่อการรักสุขภาพมากกว่าที่เคย

หลังปลดล็อก สถานการณ์การดำเนินชีวิตเริ่มกลับมาเกือบเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่ทุกฝ่ายยังคงตั้งรับ ตั้งการ์ดป้องกันโควิดแบบแรงดีไม่มีตก ล่าสุด หนึ่งในแบรนด์ฟิตเนสคลับที่คนรักสุขภาพรู้จักกันดีอย่าง ฟิตเนส เฟิรส์ท และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย โดยบริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้โชว์ความพร้อมมาตรการความปลอดภัยต้อนรับสายฟิต Come Back!! กลับมาด้วยความพร้อมระดับสากล เพื่อความมั่นใจของผู้ใช้บริการ

การกลับมาเปิดคลับในครั้งนี้มีความพร้อมอย่างมากทั้งในเรื่องของการเปิดคลับและมาตรการด้านความปลอดภัยในการเข้าใช้บริการ ความพร้อมของสถานที่ออกกำลังกาย และจุดบริการภายในคลับ โดยคำนึงสูงสุดในเรื่องของความปลอดภัยของทั้งสมาชิกและพนักงาน รวมถึงการเตรียมพร้อมสำหรับขั้นตอนและแนวทางในการเข้าใช้บริการและการจองคลาสรูปแบบใหม่ผ่าน “แอปพลิเคชั่น ฟิตเนส เฟิรส์ท และเซเลบริตี้ ฟิตเนส” ร่วมด้วยการตรวจเช็กจำนวนผู้ใช้บริการและที่ว่างในคลับผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” เพื่อให้การกลับมาใช้บริการของสมาชิกและผู้ใช้บริการทั่วไปมีความมั่นใจได้ว่าจะได้รับความสะดวก ปลอดภัย และสอดคล้องกับนโยบายของทางภาครัฐ

มาตรการในการเข้าใช้คลับ และมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อการกลับมาเริ่มต้นออกกำลังกายได้อีกครั้ง อย่างมั่นใจ

ข้อกำหนดในการเข้าใช้คลับ

  • เพื่อความสะดวกในการเข้าใช้บริการในคลาสต่างๆ สมาชิกสามารถเช็คตารางคลาสและจองคลาสล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันของ Fitness First และ Celebrity Fitness ก่อนการเข้าใช้คลับทุกครั้ง [สแกน QR Code หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน > ลงทะเบียน > เลือกคลับ-เลือกคลาส-กดจอง > รอยืนยันทาง email]
  • เช็คอิน-เช็คเอ้าท์ ผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ”
  • วัดอุณหภูมิทั้งสมาชิกและพนักงาน ไม่เกิน 37.5 องศา หากเกินแนะนำให้พบแพทย์และงดการออกกำลังกาย
  • ทำความสะอาดมือด้วยเจล ก่อนเข้าคลับ
  • สมาชิก ต้องสแกนบัตรเช็คอิน ด้วยตนเอง
  • แนะนำให้ใช้บริการทางการเงินผ่าน e-Payment
  • มีการจำกัดจำนวนการเข้าใช้คลับ กรุณาให้ความร่วมมือกับทีมงานของสาขา
  • ดาวน์โหลด “Welcome Back Pack” เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.fitnessfirst.co.th/th/welcome-backhttp://www.celebrityfitness.co.th/th/welcome-back

 

การกำหนดระยะห่าง

  • รักษาระยะห่าง อย่างน้อย 1-2 เมตร ตลอดระเวลาในการใช้บริการในคลับ
  • กรุณายืนในตำแหน่งที่กำหนดไว้ ในทุกๆ สตูดิโอ
  • รักษาระยะห่างระหว่างรอการเข้าคลาสในจุดที่กำหนด
  • โซนคาร์ดิโอ – สามารถใช้อุปกรณ์ที่กำหนดตามมาตรการกำหนดระยะห่าง
  • โซนฟรีเวท – ควบคุมจำนวนผู้เข้าใช้ และทิ้งระยะห่าง 2 เมตร
  • ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า – จัดระยะห่างในการใช้ล็อกเกอร์
  • กำหนดระยะในลิฟต์และบริเวณทางเข้า

ความสะอาด

  • มีการให้บริการน้ำยาฆ่าเชื้อและเจลล้างมือตามจุดต่างๆ ทั่วทุกบริเวณภายในคลับ
  • พนักงานทุกคนจะมีน้ำยาทำความสะอาดติดตัวตลอดเวลา
  • สมาชิกทุกท่านต้องเก็บของทุกชนิดไว้ในล็อกเกอร์
  • ผ้าเช็ดตัวและชุดออกกำลังกาย ผ่านการฆ่าเชื้อและเก็บในห่อ/บรรจุภัณฑ์เฉพาะ
  • มีทีมงานทำความสะอาดอุปกรณ์ตลอดเวลา (เช่น ประตู ลูกบิด เคาน์เตอร์ ราวบันได พื้น โต๊ะ เก้าอี้ อย่างสม่ำเสมอ)
  • มีพนักงานทำความสะอาดจุดเสี่ยงต่างๆ
  • มีการทำความสะอาดใหญ่ทุกวันหลังปิดคลับ
  • งดให้บริการห้องสตีมและซาวน่า ชั่วคราว
  • ทำการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อใหญ่ทุกๆ 2 สัปดาห์
  • ห้องสุขา – ใช้น้ำยาทำความสะอาด และน้ำยาฆ่าเชื้อเฉพาะ

ร่วมกันสร้างความปลอดภัยให้กับตัวเองและสังคม

  • สมาชิกและพนักงานใส่หน้ากากอนามัยได้ แต่ต้องเหมาะสมกับการหายใจและกิจกรรมที่ทำอยู่ในขณะนั้นๆ และดึงไว้ใต้คางในกรณีที่หากต้องมีการถอดหน้ากาก
  • แนะนำให้สมาชิกนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ได้ เช่น เปลโยคะ นวม ขวดน้ำ
  • หากไม่สบายควรพบแพทย์ และงดออกกำลังกาย
  • ทำความสะอาดอุปกรณ์ ก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้ง
  • ทำการจองการเข้าใช้บริการคลาสล่วงหนา ก่อนเข้ามาทีคลับ (โดยดูคู่มือการจองคลาส)
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสขวดน้ำกับภาชนะ
  • ล้างมือบ่อยๆ

มาตรการสำหรับพนักงานและผู้มาติดต่อ

  • พนักงานทุกคนผ่านการอบรมถึงนโยบายปฏิบัติด้านสุขอนามัยด้าน Covid-19 จากกระทรวงสาธารณสุข
  • หากพนักงานเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ต้องทำการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน
  • พนักงานสวมใส่หน้ากากผ้าและเฟส ชีล ตลอดเวลา ยกเว้นในขณะทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูง
  • ผู้มาติดต่อ (ไม่ใช่สมาชิก) และแม่บ้านสวมหน้ากากและวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าคลับ
  • กำหนดระยะห่างในทุกพื้นที่สำหรับพนักงาน 2 เมตร
  • กรณีพนักงานมีอาการไอจาม หรือเป็นหวัด ให้หยุดงาน

ในการนี้ คุณอรวรรณ เกลียวปฏินนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย มีพร้อมอย่างมากในการกลับมาเปิดคลับอีกครั้งตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ทั้งในส่วนของฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย หลังจากที่เราผ่านวิกฤตระหว่างปิดดำเนินการในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันถึงแม้ที่ผ่านมาจะอยู่ในช่วงของปิดให้บริการ แต่เรายังคงเตรียมความพร้อมในเรื่องของมาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างความมั่นใจให้การกลับมาใช้บริการของสมาชิกและผู้ใช้บริการทั่วไปได้รับความสะดวก ปลอดภัยอย่างสูงสุด

สำหรับกลยุทธ์หลักของเรายังคงยึดตามหลัก 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ มาตรการความปลอดภัยและสุขอนามัยให้แก่สมาชิก พนักงาน การคำนึงถึงสิทธิประโยชน์สมาชิก และการจองคลาสรูปแบบใหม่ วันนี้ ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบรีตี้ฟิตเนส พร้อมแล้วที่จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง และยังได้พัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการเข้ามาใช้บริการและการจองคลาสสำหรับสมาชิก เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเข้าใช้บริการอีกด้วย

นอกจากนี้ ฟิตเนส เฟิรส์ท ประเทศไทย และเซเลบริตี้ ฟิตเนส ประเทศไทย ยังมีการอนุโลมการฟรีซค่าสมาชิก ฟรี! ในเดือนมิถุนายน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสมาชิกที่ประสงค์จะรับเงื่อนไขการฟรีซ กรุณาแจ้งความประสงค์ได้ที่ Fitness Helpline 24 hrs. : Fitness First 02-118-6665 | Celebrity Fitness 02 118 6677 ภายในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายนนี้ และมีการขยายระยะเวลาสำหรับแพคครูฝึกส่วนตัว จะได้รับการขยายเวลาโดยอัตโนมัติตามระยะเวลาที่ปิดให้บริการคลับ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Fitness First Thailand  | Celebrity Fitness Thailand

ลับคมทักษะพร้อมแทงทะลุความท้าทายทันการเปลี่ยนแปลง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625162

วันที่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 09:30 น.

ลับคมทักษะพร้อมแทงทะลุความท้าทายทันการเปลี่ยนแปลง

เมื่อ COVID-19 เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงาน โอกาสนี้เราควรอัพสกิลพัฒนาทักษะของตัวเองเพื่อสร้างความก้าวหน้าในอาชีพ ด้วยทักษะที่เรารวบรวมมาให้ดังต่อไปนี้

ช่วงนี้แน่นอนว่าทุกคนย่อมมีความกังวลเรื่องความมั่นคงในงานภายใต้สถานการณ์ต่างๆ แต่หากมองอีกด้านเรื่องนี้ก็ได้สร้างโอกาสจำนวนมากสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นเดียวกัน วิกฤตไวรัส COVID-19 ทำให้หลายองค์กรต้องดำเนินกิจการในทิศทางใหม่ และให้พนักงานของตนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

ข้อมูลจาก jobsDB ระบุชัดว่าทักษะการทำงานพัฒนาผ่านการศึกษา  การทำงาน และการฝึกฝน แสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบตัว และความคล่องตัวในที่ทำงาน ซึ่งผู้ประกอบการย่อมมองเห็นคุณค่าเพราะมีประโยชน์ต่อการทำงานเป็นอย่างมาก แล้วทักษะใดบ้างละ ที่ควรต้องพัฒนาขึ้นอีก?

หัวใจสำคัญของการประสบความสำเร็จด้านอาชีพ  : การต่อยอดทักษะ

ทักษะด้านการจัดการและลงมือปฏิบัติ

ความสามารถในการทำงานให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์นั้น ขึ้นอยู่กับวิธีวางแผนให้มีประสิทธิภาพ ความเฉียบแหลมในการวางแผน การเตรียมการ และลงมือปฏิบัติ

  • การวางแผน คุณมีการวางแผนที่ชัดเจน เป็นขั้นเป็นตอน สอดคล้องไปกับภารกิจและเป้าหมายขององค์กรแล้วหรือยัง?
  • การจัดการ มีบุคลากรและทรัพยากรที่สนับสนุนแผนการทำงานหรือยัง?
  • สามารถทำงานหลายอย่างได้พร้อมกัน ในปัจจุบันธุรกิจมีการก้าวไปอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการทำได้หลายอย่างพร้อมกันจึงเป็นสิ่งที่ควรจะมี ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ การจัดลำดับความสำคัญของงาน และบริหารเวลาได้เป็นอย่างดี
  • ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้ทำงานในสายงานเทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญทางด้านดิจิทัลจะช่วยให้คุณทำงานอย่างเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น อย่างเมื่อช่วงสองสามเดือนก่อน เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน การยึดติดอยู่กับทักษะเทคโนโลยีเดิมๆย่อมส่งผลต่อความก้าวหน้าในเรื่องงาน

ทักษะการสื่อสาร

การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจในหลายๆด้าน เป็นการสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจทั้งภายในและภายนอก ช่วยให้การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆเป็นไปด้วยความราบรื่น การดำเนินการตามแผน และรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าไว้

  • การฟัง ฟังเพื่อให้เข้าใจ และรอถึงจังหวะที่พูดได้ รวมถึงเข้าใจถึงสิ่งต้องการสื่อสารหรือไม่?
  • การพูด วิธีการแสดงความเป็นของตัวเองผ่านคำพูดมีความสำคัญๆ พอกับสิ่งที่จะสื่อออกไป การสื่อสารด้วยคำพูดให้ชัดเจนและกระชับ มีการแจ้งให้ทราบข้อมูล ตรงประเด็น รู้จักกาลเทศะ และมีความสุภาพอ่อนน้อม
  • การเขียน เมื่อใดที่คุณเขียนข้อมูล ตั้งแต่เขียนลงกระดาษ รายงาน ไปจนถึงบทความ อีเมล และข้อมูลด้านการขาย ล้วนสร้างการจดจำที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณแก่ผู้อ่าน อย่าลืมตรวจสอบความกระชับ ความสมบูรณ์ ความถูกต้อง และคิดถึงแง่มุมต่างๆ และความสนใจของทั้งผู้ส่งและผู้รับ
  • การสื่อสารแบบตัวต่อตัว ในระหว่างการสื่อสารแบบตัวต่อตัว ไม่เพียงแต่คู่สนทนาจะฟังสิ่งที่คุณพูด แต่ยังรวมถึงโทนเสียง ภาษากาย ท่าทางและลักษณะต่างๆ และอารมณ์ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพแบบตัวต่อตัวจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเพิ่มขวัญกำลังใจ การสะท้อนความคิดเห็น และระบุเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนได้
  • เลือกใช้สื่อได้อย่างเหมาะสม การเลือกสื่อที่เหมาะสมที่สุดทั้งผู้ฟังและข้อความในการสื่อความหมายเป็นอีกหนึ่งทักษะที่มีความสำคัญสำหรับการสื่อสาร ความสามารถในการประเมินข้อดีและข้อด้อยสำหรับสื่อแต่ละชนิดและเลือกสื่อที่เหมาะสมที่สุด ช่วยให้เข้าถึงและมีผลต่อผู้ฟัง

ทักษะด้านคน

การเป็นส่วนหนึ่งในบริษัท หมายถึงการสามารถทำงานร่วมกับความแตกต่างทั้งเรื่องคนและบุคลิกภาพ ทักษะเหล่านี้ช่วยให้โต้ตอบกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้คุณพัฒนาความสัมพันธ์ในทางบวก สร้างความน่าเชื่อถือ ลดความขัดแย้ง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดียิ่งขึ้น

  • การทำงานร่วมกัน สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีกับผู้อื่นที่มีความแตกต่างทั้งเรื่องความต้องการ ความรับผิดชอบ ภูมิหลัง และความชำนาญที่แตกต่างกันได้ดีหรือไม่? สามารถทำงานร่วมกันและสร้างผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและแผนงานได้ดีหรือไม่?
  • ความเห็นอกเห็นใจ เมื่อคุณเข้าใจในมุมของผู้อื่นแล้ว จะเข้าใจและพัฒนาความสัมพันธ์ต่อกันให้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้เข้าใจแรงจูงใจของผู้อื่น ช่วยให้คาดเดาพฤติกรรมและการตอบสนองของผู้อื่นได้
  • ความยืดหยุ่น พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วหรือไม่?
  • ตอบสนองและตื่นตัวต่อวัฒนธรรม ในโลกที่พัฒนาแล้ว การตื่นตัวและเคารพต่อวัฒนธรรมต่างๆ ล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น

คุณสมบัติความเป็นผู้นำ

ทักษะความเป็นผู้นำ ต้องสามารถกระตุ้นให้ผู้อื่นให้ทำงานจนลุล่วง วิเคราะห์สถานการณ์ และตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ ผู้นำที่มีประสิทธิภาพย่อมมีทักษะทั้งด้านองค์กร การสื่อสาร และมนุษย์สัมพันธ์

  • การจัดลำดับความสำคัญและการมอบหมายงาน ในฐานะผู้นำ ควรสามารถตัดสินใจสิ่งที่ควรทำเป็นลำดับแรกและมอบหมายงานให้ผู้ที่เหมาะสมทำงานให้ลุล่วงได้
  • กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ต้องสามารถคิดอย่างเป็นระบบ คิดอย่างมีเหตุผลเพื่อค้นหาปัญหาและทางออกที่ดีที่สุด
  • การสอนงานและให้ข้อมูลเสนอแนะ ในการเป็นผู้นำที่มีทั้งประสิทธิภาพและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่น ควรจะให้การสนับสนุนและกระตุ้นลูกทีม: ให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเพียงพอ และให้ข้อมูลเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์

คิดในระยะยาว : ฝึกฝนใหม่ ฝึกทักษะใหม่ และเรียนรู้ใหม่

เพื่อให้มีความมั่นคงในอาชีพต่อไปในอนาคต การพัฒนาทักษะทางอาชีพให้สอดคล้องความต้องการขององค์กร เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และต้องฝึกฝนผ่านการเรียนรู้ จากการทำงานอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่า COVID-19 ได้เร่งให้องค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีมาเร็วยิ่งขึ้น

คำถามคือ คุณมีทักษะต่างๆ เพื่อสร้างคุณค่าให้ตนเองในยุคแห่งดิจิทัลแล้วหรือยัง?

ถ้าคำตอบคือ ไม่ ก็ถึงเวลาแล้วที่ควรฝึกฝนพัฒนาตนเองใหม่ ตามรายงานของ Organisation for Economic Co-operation and Development(OECD) งานจำนวนมากกว่าหนึ่งพันล้านตำแหน่งมีแนวโน้มที่จะถูกเปลี่ยนแปลงโดยเทคโนโลยีในทศวรรษถัดไป ดังนั้น ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์ และเพื่อพัฒนาทักษะที่สามารถต่อยอดได้ ลองคิดถึงทักษะการทำงานในปัจจุบันที่ยังไม่เพียงพอเพื่อหาวิธีการเพื่อพัฒนาเพิ่ม การเพิ่มความเชี่ยวชาญในการใช้โซเชียลมีเดียและเรื่องที่เกี่ยวกับดิจิทัล ลองอาสาเป็นผู้ทดสอบในมุมของผู้ใช้งาน หรือ UX เพื่อให้มั่นใจว่าช่องทางดิจิทัลอย่างเช่น แอปพลิเคชัน และเว็บไซต์สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์และเป็นมิตรแก่ผู้ใช้งาน หากชอบในด้านการรวบรวมข้อมูล อาจลองศึกษาด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์เพิ่มเติม

ตั้งเป้าเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพที่มีอยู่ ลงทุนเพื่อพัฒนาด้านอาชีพ และรักษาความสัมพันธ์ของเครือข่ายในการทำงาน มีความคิดเพื่อการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นด้านความคล่องตัวในการทำงาน ความสามารถในการปรับตัว และการยอมรับความเปลี่ยนแปลง

นาทีนี้คงต้องเตรียมพร้อมและคิดในเชิงบวกเข้าไว้ แม้ว่าวิกฤตไวรัส COVID-19 จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งโลก แต่ขณะเดียวกัน ยังคงมีโอกาสจากตำแหน่งงานใหม่ๆที่เปิดรับอีกจำนวนมาก ผ่านธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พร้อมให้โอกาสกับทุกคนเสมอ

.

ภาพ freepik

สีแดงเบอร์กันดี เสน่ห์ชวนหลงใหล เลิศหรูในทุกมุมมอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625093

วันที่ 03 มิ.ย. 2563 เวลา 10:10 น.

สีแดงเบอร์กันดี เสน่ห์ชวนหลงใหล เลิศหรูในทุกมุมมอง

งามสะพรั่งดั่งพญาหงส์แดนมังกร ตามสไตล์ ‘โยชิ รินรดา’ เฉิดฉายในชุดยกน้ำชาสีแดงเบอร์กันดีกับลุคที่รับรองว่าสวย…ไม่มีผิดหวัง

ใครที่กำลังตั้งตารอคอยชุดยกน้ำชาแบบไฮโซโบใหญ่ งานนี้ ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ จัดให้แบบไม่มีกั๊ก เพราะล่าสุดได้ออกแบบคอลเลคชั่นใหม่ภายใต้ชื่อ Thai-chinese tea pouring couture เรียกได้ว่าสวยจัดเต็มแบบชุดใหญ่ไฟกะพริบ งดงาม หรูหราเกินราคาแน่นอน

ไม่ต้องบอกว่ารายละเอียดของงานประณีตมากแค่ไหน เฉลยได้ด้วยภาพของสาว โยชิ-รินรดา ธุระพันธ์ ที่สะบัดลุคเป็นนางพญาหงส์แดนมังกรครั้งแรก งานนี้คะแนนเต็ม 10 ไม่หักซักแต้มเลยสำหรับสาวสวยคนนี้ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้าผม สวยเป๊ะปัง ละมุนละไมไปหมด เรียกได้ว่าตรงปกและตรงคอนเซ็ปต์ โดนใจไม่แพ้คอลเลคชั่นอื่นๆ ที่ผ่านมา

ด้วยจินตนาการและความหลงใหลในวรรณกรรมจีนโบราณของนักออกแบบ บวกกับไอเดียบรรเจิดที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างศิลปะงานออกแบบของยุคเก่าและยุคใหม่ ที่บรรจงร้อยเรียงลวดลายดอกไม้แห่งจักรพรรดิ์จีนอย่างดอกโบตั๋น ออกมาได้อย่างงดงาม

ภายใต้ความงดงามนั้นได้สอดแทรกความทันสมัย แฝงไปด้วยไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาคนเปรียบเทียบยาก กลายเป็นผลงานชุดยกน้ำชาชั้นเลิศที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหลและเลิศหรูในทุกมุมมองกว่า 10 ชุด ที่บ่งบอกถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ได้อย่างดี สำหรับเจ้าสาวไทยเชื้อสายจีนท่านใดกำลังมองหาชุดยกน้ำชาที่ทันสมัย หรูหรา ยืนหนึ่งดั่งนางพญาหงส์ในพิธีสำคัญ

ชมภาพได้ที่เฟซบุ๊ก Vanus Couture-วนัช กูตูร์

How to เลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับแอคทิวิตี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/625033

วันที่ 02 มิ.ย. 2563 เวลา 14:00 น.

How to เลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับแอคทิวิตี้

สายแฟต้องรู้! เพราะแว่นกันแดด MUST-HAVE ITEM เสริมลุคสุดปัง ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่ยังมีคุณสมบัติกันรังสียูวี แล้วรู้หรือไม่ว่า สีของเลนส์แต่ละสียังช่วยปกป้องดวงตาของเราแตกต่างกัน

หนุ่มสาวสายแฟชั่นจะหยิบจับอะไรมามิกซ์แอนด์แมทช์แต่ละทีก็ต้องเลือกดีไซน์ล้ำๆ แฟชั่นในกระแส โดยเฉพาะ “แว่นกันแดด” ซึ่งนับเป็น MUST-HAVE ITEM เสริมลุคสุดปังที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆ

ทว่า การใส่แว่นกันแดดไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่เสริมลุคเป๊ะปัง หรืออวดความเป็นสายแฟเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างมากกับดวงตาของเรา โดยเฉพาะแสงแดดเมืองไทยที่ร้อนแบบฉุดไม่อยู่จริงๆ แว่นกันแดดจึงเป็นแอคเซสซอรี่สำคัญที่ช่วยปกป้องดวงตาของเราจากแสงที่จ้าเกินจำเป็น แต่เวลาเลือกซื้อแว่นกันแดดเรากลับให้ความสำคัญกับเรื่องของดีไซน์เป็นส่วนใหญ่ จนลืมนึกถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของแว่นกันแดดไป

การเลือกซื้อแว่นกันแดดนอกจากจะต้องมีคุณสมบัติกันยูวีเอและยูวีบีได้แล้ว สีของเลนส์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณาด้วยเช่นกัน เพราะการเลือกสีของเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมจะช่วยให้เรามองเห็นชัดเจนและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น และรู้หรือไม่ว่า สีของเลนส์แต่ละสีช่วยป้องกันดวงตาเราแตกต่างกัน

โบลอน (BOLON) แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากฝรั่งเศสที่กำลังฮิตในหมู่บล็อกเกอร์และเซเลบคนดัง เผยเคล็ดลับดีๆ ให้หนุ่มสาวสายแฟสามารถเลือกสีเลนส์แว่นกันแดดให้แมทช์กับกิจกรรมที่ทำกัน

เลนส์โทนสีดำ สีเทา

เป็นเลนส์สีพื้นฐานของแว่นกันแดดซึ่งช่วยลดความเข้มของแสงได้ดีที่สุด โดยจะตัดแสงจ้าเมื่ออยู่กลางแจ้ง และทำให้การมองเห็นได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด แสงของวัตถุไม่ผิดเพี้ยน เหมาะสำหรับกิจกรรมอยู่กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดที่รุนแรง

เลนส์โทนสีส้ม สีเหลือง

เลนส์สีโทนนี้มีคุณสมบัติที่ช่วยในการเพิ่มแสงและความคมชัด ทำให้การโฟกัสของดวงตาชัดเจนขึ้น และลดการทำงานหนักของดวงตา โดยเลนส์สีส้มจะช่วยเพิ่มการตัดกันของแสงสีให้มองเห็นภาพได้คมชัดขึ้น เช่นเดียวกับเลนส์สีเหลือง แต่เลนส์สีส้มจะให้ความสว่างที่นุ่มนวลกว่า ไม่บาดตาเท่าเลนส์สีเหลือง ฉะนั้น จึงแนะนำให้ใช้เลนส์สีส้มช่วงบ่ายหรือพลบค่ำ เมื่อต้องทำกิจกรรมที่ต้องการคุณภาพการมองเห็นที่มีความคมชัดสูง

เลนส์โทนสีชมพู สีแดง

เลนส์สีนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับสายแฟให้แต่งตัวเก๋ๆ เท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อตาล้าจากการใช้คอมพิวเตอร์ เพราะเลนส์สีนี้มีคุณสมบัติช่วยในการโฟกัสหรือปรับวิสัยทัศน์เชิงลึก เพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณระยะทาง จึงช่วยลดอาการปวดตาที่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อดวงตามากเกินไป

เลนส์โทนสีน้ำตาล สีชา

เลนส์สีนี้ช่วยเพิ่มความสามารถในการแยกแยะรายละเอียดของวัตถุในที่สว่างได้ดีมาก ด้วยคุณสมบัติในการปรับทรรศนะวิสัยในภาพรวม เหมาะกับการใส่ขับรถเพราะช่วยให้ดวงตาปรับตัวเข้ากับทุกสภาวะอากาศได้ดี อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพการปรับความคมชัดและการรับรู้ระยะทาง จึงเป็นโทนสีเลนส์ในอุดมคติสำหรับหนุ่มสาวสายกิจกรรมเลยทีเดียว

เลนส์โทนสีฟ้า

เลนส์โทนสีฟ้าจะมาพร้อมกับคุณสมบัติสุดคูลที่ช่วยปกป้องดวงตาได้ดีในสภาวะที่มีการหักเหของแสง สามารถช่วยบรรเทาอาการตาล้าจากการใช้งานดวงตาหนักๆ ได้ดี

.

ดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ : bolon eyewear Thailand

เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนาน กับ UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/624975

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 15:48 น.

เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนาน กับ UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดเอดิชั่น

ซัมเมอร์สดใสด้วยสไตล์ที่หลากหลาย UNIQLO x Marimekko สานต่อความสำเร็จ เตรียมให้แฟนๆ ช้อปลิมิเต็ดเอดิชั่น 12 มิ.ย.นี้

เตรียมสร้างปรากาฏการณ์รีบช้อปให้ทันกันอีกแล้ว สำหรับ ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ที่ประกาศเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ซึ่งร่วมมือกับแบรนด์มารีเมกโกะ (Marimekko) พร้อมวางจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายนนี้ ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขาและบนออนไลน์สโตร์

นับเป็นการสานต่อความสำเร็จจาก UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดอิดิชันทั้งสองคอลเลคชั่นที่เปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ คอลเลคชั่นล่าสุดประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปี 2020 ได้นำเสนอวิถีชีวิตช่วงซัมเมอร์ของชาวฟินแลนด์ด้วยลวดลายและสีสันที่โดดเด่นสะดุดตา เติมเต็มความสดใสและความสนุกสนานให้กับผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ (LifeWear) จากยูนิโคล่ได้เป็นอย่างดี โดย UNIQLO x Marimekko ลิมิเต็ดอิดิชัน คอลเลคชั่นนี้ ถือเป็นหนึ่งในความร่วมมือระหว่างยูนิโคล่กับแบรนด์ชั้นนำจำนวนมากที่เปิดตัวในปีนี้

“หลังจากได้ร่วมงานกับมารีเมกโกะอย่างใกล้ชิดมาถึง 3 ฤดูกาล ก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งและรู้สึกหลงใหลในแฟชั่นและดีไซน์เฮ้าส์สัญชาติฟินแลนด์ รวมถึงศิลปะการพิมพ์ลวดลาย เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่จะได้นำลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของมารีเมกโกะที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ระดับตำนานอย่าง ไมยา อิโซลา (Maija Isola) และแอนนิกา ริมาลา (Annika Rimala) มาใช้อีกครั้ง โดยคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ยังมีกลิ่นอายของการเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของช่วงฤดูหนาวอันยาวนาน และความสนุกสนานในช่วงซัมเมอร์กับเพื่อนๆ และคนในครอบครัวของชาวฟินแลนด์ เราหวังว่าผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ที่เปิดตัวครั้งนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน” มร. ยูกิ คัทซึตะ (Yuki Katsuta) หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของยูนิโคล่ กล่าว

“การที่แบรนด์ได้ร่วมทำงานกับพาร์ทเนอร์ที่มีหลักการและแนวคิดเดียวกัน ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันโดดเด่นสำหรับลูกค้าของเรา ไปพร้อมกับเปิดโอกาสพิเศษให้กับมารีเมกโกะในการถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบของเราให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ของเราอย่างยูนิโคล่อีกครั้งกับคอลเลคชั่นที่มีกลิ่นอายแห่งความสนุกสนานในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นจากการนำจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์มารวมกัน ทั้งความงดงามที่ทรงพลังซึ่งขึ้นชื่อด้านศิลปะเทคนิคการพิมพ์ของมารีเมกโกะ และปรัชญาการออกแบบผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์จากยูนิโคล่ ที่ทำให้ทุกคนสามารถสวมใส่เสื้อผ้าที่ใช้งานได้ดี มีคุณภาพสูง ในราคาที่จับต้องได้” ตีน่า อลาฮูห์ตา-กาสโก (Tiina Alahuhta-Kasko) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์มารีเมกโกะ กล่าว

ซัมเมอร์ที่สดใสด้วยสไตล์ที่หลากหลาย

จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้อยู่สไตล์การออกแบบชุดสำหรับช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลาย ด้วยชุดที่เป็นซิกเนเจอร์อย่างเดรสยาวคอวีและเชิ้ตแบบต่างๆ เข้ากันได้ดีมากกับกางเกงขากว้าง กระโปรงและกางเกงขาสั้น ที่เพิ่มความสดใสขึ้นไปอีกด้วยลวดลายของมารีเมกโกะ สำหรับกระโปรงและกางเกงของคอลเลคชั่นนี้มาพร้อมกับลุคที่เข้าคู่กันบนเนื้อผ้าที่สวมใส่สบายตามสไตล์ของผ้าลินินผสม คอตตอนและเจอร์ซี่  ปิดท้ายด้วยไอเทมใหม่อย่าง เสื้อฮู้ดพาร์กาพับเก็บได้ (Pocketable Parkas) ที่ช่วงป้องกันฝนในช่วงซัมเมอร์

สนุกสนานตามสไตล์ครอบครัว

คอลเลคชั่นนี้อัดแน่นไปด้วยไอเทมที่ทำให้คนในครอบครัวสนุกกับการแต่งตัวธีมเดียวกันได้ง่าย ทั้งไอเทมเสื้อผ้าตัดเย็บพิเศษ (cut and sewn) สุดฮิต โดยมีชุดใหม่ล่าสุดทั้งเสื้อยืดทรงบ็อกซีและทรงทูนิคสำหรับผู้หญิง เดรสผ้าเจอร์ซี่และกางเกงขาสั้นสำหรับเด็กผู้หญิง เลกกิ้งสำหรับเด็กวัยหัดเดิน และบอดี้สูทสองชิ้นที่เหมาะสำหรับการนำไปมอบให้เป็นของขวัญสำหรับเด็กแรกเกิด

เครื่องประดับเพื่อการพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์

ของต้องมีจากคอลเลคชั่นนี้สำหรับการพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์ ได้แก่ หมวกสาน กระเป๋าสาน รองเท้าพื้นสาน และผ้าพันคอ โดยหมวกและกระเป๋าสานจากคอลเลคชั่นนี้มีดีไซน์การสานจากใยต้นปาล์ม (รัฟเฟีย) ซึ่งเข้ากันได้ดีกับลวดลายผ้าที่นำมาตัดเย็บเข้าคู่กัน ส่วนผ้าพันคอที่เป็นผ้าผสมลินินผืนใหญ่ สามารถนำมาใช้ประดับเก๋ๆ ได้อีก

รายละเอียดคอลเลคชั่น UNIQLO x Marimekko Limited Edition Collection จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขา และออนไลน์สโตร์ เว็บไซต์ของคอลเลคชั่นนี้ https://www.uniqlo.com/marimekko20ss/th/

ส่องแฟชั่นสุดเก๋ของเหล่าคนดังกับความเชื่อเสริมโชค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/624971

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 15:30 น.

ส่องแฟชั่นสุดเก๋ของเหล่าคนดังกับความเชื่อเสริมโชค

อัพเดทเทรนด์แฟชั่นสุดเก๋ของเหล่าคนดัง ดีไซน์เรียบโก้ ช่วยเสริมโชคแก่ผู้สวมใส่ พร้อมรู้เทคนิคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องประดับเสริมสไตล์ช่วยเพิ่มความโชคดีตามคาแรคเตอร์

เริ่มต้นเดือนกับวันหวยออก ชวนส่องแฟชั่นเครื่องประดับสุดเก๋ของเหล่าคนดัง อาทิ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์, บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์, ท็อป-จรณ โสรัตน์, โบว์-เมลดา สุศรี, มาร์ช–จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, นาว-ทิสานาฏ ศรศึก, บอย-พิษณุ นิ่มสกุล, แพรวา-ณิชาภัทร   ฉัตรชัยพลรัตน์, จุ้มจิ้ม-วรนันท์ จันทรัศมี, ไอซ์-อธิชนัน ศรีเสวก, ขนมจีน-กุลมาศ สารสาส, พาย-พิมพ์พัชร วัชรเสวี และหยดน้ำ-นัดดาภรณ์ นิวาตวงศ์ ที่ต่างโพสท่าทางสุดมั่นใจ สวมใส่เครื่องประดับดีไซน์สวยจากแบรนด์ ระวิภา (RAVIPA) ในคอลเลกชั่นล่าสุดที่ชื่อว่า รีมายเดอร์ (Reminder) สร้อยข้อมือดีไซน์เรียบโก้ประดับด้วยอัญมณีแท้หลากสีสัน ที่นอกจากจะช่วยเติมเต็มลุคให้ดูโดดเด่นขึ้นแล้ว ยังช่วยเสริมความโชคดีแก่ผู้สวมใส่ให้มั่นใจในทุกโอกาส พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำเทคนิคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องประดับเสริมสไตล์ ช่วยเพิ่มความโชคดีตามคาแรคเตอร์ของตนเอง

ระวิภา (RAVIPA) แบรนด์เครื่องประดับดีไซน์โก้หรูที่มีแรงบันดาลมาจากความรัก ภายใต้แนวคิดที่ว่า เครื่องประดับดีไซน์สวยที่เหมาะสำหรับเป็นของขวัญแทนใจให้คุณและคนพิเศษที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกวัน โดยถ่ายทอดเรื่องราวความรักหลากหลายแง่มุม ทั้งความรักระหว่างคู่รัก ความรักอันแสนอบอุ่นในครอบครัว ความรักอันแสนบริสุทธ์ระหว่างเพื่อน รวมไปถึงความรักที่มีต่อตนเอง ผ่านการรังสรรค์โดยช่างฝีมือมากประสบการณ์สู่เครื่องประดับดีไซน์โก้หรู ที่โดดเด่นด้วยความประณีต งดงาม โดยการันตีคุณภาพจากรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมระดับประเทศ Design Excellence Award 2019 (DEmark Award)

ธนิสา วีระศักดิ์ศรี ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ระวิภา (RAVIPA) กล่าวถึงจุดเด่นของเครื่องประดับในคอลเลกชั่นนี้ว่า เครื่องประดับของระวิภาทุกชิ้นถูกรังสรรค์จากช่างฝีมือที่มีประสบการณ์มายาวนานกว่า 30 ปี มีความประณีตในทุกขั้นตอนการผลิต โดยใช้วัสดุเงินแท้ 92.5% ชุบทองคำขาว 18K และฝังด้วยคิวบิคเซอร์คอนเนียร์ วัสดุพิเศษที่นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ช่วยเพิ่มความหรูหราอย่างมีระดับให้กับเครื่องประดับได้อย่างลงตัว สำหรับคอลเลกชั่นรีมายเดอร์ (Reminder) นี้เป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นที่ถูกออกแบบจากแนวความคิดที่ว่า ความรักเพื่อตัวตนของคุณเอง (RAVIPA: Love Your Life) ถ่ายทอดผ่านเครื่องประดับดีไซน์สวยที่ช่วยเสริมลุคทุกการแต่งตัวของหนุ่มสาว พร้อมช่วยเพิ่มความโชคดีขณะที่สวมใส่ อย่างสร้อยข้อมือเชือกไนลอนหลากสีสันถักอย่างประณีต ประดับด้วยอัญมณีน้ำงามที่ผ่านการคัดสรรค์เป็นอย่างดี มาพร้อมกับสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ซึ่งความพิเศษของคอลเลกชั่นนี้คือการอัญเชิญ 8 เทพองค์ศักดิ์สิทธิ์ มาช่วยดลบันดาลให้ชีวิตราบรื่นด้วยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลทั้งด้านความรัก การงาน การเงิน และความสำเร็จ เพิ่มความโชคดีให้แก่คุณและคนพิเศษเมื่อสวมใส่ ประกอบไปด้วยสร้อยข้อมือชุดองค์พญานาคราช ช่วยเสริมโชคลาภ ชุดองค์พระตรีมูรติ เทพแห่งความรักสุขสมหวัง ชุดองค์พระสีวลี เทพแห่งโชคลาภ ชุดองค์พระพรหมสี่หน้า ช่วยให้แคล้วคลาด ปลอดภัย ชุดองค์พระพิฆเนศ มหาเทพแห่งปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ ชุดองค์มงกุฎพระพุทธเจ้า ช่วยเสริมบุญบารมี เกียรติยศและชื่อเสียง ชุดองค์พระศิวะ มหาเทพผู้ขับไล่ภัยอันตรายและสิ่งชั่วร้าย และชุดองค์พระเเม่ลักษมี เทวีแห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย

โดยคอลเลกชั่นรีมายเดอร์ (Reminder) สร้อยข้อมือถักประดับด้วยอัญมณีแท้จากธรรมชาติหลากสี ที่ช่วยเสริมความโชคดีในด้านต่างๆ และสัญลักษณ์ที่เป็นเครื่องรางนำโชค ให้ผู้สวมใส่ได้รู้สึกอุ่นใจและเป็นเสมือนเครื่องเตือนใจให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ เพื่อให้เกิดความสุขได้ในทุกๆ วัน ซึ่งประกอบไปด้วย อะความารีน (Aquamarine) หินแห่งความกล้าหาญและการป้องกัน ช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้อย่างปลอดภัย, โรโดโครไซต์(Rhodochrosite) หินที่ช่วยในการบำบัดอารมณ์ ช่วยรักษาความรู้สึกทางใจ ให้คุณมอบความรักต่อตัวเองและคนอื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข, โรสควอตซ์ (Rose Quatz) อัญมณีสีสวยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรักหลายรูปแบบ และหินนี้จะเป็นพลังช่วยให้คุณเข้าใจถึงความรักได้จากทุกมุมมอง, อเมทิสต์ (Amethyst) สัญลักษณ์แห่งการปกป้องคุ้มครอง เป็นโล่กันพลังงานด้านลบ ความเครียด และสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ, บลู เบริล (Blue Beryl) หินแห่งความกล้าหาญและการปกป้อง หากมีไว้จะทำให้รู้สึกปลอดภัยช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคได้อย่างปลอดภัย, ลาบราดอร์ไลท์ (Labradorite) อัญมณีช่วยชำระล้างให้มีแต่พลังงานสะอาดอยู่กับคุณ นำพาคุณค้นพบเส้นทางสู่ความสำเร็จ และเป็นเครื่องเตือนใจว่าความฝันจะเป็นจริง, อาเกตสีดำ (Black Agate) หินเสริมพลังความกล้าหาญ และนำพามาสู่ความสำเร็จ เอาชนะศัตรูและนำชัยชนะมาให้กับผู้สวมใส่, โซดาไลท์ (Sodalite) หินแห่งอุดมคตินิยมช่วยในการสื่อสารและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ สร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับคุณ, เรนโบว์มูนสโตน (Rainbow Moonstone) อัญมณีที่ส่งมอบความสงบ เพิ่มความสำเร็จและความโชคดีในความรักสร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นวัฏจักรของความมืดให้ทางไปสู่แสงสว่าง, ไวท์ คอรัล (White Coral) หินปะการังสีขาว อัญมณีแห่งโชคลาภ ขจัดพลังงานด้านลบและดึงดูดพลังงานในเชิงบวกสร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าพลังงานบวกคือกุญแจสู่ความสุข และ วิชโบน (Wishbone) สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ความปรารถนาของคุณจะเป็นจริงถ้าคุณเชื่อด้วยหัวใจ สร้อยข้อมือนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าจะนำมาซึ่งความโชคดีในชีวิตของคุณ

เทคนิคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์เครื่องประดับเสริมสไตล์ช่วยเพิ่มความโชคดีตามคาแรคเตอร์

หนุ่มสาววัยทำงาน

เครื่องประดับชิ้นเล็กที่มีดีไซน์เรียบหรู สามารถมิกซ์แอนด์เข้ากับชุดสูทหรือเบลเซอร์ รวมถึงใส่คู่กับนาฬิกาเรือนโปรดได้อย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้เสริมลุคให้ดูมีความภูมิฐาน ส่วนอัญมณีที่จะช่วยเสริมโชคในด้านการทำงาน แนะนำเป็น โรโดโครไซต์ (Rhodochrosite) ที่จะช่วยบำบัดอารมณ์ให้มีจิตใจจดจ่อต่อการทำงาน อเมทิสต์ (Amethyst) ช่วยคุ้มครองจากพลังงานด้านลบ ความเครียด และสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นใจ และ อะความารีน (Aquamarine) หินแห่งความกล้าหาญและการป้องกัน ช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้

หนุ่มสาวรักการผจญภัย 

สำหรับผู้ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ รวมไปถึงชื่นชอบการทำกิจกรรมผจญภัยที่บางครั้งอาจเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต สามารถเลือกสวมเครื่องประดับดีไซน์เก๋ ประดับด้วยหินอัญมณีสีมงคลที่จะช่วยเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยแก่ผู้ที่สวมใส่ อย่างบลูเบริล (Blue Beryl) หินแห่งความกล้าหาญและการปกป้อง จะช่วยทำให้รู้สึกปลอดภัย หรืออะความารีน (Aquamarine) หินแห่งความกล้าหาญและการป้องกัน ช่วยให้ก้าวข้ามอุปสรรคทั้งปวงไปได้อย่างปลอดภัย และเรดวิชโบน (Red Wishbone) สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ที่จะช่วยนำพาความปรารถนาให้เป็นจริงด้วยพลังของวิชโบน

หนุ่มสาวที่กำลังมีความรัก

เครื่องประดับดีไซน์สวยที่นอกจากจะช่วยเติมเต็มลุคให้สวยสมบูรณ์แบบแล้ว คงจะดีไม่น้อยหากเลือกใส่เป็นเครื่องประดับที่จะช่วยเสริมดวงในด้านเรื่องความรัก อย่างสร้อยข้อมือถักดีไซน์เก๋ชิ้นเล็กๆ ประดับด้วยอัญมณีอย่าง เรด วิชโบน (Red Wishbone) สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ที่จะช่วยนำพาความปรารถนาให้เป็นจริงด้วยพลังของวิชโบน หรือ โรโดโครไซต์ (Rhodochrosite) ช่วยรักษาความรู้สึกทางใจให้คุณมอบความรักแก่ตนเองและคนอื่น และโรสควอตซ์ (Rose Quatz) อัญมณีขึ้นชื่อในเรื่องช่วยเสริมความรัก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรัก ช่วยให้คุณเข้าใจความรักได้จากทุกมุมมอง

ภาพ http://www.ravipa.com, Facebook: ravipajewelry

ทำไมศักยภาพในการนำตนเองจึงสำคัญ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/624938

วันที่ 01 มิ.ย. 2563 เวลา 09:45 น.

ทำไมศักยภาพในการนำตนเองจึงสำคัญ?

การรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : ความท้าทายบทใหม่ของผู้นำองค์กรยุคโควิด ต้องปรับตัวอย่างไร? จึงจะสามารถพาทีมและธุรกิจให้ก้าวผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

สถานการณ์ในปัจจุบัน จากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ธุรกิจต่างปรับตัวครั้งใหญ่ โดนกันทั่วหน้า ไม่มียกเว้น ใครสายป่านไม่ยาวพอและไม่สามารถเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับบรรดาเจ้าหนี้ได้ต้องล้มละลายทั้งธุรกิจการบิน เช่ารถ โรงแรม ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ อุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว สถาบันการเงิน IT และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย

โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีสายป่านไม่ยาวพอกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลายธุรกิจเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และไม่รู้ว่าจะกลับมาเปิดได้เมื่อไร หลายธุรกิจต้องปรับโมเดลสู่บรรทัดฐานใหม่ในการทำธุรกิจ อัดแคมเปญมากมายทั้งลดแลกแจกแถม ระบายของเก่า ลดสต็อก เร่งเก็บหนี้ ยืดเจ้าหนี้ เพื่อกำเงินสดไว้ในมือ อีกทั้งต้องปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเร่งฟื้นคืนชีพในครึ่งปีหลัง

…และถึงแม้จะกลับมาเปิดได้ ก็ยังสงสัยว่าจะสามารถทำกำไรได้หรือไม่ จะคงความเข้มแข็งเหมือนเดิมหรือไม่ และจะสร้างความมั่นคงยั่งยืนในอนาคตได้อย่างไร

ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล จากสถาบันอินทรานส์ Hipot-การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคง ยั่งยืน ระบุ ภาพทั้งปี 2563 จึงมีโอกาสพลิกเป็นมีกำไรได้ยาก ในขณะที่ปี 2564 คาดฟื้นมามีกำไรอีกครั้งแต่ก็ยังจำกัด และจะยังไม่กลับมาที่ระดับปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีโอกาสสูงที่จะโดนกระหน่ำซ้ำเติมด้วยสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกายิ่งไปกว่านั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังเตือนว่านี่ยังไม่ใช่เวลาที่ประเทศต่างๆ จะผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่เร็วเกินไป เพราะยารักษาโดยตรงก็ไม่มี วัคซีนต้องใช้เวลาอีกกว่าปีจึงจะสำเร็จ

ทุกภาคธุรกิจแสดงความกังวลว่าไม่เคยเจอวิกฤติที่หนักเช่นครั้งนี้มาก่อน มันคือวิกฤตการณ์ข้ามคืนที่ทั่วทั้งโลกหยุดในเวลาเดียวกัน ความท้าทายคือผู้นำองค์กรต้องปรับตัวอย่างไรจึงจะสามารถพาทีมงานและคู่ค้าธุรกิจให้ก้าวผ่านไปด้วยกัน?

คุณสมบัติหนึ่งที่มีความสำคัญในการนำธุรกิจกลับมาเพื่อความยั่งยืนคือ การพัฒนาศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุก

ทำไมศักยภาพในการนำตนเองจึงสำคัญ?

เมื่อเหตุการณ์บนโลกใบนี้ไม่แน่นอน อ่อนไหว ซับซ้อน และคลุมเครือ ดังเช่นการอุบัติขึ้นของไวรัสโควิด 19 และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความยั่งยืนของธุรกิจ และเป็นที่ทราบดีว่าคนคือปัจจัยสำคัญของความสำเร็จขององค์กร องค์กรจึงต้องการคนที่มีขีดความสามารถสูงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในภาวะผันผวน และคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ปัจจุบันคือ ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุก

ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุกคืออะไร?

มันคือความสามารถในการพัฒนาตนเอง สามารถสร้างแรงผลักดันตนเองได้ภายใต้ภาวะวิกฤต สามารถควบคุมตนเองได้โดยไม่ตกอยู่ในอำนาจของปัจจัยภายนอกหรือกระแสสังคม ชีวิตจึงไม่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เป็นลบ แต่กลับมองหาทางออกว่ามีอะไรที่อยู่ในวิสัยที่ตนพอจะทำได้ อีกทั้งสามารถฟื้นฟูภายในจากสภาพจิตใจที่ติดลบ ท้อถอย ให้กลับมายืนหยัดได้ด้วยตนเอง

เพราะมันไม่สำคัญว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่มันอยู่ที่ว่าเราไปรับรู้และตอบสนองมันอย่างไร และในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถเลือกตอบสนองได้ นั่นคือเรามีศักยภาพหากเราเลือกตอบสนองได้ นั่นแสดงว่าเรามีอิสระในการนำตนเองได้ความสามารถในการนำตนเองจึงเป็นที่มาของศักยภาพที่แท้จริง

แล้วเราควรทำอะไรในช่วงนี้?

ในช่วงของการปรับตัวนี้ นี่คือโอกาสสำคัญของการใช้เวลาเพื่อพัฒนาศักยภาพในการนำตนเองเพื่อความยั่งยืนในอนาคตโดย

  1. การปรับกรอบความคิดเชิงบวกเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนตนเองเชิงรุก นำตนเองได้
  2. การพัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อการแก้ปัญหาระบบเชิงซับซ้อน
  3. การมองภาพเชิงองค์รวมเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ
  4. การเห็นคุณค่าตนเองเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความมั่นคงภายใน กล้าตัดสินใจ
  5. การเห็นคุณค่าในความแตกต่างเพื่อสร้างศรัทธา เพื่อการทำงานเป็นทีมอย่างเป็นหนึ่งเดียว
  6. การเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์เพื่อสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

คุณสมบติเหล่านี้มาจากกรอบความคิด กรอบความคิดเป็นของตนอง ดังนั้น การพัฒนาใดๆ จึงเป็นเรื่องที่ตนกำหนดได้เองทั้งสิ้น

มันคือ.. ความสามารถในการปรับฟื้นคืนสภาพของตนเองได้จากภาวะติดลบ (Self-resilience)

มันคือ.. ความสามารถในการเลือกตอบสนอง (Potential Response-ability)

มันคือ.. ศักยภาพในการนำตนเองเชิงรุก (Proactive Potentiality)

ความสามารถในการนำตนเองเชิงรุกจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อความยั่งยืนขององค์กรธุรกิจ

‘ห่างก่อน’ ระยะห่างทางสังคม Social Distancing มีไว้ทำไมกัน? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/618446

วันที่ 22 มี.ค. 2563 เวลา 18:39 น.

‘ห่างก่อน’ ระยะห่างทางสังคม Social Distancing มีไว้ทำไมกัน?

รู้จักกับ Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม พร้อมสำรวจผลจากงานวิจัยว่าใช้ได้ผลจริงแค่ไหน

Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม คือการสร้างระยะห่างระหว่างตัวเราเองกับคนอื่นๆ ภายในสังคม รวมถึงการลดการออกไปนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้ขนส่งสาธารณะ การไม่เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น และการทำงานอยู่ที่บ้าน

มาตรการ Social Distancing ไม่ได้พึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกเพราะสถานการณ์โคโรนาไวรัส แต่ก่อนหน้านี้เคยถูกนำมาใช้ในเหตุการณ์การระบาดทั่วโลกในหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของไข้หวัดใหญ่สเปน ในระหว่างปี 1918-1920 ซึ่งครั้งนั้นมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 50-100 ล้านคนทั่วโลก และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ระบาดจากประเทศเม็กซิโกไปยังทั่วโลก ซึ่งการทำ Social Distancing นั้นได้พิสูจน์ว่ามาตรการป้องกันการระบาดแบบเว้นระยะห่างนั้นมีประสิทธิภาพ และสามารถช่วยทุเลาระดับความรุนแรงของการระบาดได้จริง

นอกจากนี้ การทำ Social Distancing จะช่วยลดอัตรการแพร่ระบาดของไวรัสจากคนสู่คน ตามที่ Gerardo Chowell ประธานสาขาวิทยศาสตร์สุขภาพประชากร (Population Health Sciences) จาก Georgia State University ได้เผยว่า ทุกๆ การลดจำนวนการติดต่อระหว่างคนต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อระหว่างเครือญาติ เพื่อน เพื่อร่วมงาน หรือที่โรงเรียนนั้นจะช่วยลดการแพร่เชื้อไวรัสในสังคมเป็นอย่างมาก

จากงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ โดยนักวิจัยที่ได้รับทุนจาก NIH-funded researchers ได้พยายามค้นหาคำตอบว่า ทำไมการเว้นระยะห่างทางสังคมถึงกลายเป็นความหวังที่จะชะลอการแพร่ระบาดไวรัสตัวนี้ได้

นักวิจัยได้ไปศึกษาจากเอกสารย้อนกลับไปดูข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 และทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของการแพร่กระจายของ โคโรนาไวรัสในประเทศจีน พบว่าผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโคโรนาทุกกรณีของจีน มีแนวโน้มว่าจะมีอีก 5-10 คน ที่ไม่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ

สรุปง่ายๆ ว่ามีผู้ที่ติดเชื้อ แต่ตรวจไม่พบก็มากเช่นกัน แต่หลังจากจีน ‘จำกัด’ การเดินทาง และให้มีระยะห่างทางสังคม การแพร่กระจายของ COVID-19 ก็ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

จนถึงวันนี้ “การเว้นระยะห่างทางสังคม” จึงถือเป็นหนึ่งในอาวุธที่ดีที่สุดที่มนุษย์จะสามารถชะลอการแพร่กระจายของไวรัสนี้อย่างเงียบๆ ซึ่งใช้ได้ผลดีและลดการแพร่ระบาดได้ในประเทศจีน และกำลังใช้ได้ผลกับประเทศอื่นๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกาด้วย

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิง ลิซ่า มาลากริส ( Lisa Maragakis) ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการป้องกันการติดเชื้อระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้น เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “การอยู่ห่างกันอย่างน้อย 6 ฟุต จะช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อ COVID-19 ได้ social distancing ยังรวมไปถึงการทำงานจากที่บ้านแทนที่ทำงานที่สำนักงาน ปิดโรงเรียน หรือเปลี่ยนเป็นห้องเรียนออนไลน์ พบปะคนที่คุณรักด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทนที่จะมาด้วยตนเอง การยกเลิกหรือเลื่อนการประชุมและการประชุมขนาดใหญ่”

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ รัฐบาลในหลายๆ ประเทศจึงได้ออกมาตรการ Social Distancing ที่เข้มงวดและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศอิตาลี ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ทางรัฐบาลอิตาลีได้ออกมาตรการ Social Distancing ที่เข้มข้นขึ้น เช่น การห้ามไม่ให้ประชาชนกว่า 60 ล้านคนออกจากบ้าน การเดินทางนั้นสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุญาตจากตำรวจ รวมถึงโรงเรียน พิพิธภัณฑ์ โรงหนัง และร้านค้าต่างๆ ที่ถูกปิดลง ยกเว้นร้านขายของชำและร้านขายยาที่ทางรัฐบาลอนุญาตให้เปิดได้ นอกจากอิตาลี หลายประเทศก็ได้ออกมาตรการคล้ายๆ กัน โดยขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของการระบาดและการตัดสินใจของรัฐบาลในประเทศนั้นๆ

ในส่วนของประเทศไทย พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ออก ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว เพื่อลดการระบาดของเชื้อไวรัสแล้วเช่นกัน

5 ข้อแนะนำในการทำ Social Distancing

1.ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก การเว้นระยะห่างระหว่างตัวเรากับคนที่มีอาการไอหรือจามนั้น ควรรักษาความห่างอยู่ที่อย่างน้อย 1 เมตร เพราะไวรัสนั้นสามารถติดต่อได้ผ่านละอองขนาดเล็กที่มาจากการไอหรือจามได้ ซึ่งถ้าหากอยู่ใกล้ชิดกันเกินไปเราก็อาจจะสูดเอาไวรัสเข้าร่างกายได้

2.หลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกายภาพ เพราะอาจเป็นการนำเชื้อมาสู่ตัวเอง หรือในขณะเดียวกันก็เป็นการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

3.หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน หรือการใช้ขนส่งสาธารณะ เนื่องจากไวรัส COVID-19 นั้นสามารถติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสและละอองขนาดเล็ก การที่เราออกไปนอกบ้าน ใช้ขนส่งสาธารณะที่มีความหนาแน่น และในบางครั้งเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ราวจับ เช่น รถเมล์ หรือรถไฟฟ้า เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใครนั้นมีเชื้อไวรัสอยู่บ้าง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นพาหะ (มีเชื้อแต่ไม่มีอาการ) ดังนั้น การหลีกเลี่ยงการออกจากบ้านก็อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองในขณะนี้

4.การ Work From Home หรือการทำงานที่บ้านก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการแพร่เชื้อ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานที่บริษัทนั้นอาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่พนักงานบางกลุ่มนั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยขนส่งสาธารณะที่มีความแออัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนได้ ซึ่งเป็นที่ที่มีโอกาสสูงในการติดเชื้อ ดังนั้น การให้พนักงาน Work From Home ก็เป็นการป้องกันการแพร่เชื้อทั้งภายในบริษัทและนอกบริษัทเช่นกัน

5.การเรียนการสอนผ่านทางช่องทางออนไลน์ อีกช่องทางหนึ่งที่มหาลัยหรือสถานศึกษาต่างๆ สามารถนำมาใช้ได้เพื่อป้องกันการระบาดภายในมหาลัยและห้องเรียน ต้องขอบคุณความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทำให้มีแพลตฟอร์มต่างๆ มารองรับการเรียนแบบระยะไกล

ถึงแม้ว่าการ Social Distancing จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่เราก็ขอแนะนำให้ทำควบคู่ไปกับการรักษาความสะอาด การล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือสบู่อยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัย เพราะเราต้องรอด และผ่านเรื่องราวร้ายๆ นี้ไปด้วยกัน

ภาพ AFP

COVID-19 กับเรื่องต้องรู้ : การกักกันเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย (Quarantine) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/618211

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 06:20 น.

COVID-19 กับเรื่องต้องรู้ : การกักกันเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย (Quarantine)

เรื่องต้องรู้ระหว่างการกักกัน หรือคุมไว้สังเกตในที่พักอาศัย กรณีใดเข้าข่ายเฝ้าระวัง? ทำไมต้อง 14 วัน? ระหว่างนี้ควรทำอะไร ห้ามทำอะไรบ้าง? คนที่อาศัยในบ้านเดียวกันต้องทำอย่างไร?

การกักกันคืออะไร?

การกักกันเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย (Quarantine) เป็นการจำกัดกิจกรรมของบุคคลที่มีสุขภาพดี เนื่องจากสัมผัส (Expose) กับผู้ป่วยโรคติดเชื้อระหว่างช่วงที่แพร่เชื้อ (Period of communicability) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อถ้าบุคคลที่มีสุขภาพดีติดเชื้อ

ทำไมต้อง 14 วัน?

ระยะเวลาเฝ้าสังเกตอาการจะไม่นานเกินกว่าระยะฟักตัวที่ยาวที่สุดของเชื้อก่อโรค ซึ่งในกรณีของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีระยะฟักตัวของโรคนาน 2-14 วัน ดังนั้น จึงแยกตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน

วัตถุประสงค์ของการกักตัวคืออะไร?

สำหรับวัตถุประสงค์ของการกักกันเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย (Quarantine) ก็เพื่อใช้สำหรับให้การดูแลและควบคุมผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือผู้เดินทางกลับจากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ในข่ายต้องกักกันเพื่อสังเกตการเริ่มป่วย หรือหากพบการป่วยก็ต้องแยกกัก (isolation) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

ใครบ้างที่ควรกักตัว? 

ผู้ที่เข้าเกณฑ์การเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

1.ผู้ป่วยที่มีประวัติไข้ หรือวัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง (ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเร็ว หรือหายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก) และมีประวัติในช่วง 14 วัน ก่อนวันเริ่มมีอาการ

  • มีการเดินทางไปหรือมาจากประเทศ หรือ อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการรายงานการระบาดต่อเนื่องของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ
  • เป็นผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดต่อเนื่องของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ
  • มีประวัติใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

2.ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้ และมีประวัติใกล้ชิดกับผู้ที่สงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

3.ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้ และเป็นบุคลากรทางการแพทย์

4.ผู้ป่วยโรคปอดอักเสบเฉียบพลันชนิดรุนแรงที่หาสาเหตุไม่ได้

การปฏิบัติตัวระหว่างการกักกัน หรือคุมไว้สังเกตในที่พักอาศัย

1) อยู่ในที่พักอาศัย 14 วันนับจากวันเดินทางถึงประเทศไทย ทำการวัดอุณหภูมิร่างกายตนเองทุกวัน สังเกตอาการไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก ครั่นเนื้อตัว และอื่นๆ บันทึกในรายงานที่กำหนดเป็นประจำทุกวัน หากมีอุณหภูมิร่างกาย 37.5 องศาขึ้นไป หรือพบอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทราบทันที

2) ไม่รับประทานอาหารและใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น

3) ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หมอน ผ้าห่ม แก้วน้ำ

4) ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่นาน 20 วินาที หรือแอลกอฮอล์ 70% ลูบมือจนแห้ง

5) เมื่อต้องอยู่กับผู้อื่น ต้องสวมหน้ากากอนามัย และอยู่ห่าง จากคนอื่นประมาณ 1-2 เมตรหรือหนึ่งช่วงแขน

6) หลีกเลี่ยงการพูดคุยใกล้ชิดกับคนอื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง

7) การทิ้งหน้ากากอนามัยให้ทิ้งใส่ถุงพลาสติก ปิดถุงให้สนิท ก่อนทิ้งลงถังขยะที่ปิดมิดชิด จากนั้นท้าความสะอาดมือด้วย น้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ 70% ทันที

8) เมื่อไอ จาม ให้ใช้ทิชชูปิดปาก ปิดจมูกถึงคางทุกครั้ง ทิ้งทิชชูใส่ถุงพลาสติก ปิดถุงให้สนิทก่อนทิ้งลงถังขยะที่ปิดมิดชิด จากนั้นท้าความสะอาดมือด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ 70% ทันทีหากไม่มีทิชชูใช้ต้นแขนด้านใน

9) ทำความสะอาดบริเวณที่พัก ด้วยน้ำยาฟอกขาว 5% (น้ำยาฟอกขาว 1 ส่วนต่อน้ำสะอาด 99 ส่วน) หรือเช็ดพื้นผิวสัมผัสด้วยแอลกอฮอล์ 70%

10) ทำความสะอาดเสื้อผ้า ผ้าปูเตียง ผ้าขนหนู หรืออื่นๆ ด้วยผงซักฟอกและน้ำธรรมดา หรือซักผ้าด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิ 70-90 องศา

การปฏิบัติตัวของผู้อยู่อาศัย และการทำลายเชื้อในสิ่งแวดล้อมของบ้านที่มีผู้ถูกกักกัน หรือคุมไว้สังเกต

1) ผู้อาศัยร่วมบ้านทุกคนล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่นาน 20 วินาทีขึ้นไป หรือแอลกอฮอล์ 70% ลูบมือจนแห้ง

2) หลีกเลี่ยงการใกล้ชิด และควรนอนแยก กับผู้ถูกกักกัน หรือคุมไว้สังเกต

3) เมื่อต้องอยู่กับผู้ถูกกักกันหรือ คุมไว้สังเกตอาการให้สวม หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย และอยู่ห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร หรือหนึ่งช่วงแขน

4) ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับ ผู้ถูกกักกัน หรือคุมไว้สังเกต

5) หากต้องรับประทานอาหาร ร่วมกัน ให้แยกชุดอาหาร และนั่งห่างกัน ไม่น้อยกว่า 1 เมตร

6) ทำความสะอาดเสื้อผ้าผ้าปูเตียงผู้ขนหนูหรืออื่นๆด้วยผงซักฟอกและน้ำธรรมดา

7) ทำความสะอาดบริเวณที่พัก ด้วยน้ ายาฟอกขาว 5% (น้ำยาฟอกขาว 1 ส่วนต่อน้ าสะอาด 99 ส่วน) หรืออาจเช็ดพื้นผิวสัมผัส ด้วยแอลกอฮอล์ 70% พร้อมสวมอุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น ถุงมือ หน้ากาก แว่นตาขนาดใหญ่

8) สังเกตอาการเจ็บป่วยของ ตนเอง 14 วัน หลังสัมผัส ใกล้ชิดผู้ถูกกักกัน หรือคุมไว้ สังเกตครั้งสุดท้าย

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทยปลอดไวรัสโคโรนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/616049

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 06:10 น.

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทยปลอดไวรัสโคโรนา

แนวทางปฏิบัติของเจ้าของสถานที่-ผู้ให้บริการต่างๆ หากทุกฝ่ายร่วมใจประเทศไทยต้องปลอดภัยจาก COVID-19

วิธีการจัดการให้ปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการรถสาธารณะไม่ประจำทางให้ปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีดูแลศาสนสถานปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีดูแลศาสนสถานปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีดูแลศาสนสถานปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการค่ายทหารปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการงานอีเวนท์ปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการขนส่งสาธารณะปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการโรงแรมปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีดูแลคณะทัวร์ปลอดไวรัสโคโรนา

ทุกฝ่ายร่วมใจช่วยประเทศไทย วิธีจัดการร้านอาหารปลอดไวรัสโคโรนา