ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ม.ค. 2560 07:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844079

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ม.ค. 2560 07:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844079

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ม.ค. 2560 07:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844011

สำหรับ 7 โครงการตามแผนยุทธศาสตร์พีพีพีที่จะดำเนินการในปี 2560 ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี, โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก ช่วงตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม แห่งประเทศไทย, โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-วงแหวนกาญจนาภิเษก, โครงการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนในการเดินรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ระยอง, โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หัวหิน และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายนครปฐม-ชะอำ
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการพีพีพียังได้รับทราบความคืบหน้าโครงการพีพีพีฟาสต์แทร็ค 3 โครงการมูลค่าลงทุน
ประมาณ 200,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ที่อยู่ระหว่างการคัดเลือกบริษัทเอกชน โดยจะคัดเลือกบริษัทเอกชนแล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ.นี้ สำหรับอีก 1 โครงการคือ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ จะคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาให้ สคร.และอัยการสูงสุดพิจารณาให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ม.ค.นี้
สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 2 โครงการคือ สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่ก่อนหน้านี้มีข้อติดขัดเรื่องการเวนคืนที่ดินนั้น ล่าสุดกฤษฎีกาได้ตอบแล้วว่าสามารถให้เอกชนร่วมทุนได้.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ม.ค. 2560 07:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844008

ทั้งนี้ การเติบโตจากจำนวนราย ที่จำกัดอยู่เพียงไม่กี่ราย และสินค้าไม่กี่ประเภท หรือในบางตลาดที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลง หากมีอะไรเล็กๆน้อยๆ มากระทบกับผู้ส่งออกไม่กี่ราย ก็จะกระทบต่อภาพรวมได้ง่ายๆ และการที่ผู้ส่งออกเป็นผู้นำเข้าด้วย รวมทั้ง การใช้นโยบายดูแลแบบเดิม เช่น การแข่งด้วยค่าเงินบาทอ่อน อาจใช้ไม่ได้ผล เพราะผู้ส่งออกมักเป็นผู้นำเข้าด้วย ฉะนั้น เงินบาทอ่อนดีต่อการส่งออก แต่ก็ไม่ได้ดีกับการนำเข้า หรือการสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่คำตอบที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการ
“ภาพรวมของมูลค่าส่งออก 15 ปีที่ผ่านมา ถูกขับเคลื่อนโดยผู้ส่งออกหน้าเก่า ที่อยู่ในตลาดเป็นส่วนใหญ่ โดยมีผู้ประกอบการหน้าใหม่เป็นตัวเสริม แต่ปี 2554-2558 ผู้เล่นเดิมอ่อนแอลงมาก มีอัตราการเติบโตของมูลค่าส่งออกลดลง 0.5% สวนทางกับผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีอัตราการโต 2.4%”.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ม.ค. 2560 06:45
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844004

“สถิติการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ พบว่าช่วงเวลากลางวันและพลบค่ำรวมกัน คิดเป็น 75% ของการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด การเปิดไฟหน้ารถ ในเวลากลางวัน จะช่วยลดอุบัติเหตุลงได้ 30% ทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ที่ร่วมทางสามารถมองเห็น ในทุกสภาพอากาศและทุกช่วงเวลา ช่วยเพิ่มระยะการมองเห็นรถยนต์ ที่เปิดไฟหน้ารถในเวลากลางวันจาก 670 เมตร เป็น 1,400 เมตร และขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนน มีน้ำใจรักษาวินัยจราจร ศึกษาเส้นทางที่จะเดินทางเพื่อความปลอดภัย ของผู้ใช้ทางและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ”.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ม.ค. 2560 06:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844002

รัฐบาลดึง “มิชลิน ไกด์” ช่วยสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวมาไทยแล้วมีการใช้จ่ายด้านอาหารมากขึ้น ด้วยการจัดทำ “มิชลิน ไกด์บุ๊ค แบ็งค็อก” พร้อมกับให้ดาวมิชลินสำหรับร้านอาหารในไทย “ธนะศักดิ์” เผยตอนนี้ในอาเซียนมีเพียงสิงคโปร์ที่เข้าร่วมมิชลิน ไกด์บุ๊ค และไทยจะเป็นประเทศที่ 2
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในการประชุมสมาชิกร่วมระหว่างสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) และสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ว่า รัฐบาลมีแผนจะผลักดันค่าใช้จ่ายในหมวดหมู่อาหารของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยภายใน 2-3 สัปดาห์จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการที่การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) จะเซ็นสัญญาร่วมมือกับมิชลินไกด์ คู่มือแนะนำโรงแรมและร้านอาหารระดับโลก เข้ามาสำรวจและจัดทำคู่มือแนะนำร้านอาหารที่ได้รับมาตรฐานของมิชลิน ได้แก่ มิชลิน ไกด์บุ๊ค แบ็งค็อก พร้อมกับให้ดาวมิชลินสำหรับร้านอาหารในไทยด้วย ซึ่งโครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป
สำหรับงบประมาณที่คาดว่าจะใช้รวมทั้งสิ้น 4.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 144.5 ล้านบาท) โดยแบ่งเป็นปีแรก 900,000 ดอลลาร์ (ราว 31.7 ล้านบาท) และอีก 4 ปีต่อมาใช้ปีละ 800,000 ดอลลาร์ (ราว 28.2 ล้านบาท) ซึ่ง ครม.จะต้องเห็นชอบให้ ททท.เป็นหน่วยงานที่เข้าไปเซ็นสัญญากับมิชลินในฝรั่งเศส รวมถึงอนุมัติให้บรรจุเป็นงบผูกพันลงในแผนงบประมาณประจำปีของ ททท.ในระยะ 5 ปีต่อไปนี้ด้วย
ทั้งนี้ เมื่อรัฐบาลให้การรับรองโครงการดังกล่าวและพร้อมเดินหน้าแล้ว จะทำให้ไทยเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ที่ได้เข้าร่วมกับมิชลิน ไกด์บุ๊ค ตั้งเป้าว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยส่งเสริมกลยุทธ์กระตุ้นรายจ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวมาไทยให้เพิ่มได้ถึง 10% เนื่องจากตามปกติ ชาวต่างชาติที่มาไทยจะใช้จ่ายด้านอาหารอยู่ที่ราว 60% ของการใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งด้วยชื่อเสียงของมิชลินที่ยาวนานนับร้อยปี และมีผู้พร้อมตามรอยเข้ามาจำนวนมาก จะทำให้ไทยได้กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพตามที่ต้องการด้วย
นอกจากนั้น หวังผลคู่ขนานในการกระตุ้นให้ร้านอาหารในไทยปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานบริการต่างๆด้วย เนื่องจากมิชลินจะเป็นผู้เข้ามาสุ่มตรวจสอบร้านอาหารต่างๆด้วยตัวเอง ซึ่งระยะเวลาโครงการที่ต่อเนื่อง 5 ปี เชื่อว่าจะทำให้ร้านอาหารต่างๆที่ต้องการมีรายชื่อเข้าไปบรรจุในไกด์บุ๊ค ต้องรักษาคุณภาพของตัวเองให้ได้ในระยะยาวด้วย และไม่ใช่เฉพาะร้านอาหารขนาดใหญ่เท่านั้นที่จะมีส่วนร่วมได้ เพราะจากตัวอย่างที่มิชลินได้ดำเนินการร่วมกับสิงคโปร์ไปแล้วนั้น ร้านอาหารในฟู้ดคอร์ตก็สามารถถูกบรรจุรวมในไกด์บุ๊คได้เช่นกัน หากตรงตามมาตรฐานที่มิชลินตั้งไว้
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หลังจากการทำงานใกล้ชิดร่วมกับภาคเอกชนซึ่งรวมตัวกันในนามของสมาคมท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ แอตต้า สมาคมโรงแรม ทำให้ในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมบรรลุตามเป้าหมายที่ 32.5 ล้านคน และในปีนี้คาดว่าจะทำรายได้รวมทั้งตลาดในและต่างประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 2.7 ล้านล้านบาท ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่าจะสูงมากกว่านั้นแน่นอน และพร้อมรับฟังความคิดเห็นต่อเนื่องจากภาคเอกชน หากต้องการให้ช่วยผลักดันมาตรการส่งเสริมตลาดอย่างไร โดยมาตรการลดค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับ 19 ประเทศที่ดำเนินการไปแล้วและจะสิ้นสุดในเดือน ก.พ.นี้นั้น ขณะนี้กำลังเตรียมเสนอให้ ครม.อนุมัติต่ออายุมาตรการออกไป ซึ่งตามข้อเสนอในรอบนี้ต้องการระยะเวลาเพิ่มอีก 6 เดือน แต่ขึ้นอยู่กับการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน
“อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างรายได้ในสัดส่วน 17-18% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเดิมอยู่ที่ 16% ซึ่งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาผ่านวิกฤติที่ต้องเผชิญหลายช่วง แต่ได้ความร่วมมือของสมาคมท่องเที่ยวทำงานร่วมกัน และยินดีจะให้ความช่วยเหลือหากมีข้อเสนอใดๆเข้ามาเพิ่มเติม”.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ม.ค. 2560 06:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843996

“จำนวนโครงการที่ขอรับส่งเสริมเมื่อปีที่ผ่านมา สูงกว่าถึง 56% เมื่อเทียบกับปี 2558 ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนในปีที่ผ่านมาก็สูงกว่าถึง 196% โดยปี 2558 มีมูลค่า 197,740 ล้านบาท ขณะที่เม็ดเงินลงทุนจริง เมื่อปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 490,000 ล้านบาท ถือว่าใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ชี้ให้เห็นสัญญาณลงทุนที่ดีขึ้นต่อเนื่อง จึงมองว่าการลงทุนจริงๆที่จะเกิดในปีนี้ จะอยู่ที่ 600,000 ล้านบาท”
สำหรับปัจจัยสำคัญๆที่จะเอื้อให้การลงทุนปีนี้ขยายตัว จะมาจากการที่พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน (พ.ร.บ.) บีโอไอ ที่ล่าสุดได้มีการแก้ไข ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งจากนี้จะได้นำมาพิจารณาว่ากลุ่มอุตสาหกรรมใดบ้างที่เข้าข่ายจะได้รับสิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) บีโอไอเพื่อแถลงให้นักลงทุนทราบ ในเวทีงานสัมมนาและนิทรรศการ โอกาสทางการลงทุนในประเทศไทย (Opportunity Thailand 2017) ที่จะจัดขึ้นวันที่ 15 ก.พ. นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ที่รอประกาศราชกิจจานุเบกษา โดยทั้งหมดจะเป็นกลไกสำคัญที่จะดึงดูดการลงทุน.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ม.ค. 2560 06:13
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844063

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 25 ม.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 155.80 จุด หรือ 0.78% ปิดที่ 20068.51 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 18.330 จุด หรือ 0.80 % ปิดที่ 2298.37 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 55.38 จุด หรือ 0.99% ปิดที่ 5656.34 จุด
กระแสความคาดหวังนโยบายหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ดัชนีหุ้นใหญ่ทั้ง 3 ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตั้งแต่รู้ผลเลือกตั้งประธานาธิบดี ก่อนกระแสจะแผ่วไปในช่วงไม่กี่วันก่อนที่นายทรัมป์ จะสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม ตลาดสหรัฐฯ กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดสหรัฐฯ กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากนายทรัมป์ลงนามคำสั่งสานต่อโครงการสร้างท่อส่งน้ำมัน 2 โครงการ ที่ถูกรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา ระงับไป เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ม.ค. 2560 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843994

ส่วน พ.ร.บ.ดีอี ถือเป็นเครื่องมือในการทำงานของกระทรวงดีอี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลนั้น ภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ คือ การนำแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2559 มาทบทวนใหม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน โดยงานเร่งด่วนที่ดำเนินงานภายใน 30 วัน จะต้องเร่งเสนอระเบียบพื้นฐาน เช่น ระเบียบการประชุม ระเบียบเบี้ยประชุม ระเบียบการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ นอกจากนั้นจะมีการตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศด.) และยกเลิกสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า เปลี่ยนเป็นสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ม.ค. 2560 05:45
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843989

นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ประเมินว่าราคาทองคำปี 60 จะยังไม่เป็นขาขึ้นรอบใหญ่ แต่จะผันผวนมากกว่าปี 59 คาดว่าปีนี้ทองคำจะสร้างผลตอบแทนที่ 10-15% ให้นักลงทุนมากกว่าปีก่อนที่สร้างผลตอบแทน 7-8% มีปัจจัยหนุนจากความเสี่ยงในภาคการเงินของประเทศในยุโรป นโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯคนล่าสุด “โดนัลด์ ทรัมป์” และปัญหาเศรษฐจีนที่ยังชะลอตัว ทำให้นักลงทุนทองสามารถถือเพื่อรับกำไรได้มากถึงบาทละ 500-800 บาท จากปีก่อนที่จะถือเพื่อขายทำกำไรได้บาทละ 200-300 บาท “ไตรมาส 1-3 เป็นช่วงขาขึ้นของราคาทองคำ โดยจะขึ้นแรงไตรมาส 1 คาดว่าจะมีกรอบราคาอยู่ที่บาทละ 19,000-22,000 บาท หรือ
1,150-1,350 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จากทั้งปีที่คาดว่าจะมีกรอบที่บาทละ 18,000-22,000 บาท หรือ 1,350-1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ค่าเงินบาทที่ 35.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หากเกิดวิกฤติจะทำให้ราคาทองพุ่งไปถึง 1,450 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ แต่ยังมีปัจจัยกดดันราคาทองคือการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ 1-2 ครั้งในช่วงกลางปีและปลายปี และหากเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศดีขึ้นจะส่งผลให้กำไรบริษัทเอกชนดี ทำให้การลงทุนในหุ้นให้ผลตอบแทนดีกว่าทองคำ”
นายกมลธัญกล่าวต่อว่า บริษัทได้จัดกิจกรรมนำทองคำแลกคอนโด ดิ เอนเนอร์จี้ หัวหิน ที่มีราคาขายยูนิตละ 2.6-16 ล้านบาท โดยสามารถนำทองคำมาแลกได้ทั้ง 100% ของราคาห้อง โดยกำหนดราคาทองคำ 1 บาท ใช้แทนเงินสดเพื่อซื้อ
คอนโดได้สูงถึง 28,000 บาท เปิดให้แลกถึง 31 มี.ค.นี้ ซึ่งกิจกรรมนี้จะช่วยให้นักลงทุนที่ติดดอยถือทองคำในราคาสูงสามารถหาทางลงและผันเงินไปลงทุนสินทรัพย์อื่นได้ง่ายขึ้น ด้านนายดุลยทัณฑ์ กรณฑ์แสง กรรมการบริหาร บริษัท บ้านราชประสงค์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ไตรมาส 3 ปีนี้จะก่อสร้างโครงการดิ เอนเนอร์จี้ หัวหิน ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 180 ไร่ ให้แล้วเสร็จ 100% จากปัจจุบันสร้างแล้วเสร็จ 90% ทั้งโครงการมีห้องพัก 6,525 ห้อง มียอดขายแล้ว 4,500 ห้อง หรือ 80% ที่เหลืออีก 20% คาดว่าจะขายได้หมดปีนี้ ทั้งนี้ มีแผนนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นภายในไตรมาส 2 ปี 61.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 26 ม.ค. 2560 05:45
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/844238

คฑา ชินบัญชร ร่วมกับ ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ เปิดงาน “The Mall Golden Shine Market” (เดอะมอลล์ โกลเด้นท์ ชายน์ มาร์เกต) ตลาดจีนสุดอลังการ รวบรวมเมนูร้านดังต้อนรับตรุษจีน โดยมี พิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์, จิรพัฒน์ สินไชย, พูนทรัพย์ มิ่งวัฒนบุญ, มาลินี สุตังคานุ และวิริฒิพา ภักดีประสงค์ ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้นจี เดอะมอลล์ บางกะปิ งานจัดตั้งแต่วันนี้ – 3 กุมภาพันธ์ 2560