กองทัพเมียนมายึดอาวุธล็อตใหญ่มุ่งหน้าไปมัณฑะเลย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656498

วันที่ 26 มิ.ย. 2564 เวลา 11:30 น.

กองทัพเมียนมายึดอาวุธล็อตใหญ่มุ่งหน้าไปมัณฑะเลย์   ฝ่ายความมั่นคงเมียนมายึดอาวุธล็อตใหญ่ที่กำลังมุ่งหน้าไปเมืองมัณฑะเลย์  

หนังสือพิมพ์ Global New Light of Myanmar ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลรายงานว่า ฝ่ายความมั่นคงเมียนมายึดรถบรรทุกคันหนึ่งพร้อมอาวุธจำนวนมาก รวมถึงปืน 100 กระบอก กระสุนปืน 10,000 นัด ระเบิดชนิดขว้าง 499 ลูก และจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คน ขณะกำลังขนอาวุธมุ่งหน้าไปยังเมืองมัณฑะเลย์

รายงานระบุอีกว่า ผู้ต้องสงสัย 4 คนที่ถูกจับกุมสารภาพว่าได้รับการฝึกและอาวุธจากกองกำลังติดอาวุธกองกำลังเอกราชคะฉิ่น (KIA) โดยฝ่ายความมั่นคงจับกุมหลังจากการปะทะกับกองกำลังประชาชนมัณฑะเลย์ (PDF) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้สมาชิกของกองกำลังดังกล่าวเสียชีวิต 8 ราย ถูกจับกุม 8 ราย

Photo by Alexander Zemlianichenko / POOL / AFP

การสู้รบในเมียนมาทำพลเมืองพลัดถิ่นแล้วกว่า 2 แสนชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656463

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 19:00 น.

การสู้รบในเมียนมาทำพลเมืองพลัดถิ่นแล้วกว่า 2 แสนชีวิตสหประชาชาติเผยสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมาส่งผลให้มีประชาชนอพยพแล้วกว่า 2 แสนราย

สถานการณ์การเมืองในประเทศเมียนมาตึงเครียดนับตั้งแต่การรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามประชาชนผู้ต่อต้านรัฐประหารโดยกองกำลังเมียนมาไปแล้วอย่างน้อย 877 ราย และมีผู้ถูกจับกุมอีกหลายพันราย

ล่าสุด สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) เผยว่าพลเมืองประมาณ 230,000 รายในเมียนมาต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน เพื่อหลีกหนีจากความรุนแรงและการสู้รบในประเทศขณะนี้

นอกจากนี้ OCHA ระบุว่าผู้พลัดถิ่นและชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่พักพิง ของใช้พื้นฐาน การเข้าถึงบริการสาธารณสุข น้ำและสุขาภิบาล ตลอดจนการคุ้มครองต่างๆ รวมถึงการดูแลทางด้านจิตใจ

รายงานระบุว่ามีผู้พลัดถิ่นถึง 177,000 รายในรัฐกะเหรี่ยงซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศไทย โดยในจำนวนนี้มีมากถึง 103,000 คนที่อพยพเมื่อเดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 20,000 รายที่อพยพหลบหนีกระจัดกระจายไปยังศูนย์อพยพอย่างน้อย 100 แห่ง หลังเกิดการสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกองทัพประชาชนในรัฐชินซึ่งมีพรมแดนติดกับอินเดีย

ขณะที่ผู้อพยพหลายพันคนหลบหนีการสู้รบทางตอนเหนือของรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยปักหลักต่อสู้กับกองทัพมานานแล้ว

ทั้งนี้ หน่วยงานของสหประชาชาติชี้ว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังดำเนินการเพื่อบรรเทาทุกข์พวกเขา แต่ถูกขัดขวางจากการปะทะกันด้วยอาวุธ ความรุนแรง และความไม่มั่นคงภายในประเทศ

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มติดอาวุธเก่าแก่ของเมียนมาแสดงความกังวลถึงการเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมาก รวมถึงการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุของกองทัพเมียนมาที่ทวีความรุนแรงไปทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม KNU ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจะยืนหยัดต่อสู้กับรัฐบาลทหารต่อไป และให้คำมั่นว่าจะคุ้มครองประชาชนมือเปล่าอย่างสุดความสามารถ

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่าความพยายามในการเจรจาของอาเซียน ตลอดจนมติของสหประชาชาติที่เรียกร้องให้กองทัพเมียนมายุติการใช้ความรุนแรงนั้นไม่ประสบผลสำเร็จ โดยรัฐบาลทหารเมียนมายืนยันที่จะยึดตามแผนฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยของตนต่อไป และจะจัดการเลือกตั้งใหม่ในอีก 2 ปี

โดยการก่อรัฐประหารซึ่งนำโดยพลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมานั้นส่งผลให้เกิดการลุกฮือของประชาชนที่ออกมาเดินขบวนประท้วง และการปราบปรามของกองทัพเมียนมาซึ่งนำไปสู่ความรุนแรงทั่วประเทศ

จนล่าสุดเกิดการก่อตัวของกองทัพประชาชนพร้อมด้วยอาวุธครบมือเพื่อสู้รบกับทหารเมียนมา ซึ่งพวกเขายังเผยว่านี่อาจนำมาซึ่งสงครามในอีกไม่ช้า

Photo by STR / AFP

ชี้วัคซีนจีนประสิทธิภาพลดเมื่อเจอสายพันธุ์เดลต้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656462

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 18:00 น.

ชี้วัคซีนจีนประสิทธิภาพลดเมื่อเจอสายพันธุ์เดลต้านักวิจัยแดนมังกรเผยแอนติบอดีจากวัคซีนจีน 2 ตัวประสิทธิภาพลดลงเมื่อเจอเชื้อสายพันธุ์เดลต้า

เฝิงจื่อเจี้ยน นักวิจัยและอดีตรองประธานศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) ว่า แอนติบอดีที่เกิดจากการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 2 ตัวของจีน มีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันเชื้อสายพันธุ์เดลต้าที่พบครั้งแรกในอินเดียเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ทว่ายังสามารถป้องกันได้

อย่างไรก็ดี เฝิงจื่อเจี้ยนไม่ได้เผยรายละเอียดเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ และไม่ได้บอกชื่อวัคซีนทั้ง 2 ตัวที่เอ่ยถึง เพียงแต่บอกว่าเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (inactivated vaccine)

ปัจจุบันมีวัคซีนที่ผลิตในจีน 5 ตัวจาก 7 ตัวที่ใช้ในโครงการปูพรมฉีดวัคซีนที่เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย รวมทั้ง Sinovac และ Sinopharm

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่แล้วองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่า Covid-19 สายพันธุ์เดลต้ากำลังเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดไปทั่วโลก

Photo by STR / AFP

Abdala วัคซีนเนื้อหอมจากคิวบา ประสิทธิภาพติดท็อป 5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656453

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 17:00 น.

Abdala วัคซีนเนื้อหอมจากคิวบา ประสิทธิภาพติดท็อป 5รู้จัก Abdala วัคซีนชนิด 3 เข็มจากคิวบา ประสิทธิภาพสูง 92.28%

Abdala (อับดาลา) เป็นหนึ่งในวัคซีนต้านโควิด-19 น้องใหม่ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ หลังจากการประกาศผลการทดลองระยะสุดท้ายพบว่ามีประสิทธิภาพในการต่อต้านโควิด-19 ได้สูงถึง 92.28% ท่ามกลางความสนใจจากนานาชาติที่ติดต่อขอซื้อวัคซีนดังกล่าว

รู้จัก Abdala

• Abdala (อับดาลา) หรือ CIGB-66 วัคซีนต้านโควิด-19 ชนิดฉีด 3 เข็มที่ผลิตโดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพจากประเทศคิวบา ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลเร็วๆ นี้

• Abdala เป็นวัคซีนที่ผลิตโดยใช้โปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Protein subunit vaccine) เช่นเดียวกับวัคซีน Novavax จากสหรัฐ และ Corbevax จากอินเดีย

• ขณะนี้ Abdala เป็น 1 ใน 2 วัคซีนต้านโควิด-19 ของคิวบาที่กำลังอยู่ในการทดลองระยะที่ 3 โดยวัคซีนอีกตัวหนึ่งคือ Soberana 2 จากวัคซีนทั้งหมด 5 ตัวที่คิวบากำลังทำการทดลอง

ประสิทธิภาพของวัคซีน

• เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน คิวบาประกาศผลการทดลองวัคซีนเบื้องต้นโดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งคิวบา พบว่าวัคซีนเมื่อฉีดครบ 3 เข็มห่างกัน 2 สัปดาห์มีอัตราประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 สูงถึง 92.28%

• การวัดอัตราประสิทธิภาพนี้รวมทั้งโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์กลายพันธุ์อย่างอัลฟ่า เบต้า และแกมม่า

• นับว่าเป็นอัตราประสิทธิภาพที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ในตลาดวัคซีนขณะนี้ โดยก่อนหน้านี้ Novavax เผยอัตราประสิทธิภาพจากการทดลองอยู่ที่ 96% ตามมาด้วย Pfizer 95% Moderna 94% และ Sputnik V 91.6%

การทดลองทางคลินิก

• Abdala เริ่มทดลองระยะที่ 1 และ 2 ในเดือนกรกฎาคม 2020

• และการทดลองระยะที่ 3 ได้รับการลงทะเบียนเมื่อวันที่ 18 มีนาคมปีนี้ โดยอาสาสมัครผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวน 48,000 คน ซึ่งได้รับวัคซีนเข็มแรกระหว่างวันที่22 มีนาคมถึง 4 เมษายน ตามด้วยเข็มที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน และเข็มสุดท้ายวันที่ 19 เมษายนถึง 1 พฤษภาคม

• โดยล่าสุดเผยปรสิทธิภาพจากการทดลองขั้นสุดท้ายอยู่ที่ 92.28% และมีความสามารถป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์กลายพันธุ์

นานาชาติให้ความสนใจ

• ขณะนี้มีหลายประเทศที่แสดงความสนใจสั่งซื้อวัคซีนจากคิวบาไม่ว่าจะเป็นเม็กซิโก เวเนซุเอลา เวียดนาม อาร์เจนตินา และจาเมกา

• นอกจากนี้เวเนซุอาลากล่าวว่าจะผลิตวัคซีน Abdala ในประเทศโดยบริษัท Espromed Bio ของรัฐบาลแต่ยังไม่ได้เริ่มการผลิตเนื่องจากต้องมีการจัดเตรียมก่อน

• โดยในเดือนเมษายนนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาระบุว่าภายในช่วงสิงหาคมถึงกันยายนคาดว่าเวเนซุเอลาจะสามารถผลิตวัคซีนดังกล่าวได้ 2 ล้านโดสต่อเดือน

• ด้านกระทรวงสาธารณสุขเวียดนามประกาศในเดือนนี้ว่ากำลังดำเนินการเจรจากับคิวบาเพื่อรับเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน Abdala มาผลิตในเวียดนาม โดยสถาบันวัคซีนและชีวการแพทย์ (IVAC) ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นศูนย์กลางในการรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

Photo by YAMIL LAGE / AFP

นักขุด Bitcoin จีนย้ายหนีรัฐบาลไปคาซักสถาน-เทกซัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656450

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 15:30 น.

นักขุด Bitcoin จีนย้ายหนีรัฐบาลไปคาซักสถาน-เทกซัส การปราบปรามเหมือง Bitcoin อย่างหนักของรัฐบาลจีนทำให้นักขุดพากันย้ายไปต่างประเทศ   

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การปราบปรามเหมืองขุด Bitcoin อย่างหนักของทางการจีนส่งผลให้อุตสาหกรรม Bitcoin ในจีนซึ่งผลิตเหรียญ Bitcoin ได้ราวครึ่งหนึ่งของเหรียญที่มีอยู่ทั้งโลกชะงัก เนื่องจากบรรดานักขุดพากันทิ้งอุปกรณ์หรือเตรียมย้ายหนีไปที่รัฐเทกซัสของสหรัฐหรือคาซัคสถานแทน 

ไมค์ หวง เจ้าของเหมือง Bitcoin ในมณฑลเสฉวนของจีนเผยว่า “ชาวเหมืองหลายคนยอมเลิกกิจการตามคำสั่งของทางการ อุปกรณ์ทำเหมืองถูกขายไม่ต่างจากเศษเหล็ก” 

หลิวหงเฟยเผยว่า “ถ้ารัฐบาลไม่อนุญาตให้ทำเหมืองผมก็คงต้องหยุด คุณไม่งัดข้อกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรอก ใช่มั้ยล่ะ”  

ทางการจีนประกาศจะปราบปรามการซื้อขายและทำเหมือง Bitcoin เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขจัดความเสี่ยงทางการเงิน เพราะมองว่าสกุลเงินดิจิทัลเข้ามาขัดขวางความสงบเรียบร้อยของเศรษฐกิจ ทั้งยังเป็นช่องทางให้เกิดธุรกรรมผิดกฎหมายและการฟอกเงิน และทำลายสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำเหมือง Bitcoin ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล

ในวลาต่อมาศูนย์กลางการทำเหมือง Bitcoin อย่างเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซินเจียง มณฑลยูนนาน และเสฉวน ก็เริ่มออกมาตรการถอนรากถอนโคนเหมือง

ด้าน อดัม เจมส์ บรรณาธิการอาวุโสของ OKEx Insights มองว่า คำสั่งห้ามทำเหมือง Bitcoin ของจีนอาจทำให้เหมือง 90% ของทั้งประเทศต้องปิดตัวลง

นิชานต์ ชาร์มา ผู้ก่อตั้ง BlocksBridge Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้าน Bitcoin เผยว่า นักขุดเหมืองส่วนใหญ่ในจีนพากันปิดเครื่องและขายอุปกรณ์ ด้วยเหตุนี้ทุกเหมืองที่อยู่นอกจีนจึงได้ประโยชน์เต็มๆ

ส่วน วินส์ตัน หม่า จากมหาวิทยาลัยกฎหมาย NYU เผยว่า “นี่คือจุดจบของยุคเหมืองคริปโตในจีน”

ราคาของเครื่องมือทำเหมือง Bitcoin ในจีนลดฮวบหลังจากรัฐบาลสั่งห้ามทำเหมือง โดยราคาของเครื่องมือทำเหมือง Bitcoin ในจีนลดฮวบหลังจากรัฐบาลสั่งห้ามทำเหมือง เดือน เม.ย. และ พ.ค.ที่ผ่านมา อุปกรณ์ทำเหมือง 1 เครื่องราคาราว 4,000 หยวน แต่ตอนนี้เหลือเพียงเครื่องละ 700-800 หยวน

อย่างไรก็ดี นักขุดเหมืองบางคนยังหวังว่าทางการจีนจะผ่อนคลายข้อห้ามดังกล่าว

Photo by PHILIPPE LOPEZ / AFP

ไทยไม่ติดอันดับเมืองคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656432

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 14:00 น.

ไทยไม่ติดอันดับเมืองคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกกรุงโคเปนเฮเกนของเดนมาร์กคว้าที่ 1 เมืองที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีประจำปีนี้

นิตยสาร Monocle เผยผลการสำรวจและจัดอันดับเมืองที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกประจำปี 2021 โดยกรุงโคเปนเฮเกนของเดนมาร์กคว้าอันดับ 1 เป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่เริ่มสำรวจครั้งแรกเมื่อปี 2007 แต่ไทยไม่ติดอันดับ

ขณะที่เมืองซูริกของสวิตเซอร์แลนด์ กรุงเฮลซิงกิของฟินแลนด์ กรุงสตอกโฮล์มของสวีเดน และกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น อยู่ในท็อป 5 ของการจัดอันดับตามลำดับ

เมืองอื่นๆ ที่อยู่ในลิสต์ของปีนี้ ได้แก่ เวียนนา โอ๊คแลนด์ ไทเป ซิดนีย์ โซล อัมสเตอร์ดัม เกียวโต ลอสแองเจลิส

แอนดรูว์ ทัก บรรณาธิการของ Monocle เผยว่า โคเปนเฮเกนเป็นหนึ่งในเมืองที่ผู้บริหารมีความมุ่งมั่นในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนทุกคน รวมทั้งการสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาด แลโคเปนเฮเกนกำลังได้รับผลตอบแทนหลังจากลงทุนในชุมชนเมืองมานานหลายปี

การจัดอันดับของปีนี้ให้ความสำคัญกับการวัดว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเมืองใดฟื้นตัวได้รวดเร็ว ปกป้องเศรษฐกิจ ปกป้องวัฒนธรรม ไปจนถึงมีนโยบายที่อยู่อาศัยที่ดี และโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ยังใช้เกณฑ์มาตรฐานอย่างความปลอดภัย โครงสร้างฟื้นฐาน และความง่ายในการเริ่มธุรกิจในการพิจารณาด้วย

Photo by Mads Claus Rasmussen / Ritzau Scanpix / AFP

ญี่ปุ่นยันสัปดาห์หน้าเริ่มมอบวัคซีนให้ไทยและอาเซียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656428

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 12:30 น.

ญี่ปุ่นยันสัปดาห์หน้าเริ่มมอบวัคซีนให้ไทยและอาเซียนญี่ปุ่นเตรียมส่งมอบวัคซีนแอสตราเซเนกาให้ชาติอาเซียนเริ่มสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานว่าโทชิมิทสึ โมเทกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ว่าญี่ปุ่นจะส่งมอบวัคซีนต้านโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาให้แก่ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ชาติละ 1 ล้านโดสโดยจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

รวมถึงจะส่งมอบวัคซีนดังกล่าวให้ไต้หวันและเวียดนามเพิ่มอีกแห่งละ 1 ล้านโดส นอกเหนือจากจำนวน 1.24 ล้านโดสและ 1 ล้านโดสที่ประกาศจะส่งมอบให้แก่ไต้หวันและเวียดนามเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

โมเทกิ กล่าวเสริมว่านอกจากประเทศข้างต้นแล้วญี่ปุ่นตั้งใจจะส่งมอบวัคซีนรวมทั้งสิ้น 11 ล้านโดสให้แก่ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันตกเฉียงใต้ และหมู่เกาะแปซิฟืกตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปผ่านโครงการแบ่งปันวัคซีนโคแวกซ์

สำนักข่าวเกียวโดยระบุว่าขณะนี้ญี่ปุ่นมีวัคซีนแอสตราเซเนกาเพียงพอสำหรับประชากร 60 ล้านคน ซึ่งได้ผ่านการอนุมัติให้ใช้ได้เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ยังไม่ได้ใช้วัคซีนดังกล่าวฉีดให้แก่ประชาชนในทันทีเนื่องจากมีรายงานการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในต่างประเทศ

ก่อนหน้านี้โมเทกิเคยกล่าวว่ารัฐบาลจะจัดสรรวัคซีนต้านโควิด-19 ให้แก่ 5 ประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียนรวมถึงประเทศไทยเนื่องจากเป็นประเทศที่มีความสำคัญทางภูมิศาสตร์ โดยได้ส่งมอบวัคซีนให้แก่เวียดนามเป็นชาติแรก จากนั้นจะแจกจ่ายวัคซีนไปยังอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย ในช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป

Photo by ISSEI KATO / POOL / AFP

คุมไม่อยู่! ชิลีเล็งฉีด Sinovac เข็ม 3 เพิ่มประสิทธิภาพวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656419

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 11:30 น.

คุมไม่อยู่! ชิลีเล็งฉีด Sinovac เข็ม 3 เพิ่มประสิทธิภาพวัคซีนชิลีเตรียมศึกษาฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หลังคุมโควิด-19 ไม่อยู่แม้ฉีดวัคซีนไปกว่าครึ่งประเทศแล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าชิลีกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 ขณะที่ประเทศกำลังพยายามรับมือกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ซึ่งมีผู้ติดเชื้อวันละหลายพันคนแม้ว่าจะฉีดวัคซีนไปกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดแล้วก็ตาม

จนถึงตอนนี้กว่า 78% ของประชากรเป้าหมายในชิลีได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว และกว่า 61% ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ท่ามกลางคำถามจากหลายฝ่ายว่าวัคซีนซิโนแวคมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการแพร่ระบาดได้ดีเพียงใดเมื่อใช้จริง

เนื่องจากชิลีใช้วัคซีนต้านโควิด-19 ของซิโนแวคเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ฉีดไปแล้วกว่า 16.8 ล้านโดส ส่วนที่เหลือเป็นวัคซีนของไฟเซอร์ 3.9 ล้านโดส ควบคู่ไปกับวัคซีนของแอสตราเซเนกาและแคนซิโนอีกเล็กน้อย

โดยประธานาธิบดีเซบาสเตียน พิเนรา ระบุว่าผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกำลังตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนเพื่อพิจารณาว่าถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ก่อนที่จะขยายกรอบการฉีดวัคซีนไปยังกลุ่มวัยรุ่นต่อไป

รวมถึงขณะนี้กำลังมีการตรวจสอบว่าภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนซิโนแวคจะอยู่ได้นานเพียงใด โดยจะมีการรายงานอีกครั้งในเดือนถัดไป

ทั้งนี้ ชิลีเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนซิโนแวค โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาผลการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนเมื่อฉีดครบ 2 เข็มชี้ว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อตามอาการ 67% ป้องกันการป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล 85% และป้องกันการเสียชีวิตจากโควิด-19 อยู่ที่ 80%

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่าแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในอินโดนีเซียรวมมากกว่า 350 รายติดโควิด-19 แม้จะได้รับวัคซีนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนของซิโนแวค ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนในการยับยั้งโควิด-19 ที่แพร่ระบาดมากขึ้นโดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตา

Photo by Martin BERNETTI / AFP

เจออีก! แคนาดาพบหลุมศพเด็กพื้นเมือง 751 หลุมในโรงเรียนเก่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656418

วันที่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 11:00 น.

เจออีก! แคนาดาพบหลุมศพเด็กพื้นเมือง 751 หลุมในโรงเรียนเก่าพบหลุมศพนิรนามอีก 751 หลุมใกล้กับโรงเรียนประจำสำหรับเด็กพื้นเมืองในแคนาดาหลังเพิ่งพบ 215 หลุมเร็วๆ นี้

แค็ดมัส เดลอร์ม ผู้นำกลุ่มชาวพื้นเมืองในแคนาดาเผยว่า พบหลุมศพนิรนาม 751 หลุมในพื้นที่ใกล้กับบริเวณที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนประจำคาทอลิกสำหรับเด็กพื้นเมืองเก่าในรัฐซัสแคตเชวันทางตะวันตกของแคนาดา

ผู้นำกลุ่มชาวพื้นเมืองเผยอีกว่า ไม่ใช่การฝังหมู่ แต่เป็นหลุมศพที่ไม่มีป้ายหลุมศพ โดยตั้งข้อสังเกตว่าตัวแทนของโบสถ์คาทอลิกรื้อป้ายหลุมศพเหล่านี้ออก เนื่องจากต้องการปกปิดตัวเลขที่แท้จริงของเด็กพื้นเมืองที่เสียชีวิต

การพบหลุมศพเด็กพื้นเมืองครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจากพบหลุมศพเด็กพื้นเมือง 215 หลุมในโรงเรียนสำหรับชนพื้นเมืองที่รัฐบริติชโคลัมเบียจนสร้างความตกตะลึงมาแล้วครั้งหนึ่ง

การพบหลุมศพครั้งนี้ยังเผยให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ด้านมืดอีกบทหนึ่งของแคนาดา จนเกิดเสียงเรียกร้องให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสและคริสตจักรขอโทษต่อการใช้ความรุนแรงในโรงเรียนที่นักเรียนชาวพื้นเมืองถูกบีบบังคับให้ปรับตัวให้กลมกลืนกับวัฒนธรรมของแคนาดา

หลังจากนี้จะตรวจสอบแต่ละหลุมอีกครั้งเพื่อหาจำนวนของเหยื่อที่ถูกฝังที่แน่นนอนอีกครั้ง

กลุ่มชนพื้นเมืองแคนาดาเริ่มใช้เราดาร์ค้นหาหลุมศพเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. หลังจากมีการขุดพบหลุมศพเด็กพื้นเมือง 215 หลุมในรัฐบริติชโคลัมเบีย

ทั้งนี้ระหว่างปี 1863-1998 มีเด็กชาวพื้นเมืองกว่า 150,000 คนถูกบังคับให้เข้าโรงเรียนประจำคาทอลิกสำหรับเด็กพื้นเมืองที่มีเกือบ 140 แห่งทั่วประเทศ โดยเด็กๆ เหล่านี้ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดภาษาพื้นเมือง ทั้งยังถูกทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิดทางเพศ ต้องใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่สกปรก

จากการสอบสวนของทางการคาดว่ามีเด็กกว่า 4,000 คนเสียชีวิตในโรงเรียนเหล่านี้

ด้านนายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด เผยว่าการพบหลุมศพทั้งที่รัฐบริติชโคลัมเบียและซัสแคตเชวันเป็นเครื่องเตือนใจที่น่าละอายเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นระบบ การเลือกปฏิบัติ และความอยุติธรรมที่ชนเผ่าพื้นเมืองต้องเผชิญ และยังคงเผชิญหน้าอยู่ในประเทศนี้

Photo by Cole Burston / AFP

เอเชียที่แรกที่มีการระบาดและอาจเป็นที่สุดท้ายที่ควบคุมได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/656394

วันที่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 19:00 น.

เอเชียที่แรกที่มีการระบาดและอาจเป็นที่สุดท้ายที่ควบคุมได้เอเชียซึ่งเป็นภูมิภาคแรกที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจเป็นภูมิภาคที่หายช้ากว่าที่อื่น หากอัตรการฉีดวัคซีนยังต่ำ

CNBC รายงานโดยอ้างคำพูดของทอดด์ แฮนค็อก ประธาน Collinson Group บริษัทผู้ให้บริการด้านท่องเที่ยวและการเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบุว่าเอเชียเป็นภูมิภาคแรกที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามที่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่อาจเป็นภูมิภาคสุดท้ายที่จะรอดพ้นจากการแพร่ระบาดครั้งนี้

แฮนค็อก เสริมว่า “น่าเสียดายที่เอเชียเป็นภูมิภาคแรกที่มีการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ และเราคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นภูมิภาคสุดท้ายที่รอดพ้นจากการแพร่ระบาด โดยประเมินจากอัตราการฉีดวัคซีน”

ตามข้อมูลที่เปิดเผยโดย Our World in Data ระบุว่ามีประชากรเอเชียเพียง 22.26% ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดส ซึ่งค่อนข้างต่ำหากเปรียบเทียบกับชาติตะวันตกอย่างสหรัฐและสหราชอาณาจักรตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่ 53.03% และ 63.56% ตามลำดับ

แฮนค็อกระบุว่าชาวอเมริกัน อังกฤษ และประเทศอื่นๆ ในยุโรปจำนวนมากเริ่มกลับมาเดินทางท่องเที่ยวได้อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่สามารถฟื้นตัวจากโรคระบาดได้ดีอย่างสหรัฐ รัสเซีย และจีนมีการเดินทางในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันประเทศเหล่านั้นก็มีการฉีดวัคซีนในอัตราที่เพิ่มขึ้นด้วย

อัตราการฉีดวัคซีนต่ำ

อลิเซีย การ์เซีย-เอร์เรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจาก Natixis มองว่าการฉีดวัคซีนในเอเชียได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านปริมาณของวัคซีนและความลังเลใจในการรับวัคซีนของประชากรในเอเชีย

เธอมองว่าการกระจายวัคซีนทั่วโลกนั้นไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งและเอเชียกำลังประสบปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในเดือนเมษายนองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่ามากกว่า 87% ของวัคซีนทั่วโลกถูกส่งไปยังประเทศที่ร่ำรวย ขณะที่ประเทศที่มีรายได้น้อยได้รับวัคซีนไม่ถึง 1%

ยิ่งไปกว่านั้นการ์เซีย-เอร์เรโรชี้ว่ามีความไม่สบายใจอย่างมากเกี่ยวกับการเข้ารับการฉีดวัคซีนของประชากรเอเชีย ซึ่งไม่เกิดขึ้นในยุโรปหรือภูมิภาคอื่นๆ หรือเกิดขึ้นน้อยกว่าเอเชีย

รายงานของ Natixis ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคมระบุว่านอกจากความไม่มั่นใจในวัคซีนที่พัฒนาขึ้นใหม่แล้ว มาตรการกักตัวที่มีประสิทธิภาพก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การฉีดวัคซีนมีความเร่งด่วนน้อยลง

บางภูมิภาคในเอเชียที่มีมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวด รวมถึงไต้หวันและเวียดนามประสบความสำเร็จอย่างมากในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส แต่หลังจากนั้นก็ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่อีกครั้ง

กลยุทธ์จูงใจหรือบังคับ

รายงานระบุว่าบางพื้นที่ในเอเชียได้เสนอสิ่งจูงใจเพื่อกระตุ้นให้มีการฉีดวัคซีนมากขึ้น อย่างเช่นฮ่องกงมีการจับสลากผู้โชคดีที่ได้ฉีดวัคซีนแล้ว โดยรางวัลสูงสุดเป็นอพาร์ตเมนต์มูลค่า 10.8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกงหรือกว่า 40 ล้านบาท

รวมถึงในอินเดีย IndiGo ซึ่งเป็นสายการบินรายใหญ่ที่สุดของประเทศมอบส่วนลด 10% ให้แก่ลูกค้าที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม

ขณะที่ประธานาธิบดีโรดริโด ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ขู่จำคุกประชาชนที่ไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนหลังพบว่าประชาชนจำนวนมากปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีน ขัดแย้งกับคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศที่กล่าวว่าการเข้ารับการฉีดวัคซีนเป็นความสมัครใจ

Photo by STR / AFP