ไต้หวันเตรียมแจกคู่มือป้องกันพลเรือนทุกครัวเรือน รับมือภัยคุกคามจากจีน

ไต้หวันเตรียมแจกคู่มือป้องกันพลเรือนทุกครัวเรือน รับมือภัยคุกคามจากจีน

17 พ.ย. 2568 12:14 น.

ไต้หวันเตรียมแจกคู่มือป้องกันพลเรือนทุกครัวเรือน รับมือภัยคุกคามจากจีน

รัฐบาลไต้หวันเตรียมแจกคู่มือป้องกันพลเรือนหลายล้านฉบับให้แก่ครัวเรือนทั่วประเทศภายในสัปดาห์นี้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการเตรียมประชาชนรับมือเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบ รวมถึงความเป็นไปได้ของการถูกจีนโจมตี

คู่มือนี้ซึ่งเผยโฉมครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน ได้รวบรวมเอาคำแนะนำที่สำคัญเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับสิ่งที่พลเมืองควรปฏิบัติ หากต้องเผชิญหน้ากับทหารฝ่ายศัตรู และเน้นย้ำว่าการกล่าวอ้างใด ๆ ที่ระบุว่าไต้หวันยอมจำนน ควรถูกพิจารณาว่าเป็นข้อมูลเท็จ นอกจากนี้ ยังให้คำแนะนำในการค้นหาสถานที่หลบภัยระเบิดและการเตรียมชุดฉุกเฉินส่วนตัว

มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องของไต้หวันในการเสริมความพร้อมของประชาชนต่อทั้งภัยพิบัติธรรมชาติและภัยคุกคามจากการรุกรานของจีน ซึ่งยังคงกดดันไต้หวันทั้งด้านการทหารและการเมืองเพื่อยืนยันสิทธิอธิปไตยเหนือไต้หวันที่ปกครองตนเองแบบประชาธิปไตย

หลิน เฟยฝาน รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน ซึ่งกำกับการจัดทำคู่มือนี้กล่าวว่า “คู่มือฉบับนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะปกป้องตนเอง” พร้อมระบุว่าคนทั้งสองฝั่งช่องแคบควรเข้าใจว่าต้นทุนของการตัดสินใจผิดพลาดของจีนจะสูงมาก เพราะชาวไต้หวันมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะป้องกันตนเองและปกป้องกันและกัน

การจัดส่งคู่มือกว่า 9.8 ล้านฉบับไปยังตู้ไปรษณีย์ทั่วไต้หวันจะเริ่มในสัปดาห์นี้ และจะมีฉบับภาษาอังกฤษและภาษาอื่นตามมา หลินระบุเพิ่มเติมว่าหลังการแจกจ่าย รัฐบาลจะเปิดแคมเปญช่วยประชาชนเตรียมชุดฉุกเฉินส่วนบุคคล แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

จีนอ้างว่าไต้หวันเป็นดินแดนของตนและไม่ปฏิเสธการใช้กำลังเพื่อผนวกเกาะแห่งนี้ ขณะที่รัฐบาลไต้หวันยืนยันว่ามีเพียงชาวไต้หวันเท่านั้นที่มีสิทธิ์กำหนดอนาคตของตนเอง

คู่มือฉบับนี้ยังสรุปสถานการณ์ที่ไต้หวันอาจเผชิญ ตั้งแต่การก่อวินาศกรรมใต้น้ำ การโจมตีทางไซเบอร์ การตรวจค้นเรือไต้หวันโดย “รัฐศัตรู” เพื่อปูทางสู่ความขัดแย้ง ไปจนถึงการรุกรานเต็มรูปแบบ หลินกล่าวว่าไต้หวันกำลังเผชิญ “สงครามแบบผสมผสาน” จากจีนอยู่แล้ว ทั้งการโจมตีไซเบอร์ การแทรกซึม การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และการรุกล้ำทางทหารใกล้เกาะ

นายหลินกล่าวว่า “มันคือวันดีเดย์เมื่อเทียบกับการคุกคามทุกวัน วันดีเดย์หมายถึงการรุกรานแบบจริงจัง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ใช่ แต่เรากำลังเผชิญการบีบบังคับในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง”

ด้านสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนยังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อข่าวนี้.

ที่มา Reuters

ทรัมป์กลับลำ หนุนรีพับลิกันโหวตเปิดเผยเอกสารเจฟฟรีย์ เอปสตีน

ทรัมป์กลับลำ หนุนรีพับลิกันโหวตเปิดเผยเอกสารเจฟฟรีย์ เอปสตีน

17 พ.ย. 2568 11:33 น.

ทรัมป์กลับลำ หนุนรีพับลิกันโหวตเปิดเผยเอกสารเจฟฟรีย์ เอปสตีน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรส ลงมติสนับสนุนการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้กระทำความผิดทางเพศซึ่งเสียชีวิตในเรือนจำ แม้ก่อนหน้านี้เขาจะคัดค้านแนวทางดังกล่าวก็ตาม

การโพสต์ข้อความของนายทรัมป์บนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล มีขึ้นหลังจากที่ นายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า เขาเชื่อว่าการโหวตเปิดเผยเอกสารของกระทรวงยุติธรรมในคดีเอปสตีนจะช่วยยุติข้อกล่าวหาที่ว่านายทรัมป์มีความเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดและการค้ามนุษย์เด็กของเอปสตีน

“สส. รีพับลิกัน ควรลงมติให้เปิดเผยเอกสารเอปสตีน เพราะเราไม่มีอะไรต้องปิดบัง” ทรัมป์ระบุเมื่อคืนวันอาทิตย์ “และถึงเวลาที่จะต้องก้าวข้ามการหลอกลวงของเดโมแครตที่ถูกกระทำโดยพวกบ้าคลั่งฝ่ายซ้ายจัด เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของพรรครีพับลิกัน รวมถึงชัยชนะล่าสุดของเราในเรื่อง ‘การปิดหน่วยงานราชการ’ ของเดโมแครตด้วย”

แม้ว่านายทรัมป์และนายเอปสตีนจะเคยถูกถ่ายภาพร่วมกันเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่นายทรัมป์กล่าวว่าทั้งสองคนได้เหินห่างกันก่อนที่นายเอปสตีนจะถูกตัดสินว่ามีความผิด อย่างไรก็ตาม อีเมลที่คณะกรรมการของสภาผู้แทนราษฎรเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแสดงให้เห็นว่า นายเอปสตีนเชื่อว่านายทรัมป์ “รู้เรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิง” แม้ว่าจะไม่มีความชัดเจนว่าวลีดังกล่าวหมายถึงอะไร

ก่อนหน้านี้นายทรัมป์เคยปฏิเสธว่าเอกสารของเอปสตีนเป็นเพียงการใส่ร้ายป้ายสีของพรรคเดโมแครต แต่ต่อมาเขาก็ได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรมสอบสวนความเชื่อมโยงของบุคคลสำคัญในพรรคเดโมแครตกับนายเอปสตีน

ความขัดแย้งเกี่ยวกับการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีน ซึ่งเป็นประเด็นที่นายทรัมป์เคยหาเสียงเองนั้น ได้สร้างรอยร้าวกับพันธมิตรบางคนของเขาในรัฐสภา

ผู้สนับสนุนที่ภักดีต่อนายทรัมป์หลายคนเชื่อว่ารัฐบาลกำลังปกปิดเอกสารที่เกี่ยวกับนายเอปสตีน ผู้ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดทางเพศและเสียชีวิตจากการปลิดชีพตนเองในเรือนจำเมื่อปี 2019 ซึ่งเอกสารเหล่านี้จะเปิดเผยความเชื่อมโยงของนายเอปสตีนกับบุคคลสาธารณะที่มีอำนาจ

เมื่อช่วงดึกของวันศุกร์ที่ผ่านมา นายทรัมป์ได้ถอนการสนับสนุนนางมาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน สส. รัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาในรัฐสภา หลังจากที่เธอวิพากษ์วิจารณ์พรรครีพับลิกันในบางประเด็น รวมถึงการจัดการเอกสารคดีเอปสตีน

ด้านนายโร คันนา สส. พรรคเดโมแครตจากแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มการเสนอร่างคำร้องที่เรียกร้องให้มีการลงมติเปิดเผยเอกสาร ได้กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาคาดว่าจะมี สส. รีพับลิกันมากกว่า 40 คนที่จะลงคะแนนสนับสนุนการเปิดเผยเอกสารนี้

ปัจจุบันพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยจำนวน 219 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคเดโมแครตมี 214 ที่นั่ง.

ที่มา Reuters

หุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีกญี่ปุ่นร่วงหนัก ปมขัดแย้งจีนเรื่องไต้หวัน

หุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีกญี่ปุ่นร่วงหนัก ปมขัดแย้งจีนเรื่องไต้หวัน

17 พ.ย. 2568 10:56 น.

หุ้นท่องเที่ยว-ค้าปลีกญี่ปุ่นร่วงหนัก ปมขัดแย้งจีนเรื่องไต้หวัน

หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวและค้าปลีกของญี่ปุ่นปรับตัวลดลงอย่างหนักในการซื้อขายวันนี้ (17 พ.ย.) หลังจากที่รัฐบาลจีนได้ออกคำเตือนพลเมืองให้พิจารณาการเดินทางไปยังญี่ปุ่น เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีนเกี่ยวกับประเด็นไต้หวันยังคงดำเนินต่อไป

นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์จีนและกิจกรรมทางทหารในภูมิภาคอย่างเปิดเผย ได้เคยกล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ญี่ปุ่นอาจพิจารณาดำเนินการทางทหาร หากจีนตัดสินใจโจมตีไต้หวัน

โดยหุ้นบริษัทเครื่องสำอางชิเซโด้ (Shiseido) ดิ่งลงเกือบ 10% ขณะที่ ห้างสรรพสินค้าทาคาชิมายะ (Takashimaya) และผู้บริหารเครือข่ายแฟชั่นระดับโลก ยูนิโคล่ (Uniqlo) ก็ปรับตัวลดลงมากกว่า 5% ในการซื้อขายช่วงเช้า

การร่วงลงของราคาหุ้นในญี่ปุ่นเกิดขึ้นหลังจากที่ข้อพิพาทระหว่างจีนและญี่ปุ่นทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้เรียกร้องให้พลเมืองของตนพิจารณาการศึกษาต่อในญี่ปุ่น โดยอ้างถึงความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและอาชญากรรมที่มุ่งเป้าไปที่ชาวจีนที่เพิ่มขึ้น

จีนและญี่ปุ่นมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยจีนเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดที่เดินทางมาญี่ปุ่น โดยมีนักท่องเที่ยวเกือบ 7.5 ล้านคนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2025 ตามข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่น

ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า ในไตรมาสที่สาม นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่าย 590,000 ล้านเยน (ประมาณ 123,630 ล้านบาท) คิดเป็นประมาณ 28 เปอร์เซ็นต์ของการใช้จ่ายทั้งหมดของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

กระทรวงศึกษาธิการของจีนยังสั่งการให้นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในญี่ปุ่นติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด จากผลสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว มีนักเรียนจีนมากกว่า 100,000 คนลงทะเบียนในสถาบันการศึกษาของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สายการบินของจีนหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง ไชนา เซาเทิร์น แอร์ไลน์ส, ไชนา อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส, และแอร์ไชนา ได้เสนอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารสำหรับเที่ยวบินไปยังญี่ปุ่นอีกด้วย

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ได้กล่าวในรัฐสภาญี่ปุ่นว่า “หากมีเรือรบและการใช้กำลัง ไม่ว่าจะมองจากมุมใดก็ตาม มันอาจถือเป็นสถานการณ์ที่คุกคามการอยู่รอดได้”

คำว่า “สถานการณ์ที่คุกคามการอยู่รอด” (survival-threatening situation) เป็นคำทางกฎหมายภายใต้กฎหมายความมั่นคงปี 2015 ของญี่ปุ่น ซึ่งหมายถึงเมื่อการโจมตีด้วยอาวุธต่อพันธมิตรของญี่ปุ่นก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของญี่ปุ่นเอง ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าว กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นสามารถถูกเรียกให้ตอบโต้ภัยคุกคามได้

ทั้งนี้ ไต้หวันตั้งอยู่ห่างจากเกาะที่อยู่ไกลที่สุดของญี่ปุ่นที่สุดไปทางใต้ประมาณ 100 กิโลเมตร

จีนมองว่าไต้หวันเป็นเพียงมณฑลที่แยกออกไป ซึ่งท้ายที่สุดจะต้องกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน และไม่เคยปฏิเสธที่จะใช้กำลังในการบรรลุเป้าหมายนี้ อย่างไรก็ตาม ชาวไต้หวันจำนวนมากมองว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของชาติที่แยกจากจีน แม้ว่าส่วนใหญ่จะสนับสนุนการคงสถานะเดิม ที่ไต้หวันจะไม่ประกาศเอกราชจากจีนและไม่รวมชาติกับจีนก็ตาม.

ที่มา BBC

จีนเตือนปชช.รับมือ “คลื่นอากาศเย็น” มวลอากาศหนาวเย็นแผ่ปกคลุมหลายพื้นที่

จีนเตือนปชช.รับมือ "คลื่นอากาศเย็น" มวลอากาศหนาวเย็นแผ่ปกคลุมหลายพื้นที่

17 พ.ย. 2568 10:52 น.

จีนเตือนปชช.รับมือ “คลื่นอากาศเย็น” มวลอากาศหนาวเย็นแผ่ปกคลุมหลายพื้นที่

อุตุฯ จีน ประกาศเตือนให้ประชาชนรับมือ “คลื่นอากาสเย็น” คาดการณ์ว่ามวลอากาศหนาวเย็นจะแผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีน ประกาศเตือนประชาชนรับมือ “คลื่นอากาศเย็น” ระดับสีน้ำเงิน เนื่องจากคาดการณ์ว่ามวลอากาศหนาวเย็นจะแผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าโดยคลื่นอากาศเย็นจะทำให้มีลมพัดแรงและอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วในภูมิภาคตอนกลางและตะวันออกของจีนระหว่างวันที่ 16-18 พ.ย. โดยอุณหภูมิเฉลี่ยรายวันลดต่ำลง 6-10 องศาเซลเซียส

ทางด้านสำนักข่าวซินหัว รายงานว่า หลายพื้นที่ของมณฑลส่านซี ฉงชิ่ง เหอหนาน และหูเป่ย อาจมีอุณหภูมิลดลง ประมาณ 12-14 องศาเซลเซียส โดยทางการจีนได้กระตุ้นเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับการเตรียมความพร้อมและมาตรการเฝ้าระวัง เพื่อปกป้องผลผลิตทางการเกษตรเขตร้อนและสัตว์น้ำจากอากาศหนาวเย็นที่จะเกิดขึ้น.

6 ชาติรวมพลัง ถล่มสแกมเมอร์ ร่วมแชร์ข้อมูล ตั้งทีมเฉพาะกิจประสาน ปราบพร้อมกัน

6 ชาติรวมพลัง ถล่มสแกมเมอร์ ร่วมแชร์ข้อมูล ตั้งทีมเฉพาะกิจประสาน ปราบพร้อมกัน

6 ชาติรวมพลัง ถล่มสแกมเมอร์ ร่วมแชร์ข้อมูล ตั้งทีมเฉพาะกิจประสาน ปราบพร้อมกัน

17 พ.ย. 2568 09:04 น.

“บิ๊กก้อง” ตีปี๊บผลการประชุมร่วม 6 ชาติภาคี จีน ไทย เวียดนาม ลาว เมียนมาและกัมพูชา ปราบ สแกมเมอร์ ย้ำการปราบสแกมเมอร์ต้องปราบที่ต้นตอ ไม่ให้พื้นที่ไหนเป็นที่พักพิง ต้องไม่มี “Safe Haven” ให้แก๊งสแกมเมอร์ตั้งเป็นศูนย์ในประเทศภาคี จัดทีมปฏิบัติการร่วมเฉพาะกิจระหว่างประเทศเข้าปฏิบัติการ

ฮ่องกงเตือนพลเมืองระวังการเดินทางไปญี่ปุ่น อ้างเกิดเหตุโจมตีชาวจีนเพิ่มขึ้น

ฮ่องกงเตือนพลเมืองระวังการเดินทางไปญี่ปุ่น อ้างเกิดเหตุโจมตีชาวจีนเพิ่มขึ้น

17 พ.ย. 2568 08:55 น.

ฮ่องกงเตือนพลเมืองระวังการเดินทางไปญี่ปุ่น อ้างเกิดเหตุโจมตีชาวจีนเพิ่มขึ้น

ทางการฮ่องกงออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยว หลังมีเหตุทำร้ายชาวจีนในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี ขอให้เฝ้าระวังสถานการณ์ และติดตามคำแนะนำจากสถานทูตจีน ขณะนักวิเคราะห์ชี้เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดทางการเมือง

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 สำนักความมั่นคงของฮ่องกง ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่กำลังจะเดินทาง หรือพักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ให้เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย หลังพบแนวโน้มเหตุโจมตีและทำร้ายพลเมืองจีนเพิ่มขึ้น

แถลงการณ์บนเว็บไซต์ระบุว่า ตั้งแต่กลางปี 2568 มีเหตุโจมตีพลเมืองจีนในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำให้ผู้เดินทางจากฮ่องกง ติดตามประกาศจากสถานทูตและกงสุลใหญ่จีนในญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้น หลังจากกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกคำแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ขอให้พลเมืองจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ซึ่งเป็นการตอบโต้คำกล่าวของ ทากาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งให้การต่อรัฐสภาเมื่อช่วงต้นเดือน โดยระบุว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินทางทหารในไต้หวัน อาจถือเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของญี่ปุ่น ซึ่งถ้อยคำนี้สร้างความไม่พอใจต่อรัฐบาลจีน ซึ่งถือว่าเป็นการแทรกแซงประเด็นไต้หวัน

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวฮ่องกง โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น  ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกงเดินทางไปญี่ปุ่นกว่า 2.68 ล้านคนในปีที่แล้ว ติดอันดับ 5 ของกลุ่มประเทศและภูมิภาคที่มีนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นมากที่สุด.

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต “เมกะ มิลเลียนส์” ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต "เมกะ มิลเลียนส์" ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

17 พ.ย. 2568 08:37 น.

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต “เมกะ มิลเลียนส์” ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

เผยสลาก “เมกะ มิลเลียนส์” ใบเดียวขายที่รัฐจอร์เจีย ถูกเลขทั้งหมด รับแจ็กพอต 980 ล้านดอลลาร์ นับเป็นผู้ถูกรางวัลใหญ่ครั้งแรกในรอบ 40 งวด และเป็นอันดับที่ 8 ในประวัติศาสตร์เมกะ มิลเลียนส์

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาลของรัฐจอร์เจีย เปิดเผยว่า สลากเมกะ มิลเลียน ใบเดียวที่ขายที่ ร้าน พับลิก ในเมืองนิวแนน รัฐจอร์เจีย ถูกจับคู่ตัวเลขทั้งหมด 6 หมายเลข และยังตรงกับเลขเมกะบอล ที่ออกรางวัล จึงได้รับแจ็กพอตมูลค่า 980 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ  คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 3,830 ล้านบาท 

ขณะที่ผู้ถูกรางวัลยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาทำให้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นใคร อย่างไรก็ตามผู้ถูกรางวัลสามารถเลือกรับรางวัลได้สองทางระหว่างรับเงินแบบปีละงวด เป็นระยะเวลา 30 ปี หรือเลือกรับเงินก้อนเดียว  จำนวน ประมาณ 452.2 ล้าน ดอลลาร์ก่อนหักภาษี

โดยนับว่าเป็นผู้ถูกรางวัลครั้งแรกในรอบ 40 งวด หรือนับตั้งแต่รางวัลแจ็กพอตล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันถือเป็นแจ็กพอตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐจอร์เจีย และเป็นอันดับที่ 8 ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสลากเมกะ มิลเลียน.

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

17 พ.ย. 2568 08:17 น.

“อนุทิน” ย้ำผู้นำสหรัฐฯจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาของไทยกับกัมพูชามาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้า หลังไทย ถูกระงับการเจรจาเรื่องภาษีการค้าชั่วคราว พร้อมแสดงจุดยืนให้รัฐบาลไทย เร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุด ขณะที่กองทัพไทยเผยผลการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ช่องเหว อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เจอ

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

17 พ.ย. 2568 06:56 น.

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

ออสเตรเลียปิดโรงเรียนในเมืองหลวงเกือบ 70 แห่ง จากความกังวลเรื่องแร่ใยหินที่ปนเปื้อนในทรายเด็กเล่น ซึ่งมีการเรียกผลิตภัณฑ์ไปแล้วเป็นจำนวนมากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อ 16 พ.ย. 2568 รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า โรงเรียนรวม 69 แห่งในเขตเมืองหลวงของออสเตรเลีย (ACT) ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองภายในกรุงแคนเบอร์รา จะต้องถูกบังคับให้ปิดทำการในวันจันทร์ หลังจากที่ได้มีการเรียกคืนทรายเด็กเล่นที่มีสีสันสวยงาม เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะมี แร่ใยหิน (Asbestos) ปนเปื้อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ในวันเสาร์ที่ผ่านมา (15 พ.ย.) บริษัท Kmart และ Target ได้ประกาศเรียกคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีร่องรอยของแร่ใยหินในตัวอย่างบางส่วน ขณะที่คณะกรรมการการแข่งขันและผู้บริโภคแห่งออสเตรเลีย (ACCC) ระบุว่า มีความเสี่ยง “ต่ำ” ที่แร่ใยหินจะลอยอยู่ในอากาศหรือมีอนุภาคเล็กพอที่จะสูดดมเข้าไปได้

นาง อีเว็ตต์ เบอร์รี รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของเขต ACT ระบุในโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า กำลังมีการตรวจสอบโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งอาจ “ใช้เวลาหลายวัน” เธอกล่าวเสริมว่า การทดสอบคุณภาพอากาศจากทุกโรงเรียนจนถึงขณะนี้ได้ผลออกมา “เป็นลบ” หรือ ไม่พบแร่ใยหินในอากาศ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก โรงเรียนและศูนย์ดูแลเด็กเล็กหลายแห่งในภูมิภาคดังกล่าวต้อง ปิดทำการทั้งหมดหรือบางส่วนเมื่อวันศุกร์ หลังมีคำเตือนเรื่องความเสี่ยงของแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ทรายเด็กเล่น ที่จำหน่ายโดยบริษัท Officeworks

นอกจากนี้ ยังมีการปิดโรงเรียนใน นิวซีแลนด์ เนื่องจากความกังวลในลักษณะเดียวกัน โดยหนังสือพิมพ์ New Zealand Herald รายงานว่า มีโรงเรียนอย่างน้อยสองแห่งเตรียมปิดเพื่อดำเนินการตรวจสอบในวันจันทร์ (17 พ.ย.)

รัฐบาล ACT ระบุว่า บุคคลที่ได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์นี้ ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจทางการแพทย์ แต่นางเบอร์รีกล่าวว่า แม้จะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่รัฐบาลก็จำเป็นต้องกำจัดความเสี่ยงเท่าที่จะทำได้

มีโรงเรียนอีกราว 23 แห่งในเขต ACT ที่จะยังคงเปิดทำการ เนื่องจากโรงเรียนเหล่านั้นมีทรายเด็กเล่นในสตอกจำนวนน้อย หรือไม่มีเลย

ทั้งนี้ แร่ใยหิน ซึ่งเคยใช้กันอย่างแพร่หลายในวัสดุก่อสร้าง สามารถปล่อยเส้นใยที่เป็นพิษเข้าสู่อากาศ หากถูกรบกวนหรือแปรรูป เส้นใยเหล่านี้สามารถเกาะติดปอดและอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้หากสะสมเป็นเวลานานหลายสิบปี ทำให้การนำเข้าหรือส่งออกแร่ใยหิน หรือสินค้าที่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน ถูกห้าม ภายใต้กฎหมายของทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

17 พ.ย. 2568 06:31 น.

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

เจ้าหน้าที่อินเดียออกมายืนยันว่า เหตุระเบิดในนิวเดลีเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นเหตุระเบิดพลีชีพ โดยพวกเขาจับกุมตัวผู้สมรู้ร่วมคิดกับมือระเบิดได้แล้ว 1 ราย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2568 ทางการอินเดียออกมายืนยันว่า เหตุระเบิดรถยนต์รุนแรงในกรุงนิวเดลีเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน เป็นฝีมือของมือระเบิดพลีชีพ พร้อมทั้งประกาศการจับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด 1 ราย

สำนักงานสืบสวนแห่งชาติอินเดีย (NIA) ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของแดนภารตะ ระบุว่า มือระเบิดกับผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมเป็นชาวแคว้นแคชเมียร์ทั้งคู่ โดยตำรวจเพิ่งดำเนินการบุกตรวจค้นหลายจุดในภูมิภาคดังกล่าวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

NIA แถลงว่า พวกเขาฝ่าทางตันในการสืบสวน และจับกุมตัวนายอาเมียร์ ราชิด อาลี ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ลงทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยเขาสมรู้ร่วมคิดกับมือระเบิด ซึ่งมีชื่อว่า อูมาร์ อุน นาบี ดำเนินการก่อการร้ายครั้งนี้ แต่ NIA ไม่เปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย

NIA เผยอีกว่า นาบี เป็นผู้อาศัยในแคชเมียร์ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านอายุรกรรมทั่วไปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐหรยาณาทางตอนเหนือ โดยเขากับนายอาลีเดินทางมายังเดลีเพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อรถยนต์ ซึ่งในที่สุดรถคันดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องที่บรรทุกในยานพาหนะ (VBIED) เพื่อก่อเหตุ

ทั้งนี้ เหตุระเบิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. เกิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินที่พลุกพล่าน และใกล้กับ “ป้อมแดง” ซึ่งเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของอินเดีย โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกล่าวว่าเหตุระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ และยังไม่ชัดเจนว่า นายนาบีรวมอยู่ในนี้ด้วยหรือไม่

ขณะที่แถลงการณ์ของ NIA ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 10 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 32 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna