อิหร่านเผย 7 ผบ.กองทัพ ถูกสังหาร ลั่นศัตรูจะไม่ปลอดภัยแม้อยู่ในบ้าน

อิหร่านเผย 7 ผบ.กองทัพ ถูกสังหาร ลั่นศัตรูจะไม่ปลอดภัยแม้อยู่ในบ้าน

3 มี.ค. 2569 03:31 น.

อิหร่านเผย 7 ผบ.กองทัพ ถูกสังหาร ลั่นศัตรูจะไม่ปลอดภัยแม้อยู่ในบ้าน

สื่ออิหร่านเผย ผู้บัญชาการกองทัพ 7 นายเสียชีวิตในการโจมตีของอิสราเอลกับสหรัฐฯ ขณะที่กองทัพออกมาประกาศกร้าวว่า ศัตรูของอิหร่านจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป แม้จะอยู่ในบ้านตัวเองก็ตาม

สำนักข่าว ทัสนิม (Tasnim) ซึ่งมีความใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ยืนยันการเสียชีวิตของนายทหารระดับผู้บัญชาการของกองทัพจำนวน 7 นายระหว่างการโจมตีของอิสราเอลกับสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา และมีการเปิดเผยรายชื่อเป็นครั้งแรก ได้แก่

-พลจัตวา โมฮัมหมัด ชีราซี หัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการทหารสูงสุด

-พลจัตวา ซาเลห์ อาซาดี รองหัวหน้าฝ่ายข่าวกรอง ของเสนาธิการทหารร่วม

-พลอากาศโท โมห์เซน ดาเรห์บากี รองหัวหน้าฝ่ายส่งกำลังบำรุงและสนับสนุน ของกองทัพ

-พลจัตวา อัคบาร์ เอบราฮิมซาเดห์ รองหัวหน้าสำนักงานผู้บัญชาการทหารสูงสุด

-พลจัตวา โกลามเรซา เรซาเอียน หัวหน้าสำนักงานข่าวกรองของ “ฟาราจา” (Faraja) หรือ กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติ

-พลจัตวา บาห์ราม ฮอสเซนี มอตลัก หัวหน้าแผนกวางแผนและปฏิบัติการ รองฝ่ายปฏิบัติการคณะเสนาธิการทหารร่วม

-พลจัตวา ฮัสซัน-อาลี ทาจิก หัวหน้าแผนกส่งกำลังบำรุง ของเสนาธิการทหารร่วม

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านแถลงว่า การสูญเสียผู้นำสูงสุดและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอื่นๆ เมื่อเร็วๆ นี้ “ไม่ได้ทำให้ (อิหร่าน) สั่นคลอน แต่กลับทำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” และอิหร่านจะสู้ต่อไป “จนกว่าศัตรูจะพ่ายแพ้”

“ศัตรูควรรับรู้ไว้ว่า วันเวลาที่มีความสุขของพวกเขาหมดลงแล้ว และพวกเขาจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก แม้แต่ในบ้านของตัวเองก็ตาม” IRGC ระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

อิสราเอลโจมตีเลบานอนทั้งวัน อ้างถล่มฮิซบอลเลาะห์ ดับพุ่ง 52 ศพ

อิสราเอลโจมตีเลบานอนทั้งวัน อ้างถล่มฮิซบอลเลาะห์ ดับพุ่ง 52 ศพ

3 มี.ค. 2569 02:02 น.

อิสราเอลโจมตีเลบานอนทั้งวัน อ้างถล่มฮิซบอลเลาะห์ ดับพุ่ง 52 ศพ

อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เมืองหลวงของเลบานอนตลอดทั้งวัน โดยมุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 52 ศพ บาดเจ็บอีกมากกว่า 150 ราย

เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา กรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ถูกอิสราเอลโจมตีหลายระลอกตลอดทั้งวัน โดยมุ่งเป้าไปที่สถานที่ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และอาจรวมถึงบุคคลระดับสูงในกลุ่ม อิสลามิก ญิฮาด ซึ่งเป็นพันธมิตรของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

หลังจากที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดชุดเล็กๆ เข้าไปในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล อิสราเอลก็ตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทางทหารที่ขยายวงกว้างกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนตอนใต้และในกรุงเบรุต โดยเฉพาะในเขตชานเมืองทางตอนใต้ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มานาน

เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลอ้างว่า การตอบโต้เป็นสิ่งจำเป็นหลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดเข้าไปในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล

ด้านหน่วยจัดการภัยพิบัติของเลบานอนออกประกาศล่าสุดว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลตลอดทั้งวัน เพิ่มขึ้นจาก 31 ศพ เป็น 52 ศพแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 154 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ลั่น อิหร่านที่มีอาวุธนิวเคลียร์ คือภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้

ทรัมป์ลั่น อิหร่านที่มีอาวุธนิวเคลียร์ คือภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้

3 มี.ค. 2569 00:42 น.

ทรัมป์ลั่น อิหร่านที่มีอาวุธนิวเคลียร์ คือภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้

ทรัมป์ลั่น นี่คือโอกาสสุดท้ายในการโจมตีอิหร่าน เพื่อสกัดไม่ให้เตหะรานได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ทั้งสำหรับตะวันออกกลางและชาวอเมริกัน

เมื่อ 2 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีมอบเหรียญเกียรติยศที่ทำเนียบขาว โดยเขาอัปเดตสถานการณ์โดยย่อเกี่ยวกับปฏิบัติการ “Epic Fury” ซึ่งเขาระบุว่า สหรัฐฯ ยังคงดำเนิน “ปฏิบัติการรบขนาดใหญ่” ในอิหร่าน เพื่อขจัดภัยคุกคามที่เกิดจากระบอบการปกครองของอิหร่าน

เขากล่าวว่าอิหร่านเพิกเฉยต่อคำเตือนของสหรัฐฯ และ “ปฏิเสธที่จะยุติความพยายามในการแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์”

จากนั้นประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า โครงการขีปนาวุธของอิหร่านมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเกราะกำบังให้กับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แม้สหรัฐฯ จะเป็นประเทศที่ต้องการให้เรื่องนี้ยุติลง แต่ “ทุกคนก็สนับสนุนเรา”

ทรัมป์กล่าวหาว่า รัฐบาลอิหร่านที่ติดอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกล จะเป็น “ภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้” ต่อตะวันออกกลาง รวมถึงประชาชนชาวอเมริกัน เขาจึงตัดสินใจเปิดฉากสงครามเพราะมันเป็น “โอกาสสุดท้ายที่ดีที่สุดของเราในการโจมตี” และเพื่อขจัด “ภัยคุกคามที่ไม่อาจยอมรับได้ ซึ่งเกิดจากระบอบการปกครองที่ป่วยไข้และชั่วร้ายนี้”

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า วัตถุประสงค์ของปฏิบัติการในอิหร่านนั้น “ชัดเจน” ซึ่งรวมถึง “การทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน” และ “การทำลายล้างกองทัพเรือของพวกเขา” นอกเหนือจากการป้องกันไม่ให้พวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์

ทรัมป์ย้ำว่า ประเทศนี้ “ไม่สามารถติดอาวุธ ให้ทุน และสั่งการกองทัพผู้ก่อการร้ายนอกพรมแดนของตนเองต่อไปได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนประกาศ หนุนอิหร่านปกป้องอธิปไตย จวกสหรัฐฯ-อิสราเอลจงใจยั่วยุ

จีนประกาศ หนุนอิหร่านปกป้องอธิปไตย จวกสหรัฐฯ-อิสราเอลจงใจยั่วยุ

2 มี.ค. 2569 23:35 น.

จีนประกาศ หนุนอิหร่านปกป้องอธิปไตย จวกสหรัฐฯ-อิสราเอลจงใจยั่วยุ

รัฐบาลจีนประกาศสนับสนุนอิหร่านปกป้องอธิปไตยของตนเอง พร้อมกล่าวหาสหรัฐฯ กับอิสราเอลว่าละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ จงใจยั่วยุให้เกิดสงครามกับอิหร่าน

สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งรัฐ (CCTV) ของจีน รายงานเมื่อ 2 มี.ค. 2569 ว่านาย หวัง อี้ บอกกับนาย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านระหว่างการคุยโทรศัพท์ว่า จีนสนับสนุนอิหร่านในการป้องกันตนเองจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่เริ่มแพร่กระจายไปทั่วตะวันออกกลางแล้ว

นายหวังบอกกับนายอารักชีว่า รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับมิตรภาพที่สืบต่อกันมาระหว่างจีนกับอิหร่าน และสนับสนุนอิหร่านในการปกป้องอธิปไตยความมั่นคง บูรณภาพแห่งดินแดน และศักดิ์ศรีของชาติ ตลอดจนสนับสนุนอิหร่านในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตนเองด้วย

ตามรายงานของ CCTV นายหวัง อี้ ยังระบุด้วยว่า จีน “เรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารโดยทันที หลีกเลี่ยงการยกระดับความตึงเครียดเพิ่มเติม และป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งแพร่กระจายไปทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง”

นายหวังยังได้โทรศัพท์พูดคุยกับนาย บาดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานด้วย โดยนายหวังกล่าวหาว่าสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลกำลังละเมิดวัตถุประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ ด้วยการจงใจยั่วยุให้เกิดสงครามกับอิหร่าน

“จีนพร้อมที่จะแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการยึดถือความยุติธรรม การมุ่งมั่นเพื่อสันติภาพ และการหยุดยั้งสงครามผ่านเวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ” นายหวังกล่าว

นอกจากนั้น นายหวังได้ต่อสายคุยกับนาย ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศฝรั่งเศส โดยนายหวังเตือนว่า โลกกำลังเสี่ยงที่จะถอยหลังกลับเข้าสู่ยุค “กฎแห่งป่า” ซึ่งหมายถึงผู้แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด

“ประเทศมหาอำนาจไม่สามารถโจมตีประเทศอื่นตามอำเภอใจโดยอาศัยความได้เปรียบทางทหารของตนเองได้” นายหวังอี้กล่าว “ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่านจะต้องกลับเข้าสู่เส้นทางของการแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางการเมืองและทางการทูต”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Times of Israel

ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น “ราส ทานูรา” หลังโดรนอิหร่านโจมตีไฟไหม้

ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น "ราส ทานูรา" หลังโดรนอิหร่านโจมตีไฟไหม้

2 มี.ค. 2569 23:04 น.

ซาอุฯ ปิดโรงกลั่น “ราส ทานูรา” หลังโดรนอิหร่านโจมตีไฟไหม้

บริษัทน้ำมันซาอุดีอาระเบีย สั่งปิดโรงกลั่น ราส ทานูรา ชั่วคราว หลังถูกโดรนของอิหร่านโจมตีจนเกิดไฟลุกไหม้ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

เว็บไซต์ข่าว Times of Israel รายงานในวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. 2568 อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า บริษัท “อารัมโก” ยักษ์ใหญ่ด้านน้ำมันของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย สั่งปิดโรงกลั่นน้ำมัน “ราส ทานูรา” (Ras Tanura) ชั่วคราว หลังถูกโดรนของอิหร่านโจมตีจนเกิดเพลิงไหม้

วิดีโอที่โพสต์บนโซเชียลมีเดียซึ่งระบุว่าเป็นภาพของโรงงานหลังการโจมตี แสดงให้เห็นเปลวไฟและกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ก่อนหน้านี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียกล่าวว่า มีโดรน 2 ลำมุ่งเป้าโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน ราส ทานูรา ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบียและเป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ถูกสกัดกั้นไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ซากโดรนที่ตกลงมาทำให้เกิดเพลิงไหม้ในวงจำกัด โดยไม่มีพลเรือนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายบอกกับสำนักข่าว AFP ว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้ได้แล้ว

ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรม ราส ทานูรา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง ด้วยกำลังการผลิต 550,000 บาร์เรลต่อวัน และทำหน้าที่เป็นสถานีส่งออกน้ำมันดิบที่สำคัญของซาอุดีอาระเบีย

แหล่งข่าวระบุว่า โรงกลั่นถูกสั่งปิดเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน และขณะนี้สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Times of Israel

QatarEnergy ของกาตาร์ สั่งหยุดผลิตก๊าซ LNG หลังอิหร่านโจมตีโดนโรงงาน

QatarEnergy ของกาตาร์ สั่งหยุดผลิตก๊าซ LNG หลังอิหร่านโจมตีโดนโรงงาน

2 มี.ค. 2569 22:18 น.

QatarEnergy ของกาตาร์ สั่งหยุดผลิตก๊าซ LNG หลังอิหร่านโจมตีโดนโรงงาน

บริษัทพลังงานของรัฐบาลกาตาร์ ประกาศหยุดการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG หลังโรงงานถูกอิหร่านโจมตีก่อนหน้านั้น ส่งผลให้ราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าของยุโรปพุ่งกว่า 50%

สำนักข่าว CNN รายงานว่า บริษัท “กาตาร์เอเนอร์จี” (QatarEnergy) รัฐวิสาหกิจพลังงานของประเทศกาตาร์เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ระงับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG แล้ว หลังจากที่อิหร่านโจมตีโดนโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม “ราส ลัฟฟาน” (Ras Laffan) เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. 2569

นายเพอร์ แมกนัส นิสเวน นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทที่ปรึกษา Rystad Energy ระบุว่า การตัดสินใจของกาตาร์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก จะส่งผลกระทบแบบ “โดมิโน” ต่อการจัดส่งก๊าซทั่วโลก

“การหยุดชะงักใดๆ ในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการหยุดผลิตครั้งนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดโลก” เขากล่าวกับ CNN พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การขนส่งไปยังเอเชียซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของกาตาร์ รวมถึงยุโรป จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด

ราคาซื้อขายก๊าซธรรมชาติล่วงหน้าของเนเธอร์แลนด์ (Dutch TTF) ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงของยุโรป พุ่งสูงขึ้นเกือบ 48% ในช่วงบ่ายวันจันทร์

อย่างไรก็ตาม นายนิสเวนกล่าวว่าเมื่อพิจารณาจากปริมาณสำรอง LNG ที่มีอยู่มากในยุโรป ราคาไม่น่าจะพุ่งสูงถึง “ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์” เหมือนในปี 2565 เมื่อครั้งที่ยุโรปเผชิญวิกฤตพลังงานจากการที่รัสเซียรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ โรงงานของกาตาร์เอเนอร์จี ถูกโดรนของอิหร่านโจมตีเช่นเดียวกับโรงไฟฟ้าในเมืองเมไซอีด ทางตอนใต้ของกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ ซึ่งนายนิสเวนให้ความเห็นว่า การสั่งปิดโรงงานที่ราส ลัฟฟาน น่าจะเป็นเหตุผลด้านการปฏิบัติการและความปลอดภัย

จากข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) กาตาร์เป็นหนึ่งในผู้ผลิต LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสัดส่วนการส่งออกคิดเป็นประมาณ 20% ของการส่งออกทั่วโลก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทหารอเมริกันดับรายที่ 4 บิ๊กกองทัพชี้ จำนวนอาจเพิ่มอีก

ทหารอเมริกันดับรายที่ 4 บิ๊กกองทัพชี้ จำนวนอาจเพิ่มอีก

2 มี.ค. 2569 21:41 น.

ทหารอเมริกันดับรายที่ 4 บิ๊กกองทัพชี้ จำนวนอาจเพิ่มอีก

ทหารอเมริกาเสียชีวิตเป็นรายที่ 4 แล้ว หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีของอิหร่าน ขณะที่ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐฯ เตือนว่าจะมีความสูญเสียเพิ่มอีก เพราะสงครามไม่ได้จบในวันเดียว

เมื่อ 2 มี.ค. 2569 กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (เซนต์คอม – CENTCOM) โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า มีทหารอเมริกันเสียชีวิตเป็นรายที่ 4 แล้ว หลังจากได้รับบาดเจ็บระหว่างการโจมตีของอิหร่านที่ประเทศคูเวตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์เดียวกับที่คร่าชีวิตทหารอเมริกาไป 3 ศพก่อนหน้านี้

“ณ เวลา 07:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ของวันที่ 2 มีนาคม มีเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่รวม 4 นาย” CENTCOM ระบุ “ทหารรายที่ 4 ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างการโจมตีระลอกแรกของอิหร่าน ได้เสียชีวิตลงในที่สุดเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว”

CENTCOM ระบุในโพสต์ด้วยว่า จะยังไม่เปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตจนกว่าจะครบ 24 ชั่วโมงหลังจากแจ้งให้ญาติสนิททราบแล้ว

ด้านพลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมกล่าวว่า สงครามของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านจะไม่ใช่ “ปฏิบัติการเพียงครั้งเดียวจบในชั่วข้ามคืน” พร้อมเสริมว่าควรเตรียมรับมือกับการสูญเสียของฝ่ายสหรัฐฯ ที่อาจมีเพิ่มขึ้น

“นี่ไม่ใช่ปฏิบัติการเพียงครั้งเดียวที่จบได้ในคืนเดียว” พลเอกเคนกล่าวที่อาคารกระทรวงกลาโหม “วัตถุประสงค์ทางทหารที่กองบัญชาการกลาง และกองกำลังร่วมได้รับมอบหมายนั้นต้องใช้เวลาในการบรรลุเป้าหมาย และในบางกรณี จะเป็นงานที่ยากลำบากและหนักหน่วง”

“เราคาดการณ์ว่าจะมีการสูญเสียเพิ่มเติม และเราจะพยายามอย่างเต็มที่เช่นเคยเพื่อลดการสูญเสียของฝั่งสหรัฐฯ ให้เหลือน้อยที่สุด” นายพลเคนกล่าวเสริม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กลาโหมสหรัฐฯ อ้าง ไม่ได้โจมตีอิหร่าน เพื่อเปลี่ยนการปกครอง

กลาโหมสหรัฐฯ อ้าง ไม่ได้โจมตีอิหร่าน เพื่อเปลี่ยนการปกครอง

2 มี.ค. 2569 21:09 น.

กลาโหมสหรัฐฯ อ้าง ไม่ได้โจมตีอิหร่าน เพื่อเปลี่ยนการปกครอง

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ อ้างว่า สหรัฐฯ ไม่ได้โจมตีอิหร่านโดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และอ้างด้วยว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสงคราม เพราะอิหร่านโจมตีสหรัฐฯ มานานแล้ว

เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มี.ค. 2569 นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า การที่สหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตีอิหร่าน ไม่มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน แม้เขาจะยอมรับว่าผู้นำของเตหะรานนั้นเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม

“นี่ไม่ใช่สงครามเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง แต่ระบอบนั้นได้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ และโลกก็ดีขึ้นเพราะเหตุนั้น” นายเฮกเซธกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามผลักดันเรื่องการเปลี่ยนการปกครองในอิหร่านมาตลอด และในการแสดงความเห็นครั้งแรกหลังเปิดฉากโจมตีเมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) นายทรัมป์เรียกร้องให้ชาวอิหร่าน “เข้าควบคุมโชคชะตาของตนเอง และปลดปล่อยอนาคตที่รุ่งเรืองและสง่างามซึ่งอยู่ใกล้แค่เอื้อม”

นอกจากนี้ รัฐมนตรีกลาโหมยังโต้แย้งด้วยว่า สหรัฐฯ “ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มสงคราม” โดยอ้างว่าอิหร่านได้ทำการโจมตีมานานหลายทศวรรษในลักษณะที่เรียกว่า “สงครามฝ่ายเดียวต่ออเมริกา”

“เราไม่ได้เริ่มสงครามนี้ แต่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ เรากำลังทำให้มันจบลง” เฮกเซธกล่าวเสริม

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำด้วยว่า ความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน “เป็นเรื่องที่ต้องถูกจัดการ” เพราะความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน “ไม่เคยหยุดลงเลย” นับตั้งแต่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

“ดังนั้น นี่จึงเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนของสิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่สามารถใช้ร่มเงาของอาวุธตามยุทธวิธี มาเป็นเกราะกำบังในการเดินหน้าไล่ตามความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ต่อไปได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กองทัพสหรัฐฯ ยืนยัน F-15 ถูกคูเวตยิงพลาดตก 3 ลำ สาเหตุจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตเกิดรวน

กองทัพสหรัฐฯ ยืนยัน F-15 ถูกคูเวตยิงพลาดตก 3 ลำ สาเหตุจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตเกิดรวน

2 มี.ค. 2569 19:59 น.

กองทัพสหรัฐฯ ยืนยัน F-15 ถูกคูเวตยิงพลาดตก 3 ลำ สาเหตุจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตเกิดรวน

สหรัฐฯยืนยัน เครื่องบินขับไล่ F-15 ของกองทัพอากาศ จำนวน 3 ลำ ถูกยิงตกในคูเวต จากเหตุความเข้าใจผิดของระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทำให้้ยิงฝ่ายเดียวกันเอง ขณะที่นักบิน 6 นายดีดตัวรอด ปลอดภัย

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ข่าวเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานอ้างคำเปิดเผยของ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (United States Central Command) หรือ CENTCOM ที่ยืนยันว่า เครื่องบินขับไล่ F-15 E Strike Eagle ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ จำนวน 3 ลำ ถูกยิงตกในประเทศคูเวต เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน จากเหตุที่เรียกว่า “Friendly Fire” หรือการยิงพลาดโดยฝ่ายเดียวกันเอง

CENTCOM ระบุว่า เครื่องบินทั้ง 3 ลำกำลังบินสนับสนุน ปฏิบัติการ Epic Fury ซึ่งเป็นปฏิบัติการร่วมสหรัฐฯ–อิสราเอลต่ออิหร่าน โดยขณะเกิดเหตุอยู่ในช่วงการสู้รบอย่างหนักหน่วง มีการโจมตีจากอากาศยานอิหร่าน ขีปนาวุธ และโดรน อย่างไรก็ตาม ระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตได้ยิงใส่เครื่องบินสหรัฐฯ โดยเข้าใจผิด ส่งผลให้เครื่องตก

แถลงการณ์ยืนยันว่า ลูกเรือทั้ง 6 นายดีดตัวออกจากเครื่องได้อย่างปลอดภัย ได้รับการช่วยเหลือแล้ว และอยู่ในอาการทรงตัว ขณะที่ทางการคูเวตได้ยอมรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ แสดงความขอบคุณต่อกองกำลังป้องกันประเทศคูเวตสำหรับการสนับสนุนในปฏิบัติการครั้งนี้ โดยเหตุการณ์นี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป.

ที่มา The New York Times / CENTCOM

อิหร่านเผย โรงงานนิวเคลียร์ “นาทานซ์” ถูกโจมตีจากสหรัฐฯ-อิสราเอล

อิหร่านเผย โรงงานนิวเคลียร์ “นาทานซ์” ถูกโจมตีจากสหรัฐฯ-อิสราเอล

2 มี.ค. 2569 18:01 น.

อิหร่านเผย โรงงานนิวเคลียร์ “นาทานซ์” ถูกโจมตีจากสหรัฐฯ-อิสราเอล

ทางการอิหร่านเผย โรงงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่เมือง นาทานซ์ ถูกโจมตีระหว่างปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลที่พุ่งเป้าใส่อิหร่าน

คำเปิดเผยดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการประชุมคณะกรรมการผู้ว่าการของ International Atomic Energy Agency (IAEA) ซึ่งมีสมาชิก 35 ประเทศ โดย เรซา นาจาฟี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำ IAEA กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เมื่อวานนี้ พวกเขาได้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านที่ใช้เพื่อสันติและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอีกครั้ง”

และเมื่อผู้สื่อข่าวรอยเตอร์สถามว่า โรงงานแห่งใดที่ได้รับความเสียหาย นาจาฟีตอบสั้น ๆ ว่า “นาทานซ์”

ทั้งนี้ “นาทานซ์” นับเป็นศูนย์กลางโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน และถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน โดยเป็นศูนย์เสริมสมรรถนะยูเรเนียมหลักของประเทศ และเคยตกเป็นเป้าหมายโจมตีหรือก่อวินาศกรรมหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ประเด็น “นาทานซ์” มักถูกจับตาในบริบทของความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่ชาติตะวันตกกังวลว่าอาจนำไปสู่การผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่าโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสันติ

การโจมตีครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมีความขัดแย้งยืดเยื้อยาวนานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงประเด็นความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง

สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในภูมิภาค และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเวทีการทูตระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบทบาทของ IAEA ในการตรวจสอบและกำกับดูแลโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน.

ที่มา : reuters

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สงครามตะวันออกกลาง