พื้นฐานศก.แกร่ง บลจ.กรุงไทย วางเป้าหุ้นไทยปี 60 อยู่ที่ 1,670 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 16:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838813


บลจ.กรุงไทยมอง พื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง การลงทุนของภาครัฐยังมีต่อเนื่อง วางเป้าดัชนีหุ้นไทยที่ 1,670 จุด แนะทยอยสะสม หากดัชนีปรับตัวลดลงตามแนวรับสำคัญๆเมื่อวันที่ 18 ม.ค.60 นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในหุ้นนั้น อาจจะพิจารณาทยอยสะสม หากดัชนีปรับตัวลดลงตามแนวรับสำคัญๆ โดยปัจจัยพื้นฐานของประเทศยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงและโครงการลงทุนภาครัฐยังดำเนินต่อเนื่อง ซึ่งการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศยังน่าจะมีให้เห็นต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2560 เป้าหมายดัชนีอยู่ที่ 1,670 จุด

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการลงทุนได้มีมติจ่ายเงินปันผลกองทุนเปิดกรุงไทย หุ้นทุนปันผล หรือ KTSF ครั้งที่ 1/2560 ในอัตรา 0.65 บาทต่อหน่วยโดยจะทำการปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 19 ม.ค.60 และจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยในวันที่ 30 ม.ค.นี้

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ในระหว่างการเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ เอฟไอเอฟ 127 หรือ KTFF127 ที่เสนอขายตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 24 มกราคม 2560 โดยผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนประมาณ 1.70% ต่อปี ซึ่งกองทุนมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน

 

รฟท. เร่งซ่อมรางรถไฟสู่ภาคใต้ คาดเปิดเดินรถถึงสุไหงโก-ลกได้วันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 16:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838841


(แฟ้มภาพ)รฟท. เร่งซ่อมเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีนครศรีธรรมราช-พัทลุง ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากซัดจนคดงอ จนต้องหยุดเดินรถนานกว่า 2 สัปดาห์ คาดวันนี้จะเปิดเดินรถได้ถึงสถานีปลายทางสุไหงโก-ลก…

วันที่ 18 ม.ค. 60 นายเกษตรศักดิ์ หลงสมัน หัวหน้ากองจัดการเดินรถ เขต 5 เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงทาง ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย กำลังเร่งซ่อมแซมเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีนครศรีธรรมราช-พัทลุง ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากซัดรางรถไฟจนคดงอ และซัดหินคอสะพานได้รับความเสียหายกว่า 50 จุด ทำให้รถไฟสายใต้ ต้องหยุดเดินรถตั้งแต่ช่วงสถานีบางสะพานใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึงสถานีปลายทางสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นานกว่า 1 สัปดาห์ ขณะเดินทางมาสิ้นสุดที่สถานีชุมทางทุ่งสงเท่านั้น

นายเกษตรศักดิ์ กล่าวอีกว่า เส้นทางช่วงที่บางสะพานใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเดินรถถึงสถานีชุมทางทุ่งสง ได้เมื่อวันที่ 12 ม.ค.60 ที่ผ่านมา ตอนนี้ได้เร่งซ่อมแซมเส้นทางต่อไประหว่างสถานีทุ่งสง-พัทลุง ให้แล้วเสร็จภายในเที่ยงวันนี้ (18 ม.ค.60) โดยนำขบวนรถจักรขนหินกว่า 10 ขบวน อัดหินใต้หมอนรองรางรถไฟเพื่อให้พร้อมเปิดเดินรถรถไฟสายใต้ จากสถานีชุมทางทุ่งสงถึงสถานีปลายทางสุไหงโก-ลก ได้ในวันนี้ (18 ม.ค.)

ทั้งนี้ หากรถไฟสายใต้สามารถเดินรถได้ทันตามกำหนดการในช่วงเย็นนี้ จะทำให้การคมนาคมขนส่งสู่ภาคใต้กลับสู่สภาวะปกติ หลังถูกตัดขาดมานานกว่า 2 สัปดาห์.

 

สมคิด สั่งพาณิชย์ ผุด 3 ตลาดดึงท่องเที่ยวเชื่อมโยง-กำชับดูแลราคาสินค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 16:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838766


“สมคิด” สั่งพาณิชย์ ตั้งตลาดกลางสินค้าเฉพาะ สินค้าทั่วไป ตลาดชุมชนประชารัฐ เน้นเชื่อมโยงการท่องเที่ยว หวังสร้างรายได้ให้ประชาชน ดันเศรษฐกิจภายในเข้มแข็ง ขีดเส้นต้องเสร็จใน 3-6 เดือน พร้อมสั่งคุมเข้มราคาสินค้า หลังราคาน้ำมันเริ่มขยับ หวั่นประชาชนเดือดร้อน เตรียมผุด “ร้านธงฟ้าประชารัฐ” ทั่วประเทศ ขายสินค้าจำเป็นต่ำกว่าตลาด 15-20%วันที่ 18 ม.ค. 60 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามงานด้านค่าครองชีพ และการผลักดันเศรษฐกิจภายในประเทศ ว่า ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการผลักดันเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็งเป็นอย่างมาก ตนจึงได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าจัดทำตลาดกลางขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งตลาดกลางเฉพาะสินค้า ที่เป็นสินค้าเด่น และสินค้าที่มีชื่อของแต่ละท้องถิ่น เช่น ข้าว ผลไม้ ผ้าทอ ผ้าผืน เป็นต้น และตลาดกลางสำหรับสินค้าทั่วไป โดยต้องให้เชื่อมโยงถึงการท่องเที่ยวด้วย ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3-6 เดือน ถือเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้จัดตั้งตลาดชุมชนประชารัฐในแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องดำเนินงานร่วมกับกองทุนหมู่บ้าน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงมหาดไทย และต้องเชื่อมโยงการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน เช่น ที่ จ.น่าน มีผ้าทอที่มีชื่อเสียงและสวยงาม แต่ไม่มีคนรู้จักหมู่บ้านทอผ้านี้ จึงต้องทำให้คนซื้อ และนักท่องเที่ยวรู้จัก และเข้ามาซื้อผ้าถึงในหมู่บ้าน ซึ่งจะเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนเช่นกัน

”ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ประชุมพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันพิจารณาว่า แต่ละจังหวัดจะมีตลาดทั้ง 3 รูปแบบที่ใดบ้าง อย่างที่ผมเสนอไป เช่น จ.ชุมพร อาจตั้งเป็นตลาดกลางทุเรียน เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ หรืออย่าง จ.สุราษฎร์ธานี อาจเป็นตลาดกลางอาหารทะเล เมื่อมีสินค้าขาย ก็ต้องเอานักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อ ไม่อย่างนั้นของจะขายไม่ได้ ถือเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน”

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มขยับสูงขึ้นแล้ว และอาจมีผลทำให้ต้นทุนการผลิต และการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น จนผู้ประกอบการอาจขอปรับขึ้นราคาขายได้ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า จะดูแลอย่างเต็มที่ และทำงานเชิงรุกเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ต้องดูแลไม่ให้ผู้ค้าเอาเปรียบฉวยโอกาสขึ้นราคาซ้ำเติมประชาชนด้วย

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ ได้เสนอจะให้มีร้านธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งขายสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ เช่น ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน เป็นต้น ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด 15-20% เป็นอย่างน้อย กระจายเข้าไปในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยในเบื้องต้น จะขอความร่วมมือร้านค้าปลีก และค้าส่ง ที่อยู่ในเครือข่ายของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งดูแลค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ.

 

กรมเจ้าท่า ประกาศควบคุมการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาชั่วคราว 19-20 ม.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 15:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838778


กรมเจ้าท่า ประกาศให้แม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าและสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า เป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือชั่วคราว ในวันที่ 19-20 ม.ค.นี้ เพื่ออำนวยความสะดวกการจัดงานน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 เนื่องในโอกาสครบ 100 วันการเสด็จสวรรคต…เมื่อวันที่ 18 ม.ค. กรมเจ้าท่า ได้ประกาศควบคุมการเดินเรือเฉพาะคราว ในแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ กองทัพเรือ จัดกิจกรรม “จากคงคาสู่มหานที ราชนาวีร่วมแสดงความอาลัย” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสครบ 100 วันการเสด็จสวรรคต โดยนำเรือพระราชพิธี จำลองการเห่เรือน้อมแสดงความอาลัย บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา หน้าหอประชุมกองทัพเรือ ในวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. 2560 ระหว่างเวลา 17.00-20.00 น. ดังนั้น กรมเจ้าท่า จึงออกประกาศให้แม่น้ำเจ้าพระยา ด้านทิศเหนือ-สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ด้านทิศใต้-สะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า เป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือเป็นการเฉพาะคราว

ทั้งนี้ วันพฤหัสบดีที่ 19 ม.ค. 2560 ตั้งแต่เวลา 17.00-19.30 น. ให้เรือทุกลำเดินเรือผ่านด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เดินเรือช้า-เบา ชิดฝั่งพระนคร พร้อมทั้งต้องหลีกทางให้กับขบวนเรือฯ ส่วนวันศุกร์ที่ 20 ม.ค. 2560 ตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น. หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ ห้ามเดินเรือทะเล เรือที่ลากจูงเรือลำเลียงสินค้า เรือบรรทุกสินค้าอันตราย เดินเรือผ่านในเขตควบคุมการเดินเรือ และตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. หรือจนกว่าจะแล้วเสร็จ ห้ามเรือทุกชนิดผ่านระหว่างวัดระฆังฯ ถึงวัดอรุณฯ และประตูระบายน้ำคลองมอญถึงปากคลองมอญ ทั้งนี้ เรือข้ามฟากให้เดินเรือได้ตามปกติ อาจต้องปิดการจราจรเป็นครั้งคราว โดยรอฟังคำสั่งจากเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า.

 

พาณิชย์ จับเพจดัง ‘แม่ค้าแซ่บ’ นำของปลอมส่งลูกค้าคาสุวรรณภูมิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 15:16

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838760


พาณิชย์ จับมือ บก.ปอศ. บุกจับเพจดัง “แม่ค้าแซ่บ” นำเข้าสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ส่งลูกค้าที่ไปรษณีย์สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมนำหมายค้นตรวจบ้าน ได้ผู้ต้องหา 2 คน ยึดของกลางกระเป๋าปลอม-อุปกรณ์ที่ใช้ทำผิดเพียบ ยันเดินหน้าจับต่อเนื่อง โทษคุก 4 ปี ปรับ 4 แสน ส่ง ปปง.ยึดทรัพย์-สรรพากรตรวจภาษีย้อนหลังวันที่ 18 ม.ค. 60 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ประสานไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินการสืบสวนและจับกุมผู้ขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทางเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ตรวจสอบพบเพจ “แม่ค้าแซ่บ” ที่ขายสินค้าผ่าน Facebook Live ได้นำเข้าสินค้าผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเมื่อสินค้าลงจากเครื่อง ได้นำสินค้าไปส่งให้แก่ลูกค้าทางไปรษณีย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงได้จับกุม

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ได้นำหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้น จับกุมบ้านเลขที่ 44/147 หมู่บ้านภัสสรเพรสทิจ อ่อนนุช ซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 87 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมยึดของกลาง ได้แก่ กระเป๋าปลอมเครื่องหมายการค้าแบรนด์เนม และอุปกรณ์ที่ใช้กระทำความผิด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว

นายทศพล กล่าวว่า กรมฯ ขอแจ้งเตือนผู้ขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาผ่านทาง Facebook Live ว่าการขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความได้ และการขายสินค้าด้วยวิธีการดังกล่าว ไม่สามารถรอดพ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงขอให้ผู้ขายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า ยุติการกระทำที่ผิดกฎหมาย

“กรมฯ ได้บูรณาการในการปราบปรามผู้ขายสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าผ่านทาง Facebook Live อย่างเด็ดขาด และได้จับกุมดำเนินคดีไปแล้วหลายราย ซึ่งนอกจากผู้กระทำความผิด จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้าแล้ว ยังจะถูกส่งไปดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และตรวจสอบการเสียภาษีสรรพากรอีกด้วย”

สำหรับการปราบการขายสินค้าปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ คณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มอบหมายให้ กระทรวงพาณิชย์ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมศุลกากร และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้ดำเนินการปราบปรามผู้ขายสินค้าละเมิดในสื่อสังคมออนไลน์อย่างเด็ดขาด

 

2อดีตขุนคลัง มองแผน Brexit ไม่กระทบ ศก.ไทยมาก-รอความชัดเจนนโยบายทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 14:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838678


“กรณ์” เผย อังกฤษแยกตัวออกจากอียูนั้น ไม่กระทบต่อ ศก.ไทยโดยตรง แต่ทางอ้อมกระทบด้านความเสี่ยงการเงินของโลก ด้าน “ทนง” ชี้ Brexit ทำเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แนะนักลงทุน รอความชัดเจนจากทรัมป์เรื่องการแถลงนโยบาย…วันที่ 18 ม.ค. 60 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับ “ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์” ถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย จากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 20 ม.ค. นี้ รวมถึงปัจจัยความกังวลเกี่ยวกับอังกฤษจะเริ่มกระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในกรอบเวลา 2 ปี ว่า ในเรื่องอังกฤษแยกตัวออกจากอียูนั้น โดยตรงยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยมาก แต่ในทางอ้อมค่อนข้างจะกระทบในด้านความเสี่ยงการเงินของโลกโดยรวม ขณะที่ความสัมพันธ์ทางการค้าไทยกับยุโรปนั้นยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ส่วนนโยบายของทรัมป์ มองว่า คณะรัฐมนตรีของทรัมป์ มีสัดส่วนที่เป็นนักธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ และดูเหมือนว่าจะมีทัศนคติทางลบในอดีต รวมทั้งเรื่องความชัดเจนนโยบายการค้า ซึ่งการแสดงท่าทีดังกล่าวนั้น ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลเรื่องการปิดกั้นทางการค้า ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขาย ระบบการผลิตจะได้รับผลกระทบ ซึ่งนักลงทุนควรเตรียมตัวรับความเสี่ยง ติดตามข่าวสารต่างๆ ใกล้ชิด

ด้าน นายทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยด้วยว่า เรื่อง Brexit กระทบต่อไทยไม่มาก การค้าระหว่างไทยกับยุโรป และไทยกับอังกฤษ ยังไม่เปลี่ยนแปลงมาก เศรษฐกิจไทยเติบโตแบบต่ำเหมือนเดิม แต่ในด้านการเงิน อัตราแลกเปลี่ยน ต้องใช้เวลาในการปรับตัว ประกอบกับค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

นายทนง กล่าวด้วยว่า ในขณะนี้ทรัมป์ยังไม่มีนโยบายหรือกลยุทธ์ที่ชัดเจนออกมา จึงยังไม่สามารถประเมินผลกระทบโดยรวมได้ ซึ่งนักลงทุนยังต้องรอความชัดเจนจากทรัมป์ในการแถลงนโยบายก่อนว่าจะออกมาในทิศทางใด

ขณะที่ นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีอังกฤษจะเริ่มกระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ว่า นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้กล่าวในการแถลงจุดยืนการเจรจาออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยย้ำถึงความสำคัญในการควบคุมจำนวนผู้อพยพ การยกเลิกการยอมรับขอบเขตของอำนาจศาลและกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภายุโรป และการลดการจ่ายเงินอุดหนุนให้สหภาพยุโรป

สำหรับในด้านการค้า ต้องยอมรับกฎการเคลื่อนย้ายเสรี 4 ประการ เนื่องจากอังกฤษต้องการจำกัดจำนวนผู้อพยพจากสหภาพยุโรป นอกจากนี้ อังกฤษจะไม่เป็นสมาชิกสหภาพศุลกากร ซึ่งกำหนดให้เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากนอกกลุ่มในอัตราเดียวกันทั้งหมด เนื่องจากอังกฤษต้องการอิสระในการเจรจาข้อตกลงการค้ากับประเทศอื่นๆ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดภาษีในอัตราที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ

นอกจากนี้ อังกฤษดูเหมือนจะต้องการเริ่มการการค้าเสรีกับ EU ใหม่ทั้งหมด ซึ่งคล้ายกับในกรณีของแคนาดา อย่างไรก็ดี ข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่าง EU และแคนาดา ใช้เวลาในการเจรจาถึง 7 ปี และยังไม่ครอบคลุมถึงสินค้าและบริการทั้งหมด ในขณะที่อังกฤษจะมีเวลาในการเจรจาเพียง 2 ปี ตามข้อกำหนดในมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน

ทั้งนี้ ยังมองว่า การเจรจายังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก เนื่องจากทาง EU จะยังไม่เปิดเผยจุดยืนในการเจรจาจนกว่าอังกฤษจะเริ่มต้นกระบวนการออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการตามมาตรา 50 ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน มี.ค. นี้ นอกจากนี้การเจรจายังน่าจะคืบหน้าได้ช้าในปีนี้ เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งในหลายประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ ในเดือน มี.ค. ฝรั่งเศส ในเดือน เม.ย. และเยอรมนี ในเดือน ต.ค.

 

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ธ.ค. อยู่ที่ 88.5 ปรับตัวสูงสุดในรอบ 22 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 13:36

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838610


ส.อ.ท. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมในเดือน ธ.ค. 59 อยู่ที่ระดับ 88.5 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน สูงสุดในรอบ 22 เดือน รับปัจจัยบวกจากมาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นใช้จ่าย แต่ยังกังวลภาวะน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้…เมื่อวันที่ 18 ม.ค. นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมในเดือน ธ.ค.59 อยู่ที่ระดับ 88.5 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 87.6 ในเดือน พ.ย. โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน และสูงสุดในรอบ 22 เดือน เกิดจากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ผลประกอบการ ปริมาณการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี

ขณะเดียวกัน ภาครัฐได้ออกมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมแฟชั่น อุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนจากงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016 เป็นต้น

สำหรับปัจจัยลบ จากการสำรวจพบว่า ฝนที่ตกต่อเนื่องและเกิดภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลต่อการคมนาคมขนส่ง และเกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในอุตสาหกรรมยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ยางพาราแปรรูป

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการได้มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ให้ออกมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงขยายเวลามาตรการส่งเสริมการลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยในกลุ่มประเทศ CLMV เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจไทย และเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนในโครงการขนาดเล็กในส่วนภูมิภาค.

 

สรรพากร แจงหักลดภาษีช่วยน้ำท่วม ซ่อมบ้านไม่เกิน 1 แสน รถ 3 หมื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 13:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838598


กรมสรรพากร แจงรายละเอียดมาตรการทางภาษี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ให้ผู้มีเงินได้ใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษีสำหรับจ่ายค่าซ่อมบ้าน ไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนค่าซ่อมรถไม่เกิน 3 หมื่นบาท …วันที่ 18 ม.ค. 60 นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช รองอธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียภาษีที่มีทรัพย์สินเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ซึ่ง ครม. (17 ม.ค.) ได้มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเกี่ยวกับการให้สิทธิหักลดหย่อนภาษีค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยมีรายละเอียดสรุปได้ดังนี้

1. กรณีซ่อมบ้าน ให้ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับจำนวนเงินที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร หรือที่อยู่ในเขตอาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด หรือทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งติดกับตัวอาคารหรือในเขตอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 และอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย ทั้งนี้ ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องมีการจ่ายค่าซ่อมภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ตัวอย่างเช่น

(1) ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร เช่น ค่าสีทาบ้าน ห้องชุดในอาคารชุด หรือตึกแถว ค่ากระเบื้อง ค่าฝ้าเพดาน ค่าหลังคา ค่าอิฐ ค่าปูน ที่ใช้ในการซ่อมแซม และค่าแรงในการซ่อมแซม
(2) ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งติดกับ ตัวอาคารหรือห้องชุด เช่น ค่าซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ built-in
(3) ค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมทรัพย์สินที่มีการประกอบติดตั้งติดอยู่ในเขตอาคาร เช่น ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมรั้ว ประตูรั้ว กำแพง โรงรถ สระว่ายน้ำ บ่อเลี้ยงปลา รวมทั้งค่าแรง

2. กรณีซ่อมรถ ให้ผู้มีเงินได้สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับจำนวนเงินที่ได้จ่ายเป็นค่าซ่อมแซมหรือค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมรถ หรืออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในรถ ซึ่งได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 และอยู่ในพื้นที่ที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย ทั้งนี้ ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 30,000 บาท โดยต้องมีการจ่ายค่าซ่อมภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2560 ตัวอย่างเช่น

ค่าซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ค่าซ่อมตัวเครื่องยนต์ ค่าซ่อมแซมสีรถ เบาะรถ ล้อรถ ระบบแอร์ในรถ หรืออุปกรณ์ที่ติดกับตัวรถซึ่งเสียหายจากการถูกน้ำท่วม โดยรถนั้นจะต้องเป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

ค่าซ่อมบ้านและค่าซ่อมรถดังกล่าวที่จ่ายในปี 2560 ให้ใช้สำหรับการคำนวณเสียภาษีเพื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ประจำปีภาษี 2560 ที่จะต้องยื่นรายการภายในวันที่ 31 มีนาคม 2561 จึงขอให้ผู้เสียภาษีเก็บเอกสารการจ่ายเงินค่าซ่อมเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นรายการเพื่อเสียภาษี

 

ทองเปิดตลาดร่วง 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 20,800

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 09:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838484


ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 18 ม.ค. ลดลง 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,200 ขายออกบาทละ 20,300 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,829.28 ขายออกบาทละ 20,800 บาท …

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 60 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.24 น. ราคาลดลง 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,200.00 บาท ขายออกบาทละ 20,300.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,829.28 บาท ขายออกบาทละ 20,800.00 บาท

 

AP ลุยปีระกาจ่อเปิดใหม่ 20 โครงการ ชี้มูดส์จับจ่ายเร่ิมปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2560 09:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/838456


ผู้บริหารเอพีไทยแลนด์ชี้พื้นฐานธุรกิจอสังหาฯ ไทยวันนี้ไม่ได้แย่มาก บรรยากาศการจับจ่ายเร่ิมเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งปี 20 โครงการ มูลค่า 3.5 หมื่นล้าน ครอบคลุมทุกเซกเมนต์…นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า แผนการดำเนินงานในปี 2560 จะเดินเกมด้วยกลยุทธ์ “คิดและสร้างความแตกต่าง” หรือ AP THINK DIFFERENT เน้นย้ำจุดแข็งของเอพีในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยคุณภาพ โดดเด่นด้วยดีไซน์และการจัดสรรพื้นที่ใช้สอย รวมถึงวิสัยทัศน์การแบ่งปันองค์ความรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรคุณภาพสู่วงการอสังหาฯ ไทย

ทั้งนี้ ในปี 2560 บริษัทฯ มีแผนการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 20 โครงการ มูลค่ารวม 35,000 ล้านบาท โดยเป็นแนวราบ 17 โครงการ มูลค่า 15,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 8 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท และทาวน์โฮม 9 โครงการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท และกลุ่มคอนโดมิเนียม จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 20,000 ล้านบาท สำหรับในไตรมาส 1 นี้ เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ 1. พลีโน่ บางใหญ่ ทาวน์โฮม 2 ชั้น ฟังก์ชันใหม่ จำนวน 350 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 980 ล้านบาท และ 2. พลีโน่ สุขสวัสดิ์ จำนวน 497 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,496 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการประกอบด้วยทาวน์โฮม 2 ชั้น ฟังก์ชันใหม่ และบ้านแฝด 2 ชั้น ฟังก์ชันใหม่ ส่วนอีก 1 โครงการ จะเป็นการพัฒนาเฟสต่อเนื่องจากปีที่แล้วคือ บ้านกลางเมือง คลาสเซ่ เอกมัย-รามอินทรา เฟส 2 เป็น SUPER LUXURY VILLA Series ใหม่ หลังจากเฟสแรกที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2559 ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี

นายอนุพงษ์ กล่าวต่อว่า คาดการณ์แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2560 นั้น พื้นฐานในวันนี้ไม่ได้แย่มาก ถึงแม้ภาพรวมการเปิดตัวในช่วงปีที่ผ่านๆ มาจะติดลบ วันนี้หลายๆ อย่างเริ่มมีความชัดเจนขึ้น กิจกรรมทางการตลาดและบรรยากาศในการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติบ้างแล้ว ปีนี้จะเห็นภาพการแข่งขันในสินค้ากลุ่มแนวราบมากขึ้น ซึ่งความท้าทายที่สำคัญของการทำธุรกิจจากนี้ไปคือ การสรรหาที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการในแพ็กเกจราคาขายที่สอดรับกับความสามารถของผู้บริโภค การขยายตัวของรถไฟฟ้าถือเป็นทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยเสี่ยงของภาคธุรกิจ ด้วยราคาต้นทุนที่ดินที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินกว่าผู้บริโภคจะตามทัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการเปิดตัวใหม่ของคอนโดมิเนียมในอนาคต อีกทั้งผู้บริโภคมองหาสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา

สำหรับเอพีนั้น ยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทุกรูปแบบ โดยเน้นกระบวนการคิดที่มุ่งสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าควบคู่ไปกับการพัฒนาและควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน ในด้านทิศทางการทำงานปี 2560 นี้ เอพียังคงปลุกพลังความคิดต่าง หรือ AP Think Different ให้กับพนักงานทุกคน เพื่อสร้างความแตกต่างและยกระดับสินค้าและบริการของเอพีในด้านสำคัญ ได้แก่ 1. คุณภาพ หรือ Quality ที่เอพีมีเครื่องมือสำคัญอย่าง Check List ที่มีการพัฒนาเน้นไปที่ Process และ Template ที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น รวมถึงสอดรับกับเทคโนโลยีการอยู่อาศัยแบบ Intelligent Living ที่เอพีเริ่มนำร่องไปแล้วในหลายโครงการ 2. การออกแบบสเปซ หรือ Space Utilization ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ใช้สอยในทุกตารางนิ้ว โดยคำนึงถึงดีไซน์ที่สวยควบคู่ไปกับความสะดวกสบาย ประโยชน์ใช้สอย และความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย และ 3. การพัฒนาองค์ความรู้ หรือ Human Development ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิสัยทัศน์ที่โดดเด่นในการทำงานเพื่อพัฒนาบุคลากรคุณภาพสู่วงการอสังหาฯ รวมถึงถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้สู่สังคมไทย โดยเฉพาะนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษาผ่านเอพี อะคาเดมี่ สถาบันเพื่อการเรียนรู้ครบวงจรด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แห่งแรกในเมืองไทย โดยในปีนี้เอพีได้พัฒนาหลักสูตรและเครื่องมือการเรียนรู้ให้หลากหลายและเจาะลึกมากยิ่งขึ้น

“อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอพีสร้างความแตกต่างได้อย่างต่อเนื่อง ก็เพราะเรามีพันธมิตรธุรกิจผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน เช่น มิตซูบิชิ เอสเตท กรุ๊ป (MEC) จากจุดเริ่มต้นของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมร่วมกันเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา จวบจนปัจจุบันเราได้ร่วมมือกันพัฒนารวม 8 โครงการ ในปีนี้เอพีและ MEC ยังคงมองไปในทิศทางเดียวกันและวางแผนที่จะพัฒนาโครงการร่วมกันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรามองว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดของความร่วมมือมิใช่แค่การร่วมทุน แต่ทุกวันนี้เอพีกับพันธมิตรญี่ปุ่นมีความร่วมมือในด้านการแบ่งปันและถ่ายทอดความรู้สู่กันในหลายๆ ด้าน และในทุกระดับ โดยเอพีได้สนับสนุนบุคลากรไปศึกษาดูงานที่ญี่ปุ่น รวมถึงนิสิตนักศึกษาฝึกงานที่เข้าร่วมหลักสูตรฝึกงานเอพี โอเพ่นเฮาส์ของ เอพี อะคาเดมี่ ในขณะที่ MEC ก็ส่งบุคลากรมาเรียนรู้ดูงานกับทางเอพีเช่นกัน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าว และว่า ด้วยความพร้อมด้านทีมงานคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ที่อยู่อาศัยคุณภาพ และพันธมิตรคุณภาพ เชื่อว่าเอพี ไทยแลนด์จะสามารถสร้างความแตกต่างและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และยังคงเป็น 1 ใน 3 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทย.