“คิม จอง อึน” ตรวจความพร้อมรบหน่วยรบพิเศษ ย้ำกองทัพต้องไร้เทียมทาน

"คิม จอง อึน" ตรวจความพร้อมรบหน่วยรบพิเศษ ย้ำกองทัพต้องไร้เทียมทาน

3 พ.ย. 2568 10:05 น.

“คิม จอง อึน” ตรวจความพร้อมรบหน่วยรบพิเศษ ย้ำกองทัพต้องไร้เทียมทาน

ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางตรวจหน่วยรบพิเศษที่ขึ้นชื่อว่าแกร่งที่สุดของกองทัพ ชมการฝึกและพอใจ “ท่าทีสงครามสมบูรณ์แบบ” พร้อมสั่งเร่งพัฒนาโครงสร้างทางทหารให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือเคซีเอ็นเอ รายงานว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยรบพิเศษกองพลที่ 11 แห่งกองทัพประชาชนเกาหลี ซึ่งถือเป็นหน่วยรบชั้นยอดของประเทศ

การเยือนมีขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาก่อนการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีอี แจ มยอง ของเกาหลีใต้ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก ที่เมืองคยองจู

รายงานข่าวระบุว่า คิม จอง อึน ได้ชมการฝึกยุทธวิธีของหน่วย พร้อมกล่าวชื่นชมว่าเป็น ท่าทีทางสงครามที่สมบูรณ์แบบ  และแสดงความพึงพอใจอย่างยิ่งต่อขีดความสามารถของทหารหน่วยรบพิเศษ ซึ่งเคยส่งกำลังไปปฏิบัติภารกิจสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครนเมื่อปลายปี 2567 จนได้รับประสบการณ์การรบสมัยใหม่

ผู้นำเกาหลีเหนือระบุว่า เป้าหมายของพรรคแรงงานเกาหลีคือการสร้างกองทัพให้เข้มแข็งและกล้าหาญเช่นเดียวกับหน่วยนี้ พร้อมได้รับฟังรายงานแผนปฏิบัติการ และได้สั่งกำหนด นโยบายเชิงยุทธศาสตร์และภารกิจสำคัญ เพื่อพัฒนากองกำลังปฏิบัติการพิเศษ

นอกจากนี้ผู้นำเกาหลีเหนือ ยังสั่งให้พิจารณาปรับโครงสร้างทางทหารและองค์กรของหน่วย เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการรบ โดยคณะกรรมาธิการการทหารกลางของพรรคจะพิจารณาในระดับเต็มคณะ.

แผ่นดินไหว 6.3 เขย่าพื้นที่ห่างไกลตอนเหนือของอัฟกานิสถาน คาดเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง

แผ่นดินไหว 6.3 เขย่าพื้นที่ห่างไกลตอนเหนือของอัฟกานิสถาน คาดเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง

3 พ.ย. 2568 08:27 น.

แผ่นดินไหว 6.3 เขย่าพื้นที่ห่างไกลตอนเหนือของอัฟกานิสถาน คาดเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง

เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.3 ทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และทางการคาดว่าแรงสั่นสะเทือนอาจทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง

วันนี้ (3 พ.ย.) สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานว่า เมื่อเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาตามเวลาในไทย เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.3 แมกนิจูด  ที่ความลึกประมาณ 28 กิโลเมตร ใกล้เมืองคุห์ลัม จังหวัดบัลคห์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองมาซาร์อีชาริฟ ทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน เมื่อเวลา 00.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 03.29 น. ตามเวลาในไทย

โฆษกของกลุ่มรัฐอิสลามตอลิบาน ในจังหวัดบัลคหเปิดเผยว่า ได้รับ รายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บและความเสียหายเล็กน้อยในทุกอำเภอของจังหวัด  โดยระบุว่าส่วนใหญ่เป็นอาการบาดเจ็บจากการตกจากอาคารสูง 

ขณะนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ในขณะที่หน่วยงานกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ยังคงระดมเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และเตือนว่าอาจยังมีความเสียหายซ่อนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล.

แก๊งสแกมเมอร์หนีตาย! ย้ายซุกรังใหม่ ข้ามไปกัมพูชา

แก๊งสแกมเมอร์หนีตาย! ย้ายซุกรังใหม่ ข้ามไปกัมพูชา

แก๊งสแกมเมอร์หนีตาย! ย้ายซุกรังใหม่ ข้ามไปกัมพูชา

3 พ.ย. 2568 08:03 น.

หน่วยงานข่าวกรองไทยวิ่งหาข้อมูลกันจ้าละหวั่น หลังตำรวจโรงพักไม้รูดตะครุบ 9 หนุ่มจีนเทาระดับหัวกะทิ มีพรรคพวกคนไทยพามาซ่อนตัว ซุกรีสอร์ตริมหาดบานชื่นชายแดนตราด เตรียมข้ามฟากไปเกาะกง ฐานสแกมเมอร์ใหญ่ฝั่งกัมพูชา  ภายหลังทหารเมียนมาร่วมกับกะเหรี่ยงบีจีเอฟทิ้งระเบิดถล่มอาคาร

สยองญี่ปุ่น พบลำตัวผู้หญิงไร้ศีรษะลอยน้ำในโยโกฮามา ชี้อาจเป็นฆาตกรรม

สยองญี่ปุ่น พบลำตัวผู้หญิงไร้ศีรษะลอยน้ำในโยโกฮามา ชี้อาจเป็นฆาตกรรม

3 พ.ย. 2568 05:31 น.

สยองญี่ปุ่น พบลำตัวผู้หญิงไร้ศีรษะลอยน้ำในโยโกฮามา ชี้อาจเป็นฆาตกรรม

มีผู้พบชิ้นส่วนลำตัวผู้หญิงไม่มีศีรษะ ลอยน้ำใกล้ชายฝั่งโยโกฮามา โดยตำรวจคาดว่าอาจเป็นคดีฆาตกรรม แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับหญิงรายนี้

สำนักข่าว เจแปนทูเดย์ รายงานเมื่อ 2 พ.ย. 2568 ว่า มีผู้พบชิ้นส่วนลำตัวไม่มีศีรษะของผู้หญิง ลอยน้ำอยู่ใกล้ชายฝั่งโยโกฮามาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และตำรวจกำลังสืบสวนเหตุการณ์นี้ในฐานะคดีที่อาจเกิดจากการฆาตกรรม

ตำรวจระบุว่า ชิ้นส่วนลำตัวดังกล่าวถูกพบเมื่อวันเสาร์ (1 พ.ย.) ในเวลาประมาณ 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้กับสวนสาธารณะยามาชิตะ ในเขตนะกะ ของเมืองโยโกฮามา โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่านี่เป็นลำตัวของผู้หญิงอายุระหว่าง 20-50 ปี ที่เสียชีวิตมานานหลายเดือนแล้ว

ชิ้นส่วนศพดังกล่าวถูกพบใกล้กับเรือฮิคาวะ มารุ ซึ่งเป็นเรือโดยสารขนาดใหญ่ที่จอดเทียบท่าอยู่ด้านหน้าสวนสาธารณะยามาชิตะ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมจำนวนมาก แต่ตำรวจระบุว่า ชิ้นส่วนของร่างกายดังกล่าวไม่มีร่องรอยที่ชัดเจนว่าถูกใบพัดเรือชน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday

ฮามาสคืนศพให้อิสราเอลอีก 3 ราย อ้างเป็นร่างของตัวประกัน

ฮามาสคืนศพให้อิสราเอลอีก 3 ราย อ้างเป็นร่างของตัวประกัน

3 พ.ย. 2568 05:07 น.

ฮามาสคืนศพให้อิสราเอลอีก 3 ราย อ้างเป็นร่างของตัวประกัน

กลุ่มฮามาสคืนศพที่อ้างว่าเป็นร่างของตัวประกันที่พวกเขาจับเอาไว้ ให้แก่อิสราเอลอีก 3 ราย โดยทางการอิสราเอลกำลังตรวจสอบว่า เป็นร่างของตัวประกันจริงหรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอิสราเอลเปิดเผยเมื่อ 2 พ.ย. 2568 ว่า กลุ่มฮามาสมอบโลงศพ 3 โลง ซึ่งอ้างว่าบรรจุร่างของตัวประกันที่เสียชีวิต ให้แก่พวกเขาแล้ว ผ่านเจ้าหน้าที่กาชาดในฉนวนกาซา โดยขณะนี้ศพกำลังถูกขนส่งไปอิสราเอลเพื่อพิสูจน์ยืนยันตัวตน

หากได้รับการยืนยันว่าเป็นร่างของตัวประกันจริง จะหมายความว่ายังมีร่างของตัวประกันชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติที่เสียชีวิตแล้วอีก 8 รายยังคงอยู่ในกาซา

ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงระยะแรกซึ่งเริ่มต้นเมื่อเดือนที่แล้ว กลุ่มฮามาสได้ตกลงที่จะส่งคืนตัวประกันที่มีชีวิต 20 ราย และตัวประกันที่เสียชีวิตแล้ว 28 ราย ที่พวกเขาควบคุมตัวอยู่ให้แก่อิสราเอล โดยฮามาสคืนตัวประกันที่ยังมีชีวิตครบทุกคนแล้ว แต่ยังคืนศพไม่ครบ โดยอ้างว่าร่างผู้เสียชีวิตบางส่วนติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

เมื่อวันอาทิตย์ กองกำลัง อัล-คาสซาม (Al-Qassam) ของกลุ่มฮามาสระบุว่า พวกเขาพบร่างผู้เสียชีวิต 3 รายล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ ตามเส้นทางของอุโมงค์แห่งหนึ่งในพื้นที่ทางใต้ของฉนวนกาซา

ต่อมา บัญชี X อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ก็มีการโพสต์ข้อความระบุว่า “ครอบครัวของตัวประกันทั้งหมดได้รับทราบข้อมูลตามความเหมาะสมแล้ว และเราขอแสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้งต่อพวกเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้”

“ความพยายามในการนำตัวประกันของเรากลับมายังคงดำเนินอยู่ และจะไม่หยุดจนกว่าตัวประกันคนสุดท้ายจะได้รับการส่งคืน” ข้อความระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์สั่งกองทัพ เตรียมปฏิบัติการในไนจีเรีย เพื่อจัดการกลุ่มติดอาวุธ

ทรัมป์สั่งกองทัพ เตรียมปฏิบัติการในไนจีเรีย เพื่อจัดการกลุ่มติดอาวุธ

3 พ.ย. 2568 04:09 น.

ทรัมป์สั่งกองทัพ เตรียมปฏิบัติการในไนจีเรีย เพื่อจัดการกลุ่มติดอาวุธ

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งกองทัพเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารในไนจีเรียที่อาจเกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการกับกลุ่มติดอาวุธที่กำลังโจมตีชาวคริสต์

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ย. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งการให้กองทัพเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไนจีเรีย เพื่อจัดการกับกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ และกล่าวหารัฐบาลไนจีเรียล้มเหลวในการปกป้องชาวคริสต์

นายทรัมป์เตือนว่า เขาอาจจะส่งกองทัพเข้าสู่ไนจีเรีย เว้นแต่รัฐบาลไนจีเรียจะเข้าแทรกแซงสถานการณ์เกี่ยวกับกลุ่มติดอาวุธ และว่าเขาจะระงับความช่วยเหลือทั้งหมดที่มอบให้แก่ไนจีเรีย “ถ้าเราโจมตี มันจะรวดเร็ว โหด และหวานหอม เหมือนกับที่พวกอันธพาลผู้ก่อการร้ายโจมตีชาวคริสต์อันเป็นที่รักของเรา!”

นายทรัมป์ไม่ได้ระบุว่า เขาหมายถึงเหตุการณ์ใด แต่เขาอ้างว่าชาวคริสต์ในไนจีเรียถูกสังหารไปหลายพันคนแล้ว โดยที่เขาไม่แสดงหลักฐานใดๆ และในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการกล่าวอ้างถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวคริสต์ในไนจีเรียแพร่หลายในแวดวงการเมืองฝ่ายขวาบางกลุ่มของสหรัฐฯ ด้วย

ด้านนายพีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ตอบกลับโพสต์ของนายทรัมป์ โดยเขียนข้อความว่า “รับทราบครับท่าน … กระทรวงสงครามกำลังเตรียมพร้อมสำหรับดำเนินการ ไม่ว่ารัฐบาลไนจีเรียจะปกป้องชาวคริสต์ หรือเราจะสังหารผู้ก่อการร้ายอิสลามิสต์ที่กำลังก่ออาชญากรรมอันน่าสะพรึงกลัวนี้”

กลุ่มสังเกตการณ์ความรุนแรงในไนจีเรียกล่าวว่า ไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าชาวคริสต์ถูกสังหารมากกว่าชาวมุสลิมในไนจีเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้นับถือศาสนาทั้งสองในระดับที่ใกล้เคียงกัน

ขณะที่นาย แดเนียล บวาลา ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีไนจีเรียบอกกับสำนักข่าว BBC ว่า การดำเนินการทางทหารใด ๆ ต่อกลุ่มญิฮาดควรดำเนินการร่วมกัน โดยไนจีเรียยินดีที่จะรับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ในการจัดการกับกลุ่มกบฏอิสลามิสต์ แต่ย้ำว่าไนจีเรียเป็นประเทศที่มี “อำนาจอธิปไตย”

นายบวาลายังกล่าวด้วยว่า กลุ่มญิฮาดไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีสมาชิกของศาสนาใดศาสนาหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง และพวกเขาสังหารผู้คนจากทุกความเชื่อ หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่นับถือศาสนาใดเลย

ส่วนนาย โบลา ทินูบู ประธานาธิบดีไนจีเรียยืนยันว่า ประเทศของเขามีการยอมรับความแตกต่างทางศาสนา และว่าความท้าทายด้านความมั่นคงส่งผลกระทบต่อผู้คนในทุกศาสนาและทุกภูมิภาค

ทั้งนี้ คำขู่ของทรัมป์ได้สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วไนจีเรีย ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายคนเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดการต่อสู้กับกลุ่มอิสลามิสต์เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่กองทหารต่างชาติจะถูกส่งเข้ามาในประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้าย ของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้าย ของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

3 พ.ย. 2568 01:57 น.

คิงชาร์ลส์ที่ 3 จ่อถอดยศทหารตำแหน่งสุดท้าย ของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

ทางการอังกฤษเผย กำลังดำเนินการถอดยศทางทหารตำแหน่งสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ตามพระประสงค์ของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ไม่กี่วันหลังมีการถอดยศ “เจ้าชาย”

เมื่อ 2 พ.ย. 2568 นายจอห์น ฮีลลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการถอดถอน ตำแหน่งทางทหารกิตติมศักดิ์ตำแหน่งสุดท้ายของ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือชื่อปัจจุบันคือ แอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

แอนดรูว์ ซึ่งถูกถอดถอนพระยศเจ้าชายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 ต.ค.) ยังคงมียศเป็นพลเรือโทแห่งราชนาวีอังกฤษ หลังจากที่พระองค์สละตำแหน่งทางทหารอื่น ๆ ไปเมื่อปี 2565

นายฮีลลีย์ให้สัมภาษณ์ในรายการ Sunday with Laura Kuenssberg ของ BBC ว่า “นี่เป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง เป็นการดำเนินการตามพระประสงค์ของพระมหากษัตริย์ และเรากำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่”

ทั้งนี้ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์เคยรับราชการในราชนาวีอังกฤษเป็นเวลา 22 ปี และปฏิบัติหน้าที่เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ในสงครามฟอล์กแลนด์ จนได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษสงครามมาหลายสิบปี ก่อนที่เขาจะเข้าไปพัวพันกับข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ และความเกี่ยวข้องกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับ

แอนดรูว์เมื่อครั้งยังเป็นเจ้าชาย ถูกฟ้องร้องคดีแพ่งในสหรัฐฯ ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเขาปฏิเสธการกระทำผิดมาตลอด แต่ตัดสินใจคืนตำแหน่งทางทหารและตำแหน่งผู้อุปถัมภ์อื่นๆ ของราชวงศ์ในปี 2565 เหลือเพียงยศพลเรือโท และหยุดใช้คำนำหน้าว่า His Royal Highness ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

ต่อมา แอนดรูว์ตกลงยอมความในคดีที่ วิกตอเรีย จุฟเฟร เหยื่อการค้าประเวณีและการล่วงละเมิดทางเพศของเจฟฟรีย์ เอปสตีน ยื่นฟ้อง โดยเธอกล่าวหาแอนดรูว์ว่า ล่วงละเมิดทางเพศเธอขณะที่เธอยังเป็นผู้เยาว์ ซึ่งแน่นอนว่าเขาปฏิเสธ

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีนับจากนั้น แต่แรงกดดันที่มีต่อแอนดรูว์กลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดในสัปดาห์นี้ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ก็ทรงตัดสินพระทัยที่จะถอดถอนพระยศเจ้าชายของแอนดรูว์ และสิทธิพิเศษในฐานะสมาชิกราชวงศ์ที่เหลืออยู่ทั้งหมด

น.ส.วาเลนไทน์ โลว์ ผู้สื่อข่าวราชสำนัก กล่าวในรายการ Sunday with Laura Kuenssberg ว่า การถอดถอนตำแหน่งทางทหารสุดท้ายของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์จะส่งผลกระทบต่อเขาอย่างใหญ่หลวง เพราะ “เชื้อพระวงศ์ โดยเฉพาะแอนดรูว์ มีความภาคภูมิใจอย่างมากและมุ่งมั่นที่จะรักษาตำแหน่งทางทหารไว้”

“ดูเหมือนสมเด็จพระราชาจะตั้งพระทัยที่จะถอดถอนทุกอย่างจากพระอนุชาโดยสิ้นเชิง สิ่งที่พระองค์กำลังแสดงออกมาคือ ความเด็ดขาดไร้ปรานีอย่างชัดเจน” น.ส.โลว์กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านกร้าว จะสร้างโรงงานนิวเคลียร์ใหม่ ให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

อิหร่านกร้าว จะสร้างโรงงานนิวเคลียร์ใหม่ ให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

2 พ.ย. 2568 23:35 น.

อิหร่านกร้าว จะสร้างโรงงานนิวเคลียร์ใหม่ ให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

ประธานาธิบดีอิหร่านยืนยันว่า จะสร้างโรงงานนิวเคลียร์ที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิสราเอลกับสหรัฐฯ ขึ้นมาใหม่ ให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 พ.ย. 2568 นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวระหว่างการเยือนองค์กรพลังงานปรมาณูแห่งอิหร่าน ในกรุงเตหะราน ว่า อิหร่านจะสร้างโรงงานนิวเคลียร์ที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิสราเอลกับสหรัฐฯ ขึ้นมาใหม่ ให้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

“การทำลายอาคาร… จะไม่ทำให้เราต้องถอยหลัง” นายเปเซชเคียนระบุในวิดีโอที่เผยแพร่บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเขา พร้อมเสริมว่า นักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่านยังคงมีความรู้ความชำนาญด้านนิวเคลียร์ที่จำเป็นอยู่ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ

คำพูดของนายเปเซชเคียนเกิดขึ้นหลังจาก อิสราเอลเปิดฉากการทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเมื่อเดือนมิถุนายน จุดชนวน “สงคราม 12 วัน” โดยฝ่ายอิสราเอลโจมตีเป้าหมายทั้งโรงงานนิวเคลียร์และฐานทัพทหาร รวมถึงพื้นที่ที่อยู่อาศัย และสังหารนักวิทยาศาสตร์ระดับสูงไปหลายคน

ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธแบบทิ้งตัว (ballistic missile) ใส่เมืองต่างๆ ของอิสราเอล ก่อนที่สหรัฐฯ จะส่งเครื่องบินรบไปยังอิหร่านเพื่อทิ้งระเบิด “บังเกอร์บัสเตอร์” เพื่อทำลายโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ใต้ดินของอิหร่าน 3 แห่ง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันมาตลอดว่า การโจมตีดังกล่าวได้ “ทำลาย” โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจนสิ้นซากแล้ว แต่ขอบเขตความเสียหายที่แท้จริงยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

อีกด้านหนึ่ง ประเทศโอมาน ซึ่งเคยเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้ทั้ง 2 ประเทศ กลับมาเจรจากันอีกครั้งเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง ซึ่ง น.ส.ฟาติเมห์ โมฮาเจรานี โฆษกหญิงรัฐบาลอิหร่านยืนยันว่า รัฐบาลได้รับข้อความเกี่ยวกับการรื้อฟื้นกระบวนการทางการทูต โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ทั้งนี้ โอมานเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านถึง 5 รอบในปีนี้ แต่ก่อนที่การเจรจารอบที่ 6 จะเริ่มขึ้นเพียง 3 วัน อิสราเอลก็เปิดฉากการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทำให้การเจรจาดังกล่าวไม่เกิดขึ้น

หลังจากนั้นสหประชาชาติยังกลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่านอีกครั้ง หลังจากอังกฤษ เยอรมนี และฝรั่งเศส ได้ใช้กลไก “snapback” (การคว่ำบาตรโดยอัตโนมัติ) โดยอ้างว่า อิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เวียดนามอ่วม น้ำท่วมบ้านนับแสนหลัง ดินถล่ม 150 ครั้ง ดับพุ่ง 35 ศพ

เวียดนามอ่วม น้ำท่วมบ้านนับแสนหลัง ดินถล่ม 150 ครั้ง ดับพุ่ง 35 ศพ

2 พ.ย. 2568 22:06 น.

เวียดนามอ่วม น้ำท่วมบ้านนับแสนหลัง ดินถล่ม 150 ครั้ง ดับพุ่ง 35 ศพ

เวียดนามยังคงเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมในภาคกลางของประเทศ โดยตลอดสัปดาห์มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมนับแสนหลัง และล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 35 ศพ

เมื่อ 2 พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเวียดนามเปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักเป็นประวัติการณ์จนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในภาคกลางของประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 35 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีก 5 ราย

จังหวัดชายฝั่งของเวียดนามเผชิญฝนตกหนักมาตั้งแต่สุดสัปดาห์ก่อน โดยมีปริมาณน้ำฝนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.7 เมตร ภายใน 24 ชั่วโมง ครอบคลุมตั้งแต่วันอาทิตย์และวันจันทร์ที่ผ่านมา (26-27 ต.ค.)

รายงานจากหน่วยงานจัดการภัยพิบัติและเขื่อนเวียดนาม (VDDMA) ระบุว่า ผู้เสียชีวิต 35 ศพ อยู่ในจังหวัดเว้, ดานัง, ลัมด่ง และกว๋างจิ ส่วนที่เมืองฮอยอัน ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกที่ได้รับการรับรองโดยยูเนสโก ถูกน้ำท่วมสูงถึงระดับเอว ชาวบ้านต้องใช้เรือเพื่อสัญจรในเมือง หลังจากแม่น้ำสายหลักล้นตลิ่งสูงที่สุดในรอบ 60 ปี

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของเวียดนามระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมรวมมากกว่า 100,000 หลัง และมีรายงานเกิดดินถล่มถึง 150 ครั้ง แต่รายงานล่าสุดของ VDDMA ระบุว่า ตอนนี้เหลือบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมราว 16,500 หลัง ขณะที่สัตว์ปีกและปศุสัตว์กว่า 40,000 ตัวถูกน้ำพัดพาไป และพื้นที่เพาะปลูกกว่า 5,300 เฮกตาร์จมอยู่ใต้น้ำ

ทั้งนี้ เวียดนามเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในโลก และมีแนวโน้มที่จะมีฝนตกหนักระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ในแต่ละปีจะมีพายุไต้ฝุ่นหรือพายุโซนร้อนส่งผลกระทบต่อเวียดนามประมาณ 10 ลูก แต่ในปีนี้ พวกเขาเผชิญพายุไปแล้วถึง 12 ลูก

รัฐบาลเวียดนามระบุว่า ตัวเลขคาดการณ์ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากพายุในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.97 หมื่นล้านบาท)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เหตุเพลิงไหม้-ระเบิด ซูเปอร์มาร์เก็ตในเม็กซิโก ดับ 23 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบ

เหตุเพลิงไหม้-ระเบิด ซูเปอร์มาร์เก็ตในเม็กซิโก ดับ 23 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบ

2 พ.ย. 2568 11:43 น.

เหตุเพลิงไหม้-ระเบิด ซูเปอร์มาร์เก็ตในเม็กซิโก ดับ 23 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบ

เกิดเหตุเพลิงไหม้และระเบิดที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองเอร์โมซิโญ เมืองหลวงของรัฐโซโนรา ทางตอนเหนือของเม็กซิโก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 ราย โดยในจำนวนนี้มีเด็กหลายคนรวมอยู่ด้วย ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีกนับสิบถูกนำส่งโรงพยาบาล

สภากาชาดเม็กซิกันได้ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิต โดยนายคาร์ลอส ฟรีเนอร์ ฟิเกรัว ประธานสภากาชาดเปิดเผยว่า “มีผู้เสียชีวิตแล้ว 23 รายในขณะนี้ เป็นหญิง 12 ราย ชาย 5 ราย เด็กหญิง 4 ราย และเด็กชาย 2 ราย”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ (1 พ.ย.) ในขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มไปด้วยลูกค้า เนื่องจากเป็นช่วงสิ้นเดือน และลูกค้ากำลังจับจ่ายซื้อของเพื่อเตรียมสำหรับวันแห่งความตายที่กำลังจะมาถึง

เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ และหน่วยป้องกันพลเรือนยังคงปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ ซึ่งถูกปิดกั้นเพื่อทำการสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และระเบิด มีรายงานเบื้องต้นว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 12 คน โดย 7 คนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ISSSTE, 1 คนไปคลินิก IMSS, 2 คนไปคลินิก Noroeste และอีก 2 คนไปโรงพยาบาลรัฐเชี่ยวชาญพิเศษ 

นางคลอเดีย เชนบาวม์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและคนที่รักของผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านค้าในใจกลางเมืองเฮอร์โมซิลโล”

ประธานาธิบดีเชนบาวม์ระบุว่า ได้ติดต่อกับนายอัลฟอนโซ ดูราโซ ผู้ว่าการรัฐโซโนรา เพื่อเสนอการสนับสนุนที่จำเป็น และได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยส่งทีมช่วยเหลือเพื่อดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทันที ขณะที่ นายดูราโซ ผู้ว่าการรัฐโซโนรา ยืนยันว่าทางการจะดำเนินการทุกวิถีทางที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนครอบครัวและบุคคลที่ได้รับผลกระทบ.

ที่มา RTVE