เกาหลีเหนือยิงจรวดเป็นชุด นับสิบลูก รับรมว.กลาโหมสหรัฐฯ–เกาหลีใต้เยือนเขต DMZ

เกาหลีเหนือยิงจรวดเป็นชุด นับสิบลูก รับรมว.กลาโหมสหรัฐฯ–เกาหลีใต้เยือนเขต DMZ

4 พ.ย. 2568 10:41 น.

เกาหลีเหนือยิงจรวดเป็นชุด นับสิบลูก รับรมว.กลาโหมสหรัฐฯ–เกาหลีใต้เยือนเขต DMZ

เกาหลีเหนือยิงจรวดหลายลูกจากระบบยิงหลายลำกล้อง ตรงกับช่วงที่นายพีท เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ และรมว.กลาโหมเกาหลีใต้เยือนเขตความมั่นคงร่วม ใกล้เส้นแบ่งเขตทหาร

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 กองทัพเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือได้ยิงจรวดจากระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง (Multiple Rocket Launcher) ประมาณ 10 นัด เมื่อช่วงเวลา 16.00 น. ของวานนี้ มุ่งสู่ทะเลเหลืองทางตอนเหนือ ในจังหวะเดียวกับที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ และเกาหลีใต้กำลังเดินทางเยือนเขตปลอดทหาร เส้นแบ่งด้านความมั่นคงระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ระบุว่า เหตุยิงจรวดครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ชั่วโมงก่อนที่นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอเมริกา จะเดินทางถึงค่ายบอนิฟาส ใกล้เขตความมั่นคงร่วม พร้อมนายอัน กยูแบ็ก รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้

กองทัพยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านั้น เกาหลีเหนือได้ยิงจรวดจากระบบเดียวกันอีกประมาณ 10 นัด เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันเสาร์ ซึ่งตรงกับช่วงที่ประธานาธิบดีอี แจ มยอง ของเกาหลีใต้ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง  ของจีน พบหารือกันที่เมืองคย็องจู ในการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก

ทั้งนี้ แม้การยิงจรวดจากระบบยิงหลายลำกล้องจะไม่ละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แต่ระบบจรวดขนาด 240 มม. ของเกาหลีเหนือสามารถยิงถึงกรุงโซลและเมืองรอบข้างได้ โดยก่อนหน้านี้ ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้หลายลูกประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนเกาหลีใต้ เนื่องในช่วงการประชุมเอเปก เช่นกัน.

ภาพหาชมยาก เจ้าชายวิลเลียมโชว์ลีลาเล่นวอลเลย์บอลชายหาด ขณะเสด็จเยือนบราซิล

ภาพหาชมยาก เจ้าชายวิลเลียมโชว์ลีลาเล่นวอลเลย์บอลชายหาด ขณะเสด็จเยือนบราซิล

4 พ.ย. 2568 10:23 น.

ภาพหาชมยาก เจ้าชายวิลเลียมโชว์ลีลาเล่นวอลเลย์บอลชายหาด ขณะเสด็จเยือนบราซิล

เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เริ่มต้นการเยือนประเทศบราซิลเป็นเวลา 5 วัน ด้วยการโชว์ความฟิต เล่นวอลเลย์บอลชายหาดร่วมกับเยาวชน ที่ชายหาดโคปาคาบานาในนครรีโอเดจาเนโร

เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ มกุฎราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักร เริ่มต้นภารกิจเยือนประเทศบราซิลอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยทรงเยี่ยมชม ภูเขาชูการ์โลฟ แลนด์มาร์กชื่อดังของนครริโอเดจาเนโร และได้รับ “กุญแจเมืองริโอ” จากนายกเทศมนตรี เอดูอาร์โด เปเอส ในพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ เพื่อทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเยือนประเทศบราซิลเป็นเวลา 5 วัน 

ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ พระองค์ยังทรงร่วมเล่นวอลเลย์บอลชายหาดกับเยาวชน ก่อนจะเข้าร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ รางวัล Earthshot Prize รางวัลระดับโลกที่ทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน 

จากนั้น เจ้าชายวิลเลียมทรงมีกำหนดเข้าร่วม การประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ หรือ COP30 ซึ่งจัดขึ้นในบราซิล เพื่อเป็นผู้แทนของสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 และรัฐบาลสหราชอาณาจักร ยืนยันบทบาทของราชวงศ์อังกฤษในการขับเคลื่อนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเยือนบราซิลครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวในความพยายามของสำนักพระราชวังอังกฤษที่จะวางภาพลักษณ์ของเจ้าชายวิลเลียมในฐานะ “รัฐบุรุษผู้พร้อมจะเป็นกษัตริย์ในอนาคต” โดยพระองค์ทรงมีกำหนดพบปะประชาชนในหลายพื้นที่ของริโอเดจาเนโร ซึ่งเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากชายหาดโคปาคาบานาและงานคาร์นิวัล.

ที่มา : The times of India

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เจ้าชายวิลเลียม

เวียดนามอ่วม เตรียมรับไต้ฝุ่นคัลแมกี ซ้ำเติมความเสียหายอีก

เวียดนามอ่วม เตรียมรับไต้ฝุ่นคัลแมกี ซ้ำเติมความเสียหายอีก

4 พ.ย. 2568 09:56 น.

เวียดนามอ่วม เตรียมรับไต้ฝุ่นคัลแมกี ซ้ำเติมความเสียหายอีก

เวียดนามอ่วมหนักหลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 ศพ ล่าสุดเตรียมรับมือกับพายุคัลแมกี ที่พัดผ่านฟิลิปปินส์ ก่อนมุ่งหน้าสู่ชายฝั่งตอนกลางของประเทศ ซ้ำเติมความเสียหายอีก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยบรรเทาทุกข์ในเวียดนามกำลังเร่งมือเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและดินถล่มในภาคกลางของประเทศ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 คน และยังสูญหายอีกหลายราย ขณะพายุไต้ฝุ่นคัลแมกี ไต้ฝุ่นลูกใหม่กำลังเคลื่อนตัวเข้าประเทศ

โดยฝนที่ตกหนักตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้ทำให้เกิดน้ำป่าและดินถล่มรุนแรง บ้านเรือนหลายพันหลังถูกน้ำพัดหาย หมู่บ้านจำนวนมากถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ไฟฟ้าและสัญญาณสื่อสารถูกตัดขาดรวมถึงเมืองดานัง ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ

ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติเวียดนามเตือนว่าไต้ฝุ่นคัลแมกี กำลังทวีกำลังแรงขึ้น คาดว่าจะมีความเร็วลมสูงสุดถึง 166 กิโลเมตร/ต่อชั่วโมง เมื่อเข้าสู่ทะเลจีนใต้ในวันพุธนี้ ก่อนเข้าสู่ชายฝั่งตอนกลางของเวียดนามในไม่กี่วันข้างหน้า

ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำหลายสาย โดยเฉพาะแม่น้ำเฮืองและแม่น้ำโบในเมืองเว้ เพิ่มสูงถึงระดับอันตราย และคาดว่าฝนจะยังตกหนักต่อเนื่องไปอีกหลายวัน

ปีนี้ เวียดนามต้องเผชิญพายุลูกใหญ่แล้วหลายระลอก ทั้งพายุรากาซา บัวลอย และแมตโม ที่ถล่มประเทศติดต่อกันในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายกว่า 85 คน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนที่ฟิลิปปินส์เมื่อคืนที่ผ่านมาพายุคัลแมกีได้พัดผ่าน หมู่เกาะตอนกลางของฟิลิปปินส์ รวมถึงเกาะเซบู ที่เพิ่งเผชิญเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.9 เมื่อปลายเดือนกันยายนและยังอยู่ในระหว่างการฟื้นฟู  เจ้าหน้าที่ต้องสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 70,000 คน ในจังหวัดชายฝั่งตะวันออก โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ

โดยทางการเตือนว่าไต้ฝุ่นคัลแมกีจะทำให้ฝนตกหนักต่อเนื่องและมีคลื่นพายุซัดฝั่งสูงถึง 3 เมตร  ซึ่งอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงในพื้นที่ลุ่มต่ำและชายฝั่ง โดยหน่วยกู้ภัยและหน่วยยามฝั่งเตรียมพร้อมเต็มกำลัง ในการช่วยเหลือประชาชนและสั่งห้ามชาวประมงออกทะเลในพื้นที่เสี่ยงแล้ว.

ที่มา : AP , Independent

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พายุคัลแมกี

“คิม จองอึน” ร่วมพิธีศพ “คิม ยองนัม” อดีตปธ.สภาฯ เกาหลีเหนือ ผู้ภักดีต่อตระกูลคิมยาวนาน 2 ทศวรรษ

"คิม จองอึน" ร่วมพิธีศพ “คิม ยองนัม” อดีตปธ.สภาฯ เกาหลีเหนือ ผู้ภักดีต่อตระกูลคิมยาวนาน 2 ทศวรรษ

4 พ.ย. 2568 09:39 น.

“คิม จองอึน” ร่วมพิธีศพ “คิม ยองนัม” อดีตปธ.สภาฯ เกาหลีเหนือ ผู้ภักดีต่อตระกูลคิมยาวนาน 2 ทศวรรษ

“คิม ยองนัม” อดีตประธานสภาฯ ผู้ทำหน้าที่เสมือนประมุขของแห่งรัฐของเกาหลีเหนือ และผู้จงรักภักดีต่อตระกูลคิมมาอย่างยาวนาน 2 ทศวรรษ ถึงแก่กรรม ผู้นำคิม จองอึน เตรียมร่วมพิธีศพไว้อาลัย

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือเคซีเอ็นเอ รายงานว่า นายคิม ยองนัม อดีตประธานคณะกรรมการถาวรแห่งสภาประชาชนสูงสุด ซึ่งทำหน้าที่เสมือนประมุขแห่งรัฐของเกาหลีเหนือ ได้เสียชีวิตลง ด้วยภาวะอวัยวะหลายระบบล้มเหลว ขณะมีอายุ 97 ปี

ด้านนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เตรียมเดินทางไปเคารพศพในกรุงเปียงยาง เพื่อแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง 

ทั้งนี้ นายคิม ยองนัม เข้ารับตำแหน่งประธานสภา เมื่อปี 2541  และดำรงตำแหน่งจนถึงปี 2562 เขาเป็นผู้แทนรัฐในการต้อนรับผู้นำต่างชาติ และกล่าวสุนทรพจน์เชิงโฆษณาชวนเชื่อด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดในงานรัฐพิธีต่างๆ
แม้ไม่มีสายสัมพันธ์ทางเครือญาติกับตระกูลผู้นำสูงสุด แต่เขาเป็นหนึ่งในข้าราชการระดับสูงที่ภักดีต่อตระกูลคิมตลอดชีวิต แม้จะดำรงตำแหน่งประมุขเชิงพิธีการ แต่ผู้มีอำนาจแท้จริงยังคงเป็นตระกูลคิมที่ปกครองประเทศตั้งแต่การก่อตั้งในปี 2491.

อิสราเอลส่งร่างชาวปาเลสไตน์ 45 ศพกลับกาซา หลังฮามาสคืนร่างตัวประกัน 3 ศพ

อิสราเอลส่งร่างชาวปาเลสไตน์ 45 ศพกลับกาซา หลังฮามาสคืนร่างตัวประกัน 3 ศพ

4 พ.ย. 2568 06:38 น.

อิสราเอลส่งร่างชาวปาเลสไตน์ 45 ศพกลับกาซา หลังฮามาสคืนร่างตัวประกัน 3 ศพ

อิสราเอลส่งร่างชาวปาเลสไตน์กลับสู่ฉนวนกาซาอีก 45 ศพ หลังผลการตรวจสอบยืนยันว่า 3 ศพที่ฮามาสส่งคืนมาก่อนหน้านี้ เป็นร่างของตัวประกันจริง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซาที่ปกครองโดยกลุ่มฮามาสระบุในวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. 2568 ว่า อิสราเอลได้ส่งคืนร่างของชาวปาเลสไตน์ 45 รายกลับมายังฉนวนกาซาแล้ว ทำให้จำนวนศพที่อิสราเอลส่งคืนจนถึงตอนนี้เพิ่มเป็น 270 ศพ

ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนกลาง อิสราเอลจะส่งมอบศพของชาวปาเลสไตน์ 15 รายต่อร่างของตัวประกันที่เสียชีวิตแล้วที่ฮามาสส่งคืน 1 ราย

ผลการตรวจสอบทางนิติเวช เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อิสราเอลยืนยันว่า ร่างผู้เสียชีวิต 3 ศพที่กลุ่มฮามาสส่งคืนเมื่อวันก่อนหน้านั้น เป็นของตัวประกันที่ถูกกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ลักพาตัวไประหว่างการโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. 2566 จนกลายเป็นชนวนสงครามในฉนวนกาซาจริง

ตามการเปิดเผยของอิสราเอลศพดังกล่าวเป็นของ ร้อยเอก โอเมอร์ นิวทรา ชาวอเมริกัน-อิสราเอล อายุ 21 ปี ณ เวลาที่ถูกลักพาตัว, สิบตรี ออซ ดาเนียล อายุ 19 ปี และ พันเอก อัสซาฟ ฮามามี อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดที่ถูกกลุ่มฮามาสสังหาร

ฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มฮามาสระบุว่า พวกเขาพบร่างเหล่านี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ภายในอุโมงค์แห่งหนึ่งในฉนวนกาซาตอนใต้

ทั้งนี้ ในตอนที่ข้อตกลงหยุดยิงฉบับล่าสุดนี้เริ่มขึ้นเมื่อ 10 ต.ค. กลุ่มฮามาสยังมีตัวประกันในมือ 48 ราย โดยเป็นตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ 20 คน โดยฮามาสส่งคืนตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว แต่ค่อยๆ ทยอยส่งคืนร่างตัวประกันที่เสียชีวิต โดยอ้างว่า หลายศพถูกฝังใต้ซากปรักหักพัง และต้องใช้เวลาค้นหา

ปัจจุบัน ฮามาสคืนศพตัวประกันให้อิสราเอลแล้ว 20 ราย ประกอบด้วย ชาวอิสราเอล 18 ราย, ชาวไทย 1 ราย และชาวเนปาล 1 ราย ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลกล่าวหากลุ่มฮามาสว่าจงใจถ่วงเวลาในการส่งคืนร่างผู้เสียชีวิต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์บอกไม่รู้ ผู้ก่อตั้ง Binance เป็นใคร หลังให้อภัยโทษคดีฟอกเงิน

ทรัมป์บอกไม่รู้ ผู้ก่อตั้ง Binance เป็นใคร หลังให้อภัยโทษคดีฟอกเงิน

4 พ.ย. 2568 04:05 น.

ทรัมป์บอกไม่รู้ ผู้ก่อตั้ง Binance เป็นใคร หลังให้อภัยโทษคดีฟอกเงิน

โดนัลด์ ทรัมป์ เผย เขาไม่รู้ว่า จ้าว ฉางเผิง ผู้ก่อตั้งบริษัท Binance เป็นใคร หลังจากเพิ่งให้อภัยโทษมหาเศรษฐีคริปโตรายนี้ในคดีฟอกเงินเมื่อเดือนก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในรายการ 60 Minutes ของช่อง CBS News ซึ่งออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (2 พ.ย.) ทรัมป์ถูกถามเกี่ยวกับการอภัยโทษนาย จ้าว ฉางเผิง ผู้ก่อตั้งบริษัท Binance (ไบแนนซ์) ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฟอกเงิน และถูกศาลสหรัฐฯ พิพากษาให้จำคุก 4 เดือนเมื่อปีก่อน

คดีดังกล่าวยังทำให้นายจ้าว หรือรู้จักกันในชื่อ “CZ” ตกลงที่จะลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Binance ซึ่งเป็นบริษัทแลกเปลี่ยนเงินคริปโต ที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

นอรา โอ’ดอนเนลล์ ผู้ดำเนินรายการ 60 Minutes ถามนายทรัมป์ว่า เหตุใดเขาจึงอภัยโทษให้นายจ้าว แม้ว่าอัยการของรัฐบาลจะกล่าวว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิด “ความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ”

“โอเค พร้อมไหม? ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร” ประธานาธิบดีตอบ และเสริมว่า เขาจำไม่ได้ว่าเคยพบนายจ้าว และไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร เพียงแต่เขาได้รับแจ้งว่านักธุรกิจผู้นี้เป็นเหยื่อของการ “ล่าแม่มด” โดยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน เขาจึงตัดสินใจอภัยโทษให้

ระหว่างการให้สัมภาษณ์ นายทรัมป์ยังพูดถึงการสนับสนุนเงินคริปโตของเขาด้วย โดยย้ำว่า สหรัฐฯ ต้องทำให้แน่ใจว่าพวกเขาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ มิฉะนั้นอาจเสี่ยงที่จีนและคู่แข่งจะกุมความได้เปรียบ

ทั้งนี้ การอภัยโทษของนายทรัมป์เป็นการ “ยกเลิกข้อจำกัด” ที่เคยห้ามนายจ้าวไม่ให้ดำเนินกิจการทางการเงิน แต่ยังไม่ชัดเจนว่า มันจะเปลี่ยนแปลงสถานะของเขากับหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ หรือบทบาทของเขาที่ Binance หรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

หอคอยยุคกลางในกรุงโรมพังถล่มบางส่วน เจ็บสาหัส 1 เร่งช่วยคนติดภายใน

หอคอยยุคกลางในกรุงโรมพังถล่มบางส่วน เจ็บสาหัส 1 เร่งช่วยคนติดภายใน

4 พ.ย. 2568 03:13 น.

หอคอยยุคกลางในกรุงโรมพังถล่มบางส่วน เจ็บสาหัส 1 เร่งช่วยคนติดภายใน

หอคอยยุคกลางในกรุงโรมพังถล่มบางส่วน ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย และมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีก 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า มีหลักฐานว่าชายคนนี้ยังมีชีวิตอยู่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หอคอย “ตอร์เร เดย์ คอนติ” หอคอยยุคกลางซึ่งตั้งอยู่ชายขอบของลานประชาคมโรมัน (Roman Forum) อันมีชื่อเสียงในกรุงโรม และอยู่ใกล้กับโคลอสเซียม พังถล่มลงมาบางส่วน เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันจันทร์ที่ 3 พ.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย และมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังอีก 1 คน

ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซาน โจวานนี โดยมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต แต่นายฟรานเชสโก ร็อคคา หัวหน้ารัฐบาลแคว้นลาซิโอระบุว่า อาการของชายคนนี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือคนงาน 3 คนลงจากนั่งร้านได้สำเร็จ ก่อนที่ในเวลาประมาณ 13.00 น. ส่วนที่สองของหอคอยสูง 29 เมตรแห่งนี้ก็เริ่มพังทลายลงมาอีกครั้ง ทำให้คนงานอีกคนติดอยู่ที่ชั้นบน ขณะที่ทีมกู้ภัยไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่พวกเขาต้องหยุดปฏิบัติการกู้ภัยชั่วระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะกลับมาค้นหาต่อได้

จนถึงเย็นวันจันทร์ ทีมผู้เชี่ยวชาญยังคงพยายามช่วยเหลือชายที่ติดอยู่ภายใน โดยนายลัมแบร์โต จานนินี ผู้ว่าการกรุงโรมกล่าวว่า ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ซับซ้อนขึ้นเนื่องจากมีคนติดอยู่ภายใน แต่เรามีหลักฐานว่าเขายังมีชีวิตอยู่

“มันจะเป็นปฏิบัติการที่ยาวนานมาก เพราะเราต้องพยายามช่วยชีวิตบุคคลผู้นี้ แต่เราก็ต้องพยายามบรรเทาความเสี่ยงอันใหญ่หลวงที่ผู้ที่พยายามปฏิบัติการกู้ภัยกำลังเผชิญอยู่ด้วย” นายจานนินีกล่าว

ทั้งนี้ หอคอย ตอร์เร เดย์ คอนติ ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 เป็นส่วนหนึ่งของลานประชาคมโรมัน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในกรุงโรม อย่างไรก็ตาม หอคอยนี้ถูกปิดไม่ให้ผู้คนเข้าชมนานหลายปีแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมบูรณะในตอนที่มันพังถล่มลงมาบางส่วน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อังกฤษตั้งข้อหา มือแทงคนบนรถไฟ คาดโยงเหตุโจมตีอื่นอีก 4 คดี

อังกฤษตั้งข้อหา มือแทงคนบนรถไฟ คาดโยงเหตุโจมตีอื่นอีก 4 คดี

4 พ.ย. 2568 01:43 น.

อังกฤษตั้งข้อหา มือแทงคนบนรถไฟ คาดโยงเหตุโจมตีอื่นอีก 4 คดี

ชายผู้ก่อเหตุใช้มีดแทงคนบนรถไฟที่เคมบริดจ์เชียร์ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าและอื่นๆ อีกมากกว่า 10 กระทง และเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีอื่นอีก 4 คดีด้วย

สำนักงานตำรวจคมนาคมอังกฤษ (BTP) เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. 2568 ว่า นาย แอนโทนี วิลเลียมส์ วัย 32 ปี ผู้ก่อเหตุใช้มีดไล่แทงผู้คนจำนวนมากบนรถไฟสายดอนคาสเตอร์–ลอนดอนคิงส์ครอส เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า 10 กระทง, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย 1 กระทง และครอบครองวัตถุมีคมอีก 1 กระทง

นายถูกจับกุมบนรถไฟที่สถานีฮันติงดอน ในมณฑลเคมบริดจ์เชียร์ โดยนาย จอห์น เลิฟเลส ผู้กำกับการตำรวจคมนาคมอังกฤษ กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมภายในเวลา 8 นาทีหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉิน และตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 ในที่เกิดเหตุด้วย ก่อนจะปล่อยตัวไป หลังพิจารณาแล้วว่า เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้

นายวิลเลียมส์ยังถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่าอีก 1 กระทง และครอบครองวัตถุมีคมอีก 1 กระทง จากเหตุโจมตีที่สถานีรถไฟใต้ดินพอนทูน ด็อก (Pontoon Dock) ในลอนดอนตะวันออก เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 00.46 น.เสาร์ ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ตำรวจกำลังสืบสวนด้วยว่า นายวิลเลียมส์มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตี 3 ครั้งก่อนหน้านี้ด้วยหรือไม่ ได้แก่เหตุแทงเด็กอายุ 14 ปีบาดเจ็บที่เมืองปีเตอร์โบโร เมื่อเวลา 19.10 น. วันศุกร์ที่ 31 ต.ค., เหตุมือมีดโจมตีร้านตัดผมชายที่ย่านเฟลตตัน ในเมืองปีเตอร์โบโร เมื่อเวลา 19.25 น. วันเดียวกัน และเหตุโจมตีร้านตัดผมอีกแห่งในย่านเดียวกันในช่วงเช้าวันเสาร์ (1 พ.ย.)

น.ส.ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรกล่าวว่า นายวิลเลียมส์ “ไม่เป็นที่รู้จักของหน่วยงานด้านความมั่นคง, ตำรวจต่อต้านการก่อการร้าย หรือโครงการป้องกันใดๆ มาก่อน และตอนนี้เจ้าหน้าที่บอกข้อมูลของนายวิลเลียมส์ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เธอยืนยันว่า เขาเป็นพลเมืองอังกฤษ และเกิดในประเทศนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เหยื่อแผ่นดินไหวอัฟกานิสถานพุ่ง 20 ศพ บาดเจ็บเกิน 530 ราย

เหยื่อแผ่นดินไหวอัฟกานิสถานพุ่ง 20 ศพ บาดเจ็บเกิน 530 ราย

3 พ.ย. 2568 23:10 น.

เหยื่อแผ่นดินไหวอัฟกานิสถานพุ่ง 20 ศพ บาดเจ็บเกิน 530 ราย

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในภาคเหนือของอัฟกานิสถานทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 20 ศพ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 530 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของอัฟกานิสถานเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวระดับ 6.3 ในพื้นที่ทางเหนือของประเทศเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 20 ศพแล้ว และคาดว่าจำนวนอาจจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังไม่เสร็จสิ้น

แผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับเมืองมาซาร์อีชารีฟ (Mazar-e-Sharif) หนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของอัฟกานิสถาน ซึ่งมีประชากรประมาณ 500,000 คน เมื่อเวลาประมาณ 01:00 น.ของวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น

สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า แผ่นดินไหวมีขนาด 6.3 จุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึก 28 กม. และมันถูกจัดให้อยู่ในระดับการแจ้งเตือนขั้นสีส้ม ซึ่งหมายความว่า มีแนวโน้มที่จะเกิดการบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

กระทรวงสาธารณสุขของรัฐบาลตาลีบัน แห่งอัฟกานิสถานรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแผ่นดินไหวครั้งนี้มากกว่า 530 รายด้วย

นายฮาจี ไซด์ โฆษกของกลุ่มตาลีบันในจังหวัดบัลข์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองมาซาร์อีชารีฟ เปิดเผยผ่าน X ว่า พบผู้บาดเจ็บจำนวนมากในเขตโชลกรา ทางใต้ของเมืองมาซาร์อีชารีฟ และมีรายงานผู้บาดเจ็บกับความเสียหายเล็กน้อยในทุกเขตของเมืองแห่งนี้

แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับทั่วประเทศ รวมถึงในกรุงคาบูล ซึ่งเป็นเมืองหลวง หลังจากสายส่งไฟฟ้าจากอุซเบกิสถานและทาจิกิสถาน ซึ่งเป็นผู้จัดหาไฟฟ้าหลักให้กับอัฟกานิสถาน ได้รับความเสียหาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สื่อนอกตีข่าว ไทย-กัมพูชา เริ่มถอนอาวุธหนักจากชายแดนแล้ว

สื่อนอกตีข่าว ไทย-กัมพูชา เริ่มถอนอาวุธหนักจากชายแดนแล้ว

3 พ.ย. 2568 22:05 น.

สื่อนอกตีข่าว ไทย-กัมพูชา เริ่มถอนอาวุธหนักจากชายแดนแล้ว

สื่อนอกรายงานข่าวว่า ทหารของไทยและกัมพูชาเริ่มการถอนอาวุธหนักออกจากบริเวณชายแดนแล้ว ตามข้อตกลงที่ลงนามร่วมกันเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ไทยในวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. 2568 ว่า ทหารของไทยและกัมพูชาเริ่มการถอนอาวุธหนักและปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนพิพาทแล้ว โดยเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนลดความตึงเครียด หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามขยายการหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ก่อน

ผู้นำของไทยและกัมพูชาลงนามข้อตกลงหยุดยิงที่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากที่ความตึงเครียดบริเวณชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ ปะทุกลายเป็นการปะทะนาน 5 วันเมื่อเดือนกรกฎาคม

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยจะยังไม่ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ที่ถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง และจะยังไม่เปิดจุดผ่านแดน จนกว่าจะประเมินแล้วว่ากัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลง

ขณะที่โฆษกกระทรวงกลาโหมของไทย เปิดเผยในการแถลงข่าวว่า ปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยฝ่ายไทยเสนอให้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดใน 13 พื้นที่ และฝ่ายกัมพูชาเสนอ 1 พื้นที่

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (31 ต.ค.) ทั้ง 2 ประเทศออกแถลงการณ์ร่วมกันระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะถอนอาวุธหนักออกจากชายแดน โดยแบ่งเป็นสามระยะ เริ่มจากระบบจรวด ตามด้วยปืนใหญ่ จากนั้นจึงเป็นรถถังและยานเกราะอื่น ๆ

ต่อมาในวันเสาร์ (1 พ.ย.) กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาระบุว่า การถอนอาวุธในระยะแรกมีกำหนดใช้เวลา 3 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ขณะที่พลเรือตรี สุรศักดิ์ กล่าวในวันจันทร์ว่า “เราคาดว่าการถอนอาวุธหนักจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้”

พลเรือตรี สุรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ทั้ง 2 ประเทศยังตกลงเพิ่มความพยายามร่วมกันในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ และกำลังเร่งดำเนินการปักปันเขตแดนร่วมกันอย่างเร่งด่วนในพื้นที่ชายแดนที่มีข้อพิพาท

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna