โจรแจกหนัง EP.1 แฉเบื้องหลังเว็บดูหนังฟรี ไล่สูบผลงานชาวบ้าน สร้างรายได้อู้ฟู่!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2560 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843086


“ดูหนัง…” คำค้นหาแสนเรียบง่ายที่เราบรรจงพิมพ์ลงไปใน search engine ของเว็บไซต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Google และเพียงไม่ถึงอึดใจ เว็บไซต์ดูหนังฟรีมากมายก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าให้เราได้เลือกสรรอย่างไม่รู้จบ…

หนังไทย หนังเทศ ซีรีส์ดัง หนังHD มัดรวมมาให้คุณแล้วตรงหน้า หากคุณอยากเพลิดเพลินจำเริญใจกับเรื่องใด เพียงคลิกง่ายๆ ที่ปลายนิ้ว จากนั้น ภาพยนตร์เต็มเรื่องที่ถูกคิด ถูกผลิตมาอย่างตั้งใจ และใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลก็จะเริ่มฉายอยู่บนหน้าจอโน้ตบุ๊ก หรือแม้กระทั่งบนสมาร์ทโฟนคู่ใจของคุณ…“คุณกำลังทำผิดต่อใครหรือไม่ รู้สึกผิดบ้างไหม คุณถามตัวเองหรือยัง?”

ผู้สื่อข่าว จากทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พิมพ์คำค้นหาว่า “ดูหนัง”, “ดูหนังออนไลน์” ลงบนเว็บไซต์ Google ซึ่งพบว่า มีเว็บไซต์ movie2free, newmovie-hd, mastermovie-hd, nungmovies-hd และ 037hd ปรากฏอยู่บน 5 อันดับแรกบนหน้าเว็บไซต์ Google ทุกครั้งที่ผู้สื่อข่าวทำการค้นหา

เมื่อกดเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ผู้สื่อข่าวไล่เรียงมาแล้วข้างต้น พบว่า เว็บไซต์เหล่านี้มีแบนเนอร์โฆษณาสินค้าประเภทต่างๆ ปรากฏอยู่มากมายทั้งในหน้าแรกของเว็บไซต์ และในหน้าที่มีการเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งบางเว็บไซต์มีจำนวนโฆษณามากถึง 5 ชิ้นภายในหน้าเดียว และคุณรู้หรือไม่ว่า พวกเขาทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร? เอาภาพยนตร์ไทย-เทศมากมายมาจากไหน? รายได้ของคนเหล่านี้อยู่ที่เท่าไหร่? มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกัน!

ถลกกระเป๋าสตางค์โจรขโมยหนัง รายได้ต่อเดือนสุดอึ้ง!

แหล่งข่าวจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเบื้องลึกเบื้องหลังของแก๊งจอมโจรขโมยหนัง (แหล่งข่าวเรียกกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมละเมิดลิขสิทธิ์ไว้เช่นนั้น) ว่า ในช่วงแรกๆ ที่เว็บไซต์ดูภาพยนตร์เถื่อนอย่าง newmovie-hd, mastermovie-hd ถือกำเนิด ณ ขณะนั้น เว็บไซต์จำพวกนี้ยังไม่มีโฆษณาสักชิ้น แต่กระนั้น พวกเขาก็ยังอัพโหลดภาพยนตร์ขึ้นเว็บไซต์ให้ดูกันฟรีๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่อมาภายหลัง ผู้คนก็เริ่มรู้จักเว็บไซต์ดูภาพยนตร์เถื่อน และหันมาดูภาพยนตร์จากเว็บไซต์เหล่านี้กันมากขึ้น จนทำให้สินค้าประเภทต่างๆ ยอมควักเป๋าสตางค์ลงทุนโฆษณาในเว็บไซต์เถื่อนเหล่านี้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

แหล่งข่าวท่านเดิม กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โดยปัจจุบัน เว็บไซต์ดูหนังเถื่อนเหล่านี้ มีพัฒนาการเพิ่มมากขึ้นถึงขั้นที่ว่า เปิดระบบสมาชิก หรือระบบ VIP ให้ผู้ชมทั่วไปสมัครสมาชิกเพื่อเข้าไปรับชมภาพยนตร์แนว 18+ หรือภาพยนตร์ที่มีคุณภาพคมชัดระดับ HD ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์ดูภาพยนตร์เถื่อนก็จะมีรายได้เพิ่มเติมจากส่วนนี้นอกเหนือจากการขายโฆษณาอีกด้วย

“เว็บไซต์ดูภาพยนตร์ฟรี 5 อันดับแรก จะมีการคิดค่าโฆษณาขั้นต่ำราวๆ 10,000 บาท ต่อ 1 ป้าย ต่อ 1 เดือน รวมป้ายโฆษณาทั้งหมดในเว็บไซต์ประมาณ 10 ป้าย เพราะฉะนั้น เท่ากับว่า เขาจะมีรายได้จากการโฆษณา 1 แสนบาทต่อเดือน หรือบางเว็บไซต์อาจมีรายได้สูงถึงหลัก 2 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างต่ำ แต่รายได้ที่กลับมานั้นมหาศาล” แหล่งข่าวจาก ปอท. เผยถึงเบื้องหลังโจรขโมยหนัง

นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เปิดเผยกับทีมข่าวในเรื่องเดียวกันนี้ว่า “หากเว็บไซต์นั้นๆ มียอดผู้ชมจำนวนมากๆ ราคาค่าโฆษณาต่อ 1 ชิ้น จะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นบาทหรือในกรณีเว็บไซต์ที่มีจำนวนผู้ชมรองลงมา ก็จะมีราคาค่าโฆษณาต่อ 1 ชิ้นราวๆ หลักพันบาท รวมกัน 1 เดือน รายได้ของคนทำเว็บไซต์จำพวกนี้ ก็จะอยู่ที่หลักแสนบาทต่อเดือน หรือหากคิดรวมๆ กันแล้ว เว็บไซต์ดูหนังฟรีพวกนี้จะมีรายได้อยู่ที่ 100 ล้านบาทต่อปี

“แต่สิ่งที่น่ากังวลตามมาก็คือ เว็บไซต์ดูภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านี้ จะมีข้อมูลของเหล่าผู้ชมที่เข้าไปสมัครเป็นสมาชิกเอาไว้ ซึ่งทีมงานทำเว็บไซต์จะนำข้อมูลของผู้ชมไปขายต่อ โดยเอาข้อมูลของผู้ชมมาจากอีเมลแอดเดรสที่ผู้ชมเข้าไปกรอกเอาไว้ ซึ่งการกระทำดังกล่าว สามารถทำกำไรเพิ่มเติมให้แก่เว็บไซต์ได้อีกทางหนึ่ง” นายไพบูลย์ กล่าวถึงพฤติกรรมบาปของเหล่าเว็บฯ หนังเถื่อน

แฉเบื้องหลังวิธีหาหนังอัพเว็บฯ เถื่อน

ดังนั้น คำถามถัดมา คือ หัวขโมยเหล่านี้ ไปเสาะหาภาพยนต์จากที่ใดมาเผยแพร่บนเว็บไซต์ จนสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทั้งๆ ที่เป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายให้แก่วงการภาพยนตร์ และผู้เกี่ยวข้องอย่างมากมายมหาศาล…

นายไพบูลย์ ที่ปรึกษากรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เปิดเผยถึงขบวนการเสาะหาภาพยนตร์ของเหล่าโจรขโมยหนัง เอาไว้ว่า การนำภาพยนตร์เรื่องต่างๆ มาอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์เถื่อนนั้น มีหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น 1.การดาวน์โหลดจากเว็บบิตต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อภาพยนตร์เรื่องหนึ่งฉายที่ประเทศอเมริกา ก็จะมีคนบางกลุ่มคอยอัพโหลดภาพยนตร์ผ่านเว็บบิตเข้ามาเลย 2.การลักลอบทำซ้ำตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ซึ่งอาจรั่วไหลมาจากห้องอัด, บริษัทตัดต่อ เป็นต้น

นายไพบูลย์ ได้ขยายความถึงขบวนการดังกล่าวไว้อีกว่า เมื่อได้ภาพยนตร์มาแล้ว โจรขโมยหนังเหล่านี้ จะนำภาพยนตร์ที่ได้ไปเข้าโปรแกรมแปลภาษา โดยแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งจะมีความถูกต้องอยู่ที่ประมาณ 70% ส่วนภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่เป็นเสียงพากย์ไทยนั้น มิจฉาชีพอาจใช้วิธีนำเครื่องอัดเสียงเข้าไปแอบอัดในโรงภาพยนตร์ หรือนำอุปกรณ์ดูดเสียงไปดักรับสัญญาณระหว่างโรงภาพยนตร์ฉายภาพยนตร์ เนื่องจากปัจจุบัน โรงภาพยนตร์ไม่ใช้วิธีการฉายภาพยนตร์ผ่านม้วนฟิล์มแล้ว แต่เป็นการฉายภาพยนตร์ผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ซึ่งภาพและเสียงจะไปปรากฏอยู่บนหน้าจอทันที เพราะฉะนั้น มิจฉาชีพจึงสามารถอาศัยจังหวะนี้ใช้เครื่องมือดักรับสัญญาณดูดคลื่นเสียงออกไปได้

– ที่มาหนังซูม –
ขณะที่ แหล่งข่าวจาก ปอท. ได้ชำแหละกระบวนการเสาะหาภาพยนต์ (เถื่อน) ของเหล่าโจรขโมยหนังเอาไว้ว่า ในกรณีที่เป็นภาพยนตร์ประเภทซูม (ZOOM) หรือภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธ์ที่มีคุณภาพของภาพไม่ชัด เสียงโรงฯ แต่กลับสามารถเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วพร้อมๆ โรงภาพยนตร์ หรือฉายชนโรง ในกรณีเช่นนี้ จะมีกระบวนการของคนหลุ่มหนึ่งที่แอบเข้าไปตั้งกล้องถ่ายในโรงภาพยนตร์ จากนั้น เมื่อได้ภาพยนตร์(เถื่อน) มาเรียบร้อยแล้ว คนกลุ่มนี้ก็จะอัพโหลดวิดีโอขึ้นไปบนเว็บไซต์ โดยมีเว็บไซต์ดูภาพยนต์เถื่อนอื่นๆ เข้ามาดาวน์โหลดวิดีโอจากเว็บไซต์(แอบถ่าย)ต้นฉบับ เพื่อนำไปเผยแพร่ในหน้าเว็บไซต์ของตัวเองต่ออีกทีหนึ่ง

– ที่มาหนัง HD –
แหล่งข่าวจาก ปอท. ท่านเดิม กล่าวถึงกรณีภาพยนตร์เถื่อนประเภท HD ไว้ว่า วิธีการเผยแพร่ภาพยนตร์คุณภาพชัดมากๆ นั้น มาจากวิธีการง่ายๆ คือ เมื่อภาพยนต์ออกจากโรงภาพยนตร์เป็นที่เรียบร้อย ซีดี วีซีดี หรือดีวีดีภาพยนตร์ก็จะถูกวางแผงตามท้องตลาดทั่วไป ทีมงานของเว็บไซต์ดูหนังเถื่อนจะลงทุนเพียงเล็กน้อย เพื่อซื้อภาพยนตร์ถูกลิขสิทธิ์ หรือแผ่นแท้เอาไว้ จากนั้น ก็นำภาพยนต์จากแผ่นแท้อัพโหลดเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ และเผยแพร่บนโลกอินเทอร์เน็ตต่อไป หรือสำหรับเว็บไซต์ดูภาพยนตร์เถื่อนที่ไม่อยากลงทุนก็สามารถเข้าไปดูดภาพยนต์ HD จากเว็บไซต์อื่นที่ขึ้นไปก่อนหน้าได้อีกด้วย

“กลุ่มคนที่ทำเรื่องพวกนี้ เป็นกลุ่มคนที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวัยรุ่น โดยคนเหล่านี้ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่ทำเป็นเรื่องผิด เกิดมาทั้งชีวิตก็ดูของฟรีอยู่แล้ว ยิ่งหันมาทำเว็บไซต์แบบนี้ก็ยิ่งมีคนชมว่าใจดีอีก ซึ่งพวกเขาทำโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า สิ่งที่เขาทำมันสร้างความเสียหายมากมายมหาศาลแค่ไหน เขาทำคนตกงาน เขาทำลายธุรกิจที่ใครบางคนสร้างมาทั้งชีวิตให้พังครืนลงไป

แม้เว็บไซต์ดูภาพยนตร์เถื่อนเหล่านี้จะมีความผิดชัดเจนชนิดคาหนังคาเขา แต่โจรแจกหนังเหล่านี้ ก็ยังสามารถเปิดให้ผู้ชมเข้าไปดูภาพยนตร์ฟรีกันได้อย่างโจ๋งครึ่ม! ทำไม ทำไม ทำไมภาครัฐถึงทำอะไรคนเหล่านี้ไม่ได้ ติดตามต่อได้ในรายงานพิเศษโจรแจกหนัง ตอนที่ 2!

“คุณเคยกดเข้าไปดูหรือไม่ รู้สึกผิดบ้างไหม คุณถามตัวเองหรือยัง?”

อ่านเพิ่มเติม

โจรแจกหนัง EP.2 จับผู้ร้ายไร้ตัวตน หวังพึ่ง พ.ร.บ.คอมฯ ใหม่ บล็อกเว็บทันใจ

โจรแจกหนัง EP.3 ลูกถูกพราก เจ้าของลิขสิทธิ์ลาจาก แบบนี้หรือสังคมแบ่งปัน!

โบรกฯแข่งดุ! ฟาดค่าคอมอู้ฟู่ ชิงส่วนแบ่งตลาดมูลค่าซื้อขายหุ้นวันละ 5 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843266


นายธนัท วงษ์ชูแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภายหลังบริษัทได้แต่งตั้งทีมผู้บริหารชุดใหม่แทนชุดเก่าที่ลาออกไป ได้วางกลยุทธ์ตลาดส่งเสริมให้ลูกค้าซื้อขายหลักทรัพย์มากขึ้นด้วยการจัดโปรโมชั่นแจกแต้มเพื่อนำไปแลกรางวัลต่างๆ เช่น รางวัลดูการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของทีมแมนฯยูในที่นั่งวีไอพี พร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับและที่พัก, การเข้าชมการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันที่สิงคโปร์, แจกไอโฟน และอื่นๆจำนวนมาก พร้อมตั้งเป้าให้กิมเอ็งฯเป็นโบรกเกอร์เบอร์ 1 ในไทยเป็นปีที่ 16 ติดต่อกัน และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดซื้อขายหุ้นหรือมาร์เก็ตแชร์ที่ 9-10% หรือเฉลี่ยวันละ 5,000 ล้านบาท ขณะที่นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันกิมเอ็งฯมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด โดยปี 59 อยู่ที่ 8.15% ล่าสุดมีฐานลูกค้า 192,000 บัญชี เป็นลูกค้าที่เทรดผ่านผู้แนะนำการลงทุน และเทรดผ่านระบบออนไลน์ 50 ต่อ 50 คาดว่าปีนี้จะมีลูกค้าใหม่มาเปิดบัญชีอีก 25,000 บัญชี หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของเป้าหมายที่ตลาดหลักทรัพย์ต้องการเพิ่มนักลงทุนรายใหม่ในปี 60 ราว 100,000 ราย

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ กล่าวว่า การแข่งขันของโบรกเกอร์ค่ายๆต่างปีนี้ยังมีความเข้มข้นสูง โดยหลายค่ายต่างจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาซื้อขายหุ้นหรือการหาลูกค้าใหม่ๆ เบื้องต้นทิสโก้ไม่เน้นตั้งเป้าว่าจะหาลูกค้าใหม่ได้เท่าไหร่ แต่จะส่งเสริมให้ลูกค้าเดิมที่มีอยู่ 60,000 บัญชี มีการซื้อขายสม่ำเสมอต่อเนื่อง โดยทิสโก้จะเพิ่มความสะดวกสบาย เช่น การใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ผ่านมือถือ พร้อมทั้งป้อนข้อมูลวิเคราะห์หุ้นให้ลูกค้ามากขึ้น

ด้านนายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันการแข่งขันหาลูกค้าหรือการให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการซื้อขายหุ้นยังคงมีความรุนแรง ส่วนใหญ่เน้นเรื่องการลดค่าบริการให้ต่ำลง รวมถึงการสร้างความสะดวกสบายให้ลูกค้าโดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้บริการ และการส่งข้อมูลการวิเคราะห์หุ้นให้ลูกค้า โดยสาเหตุที่โบรกเกอร์มีการจัดโปรโมชั่นกันมาก เพราะปัจจุบันมีจำนวนโบรกฯเพิ่มขึ้น จึงมีการแข่งขันสูง ประกอบกับมูลค่าการซื้อขายหุ้นแต่ละวันเฉลี่ยที่ 50,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นมูลค่าที่สูงมาก.

 

สนามบินแน่นช่วงตรุษจีน! ทอท. คาดมีผู้โดยสารใช้บริการ 3.87 ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2560 22:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/842961


ทอท. พร้อมรองรับผู้โดยสารเดินทางช่วงตรุษจีน เผย มีสายการบินแจ้งขอทำการบินมายังท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง จำนวน 23,869 เที่ยวบิน เฉลี่ย 2,386 เที่ยวต่อวัน คาด มีผู้โดยสารใช้บริการจำนวน 3.87 ล้านคน …

วันที่ 24 ม.ค. 60 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี จะมีผู้โดยสารเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้ คือ ระหว่างวันที่ 27 มกราคม-5 กุมภาพันธ์ 2560 มีสายการบินแจ้งขอทำการบินมายังท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) จำนวน 23,869 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยประมาณ 2,386 เที่ยวบินต่อวัน และคาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการจำนวน 3.87 ล้านคน หรือเฉลี่ยประมาณ 387,000 คนต่อวัน

ทั้งนี้ ทสภ. มีสายการบินแจ้งขอทำการบิน ประมาณ 1,000 เที่ยวบินต่อวัน และคาดว่าจะมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 183,000 คนต่อวัน และที่ ทดม. มีสายการบินแจ้งขอทำการบินประมาณ 696 เที่ยวบินต่อวัน และคาดว่าจะมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 104,000 คนต่อวัน

สำหรับในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา (กันยายน-ธันวาคม 2559) ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยาน 6 แห่งของ ทอท. มีผู้โดยสาร 39.58 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.01 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีเที่ยวบิน 267,365 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.76 ซึ่งในช่วงดังกล่าวเป็นผู้โดยสารชาวจีนจำนวน 3.78 ล้านคน ลดลงประมาณ 2.27 ล้านคน โดยเดือนพฤศจิกายน 2559 เป็นเดือนที่ผู้โดยสารชาวจีนลดลงมากที่สุด คือ ลดลงประมาณ 750,000 คน ก่อนที่จะมีการฟื้นตัวอย่างมีนัย ในเดือนธันวาคม 2559 มีปริมาณผู้โดยสารชาวจีนลดลงเพียง 540,000 คน

ส่วนเที่ยวบินเข้า–ออก ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ของ ทอท. ในเส้นทางระหว่างประเทศไทย–จีนมีปริมาณลดลงเช่นกัน โดยในภาพรวมช่วง 4 เดือน มีเที่ยวบิน 38,052 เที่ยวบิน ลดลงประมาณ 7,019 เที่ยวบิน หรือลดลงเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1,760 เที่ยวบิน หรือคิดเป็นร้อยละ 15.58

 

การบินไทย เสิร์ฟขนมหวานจานพิเศษ รับเทศกาลตรุษจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2560 20:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843068


การบินไทย ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีน จัดกิจกรรมเสิร์ฟขนมหวานจานพิเศษให้บริการแก่ผู้โดยสารบนเครื่องที่เดินทางในวันที่ 28 ม.ค. 60 …

วันที่ 24 ม.ค. 60 นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวจีน หรือวันตรุษจีน ทางการบินไทยจึงจัดกิจกรรมเสิร์ฟขนมหวานจานพิเศษช่วงตรุษจีน โดยสร้างสรรค์เมนูขนมหวานจานพิเศษ เพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารบนเครื่องบินที่เดินทางในวันที่ 28 มกราคม 2560 ในเที่ยวบินภายในประเทศ ให้บริการทุกเที่ยวบินที่เดินทางเข้า-ออกจากกรุงเทพฯ (ยกเว้นมื้ออาหารเช้า)

สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ให้บริการด้วยขนมโอนีแปะก๊วย และให้บริการผู้โดยสารชั้นประหยัดด้วยขนมสาลี่ ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศ ให้บริการทุกเที่ยวบินขาออกจากกรุงเทพฯ เฉพาะมื้อกลางวันและมื้อเย็น โดยให้บริการผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจด้วยขนมโอนีแปะก๊วยและวุ้นมะพร้าว สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัดให้บริการด้วยขนมโอนีแปะก๊วย

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถดูรายละเอียดตารางบิน พร้อมทั้งสำรองที่นั่งและออกบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์ www.thaiairways.com  หรือ สำนักงานขายการบินไทยและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือ THAI Contact Center (02) 356-1111 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

 

‘อาคม’ ไฟเขียว ‘บินไทย’ เรียกสอบคนเอี่ยวสินบน ‘โรลส์-รอยซ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2560 20:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843114


‘อาคม’ ยันผลสอบ SFO กรณีทุจริตบริษัท โรลส์-รอยซ์ จำกัด (มหาชน) ไม่ได้ระบุว่ามีชื่อใครร่วมกระทำผิดบ้าง บอกการบินไทยต้องสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 30 วัน พร้อมไฟเขียวการเรียกสอบคนเอี่ยวรับสินบน

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.60 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณี บริษัท โรลส์-รอยซ์ ยอมรับต่อสำนักงานปราบปรามการทุจริตของสหราชอาณาจักร (UK Serious Fraud Office: SFO) เรื่องการติดสินบนแก่เจ้าหน้าที่ของไทยในการซื้อขายเครื่องยนต์ กับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่า ขณะนี้ทางการบินไทยจะต้องมีการสอบสวนให้ได้ข้อสรุปภายใน 30 วัน แต่ยืนยันว่าในผลการตรวจสอบของอังกฤษ ไม่ได้ระบุรายชื่อว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง แต่หากจะมีการสอบสวนก็เป็นหน้าที่ของการบินไทย ที่ขณะนี้ได้ตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งการเรียกสอบก็จะเป็นการเรียกบุคคลที่คาดว่าเกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้นๆ มาสอบเพื่อหาข้อเท็จจริงและขยายผล.

 

กฟน. ตั้งกรรมการสอบกรณีถูกพาดพิงเอี่ยวสินบนเจเนอรัล เคเบิล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2560 19:09

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843001


กฟน. ตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง กรณีถูกกล่าวพาดพิงเรื่องรับสินบนจากเจเนอรัล เคเบิล ยัน กระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส ดำเนินการตามกฎหมาย …วันที่ 24 ม.ค. 60 นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เปิดเผยภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวงว่า กฟน. รับทราบข้อมูลจากสื่อมวลชน กรณี อ้างว่าการจ่ายสินบนของบริษัท เจเนอรัล เคเบิล คอร์ปอเรชัน จำกัด ให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐในหลายประเทศเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ โดยมีการกล่าวว่าในช่วงปี ค.ศ. 2012-2013 ได้มีการนำเงินบางส่วนไปใช้ในทางทุจริตเพื่อจำหน่ายสินค้าให้แก่รัฐวิสาหกิจไทย 3 แห่ง ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นั้นในฐานะประธานกรรมการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้ดำเนินการตามระเบียบการไฟฟ้านครหลวง เมื่อมีเหตุต้องสงสัย ซึ่งกรณีรับสินบนดังกล่าวถือเป็นเหตุต้องสงสัย จึงได้มีการมอบหมายให้ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ดำเนินการตามระเบียบของ การไฟฟ้านครหลวง โดยการตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีรับสินบนดังกล่าว ซึ่งขอทราบผลการตรวจสอบโดยเร็วที่สุด

http://www.thairath.co.th/clip/98972
นอกจากนี้ ยังได้มีการรายงานให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดของการไฟฟ้านครหลวง ทราบถึงมาตรการการตรวจสอบดังกล่าวแล้ว ซึ่งท่านได้มีการกำชับให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการให้ถูกต้อง โปร่งใส เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายต่อไป

 

ธพว. เปิดตัวสินเชื่อ ‘SMART SMEs บัญชีเดียว’ ให้กู้ 15 ล. คิดดอกต่ำ 5%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2560 17:59

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843036


ธพว. เปิดตัวสินเชื่อ “SMART SMEs บัญชีเดียว” วงเงินรวม 1 หมื่นล้านบาท เปิดให้กู้สูงสุดรายละ 15 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยต่ำ 5% หนุนเข้าสู่ระบบนิติบุคคล …

วันที่ 24 ม.ค. 60 นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นางสาวบรรจงจิตย์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นางสาวพัดชา พงศ์กีรติยุต รองอธิบดีกรมสรรพกร นายพรเทพ การศัพท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายฉัตรชัย คุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ และนายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธพว. ร่วมแถลงข่าว เปิดตัวแคมเปญสินเชื่อ “SMART SMEs บัญชีเดียว” ซึ่งวงเงินของโครงการนี้รวม 10,000 ล้านบาท เปิดให้กู้สูงสุดรายละ 15 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำเพียง 5% ในปีแรก และปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ใช้หลักประกันตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ ให้มีเงินทุนหมุนเวียน ลงทุน ขยาย หรือปรับปรุงกิจการ โดยเน้นผู้ประกอบการ 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1. ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจ ร้านขายยา ร้านทอง ร้านแว่นตา และธุรกิจท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว บริษัทเช่ารถ ร้านขายสินค้าที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจสปา และธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เป็นต้น

กลุ่มที่ 2. ผู้ประกอบการนิติบุคคลทั่วไปที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ที่ประกอบธุรกิจ ค้าปลีก ค้าส่ง ผลิต หรือให้บริการ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องผ่านการคัดกรองจากหน่วยงานพันธมิตรที่ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับทางธนาคาร

ทั้งนี้ ธพว.จะให้การส่งเสริมสนับสนุนด้านเงินทุน และพัฒนาผู้ประกอบการกรมสรรพากร จะถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านภาษี บัญชี เป็นต้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผลักดันและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถจดแจ้งขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล

ด้าน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ถ่ายทอดความรู้ ด้านระบบการจัดการ ส่งเสริมผู้ประกอบการที่มีศักยภาพให้เข้าถึงแหล่งลงทุนสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ส่งเสริมผู้ประกอบการธุรกิจซอฟต์แวร์ และให้ต่อยอดทั้งด้านเงินทุนและการเชื่อมโยงผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไปสู่กลุ่มผู้ประกอบการอื่นๆ เพื่อจัดการระบบในการดำเนินกิจการสมาคมโรงแรมไทย ร่วมคัดกรอง ผลักดันผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าสู่แหล่งเงินทุนของธนาคาร เพราะจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ทำให้มีผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ถ้าผลักดันให้ผู้ประกอบการเหล่านี้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และได้รับใบอนุญาตก็สามารถมาใช้บริการสินเชื่อ SMART SMEs บัญชีเดียว ได้ทันที เพื่อเป็นการช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยในภาคใต้ในด้านการเงินทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป

ขณะที่ นายมงคล กล่าวว่า ในปี 2560 ธพว. วางแผนดำเนินงานตามที่ได้เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) โดยกำหนดยุทธศาสตร์ ปี 2560 เช่น ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งทางการเงินอย่างมีเสถียรภาพ ลดภาระการพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐ โดยมีเป้าหมายยอดเบิกจ่ายสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท ลดยอด NPLs ไม่เกิน 16,6000 ล้านบาท และยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs (SME Development Bank for SME Spring up) ทั้งในด้านแหล่งเงินทุนและการพัฒนาศักยภาพ โดยมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาความรู้ทางธุรกิจ 4,500 ราย มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 1,100 ราย และมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น 550 ราย รวมทั้งมีเป้าหมายการเข้าร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการ 50 ราย โดยมีจำนวนเงินที่เข้าร่วมลงทุน รวมทั้งเงินลงทุนในระบบ Eco System จำนวน 1,000 ล้านบาท เป็นต้น

 

เอพี จับมือ มิตซูบิชิฯ ปีที่ 4 ร่วมตั้งบริษัทใหม่ลุยตลาดคอนโด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2560 17:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/842934


เอพี จับมือ มิตซูบิชิ เอสเตท ก้าวสู่ปีที่ 4 ร่วมตั้งบริษัทลูก ‘พรีเมียม เรสซิเดนท์’ ลุยตลาดคอนโดมิเนียมในไทย พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นร่วมมือกับคนไทย พัฒนาโครงการ มั่นใจเสริมแกร่งกันและกัน

นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการร่วมทุนของเอพี (ไทยแลนด์) และบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป หรือ MEC ได้ดำเนินธุรกิจร่วมกันเป็นเวลา 3 ปี ส่งผลให้เกิดการยกระดับมาตรฐานวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีจุดแข็งที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน

สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้นั้น ทางเอพี และมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ได้ร่วมจัดตั้งบริษัทใหม่ ด้วยทุนจดทะเบียน 6,100 ล้านบาท โดยเอพีลงทุน 51% มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป ลงทุน 49% ภายใต้ชื่อบริษัท พรีเมียม เรสซิเดนท์ จำกัด เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการภายใต้การร่วมทุน โดยทางมิตซูบิชิ เอสเตท ได้ส่งทีมงานญี่ปุ่นที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาดูแลงานร่วมกับเอพีอีกด้วย

นายอนุพงษ์ กล่าวอีกว่า ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 4 เรายังคงเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด AP Think Different ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญของเอพี และยังได้นำมาใช้กับการยกระดับความร่วมมือระหว่างเอพีและ MEC ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะ 3 ด้านสำคัญ คือ 1.นวัตกรรมสเปซและเทคโนโลยี 2.องค์ความรู้และผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัย และ 3.ร่วมกันสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตสังคมไทยและชุมชน

มิสเตอร์โชจิโร โคจิมา กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย ในนามของมิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป หรือ MEC กล่าวว่า ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในแง่การเติบโต โอกาสในการลงทุน ด้วยแผนพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมอย่างรถไฟฟ้า ที่ส่งผลต่ออัตราการขยายตัวของชุมชนเมืองใหม่ๆ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมติดแนวรถไฟฟ้าในเมือง ที่เอพีเป็นผู้นำและเจ้าตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การร่วมทุนครั้งแรกของเอพี และ MEC เกิดขึ้นเมื่อปี 2557 ปัจจุบันทั้ง 2 บริษัท ได้ร่วมพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 47,000 ล้านบาท และมีโครงการคอนโดมิเนียม 8 โครงการ มูลค่า 27,000 ล้านบาท ยอดขายเฉลี่ยรวม 85% สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาร่วมกัน ได้แก่ Life วัน ไวร์เลส Life ลาดพร้าว RHYTHM สุขุมวิท 36-38 ASPIRE รัชดา-วงศ์สว่าง ASPIRE สาทร-ท่าพระ RHYTHM อโศก เป็นต้น.

 

หุ้นไทยสดใส ปิดตลาดปรับขึ้น 8.03 ดัชนีอยู่ที่ 1,578.82 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2560 17:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/843014


หุ้นไทยวันที่ 24 ม.ค.2560 ปิดตลาดปรับเพิ่มขึ้น 8.03 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,578.82 จุด มูลค่าการซื้อขาย 62,246.32 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 24 ม.ค.60 พบว่า ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.03 จุด เปลี่ยนแปลง 0.51% ดัชนีอยู่ที่ 1,578.82 จุด มูลค่าการซื้อขาย 62,246.32 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน).

 

ปิด ถ.พหลโยธิน ช่วงสระบุรี 1 ช่องจราจร สร้างมอเตอร์เวย์บางปะอิน-โคราช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ม.ค. 2560 16:12

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/842928


กรมทางหลวง ปิดถนนพหลโยธิน กม.99 ช่วงพื้นที่สระบุรี 1 ช่องจราจร เตรียมทำการก่อสร้างตอม่อ “มอเตอร์เวย์” สาย บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา…

วันที่ 24 ม.ค. 60 นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวงได้มีโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ตอนทางแยกต่างระดับสระบุรีนั้น ผู้รับจ้าง โดยบริษัท อิตาเลียนไทย จะดำเนินการยกแบริเออร์ปูนขึ้นวางบนถนนพหลโยธิน (ทล.1) ทั้งขาขึ้นและล่อง ช่องทางขวา กม.99 เป็นระยะทางวางแบริเออร์ 300 เมตร เพื่อเตรียมพื้นที่ทำการสร้างตอม่อ ถนนมอเตอร์เวย์ ระยะเวลาดำเนินการ ระหว่างวันที่ 24 มกราคม 2560 – เมษายน 2560

ทั้งนี้ จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์ จากนั้นก็จะคืนพื้นที่การจราจรให้ใช้ได้ปกติ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวในระยะนี้ จะทำให้ถนนพหลโยธินทั้งขาขึ้นและขาล่อง เสียช่องทางจราจรเลนขวาสุดไปฝั่งละ 1 ช่องทาง (คงเหลือช่องทางให้รถวิ่งสัญจรได้ไป-กลับด้านละ 4 ช่องทาง (ทางด่วน 2, ทางขนานอีก 2) ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวไม่ได้รับความสะดวก โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ดังนั้นจึงขอแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว ดังนี้หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสระบุรี ให้เบี่ยงออกทางขนานที่ กม. 96 หากวิ่งเข้ากรุงเทพฯ ให้เบี่ยงออกทางขนานที่ กม.100 เพราะถ้าหากใช้ช่องทางด่วนการจราจรอาจหนาแน่น ทั้งนี้โครงการได้ติดตั้งป้ายจราจร ป้ายอำนวยความปลอดภัย ป้ายแนะนำทางเลี่ยงไว้ล่วงหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทางแล้ว พร้อมขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้เส้นทางเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของผู้ใช้ทาง

หากต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร สามารถติดต่อได้ที่ นายธีรพันธ์ ภูมิรัตนประพิณ นายช่างโครงการฯ โทร. 08-9896-1231 สำนักงานควบคุมโครงการ โทร. 0-3667-0132 หรือสายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง).