ชงปิดสถานบันเทิงตี 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2560 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859397


นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในเดือน ม.ค.นี้ ตนพร้อมด้วยพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่สำรวจแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เพื่อรับทราบปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องข้อเรียกร้องจากผู้ประกอบการ สถานบันเทิงในภูเก็ต ขอให้จัดพื้นที่โซนนิ่ง โดยการขยายเวลาปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ต่างๆในพื้นที่หาดป่าตอง หาดกะรน จากขณะนี้ต้องปิดบริการในเวลา 01.00 น. ก็ขอให้ขยายเวลาปิดเป็น 04.00 น. เรื่องนี้ต้องขอดูสถานการณ์จริง และประเมินผลรอบด้านก่อน ว่ามีความเป็นได้มากน้อยเพียงใด ส่วนปัญหาความแออัดของผู้โดยสาร และระบบบริหารจัดการที่สนามบินภูเก็ต ล่าสุด ได้รับรายงานว่ามีการแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น โดยตนก็จะดูสถานที่จริงในการตรวจเยี่ยมจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้ด้วย เพื่อได้เห็นปัญหา และหาทางแก้ไขให้ดีขึ้นต่อไป

สำหรับมาตรการเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา (วีซ่า) ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย ที่ผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ขยายเวลาออกไปจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.นี้ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีน ที่เห็นผลว่ามีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยตัวเอง (เอฟไอที) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 70% จากเดิมอยู่ที่ 60% ของนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทย แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวลดการเดินทางแบบมากับบริษัททัวร์ ทั้งนี้ เทศกาลสงกรานต์ในเดือน เม.ย.นี้ เชื่อว่าบรรยากาศท่องเที่ยวจะยังคึกคัก ทั้งจากตลาดในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่ มาตรการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศ เช่น มาตรการทางภาษีจะมีหรือไม่ คงต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง แต่เชื่อว่าถ้าลักษณะการท่องเที่ยวเป็นไปในทิศทางที่ดีเช่นนี้ก็อาจไม่จำเป็น

“จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ.ที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4.55 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้ 240,000 ล้านบาท โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย รัสเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น”.

 

รถเมล์เอ็นจีวียังวนในอ่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2560 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859394


นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงสาเหตุคณะกรรมการตรวจรับของ ขสมก. ยังไม่ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 489 คัน ไปยังบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป จำกัดว่า คณะกรรมการตรวจรับต้องการให้การบอกเลิกสัญญาเป็นไปด้วยความรอบคอบและไม่เกิดปัญหาถูกฟ้องร้องในอนาคตได้ ขสมก.จำเป็นต้องสอบถามความเห็นเกี่ยวกับขั้นตอนการบอกเลิกสัญญาอย่างละเอียดเพิ่มเติมไปยัง 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขบวนการจัดทำสัญญาจัดซื้ออีกครั้งคือ สำนักงานอัยการสูงสุดและกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สำหรับประเด็นที่ ขสมก.สอบถามความเห็นมี 2 เรื่องคือ 1.ขั้นตอนการคิดค่าปรับกรณีส่งมอบรถล่าช้า และ 2.ขั้นตอนการบอกเลิกสัญญา

สำหรับขั้นตอนการคิดค่าปรับตามสัญญา กรณีคู่สัญญาส่งมอบรถล่าช้านั้นได้สอบถามไปยังกรมบัญชีกลาง เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ดูแลร่างสัญญาเกี่ยวกับขั้นตอนการคิดเงินค่าปรับ และการกำหนดอัตราการปรับตามสัญญากรณีที่คู่สัญญาส่งมอบล่าช้า ส่วนบอกเลิกสัญญาได้สอบถามไปยังอัยการสูงสุด ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขประกอบการประมูลจัดซื้อรถ ซึ่งหากได้รับหนังสือความเห็นจะเสนอบอร์ดในวันที่ 22 ก.พ.นี้.

 

“วิรไท” ชี้ภัยเศรษฐกิจ หวั่นธุรกิจเอสเอ็มอีไล่ไม่ทันเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2560 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859392


นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานสัมมนา “มองหาอนาคต 4.0” จัดโดยสภาธุรกิจไทย-จีน ในหัวข้อเรื่อง “เศรษฐกิจการเงินไทยท่ามกลางความท้าทายยุค 4.0” ว่า การก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดมีทั้งประโยชน์ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยนวัตกรรมใหม่ได้เปลี่ยนชีวิตของคนไทย ทั้งการสื่อสาร การสั่งซื้อสินค้า การเรียกรถสาธารณะหรือการใช้หุ่นยนต์แทนแรงงาน พลังของเทคโนโลยีสมัยใหม่จะทำให้บริการข้ามพรมแดนสะดวกขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจมีข้อมูลทางดิจิตอลของแต่ละบุคคล (Digital Footprint) เพื่อที่จะใช้ในการทำการตลาด การบริหารความเสี่ยงและวางแผนในอนาคต จะเป็นโอกาสให้คนจำนวนมากยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพใหม่ๆ การจ้างงานที่ลดลง ท้าทายการบริหารอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม

“เทคโนโลยีจะช่วยให้การพัฒนาประเทศข้ามขั้นเศรษฐกิจการเกษตรไปสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ได้โดยตรง ขณะเดียวกัน ประเทศที่ปรับตัวไม่ทันอาจจะทำให้ศักยภาพของการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจลดลง และเข้าสู่อัตราการขยายตัวต่ำต่อเนื่องระยะยาว ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีทำให้ความผันผวนของเหตุการณ์ในอีกซีกโลกกระทบตลาดทุน และตลาดเงิน นอกจากนี้ เทคโนโลยียังทำให้ความเหลื่อมล้ำรายได้สูงขึ้น เพราะคนที่มีทุนมากกว่าจะเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายกว่า ขณะที่อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี หากปรับตัวไม่ทันก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

นายวิรไทกล่าวว่า ประเทศไทยเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุค 4.0 ได้ใน 5 เรื่อง 1.ปรับภูมิทัศน์ของเศรษฐกิจไทย ปรับกรอบกฎหมาย กฎเกณฑ์ให้ทันสมัย 2.จะต้องพัฒนาคนไทยให้มีผลิตภาพสูงขึ้น ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ 3.ต้องส่งเสริมความร่วมมือกับภูมิภาคมากขึ้น 4.สร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเปราะบางของปัญหาภาคธุรกิจ และ 5.พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น.

 

ขายฝันรายได้บี้สิงคโปร์ เจ้าสัวธนินท์ชูทฤษฎี 3 สูง 1 ต่ำดันไทย 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2560 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859386


เจ้าสัว “ธนินท์” ขายไอเดียทฤษฎี 3 สูง 1 ต่ำ ฝันคนไทย 4.0 รวยขึ้นใน 10 ปี รายได้ต่อหัวไล่บี้ติดสิงคโปร์ ชาวนาหลุดพ้นสภาพหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ชี้เทคโนโลยีทำให้ผลผลิตล้นจะเกิดภาวะเงินฝืด พร้อมให้โอกาสคนรุ่นใหม่คิดนอกกรอบช่วยพัฒนาเครื่องมือให้ชาวนาไม่ต้องทำงานหนักต่อไป

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หรือเครือซีพี กล่าวในงานโอกาสประเทศไทย ในหัวข้อเสวนา “สร้างประเทศไทย 4.0 ให้เป็นจริงได้อย่างไร” ว่า หลังจากได้ฟัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องประเทศไทย แล้วมีความตื่นเต้น แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลก้าวทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ถ้าผู้นำมีความเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงจะนำประเทศเข้าสู่ยุค 4.0 ได้ไม่ช้าเกินไป จะเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศไทยและถือว่าอยู่ในเส้นทางการแข่งขันด้วยกันโดยที่ยังไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ สามารถนำคนเก่งจากต่างประเทศเข้ามาช่วยขับเคลื่อนได้

“โลกทุกวันนี้ทุกอย่างเข้าสู่ยุค 4.0 เทคโนโลยีต่างๆเริ่มสุกงอม และเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์มากขึ้น ทั้งเรื่องรถยนต์ไม่ต้องมีคนขับ เรื่องนาโนเทคโนโลยี มนุษย์จะใช้เวลาทำงานน้อยลงแต่ได้งานมากขึ้น ยุคนี้ทำงาน 1 ชั่วโมงแต่เทียบเท่าทำงาน 10 ชั่วโมงในสมัยก่อน ภาคธุรกิจและภาคเกษตรยุค 4.0 ต้องปรับตัวตามทฤษฎี 3 สูง 1 ต่ำ คือ ลงทุนสูงโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพสูง คุณภาพสูง และต้นทุนต่ำ ต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ กฎหมาย และ ผังเมืองของภาครัฐ ที่จะต้องวางระบบ และจัดการให้ถูกต้อง จะทำให้คนไทย 68-70 ล้านคนรวยขึ้นภายใน 10 ปีข้างหน้า เผลอๆรายได้ต่อหัวจะไล่ทันเทียบเท่าสิงคโปร์หรืออาจจะต่ำกว่าเล็กน้อย จากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณมากเพราะใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนมนุษย์ เมื่อคนมีเวลาว่างมากขึ้นก็จะท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการเพิ่มขึ้น คนใช้จ่ายเพิ่มขึ้น นักธุรกิจจะต้องคิดว่าจะผลิตสินค้าอะไรให้ตรงกับความต้องการ”

นายธนินท์กล่าวว่า เมื่อการผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น เศรษฐกิจก็จะดีขึ้น สินค้าจะผลิตออกมาในปริมาณมากจนล้นความต้องการ เงินเฟ้อจะหายและเกิดภาวะเงินฝืดขึ้นมาแทน ซึ่งยุคสมัยนี้การทำธุรกิจขึ้นอยู่กับความเร็วและคุณภาพเมื่อสินค้าเหลือล้นต้องแก้ไขด้วยระบบโลจิสติกส์ในการระบายสินค้าทั้งการขนส่งผ่านทางเครื่องบิน เรือ และรถยนต์ ต่อไปธุรกิจโลจิสติกส์จะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของโลกยุค 4.0 มีทั้งวิกฤติและโอกาส หากไม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงอาจจะถึงขั้นล้มละลาย แต่ก็เห็นว่าสามารถหาโอกาสได้มากกว่าที่จะเข้าสู่วิกฤติ โดยจะต้องก้าวให้ทันโลก และฟังคนรุ่นใหม่ให้มาก ให้คนรุ่นใหม่ได้คิดนอกกรอบและให้โอกาสเต็มที่ ซึ่งคนรุ่นใหม่ต้องการทำธุรกิจของตัวเอง โดยเฉพาะสตาร์ทอัพเป็นเทรนด์ของโลก ซีพีมีโครงการศูนย์ฝึกผู้นำ เพื่อสร้างคนหนุ่มสาวปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 คนสู่ธุรกิจบริการ สำหรับภาคเกษตรจะใช้เครื่องมือช่วยทำงานมากขึ้น แค่กดปุ่มเครื่องก็ทำงาน ทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น ชาวนาจะมีเกียรติ ทำงานน้อยลง สบายมากขึ้น ไม่ใช่หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินอีกต่อไป

ด้านนายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการบริหาร บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เรื่องแนวคิดต่างๆนั้นในประเทศไทยมีมาก ใครก็คิดได้ แต่ที่สำคัญคือต้องให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ทั้งที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนให้แรงจูงใจในการลงทุนไม่น้อยกว่าใคร แต่การลงทุนก็ยังน้อยอยู่ อาจจะเป็นเพราะนักลงทุนยังไม่ค่อยเชื่อและมองในระยะยาวมากกว่า เรื่องประเทศไทย 4.0 มองว่า ครอบคลุมหมดแล้ว แต่ยังขาดอยู่คือองค์ความรู้ ที่ผ่านมางบด้านการวิจัยและพัฒนาของไทยมีจำนวนน้อย ไม่ถึง 1% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

 

หุ้นสหรัฐฯ ทำนิวไฮวันที่ 5 ทรัมป์ย้ำจ่อเผยแผนลดภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.พ. 2560 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859458


ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ทำนิวไฮเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันแล้วเมื่อวันพุธ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยืนยันอีกครั้งว่าเขาจะเปิดเผยแผนลดภาษีในเร็วๆ นี้…

ตลาดสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 15 ก.พ. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 107.45 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 20611.86 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 11.67 จุด หรือ 0.50% ปิดที่ 2349.25 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 36.87 จุด หรือ 0.64% ปิดที่ 5819.44

ดัชนีหุ้นใหญ่ทั้ง 3 ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ก่อน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศว่าเขาจะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการลดภาษี ซึ่งเขาสัญญาไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ และล่าสุดในวันพุธ เขาย้ำเรื่องนี้อีกครั้งในการประชุมกับผู้ค้าปลีก โดยเขาจะเผยแผนการในอนาคตที่ไม่ไกลเกินไป และจะเป็นแผนการที่ดีและง่ายๆ.

 

“บิ๊ก กสทช.” ลงนาม “3 บีบี” ถึงบ้านพัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859380


พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2560 ที่ผ่านมา ตนได้ลงนามในใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภท 3 มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง ให้กับบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด หรือ 3 บีบี บริษัทในเครือบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือแจส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยใบอนุญาตมีอายุ 15 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.2560-29 ม.ค.2575

“ผมได้ลงนามในใบอนุญาตประกอบกิจการอินเตอร์เน็ตของ 3 บีบีแล้ว เป็นการลงนามตามที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เสนอมา ส่วนสาเหตุที่ยังไม่ลงนามเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมานั้น เพราะเมื่อมีกระแสสังคมทักทวงมา ก็ต้องขอเวลาพิจารณา แต่เมื่อพิจารณาแล้ว พบว่าบอร์ด กทค.มีมติเป็นเอกฉันท์ในเรื่องดังกล่าว ในฐานะประธาน กสทช. ก็ต้องลงนามในใบอนุญาต เช่นเดียวกันกับการลงนามใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ที่คณะกรรมการกิจกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เสนอมา ผมก็ต้องลงนามเห็นชอบตามที่บอร์ด กสท.เสนอมา ดังนั้นเรื่องการลงนามใบอนุญาต จึงถือเป็นลงนามตามปกติเท่านั้น”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทันทีที่ พล.อ.อ.ธเรศ เดินทางกลับจากต่างประเทศ ทางเจ้าหน้าที่ กสทช.ได้นำเอกสารการลงนามในใบอนุญาตของ 3 บีบี ไปให้ลงนามถึงบ้านพัก เพื่อความรวดเร็ว และไม่ต้องการถูกกล่าวหาว่ากลั่นแกล้งเอกชน และเร็วๆนี้ ก็จะมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศอีก จำเป็นต้องเคลียร์งานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ 3 บีบีได้รับใบอนุญาตครั้งแรกเมื่อ 29 ก.พ.2554-28 ก.พ.2569 มีลูกค้า 2.5 ล้านราย เหลืออีก 9 ปี แต่ได้ยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตอีก 20 ปี เนื่องจากมีแผนการลงทุนขยายโครงข่ายอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ.

 

“เคทีซี” เฮ! ทำนิวไฮ 4 ปีซ้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2560 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859377


นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มจะขยายตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย ภาวะการเงินที่เริ่มผ่อนคลาย ซึ่งจะส่งผลให้การใช้จ่ายภาคเอกชนทั้งการบริโภคและการลงทุนมีแนวโน้มฟื้นตัว สำหรับอุตสาหกรรมสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในภาพรวมเติบโตในลักษณะชะลอตัวลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีรายได้สูง และกลุ่มลูกค้า Gen Y ที่เพิ่งเริ่มมีบัตรเครดิต

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 59 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2,495 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 นับเป็นกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นทำสถิติต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน เป็นผลจากรายได้ธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ความสามารถในการบริหารต้นทุนการเงินให้ต่ำอย่างต่อเนื่อง สัดส่วนค่าใช้จ่ายการดำเนินงานต่อรายได้รวมคงที่ ตลอดจนการรักษาประสิทธิภาพในการติดตามหนี้และการบริหารควบคุมคุณภาพพอร์ตลูกหนี้

“เคทีซียังคงขยายตัวต่อเนื่องในทุกมิติ ทั้งธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล โดยมีสัดส่วนของลูกหนี้บัตรเครดิตเทียบกับอุตสาหกรรมที่ 12.9% เพิ่มขึ้นจาก 12.3% ในปี 2558 ส่วนแบ่งการตลาดในด้านมูลค่าของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2559 ที่ 11.1% เติบโตจากปีที่ผ่านมา 10.5% และมีสัดส่วนของลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเคทีซีเทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 6.5% เพิ่มขึ้นจาก 5.7% ในปีที่ผ่านมา”.

 

“ไตรภพ” เบนเข็มสู่ธุรกิจใหม่ครัวคุณต๋อย Expo season 2-on tourเริ่มแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859368


นายไตรภพ ลิมปพัทธ์ พิธีกรชื่อดังเจ้าของรายการ “ครัวคุณต๋อย” เปิดเผยว่า งาน “ครัวคุณต๋อย Expo season 2” กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 23-26 ก.พ.นี้ ที่ฮอลล์ 9 อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี ในพื้นที่ที่กว้างขวางขึ้น เพื่อรองรับร้านอาหารที่ครัวคุณต๋อยการันตีว่า “อร่อย” และได้มาตรฐานจริงกว่า 200 ร้านค้า หลังจากที่ season แรกซึ่งจัดที่ Emquartier มีคนเข้าร่วมงานกว่า 400,000 ราย จาก 80 ร้านอาหารที่นำมา

สำหรับ “ครัวคุณต๋อย Expo season 2” ที่เมืองทองธานีนี้จะมีการรวบรวมร้านอาหารดังจากทั่วประเทศเข้ามาร่วมงานด้วย โดยพ่อแม่พี่น้องไม่ต้องตามไปหาที่ไหนอีก เพราะสามารถพบได้ในงานนี้ “ใครอยากซื้ออาหารคาว-หวานเป็นของฝากผู้หลักผู้ใหญ่ ก็ซื้อหากันได้ในงาน จากอาหารไทยแท้ๆ มากกว่า 100 ร้าน อาหารหวานแบบไทยก็มีให้เลือกหาทุกชนิด เราไม่ได้ขายบูธ แต่คัดเอาร้านอาหารที่มีคุณภาพมาตรฐานและอร่อยของครัวคุณต๋อยมา”

สิ่งที่พิเศษในงานก็คือ นำเสนอให้ผู้เข้าร่วมงานโหลด แอพพลิเคชั่นครัวคุณต๋อย เพื่อพบกับร้านอาหารไทยคุณภาพที่แนะนำให้ไปลิ้มรส กับเมนูอาหารที่มีมากถึง 800 เมนู โดยเพิ่มสูตรลับตำราอาหารปลายจวักที่เป็นที่ต้องการ และร้านอาหารที่มีสโลแกนว่า “ไม่กินถือว่าผิด” มานำเสนอ พร้อมๆกับร้านอาหารของเหล่าดาราชื่อดังในวงการด้วย

นายไตรภพกล่าวด้วยว่า เขากำลังต่อยอดธุรกิจจากการเป็นเจ้าของคอนเทนต์ในรายการทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เช่น รายการ Today Show และครัวคุณต๋อย สู่การทำธุรกิจแมกกาซีนสูตรอาหารไทย และธุรกิจท่องเที่ยวในแบบ “ครัวคุณต๋อย on tour” ที่จะใช้พิธีกรร่วมรายการคือนายกีรติ เทพธัญญ์ (เอ๊าะ) เป็นหัวหน้าทัวร์นำพาคณะไปรับประทานอาหารจากร้านอาหารชื่อดังหลายประเภทในเมืองต่างๆของญี่ปุ่น “ผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานขอเชิญทางนี้”

เขายังบอกด้วยว่า สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำมากที่สุดก็คือ ไปให้ถึงนโยบายรัฐบาลที่จะทำครัวไทยสู่ครัวโลกให้สำเร็จและสมบูรณ์แบบให้ได้ “ถ้าตั้งใจสร้างมาตรฐานให้กับร้านอาหารไทย ผมว่าเราทำสำเร็จได้ ยิ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือกับมิชลินเข้ามาแนะนำร้านอาหารดีๆในประเทศไทย ผมก็ยิ่งเชื่อว่าร้านอาหารตามมาตรฐานและคุณภาพของผมจะต้องได้
รับการแนะนำจากมิชลินแน่ ผมการันตีได้”.

 

แอพ “ลาล่ามูฟ” บุกไทย รับขนส่ง “อีคอมเมิร์ซ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2560 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859352


นายสันทิต จีรวงศ์ไกรสร ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค ฝ่ายดำเนินงาน ลาล่ามูฟ (Lalamove) ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นบริการขนส่งสินค้าแบบออนดีมานด์ เปิดเผยว่า การเติบโตของบริษัท เป็นไปตามการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยปีที่ผ่านมาลาล่ามูฟ มีอัตราขยายตัวของฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น 600% โดยมีผู้ใช้ในไทยทั้งสิ้น 210,000 ราย มูลค่าการใช้บริการเป็นเงิน 120 ล้านบาท โตกว่าปีก่อนหน้า 6 เท่า

ทั้งนี้ ลาล่ามูฟเป็นสตาร์ทอัพที่ให้บริการแอพพลิเคชั่นขนส่งสินค้าจากฮ่องกง ปัจจุบันให้บริการในประเทศจีนเป็นหลัก และอีก 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย และฟิลิปปินส์ หลังเปิดบริการเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ปัจจุบันธุรกิจในไทยเติบโตสูงที่สุดใน 5 ประเทศ ทั้งแง่รายได้และลูกค้า โดยกำลังจะบรรลุจุดคุ้มทุนภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า ซึ่งธุรกิจนี้ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ตามความนิยมในการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยปัจจุบันลาล่ามูฟถือเป็นเบอร์ 1 ในประเทศที่ให้บริการขนส่งสินค้าออนดีมานด์ ซึ่งเป็นการส่งแบบทันที (1-2 ชั่วโมงหลังมีคำสั่งซื้อบริการ) โดยในจำนวนคนขับในเครือข่ายถึง 17,000 คน.

 

“พีทีทีจีซี” วาดแผนทิศทาง 5 ปี น้ำมันแพงดันกำไร 2.5 หมื่น ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 ก.พ. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/859348


นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือพีทีทีจีซี เปิดเผยว่า แผนการลงทุนระยะเวลา 5 ปี ของบริษัทระหว่างปี 2560-2565 จะใช้เงินลงทุนรวม 150,000 ล้านบาท โดยมาจากกระแสเงินสดของบริษัท และในปีนี้จะใช้เงินลงทุน 50,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเข้าซื้อธุรกิจปิโตรเคมี ของกลุ่ม ปตท. และการลงทุนโครงการผลิตเม็ดพลาสติก เป็นต้น

ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2559 มีกำไร 25,602 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25% จากปี 2558 โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น สำหรับปีนี้ บริษัทคาดว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับราคา 52-55 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เนื่องมาจากความต้องการใช้น้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และความต้องการใช้น้ำมันของโลกจะเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 97.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน

สำหรับการดำเนินงานโครงการ MAX หรือโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กร โดยมีเป้าหมายหลักที่จะยกระดับผลประกอบการให้ดีขึ้นได้ในลักษณะต่อเนื่องทุกปี โดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพิ่มผลกำไรของบริษัท ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และลดค่าใช้จ่าย ขณะนี้ บริษัทอยู่ในขั้นตอนที่เริ่มดำเนินงานตามแผนที่วางไว้

ขณะที่ความคืบหน้าและโครงการลงทุนต่างๆในปีนี้ ล่าสุด คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทเอกชน ที่ดำเนินธุรกิจสายโพรพิลีน สายเคมีภัณฑ์ชีวภาพ และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท

จาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่จะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของบริษัท มีความคล่องตัว ลดขั้นตอนการดำเนินงาน และสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Synergy Benefit) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.