รัฐเปิดลงทะเบียนคนจนรอบ 2 ดีเดย์ เม.ย.นี้ มั่นใจยอดพุ่งทะลุเกิน 8 ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ม.ค. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/839086


นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเปิดให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยสามารถลงทะเบียนได้อีกครั้งในปีนี้ ซึ่งถือเป็นรอบเก็บตกจากปีที่แล้ว โดยในเบื้องต้นกำหนดวันที่จะเปิดลงทะเบียนคือ วันที่ 3-28 เม.ย.2560 เนื่องจากต้องรอให้ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปิดบัญชีรอบปีบัญชี 2559/60 ตอนสิ้นเดือน มี.ค.ก่อน เพื่อที่จะได้เริ่มทำเรื่องลงทะเบียนเป็นลำดับต้นๆของปีบัญชีใหม่“การลงทะเบียนรอบนี้ กระทรวงการคลังจะให้มีการเขียนแบบสอบถามด้วย เพื่อให้ง่ายขึ้น และมีรายละเอียดที่จำเป็นที่จะต้องใช้ดูแลผู้ที่มีรายได้น้อยมากขึ้นด้วย โดยจะมีกระทรวงมหาดไทยมาช่วยสกรีนกรอกใบสมัคร คือผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งกระทรวงการคลังได้ประสานกระทรวงมหาดไทยแล้ว”

นายสมชัยกล่าวว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อนำบทเรียนจากการลงทะเบียนครั้งก่อนมาปรับปรุงให้ชัดเจนในรอบนี้ และต้องรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะมีผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนมากขึ้นจากรอบก่อนกว่า 8 ล้านคน เนื่องจากมีการประเมินไว้ว่า ผู้มีรายได้น้อยทั้งหมดมีอยู่ราว 14-15 ล้านคน สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในรอบนี้ ในเบื้องต้น รมว.คลังเสนอให้มีส่วนลดสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโดยสารรถไฟ ค่าโดยสารรถเมล์ การทำประกันอุบัติเหตุ และอื่นๆ

ขณะที่นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรมบัญชีกลางได้จ่ายเงินเดือนและค่าจ้างประจำจากกรมบัญชีกลางเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เริ่มเดือน ม.ค.2560 เป็นเดือนแรก 420,125 ราย เป็นเงิน 15,619 ล้านบาท โดย สพฐ.ถือเป็นหน่วยงานสุดท้ายที่เข้าร่วมโครงการนี้ จากหน่วยงานทั้งหมด 224 แห่ง ซึ่งจะทำให้บุคลากรของ สพฐ.ได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินวิทยฐานะผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารตรงตามระยะเวลาที่กรมบัญชีกลางกำหนดทุกเดือน ช่วยลดขั้นตอนการปฏิบัติงานและลดค่าใช้จ่าย.

 

แนะ “บจ.” เตรียมสภาพคล่องไว้ชำระหนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ม.ค. 2560 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/839082


นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า จากการติดตามบริษัทจดทะเบียนไทยที่ออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น (บีอี) ที่มีสัญญาใกล้ครบอายุในเร็วๆนี้ พบว่าทุกบริษัทตระหนักรู้ว่าจะต้องเร่งหาสภาพคล่องทางการเงินเพื่อมาชำระคืน อีกทั้งได้บริหารจัดการความเสี่ยงและประเมินว่าในกรณีเลวร้ายที่สุดบริษัทต้องดำเนินการอย่างไร อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องในระบบการเงินของไทยยังมีอยู่มาก ทั้งแหล่งเงินทุนของบริษัทเองและจากธนาคารพาณิชย์ นอกจากนี้ยืนยันว่าบริษัทจดทะเบียนไทยมีระดับหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับต่ำ คือประมาณ 1.7 เท่า จึงเชื่อว่าจะสามารถชำระคืนหนี้ตั๋วบีอีได้ด้านนางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) กล่าวว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นมีความกังวลว่าหากผู้ลงทุนมีความกังวลและขาดความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ไม่เลือกต่ออายุสัญญาตั๋วบีอีและทำให้บริษัทที่ออกตั๋วบีอีขาดกระแสเงินทุนหล่อเลี้ยง อีกทั้งจะทำให้การออกตั๋วบีอีทำได้ยากขึ้น ดังนั้น ควรเตรียมเงินสดหรือแหล่งเงินทุนให้พร้อม ทั้งนี้ การที่ บลจ.บางแห่งเข้าไปลงทุนในตั๋วบีอีแล้วพบว่ามีปัญหานั้น ต้องตรวจดูด้วยว่านโยบายและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนั้นเป็นอย่างไร.

 

สนามบินภูเก็ต จัดสิ่งอำนวยสะดวกเพิ่มเติม ลดความคับคั่งในอาคารผู้โดยสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 22:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838932


สนามบินภูเก็ต ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์สัมภาระ พร้อมทั้งจัดเคาน์เตอร์สำหรับตรวจหนังสือเดินทางเพิ่มเติม หวังอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร ลดความคับคั่งภายในอาคาร…

วันที่ 18 ม.ค. 60 นางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต ทอท. กล่าวว่า ทภก. ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์สัมภาระรุ่น 9075 เพิ่มจำนวน 1 เครื่อง บริเวณประตู 2 ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทภก. เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสาร และลดความคับคั่งภายในอาคารผู้โดยสาร ซึ่งได้ดำเนินการติดตั้งเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 โดยใช้ walk through ร่วมกับเครื่อง X-Ray ที่ใช้งานอยู่เดิม 8 เครื่อง ดังนั้นขณะนี้มีเครื่องเอกซเรย์ทั้งหมด 9 เครื่อง ณ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทภก. ได้แก่

– บริเวณชั้น 1 ประตูหมายเลข 2 (ทิศใต้) จำนวน 1 เครื่อง และประตูหมายเลข 5 (ทิศเหนือ) จำนวน 1 เครื่อง โดยติดตั้งบริเวณด้านในขาเข้า อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทภก.

– บริเวณชั้น 2 ทิศใต้ จำนวน 1 เครื่อง โดยติดตั้งบริเวณด้านในหลังประตูทางเข้า อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทภก.

– บริเวณชั้น 3 ประตูหมายเลข 1 (ทิศใต้) จำนวน 2 เครื่อง ประตูหมายเลข 2 จำนวน 2 เครื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ ประตูหมายเลข 3 (ทิศเหนือ) จำนวน 2 เครื่อง โดยติดตั้งบริเวณก่อนประตูทางเข้า ขาออกอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทภก.

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการดำเนินการติดตั้งเครื่องเอกซเรย์เพิ่มเติมแล้ว ในส่วนของขั้นตอนการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง ปัจจุบัน ทภก. ได้จัดเคาน์เตอร์สำหรับการตรวจหนังสือเดินทาง ณ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ แบ่งเป็น ผู้โดยสารขาออก มีจำนวน 17 เคาน์เตอร์ 34 ช่องตรวจ และผู้โดยสารขาเข้า มีจำนวน 19 เคาน์เตอร์ 38 ช่องตรวจ และ ทภก.ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ ตม.เพื่อขอความร่วมมือในการจัดกำลังพลเข้าปฏิบัติงานประจำ ณ เคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทางตามจำนวนข้างต้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เครื่องมือสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ตรวจหนังสือเดินทางของสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ณ ทภก. มีจำนวนไม่เพียงพอต่อการให้บริการแก่ผู้โดยสาร และ สตม. ไม่สามารถดำเนินการจัดหาได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งคณะกรรมการ ทอท. ได้มีมติเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2559 ให้สนับสนุนงบประมาณให้แก่ สตม. ในการจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ตรวจหนังสือเดินทาง เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการผู้โดยสาร และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย

นอกจากนั้น ทภก.ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่รอการผ่านเข้ารับการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง ทั้งในส่วนผู้โดยสารขาออกและผู้โดยสารขาเข้า ในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่นอีกด้วย

สำหรับมาตรการการรักษาความปลอดภัยแบบ Terminal Screening ที่ ทภก.ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เป็นมาตรการระยะสั้นที่จะดำเนินการถึงปลายเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งในระยะต่อไป ทภก.จะดำเนินการมาตรการการรักษาความปลอดภัยสัมภาระลงทะเบียน (Hold Baggage) แบบ Inline Screening โดยจะต้องสั่งเครื่อง work station เพื่อการวิเคราะห์ภาพจากเครื่อง X-ray เพิ่มเติมอีก 13 เครื่อง จากที่มีอยู่เดิม 7 เครื่อง และจะขยายห้อง On Screen Resolution (OSR) และห้อง Baggage Inspection Room (BIR) เพิ่มเติม ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน (มกราคม – มีนาคม 2560) ในการดำเนินการสั่งซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวจากต่างประเทศรวมกระบวนการด้านงบประมาณและการพัสดุ ตลอดจนการขยายห้อง OSR และ BIR

ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จผู้โดยสารจะสามารถผ่านเข้าไปในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ทภก.และนำสัมภาระลงทะเบียนไปดำเนินการที่เคาน์เตอร์ตรวจรับบัตรโดยสารของสายการบินได้เลย โดยไม่ต้องรอคิวผ่านการตรวจค้นด้วยเครื่อง X-ray ที่ชานชาลาขาออกชั้น 3 เหมือนเช่นปัจจุบัน

นางมนฤดี กล่าวในตอนท้ายว่า ขณะนี้ ทภก. อยู่ระหว่างดำเนินโครงการพัฒนา ทภก. (ปีงบประมาณ 2553 – 2557) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว อาจทำให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการไม่ได้รับความสะดวกอย่างเพียงพอ ทภก.จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ และจะเร่งปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้บริการ ทภก.ได้รับความสะดวกสบายอย่างสูงสุด.

 

ไม่นิ่งนอนใจ! การบินไทย เร่งสอบปมทุจริต ซื้อเครื่องยนต์ ‘โรลส์-รอยซ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 22:04

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/839008


มติบอร์ดการบินไทย สั่งเร่งสอบข้อเท็จจริง ปมทุจริตจัดซื้อเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ หลังบริษัท โรลส์-รอยซ์ ยอมรับต่อ ป.ป.ช.อังกฤษ ว่ามีการจ่ายสินบนให้ซื้อเครื่องยนต์หลายประเทศรวมถึงไทย ‘จรัมพร’ ยันต้องหาคนรับผิดชอบเพื่อความโปร่งใสเมื่อเวลา 19.00 น. ที่การบินไทย สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย เปิดเผยชี้แจงกรณี บริษัท โรลส์-รอยซ์ ยอมรับต่อสำนักงานปราบปรามการทุจริตของประเทศอังกฤษ ว่าได้มีการจ่ายสินบนในหลายประเทศ ที่ทำการซื้อขายเครื่องยนต์ของโรลส์-รอยซ์ รวมถึงไทย ระหว่างปี 34-48 ว่า คณะกรรมการบริหารของการบินไทย ได้มีการหารือในเรื่องนี้ และในมติที่ประชุมคณะกรรมการการบินไทยให้หาข้อมูล ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด และเมื่อได้รับข้อเท็จจริงการบินไทยจะพิจารณาหามาตรการที่เหมาะสมในเรื่องการจัดทุจริตครั้งนี้โดยเร็ว

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามการบินไทยไม่ได้นิ่งเฉย และมีความมุ่งมั่นที่จะตั้งใจที่จะดำเนินการทำงานด้วยความโปร่งใส โดยไม่มีข้อยกเว้นต่อการทุจริตในทุกรูปแบบ หากสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วได้ข้อมูล การบินไทยจะไม่นิ่งเฉย เพราะข้อมูลเฉพาะการระบุปีที่รับผิดชอบ มันสามารถตรวจสอบได้เลยว่า ช่วงนั้นเวลานั้นใครรับผิดชอบบ้าง.

 

กอบกาญจน์ ลงพื้นที่พะโต๊ะ เร่งฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว หลังถูกน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 21:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838900


รมว.ท่องเที่ยว ลงพื้นที่พะโต๊ะ จ.ชุมพร เร่งช่วยชาวบ้านฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว ใน 3 ระยะ สั้น-กลาง-ยาว พร้อมย้ำให้ความสำคัญชีวิตหลังน้ำลด…วันที่ 18 ม.ค. 60 นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยชุมชนในการรื้อฟื้นสถานที่ท่องเที่ยวที่ประสบภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้เดินทางไปที่มาลินแพ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร พบว่าบ้านพัก ร้านอาหาร เสียหายหมดทุกหลัง แพบริการนักท่องเที่ยว เสียหายหมดทั้ง 17 ลำ

สำหรับแผนการเข้าไปช่วยเหลือสถานที่ท่องเที่ยวของชุมชน ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะแรก เร่งทำแพชุดใหม่ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้มอบเงินสนับสนุนเพิ่มเติมให้อีก  และทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มอบเงินให้ 100,000 บาท เพื่อให้ได้นำเงินไปสร้างแพ โดยชุมชนต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ มีการเน้นย้ำว่า การท่องเที่ยวยังคงมีเหมือนเดิม ความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทางชุมชนกำลังเร่งฟื้นฟู เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่พะโต๊ะได้เหมือนเดิม

ในระยะกลางจากนี้ จะให้เป็นนโยบายที่จะต้องเน้นแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้สังคมได้เห็นว่า เพราะเหตุน้ำท่วม อาจจะทำให้ถนนเดิมขาด แต่สถานที่ท่องเที่ยวยังคงสวยงาม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ด้วยเส้นทางอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นทางเดิม ซึ่งจากนี้จะเร่งประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่

ส่วนแผนงานระยะยาวจากนี้ จะมีการทำยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งต้องนำมาพิจารณาให้สอดคล้องกับแผนคลัสเตอร์ เพื่อผลักดันให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

“วันนี้ ชาวพะโต๊ะยังใจสู้และไม่ย่อท้อ มีโอกาสได้ลงมาเห็นพื้นที่จริง แต่ละที่ความเสียหายไม่เหมือนกัน บางที่ถนนขาด ต้นไม้พัง แต่แหล่งท่องเที่ยวยังคงมีอยู่ อาจจะต้องปรับปรุงช่องทางเส้นทางในการเข้าถึง สำหรับท่องเที่ยวชุมชนแพพะโต๊ะ ผลจากน้ำท่วมทำให้แพหายหมด ดังนั้นแล้วสิ่งเร่งด่วนคือต้องเร่งสร้างแผนใหม่ เพื่อให้ชุมชนหาเลี้ยงตัวเองให้ได้ โดยได้พูดคุยกับชุมชนสรุปว่าจะต้องเร่งลงมือแก้ไข โดยเฉพาะเครื่องมือทำกินอย่างเช่นที่นี่แพหายหมด เพราะถูกน้ำพัดไป จึงต้องนำเงินมาให้สร้างแพใหม่ เพื่อให้ธุรกิจเดินได้และยังคงสามารถจัดเทศกาลล่องแพในต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้” นางกอบกาญจน์ กล่าว.

 

‘บีเจซี’ คว้า 5 รางวัลในเวทีระดับโลก หลังจบดีลใหญ่เข้าซื้อกิจการบิ๊กซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 21:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838976


‘อัศวิน เตชะเจริญวิกุล’ ผู้บริหารบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี เข้ารับรางวัลใหญ่ในเวทีระดับโลกถึง 5 รางวัล หลังจบดีลใหญ่เข้าซื้อกิจการ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)เมื่อวันที่ 18 ม.ค.60 นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี กล่าวว่า บริษัทได้รับรางวัล SOUTHEAST ASIA: BEST DOMESTIC M&A จาก The Asset Regional Awards 2016 และยังได้รับรางวัล THAILAND: BEST M&A ใน The Asset Country Awards 2016 หลังจากบีเจซี ได้เข้าซื้อกิจการของ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIG C ด้วยมูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นายอัศวิน กล่าวอีกว่า บริษัทยังได้รับรางวัล THAILAND: BEST ACQUISITION FINANCING จาก The Asset Country Awards 2016 รางวัล BEST THAILAND DEAL จาก The FinanceAsia – Achievement Awards 2016 จากการที่บริษัทเข้าซื้อหุ้นบิ๊กซี จากกลุ่มคาสิโน จำนวนร้อยละ 58.56 หรือ คิดเป็นมูลค่า 122,160 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล BEST LOCAL CURRENCY BOND DEAL OF THE YEAR 2016 IN SOUTHEAST ASIA จาก Alpha Southeast Asia – 10th Annual Alpha Southeast Asia Deal & Solution Awards 2016 จากการที่บีเจซีได้ออกหุ้นกู้มูลค่า 54,000 ล้านบาท หรือ 1.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

พณ. ยกเลิกโควตาภาษีนำเข้าเหล็ก-เหล็กกล้าภายใต้เจเทปา มีผลตั้งแต่ 1ม.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 19:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838890


ผู้นำเข้าเหล็กเฮ!! กรมการค้าต่างประเทศ ประกาศยกเลิกโควตาภาษีนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าจากญี่ปุ่น ภายใต้ความตกลงเจเทปา มีผล 1 ม.ค.60 เป็นต้นไป ตามพันธกรณีที่ไทยต้องยกเลิก หลังความตกลงมีผลบังคับใช้แล้ว 10 ปี เผย นับจากนี้นำเข้าได้โดยไม่เสียภาษี-ไม่จำกัดปริมาณ …วันที่ 18 ม.ค. 60 นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง ยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำเหล็กและเหล็กกล้าเข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ.2555 พ.ศ. 2559 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 60 ซึ่งจะมีผลทำให้สินค้าเหล็กและเหล็กกล้าที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปา) จะได้รับการยกเว้นภาษีโดยไม่จำกัดปริมาณการนำเข้าอีกต่อไป

“ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 เป็นต้นไป ผู้นำเข้าเหล็กและเหล็กกล้าจากญี่ปุ่น สามารถแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ที่ออกตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงเจเทปา ต่อกรมศุลกากร เพื่อขอรับการยกเว้นภาษีอากรขาเข้าได้โดยไม่จำกัดปริมาณ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้นำเข้า และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ต้องการสอบถามเพิ่มเติม ดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.dft.go.th หรือ facebook #dft2go หรือสายด่วน 1385”

สำหรับการยกเลิกโควตาภาษีดังกล่าว เป็นไปตามพันธกรณีของไทยภายใต้เจเทปา ที่ไทยต้อง ให้สิทธิยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับการนำเข้าเหล็กและเหล็กกล้า ที่มีถิ่นกำเนิดและส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น ในปริมาณที่กำหนดไว้ในโควตาเป็นระยะเวลา 10 ปี ภายหลังจากที่เจเทปา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.50 ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 1 ของปีที่ 11 ของความตกลง หรือตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.60 เป็นต้น

ทั้งนี้ กรมการค้าต่างประเทศ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดสรรโควตานำเข้าสินค้าเหล็กและเหล็กกล้าจากญี่ปุ่น ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในแต่ละปี โดยจัดสรรให้ผู้ประกอบการ/ผู้นำเข้าที่นำเหล็ก รีดร้อนมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ เหล็กกลุ่ม 1 (Q9) ประกอบด้วยเหล็กรีดร้อน กัดกรด เคลือบน้ำมัน ใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง, เหล็กกลุ่ม 2 (Q10) ประกอบด้วย เหล็กรีดร้อน หน้ากว้างสำหรับรีดเย็น เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และเหล็กกลุ่ม 3 (Q12) ประกอบด้วย เหล็กรีดร้อนสำหรับรีดเย็น ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการนำเข้าเหล็กดังกล่าวจากญี่ปุ่นในโควตาเฉลี่ยปีละประมาณ 80% ของปริมาณโควตาที่จัดสรรทั้งหมด ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระด้านต้นทุนให้กับภาคอุตสาหกรรมของไทยได้เป็นอย่างดี

 

ทางหลวงชนบท ลงพื้นที่ตรวจถนนที่สุราษฎร์ฯ พบสัญจรไม่ได้ 1 สายทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 18:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838877


(แฟ้มภาพ)รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ลงพื้นที่สุราษฎร์ธานี ตรวจสายทางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม พบได้รับผลกระทบ 7 สายทาง ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 1 สายทาง เร่งติดตั้งป้ายเตือน ขอผู้ใช้ถนนระมัดระวัง…

วันที่ 18 ม.ค. 60 นายประศักดิ์ บัณฑุนาค รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ลงพื้นที่ตรวจสายทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทางหลวงชนบทสาย สฎ.2036 แยกทางหลวงหมายเลข 41 – บ้านแม่แขก อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมมอบถุงยังชีพและพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือนร้อน จากนั้นได้ลงพื้นที่ตรวจสะพานทวีทรัพย์ประสานราษฎร์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมล้นแม่น้ำตาปี โดยมี นายทวี สกุลเวช ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 11 และ นายมงคล ภู่เจริญโภคา ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสุราษฎร์ธานี ร่วมลงพื้นที่ดังกล่าวด้วย

ปัจจุบันมีทางหลวงชนบทในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับผลกระทบ 7 สายทาง โดยยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 1 สายทาง เบื้องต้นหน่วยงานได้ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงบริเวณต้นทางให้ทราบสถานการณ์ และเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติ หากมีเส้นทางชำรุดจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมชั่วคราวให้สัญจรได้ภายใน 7 วัน

อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ใช้เส้นทางโปรดระมัดระวังการใช้ถนนในพื้นที่ประสบภัยเป็นพิเศษ และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนเส้นทางด้วย และท่านผู้ใช้เส้นทางสามารถขอความช่วยเหลือและแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146.

 

พรุ่งนี้ตี 5 ปตท.-บางจาก ขึ้นเบนซินทุกชนิด 30 สต./ล. E85,ดีเซล คงเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 17:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838914


ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินทุกชนิด 30 สต./ล. เว้น E85 และดีเซลราคาคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ (19 ม.ค. ) เวลาตี 5 …

วันที่ 18 ม.ค. 60 มีรายงานว่า ปตท.-บางจาก ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินทุกชนิด 30 สตางค์/ลิตร เว้น E85 และดีเซลราคาคงเดิม มีผลพรุ่งนี้ (19 ม.ค. 60) เวลา 05.00 น. สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้

เบนซิน 95: 34.76 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95: 27.65 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91: 27.38 บาท/ลิตร E20: 25.14 บาท/ลิตร E85: 19.89 บาท/ลิตร ดีเซล 26.39 บาท/ลิตร ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด.

 

หุ้นไทยปิดตลาดร่วง 6.01 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,560.83 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838864


หุ้นไทยวันที่ 18 ม.ค. ปิดตลาดลดลง 6.01 จุด เปลี่ยนแปลง -0.38% ดัชนีอยู่ที่ 1,560.83 จุด มูลค่าซื้อขาย 48,884.31 ล้านบาท…การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 18 ม.ค. 60 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดลดลง 6.01 จุด เปลี่ยนแปลง -0.38% ดัชนีอยู่ที่ 1,560.83 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 48,884.31 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 3. บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน).